<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีกี่คนไม่ชอบครม.ใหม่!นายกฯแจง​ตั้ง&#039;ดอน&#039;ควบรองนายกฯ​อัพเกรดกต.ให้ดูมิติเศรษฐกิจเพิ่ม​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ ให้สัมภาษณ์ถึงการมอบหมายให้นายดอน​ ปรมัตถ์วินัยรมว.การต่างประเทศ​ ควบรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่ง​ ว่า​ วันนี้เราต้องการอัพเกรดให้กระทรวงการต่างประเทศ​ (กต.)​ สามารถดำเนินการในเรื่องของธุรกิจ​ เศรษฐกิจ​ ไปด้วย เพราะสังเกตว่าเวลาทูตต่างประเทศเข้ามา เขาจะไม่พูดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างเดียว แต่จะพูดถึงโครงการต่างๆ ที่จะร่วมมือกับเรา จึงคิดว่าบางอย่างจะมอบหมายให้นายดอนมาช่วย และในการเดินทางไปต่างประเทศของนายดอน ท่านสามารถที่จะเหมือนเป็นตัวแทนของตนในการพูดคุยเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยเอาหลักการ​ กฎหมาย และกฎกติกา ทั้งของบีโอไอ หรือ อีอีซี​ ไปประชาสัมพันธ์ด้วย&amp;nbsp; ในวันข้างหน้าคิดว่าเอกอัครราชทูต กงสุล​ ผู้แทนทางการค้าของเราจะต้องเร่งรัดในเรื่องเหล่านี้​ เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด​ - 19 รวมทั้งความยั่งยืนในอนาคต เพราะอนาคตเราต้องใช้เวลาทำ ทุกอย่างเป็นโครงการที่ใหญ่พอสมควร และจะออกมาเรื่อยๆ แล้ววันข้างหน้าการตกงานก็จะลดลง แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรใหม่เลยก็จะอยู่ในที่เก่า เราต้องแก้ปัญหาในรูปแบบใหม่​ แก้ปัญหาทั้งระบบ​ แต่อาจต้องใช้เวลาบ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ​ กล่าวว่า​ เช้าวันเดียวกันนี้มีความยินดีที่สื่อเสนอข่าวว่าสถิติการจองโรงแรมและห้องพักแน่นเต็มไปหมด ทั้งโรงแรมขนาดใหญ่ในเมืองหลักและเมืองรองเต็มทั้งหมด ประมาณ 2​ แสนกว่าห้อง​ ก็ขอแสดงความยินดีด้วย​ ถือว่ามีการพัฒนาไปเรื่อยๆ และอยู่ระหว่างการคิดกันว่าในอนาคตเราจะทำอย่างไร​ เพราะถ้าเป็นการท่องเที่ยวเฉพาะภายในก็ได้เพียงแค่ 2 ล้านกว่าคน แต่การท่องเที่ยวของเราต่อปีประมาณ 10 กว่าล้านคน ดังนั้น​ เราต้องหามาตรการต่างๆผ่อนคลายออกมา แต่ทุกอย่างจะต้องปลอดภัย​ ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย​ ต้องคิดตั้งแต่ต้นทางก่อนที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามา การขึ้นเครื่องบิน​ เที่ยวบินแต่ละเที่ยว ลงมายังสนามบิน เข้าที่พักแล้วไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ท้องถิ่นจะต้องให้ความร่วมมือ ไม่เช่นนั้นก็จะขัดแย้งกันไปหมด ถ้าเข้าใจตรงกันทั้งวงจรก็จะลดปัญหาความขัดแย้งลงไป ไม่เช่นนั้นข้างล่างก็จะบ่นว่าเศรษฐกิจฐานรากไม่ดี เราต้องคิดใหม่ว่าทำอย่างไรจะให้มีเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ​ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากตอนนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาเรื่องการจ้างงานในแผนการฟื้นฟู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผุ้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลในการตั้ง​ รมช.แรงงาน พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า​ ตนอยากให้กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงเศรษฐกิจอีกกระทรวงหนึ่ง เพราะเรามีการจ้างงานจำนวนมาก เราจึงต้องมีคำตอบ การมีงานทำมากขึ้น ข้อมูลต่างๆมีเยอะมาก สิ่งสำคัญอยากให้มีคนไทยได้ทำงานบางประเภทบ้าง อัพเกรดตัวเองให้ขึ้นมาเป็นหัวหน้า ไม่ใช่อยู่เฉพาะแรงงานที่หลายคนไม่อยากทำ และนี่คือความจำเป็นในการจ้างแรงงานต่างด้าว เรื่องค่าจ้างมีผลต่อการประกอบธุรกิจทั้งสิ้น ดังนั้น​ คนไทยต้องอัพเกรดตัวเองให้มีความรู้​ มีการฝึกอบรมเพื่อตัวเองให้เป็นหัวหน้าให้ได้ ไม่เช่นนั้นพอเป็นงานระดับล่างทุกคนก็ไม่อยากทำ โดยเฉพาะแรงงานไร้ฝีมือ อย่างวันนี้รัฐบาลก็เปิดโครงการการจ้างงานมากขึ้น ขอร้องว่าอย่าเลือกงานในตอนนี้กันมากนัก ขอให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ในส่วนมาตรการการเงินการคลังสมัยเก่าและสมัยใหม่ก็มีการผ่อนคลายไปหมดแล้ว เพียงแต่ต้องระวังในวันข้างหน้าว่าจะหาเงินมาจากไหนเข้ามาในระบบเพื่อดูแลเรื่องเงินกู้ รวมทั้งเงินที่จะต้องใช้จ่ายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ จะมีการเรียกประชุม​ ครม.เศรษฐกิจเมื่อไหร่​ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า ยังไม่ได้โปรดเกล้าฯ ลงมาเลย เราต้องรู้ขั้นตอน ความควรไม่ควร วันนี้ตนก็ยังไม่ได้พูดเรื่องนี้เลย เพราะถือว่าเรื่องนี้กำลังอยู่ในขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​มองฟีดแบ็กจากภาคเอกชนอย่างไรบ้าง​ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวปฏิเสธว่า​ ไม่ได้มอง เพราะฟังเขาทุกวันอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในสัปดาห์หน้าจะมีการแต่งตั้งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเลยหรือไม่​ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า&amp;quot; ก็กำลังหาอยู่สื่อมีใคร เสนอขึ้นมาบ้าง ช่วยหามาและเสนอมาให้ผม จะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็เป็นเรื่องที่ผมจะตัดสินใจเอง สื่ออยากได้ใครก็ลองเสนอขึ้นมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่ามีชื่อของนายอนุชา​ บูรพ​ชัยศรี​ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ​ จะมาดำรงตำแหน่ง​ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า&amp;quot; ก็มีชื่อมาหลายคนเหมือนกันแหละ แล้วสื่อเลือกใคร&amp;quot;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวระบุว่า ขึ้นอยู่กับนายกฯตัดสินใจ พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า &amp;quot;นั่นไง พอดีก็ไม่ชมไม่ว่า พอไม่ดีก็นายกฯรับผิดชอบ มันก็เป็นแบบนี้แหละ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ ในการปรับ​ ครม.ครั้งนี้ มีเสียงฟีดแบ็กจากภาคธุรกิจและเอกชน นายกฯพร้อมที่จะรับฟังหรือไม่&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า ก็คุยกันอยู่แล้ว สื่อไม่รู้หรือว่าเราคุยกันอยู่แล้ว คณะที่ปรึกษานายกฯด้านเศรษฐกิจ เขาก็คุยอยู่​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ แต่มีฟีดแบ็กต่อรัฐมนตรีบางคนว่าชื่อยังไม่ถึง​&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า ที่บอกว่าบางคน​ มันมีกี่คนล่ะ​ กี่คนที่ชอบและกี่คนที่ไม่ชอบ แล้วจะทำอย่างไรให้คนที่ชอบและไม่ชอบ เขาเข้าใจว่าเราจะทำงานอย่างไร ครั้งนี้มันไม่ได้อยู่ที่ตัวเขา​ มันอยู่ที่​ ครม. อยู่ที่นายกฯว่าจะดำเนินนโยบายเรื่องนี้อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจในวันข้างหน้า เรื่องนี้ตนพูดคุยกับเขามาตลอด มีที่ปรึกษาเยอะแยะไปหมด สมาคมต่างๆก็ไปพบมาหมดแล้ว แต่มีบางคนที่เดือดร้อนต้องการเร็วและต้องการได้ แต่อย่าลืมว่าจะต้องนึกถึงคนอื่นอีกหลายพวก ทำอย่างไรถึงจะเกิดความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ ก่อนหน้านี้นายกฯเคยระบุว่าจะตั้งทีมเศรษฐกิจมาร่วมงาน​ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าไม่ต้องคิด​ กำลังร่างอยู่ ส่วนจะเสร็จเมื่อไหร่ก็เห็นเมื่อนั้น ขอให้รอ​ ครม.ใหม่ทำครบขั้นตอนเสียก่อน ขอร้องสื่ออย่าถามเรื่องนี้อีกเลย เพราะยังอยู่ในขั้นตอนที่จะต้องเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ต้องถามมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ ตั้งความหวังกับ​ ครม.ใหม่อย่างไรบ้าง​ พล.อ.ประยุทธ์​ เน้นเสียงกล่าวว่า​ เหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73694</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ประยุทธ์ 2/2, นฤมล  ภิญโญสินวัฒน์, นายดอน ปรมัติถ์วินัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2cd75ccfdaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเทศไทยมีความปลอดภัยที่สุด&#039;ไพศาล&#039;การันตีเพราะเราเป็นมิตรกับทุกประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10ม.ค.63-นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยของเรามีความปลอดภัยที่สุด
1สื่อสหรัฐบางสำนักมีวาระซ่อนเร้น ชี้เป้าว่าสถานทูตสหรัฐในไทยเสี่ยงอันตรายจากการถูกโจมตีมากที่สุดเพราะเป็นสถานทูตสหรัฐที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
ผมยังคงยืนยันว่าปลอดภัยที่สุด เพราะเราเป็นมิตรกับทุกประเทศและไม่เป็นศัตรูกับใคร
2ผมยืนยันมาแต่ต้นว่ารัฐบาลไทยไม่ทราบเรื่องการลอบสังหารมาก่อน และไทยไม่มีความเกี่ยวเองกับเหตุการณ์นั้น
ซึ่งต้องขอบพระคุณท่านหุจลตุลอิสลาม ไซยิดสุไลมานฮูไซนี ผู้นำสูงสุดชีอะไทยและอาเซียน ที่ได้กรุณายืนยันชี้แจงแก่พี่น้องมุสลิมทั้งหลายอย่างทันท่วงทีว่าท่านเชื่อมั่นว่า รัฐบาลไทยไม่ทราบเรื่องมาก่อนอย่างแน่นอน เพราะประเทศไทยไม่อยู่ในฐานะ ที่สหรัฐจะบอกความลับดังกล่าวล่วงหน้า จึงไม่ใช่ผู้สมรู้หรือเกี่ยวข้องในการลอบสังหาร ทำให้พี่น้องมุสลิมมีความสบายใจ ซึ่งเชื่อได้ว่าขณะนี้ท่านคงรายงานเรื่องนี้ให้ผู้นำศาสนาอิสลามทราบแล้ว
3 เมื่อวานท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ ก็ได้แถลงยืนยันว่าสหรัฐไม่ได้แจ้งอะไรล่วงหน้าให้แก่ประเทศไทยทั้งสิ้น
ส่วนการให้สัมภาษณ์เมื่อวันก่อนของท่านก็ดี การชี้แจงของท่าน สว.บางท่านที่ปฏิเสธว่าท่านรัฐมนตรีต่างประเทศไม่ได้พูดเรื่องการแจ้งล่วงหน้าก็ดี ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลของท่านนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54219</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาเซม สุไลมานี, นายดอน ปรมัติถ์วินัย, นายไพศาล พืชมงคล, ผู้นำสูงสุดชีอะไทยและอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180126/image_big_5a6a78f7680ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.ต่างประเทศ&#039; ยันจีนพร้อมระงับ &#039;ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง&#039; ย้ำผ่านจดหมายถึงเครือข่ายประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รมว.ต่างประเทศ&amp;quot; ยันจีนพร้อมยกเลิกโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ย้ำผ่านจดหมายถึงเครือข่ายประชาชน ชี้เป็นสายน้ำเพื่อชีวิตและวิถีชาวบ้าน ไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.62 - นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และแกนนำเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง เปิดเผยว่าได้รับจดหมายตอบจากนายดอน ปรมัติถ์วินัย รัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างประเทศ กรณีที่เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง เขียนจดหมายไปถึงเพื่อขอทราบความคืบหน้าและเอกสารหลักฐานการยกเลิกโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในจดหมายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศตอบกลับมา ลงวันที่ 27 เมษายน 2562 มีเนื้อหาระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญและติดตามความคืบหน้าของโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง อย่างใกล้ชิด โดยโครงการดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเบื้องต้น เพื่อพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ต่อวิถีชีวิตของประชาชนริมฝั่งแม่น้ำโขง รวมถึงโครงสร้างด้านวิศวกรรมในการปรับปรุงร่องน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมได้ใช้โอกาสต่างๆในการหยิบยกข้อกังวลฝ่ายไทยขึ้นหารือกับนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน นับตั้งแต่ฝ่ายจีนได้ดำเนินการสำรวจภาคสนาม ภายใต้โครงการปรับปรุงร่องน้ำเมื่อปี 2560 เป็นต้นมา รวมทั้งได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขงเพื่อประสานท่าทีร่วมกันในเรื่องนี้ โดยการหารือกับนายหวัง อี้ ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมได้ย้ำถึงความกังวลของฝ่ายไทยต่อการดำเนินโครงการปรับปรุงร่องน้ำฯ ซึ่งนายหวังอี้ได้แสดงความพร้อมของรัฐบาลจีนที่จะให้ความร่วมมือในการยุติโครงการ ตามข้อเสนอของไทย&amp;rdquo; นายดอนระบุ ไว้ในจดหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์ กล่าวว่า เนื้อหาในจดหมายระบุอีกว่า &amp;ldquo;ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2562 ผมได้หารือกับนายเฉิน หาว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลยูนนานและประธานสภาประชาชนมณฑลยูนนาน ที่กรุงเทพฯในโอกาสการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยได้เน้นย้ำความสำคัญของแม่น้ำโขง ในฐานะสายน้ำแห่งชีวิตและวิถีชีวิตของชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขง ไม่ใช่สายน้ำเพื่อการพานิชย์ พร้อมทั้งได้ขอบคุณรัฐบาลจีนที่จะไมให้มีการดำเนินการใดๆที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งขอบคุณที่รัฐบาลจีนเห็นพ้องที่จะระงับโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์ กล่าวว่า พวกเราสู้เรื่องแม่น้ำโขงมาเป็นเวลาสิบกว่าปี ครั้งนี้ก็มองว่ารัฐบาลให้ความสนใจ และเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับแม่น้ำโขง เป็นการตอบที่ชัดเจน เราเห็นว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจเรื่องปัญหาแม่น้ำโขง และหวังว่าจะนำไปสู่การแก้ปัญหาในระยะต่อๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ ผู้อำนวยการรณรงค์ประเทศไทย องค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) กล่าวว่าเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญของแม่น้ำโขง ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นชัยชนะหนึ่งของประชาชนที่พยายามเรียกร้องมาเป็นเวลา 2 ทศวรรษแล้ว ถึงผลเสียหายที่อาจเกิดจากโครงการต่างๆ บนแม่น้ำโขง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงเพื่อการเดินเรือพาณิชย์จะถูกยกเลิกโดยถาวร เพื่อให้ทรัพยากรยังคงอยู่เพื่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของชุมชน และหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นสัญญาณแก่การลงทุนอื่นๆ จากจีนในลุ่มน้ำโขง ว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฟังเสียงชุมชนท้องถิ่น รวมคำนึงถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง โครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการพานิชย์บนแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง หรือที่รู้จักกันในนาม &amp;ldquo;ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง&amp;rdquo; ครอบคลุมพื้นที่แม่น้ำโขงตอนบน ระหว่างเมืองซือเหมา ในมณฑลยูนนาน จีน ถึงเมืองหลวงพระบาง ในลาว แบ่งเป็น 2 ระยะ คือระยะที่ 1 (พ.ศ.2558-2563) ศึกษา สำรวจ ออกแบบ และทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมของแต่ละโครงการ และได้รับการรับรองจาก 4 ประเทศ ได้แก่ จีน พม่า ลาว ไทย โดยจะปรับปรุงร่องน้ำโขงเป็นระยะทาง 631 กิโลเมตร จากชายแดนจีน-เมียนมาที่หลัก 243 ถึงหลวงพระบาง สปป.ลาว เพื่อรองรับเรือ 500 ตัน พัฒนาท่าเรือสินค้า 3 แห่ง และท่าเรือโดยสาร 3 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะที่ 2 (พ.ศ.2563-2568) ศึกษา สำรวจ ออกแบบ และทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม และได้รับการรับรองจาก 4 ประเทศ มีการปรับปรุงร่องน้ำระยะทาง 259 กิโลเมตร จากซือเหมาถึงชายแดนจีน-เมียนมา ที่หลัก 243 ให้รองรับเรือ 500 ตัน และสร้างสะพานยูจินหง ขึ้นใหม่ และมีการพัฒนาท่าเรือสินค้าสำหรับเรือ 500 ตัน จำนวน 4 แห่ง ท่าเรือสินค้าสำหรับเรือ 300 ตัน และท่าเรือโดยสาร 9 แห่ง &amp;nbsp;ปัจจุบันได้มีการจัดทำรายงานการศึกษาด้านเทคนิค ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และสังคม โดยบริษัท CCCC Second Habor Consultant จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และได้มีการจัดเวทีนำเสนอรายงานผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ 3 อำเภอคือ เวียงแก่น เชียงของ เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา จำนวน มีผู้เข้าร่วม 536 คน ประกอบด้วย ตัวแทนหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ เจ้าของท่าเรือ สื่อมวลชน นักพัฒนาองค์กรเอกชน องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พระสงฆ์และ ชาวบ้านในพื้นที่ &amp;nbsp;เสียงของผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวเนื่องจากกังวลถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิต ระบบนิเวศ เศรษฐกิจของท้องถิ่นและปัญหาด้านชายแดนระหว่างไทยลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36626</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรักษ์เชียงของ, คัดค้านระเบิดแก่งแม่น้ำโขง, จีนยกเลิกระเบิดแก่งแม่น้ำโขง, นายดอน ปรมัติถ์วินัย, นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190523/image_big_5ce675e79fa0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
