<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมตั้งกก.พิเศษ ล้างหนี้นอกระบบ รัฐบาลลั่นคนจนต้องหลุดพ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รัฐบาลขึงขังประกาศล้างนายทุนเงินกู้นอกระบบ เตรียมตั้งคณะกรรมการถาวรสางปัญหาทั่วประเทศ รับข้อร้องเรียนใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์จบ เผยตั้งแต่ 61 ถึงปัจจุบัน ช่วยเหลือลูกหนี้ได้แล้ว 2.5 หมื่นราย จับกุมผู้กระทำผิด 6 พันราย อนุมัติสินเชื่อ 7 พันล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 กันยายนนี้ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ และได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน โดยมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.การจัดการเจ้าหนี้นอกระบบ มีพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 ซึ่งเพิ่มโทษกับเจ้าหนี้นอกระบบ และเปิดช่องทางให้เจ้าหนี้นอกระบบสามารถจดทะเบียนเป็นผู้ให้สินเชื่อในระบบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ ลูกหนี้สามารถร้องทุกข์และขอคำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบได้ที่จุดให้คำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบ ที่ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกสาขา ซึ่งจะช่วยประสานคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบในทุกจังหวัด เพื่อช่วยเจรจาระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ 3.จัดหาแหล่งเงินในระบบให้ เมื่อไกล่เกลี่ยจนมูลหนี้เป็นธรรมแล้ว ซึ่งลูกหนี้สามารถที่จะขอสินเชื่อในระบบได้ โดยรัฐบาลได้สนับสนุนให้มีสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ (PICO Finance) ซึ่งเป็นสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ฟื้นฟูศักยภาพลูกหนี้ สำหรับลูกหนี้ที่ยังมีความสามารถในการชําระหนี้ตํ่าเกินไป คณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการหารายได้ของลูกหนี้นอกระบบในทุกจังหวัด จะช่วยฟื้นฟูอาชีพ ปลูกฝังความรู้และวินัยทางการเงิน อบรมอาชีพ หรือพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน 5.สร้างภูมิคุ้มกัน ภาครัฐจะพัฒนาเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชนให้ทําหน้าที่ทดแทนเจ้าหนี้นอกระบบ หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน รวมทั้งจัดทําฐานข้อมูลหนี้นอกระบบ เพื่อใช้กําหนดนโยบายที่เหมาะสมและตรงเป้าหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดากล่าวว่า ผลการดำเนินงานช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มีการช่วยเหลือลูกหนี้ให้ได้รับทรัพย์สินคืนแล้ว 25,044 ราย คิดเป็นโฉนดจำนวน 21,304 ฉบับ จับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบและผู้ติดตามทวงถามหนี้โดยวิธีการผิดกฎหมายจำนวน 6,002 ราย และการให้แหล่งเงินในระบบพิโกไฟแนนซ์ มียอดสินเชื่ออนุมัติสะสมจำนวน 269,880 บัญชี รวมเป็นจำนวนเงิน 7,018.34 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการพิเศษที่มีลักษณะเป็นการถาวร เพื่อรับผิดชอบการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนทั่วประเทศ ตั้งเป้าไว้ว่าข้อร้องเรียนต่างๆ จะใช้เวลาแก้ปัญหาไม่เกิน 1 สัปดาห์&amp;quot; น.ส.รัชดาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะ คือ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ศปน.ตร.) มีภารกิจในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลหรือบุคคลที่ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย หรือมีลักษณะเป็นการทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบประชาชน นับจากเริ่มดำเนินการเมื่อ 8 มิถุนายน 2563 จนถึงปัจจุบัน ได้รับแจ้งจำนวนทั้งสิ้น 1,947 เรื่อง ดำเนินการเสร็จสิ้น 1,548 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 399 เรื่อง จับกุมผู้ต้องหา 1,090 ราย ของกลางรถยนต์ รถจักรยานยนต์ 245 คัน โฉนดที่ดิน 87 ฉบับ เงินสดกว่า 1,300 ล้านบาท บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง 1,373 คดี ไกล่เกลี่ยประนีประนอมจำนวน 105 เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน สามารถร้องทุกข์ได้ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โทร.0-2234-1068 หรือแจ้งร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง โทร.สายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะช่วงของการระบาดของโควิด-19 การขูดรีดดอกเบี้ยจากเจ้าหนี้ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนให้หนักหนาขึ้นไปอีก จึงได้วางแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการและครอบคลุมหลายด้าน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และเน้นย้ำให้การรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ ต้องมีคำตอบให้ประชาชนถึงความคืบหน้า โดยรัฐบาลกำหนดเป้าหมายระยะยาวที่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้หลุดพ้นจากปัญหาของหนี้นอกระบบ ส่งเสริมการเข้าถึงหนี้ในระบบ และพัฒนาความสามารถในการบริการจัดการหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77326</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการถาวรสางปัญหา, ช่วยเหลือลูกหนี้, นายทุนเงินกู้, นายทุนเงินกู้นอกระบบ, ล้างหนี้นอกระบบ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5e0f5560c7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โพลจุฬาฯเผยสภาพคล่องคนไทยช่วงโควิดต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบโรงรับจำนำร้านทองยืมเพื่อนญาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.63- ศาสตราจารย์ ดร. ปาริชาต สถาปิตานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่าภาควิชาการประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ ดำเนินการศึกษาความคิดเห็นประชาชนในตัวเลือกหรือทางออกของสภาพคล่องทางการเงิน ในช่วงที่สังคมไทยเผชิญสถานการณ์ไม่ปกติ จากกรณีโควิด-19 จำนวน 1,200 ตัวอย่างจากทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสำรวจเน้นประเด็นการรับรู้ พฤติกรรมการเลือกใช้บริการ ตลอดจนทัศนคติต่อตัวเลือกหรือสภาพคล่องทางการเงิน โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจโดยการพัฒนาแบบสอบถามซึ่งอิงหลักคิดทางวิชาการด้านการประชาสัมพันธ์ และเน้นในมิติการวัดการรับรู้ผลการสื่อสารองค์กรและแบรนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าห่วงคือ ผลจากการสำรวจ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.5 ต้องพึ่งพาหาสภาพคล่องจากเงินกู้ในระบบ รองลงมาคือ ร้อยละ 21.2 ต้องพึ่งพาหาสภาพคล่องจาก ทั้งเงินกู้ในระบบ และ นอกระบบ ในขณะที่ ร้อยละ 4.1 พึ่งพาเงินกู้นอกระบบอย่างเดียว และร้อยละ 9.2 ระบุอื่น ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณา คือ เมื่อให้ระบุแหล่งในการเลือกใช้บริการตัวเลือกหรือทางออกของสภาพคล่องทางการเงิน พบว่าอันดับที่ 1 เลือกใช้บริการโรงรับจำนำอีซี่ มันนี่ ร้อยละ 53.2 อันดับที่ 2 ยืมเพื่อนหรือญาติร้อยละ 46.1&amp;nbsp; อันดับที่ 3 ร้านทอง ร้อยละ 42.9 อันดับที่ 4 บัตรกดเงินสด ร้อยละ 28.4 อันดับที่ 5 โรงรับจำนำของรัฐ (สถานธนานุเคราะห์) ร้อยละ 24.8 อันดับที่ 6 บัตรเครดิตร้อยละ 22.2 อันดับที่ 7 สินเชื่อธนาคาร ร้อยละ 14.5 อันดับที่ 8 สินเชื่อส่วนบุคคล ร้อยละ 12.2 อันดับที่ 9 เล่นแชร์ ร้อยละ 9.9 อันดับที่ 10 โรงรับจำนำสยาม ร้อยละ 8.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลุ่มที่ระบุว่า ตนยังไม่เคยมีประสบการณ์กับปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน มองว่าหากต้องใช้บริการตัวเลือกหรือทางออกหรือสภาพคล่องทางการเงินจะเลือกใช้บริการอันดับแรก คือ อันดับที่ 1 ใช้บริการจากร้านทอง ร้อยละ 15.7 อันดับที่ 2&amp;nbsp; ยืมเพื่อน /ญาติ ร้อยละ 15.3 อันดับที่ 3 โรงรับจำนำ อีซี่มันนี่ ร้อยละ 15.2 อันดับที่ 4 โรงรับจำนำ Cash Express ร้อยละ 10.8 อันดับที่ 5 บัตรกดเงินสด ร้อยละ 10.3 อันดับที่ 6 บัตรเครดิต ร้อยละ 8.5 อันดับที่ 7 โรงรับจำนำของรัฐ (สถานธนานุเคราะห์) ร้อยละ 5.9 อันดับที่ 8 โรงรับจำนำ สถานธนานุบาล ร้อยละ 4.0&amp;nbsp; อันดับที่ 9 สินเชื่อธนาคาร ร้อยละ 3.6 และอันดับที่ 10 สินเชื่อส่วนบุคคล ร้อยละ 3.4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่คนไทยจำนวนมากยังพึ่งพิงโรงรับจำนำเป็นหลัก สะท้อนมาในทัศนคติของของผู้บริโภคที่มีต่อโรงรับจำนำหรือทางออกของสภาพคล่องว่า อันดับ&amp;nbsp; 1 ดอกเบี้ยถูกร้อยละ 68.5 อันดับ 2 ได้เงินเร็ว ร้อยละ 60.3 อันดับ 3 ทรัพย์สินไม่หาย ถ่ายของคืนได้ร้อยละ 40.5 อันดับ 4 เหมาะสำหรับต้องการเงินด่วนร้อยละ 38.5 อันดับ 5 ไม่ต้องมีคนค้ำประกันร้อยละ 35.9 อันดับ 6 ขั้นตอนง่ายใช้บัตรประชาชนใบเดียว ได้เงินเร็ว ร้อยละ 32.8 อันดับ 7 ไม่เสียเครดิตถ้าปล่อยของหลุด ร้อยละ 18.5 อันดับที่ 8 สามารถผ่อนชำระเป็นงวดๆ ได้ ร้อยละ 16 อันดับที่ 9 ระยะเวลาในการฝากนานร้อยละ 15.9 แม้จะยังมีความกังวลอยูบ้างว่า กลัวทรัพย์ถูกเปลี่ยน ร้อยละ 8.8 ที่อยู่ในอันดับที่ 10&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการสำรวจ ยังพบว่า เมื่อพูดถึงโรงรับจำนำแบรนด์ที่นึกถึงเป็นอันดับที่ 1 คือโรงรับจำนำอีซี่มันนี่ ร้อยละ 49.8 อันดับที่ 2&amp;nbsp; โรงรับจำนำของรัฐ (สถานธนานุเคราะห์) ร้อยละ 22.4 อันดับที่3 คือร้านทองและโรงรับจำนำ Cash Express ร้อยละ 8.2&amp;nbsp; อันดับที่ 4 สถานธนานุบาล ร้อยละ 5.5 อันดับที่ 5 โรงรับจำนำสยามร้อยละ 3.7 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้แบรนด์โรงรับจำนำ อันดับที่ 1 ดอกเบี้ยถูก ร้อยละ 63.8 อันดับที่ 2 ราคาเป็นธรรม มีมาตรฐาน ร้อยละ 60.8 อันดับที่ 3 ความน่าเชื่อถือโดยรวม ร้อยละ 41.1 อันดับที่ 4 เชื่อมั่นในการเก็บทรัพย์จำนำของลูกค้าร้อยละ 32.4 อันดับที่ 5 สถานที่สะอาดและทันสมัย ร้อยละ 29.3 อันดับที่ 6 วัน เวลาเปิดทำการสอดคล้องกับลูกค้าร้อยละ 26.9 อันดับที่ 7 มีจำนวนสาขาครอบคลุม ร้อยละ 19.3 อันดับที่ 8 สามารถรับจำนำทรัพย์ได้หลากหลาย ร้อยละ 15.4 อันดับที่ 10 มีทางเลือกในการขยายเวลาในการจำนำ ร้อยละ 13.1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์ ดร. ปาริชาต สถาปิตานนท์ เปิดเผยว่า หากพิจารณาในมิติการสื่อสาร ประเด็นด้านการรับรู้ นับเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อน &amp;ldquo;ภาพจำฝังหัวผู้คน&amp;rdquo; โดยภาพของโรงรับจำนำ ร้านทอง หรือการหยิบยิมจากคนใกล้ชิด มักเป็น &amp;ldquo;ภาพจำ&amp;rdquo; ในคอนเทนต์ที่คนไทยพูดคุยหรือแนะนำกัน ในฐานะ &amp;ldquo;แหล่งพึ่งพิง&amp;rdquo; ยามที่ชีวิตต้องการทางออกแบบด่วนๆ คล่องตัว และเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะในยามที่บุคคลเผชิญกับปัญหาเฉพาะหน้าทางการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ศาสตราจารย์ ดร. ปาริชาต สถาปิตานนท์ ยังมองว่า &amp;ldquo;ภาพจำ&amp;rdquo; ดังกล่าว ยังได้รับ &amp;ldquo;การผลิตซ้ำ&amp;rdquo; จากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เพื่อตอกย้ำฐานความเชื่อเกี่ยวกับแหล่งพึ่งพึงของผู้คน และกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่สื่อมวลชนใช้เป็นดัชนีชี้วัดระดับสภาพคล่องทางเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่ผู้คนเผชิญกับความจำเป็นของชีวิตที่ต้องการทางออกแบบง่าย สะดวก และคล่องตัว ผนวกกับ การที่ธุรกิจโรงรับจำนำเอกชน และธุรกิจร้านทองยุคใหม่ได้ทำงานเชิงรุกในด้านการสร้างแบรนด์และการสร้างการรับรู้ (visibility) และการเข้าถึง (accessibility) ให้ผู้คนอย่างโดดเด่น อาทิ การจัดตั้งอยู่ในแหล่งที่เป็นแลนมาร์คของชุมชน การออกแบบหน้าร้านให้ดูโปร่งใส น่ามอง การใช้โทนสีที่โดดเด่นสะดุดตา หรือแม้แต่การตั้งชื่อให้เรียกขานได้ง่ายๆ ดูทันสมัย และตอบโจทย์ที่อยู่ในใจผู้คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69788</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, ดร. ปาริชาต สถาปิตานนท์, ดร.นพดล กรรณิกา, นายทุนเงินกู้นอกระบบ, สภาพคล่องทางการเงิน, โรงจำนำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef5993a1146f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ยังไม่ได้ยินชาวบ้านรอเงินเยียวยาโควิดไม่ไหวหันไปกู้นอกระบบโวพรก.ฉุกเฉินเสียงตอบรับดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายเป็นห่วงในเรื่องเงินชดเชยรายได้ 5,000 บาทที่ให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งไปถึงชาวบ้านไม่ทันการ จนต้องไปกู้นอกระบบ และเมื่อเงินจากรัฐออกชาวบ้านต้องนำไปชดใช้หนี้พร้อมถูกหักหัวคิวเป็นค่าดอกเบี้ย จะทำให้ชาวบ้านเหลือเงินใช้จริงๆประมาณ 3,000 บาท ว่า ไม่มี ยังไม่ได้ข่าวเลย อย่างไรก็ตาม หากมีปัญหาก็ต้องแก้ไขที่เจ้าหน้าที่ แต่เดี๋ยวขอดูก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีการประเมินสถานการณ์หลังประกาศพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ประชาชนยังพอรับได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ต้องถามประชาชนดู ตอนนี้อยู่ในขั้นการขอร้องให้ปฏิบัติตาม ยังไม่ได้เป็นการบังคับ ซึ่งเสียงตอบรับก็ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กรณีที่ต้องปิดโรงพยาบาลบันนังสตา จ.ยะลา เนื่องจากแพทย์ติดเชื้อโควิด-19 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. จะได้ดูแล ถามตน ตนไม่รู้เลยหรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า สถานการณ์ขณะนี้รองนายกฯ ดูแลตัวเองอย่างไร พล.อ.ประวิตร ตอบว่า &amp;ldquo;ก็ไม่เป็นอะไรนิ ก็ทำงานปกติ ไม่มีอะไร สุขภาพก็ดีอยู่ แข็งแรง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61112</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, นายทุนเงินกู้นอกระบบ, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ, เงินชดเชย 5พันบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e170782ef8ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อนายทุนเงินกู้ดอกโหดร้องคดีไม่คืบ หลัง &#039;บิ๊กโจ๊ก&#039; ลุยจับ-ยึดทรัพย์ 700 ล้านนานเกือบปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.63 - ที่หน้าห้องผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี บรรดาผู้เสียหายกว่า 5 รายที่เคยตกเป็นเหยื่อเจ้าของเขียงหมู เบื้องหลังเป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบ เปิดรับจำนองที่ดินแล้วคิดดอกเบี้ยเด้งทบต้นสุดโหด เดินทางเข้าพบ นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี แต่ผู้ว่าฯติดภารกิจจึงได้ส่งให้หัวหน้าจังหวัดจันทบุรี มารับเรื่องแทน เพื่อติดความคืบหน้าของคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากที่ &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบ.สตม.) สนธิกำลังชุดศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร) ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้น และตรวจยึดอายัดทรัพย์สินจำนวน 778 ล้านของนายทุนเงินกู้นอกระบบในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 62 ที่ผ่านมา แต่จนขณะนี้นานเกือบ 1 ปี แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากที่เข้าพบกับทาง พ.ต.ต.ชยพัทธ์ สุขสมบูรณ์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี ผู้รับผิดชอบคดี ชี้แจงว่า ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการสรุปสำนวนคดี และการตรวจสอบเพื่ออายัดหุ้นของนางสุรจิต กอร์ปไพบูลย์ นายทุนเงินกู้คู่กรณี ยื่นฟ้องต่อศาล ส่วนในเรื่องที่มีเรื่องข่าวลือว่ามีผู้กว้างขวางช่วยวิ่งเต้นจ่ายเงินกว่า 10 ล้านถึง 100 ล้านให้กับตำรวจ และอัยการเพื่อล้มคดี ทางพนักงานสอบสวนยืนวันว่าข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญตามยุทธการขุดลากถอนโคนอาชญากรรม ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ นโยบายสำคัญของรัฐบาล และ สนง.ตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการคำชี้แจงในวันนี้ ผู้เสียหายหลายคนรู้สึกพอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ในส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนก็อยากให้มีการดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เนื่องจากผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนทั้งเรื่องที่ทำกิน การประกอบอาชีพ และยังต้องอยู่อย่างหวาดระแวง เนื่องจากนายทุนคู่กรณียังไม่ได้ถูกดำเนินคดี ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ผู้เสียหายจึงเกรงในความไม่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55133</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดจันทบุรี, นายทุนเงินกู้นอกระบบ, สภ.เมืองจันทบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26be1074c00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงป้อม&#039; คืนโฉนดที่ดินสยบข่าวจัดฉากสร้างผลงาน ไม่ตอบโต้คนโจมตี เผยรัฐบาลใหม่จ่อสานต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.62 - ที่ห้องประชุมพระนารายณ์ อาคารรัตนเทพสตรี มหาราชภัฎเทพสตรี อ.เมือง จ.ลพบุรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบคืนโฉนดที่ดินและทรัพย์สินคืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ครั้งที่ 12 โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิบัติการภายใต้ยุทธการ &amp;quot;ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบรรยากาศการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวดมาก พร้อมกับมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำลังภาค 1 กว่า 1,000 นาย และนักเรียนนายสิบตำรวจ 200 นายคอยดูแลรักษาความปลอดภัย โดยวางกำลังจากสนามบิน จนถึงอาคารหอประชุม ซึ่งเป็นแผนการรักษาความปลอดภัยสูงสุด พร้อมกับมีกองกำลังเสริมกรณีมีเหตุฉุกเฉิน หรือมีม็อบ ทั้งนี้มีการตรวจค้นกระเป๋าของผู้ร่วมงานอย่างละเอียด โดยห้ามนำปากกา ไฟแช็ค เครื่องดื่มเข้ามาภายในตัวอาคาร อีกทั้ง มีการนำอุปกรณ์ตรวจวัดไข้ตรวจผู้เข้ามาร่วมงานทุกคนด้วย อย่างไรก็ตามก่อนจะเข้างานมีชาวบ้านเข้ามาร้องเรียน พลเอกประวิตร ว่ารายชื่อของตนตกหล่นจากการได้รับความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในพื้นที่กองบังคังคับการจำรวจภูธรภาค 1มีการจับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหา 57 รายการ ยึดของกลาง 876 รายการ มูลค่า 19,665,210 บาท และไกล่เกลี่ยสำเร็จ 567 ราย ส่วนทรัพย์สินที่คืนให้ประชาชน มีโฉนดที่ดิน 661 ฉบับ มูลค่า 2,896,200,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท รวมเนื้อที่ 1050 ไร่ 3 งาน 74 ตารางวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พลเอกประวิตร กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนราชการที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างมุ่งมั่นเสียสละจนเกิดผลสำเร็จและขอแสดงความยินดีกับประชาชนที่มารับมอบคืนโฉนดในวันนี้ขอให้เก็บไว้ให้ดีเพื่อส่งต่อให้ลูกหลานอย่าเอาไปจำนองอีก หากนำไปจำนองอีก ก็ไม่รู้ใครจะมาให้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประวิตร ให้สัมภาษณ์ว่า โครงการแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนยังคงเดินหน้าต่อไปเนื่องจากยังเหลือการดำเนินการอีกประมาณ 30 กว่าจังหวัด ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะมาสานต่องานหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีชาวบ้านมายื่นหนังสือร้องเรียนรายชื่อตกหล่นจากการช่วยเหลือในโครงการดังกล่าวนั้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขให้แล้ว อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องขอบคุณนายทุน ที่ยอมรับการเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ย รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้พยายามช่วยเหลือประชาชน และตั้งใจในการทำงานเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าถือว่าเป็นผลงานของรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ พลเอก ประวิตร กล่าวว่า ก็แล้วแต่ประชาชนพิจารณาว่าจะให้เป็นผลงานของรัฐบาลหรือไม่ แต่เป็นความพยายามแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่มีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์โครงการดังกล่าวว่ามีการจัดฉากนั้น ก็อยากให้สื่อมวลชนช่วยอธิบายถึงความเป็นจริงว่าเป็นอย่างไร ซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเขาก็พยายามที่จะไม่เข้าใจ ซึ่งเราก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว พร้อมกับยืนยันว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี ซึ่งรัฐบาลถือว่าเป็นวาระแห่งชาติในการช่วยเหลือประชาชนในการปลดหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเมื่อรัฐบาลคสช.พ้นวาระไปแล้วกลุ่มผู้มีอิทธิพลจะกลับมาปล่อยกู้นอกระบบอีกหรือไม่ พลเอกประวิตรระบุว่าไม่ต้องห่วง เนื่องจากรัฐบาลใหม่ก็จะเข้ามาดูแล ส่วนจะมอบหมายให้ตนหรือไม่ ตนยังไม่ทราบจะอยู่หรือไม่ ถ้าตนยังอยู่ต่อ นายกรัฐมนตรีก็ต้องเอาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบไว้ รวมทั้งหมด 39 ครั้ง ใน 44 จังหวัด อายัดทรัพย์สินไว้รวม 29,000 ล้านบาท&amp;nbsp;คืนโฉนดที่ดิน 12 ครั้ง ประชาชนได้รับการคูณจำนวน 25,052 ราย คืนโฉนด 21,312 ฉบับ เนื้อที่ 59,345 ไร่ 2 งาน 40.42 ตารางวา รวมมูลค่ากว่า 30,622&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39595</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่, นายทุนเงินกู้นอกระบบ, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, มอบคืนโฉนดที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d0891eb16447.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 17:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับนายทุนเงินกู้นอกระบบ ลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นแม่ค้า-ตำรวจก็ยังมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.62 -&amp;nbsp;พล.ต.ต.ประสาน บุญเหมือน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด พ.ต.อ.นพดล สุทธิเสริม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด&amp;nbsp;พ.ต.อ.บัญชา คล้ายน้อย ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตราด ร่วมสอบปากคำนายนิมิตร และ นางสุนีย์ ลาภหิรัญ สองสามีภรรยา หลังถูกตำรวจชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดตราด จับกุมในคคีปล่อยเงินกู้นอกระบบ พร้อมของเงินสด ทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง โฉนดที่ดิน บัญชีธนาคาร 140,000 บาท รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน พร้อมสมุดรายชื่อลูกหนี้จำนวน 4 เล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ประสาน กล่าวว่า ตำรวจภูธรจังหวัดตราด ได้รับการร้องเรียนจากพลเมืองดีว่า นางสุนีย์ ลาภหิรัญ มีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้เงินนอกระบบในอัตราที่เกินกฎหมายกำหนด ร้อยละ 15 ต่อปี ทำให้ตำรวจส่งเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมของทั้งสองคนเป็นเวลา 1 เดือน เมื่อได้เวลาที่เหมาะสม ได้นำหมายค้นจากศาลจังหวัดตราด เข้าค้นบ้านไม่มีเลขที่ ซึ่งเป็นร้านขายข้าว ที่อยู่ข้างสถานีตำรวจภูธรเมืองตราด พบนางสุนีย์และเงินสดจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นตำรวจเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 46 ม.3 ต.น้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด พบนายนิมิตรกำลังขนตู้เชฟออกจากบ้าน ตำรวจจึงเข้าคุมตัวนายนิมิตร พร้อมยึดตู้เซฟไว้ตรวจสอบที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดตราด แล้วให้นางสุนีย์ เปิดตู้เซฟต่อหน้าตำรวจ เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินภายในตู้เซฟ พบโฉนดที่ดิน 10 ฉบับ ทองคำแท่งรวม 360 บาท เงินสด 1,004,900 บาท รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งของกลางทั้งหมดตำรวจได้ยึดไว้ตรวจสอบเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุนีย์ กล่าวว่า ของกลางทั้งหมดเป็นเงินจากมรดกค้าขายผลไม้ ค้าทองคำ ค้าที่ดิน และเงินบางส่วนได้มาจากปล่อยเงินกู้จริง ที่ปล่อยให้ลูกหนี้ร้อยละ 10 ต่อเดือน มีลูกค้าประมาณเดือนละ 40-50 ราย ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด และมีลูกค้าที่มีตำรวจบ้างเป็นบางเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดของกลางไว้ทั้งหมดไว้ก่อน เพื่อให้นางสุนีย์ ชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์สินทั้งหมด หากมาด้วยความบริสุทธิ์ไม่เกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้จะคืนให้กับนางสุนีย์ ส่วนที่มาจากการปล่อยเงินกู้นั้นจะยึดไว้เป็นหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุทัศน์ วัฒนะกูล อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯจังหวัดตราด ให้ข้อมูลว่า เรื่องนี้แม้ว่าเจ้าหนี้จะถูกจับกุมแล้ว แต่การกู้ยืมเงินของลูกหนี้กับเจ้าหนี้นั้นไม่ได้เป็นศูนย์ แต่จะให้ทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยชดใช้หนี้พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนดเหมือนเดิม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27338</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตราด, จับนายทุนเงินกู้, ตำรวจภูธรจังหวัดตราด, นายทุนเงินกู้นอกระบบ, สภ.เมืองตราด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c484241915bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ภาค 5 มอบโฉนดที่ดินให้ปชช.ภาคเหนือ346ราย คืนทรัพย์สินรวม454ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.61 -ที่ลานอินทนนท์ ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ. 5 พร้อมด้วย นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และผู้แทนจังหวัดภาคเหนือตอนบน ตลอดจนตัวแทนหน่วยงาน ทหาร ฝ่ายปกครอง ที่ดินจังหวัด และผู้เกี่ยวข้องร่วมทำพิธีส่งมอบคืนโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนในเขตรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 5 ตามนโยบายของรัฐบาลโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาหลักของประเทศและถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว และตามสั่งการ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ดำเนินการสืบสวน รวบรวมหลักฐานเพื่อทราบพฤติกรรมนายทุนและดำเนินการตามกฏหมาย โดยมีศูนย์ปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน เพื่อให้คำแนะนำช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย พร้อมประสานหน่วยงานอื่น ช่วยไกล่เกลี่ยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้และลูกหนี้ภายใต้ยุทธการ &amp;quot;ขุดรากถอนโคน ทำบ้านเมืองน่าอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาได้ส่งมอบคืนโฉนดและทรัพย์สินที่ยึดคืนมอบแก่ประชาชนไปครั้งแรกและครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2/2561 ส่งมอบโฉนดที่ดินคืนประชาชน เพื่อเป็นการคืนความสุขให้แก่ประชาชน คืนที่ดินทำกินคืนที่พักอาศัยให้กับประชาชน บรรเทาความเดือดร้อนลงได้ และแก้ไขปัญหาเอารัดเอาเปรียบ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งผลการดำเนินการของศูนย์สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยคืนโฉนดที่ดินครั้งนี้ได้จำนวน 346 ราย คืนโฉนดที่ดินให้ลูกหนี้จำนวน 327 ฉบับ รวมเนื้อที่ 431 ไร่ 2 งาน 92 ตารางวา และทรัพย์สินอื่นๆทั้งรถยนต์ 11 คัน จักรยานยนต์ 19 คันและทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่าประมาณ 454,915,275.00 บาท
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18031</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนโฉนดที่ดิน, จ.เชียงใหม่, ช่วยลูกหนี้เชียงใหม่, นายทุนเงินกู้นอกระบบ, ปราบปรามฉ้อโกงทรัพย์สิน, แก้หนี้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba337df92478.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
