<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายองค์กรครูคาใจไม่ปรับโครงสร้างศธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

4 มิ.ย.64-กลุ่มเครือข่ายองค์กรครู ข้องใจ เหตุใดโครงสร้าง ศธ. ใน ร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติฯ ยัง ไม่มีการปรับแก้ &amp;quot;ธนชน&amp;quot; &amp;nbsp;เผยมอบอำนาจให้ผู้ว่าฯจังหวัด เป็นประธานประชุมสถานศึกษา &amp;nbsp;ขัดกับหลักการกระจายอำนาจ &amp;nbsp;บริหารแบบ &amp;nbsp;Single comand &amp;nbsp;แถมเอื้อให้เอกชนมีบทบาทจัดการศึกษามากเกินไป
&amp;nbsp;

นายธนชน มุทาพร ประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....ที่ผ่านมติ ครม. ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า จากการที่กลุ่มเครือข่ายองค์กรครูได้หารือร่วมนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่า ได้ข้อสรุปให้แก้ไขใน 4 &amp;nbsp;ประเด็นหลักประกอบด้วย &amp;nbsp;1.ให้ใช้ใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพครู &amp;nbsp;เช่นเดิม &amp;nbsp;2. ให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงและเป็นวิชาชีพควบคุม &amp;nbsp;3.ให้เปลี่ยนตำแหน่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษา &amp;nbsp;4.ให้ปรับปรุงโครงสร้างเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ &amp;nbsp;แต่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;กลับส่งไปให้กฤษฎีกาแก้ไขเพียง 3 ข้อแรกเท่านั้น &amp;nbsp; โดยไม่นำเสนอข้อที่ 4 คือการปรับปรุงโครงสร้างเพื่อรองรับการกระจายอำนาจไปให้กฤษฎีกาแก้ไขแต่อย่างใด จึงเป็นที่สงสัย &amp;nbsp;คลางแคลงใจอย่างยิ่ง เพราะองค์กรครูทั่วประเทศต่างไม่เห็นด้วยกับโครงสร้างการรวบอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางทั้งในมาตรา &amp;nbsp;106 ที่ให้อำนาจปลัดกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชา &amp;nbsp;การให้อำนาจกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ชี้นำแทรกแซงรัฐสภาในการออกกฎหมายระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;และสาระบัญญัติของ &amp;nbsp;ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ &amp;nbsp;ไม่มีมาตราใดที่กล่าวถึงหน่วยงานการศึกษาระดับจังหวัดและเขตพื้นที่การศึกษาแต่อย่างใด &amp;nbsp;แต่กลับกล่าวถึงผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีอำนาจจัดการประชุมประธานคณะกรรมการสถานศึกษา แทนที่จะเป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยงานการศึกษาในระดับจังหวัดโดยตรงเป็นผู้รับผิดชอบ

&amp;quot;ขณะนี้จึงเป็นที่คลางแคลงใจ ว่า &amp;nbsp;โครงสร้างศธ.ในระดับจังหวัดหรือเขตพื้นที่การศึกษาจะมีหรือไม่หรือ จะให้ปลัด ศธ.มอบอำนาจการบังคับบัญชาครูให้ผู้ว่าราชการจังหวัด &amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จเข้าสู่โครงสร้างอำนาจนิยมมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งโครงสร้างอำนาจลักษณะดังกล่าวนี้เป็นอุปสรรคต่อการกระจายอำนาจให้สถานศึกษามีอิสระในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;เพราะเป็นการบริหารแบบ &amp;nbsp;single comand &amp;nbsp;ซึ่งไม่เหมาะกับ ศธ. &amp;nbsp; ที่เป็นกระทรวงสร้างคนให้มีปัญญา มีความเป็นอิสระสร้างสรรค์ โดยไม่ควรใช้อำนาจใดมากดทับความคิด และความอิสระของหน่วยงานการศึกษาทุกระดับ&amp;quot;ประธานชมรม ผอ.สพท.แห่งประเทศไทย กล่าว

นายธนชน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเด็นที่จะต้องแก้ไขให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การไม่กำหนดให้มีผู้บริหารการศึกษา &amp;nbsp;การไม่ชัดเจนของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องนั้นหมายถึงหน่วยงานใด &amp;nbsp;การกำหนดเป้าหมายให้ครูและนักเรียนปฏิบัติตายตัว การเอื้อให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษาเกินความเหมาะสมมากเกินไป ซึ่งเป็นการผลักภาระให้กับผู้ปกครองเสียค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าเล่าเรียนให้บุตรหลานเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;และอาจเปิดโอกาสให้นายทุนทั้งในและนอกประเทศ &amp;nbsp;เข้ามาลงทุนการจัดการศึกษา จนอาจกระทบต่อสถานศึกษาเอกชนที่จัดการศึกษาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมจึงต้องการให้รัฐบาล &amp;nbsp;และรัฐสภา &amp;nbsp;ได้โปรดพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวนี้ด้วยความรอบคอบ โดยยอมรับฟังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงให้มาก เพราะ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้ยกร่างขึ้นมาโดยผู้ที่ไม่เคยปฏิบัติในพื้นที่จริง &amp;nbsp;เป็นการร่างโดย &amp;nbsp;คนคิดไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้คิด &amp;nbsp;ซึ่งอาจจะมองไม่เห็นปัญหาเมื่อนำสู่การปฏิบัติ &amp;quot; นายธนฃน กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105242</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พ.ร.บ.การศึกษาชาติ, นายธนชน มุทาพร, ปรับโครงสร้างศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9c7a885a29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรครู ตบเท้าเข้าพบ&quot;ตรีนุช&quot;ค้านร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่ อ้างไม่มีส่วนร่วมความคิดเห็น เสียสถานภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24พ.ค.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายธนชน มุทาพร ประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ ประธานชมรมพิทักษ์สิทธิผู้บริหารครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย ได้เข้ามาพบตนเพื่อหารือถึงร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.. ซึ่งจะมีการนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเร็วๆ นี้ ซึ่งทุกฝ่ายอยากให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รับฟังร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ใหม่ทุกภาคส่วน ดังนั้นคงจะต้องกลับมาดูว่าจะมีแนวทางพิจารณาปรับแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง นอกจากนี้ตนยังได้หารือกับนายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและกีฬาวุฒิสภา ซึ่งนายตวงมีความเป็นห่วงเรื่องการจัดการศึกษาภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 และขอให้ ศธ.เร่งผลักดันให้ครูได้รับการฉีดวัคซีนครบทุกคนก่อนเปิดภาคเรียนโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนชน กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายยองค์กรครูได้เข้าพบ รมว.ศธ. เพื่อขอให้ถอนร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ..ออกจากการพิจารณาของ ครม.ก่อนที่จะนำให้สภาผู้แทนราษฏรพิจารณา ซึ่งตนมองว่าการจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะต้องมีการพิจารณาข้อดีข้อเสียของพ.ร.บ.ฉบับเก่าด้วย โดยร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้นั้นจึงมีประเด็นปัญหาและส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาและคุณภาพการศึกษา เช่น เป็นร่างกฎหมายที่ไม่กำหนดโครงสร้างของหน่วยงานที่มีหน้าที่หลักในการจัดการศึกษา มีกำหนดแต่เพียงในมาตรา 96 ซึ่งบัญญัติว่าให้มีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติเป็นส่วนราชการในส่วนกลางของศธ. มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการศธ.เท่านั้น ในขณะที่พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้กำหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดการศึกษาไว้อย่างชัดเจนในมาตรา 32 37 และ 44 นอกจากนี้ยังเป็นร่างที่ลดทอนคุณค่าผู้ประกอบวิชาชีพครู ซี่งในมาตรา 39 ของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดให้ใบรับรองวิชาชีพครู เป็น ใบรับรองความเป็นครู เพราะอาจส่งผลให้ครูเสียสิทธิการรับเงินวิทยฐานะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนชน กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวยังมีเจตนารมย์ไม่ให้มีข้าราชการครูอีกต่อไปโดยครูที่เข้าไปปฎิบัติหน้าที่หลังจากร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้จะไม่ได้เป็นข้าราชการแต่จะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ของรัฐเหมือนพนักงานมหาวิทยาลัยเท่านั้น ซึ่งจะไม่เป็นการจูงใจให้คนดีและคนเก่งมาทำหน้าที่ครู ดังนั้นร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯฉบับนี้ครูซึ่งมีส่วนสำคัญที่สุดในการจัดการศึกษาไม่ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นกับร่างกฎหมายดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้หากยังไม่มีการปรับแก้ไขร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ครูจะรวมตัวแสดงพลังและจุดยืนไม่อยู่ในห้องเรียนแต่จะนัดแต่งดำลงถนน เพื่อคัดค้านเรื่องนี้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103999</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, ต้านร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ, นายธนชน มุทาพร, มรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab6a8bd1e94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาตามสัญญา! ม็อบศึกษานิเทศก์ ตรวจสอบภายใน 500คนบุกศธ.อีกทวงค้านย้ายไปสังกัดศธจ.ขู่ถ้ายังนิ่งเฉย จะเจอไม้แข็งกว่านี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17ม.ค.63-เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ - กลุ่มชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายองค์กรครูทั่วประเทศ กว่า 500 คน ได้แต่งชุดดำเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เรื่องคัดค้านการโอนศึกษานิเทศก์ บุคลากรหน่วยตรวจสอบภายใน และบุคลากรกลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร จากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปฏิบัติงานในภูมิภาคมาไว้ที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายธนชน มุทาพร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชัยภูมิ เขต 1 ในฐานะประธาน ชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่ง ประเทศไทย (ชร.ผอ.สพท.) กล่าวว่า ตามที่สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ศธ02137 / 220 ลงวันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2563 เรื่อง ขอข้อมูลอัตราตําแหน่งศึกษานิเทศก์ และตําแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน จาก สพฐ. เพื่อขออนุมัติโอนอัตราตําแหน่งและเงินงบประมาณแผ่นดินประจํา อัตรารวมตลอดทั้งงบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างประจํา และเงินอื่นที่เกี่ยวข้อง ของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตําแหน่งศึกษานิเทศก์ และตําแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน จากสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ปฏิบัติงานในภูมิภาคมาไว้ที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการโดยให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ณ สํานักงาน ศธจ. เพื่อเสนอให้กรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคให้ความเห็นชอบในการประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 1 /2563 ที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนชน กล่าวต่อว่า จากหนังสือดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มสมาคมครู ตลอดจนพี่น้องบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค (2) ไม่เห็นด้วย และจะขอคัดค้านจนถึงที่สุด เพราะข้อเสนอดังกล่าวเป็นการดําเนินการโดยขาดหลักธรรมมาภิบาล อาศัยอํานาจของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ประกอบด้วย ท่านผู้บริหารองค์กรหลักในกระทรวง โดยไม่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมพิจารณาและข้อเสนอแนวทางนี้เป็นอีกกลยุทธ์ หนึ่งที่ต้องการทําลาย สพท.ให้อ่อนแอ เพื่อไปสร้างความเข้มแข็งให้กับสํานักงาน ศธจ. โดยข้อเท็จจริงคุณภาพการศึกษาจะบังเกิดผลได้ก็โดยการปฏิรูปการเรียนการสอนในห้องเรียนเป็นสําคัญ ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่โดยตรงของ สพท.ที่กํากับติดตามส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการปฏิรูปเรียนการสอนในห้องเรียนและสร้างความเข้มแข็งให้กับสถานศึกษาในสังกัดให้มีคุณภาพตามมาตรการศึกษาชาติ โดยมีศึกษานิเทศก์ และกลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกลเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นผู้รับผิดชอบร่วมกันโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอดังกล่าว ถ้าคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาคให้ความเห็นชอบ ก็คือความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงของการปฏิรูปการศึกษาจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของเด็ก และเยาวชนของชาติ ไม่ให้รับผลกระทบที่เกิดจากการโอน ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรในหน่วยตรวจสอบภายใน และบุคลากรในกลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสาร ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปสังกัดสํานักงานศึกษาธิการจังหวัด
ทั้งนี้ สมาคมนักบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยองค์กรเครือข่าย จึงเรียกร้องให้ สป. ยกเลิกการจัดทําข้อเสนอดังกล่าวนี้ ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคพิจารณา หากยังดันทุรังที่จะดําเนินการต่อไปโดยไม่ยอมรับฟัง ข้อเท็จจริง และเหตุผล ที่ได้เสนอต่อท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว สมาคมนักบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศ ไทย พร้อมด้วยองค์กรเครือข่าย จะยกระดับการเรียกร้อง และใช้มาตรการ ให้เข้มข้นต่อไป ทั้งนี้เพื่อป้องกันความ ผิดพลาดซ้ำซาก ของการปฏิรูปการศึกษา&amp;rdquo;ผอ.สพป. ชัยภูมิ เขต 1 กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวราวิช กำ ภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษา รมว.ศธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ. กล่าวว่า ตนได้ในฐานะประธานคณะกรรมการปรับโครงสร้าง ศธ.เป็นตัวแทน รมว.ศธ.มาชี้แจงและสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้คัดค้าน ซึ่งขอทำความเข้าใจก่อนว่าการปรับโครงสร้าง ศธ.ยังไม่ได้ข้อยุติหรือข้อสรุปที่ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยหนังสือที่ออกเป็นคำสั่งจาก สป. นั้นเป็นเพียงหนังสือที่สอบถามความคิดเห็นและอัตรากำลังของสพฐ.ในการเริ่มกระบวนการปรับปรุงโครงสร้าง ดังนั้นขอกลุ่มศึกษานิเทศก์และผู้เกี่ยวข้องทุกคนอย่าไปกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เพราะการปรับโครงสร้างศธ.ยังต้องมีการจัดทำประชาพิจารณ์ความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ดังนั้นในขณะนี้เรายังไม่ได้มีการย้าย ยุบ โอนให้หน่วยงานศึกษานิเทศไปสังกัด ศธจ. แต่อย่างใด แต่ในอนาคตยอมรับว่าทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันทำงาน เพื่อขจัดปัญหาการซ้ำซ้อนของการปฏิบัติงานในพื้นที่
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ศธ.ต้องการให้มีการอบรมพัฒนาสร้างทักษะความรู้ให้แกศึกษานิเทศก์ เพื่อหวังว่าจะนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาโรงเรียน พร้อมกับมีรูปแบบการติดตามและประเมินผลคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้การปรับโครงสร้างในส่วนของสพฐ.ก็ได้มีเสนอแนวทางมาแล้วเช่นกันว่าจะปรับเปลี่ยนในเรื่องใดบ้าง โดยในวันที่ 24 มกราคม จะมีการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.ก็ขอให้ติดตามว่าเราจะมีแนวทางหรือข้อสรุปไปในทิศทางใดบ้าง&amp;rdquo;ที่ปรึกษา รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54802</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธจ., #สพท., นายธนชน มุทาพร, ผู้ตรวจสอบภายใน, ม็อบศึกษานิเทศก์, วราวิช กำภู ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e2162cd8d529.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
