<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องใช้ยาแรง!ส.ส.พัทลุงปชป.เสนอแนวทางฟื้นฟูการบินไทยยังอยู่คู่ประเทศไทยโดยไม่ขาดทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.63-นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง ฟื้นฟูการบินไทย ต้องใช้ยาแรง มีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากรายงานข่าว ถึงความพยายามในการฟื้นฟู &amp;quot;การบินไทย&amp;quot; ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลของหลายฝ่าย ว่าจะอีหรอบเดิมอีก คือสูญเงินไปเปล่าๆ หรือทำให้การขาดทุนสะสมมากเข้าไปอีก เพราะการบินไทยขาดทุนมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ยกตัวอย่าง ปี 2562 ขาดทุนไป 12,017 ล้านบาท มาถึงปีนี้ 2563 ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 คาดว่าขาดทุนถึงเกือบ 60,000 ล้านบาท ในกรณีต้องหยุดบินถึงเดือนมิถุนายน 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รมช.คมนามคม นายถาวร เสนเนียม ผู้รับผิดชอบบริหารรัฐวิสาหกิจแห่งนี้ ได้เห็นปัญหาจึงตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อตรวจสอบปัญหาการบริหารที่ทำให้การบินไทยมีขาดทุน พร้อมกับข่าวการบินไทยเสนอแผนฟื้นฟู โดยจะขอให้ ครม.อนุมัติให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้การบินไทย วงเงิน 5.4 หมื่นล้านบาท เพื่อชำระหนี้ที่ครบกำหนดชำระในปีนี้ ส่วนที่เหลือจะเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงาน รวมถึงการจ่ายเงินเดือนพนักงาน ส่วนแผนฟื้นฟูการบินไทยระยะที่ 2 คือ การเพิ่มทุน 8 หมื่นล้านบาท และการปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่แสนล้านบาท แต่แผนหื้นฟูดังกล่าวเกิดความไม่มั่นใจจากหลายฝ่าย แม้แต่นายกรัฐมนตรีเอง จนถึงได้พูดว่าการฟื้นฟูครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเองเห็นด้วยกับการช่วยพยุงการบินไทยเพื่อให้ยังคงดำเนินกิจกรรมต่อไปได้ แต่ควรฟังการวิพากษ์วิจารณ์ และข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย หากพบว่าปัญหาใหญ่เกิดจากการบริหารผิดพลาด ก็ให้เฟ้นหามืออาชีพเข้ามาบริหาร เพราะหลายรัฐวิสาหกิจของประเทศไทยที่บริหารโดยคนไทยก็มีกำไร เช่น ปตท. การประปานครหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ธนาคารออมสิน&amp;nbsp; หากพบว่าปัญหาเกิดจากการทุจริต ก็ให้ตั้งบอร์ดที่การันตีความซื่อสัตย์สุจริตในระดับนายนาม ยิ้มแย้ม นายวิชา มหาคุณ หรือต้องประมาณนี้ หากจะตั้งกรรมการขึ้นมาหาข้อเท็จจริงในประเด็นทุจริตก็ต้องระดับไม้บรรทัดเรียกพี่ อย่างนางสาวสุภา ปิยะจิตติ นางสุวณา สุวรรณจูฐะ หรือ พล.ต.อ. สถาพร หลาวทอง คนใดคนหนึ่งต้องอยู่ในกรรมการ หรือจะบุคคลภายนอกถ้ากล้าพอ ก็ลองตั้งนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ&amp;nbsp; นายศรีสุวรรณ จรรยา นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ นายวัชระ เพชรทอง หรือ นายวีระ สมความคิด หรือให้บุคคลในภาคประชาชนเข้ามาร่วมตรวจสอบให้มากขึ้น เพราะ &amp;quot; ฟื้นฟูการบินไทย ต้องใช้ยาแรง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา เชื่อว่ากรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร (กมธ.)ทำเรื่องนี้ได้ดีในหลายคณะ นอกเหนือจาก กมธ. คมนาคม ที่รับผิดชอบตรงอยู่แล้ว หรือจะให้ตั้ง กมธ. วิสามัญขึ้นมาพิจารณาศึกษาเรื่องนี้เป็นการเฉพาะก็ไม่เลวครับ เพื่อให้การบินไทยยังอยู่คู่ประเทศไทย (โดยไม่ขาดทุน)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65357</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.วิสามัญ, การบินไทย, นายถาวร เสนเนียม, นายนริศ ขำนุรักษ์, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb4d4b39632c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศักดิ์สยาม”ฟิตจัดลงพื้นที่รับฟังปัญหาจราจรติดขัดถนนพระราม2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ก.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมพร้อมด้วยนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ถนนพระราม 2 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อรับฟังปัญหาหลังชาวบ้านร้องเรียนถึงความเดือดร้อนจากการก่อสร้างปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 35 ตอน ทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เอกชัย เพื่อแก้ปัญหาจราจรให้ประชาชนเดินทางสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า หลังรับฟังปัญหาทราบว่าโครงการปรับปรุงทางหลวงดังกล่าวเซ็นสัญญาปี 2561 เเละจะสิ้นสุดในปี 2563 ทราบว่าก่อนทำสัญญาบริเวณดังกล่าวมีรถไม่หนาเเน่นเท่าหลังทำสัญญา ทำให้เเผนคลาดเคลื่อน ทำให้ขณะนี้ภาพรบมก่อสร้างเเล้วเสร็จเเค่ 38% เเต่ล่าช้ากว่า 18%เพราะต้องเคลื่อนย้ายสาธารณูปโภค เเต่กรมทางหลวงไม่ได้นิ่งนอนใจ จะเร่งให้เสร็จภายในปลายปี 2563 ให้ได้เเละขณะนี้ก็จัดการปัญหาเรื่องสาธารณูปโภคได้เรียบร้อยเเล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนสาเหตุปัญหาในพื้นที่ก่อสร้างพบว่าดินนิ่ม จึงจำเป็นต้องใช้ทรายถมเพื่อให้เเข็งเเรง โดยต้องใช้เวลาให้ดินเซ็ตตัวให้เเข็งเเรงประมาณ 160 วัน จึงอาจส่งผลต่อความล่าช้าในการทำทาง ทำให้เกิดรถติดหนัก โดยเฉพาะบริเวณหน้าวัดพันท้ายนรสิงห์ จึงมีเเนวทางในการแก้ปัญหา 2 แนวทาง ได้แก่ 1.บรรเทาความเดือดร้อนด้านจราจร คือผู้ว่าราชการเเละเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอความร่วมมือบริษัทการขนส่งที่ใช้รถบรรทุกใหญ่ให้ออกเดินทางหลังช่วงเวลาเร่งด่วน เเละให้รถใหญ่ยูเทิร์นรถถัดไปอีก 1 กม.จากจุดเดิม ขณะที่เรื่องผิวจราจร ภายใน 2 สัปดาห์จะสามารถเลื่อนผิวจราจรจากจุดเดิมไปจุดถัดไปได้ เเละ2.ปรับขั้นตอนการก่อสร้าง ไม่ให้เปิดหน้างานตรงกันต่อไปจะเปิดให้ห่างกันจะได้ไม่เกิดภาวะคอขวด รวมถึงให้ทำป้ายบอกทางจราจรให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าระยะทางเเค่ 11 กิโลเมตรทำไมต้องมีบริษัทรับเหมาถึง 3 บริษัทมองว่าเพื่อความรวดเร็วในการทำงาน ส่วนที่มีข้อร้องเรียนว่า 1 ใน3 บริษัทเคยรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่เเต่ทำงานล่าช้าเเล้วยังได้รับอนุญาตให้มาก่อสร้างอีก เรื่องนี้ตนจะตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่ได้ให้ข้อเสนอ ตั้งกรรมการทุกภาคส่วนเพื่อบูรณาการร่วมกัน ตนจึงได้มอบหมายจังหวัดให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อเร่งรัดการทำงาน ซึ่งในอนาคตในพื้นที่ดังกล่าวทราบว่าจะมีการสร้างทางยกระดับเเละทางด่วนอีก จึงต้องติดตามเเละดูเเลงาน ซึ่งในสัปดาห์หน้าตนก็จะลงพื้นที่นี้อีก ส่วนประเด็นการปรับเปลี่ยนเเบบการก่อสร้างหรือปรับขนาดผิวถนนจนทำให้เกิดการล่าช้านั้นมองว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอภิชาติ ไพรรุ่งเรืองประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวระหว่างมารอเพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งไขปัญหา ว่า สหพันธ์ฯ พร้อมสมาชิก 10 สมาคม ได้รับผลกระทบจากการใช้เส้นทางพระราม 2 เป็นอย่างมาก &amp;nbsp;ทำให้การเดินทางตรงจากกรุงเทพฯ มายังบริเวณซอยพันท้ายนรสิงห์ใช้เวลาในการเดินทางถึง 2 ชม. จากเดิม 45 นาที เท่านั้น และหากต้องการเลี่ยงเส้นทางพระราม 2 โดยอ้อมไปใช้ถนนเพชรเกษม ทำให้ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น 700-800 บาท/เที่ยว/คัน โดยใน 1 วันจะมีรถบรรทุกใช้เส้นทางพระราม2 ประมาณ 1,000 คัน จากรถทั้งหมดของสมาพันธ์ฯ200,000 คัน หรือประมาณ 700,000 บาท/วัน และโดยเฉลี่ยแล้วจะทำให้ต้นทุนในส่วนของน้ำมันรถบรรทุกสูงขึ้น20-30% ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งต้องปรับเพิ่มค่าจ้างกับผู้ว่าจ้างเพื่อให้คุ้มค่าขนส่ง และผู้ว่าจ้างก็จะผลักภาระไปยังผู้บริโภคเป็นทอด ๆซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าบางอย่างต้องสูงขึ้นตามต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สมาพันธ์ฯ เห็นด้วยกับการปรับปรุงถนนดังกล่าวแต่ต้องทำอย่างอย่างมีแบบแผน บูรณาการกันทุกหน่วยงาน ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน เป็นหลัก ขณะที่การตั้งด่านของตำรวจก็ไม่ควรตั้งในเส้นทางนี้เพราะปกติก็ติดขัดอยู่แล้ว และหน่วยงานควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง&amp;quot; นายอภิชาติ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41517</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายถาวร เสนเนียม, รมว.คมนาคม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d3418cce1434.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2019 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2019 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ถาวร&#039;แบะท่า&#039;ปชป.&#039;ร่วมรัฐบาล&#039;พปชร.&#039;ได้อ้าง&#039;บิ๊กตู่&#039;มาตามระบอบปชต.แล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.62-นายถาวร เสนเนียม ผู้สมัครส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีข่าวเนชั่นกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคหลังพ่ายการเลือกตั้งว่า &amp;nbsp;เป็นเยี่ยงอย่างของนักการเมืองเมื่อลั่นวาจาไว้อย่างไรในฐานะผู้นำองค์กรก็ต้องแสดงสปิริต และเชื่อว่าในพรรคยังมีคนที่สามารถทำหน้าที่ได้อีก โดยนายอภิสิทธิ์จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับหัวหน้าพรรคคนใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวร กล่าวถึงการจับมือกับพรรคต่างๆ เพื่อร่วมรัฐบาลในอนาคตว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีผู้ชี้นำและไม่มีใครเป็นเจ้าของพรรค ดังนั้นจะต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมพรรคว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ในอุดมการณ์ของพรรคข้อหนึ่งกำหนดว่า เราจะต้องปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต้องยึดถือตามรัฐธรรมนูญ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามติ 16 ล้านกว่าเสียง และถูกเสนอชื่อเป็นอันดับหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐ ตนเห็นว่าก็อยู่ในอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว และคิดว่าจะต้องพูดคุยกันอย่างรอบคอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แนวทางของเราคงไม่ยึดติดกับพล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น อาจจะมีคนอื่นที่อยู่ในแนวทางของอุดมการณ์พรรค นอกจากนี้ตามอุดมการณ์ของเราต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ เพราะฉะนั้นคนที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกฯต้องไม่อยู่ในแนวทางการทุจริต โดยเฉพาะพรรคที่ถูกตรวจสอบว่ามีการส่อทุจริตหรือเป็นพรรคเหล้าเก่าในขวดใหม่ ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องพิจารณาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ตามอุดมการณ์พรรคต้องไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่ใช่หรือไม่ นายถาวร กล่าวว่า สำหรับพรรคเพื่อไทยเราไม่ร่วม ส่วนอนาคตใหม่ต้องพิจารณาในรายละเอียด เช่น การเสนอแก้ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 ตนรับไม่ได้ เพราะเห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่เชิดชูและทุกประเทศประมุขของรัฐมีกฎหมายที่จะต้องปกป้องศักดิ์ศรี คุ้มครองประมุขของรัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32188</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้ง, นายถาวร เสนเนียม, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร่วมรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58654d48d15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ถาวร”ปราศรัยจัดหนักย้อนหลังปฏิวัติ3ครั้งเหตุรัฐบาลทุจริตซัดยุคทักษิณโกงมหาศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22มี.ค.62-เมื่อเวลา 20.30 น.คืนวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา นายถาวร เสนเนียม ผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 6 สงขลา หมายเลข 9 ได้เปิดเวทีปราศรัยที่ตลาดบ้านคลองแงะ ต.พังลา อ.สะเดา จ.สงขลา โดยมีประชาชนชาวคลองแงะ และหมู่บ้านใกล้เคียง กว่า 100 คน นั่งฟังการปราศรัยเวทีเล็กในครั้งนี้ โดย นายถาวรฯได้ยกเรื่องการปฏิวัติ 3 ครั้งที่ผ่านมา ปราศรัย โดยย้อนหลังไปสัก 3 ครั้ง ในปี 2534 ยุคพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ ปรากฎว่าถูกปฏิวัติโดยเขาอ้างว่ายุคนั้นเกิดเหตุการณ์บุฟเฟ่ต์คาบีเนต บุฟเฟ่ต์ก็คือ กินกันทั้งคณะรัฐมนตรี บุฟเฟ่ต์ก็คือแย่งตักกินเวลาพี่น้องไปงานแรงงานมีอาหารอยู่ 4 &amp;ndash; 5 ที่ ตักได้ตักเอากันนั้นแหละบุฟเฟ่ต์ &amp;nbsp;คาบีเนต ก็คือกลุ่มคณะรัฐมนตรี ถ้าพูดแบบคำพูดไม่สุภาพ แย่งกันแดก แย่งกันแตกเลือดแย่งกันแดกจนกลายเป็นถูกปฏิวัติ ไงพี่น้อง นั้นครั้งที่ 1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวร กล่าวต่อว่า ประชาธิปไตยไม่สุจริต ทหารก็มาแย่งการปกครองระบบประชาธิปไตยจากพี่น้องไปเข้าสู่ระบบเผด็จการ พอครั้งที่ 2 &amp;nbsp;วันที่ 19 ก.ย.ปี พ.ศ.2549 คนหน้าเหลี่ยมๆที่ผมพูดถึงโกงทั้งโคตร หรือไอ้โคตรโกง ถูกกล่าวว่าทุจริต ข้อ 2 ก็คือ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จวบจ้วงสถาบัน 3 ก็แทรกแซงองค์กรอิสระๆก็คือคณะกรรมการเลือกตั้ง ที่ผมฟ้องแล้วก็ติดคุกไป 3 คน อีกคนตาย อีกคนผมถอนฟ้องให้เพราะมันมาขอโทษผม เหลือ 3 คน ติดคุก มี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตผู้ว่าสงขลา วีระชัย แนวบุญเนียร อดีตอธิบดีกรมการปกครองพวกนั้นติดคุกโกงการเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การปฏิวัติครั้งนี้โดยพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ปฏิวัติเสร็จตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลทักษิณพบการกระทำความผิดโกงมากมาย คดีที่ตัดสินแล้ว เช่น ผัวมีอำนาจเป็นนายกรัฐมนตรีปล่อยให้เมียได้มีโอกาสซื้อที่ดินของกระทรวงการคลังในราคา 700 กว่าล้าน ที่ถนนเทียมร่วมมิตรสี่แยกพระราม 9 ต่อมาเมื่อยึดกลับมาเอาไปขายได้สองพันกว่าล้าน ทักษิณ ก็ติดคุกไปเพราะเมียได้พึ่งตำแหน่งของผัวและได้ซื้อที่ดินในราคาถูก ทักษิณ ก็เที่ยวแก้ตัว เฉลิม อยู่บำรุง ก็เที่ยวชี้แจงว่าผัวซื้อ เมียซื้อ ผัวเซ็นยินยอม ติดคุกได้ยังไง บอกถ้าซื้อขายกันอย่างปกติไม่เป็นไร แต่ซื้อขายที่ใช้บารมีผัว ให้เมียได้ซื้อของในราคาถูก ตอนหลังเขาไปขายได้สองพันกว่าล้าน มันซื้อแค่ 700 กว่าล้าน อย่างนี้เป็นการทุจริตแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อตัวเองและเพื่อผู้อื่น&amp;quot;นายถาวร กล่าวอย่างดุเดือด
&amp;nbsp;ต่อจากนั้นนายถาวร ก็ได้ปราศรัยชูนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31951</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, นายถาวร เสนเนียม, บุฟเฟ่ต์คาบิเนต, ปฏิวัติ3ครั้ง, พล.ต.อ.วาสนา เพิ่งลาภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190322/image_big_5c9436460f30d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ให้โอกาส&#039;ถาวร-วิทยา&#039;ลงเลือกตั้งได้&#039;มาร์ค&#039;ขู่ใครทำอีกโทษหนักถึงพ้นสมาชิกพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.61 -&amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปชป. แถลงภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค กรณีที่นายถาวร เสนเนียม อดีตส.ส.สงขลา เปิดบ้านให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ปราศรัยและสมัครสมาชิก รวมถึงนายวิทยา แก้วภารดัย อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช ที่ร่วมเดินหาสมาชิกพรรคกับรปช. ว่า ตั้งแต่ทราบเรื่องไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะการเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ลักษณะนั้นอาจก่อให้เกิดความสับสนในหมู่สมาชิก และประชาชนอาจสงสัยว่าเหตุใดทั้งสองท่านจึงไปอยู่ในกิจกรรมของพรรคการเมืองอื่น เพราะโดยพื้นฐานการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ก็ต้องสนับสนุนทุ่มเทให้กับพรรคนั้น การไปอยู่ในกิจกรรมพรรคการเมืองอื่นๆ ย่อมกระทบต่อพรรคปชป. จึงได้ให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ตรวจสอบเรื่องนี้ โดยนายนิพิฏฐ์ ได้รายงานว่า ทั้ง 2 กรณี เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ตนได้พูดคุยกับทั้งสองคนแล้ว และได้อธิบายว่าปชป.มีจุดยืนชัดเจน ไม่มีแนวคิดไปฮั้วพรรคการเมืองใด ดังนั้นการกระทำใดที่จะทำให้สับสน ไขว้เขว ก็ไม่ควรกระทำ ซึ่งทั้งสองท่านยอมรับจุดยืนของพรรค แต่การกระทำที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้ระมัดระวังเท่าที่ควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก ดังนั้น ทางกก.บห.จึงมีมติว่า หากมีสมาชิกพรรคไปทำกิจกรรมใดๆร่วมพรรคอื่น ก่อให้เกิดผลกระทบกับการแข่งขันทางการเมืองต่อพรรคปชป. จะมีการดำเนินการลงโทษตามข้อบังคับพรรค คือ ไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง และถ้ากรณีร้ายแรงก็ให้สิ้นสมาชิกภาพ ดังนั้นถือว่ากรณีของนายถาวรและนายวิทยาได้จบลงแล้ว ต่อไปสมาชิกจะต้องปฏิบัติตามมติกก.บห.อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ทั้งสองท่านก็ยังคงมีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ เพราะได้คุยกันและเรื่องนี้ยุติแล้ว แต่หากมีการทำอีกครั้งก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคปชป. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นหลายคนมองว่าพรรครปช.เป็นสาขาของพรรคปชป. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคปชป.ไม่มีสาขา อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลกระทบของการหยั่งเสียงหัวหน้าพรรค เนื่องจากก่อนที่จะประกาศผลหยั่งเสียง ผู้สมัครทั้ง 3 ฝ่ายรับทราบอยู่แล้วว่า 32,000 คะแนนที่ตัดออกไปนั้น &amp;nbsp;เนื่องจากตรวจพบว่าเลขบัตรประชาชนเลขเดียวมีการลงคะแนนหยั่งเสียงหลายครั้ง รวมทั้งการใช้แอพลิเคชั่นหยั่งเสียงที่ต้องถ่ายรูปหน้าลงคะแนน กลับมีแต่ภาพห้องครัว มะนาว สุนัข แมว และอื่นๆ ดังนั้น ทางกกต.พรรคจึงต้องตัดทิ้ง เพราะไม่ตรงกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าแนวทางที่ทำอยู่ในตอนนี้เป็นการประนีประนอม นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า ไม่ได้พูดถึงการประนีประนอม แต่พูดถึงของการเปิดโอกาส มีกระบวนการ มีความชัดเจน และบุคคลทั้งสองไม่ได้โต้แย้ง อีกทั้งยังยอมรับจุดยืนของพรรคด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า เกรงว่าจะมีระเบิดเวลาที่ยังอยู่ในพรรคอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีก็แก้ไขได้ ไม่กล้าพูดว่าจะไม่มีเรื่องนี้ แต่แม้ว่าจะตัดสินใจเรื่องนี้เป็นอย่างอื่น ก็ใช่ว่าเรื่องระเบิดเวลามันจะไม่มีอีก แต่จากการที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก และกลุ่มที่สนับสนุน 4-5 คน ต่างยืนยันจะว่าอยู่กับพรรคและสนับสนุนการทำงานของพรรค ตนมั่นใจว่าพาพรรคจะขับเคลื่อนไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22444</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายถาวร เสนเนียม, นายวิทยา แก้วภารดัย, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf528a6b6c2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ถาวร-หมอวรงค์&#039; ดอดพบ &#039;มาร์ค&#039; เคลียร์ปมเปิดบ้านรับกำนัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 07.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;นายถาวร เสนเนียม อดีตส.ส.สงขลา และนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ห้องทำงานชั้น 2 อาคารควง อภัยวงศ์ เพื่อชี้แจงกรณีที่นายถาวร เปิดบ้านพักที่จังหวัดสงขลา ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ปราศรัยและรับสมัครสมาชิกพรรค รปช. เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ร้องเรียนผ่านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคใต้ นำไปสู่การสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการหารือเกือบ 1 ชั่วโมง นายถาวรและนพ.วรงค์ เดินลงจากชั้น 2 อาคารควง อภัยวงศ์ &amp;nbsp; ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยนายถาวร โบกมือให้ผู้สื่อข่าวในทำนองไม่ให้สัมภาษณ์ ก่อนจะพากันเดินเข้าร้านกาแฟบริเวณที่ทำการพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ได้พูดคุยกันแล้ว แต่รายละเอียดขอให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้ให้ข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นพ.วรงค์ กล่าวว่า เข้าใจกันหมดแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร และยืนยันที่จะทำงานการเมืองในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป เพราะคือพรรคของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายถาวรและนพ.วรงค์ เข้าพบนายอภิสิทธิ์ มีอดีตส.ส.กลุ่มเพื่อนหมอวรงค์ รออยู่ด้านล่าง ทั้งนายสมบัติ ยะสินธุ์ อดีตส.ส.แม่ฮ่องสอน นายศุภชัย ศรีหล้า อดีตส.ส.อุบลราชธานี นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีตส.ส.สงขลา และนายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีตส.ส.ระยอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย กล่าวว่า การเดินทางมาพรรคครั้งนี้ไม่ได้เป็นการมาเพื่อให้กำลังใจนายถาวร แต่เป็นการมายืนยันว่าพร้อมทำงานสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22427</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นายถาวร เสนเนียม, นายศุภชัย ศรีหล้า, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, พรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a280b8d61f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2018 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2018 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ถาวร&#039;ว่าอย่างไร!&#039;นิพิฏฐ์&#039;เปรียบแม้เป็นเพื่อนเมื่อขึ้นชกก็ต้องชกกันให้สมศักดิ์ศรีหากฮั้วกันต้องไล่ลงจากเวที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.61 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า &amp;quot;ถ้าเราแยกเรื่องส่วนตัว กับเรื่องส่วนรวมไม่ออก มันก็ลำบาก สังคมจะสับสน นักมวยแม้เป็นเพื่อนกันแต่เมื่อถึงคราวขึ้นชกมันก็ต้องชกกันให้สมศักดิ์ศรี น็อคได้ก็ต้องน็อค ชนะได้ก็ต้องเอาชนะ หากชนะได้แต่ไม่เอาชนะเขาเรียกฮั้วกันหรือล้มมวย อย่างนี้ต้องไล่ลงจากเวที&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสต์ของนายนิพิฏฐ์ &amp;nbsp;มีขึ้นหลังได้รับมอบหมายจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป. ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ถูกกล่าวหาว่าเปิดบ้านพักให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ดำเนินการรับสมัครสมาชิกพรรค รปช.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22141</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันสุเทพ, นายถาวร เสนเนียม, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ประชาธิปัตย์, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, รปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa08c94a0b62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
