<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง วอนถ่ายทอด “ฟุตบอลยูโร 2020” ควบคู่รณรงค์ “ลด ละ เลิก” พนัน ห่วงกลุ่มเด็กเยาวชนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลงเชื่อโฆษณาเว็บไซต์พนันบอล ย้ำ ‘เจ็บจากโควิดก็เกินพอ อย่าเจ็บต่อเพราะพนัน’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ที่กรมประชาสัมพันธ์ ตัวแทนจากเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทยฯ และเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน พร้อมด้วยตัวแทนจากมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน และกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เข้าพบ นางพิชญา เมืองเนาว์ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อนำเสนอสถานการณ์การพนันฟุตบอลซึ่งเป็นภัยร้ายใกล้ตัวเด็กและเยาวชน พร้อมทั้งยื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์เผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณารณรงค์และสื่อสนับสนุนต่าง ๆ ที่เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และภาคีเครือข่ายได้สร้างสรรค์และผลิตขึ้น ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT2HD ได้รับมอบหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์ให้แพร่ภาพออกอากาศการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 16 หรือ EURO 2020 ในประเทศไทย ในช่วงการถ่ายทอดสดการแข่งขัน&amp;nbsp; รวมถึงในช่วงข่าวกีฬา และช่วงอื่น ๆ ตามความเหมาะสม &amp;nbsp;เพื่อรณรงค์ลด ละ เลิก การพนันทายผลฟุตบอล ในช่วงการแข่งขันฟุตบอล EURO 2020&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน &amp;ndash; 11 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายโยธิน ทองพะวา ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง มีความประสงค์ให้หน่วยงานของรัฐ ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดูฟุตบอลยูโรฯ ให้สนุก โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนัน เนื่องจากจำนวนเว็บพนันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และมีกลยุทธ์ล่อลวงให้เด็กและเยาวชนเข้าไปเล่นพนัน รวมถึงเป็นผู้โฆษณาให้เว็บพนันด้วยตนเองในรูปแบบที่หลากหลายบนโซเชียลมีเดียและช่องทางต่าง ๆ จึงร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนันสร้างสรรค์สื่อรณรงค์ในรูปแบบต่าง ๆ ตามความถนัดของแต่ละเครือข่าย&amp;nbsp; เพื่อมีส่วนร่วมช่วยลดปัญหาการพนันในสังคมไทย&amp;nbsp; โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า ข้อมูลจากผลสำรวจของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2562 พบว่า คนไทย 3.5 ล้านคน เล่นพนันฟุตบอล&amp;nbsp; โดย 1 ใน 4 เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน ช่องทางหลักที่เล่นพนันมีทั้งผ่านเว็บพนัน และผ่านโต๊ะรับแทงพนัน เล่นสูงสุด 30 ครั้งต่อเดือน เงินพนัน 30,000 บาทต่อสัปดาห์ &amp;nbsp;ภายในระยะเวลา 2 ปี การพนันทายผลฟุตบอลขยายตัวเกือบร้อยละ 40 จากปี 2560 ถึง 2562 มีปริมาณเงินหมุนเวียนสูงถึง 160,542 ล้านบาทต่อปี&amp;nbsp; ทั้งนี้ &amp;nbsp;ในช่วงการแข่งขันที่สำคัญ เช่น ฟุตบอลโลกหรือยูโร จะมีนักพนันหน้าใหม่ราว 2 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้ร้อยละ 25 จะกลายเป็นนักพนันต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่น่าเป็นห่วงเพราะการพนันส่งผลกระทบในหลายด้าน มูลนิธิรณรงค์หยุดพนันจึงจัดแคมเปญรณรงค์ในแนวคิด &amp;lsquo;เจ็บจากโควิดก็เกินพอ อย่าเจ็บต่อเพราะพนัน&amp;rsquo; เพื่อมุ่งเน้นสกัดคนเริ่มและลดคนเล่นการพนันทายผลฟุตบอล ป้องกันนักพนันหน้าใหม่โดยเฉพาะที่เป็นเด็กและเยาวชน&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายธนากร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพิชญา เมืองเนาว์ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ขอบคุณและชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์และการผลิตสื่อดี ๆ ของเครือข่ายเยาวชนและ สสส.&amp;nbsp; ทางกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นสื่อของรัฐก็พร้อมที่จะเผยแพร่&amp;nbsp; สิ่งที่ดีเราต้องช่วยกันรณรงค์ ช่วยกันสร้างสังคมที่ดี ช่วยกันปลูกฝังสิ่งดี ๆ ให้กับสังคม ถือเป็นภารกิจหน้าที่ของเรา ขอรับเรื่องและสื่อจากเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสื่อจากฝ่ายลิขสิทธิ์ และหากได้รับการอนุญาตจะดำเนินการเผยแพร่อย่างเร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106810</URL_LINK>
                <HASHTAG>NBT2HD, กรมกิจการเด็กและเยาวชน, กรมประชาสัมพันธ์, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), นางพิชญา เมืองเนาว์, นายธนากร คมกฤส, นายโยธิน ทองพะวา, ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย, มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน, รณรงค์ลด ละ เลิก การพนันทายผลฟุตบอล, รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, ลดปัญหาการพนันในสังคมไทย, สถานการณ์การพนันฟุตบอล, สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย, สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย, สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย, สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทยฯ, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน, เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง, เจ็บจากโควิดก็เกินพอ อย่าเจ็บต่อเพราะพนัน, เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc57fe73f52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวมพลังเครือข่าย รณรงค์หยุดผีพนัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การพนันเป็นเกมที่ยั่วยุให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกได้มาก โดยเฉพาะการแทงพนันฟุตบอลโลก 2018 ที่ระเบิดแข้งในเวลานี้ ที่กลุ่มเด็กและเยาวชนจะตกเป็นเหยื่อการเสี่ยงทาย เพราะเชื่อว่าได้เงินมาง่ายๆ จากการชักชวนของคนใกล้ชิดและเพื่อนๆ ตลอดจนโฆษณาบนโลกอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์พนันออนไลน์มากมาย และเมื่อเสพติดไปแล้วก็ยากจะถอนตัว ท้ายที่สุดมีจุดจบเดียวกันคือหนี้สินล้นพ้นตัว เสียการเรียน กระทบไปถึงครอบครัว และลุกลามไปถึงปัญหาสังคม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน จึงได้เปิดนิทรรศการ &amp;ldquo;สกัดจุดโทษ&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน-31 กรกฎาคม 2561 เพื่อรณรงค์ลดปัญหาและผลกระทบจากการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอลในช่วงฟุตบอลโลก 2018 นี้ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้และรู้เท่าทันโทษพิษภัยของการพนัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพนันออนไลน์ที่เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย ทุกที่ ทุกเวลา โดยมีนาวาตรีวรวิทย์ เตชะสุภากูร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน เมื่อเร็วๆ นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า &amp;ldquo;สถานการณ์การพนันกลุ่มเยาวชน 2560 โดยศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คาดว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้จะมีเด็กนักเรียนระดับมัธยมมากกว่าร้อยละ 10 ที่ตั้งใจจะเล่นพนันทายผลฟุตบอล บางคนอาจเล่นกับเพื่อนหรือคนใกล้ชิด แต่มีจำนวนไม่น้อยที่ตั้งใจจะเล่นการพนันกับธุรกิจรับแทงพนัน และเยาวชนที่เริ่มเล่นพนันจากการทายผลฟุตบอล มีสัดส่วนที่จะเล่นพนันอย่างต่อเนื่องสูงถึงร้อยละ 82.6 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สสส.ตระหนักดีว่าปัญหาการพนันมีผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อตัวบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคม ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาวะ หนี้สิน ความยากจน และปัญหาอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ จึงให้ความสำคัญด้านการลดปัญหาและผลกระทบจากการพนัน โดยแผนการจัดการความปลอดภัยและปัจจัยเสี่ยงทางสังคม ดำเนินงานเพื่อพัฒนาเครือข่ายการทำงานเพื่อสร้างความตระหนักต่อปัญหาจากการการพนัน สร้างภูมิคุ้มกันและสภาพแวดล้อมปกป้องเด็กและเยาวชน ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งทางการแพทย์จัดว่าเป็นโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง และมีผลเสียต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กและเยาวชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ต.วรวิทย์ เตชะสุภากูร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า &amp;quot;การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 นี้ เป็นเรื่องน่ายินดีที่คนไทยทั้งประเทศได้รับชมการถ่ายทอดสดครบทุกแมตช์จากความร่วมมือของรัฐบาลและภาคเอกชน ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายของการดำเนินงานตามประเด็นยุทธศาสตร์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องในการบริหารและการจัดการให้ทุกฝ่ายสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและกีฬาได้อย่างแท้จริง ตลอดจนการร่วมกับ สสส.ในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาด้านกีฬาและออกกำลังกายของคนไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมช่วยกันดูแลแก้ไข เพราะก่อให้เกิดปัญหาและผลกระทบมากมาย เป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่ทำลายทั้งตัวผู้เล่นพนัน ครอบครัว สังคม มีผลกระทบไปถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศ และที่สำคัญคือ การพนันทำลายคุณค่าของกีฬา ส่งผลต่อพฤติกรรมการดูกีฬาและเล่นกีฬาของคนไทย ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาวงการกีฬาของประเทศในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ให้รายละเอียดว่า นิทรรศการชุด &amp;ldquo;สกัดจุดโทษ&amp;rdquo; นี้ จัดขึ้นที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ซอยงามดูพลี จากลานน้ำพุ ชั้น 1 สู่ชั้นใต้ดิน พร้อมทั้งมีกิจกรรม เกมละครการเรียนรู้ ชุด &amp;ldquo;ตะลุยรัสเซีย เชียร์บอลโลก กับพี่โชค พี่ทำ&amp;rdquo; เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการทบทวนตนเอง และผ่านประสบการณ์ตรงจากกิจกรรมเกมละคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังร่วมกับเครือข่ายภาคีในการผลิตสปอตรณรงค์ทางโทรทัศน์ การผลิตคลิปรณรงค์ทางสื่อออนไลน์ การจัดทีมวิทยากรสัญจรสร้างการเรียนรู้แก่นักเรียนในโรงเรียนมัธยมและชุมชนต่างๆ รวม 100 แห่งทั่วทุกภูมิภาค โดยมุ่งสกัดคนเริ่มและลดคนเล่นการพนันทายผลฟุตบอล ด้วยความรู้เท่าทันโทษพิษภัยและผลกระทบที่จะตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สกัดจุดโทษ&amp;rdquo; แบ่งออกเป็น 3 โซน ประกอบไปด้วย โซน 1 (ชั้น 1) เป็นการตั้งคำถามถึงเรื่องการพนัน ว่าผู้เข้าชมรู้จักการพนันมากน้อยแค่ไหน โซน 2 (ชั้น 1 ลงบันไดไปชั้น B1) โซนนี้มีการใช้เทคนิคการเล่นเกมทดสอบจิตวิทยา ว่าผู้เล่นเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดพนันหรือไม่ และโซน 3 (ชั้น B1) รีวิวประสบการณ์อดีตเหยื่อพนัน หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคนเล่นพนัน เพื่อให้ผู้เข้าชมตระหนักถึงโทษมหันต์จากการเดิมพัน และอีกหนึ่งเทคนิคการเรียนรู้คือ เกมละคร &amp;ldquo;ตะลุยรัสเซีย เชียร์บอลโลก&amp;rdquo; กับพี่โชค พี่ทำ เป็นการจำลองให้ผู้เล่นอยู่ในสถานการณ์ของวงพนัน ว่าสุดท้ายแล้วจะสามารถยับยั้งชั่งใจตัวเองได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อว่ากิจกรรมนี้จะช่วยหยุดยั้งนักพนันหน้าใหม่ได้สำเร็จ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ &amp;ldquo;สกัดจุดโทษ&amp;rdquo; เปิดให้เข้าชมทุกวัน ถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. และพบกับเกมละคร &amp;ldquo;ตะลุยรัสเซีย เชียร์บอลโลก&amp;rdquo; กับพี่โชค พี่ทำ ทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ติดต่อเข้าชมเป็นหมู่คณะได้ที่ โทร.09-3124-6914 ข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่ www.stopgamblingfoundation.com. &amp;nbsp;

&amp;quot;ใครๆ ก็ไม่พนันบอล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการ สสส. กล่าวภายหลังการเปิดตัวกิจกรรมรณรงค์รับมือบอลโลก 2018 ภายใต้แนวคิด &amp;quot;ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ใครๆ ก็ไม่พนัน&amp;quot; ว่า จากข้อมูลสำรวจเฉพาะกลุ่มนักเรียนมัธยมต้น ปี 2561 พบว่า เยาวชนเริ่มเล่นพนันทายผลฟุตบอลต่อเนื่องมีสูงถึง 82.6% สูงกว่าการเล่นพนันประเภทอื่น และยิ่งรอบลึกจะยิ่งเล่นหนัก ตัวอย่างของมหกรรมบอลยูโร 2016 จากงานวิจัยพบว่า เยาวชน 16.8% เล่นการพนัน ในจำนวนนี้เกือบ 10% เป็นกลุ่มที่ตั้งใจจะไม่เล่นพนัน แต่ถูกเพื่อนชักจูงหรือบรรยากาศพาไป และเมื่อจบการแข่งขันกลับพบว่า เยาวชนเกือบ 40% มีปัญหา เช่น เสียการเรียน เครียด ถูกโกง มีหนี้สิน ซึ่ง 1 ใน 4 ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้ อย่างไรก็ดี สสส.ยังสนับสนุนเยาวชนจาก 10 มหาวิทยาลัย ผลิตหนังสั้นรณรงค์ไม่พนัน 4 เรื่อง พร้อมออกโรดโชว์และนิทรรศการรณรงค์ไปตามโรงเรียนมัธยมกว่า 100 แห่งทั่วประเทศอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธำรง ธวัชวะชุม รองอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ และนางปิยะวดี พงศ์ไทย ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานขับเคลื่อน การส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ร่วมแถลงผลการดำเนินงานตามภารกิจสำคัญของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เกี่ยวกับมาตรการป้องกันปัญหาการพนันฟุตบอลออนไลน์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยพบว่าในปี 2560 คือการพนันทายผลฟุตบอล และมีแนวโน้มการเล่นสูงขึ้นอย่างน่าวิตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีพฤติกรรมเสี่ยงขณะรับชม เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และเสี่ยงต่อการถูกล่อลวงให้ซื้อสินค้าหรือเรื่องเพศ ทาง ดย.ได้มีการลงนามความร่วมมือในการป้องกันในเรื่องดังกล่าวร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวม 11 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง ปกป้องและคุ้มครองเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าสู่วงจรการพนันฟุตบอลและการพนันออนไลน์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11911</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธำรง ธวัชวะชุม, น.ต.วรวิทย์ เตชะสุภากูร, นายธนากร คมกฤส, นิทรรศการ, รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, วิเชษฐ์ พิชัยรัตน์, สกัดจุดโทษ, สสส., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ใครๆ ก็ไม่พนันบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2cd50d997aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนพ่อแม่ติดคุก ปล่อยลูกพนันบอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เครือข่ายหยุดพนันร้องบิ๊กป้อมคุมเข้มบอลโลก สั่ง สตช.ตั้งศูนย์ปราบปรามจริงจัง บช.น.เดินหน้ากวาดล้าง เผยเตรียมออกหมายจับเจ้าของบัญชีแบงก์กว่า 600 รายเกี่ยวข้องการพนัน เตือนผู้ปกครองเยาวชน ปล่อยให้ทำผิดซ้ำเล่นพนันทายผลบอล ตัวเองติดคุก 1 ปี 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน นายพงศ์ธร จันทรัศมี ผู้จัดการศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาการพนัน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ นำกลุ่มเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน และเครือข่ายรณรงค์หยุดพนันกว่า 30 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลงานด้านตำรวจและกีฬา เสนอให้มีแผนปฏิบัติการเชิงรุก เตรียมความพร้อมรับมือปัญหาพนันฟุตบอลโลก 2018 ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนมิถุนายน และถ่ายทอดสดทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนากรกล่าวว่า ปีนี้รัฐบาลจัดถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้ชมและเชียร์ฟุตบอลโลก 2018 ทุกนัด คาดว่าจะมีเงินสะพัดในวงจรพนันบอลโลกครั้งนี้จำนวนมหาศาล มีเด็ก เยาวชน และกลุ่มคนวัยทำงานสนใจเล่นพนันจำนวนมาก จากการสำรวจของฝ่ายวิชาการ พบเด็กไทยเล่นพนันแล้วร่วม 3 ล้านคน มีเว็บพนันออนไลน์มากกว่า 2 แสนเว็บ และจากช่วงฟุตบอลยูโรที่ผ่านมา เด็กไทยใช้เงินพนันบอลเฉลี่ยต่อนัดสูงขึ้นเกือบเท่าตัว จาก 1,800 บาท เป็น 3,000 บาท โดยเล่นพนันผ่าน 3 ช่องทาง คือ 1.เล่นพนันกับคนใกล้ชิด 2.เล่นผ่านโต๊ะรับแทงพนัน กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน และ 3.เล่นผ่านเว็บไซต์พนัน ซึ่งเป็นการพัฒนามาจากโต๊ะรับแทงพนัน จึงอยากให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้รณรงค์หยุดพนันผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะช่วงที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลในแต่ละนัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์ธร จันทรัศมี ผู้จัดการศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาการพนัน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวว่า เครือข่ายมีข้อเสนอต่อรัฐบาล ดังนี้ 1.ขอให้การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกทุกนัด มีการรณรงค์สอดแทรกโทษภัยของการพนัน เชิญชวนให้เชียร์ฟุตบอลโดยไม่พนัน ตลอดจนสนับสนุนให้ผู้บรรยายกีฬารณรงค์ไปในทางเดียวกัน 2.ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งศูนย์ปราบปรามการพนันฟุตบอลอย่างถาวร เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง เพราะปัญหาพนันบอลนำมาซึ่งความเสื่อมทั้งในวงการกีฬา และทำให้เกิดคดีอาชญากรรมเพิ่มขึ้น 3.ขอให้สั่งการสนับสนุนการขับเคลื่อนความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ 10 องค์กรภาครัฐและภาคประชาสังคม ที่ได้ร่วมลงนามความร่วมมือเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา และ 4.เครือข่ายฯ ยินดีให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการรณรงค์หยุดพนัน ตลอดจนเฝ้าระวัง แจ้งเหตุ เพื่อหนุนเสริมการดำเนินงานของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ป้องกันปราบปรามการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอล บช.น. พร้อมด้วยรอง ผบก.น.1-9 รอง ผบก.สปพ. (191) รอง ผบก.อก.บช.น. ร่วมแถลงผลการระดมกวาดล้างลักลอบเล่นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอลประเภทต่างๆ เช่น ฟุตบอลยุโรป ฟุตบอลลีกทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 มิ.ย.-15 ก.ค. โดยมีผลการปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1-15 พ.ค. ดังนี้ 1.การพนันทายผลฟุตบอล จับกุมเจ้ามือ 1 คดี รวมผู้ต้องหา 2 คน, ผู้เล่น 150 คดี รวมผู้ต้องหา 160 คน, เดินโพย 2 คดี รวมผู้ต้องหา 2 คน 2.การพนันทายผลฟุตบอลทางอินเทอร์เน็ต จับกุมเจ้ามือ 7 คดี รวมผู้ต้องหา 13 คน, ผู้เล่น 9 คดี รวมผู้ต้องหา 41 คน ทั้งหมดรวมผู้ต้องหา 167 คดี 218 คน ยึดของกลาง 1.เงินสด 171,856 บาท 2.มูลค่าเงินในโพย 297,846 บาท 3.โพยพนันฟุตบอล 267 แผ่น 4.คอมพิวเตอร์ 21 ชุด 5.คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง 6.เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ 5 เครื่อง 7.เครื่องถ่ายเอกสาร 1 เครื่อง และ 8.โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพื่อเตรียมออกหมายจับเจ้าของบัญชีธนาคาร ที่พบจากการระดมกวาดล้าง ปราบปราบพนันฟุตบอลออนไลน์ ทั้งหมดกว่า 600 บัญชี เพื่อดำเนินคดีในความผิด 1.พ.ร.บ.การพนัน 2.พ.ร.บ.ฟอกเงิน และ 3.พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ที่มองว่าเป็นเหยื่อของการพนัน และในขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกว่า 300 เว็บไซต์ ที่สามารถเสิร์ชหาได้จากกูเกิล โดยก่อนหน้านี้สามารถจับกุมเจ้ามือได้ 3 ราย พบเงินหมุนเวียนกว่า 60 ล้านบาท ส่วนมาตรการหยุดยั้งคือ สร้างการรับรู้ให้ประชาชน เริ่มจากสถาบันครอบครัว และสถาบันการศึกษา ซึ่งมีการเฝ้าระวังในช่วงการแข่งฟุตบอลตามร้านอาหาร ผับ บาร์ต่างๆ พร้อมการใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ร.บ.ฟอกเงิน และ พ.ร.บ.เด็กและเยาวชน รวมถึงการเอาผิดกับผู้ปกครองของเยาวชนที่ลักลอบเล่นพนันทายผลบอล เบื้องต้นมีการทำทัณฑ์บนไว้ แต่หากเด็กกระทำผิดซ้ำ ผู้ปกครองจะได้รับโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9261</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระดมกวาดล้าง, คุมเข้มบอลโลก, นายธนากร คมกฤส, นายพงศ์ธร จันทรัศมี, บิ๊กป้อม, ปราบปราบพนันฟุตบอลออนไลน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินสะพัดในวงจรพนัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afada50af999.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวยชุดเริ่ม16ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กองสลากดีเดย์ขายหวยรวมชุด 5 ใบงวดแรก 16 ก.ค.นี้ เผยเสียงส่วนใหญ่หนุน นำร่องระยะแรกงวดละ 20 ล้านใบ ด้านรายย่อยวอนลดต้นทุนลงอีก เหตุยี่ปั๊วบวกกำไรเพียบ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนันชี้ไม่แก้สลากแพง เพราะยังมีเสือนอนกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า สำนักงานสลากฯ จะเดินสายรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับนโยบายการจำหน่ายสลากรวมชุดเองของสำนักงานสลากฯ โดยจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์ และจดหมายเปิดผนึก พบว่าประมาณ 70% สนับสนุนให้มีการรวมชุดจำหน่าย ซึ่งหลังจากรับฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้นแล้ว จะสรุปรายละเอียดเสนอให้คณะกรรมการสลากฯ พิจารณาภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยคาดว่าจะสามารถจัดจำหน่ายสลากรวมชุดได้เร็วที่สุดภายในวันที่ 16 กรกฎาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะนำสลากจำนวน 20 ล้านฉบับ มารวมชุด ชุดละ 5 ฉบับ คิดเป็น 4 ล้านชุด ส่วนอีก 60 ล้านฉบับจะขายแบบใบเดี่ยวเหมือนเดิม โดยสลากรวมชุดจะเป็นการนำสลากแบบใบเดี่ยวราคา 80 บาท มารวมเป็นชุด 5 ใบ ซึ่งขายได้ง่ายกว่าแบบใบเดียวราคา 400 บาท และตรงกับความต้องการของประชาชนมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากรับฟังความคิดเห็น 70% เห็นด้วยกับแนวทางการรวมชุดของสลาก แต่ยังมีประเด็นที่เป็นเสียงแตกอยู่ คือ จะให้จำหน่ายเป็นร้านค้าประจำจุด หรือขายหาบเร่เหมือนเดิม ซึ่งสำนักงานสลากฯ อยากให้มีการขายแบบประจำจุดมากกว่า เพราะสามารถตรวจสอบได้ง่าย โดยจะมีการติดกล้องวงจรปิด ใช้แอปพลิเคชันยืนยันการขายแบบรวมชุดให้ตรวจสอบได้ง่าย&amp;rdquo; นายธนวรรธน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า หากการรับฟังความคิดเห็นสรุปว่าให้รายย่อยสามารถจำหน่ายสลากรวมชุดได้ ก็ไม่ต้องเรียกผู้ขายมาทำสัญญาใหม่ เพราะสัญญาเดิมมีการเปิดกว้างให้รายย่อยสามารถจำหน่ายสลากรวมชุดได้อยู่แล้ว แต่หากพบว่ายังมีการขายเกินราคา ก็สามารถดำเนินการตัดโควตาได้ทันที ซึ่งปัจจุบันได้มีการตัดโควตาสำหรับผู้ทำผิดไปแล้ว 5 พันราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อเสนอเรื่องการขอให้มีการปรับเพิ่มโควตาสลาก สำหรับผู้ค้ารายย่อย จากปัจจุบันได้รายละ 5 ชุดนั้น รัฐบาลขอยืนยันว่ายังไม่มีนโยบายในการปรับเพิ่มโควตาดังกล่าวแต่อย่างใด โดยยังเป็นไปตามนโยบายเดิมทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับสลากรวมชุด แต่ควรสลายการรวมชุดมากกว่าทำเสียเอง เพราะแก้ไขการขายเกินราคาไม่ได้ หรือทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากลอตเตอรี่ยังคงเปลี่ยนมือไปสู่ผู้ค้าคนกลางที่รับซื้อมาจากผู้ค้าที่ได้รับโควตา แต่ไม่ยอมขายเอง เมื่อสำนักงานสลากฯ นำลอตเตอรี่รวมชุดออกมาจำหน่าย ยิ่งทำให้ราคาลอตเตอรี่ยังแพงขึ้น กลายเป็นรัฐบาลส่งเสริมการซื้อลอตเตอรี่แบบทวีคูณ จาก 1-2 ใบ ต้องมาซื้อเป็นแบบชุด 5 ใบ ทำให้ผู้บริโภคเสียเงินเพิ่มขึ้นจากเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายสมชาย ปัญญ์เอกวงศ์ ประธานที่ปรึกษาสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สนับสนุนให้รวมลอตเตอรี่เป็นชุด แต่ขอให้แยกลอตเตอรี่เป็นคนละใบ เพราะหากใช้ใบเดียวแทน 5 ใบ หรือ 10 ใบ ผู้ค้าจะไม่สามารถแยกขายได้ และต้องการให้จัดสรรลอตเตอรี่รวมชุดให้กับผู้ค้ารายย่อย เพราะกระบวนการปัจจุบันผู้ค้าจะต้องนำลอตเตอรี่ใบเดี่ยวไปแลกเป็นลอตเตอรี่รวมชุด ส่งผลให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นใบละ 10 บาท ทำให้ต้องขายลอตเตอรี่ในราคาแพงขึ้น แต่หากจัดสรรให้ผู้ค้ารายย่อยราคาลอตเตอรี่จะขยับลงมาที่ใบละ 80 บาทแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เห็นด้วยกับสำนักงานสลากฯ ที่จะทำลอตเตอรี่รวมชุด เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไป และหันมาซื้อแบบรวมมากชุดมากขึ้น โดยเชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาการขายลอตเตอรี่เกินราคาลดลงได้ ทั้งนี้ สำนักงานสลากฯ ต้องมีแอปพลิเคชันหรือช่องทางโซเชียล เช่น ไลน์ เพิ่มเติมในการร้องเรียน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถแจ้งข้อมูลและรูปภาพส่งให้ตรวจสอบได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี สำนักงานสลากฯ ควรมีนโนบายการขายสลากออนไลน์ เพราะจะทำให้เกิดความเป็นธรรม และยังช่วยนำเงินใต้ดินที่มีกว่า 3 แสนล้านบาท มาเข้าระบบให้ถูกต้อง รวมทั้งให้ความสำคัญกับผู้พิการและผู้มีรายได้น้อยในการรับสิทธิ์ได้ขายก่อน เช่น การจัดทำตู้จำหน่ายสลากออนไลน์ และให้สิทธิ์กับผู้ที่มีโควตาเดิมก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นายประสาน น้อมจันทึก ผู้แทนกลุ่มสลาก 5 &amp;nbsp;ภาค กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วต้องมีการทำสลากรวมชุด เพราะที่ผ่านมากว่า 23 ปี ที่มีการขายสลากเกินราคา เสนอให้มีการจัดทำสลากรวมชุดแบบสลากใบเดียว แต่ขนาดต่างกัน ราคา 80, 240 และ 400 บาท โดยต้องการให้กระจายสลากเข้าถึงผู้บริโภคและผู้ค้ารายย่อยตัวจริงมากที่สุด ขณะเดียวกันอยากให้สำนักงานกินแบ่งรัฐบาลลดต้นทุนสลากลง จากเดิมใบละ 68.80-70.40 บาท เพราะเมื่อมาถึงยี่ปั๊วจะบวกราคาเพิ่มและขายต่อราคาใบละ 85-88 บาท ส่งผลให้ผู้ค้ารายย่อยต้องขายสูงราคาใบละ 100-120 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8716</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสลาก 5  ภาค, กองสลากดีเดย์, นายธนวรรธน์ พลวิชัย, นายธนากร คมกฤส, นายประสาน น้อมจันทึก, นายสมชาย ปัญญ์เอกวงศ์, นายสังศิต พิริยะรังสรรค์, ผู้ค้ารายย่อย, ยี่ปั๊ว, ลอตเตอรี่, สลากรวมชุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af05ec794c72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
