<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่านศุลกากรมุกดาหารยึดหน้ากากอนามัยจากเวียดนาม 5.6 หมื่นชิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้หน้ากากอนามัยในประเทศไทยขาดตลาด กลายเป็นสินค้าราคาพุ่งสูง ขบวนการค้าข้ามชาติสบช่องฉวยโอกาสนำหน้ากากอนามัยจากเวียดนาม ลักลอบขนส่งทางชายแดนเมืองมุกดาหาร ศุลกากร ร่วม กอ.รมน.สกัดจับ 2 วันติดต่อ รวม 56,500 ชิ้น มูลค่า 85,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;นายพร้อมชาย สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบนำหน้ากากอนามัยหรือแมสก์ โดยมีนายทุนจากเวียดนามนำเข้ามาที่ประเทศลาว จากนั้นจะส่งทางรถโดยสารระหว่างประเทศมุกดาหาร - สะหวันนะเขต และบางช่วงก็จะลักลอบขนมาทางเรือเล็กข้ามแม่น้ำโขง มาขึ้นตามแนวชายแดนโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร เพื่อส่งต่อไปขายในพื้นที่จังหวัดข้างเคียง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร โดยผ่านช่องทางการขนส่งโดยรถโดยสารระหว่างประเทศและรถบัสประจำทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มนายทุนจากไทย-ลาว-เวียดนาม จะนำเข้าหน้ากากอนามัยที่บรรจุมาเป็นลังใหญ่ ซุกซ่อนรวมกับสัมภาระของผู้โดยสารภายในช่องเก็บของใต้ท้องรถบัส ทะเบียน บก-7979 กำแพงนะคอน กำลังออกจากฝั่งสะหวันนะเขต สปป.ลาวข้ามสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาวแห่งที่ 2 มาหยุดบริเวณตรวจด่านศุลกากรมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นช่องเก็บสัมภาระพบกล่องกระดาษขนาดใหญ่จำนวน 10 ลัง ยี่ห้อ QUOC BAO รวมจำนวน 24,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 120,000 บาท สอบถามพนักงานขับรถ ไม่ทราบผู้เป็นเจ้าของแมสก์ทั้ง 10 ลัง ทราบว่ามีชายนำมาฝากที่รถให้ไปส่งที่ขนส่งผู้โดยสารเมืองมุกดาหารแล้วจะมีคนมารับ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงซ้อนแผนไม่ตรวจยึดแมสก์ทั้ง 10 ลัง หวังรอผู้มารับเพื่อจะได้รวบตัว จึงให้รถบัสดำเนินการตามขั้นตอน โดยนำมาลงไว้ที่ขนส่งผู้โดยสารหวังจับทั้งขบวนการ รอเป็นเวลานานก็ไม่มีใครมารับ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร โดยเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา&amp;nbsp;วันที่ 5 มีนาคม&amp;nbsp;นายพร้อมชาย ได้รับแจ้งจากสายลับอีกว่า กลุ่มนายทุนค้าแมสก์ หลังจากถูกตรวจยึดสินค้าที่ขนส่งมุกดาหาร จึงเปลี่ยนแผนหันมาลักลอบขนส่งทางเรือเล็ก ลำเลียงข้ามแม่น้ำโขงมาขึ้นท่าธรรมชาติตามแนวชายแดน จากนั้นจะใช้รถยนต์ขนมาส่งต่อที่ขนส่งผู้โดยสาร จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารพบกล่องกระดาษขนาดใหญ่จำนวน 13 กล่อง บรรจุแมสก์ ยี่ห้อ KHAN AN อีกจำนวน 32,500 ชิ้น มูลค่าประมาณ 165,000 บาท เตรียมรอขึ้นรถทัวร์ขนส่งนครชัยแอร์มุกดาหาร ปลายทางกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสอบถามพนักงานบริษัทไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ เป็นเพียงของฝากส่งไปกับรถโดยสารจะมีผู้มารับสิ่งของที่ปลายทาง เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดหน้ากากอนามัยทั้ง 2 วัน รวมจำนวน 56,500 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 285,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สินค้าที่ตรวจยึดได้ทั้ง 2 รายการ ด้านข้างกล่องมีตัวอักษรภาษาเวียดนาม&amp;nbsp;เจ้าของสามารถนำเอกสารมาแสดงเป็นเจ้าของเพื่อรับคืนได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ในความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรอันเป็นความผิดตามมาตรา 242 ประกอบกับมาตรา166,167และมาตรา152 ตามพระราชบัญญัติศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59248</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดมุกดาหาร, นายด่านศุลกากรมุกดาหาร, ลักลอบนำเข้าหน้ากากอนามัย, แมสก์, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200309/image_big_5e65ff5c1703c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่านศุลกากรมุกดาการ โชว์ผลงานสกัดสินค้าหนีภาษี 10 เดือนจับ 108 คดี ของกลางมูลค่า 31 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 -&amp;nbsp;นายกฤษฎา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 นายสมยศ กันแตง นายด่านศุลกากรจังหวัดมุกดาหาร ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินการของด่านศุลกากรมุกดาหาร ตามนโยบายปราบปรามสินค้าลักลอบหนีศุลกากร หลีกเลี่ยงอากร เพื่อปกป้องสังคมและสร้างความเป็นธรรมทางการค้า และการจัดเก็บภาษีอากร โดยให้ศุลกากรในพื้นที่เข้มงวดกวดขันในการสืบสวนปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงป้องกันและปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เลียนแบบเครื่องหมายการค้า และของต้องห้าม กำจัดในการนำเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา กล่าวว่า ในเดือนกรกฎาคม 2562 ด่านศุลกากรมุกดาหารได้ร่วมฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ได้ทำการจับกุมสินค้าลักลอบหนีศุลกากรรวม 14 คดี มูลค่าของกลางรวม 2,264 ล้านบาท ได้แก่ สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สินค้าเลียนแบบเครื่องหมายการค้า สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จำพวก เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง แว่นตา กระเป๋า และสินค้าการเกษตรประเภทกระเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในรอบปีงบประมาณปี 2562 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 ถึงปัจจุบันกว่า 10 เดือนด่านศุลกากรมุกดาหารได้ร่วมกับฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สำนักงานศุลกากรที่ 2 ได้ทำการจับกุมกรณีความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 108 คดี มูลค่าของกลางรวมเป็นเงิน 31,470,515 บาท โดยแยกเป็นคดีลักลอบหนีศุลกากรจำนวน 47 คดี และคดีหลีกเลี่ยงอากร หลีกเลี่ยงข้อห้าม ข้อจำกัดและอื่นๆจำนวน 61 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมูลค่าการนำเข้า-ส่งออก ที่ผ่านศุลกากรมุกดาหารห้วงเดือนตุลาคม 2561-มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมามีมูลค่าการค้ารวม 164,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.58 เมื่อเทียบกันในช่วงเดือนกันยายนของปีที่ผ่านมา โดยเป็นมูลค่าการนำเข้า 77,339 ล้านบาท และมูลค่าการส่งออก 86,891 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41922</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายด่านศุลกากรมุกดาหาร, ปราบปรามสินค้าหนีภาษี, สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2, หลีกเลี่ยงอากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d393b84f1c3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิ่งสาวยิ่งลึก! กระเทียมเถื่อนโยง &#039;ด่านศุลกากร&#039; ส่อปฏิบัติมิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.61 - จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหารบุกจับกุมขบวนการลักลอบขนกระเทียมแห้งทางเรือข้ามแม่น้ำโขง จากสปป.ลาวมายังฝั่งบ้านบางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร โดยสามารถตรวจยึดกระเทียมจำนวน 196 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 20 กิโลกรัมและนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ปรากฏว่า ด่านศุลกากรตรวจยึดไว้เพียง 100 กระสอบ แล้วคืนให้ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ที่มาอ้างว่าเป็นเจ้าของ ท่ามกลางความเคลือบแคลงสงสัยว่า มีการตรวจสอบความถูกต้องอย่างรอบคอบหรือไม่ เนื่องจากมีการเข้าตรวจค้นจับกุมได้ในกลางดึกวันที่ 19 กันยายน และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรก็คืนกระเทียมไป 96 กระสอบในช่วงเวลาเดียวกัน โดยไม่เปิดเผยตัวบุคคลและเอกสารอ้างอิงในการนำกระเทียมกลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายสุภาพ วงศ์พัฒนวุฒิ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ในการขออนุญาตนำกระเทียมเข้ามาในราชอาณาจักรมี 2 หน่วยงานด้านสาธารณสุขที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเนื่องจากถือเป็นอาหาร ตามพ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 คือ 1.กองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ 2.กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) โดยมีด่านอาหารและยาที่จุดผ่านแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต ร่วมทำหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบ ป้องกัน และปราบปราม การนำเข้า และส่งออกในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบฐานข้อมูลสถานที่ขออนุญาตนำเข้าหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ของผู้ประกอบการค้ากระเทียมในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ไม่พบว่า บริษัท บริบูรณ์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ได้แจ้งขอมีสถานที่เก็บกระเทียมนำเข้ามาในราชอาณาจักรอยู่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร รวมทั้งบ้านเลขที่ 4 หมู่ 1 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข ได้รับทราบว่าในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร มีผู้ประกอบการนำหนังสืออนุญาตนำอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ไปใช้สวมกระเทียมลักลอบหนีภาษีศุลกากร หมุนเวียนไปมา ซึ่งเป็นการกระทำความผิดและทำให้รัฐเสียหาย ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมในประเทศไทยได้รับความเดือดร้อน จึงได้มีการเข้มงวดในการอนุญาตและมีการตรวจสอบอย่างรัดกุม โดยการขออนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร นอกจากจะต้องแนบหลักฐานเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคล ทะเบียนการค้าหรือทะเบียนพาณิชย์แล้ว ยังต้องมีสถานที่เก็บอาหารที่เหมาะสม ตลอดจนเอกสารต่างๆที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังมีข้อให้ผู้รับอนุญาตพึงปฏิบัติคือ ต้องแสดงใบอนุญาตหรือใบแทนใบอนุญาต แล้วแต่กรณีไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่นำเข้าซึ่งอาหารที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ต้องติดหรือจัดทำป้ายแสดงว่าเป็นสถานที่นำเข้าหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร สถานเก็บอาหาร เป็นต้น ทั้งยังต้องรักษาบริเวณสถานที่เก็บอาหารให้อยู่ในสภาพเดิมตรงตามที่ได้รับอนุญาต ตลอดจน รักษาความสะอาดอยู่เสมอ จัดให้มีแสงสว่าง และการถ่ายเทอากาศอย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากบริษัท บริบูรณ์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ได้ทำการแจ้งขอรับคืนกระเทียมแห้งที่ถูกตรวจค้นจับกุมในพื้นที่บ้านบางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยกล่าวอ้างว่าได้รับอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักรจริง ทั้งที่ไม่ได้มีการขออนุญาตเก็บกระเทียมไว้ในบ้านเลขที่ดังกล่าว และทางกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุขมุกดาหาร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ก็ไม่เคยได้รับแจ้งเช่นกัน การกระทำดังกล่าวจึงถือเป็นความผิดตามมาตรา 20 และ 53 แห่ง พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ให้ความเห็นว่า การที่เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรมุกดาหารปล่อยกระเทียมแห้งจำนวน 96 กระสอบ คืนให้แก่ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท บริบูรณ์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ไปอย่างรวดเร็วในคืนวันที่มีการตรวจค้นจับกุม โดยไม่ตรวจสอบอย่างรัดกุม ทั้งที่มีความไม่ปกติมากมายหลายอย่างทั้งในเรื่องว่า บริษัทดังกล่าวเป็นเจ้าของจริงหรือไม่ ได้ทำการตรวจแยกแยะกระเทียมที่กองรวมกันอยู่ที่ด่านศุลกากรอย่างไรจึงรู้ว่ากระเทียมส่วนใดถูกลักลอบนำเข้า ส่วนใดเป็นของบริษัทที่กล่าวอ้างเป็นเจ้าของ เนื่องจากเป็นกระเทียมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและถูกขนถ่ายเคลื่อนย้ายจากเรือขึ้นมาเก็บในบ้าน และมีการขนใส่รถยนต์จากบ้านมาเก็บไว้ที่ด่านศุลกากรถึง 2 ขั้นตอน ย่อมมีการปะปนกัน การที่ด่านศุลกากรมุกดาหารสามารถแยกแยะกระเทียมและส่งคืนได้โดยทันที จึงเป็นเรื่องที่ไม่นาเชื่อถือว่าจะทำได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สถานที่เก็บกระเทียมแห้งก็ไม่ถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร และกองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงเป็นข้อพิรุธไม่น่าเชื่อว่า กระเทียมแห้งในบ้านหลังดังกล่าวจะเป็นของบริษัท บริบูรณ์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด อีกทั้ง เหตุดังกล่าวยังถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายบท รวมทั้งตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ด้วย การที่ดำเนินการปล่อยผู้ต้องหาและของกลางไป จึงอาจจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการที่ด่านศุลกากรไม่ยอมเปิดเผยตัวบุคคลและเอกสารที่นำมาใช้อ้างอิงและรับกระเทียมแห้งทั้ง 96 กระสอบคืนไป ทำให้สาธารณชนเคลือบแคลงใจว่ามีการปิดบังอำพรางซ่อนเร้นการกระทำความผิดหรือประพฤติมิชอบไว้หรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลักลอบนำเข้ากระเทียมเถื่อนและสิ่งของผิดกฎหมายด้านจังหวัดมุกดาหารมีการทำกันมาอย่างยาวนาน สร้างความเสียหายสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีในแต่ละปีนับร้อยนับพันล้านบาท โดยมีปัจจัยที่หนุนเสริมจากเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องในการป้องกันปราบปราม หลายหน่วยวางเฉยไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ราวกับว่าได้รับผลประโยชน์ด้วย จึงทำให้ขบวนการค้าของเถื่อนในจังหวัดมุกดาหารเป็นขบวนใหญ่ทรงอิทธิพล เมื่อคนในขบวนการค้าของเถื่อนมีปัญหาก็จะมีหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบในพื้นที่ออกหน้ารับเคลียร์ให้ดังที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อสารมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความละเลย ละเว้น วางเฉย ปิดบัง ซ่อนเร้น ไม่โปร่งใส ไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง จึงควรที่รัฐบาลและหน่วยงานผู้บังคับบัญชาในส่วนกลาง ต้องจัดการบังคับให้มีการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเข้มแข็ง และจริงจัง โดยควรล้างบางเจ้าหน้าที่ที่วางเฉย ปล่อยให้มีการกระทำผิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง และให้เจ้าหน้าที่ที่มีความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่จริงจัง เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่รัฐเพิ่มมากขึ้นต่อไปอีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18574</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียมเถื่อนล่องหน, ขนกระเทียมข้ามแม่น้ำโขง, นายด่านศุลกากรมุกดาหาร, บริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด, ลักลอบขนกระเทียมเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bacbf6e1e4af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อพิรุธ! เปิดหลักฐานมัด &#039;ศุลกากร&#039; คืนกระเทียมเถื่อน96กระสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.61 - จากกรณีที่&amp;nbsp;ร.อ.จำรัส บุตรสุรีย์ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับ ร.ท.พรพิทักษ์ กุลงามกิ่ม ผบ.ร้อยทหารพรานที่&amp;nbsp;2110&amp;nbsp;มุกดาหาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้ากระเทียมแห้งจากประเทศ สปป.ลาว โดยใช้เรือหางยาวเหล็กขนาดใหญ่บรรทุกกระเทียมแห้งข้ามแม่น้ำโขงมาส่งที่บริเวณริมฝั่งบ้านบางทรายใหญ่ ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คนช่วยกันแบกขึ้นฝั่งมาเก็บไว้ในบ้านเลขที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านบางทรายใหญ่ ซึ่งอยู่ติดกับตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าทำการจับกุมผู้ลักลอบขนกระเทียมแห้งได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน คือนายไพวัลย์ สุวรรณศรี และนายชัยมงคล ทองผา พร้อมตรวจยึดกระเทียมแห้งจำนวน 196&amp;nbsp;กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กิโลกรัม นำส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเหตุเกิดในช่วงกลางคืนเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฏว่า ด่านศุลกากรมุกดาหารตรวจยึดไว้ดำเนินคดีเพียง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กระสอบ แล้วคืนให้กับผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ที่มาแสดงตนว่าเป็นเจ้าของมีนำเข้ากระเทียมแห้งดังกล่าวโดยเสียภาษีศุลกากรไป&amp;nbsp;96&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;ท่ามกลางความเคลือบแคลงสงสัยว่ามีการตรวจสอบความถูกต้องอย่างรอบคอบหรือไม่&amp;nbsp;เนื่องมีการเข้าตรวจค้นจับกุมในเวลาประมาณ&amp;nbsp;20.00&amp;nbsp;น. ของวันที่&amp;nbsp;19 ก.ย.&amp;nbsp;และเจ้าหน้าด่านศุลกากรก็คืนกระเทียมแห้งไปในคืนวันเดียวกัน ทั้งยังไม่ยอมเปิดเผยตัวบุคคล และเอกสารที่ใช้อ้างอิงแล้วนำกระเทียมกลับไปอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด น.ส.ศรุดา นรสิงห์ พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ตามที่มีผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด มาขอกระเทียมแห้งที่ถูกนำมาตรวจสอบความถูกต้องที่ด่านศุลกากรคืนไปจำนวน&amp;nbsp;96&amp;nbsp;กระสอบ โดยอ้างว่ามีใบอนุญาตนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยถูกต้องนั้น เมื่อตรวจสอบจากหนังสืออนุญาตการขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีนางสาวนลินี&amp;nbsp; คำปาน ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ขออนุญาตจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารเมื่อวันที่&amp;nbsp;18 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการแจ้งย้ายกระเทียมจำนวน&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;กิโลกรัม จากคลังเก็บสินค้าด่านศุลกากรมุกดาหาร ไปยังโกดังเลขที่&amp;nbsp;69&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นคนละบ้านเลขที่กับที่ฝ่ายทหารเข้าไปตรวจค้นจับกุม และเมื่อตรวจสอบสถานที่เก็บกระเทียมตามที่บริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด เคยแจ้งไว้กับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง ก็ไม่ตรงกับเลขที่บ้านหลังที่ถูกตรวจค้นแต่อย่างใด จึงเป็นข้อที่น่าสงสัยว่ากระเทียม&amp;nbsp;96&amp;nbsp;กระสอบอาจจะไม่ใช่ของบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ตามที่กล่าวอ้างว่ามีการนำเข้าโดยถูกต้องตามกฎหมายก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า เป็นที่สังเกตว่ามักจะมีการลักลอบขนกระเทียมแห้งหนีภาษีศุลกากรในห้วงเวลาที่ใกล้ชิดกับวันที่มีการขออนุญาตนำเข้ากระเทียมแห้ง เช่นเดียวกับกับรายบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ที่ขออนุญาตนำกระเทียมแห้งเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่&amp;nbsp;18 ก.ย.ที่ผ่านมา จำนวน&amp;nbsp;750&amp;nbsp;กระสอบ น้ำหนัก&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;กิโลกรัม ถัดมาเพียงหนึ่งวันก็มีการลักลอบนำเข้ากระเทียมแห้งหนีภาษีศุลกากรจากประเทศ สปป.ลาว เข้ามาเก็บไว้ที่บ้านเลขที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านบางทรายใหญ่ และถูกเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมได้ตามที่เป็นข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ศรุดา กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์รับทราบข้อมูลของขบวนการค้ากระเทียมเถื่อนมาโดยตลอด และได้พยายามอุดช่องว่างในทุกด้านเพื่อมิให้มีการนำหนังสืออนุญาตนำกระเทียมเข้ามาในราชอาณาจักร&amp;nbsp;มาใช้สวมกระเทียมเถื่อนที่ลักลอบหนีภาษีศุลกากรให้กลายเป็นกระเทียมนำเข้าถูกต้อง&amp;nbsp;โดยควบคุมให้ผู้ประกอบการแจ้งรายละเอียดของกระเทียมที่นำเข้าเป็นเอกสารครอบคลุมในทุกเรื่อง ทั้ง ชนิด ขนาด เกรด ปริมาณ ระยะเวลา สถานที่ โดยพาหนะที่ทำการขนย้ายก็ต้องระบุหมายเลขทะเบียนชัดเจน ซึ่งทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารยังได้เข้มงวดในการตรวจสอบจำนวนที่นำเข้ามาเก็บในโกดัง จำนวนที่นำออกไปจำหน่าย จำนวนที่คงเหลือ รวมทั้งมีการควบคุมการขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศเริ่มตั้งแต่อยู่ที่ด่านศุลกากรไปยังสถานที่เก็บ และการนำกระเทียมออกนอกเขตจังหวัดก็ต้องได้รับอนุญาตให้ขนย้ายด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยปกติแล้วหน่วยงานที่ตรวจยึด จับกุม ดำเนินคดีในเรื่องกระเทียมลักลอบนำเข้าหนีภาษีศุลกากร จะขอเอกสารควบคุมการขนย้ายกระเทียมจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร เพื่อนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในการตรวจสอบ หรือพิสูจน์การกระทำความผิด เพื่อให้ทราบถึงพฤติกรรมประกอบการพยานหลักฐานที่ชัดเจนในการดำเนินคดี แต่ในกรณีที่มีการดำเนินคดีและคืนกระเทียมแห้งจำนวน&amp;nbsp;96&amp;nbsp;กระสอบกับผู้อ้างตนว่าเป็นเจ้าของนี้ ยังไม่มีหน่วยงานใดร้องขอเอกสารที่เกี่ยวข้องจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารแต่อย่างใด&amp;quot; นางสาวศรุดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีนักกฎหมายให้ความเห็นต่อกรณีนี้ว่า หากตรวจสอบได้ความชัดเจนว่า ผู้ที่มาแสดงตนขอรับคืนกระเทียมแห้งไปทั้งที่ไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน หรือเป็นการลักทรัพย์โดยใช้กลอุบายหลอกให้ผู้อื่นหลงเชื่อจนได้ทรัพย์สินไปในสถานที่ราชการก็ได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ราชการที่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดก็อาจเข้าข่ายเป็นภาคปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18473</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียมหนีภาษี, กระเทียมเถื่อนล่องหน, ทหารจับกระเทียมเถื่อน, นายด่านศุลกากรมุกดาหาร, พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab236ebea04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กระเทียมเถื่อน&#039; ล่องหน96กระสอบ ศุลกากรอ้างเฉยคืนผู้ประกอบการแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระเทียมเถื่อนล่องหน ทหารบุกจับขณะลักลอบขนข้ามแม่น้ำโขงจากฝั่งสปป.ลาวเข้าฝั่งไทยในยามวิกาล แต่ข้องใจจนท.ศุลกากรลงบันทึกตรวจยึดไว้แค่ 100 กระสอบทั้งที่นับได้ 196 กระสอบ นายด่านศุลกากรอ้างส่งคืนผู้ประกอบการมีใบอนุญาตนำเข้ากระเทียม 96 กระสอบ ส่วนกระเทียมของกลางต้องรีบจำหน่ายหวั่นเน่าเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ร.อ.จำรัส บุตรสุรีย์ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับ ร.ท.พรพิทักษ์ กุลงามกิ่ม ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 2110 มุกดาหาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้ากระเทียมแห้งจากประเทศ สปป.ลาว โดยใช้เรือหางยาวเหล็กขนาดใหญ่บรรทุกกระเทียมแห้งข้ามแม่น้ำโขงมาส่งที่บริเวณริมฝั่งบ้านบางทรายใหญ่ ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 20 คน ช่วยกันแบกขึ้นฝั่งมาเก็บไว้ในบ้านเลขที่ 4 หมู่ 1 บ้านบางทรายใหญ่ ซึ่งอยู่ติดกับตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าจับกุมผู้ลักลอบขนกระเทียมแห้งได้ 2 คนคือนายไพวัลย์ สุวรรณศรี และนายชัยมงคล ทองผา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนกระเทียมขึ้นฝั่งโดยเข้าไปเก็บไว้ในบ้านหลังดังกล่าวได้ค่าจ้างกระสอบละ 10 บาท เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านพบกระเทียมแห้งจำนวน 196 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 20 กิโลกรัม จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรมาดำเนินการตรวจสอบ แต่เมื่อมีการนำกระเทียมแห้งดังกล่าวมาเก็บรักษาไว้ที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ทำบันทึกตรวจยึดไว้เพียง 100 กระสอบ น้ำหนัก 1,800 กิโลกรัม โดยมีกระเทียมหายไป 96 กระสอบ ทั้งยังบันทึกน้ำหนักขาดไปกระสอบละ 2 กิโลกรัม ทำให้น้ำหนักกระเทียมแห้งขาดหายไปหลายร้อยกิโลกรัม จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรู้สึกอึดอัดใจที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรทำการบันทึกไม่ตรงกับความเป็นจริง และเกรงว่าหากเป็นการกระทำที่มิชอบจะทำให้ตกเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย เนื่องจากไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรได้ดำเนินการตรวจยึดอย่างถูกต้อง หรือจะทำให้ถูกมองว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเอาของกลางไปโดยไม่ทำการตรวจยึดดำเนินคดีหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประพันธ์ จันทร์ไทยศรี นายด่านศุลกากรมุกดาหาร กล่าวว่า กระเทียมแห้งที่ตรวจยึดและนำมาเก็บไว้ที่ด่านศุลกากรนั้น เป็นขั้นตอนการนำมาตรวจสอบว่าเป็นกระเทียมแห้งที่นำเข้าโดยเสียภาษีศุลกากรถูกต้อง หรือลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย โดยตรวจนับได้จำนวน 196 กระสอบจริง แต่ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้มีผู้รับมอบอำนาจของบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ได้นำหนังสืออนุญาตนำเข้ากระเทียมจากต่างประเทศจำนวน 750 กระสอบ น้ำหนัก 15,000 กิโลกรัม ลงวันที่ 18 กันยายน 2561 มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรว่า กระเทียมที่ถูกนำมาตรวจสอบเป็นกระเทียมแห้งนำเข้าโดยได้รับอนุญาตรวมอยู่ด้วยจำนวน 96 กระสอบ และสอบถามผู้ลักลอบขนกระเทียมที่ถูกจับกุมทั้งสองคน ก็ให้การว่าขนกระเทียมแห้งเข้ามาเก็บไว้ในบ้านเพียง 100 กระสอบ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงได้ทำบันทึกตรวจยึดไว้เพียงจำนวน 100 กระสอบ และคืนให้แก่บริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ไปจำนวน 96 กระสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนที่มีการระบุไว้ในบันทึกการตรวจค้นจับกุมว่ายึดกระเทียมแห้งของกลางจำนวน 100 กระสอบ น้ำหนักรวม 1,800 กิโลกรัม หรือ กระสอบละ 18 กิโลกรัม ทั้งที่ในหนังสือขออนุญาตนำเข้ากระเทียมแห้งบันทึกว่ามีน้ำหนักกระสอบละ 20 กิโลกรัมนั้น เป็นการที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรใช้วิธีคาดคะเนน้ำหนักเอง เพราะเมื่อเก็บไว้นานน้ำหนักก็จะลดลง ซึ่งโดยทั่วไปน้ำหนักกระเทียมแห้งก็จะอยู่ระหว่างกระสอบละ 18-20 กิโลกรัม ทั้งนี้ กระเทียมของกลางที่ตรวจยึดได้จำหน่ายออกไปแล้ว เหตุที่ต้องจำหน่ายโดยทันทีหลังการตรวจยึดเพราะเป็นสิ่งของที่เน่าเสียได้ง่าย โดยเป็นการจำหน่ายให้กับส่วนราชการ ไม่ได้จำหน่ายให้กับผู้ประกอบการค้ากระเทียม เพื่อป้องกันการนำมาหมุนเวียนในตลาดอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคดีดังกล่าวทางศุลกากรมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาอย่างเต็มที่ว่าร่วมกันกระความผิดโดยนำกระเทียมแห้งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังไม่เสียภาษี ยังไม่ได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ และยอมยกกระเทียมแห้งของกลางจำนวน 100 กระสอบ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน และยินยอมเสียค่าปรับสองเท่าของราคากระเทียมแห้งรวมเป็นจำนวนเงิน 86,400 บาท คดีจึงเป็นอันระงับไม่ต้องส่งฟ้องต่อไป ส่วนใครเป็นผู้มารับกระเทียมทั้ง 96 กระสอบ และใช้เอกสารใดมาแสดงความเป็นเจ้าของที่นำเข้าโดยผ่านศุลกากรโดยถูกต้องไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเป็นคนตรงไปตรงมาไม่มีนอกมีใน ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายทุกอย่าง และหากพบว่ามีผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าไปเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจะดำเนินการทางคดีและทางวินัยอย่างเด็ดขาดทันที&amp;quot;&amp;nbsp;นายประพันธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่ร่วมตรวจค้นจับกุมยังคงตั้งข้อสงสัยว่า การระบุน้ำหนักให้น้อยลงจากน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ตามปกติและมีระบุในเอกสารขออนุญาตนำเข้าว่ากระสอบละ 20 กิโลกรัม ให้เหลือเพียง 18 กิโลกรัม จนทำให้น้ำหนักขาดหายไปหลายร้อยกิโลกรัม โดยไม่ทำการชั่งน้ำหนักให้ตรงกับความเป็นจริงจะเป็นการช่วยเหลือให้ผู้ลักลอบขนกระเทียมแห้งให้ได้รับโทษหรือเสียค่าปรับน้อยลง และการรีบคืนกระเทียมแห้งให้แก่ผู้อ้างตนเป็นเจ้าของกระเทียมโดยทันทีทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ตามหลักวิชาการ หรือตรวจสอบเอกสารกำกับที่แสดงชนิด ขนาด แหล่งที่มา และสถานที่จัดเก็บอย่างชัดเจนว่ากระเทียมแห้งที่กองอยู่รวมกันในบ้านหลังเกิดเหตุในขณะเข้าตรวจค้น มีวิธีการพิสูจน์หรือแยกแยะอย่างไรว่าส่วนใดเป็นการลักลอบ และส่วนใดนำเข้าโดยผ่านศุลกากร จะเป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18402</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียมเถื่อนล่องหน, กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย, ขนกระเทียมข้ามแม่น้ำโขง, จังหวัดมุกดาหาร, ทหารจับกระเทียมเถื่อน, นายด่านศุลกากรมุกดาหาร, ลักลอบขนกระเทียมเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180925/image_big_5ba9fb527a378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
