<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แรมโบ้’เดือด!ซัด’ธนาธร’หนักแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564- &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ซึ่งถูกนายอภิวัฒน์ ขันทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีและการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี 32/2563 ลงวันที่ 21 ก.ย. 63 ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เอาผิด นายธนาธร 3 ข้อหา ได้แก่ ความผิดมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 ความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา กรณีไลฟ์เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับวัคซีนบนเพจคณะก้าวหน้า และเพจนายธนาธร ซึ่งมีเนื้อหาวิจารณ์การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลที่มีความล่าช้าเเละมีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน ภายหลังพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ได้ส่งสำนวนความเห็นสมควรฟ้อง นายธนาธรต่อพนักงานอัยการ เป็นที่เรียบร้อยเเล้วนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรณีที่นายธนาธรได้ให้สัมภาษณ์กล่าวหารัฐบาลใช้กฎหมาย มาตรา 112 กลั่นแกล้งปิดปากประชาชนนั้น นายเสกสกลระบุว่า ที่ผ่านมาคนไทยทั้งแผ่นดิน ทราบดีว่านายธนาธร และนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำกลุ่มก้าวหน้า มีพฤติกรรมที่ต้องการก้าวล่วงบิดเบือนข้อมูลและใส่ร้ายสถาบันเบื้องสูงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอย่างไร คนไทยที่รักและปกป้องสถาบันรู้เช่นเห็นชาติพฤติกรรมของคนทั้งสองนี้ดี นอกจากนั้นยังมีพฤติกรรมสนับสนุนกลุ่มสามนิ้วออกมาทำผิด ม.112 อย่างต่อเนื่อง อย่าได้สะเออะออกมาพูดเลยว่ารัฐบาลกลั่นแกล้งรังแก &amp;nbsp;ต้องถามกลับนายธนาธร ว่าจิตใจยังเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่า สถาบันกษัตริย์ลงมาทำอะไรให้ครอบครัวนายธนาธรเดือดร้อน นายธนาธรครอบครัวและบริษัท ไทยซัมมิทร่ำรวยมหาศาลได้เงินได้ทองมากมายบนผืนแผ่นดินไทยไม่ใช่หรือ &amp;nbsp;ทั้งที่เชื้อสายนายธนาธรมาจากประเทศอื่นด้วยซ้ำ ครอบครัวนายธนาธรได้มาอาศัยบนผืนแผ่นดินที่ราชวงศ์ได้เสียสละชีวิตเลือดเนื้อเพื่อรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลานทำมาหากินตราบเท่าทุกวันนี้ นายธนาธรยังไม่มีจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอะไรเลย คนเช่นนี้ถือเป็นคนอกตัญญูเป็นคนหนักแผ่นดิน ชาติชั่วสารเลวที่สุด ที่กล้าออกมาพูดจาใส่ร้ายป้ายสี ทำลายสถาบันให้เสื่อมเสียและใช้ข้อมูลที่บิดเบือนเป็นเท็จโกหกหลอกลวงประชาชน นายธนาธรช่างบังอาจกล้ามาพูดเย้ยฟ้าท้าดินเจตนาท้าทายกฎหมาย ไม่เคยมีจิตสำนึกในบุญคุณแผ่นดินไทยเลยใช่ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ไม่เคยใช้ม.112 ไปกลั่นแกล้งใครทั้งสิ้น ม.112 เป็นกฎหมายอาญาแผ่นดิน ประชาชนทั่วไปก็สามารถไปแจ้งความร้องทุกข์กกล่าวโทษ ดำเนินคดีกับนายธนาธร หรือบุคคลใดก็ได้ที่ดูหมิ่นดูแคลนก้าวล่วงพระมหากษัตริย์หรือองค์รัชทายาท หรือราชวงศ์พระองค์ใดในสถาบันฯคงไม่ลงมาดำเนินคดีด้วยตัวเอง กฎหมายจึงมีความจำเป็นที่ต้องให้ประชาชนคุ้มครองปกป้องสถาบันฯได้ตามกฎหมาย พฤติกรรมของคนที่คิดร้ายทำผิดกฎหมายเช่นนี้ คนไทยส่วนใหญ่จึงเรียกว่าคนหนักแผ่นดิน คนอกตัญญูต่อแผ่นดิน ไม่สมควรเป็นคนไทยและไม่สมควรอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย เป็นคนเนรคุณต่อบรรพบุรุษของไทย คนเช่นนี้ต่อไปจะพบแต่ความวิบัติในภายภาคหน้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกลยืนยันอีกครั้งว่า ม.112 ไม่เคยไปรังแกกลั่นแกล้งผู้บริสุทธิ์ และไม่เคยไปกลั่นแกล้งใคร และไม่เคยเดินไปหาใครถึงบ้านเพื่อกลั่นแกล้งรังแกใครทั้งสิ้น มีแต่พวกคนชาติชั่วที่คิดร้ายต่อสถาบันฯเท่านั้นที่จะโดนความผิดตามมาตรานี้ ดังนั้นต้องถามนายธนาธรและพวกว่า สถาบันฯไปทำอะไรให้นายธนาธรและครอบครัวเดือดร้อน นายธนาธรและพวกจึงไม่รักและปกป้องสถาบัน คิดแต่จะใส่ร้ายป้ายสียุยงให้คนออกมาทำร้ายสถาบันฯอย่าต้องให้พลังคนไทยส่วนใหญ่ที่รักสถาบันทั้งแผ่นดิน ต้องลุกฮือออกมาขับไล่คนเนรคุณกลุ่มนายธนาธรและพวกออกนอกประเทศ ประชาชนแทบจะทนไม่ไหวแล้วกับพฤติกรรมเนรคุณอกตัญญู คนหนักแผ่นดิน กลุ่มนายธนาธรและนายปิยบุตร สักวันหนึ่งอาจจะไม่ต้องใช้ ม.112 บังคับใช้หรอก แต่พลังมวลชนคนทั้งแผ่นดินจะออกมาขับไล่พวกนายธนาธรและนายปิยบุตรเองให้พ้นจากผืนแผ่นดินไทยเอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119616</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ประธานคณะก้าวหน้า, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, มาตรา 112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_60976562193dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ธนกร’ซัด‘ธนาธร’โหนม็อบย้อนต้องให้ตร.สูญเสียถึงสะใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าหน้า เรียกร้องให้รัฐสภาสอบเจ้าหน้าตำรวจที่ใช้กระสุนจริงยิงประชาชนว่า เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ออกมายืนยันชัดเจนว่าไม่ได้มีการใช้กระสุนจริง และปฎิบัติตามหลักสากล อยากถามนายธนาธรและนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลว่า ม็อบชุมนุมสันติจริงหรือ ซึ่งคำตอบคือไม่จริง ประชาชนทั่วประเทศก็รู้แจ้งเห็นจริงเหมือนกัน มีการใช้อาวุธ มีด ปืน หัวน็อตทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผาทำลายข้าวของราชการ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องใช้กระสุนยาง หรือเมื่อมีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ นายธนาธร นายรังสิมันต์ และ ส.ส.พรรคก้าวไกล ก็รีบออกมาเกาะกระแสกล่าวหาว่าตำรวจฆ่าประชาชน การกระทำแบบนี้จงใจทำลายเกียรติของเจ้าหน้าที่หรือไม่ ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศชาติ ทำลายบ้านเมือง และสร้างความแตกแยกในประเทศหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า สงสารเยาวชนที่บริสุทธิ์ ซึ่งตกเป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจของคนบางกลุ่ม สุดท้ายเมื่อถูกดำเนินคดีก็ต้องติดคุกโดยไม่มีใครมาสนใจใยดีนอกจากครอบครัวตัวเอง ที่ผ่านมาก็เห็นตัวอย่างมาแล้ว แกนนำหลายคนถูกกล่าวหาว่าอยู่ในประเภทสู้แล้วรวย การที่นายธนาธรจะให้รัฐสภาตรวจสอบการทำงานของตำรวจนั้นสามารถทำได้ แต่อยากถามจริงๆ ว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้สูญเสียคงจะสะใจนายธนาธรใช่หรือไม่ นายธนาธรเคยคิดหรือไม่ว่าตำรวจก็คือคนไทย มีลูก มีครอบครัวเช่นเดียวกับม็อบ ถ้าม็อบไม่ออกมาชุมนุมเผาบ้านเผาเมืองแล้วตำรวจจะออกมาหรือ อยากจะบอกว่า รัฐบาลต้องการให้บ้านเมืองสงบ เพื่อเอาเวลาและสรรพกำลังทั้งหมดไปแก้ปัญหาโควิด-19 การชุมนุมประท้วงจะทำให้บุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนักขึ้น แกนนำม็อบหลายคนก็ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว และไม่รู้ว่าจะมีการแพร่ระบาดในม็อบบ้างแล้วหรือไม่ สงสารประเทศไทยจริงๆ แทนที่จะมาช่วยกันในภาวะวิกฤติ แต่กลับมาขัดแย้งกันเองเพียงเพื่อหวังผลทางการเมืองของคนบางกลุ่ม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113677</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุม, นายธนกร วังบุญคงชนะ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประธานคณะก้าวหน้าหน้า, เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7a5caa311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;ยุส่ง&#039;ธนาธร&#039;นำทีมคณะก้าวหน้าและแกนนำม็อบสามนิ้วไปอยู่ต่างประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 พฤษภาคม 2564 &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กเพจ ถึงกระแสคนไทยกลุ่มหนึ่งมีความคิดอยากย้ายประเทศ โดยย้ำว่านายกฯ และรัฐบาล ตั้งแต่เข้ามาบริหารบ้านเมืองได้แก้ไขปัญหา พัฒนาบ้านเมือง มีความจริงใจในการเข้ามาทำหน้าที่ มาโดยตลอดมากกว่าผู้นำคนอื่นๆที่เข้ามาบริหารบ้านเมืองในอดีตด้วยซำ้ เพราะเป้าหมายของนายกฯคือประชาชนต้องอยู่ดีกินดี ประเทศเดินหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทุกๆด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากคนที่ไม่ชอบนายกฯ และรัฐบาล รวมถึงนายธนาธร หรือกลุ่มที่มีความคิดอยากย้ายประเทศ ไม่มั่นใจในตัวนายกฯ และรัฐบาล ถือเป็นเรื่องส่วนตัว คงห้ามความคิดไม่ได้ แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศยังต้องการให้นายกฯอยู่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนต่อไป และหากมีคนคิดอยากย้ายไปอยู่ประเทศอื่นนั้นก็เป็นเรื่องส่วนตัวเช่นเดียวกันเพราะไม่มีใครห้ามได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกลยังยืนยันว่าในประเทศไทยยังมีผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และยังเป็นผู้ที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อีกมากมายและคนเหล่านั้นก็พร้อมที่จะทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง โดยไม่นำเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งตนเองก็มั่นใจว่าคนเหล่านี้จะทำงานได้ดีและไม่ทำให้ประเทศชาติเกิดความขัดแย้งขึ้นมา ดังนั้นใครอยากย้ายประเทศก็สามารถไปได้เลย ขณะเดียวกันนายธนาธร ก็ไม่ต้องกังวล หรือเป็นห่วงว่าประเทศไทยจะขาดคนเก่งคนดีมีความสามารถ เพราะคนเก่งที่ไร้สมองขาดจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองอย่างนายธนาธร อยู่ไปก็ไร้ค่า ยิ่งไม่มีนายธนาธรและสมุนคณะก้าวหน้าอยู่ ก็อาจจะไม่มีคนยุยงปลุกปั่นสร้างความวุ่นวายทำลายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ประเทศไทยจะเจริญกว่านี้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายธนาธรไม่ต้องกลัวว่า รัฐจะล่มสลาย ที่อ้างว่าคนเก่ง คนมีความสามารถ จะหลั่งไหลออกไปสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศอื่นจนหมด เป็นการพูดของนายธนาธรที่จินตนาการและมโนภาพไปเองมากกว่าเพราะอย่าลืมว่า ประเทศไทยยังมีคนเก่งอีกเยอะแยะมากมาย ทั้งนี้ตนเองก็ขอให้กระแสการย้ายประเทศอย่าเป็นเพียงการแสดงเชิงสัญลักษณ์ แต่ขอให้ไปจริงๆ ซึ่งคนอย่างนายธนาธร มีเงินมีทองมากมาย น่าจะสนับสนุนคนกลุ่มนี้ด้วยการให้เงินค่าเครื่องบิน ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ จะได้ไปได้ไวยิ่งขึ้น และตัวนายธนาธรควรพาคณะก้าวหน้าและสมุนออกเดินทางไปทั้งคณะยิ่งไปเร็วเท่าไรยิ่งดี อย่าชักช้ามัวแต่มาพูดขี้โม้โอ้อวดให้เปลืองน้ำลายไปวันๆแบบไร้สาระ เป็นบ่อนขัดขวางทำลายความสงบสุขของคนในชาติมากกว่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้านายธนาธรพาคณะกลุ่มก้าวหน้าและแกนนำพวกม็อบสามนิ้วพวกนี้ย้ายไปอยู่ในต่างประเทศกันโดยเร็ววัน คงมีคนไทยส่วนใหญ่ยกมือพนมสาธุ ด้วยความดีอกดีใจมากที่สุด เพราะตนมั่นใจว่าหากนายธนาธรและสมุนไปกันหมดแล้วประเทศไทยจะสงบร่มเย็นขึ้น และประเทศไทยจะมีการพัฒนา แก้ไขปัญหาได้อย่างราบรื่นรวดเร็วขึ้น เพราะพวกมารทำลายประเทศ พวกคนที่หนักแผ่นดิน ได้ออกไปจากประเทศไทยแล้ว &amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102271</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ย้ายประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_60976562193dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!สกุลธรโผล่แล้วออกเอกสาร3หน้าแจงปมสินบน20ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค. 2563 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดิวิลอปเม้นท์ จำกัด น้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออก PRESS RELEASE ชี้แจงกรณีที่ดิน 3 หน้ามีเนื้อหาว่า ข้าพเจ้า นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ อยากจะชี้แจงสังคมเกี่ยวกับเรื่องที่ดินบริเวณชิดลมว่าข้าพเจ้าขอยืนยันความบริสุทธิ์และมีประเด็นที่อยากชี้แจง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เป็นการส่วนตัว รวมถึงข้าพเจ้าไม่เคยรู้จักเจ้าหน้าที่ในสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ท่านใดก็ตาม ข้าพเจ้ามารู้ว่าคุณประสิทธิ์คือใครหลังจากตำรวจได้ทำการสืบคดีแล้วเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในปี 2560 ข้าพเจ้าได้รู้จักนายสุรกิจผ่านนายหน้าที่รู้จักอีกท่านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกันมาก่อน รวมถึงไม่มีความสนิทสนมใดๆ ตลอดระยะเวลาในการทำงาน ที่ดินแปลงนี้มีคณะนายหน้าจำนวนหลายท่านได้รวมตัวเข้ามาเสนอที่ดินให้กับข้าพเจ้า ดังนั้นการเจรจาต่างๆ มีผู้รับรู้หลายท่านเป็นสิ่งที่เปิดเผยมาก และการที่คนที่เพิ่งรู้จักกันมันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าพเจ้าจะบอกให้คุณสุรกิจนำเงินไปดำเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้กับบุคคลที่สามหรือมีลักษณะเรียกเงินเพื่อให้มีการกระทำที่ทุจริตยิ่งเป็นไปไม่ได้ ซึ่งผมขอยืนยันว่าในกรณีนี้ผมไม่ได้ไปวิ่งหาที่ดินตั้งแต่แรก แต่เป็นนายหน้าเข้ามาเสนอที่ดินให้ข้าพเจ้า โดยที่ผมไม่ได้เป็นผู้มอบหมายให้นายหน้าไปจัดหาเมื่อผมพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจจึงมีการดำเนินโครงการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ทั้งนี้ตลอดการทำงานข้าพเจ้าเน้นย้ำเสมอถึงความโปร่งใสและการทำงานบนความถูกต้อง โดยมีการระบุลงไปในสัญญาการจ้างอย่างชัดเจนว่า &amp;ldquo;ในการปฏิบัติงานนายหน้าจะต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ตามข้อบังคับหรือระเบียบต่างๆ และรวมถึงการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานของวิชาชีพของนายหน้า &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ทั้งนี้ตลอดในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีการทำงานหลายขั้นตอนจน Final project development proposal ได้ออกมาเป็นโครงการเป็นลักษณะ Mix-Use ขนาด 160,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย โรงแรม ศูนย์การค้า สำนักงาน และคอนโดมิเนียม (ดูเอกสารประกอบที่ 1) ซึ่งตลอดการทำงานมีการจ้างที่ปรึกษาหลายหน่วยงานเพื่อส่งแผนการพัฒนานี้ ซึ่งมีการทำงานจริง เพราะขณะนั้นเชื่อเพียงว่าการผ่านการพิจารณาได้จะต้องทำโครงการให้มีความโดดเด่นเท่านั้น ดังนั้นการชำระเงินตามที่มีข่าวอออกไป เป็นการชำระค่าจ้างในลักษณะของ real estate consultancy ตามคู่สัญญาการค้าที่มีการระบุในสัญญาตามมาตรฐานธุรกิจทั่วไป โดยแบ่งจ่ายเมื่อแผนงานมีความคืบหน้า ทุกครั้งมีการชำระเงินเป็นเช็คและได้มีการบันทึกใบรับเช็คตามมาตรฐานสัญญาธุรกิจทั่วไป ซึ่งไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหลีกการตรวจสอบ ในกรณีนี้ได้มีการทำเอกสารราชการปลอมนำมาแสดงกับข้าพเจ้าเพื่อยืนยันความคืบหน้าในการทำงานอันจะทำให้มีสิทธิ์ขอเบิกค่าจ้างตามที่สัญญากำหนดไว้ได้ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าเกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ข้าพเจ้าได้รับหนังสือจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อเชิญไปนำเสนอแผนพัฒนาโครงการในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 (ภายหลังทราบว่าเป็นหนังสือที่ได้ถูกปลอมแปลงขึ้นมา) ปรากฏว่า ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากนายหน้าว่าขอยกเลิกการประชุมล่วงหน้า 1 วันก่อนถึงวันประชุม จึงเป็นเหตุที่ทำให้เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวโดยมีการบันทึกรับเอกสารจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แจ้งว่า ยังไม่มีนโยบายในการหาผู้เช่ารายใหม่แต่อย่างใด ข้าพเจ้าจึงได้ยกเลิกสัญญาและส่งหนังสือทวงหนี้ 2 ครั้งตามระบบ ซึ่งจากการที่เราตรวจสอบเอกสารจนค้นพบข้อเท็จจริงทั้งหมดแสดงถึงความบริสุทธิ์ว่าเราไม่มีการไหว้วานใครให้ไปกระทำการที่ผิดกฎหมาย จนทำให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ทำการตรวจสอบและได้ทำการสืบสวนต่อจนทราบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารจนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้และที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้จากเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้และขอยืนยันในความบริสุทธิ์ ทั้งนี้ข้าพเจ้าขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากข่าวที่สังคมได้รับนั้นเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของบุคคลอื่น ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วกรณีนี้ข้าพเจ้าเป็นผู้เสียหายจากการปลอมแปลงเอกสาร สำหรับสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ชี้แจงนั้นได้ถูกปรากฏอยู่ในเอกสารสำนวนสอบสวนตั้งแต่แรก ในส่วนของค่านายหน้านั้นเป็นการตกลงตามมาตรฐานในวิชาชีพตามหลักสากลของธุรกิจนี้และจะทำการชำระก็ต่อเมื่อได้ทำธุรกรรมจดสิทธิ์การเช่าที่สำนักงานที่ดินให้แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้าขอยืนยันสิ่งที่ชี้แจงมาทั้งหมดเป็นความสัตย์จริง และยืนยันว่าไม่เคยใช้ให้ผู้ใดไปดำเนินการสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามที่เป็นข่าว อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ข้าพเจ้าจะใช้ความระมัดรังวังให้มากยิ่งขึ้นกับการดำเนินธุรกิจต่อไปในภาคหน้า เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาใดๆ ทั้งกับตนเองและหน่วยงานอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87001</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดิวิลอปเม้นท์ จำกัด, สินบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd980754020d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;ขู่ฟ้องกราวรูด!พวกไล่ช่วงหาเสียงบอกมีบ้านใหญ่ลงขันสกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 2563 - &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีมวลชนบางกลุ่มออกมาต่อต้านการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า ทำให้หนักใจหรือไม่ ว่าเวลาไปที่ไหนก็แล้วแต่เราจะเห็นผู้ที่เข้ามาให้ดอกไม้ มาขอจับมือ มาขอถ่ายรูปจำนวนมาก กลุ่มคนที่คิดเห็นต่างต้องยอมรับว่ามีอันนี้เป็นข้อเท็จจริง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้คนมาสนับสนุนเราทั้งหมด โดยกลุ่มที่เห็นต่างจะมีอยู่ 2 แบบ คือ มีลักษณะที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งกลุ่มนี้จะเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจตลอดว่าพวกเราไม่ได้เข้ามาเพื่อล้มล้างสถาบัน เราไม่ได้ชังชาติ เราทำตรงนี้ด้วยความหวังดี ประสบความสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างแล้วแต่กรณีไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธรกล่าวว่า ส่วนที่มีปัญหามันจะไม่ใช่แบบธรรมชาติ ซึ่งมี 2 เหตุผลหลัก คือ 1.พยายามที่จะสร้างเป็นเรื่องการเมืองระดับชาติ พยายามที่จะสร้างทฤษฎีสมคบคิด นายธนาธร, นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ร่วมกับอเมริกา ร่วมมือกับจอร์จ โซรอส ไปอยู่ข้างหลังนักศึกษา วางแผนจะล้มล้างสถาบัน คือมันต้องมีแพะ มันต้องมีปีศาจตัวหนึ่งเพื่อให้เขาจัดการได้ เพราะเขาเอานักเรียน นักศึกษาเป็นปีศาจไม่ได้ ก็เลยต้องเอาตนเอานายปิยบุตรมาเป็นปีศาจ &amp;nbsp;ดังนั้นในทางหนึ่งมันเกี่ยวข้องกับการเมืองระดับชาติ ในสถานการณ์แบบนี้ทุกคนก็น่าจะเห็นความพยายามที่จะเห็นสังคมที่ปั่นป่วน เห็นสังคมที่แตกแยกเพื่อที่จะนำไปสู่ความชอบธรรมของการแทรกแซงการเมืองโดยอำนาจที่มาจากประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การเมืองระดับท้องถิ่น คิดว่านี่เป็นการลงขันกันจากบ้านใหญ่ เพื่อหยุดตนไม่ให้เดินหาเสียง คือเราเห็นชัดเจนหลายครั้ง ในหลายกรณีเข้ามา 3-5 นาทีเพื่อถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ แล้วเดินกลับ เพื่อเอาไปปล่อยลงโซเชียล เพื่อที่จะบอกว่าจังหวัดนี้ไม่ต้อนรับตน แบบนี้เราไม่ว่า ไม่เป็นไร 3 นาทีเราก็เดินหาเสียงต่อ แต่แบบที่เป็นปัญหาจริงๆ คือมีลักษณะคุกคามจริง ตั้งใจมาคุกคามให้เราหยุดเดิน ไม่ต้องการให้เราพบประชาชน มีการเดินตามแล้วตะโกนเพื่อให้เกิดความวุ่นวายดูแล้วเกิดความปั่นป่วนไม่สงบสุข เป็นการคุกคามชัดเจน คุกคามสิทธิเสรีภาพของเราในการเดินทาง คุกคามสิทธิเสรีภาพของเราในการรณรงค์เลือกตั้ง ถ้ามายืนชูป้ายเฉยๆ ตนไม่ติดใจ เราเรียกร้องให้ฝ่ายหนึ่งเปิดใจให้กว้างสำหรับข้อเสนอที่อาจจะทำร้ายจิตใจเขา เราเองก็ต้องรับฟังเขาเหมือนกัน ดังนั้นใครจะมายืนชูป้ายด้วยความสงบไม่ระรานไม่คุกคามกัน ตนคิดว่าเป็นสิทธิ์ และก็ให้ไปเดินรณรงค์เลยว่าไม่ให้เลือกคณะก้าวหน้า ต่างคนต่างรณรงค์ ไม่ต้องมาคุกคาม ไม่ต้องมาระรานกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวต่อว่า ดังนั้นกลุ่มนี้จะมีปัญหา ซึ่งกลุ่มนี้สัปดาห์หน้า เราจะเริ่มดำเนินคดี เราต้องปกป้องสิทธิ์ในการรณรงค์การเลือกตั้งของเรา เรามีเรคคอร์ดชัดเจน หลายกลุ่มแทบจะทั้งหมดเรารู้ว่าใครเป็นใคร ผมยกตัวอย่างล่าสุด เมื่อ 2 วันที่แล้วตนกลับจากระยอง กลุ่มคนที่เข้ามาเป็นเลขาของบ้านใหญ่ ของคู่แข่งของเรา มากัน 3-4 คน แล้วก็มาตะโกน แต่คนที่มายืนกำกับคือเลขาของคู่แข่งของเรา ดังนั้นเราก็เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เราก็ไม่ได้กังวล แน่นอนศักยภาพในการพบปะประชาชนอาจจะเสียไปบ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้เราท้อถอย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการทางกฎหมายไม่ได้ตั้งใจจะเอาผิดกันจริงๆ แต่ในใจจริงไม่คิดอยากจะดำเนินคดีกับใคร เพียงแต่จะปรามไม่ให้คนอื่นมาทำตาม ถ้าอยากจะยืนก็ควรจะใช้โอกาสนั้นพูดกับสังคมมากกว่าว่าถ้าไม่เห็นด้วยกับพวกเราก็รณรงค์อย่างสันติ ยืนแสดงออกอย่างสันติ โดยจะร้องเรียนทั้งต่อ กกต. ส่วนไหนที่มีลักษณะคุกคามชัดเจนซึ่งหน้าอาจจะไปที่สถานีตำรวจเลย โดยเบื้องต้นดูไว้ประมาณ 4 จังหวัดที่มีหลักฐานชัดเจน&amp;rdquo; นายธนาธร กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากิจกรรมที่เราคิดว่าเราโดนคุกคาม กกต.ได้เข้ามาดูแลหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ไม่มีการเข้ามาดูแล และไม่มีท่าทีอะไร อย่างไรก็ตามเคสที่มันไม่ได้เข้ามาป่วนให้เราทำงานไม่ได้ เราก็ไม่ว่ากัน ไม่ถือสา ก็พยายามจะทำให้น้อยที่สุด แต่เป็นการทำในลักษณะเพื่อป้องกันตัวเองมากกว่า ไม่ให้ถูกระรานต่อไป เพราะเวลามันเหลือน้อยแล้ว ทุกวันของตนนั้นมันมีค่า.&lt;/p&gt;


	&amp;#39;เพนกวิน&amp;#39; อ่วมสุด! 12 แกนนำม็อบ 3 นิ้วโดนคดี 112 จ่อโดนอีก 5 ราย
	ชี้คนที่ไปร่วมม็อบ 3 นิ้ว นับวันจะกลายเป็นตัวตลกในสายตาของสังคม
	คณะราษฎร เผยชุมนุม 5 วันติด!
	คุก 1 ปี-ตัดสิทธิ์การเมือง 20 ปี จงใจใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์
	ชี้ช่อง SCB งัด ม.420 ฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหายปิดหนีม็อบ
	สุดๆ &amp;#39;บิ๊กกวิ้น&amp;#39;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84979</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บ้านใหญ่, ประธานคณะก้าวหน้า, หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbca6c8ed4aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามคาด!ธนาธรบอกห่วยร่างรัฐธรรมนูญที่สภารับหลักการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 2563 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงถึงกรณีอุปสรรคสำคัญในการเดินทางการเมืองของประเทศไทย ว่าคำถามที่เป็นหัวใจสำคัญของการเมืองที่มันฉุดรั้งไม่ให้พวกเราเดินไปข้างหน้าในสังคม ในฐานะประเทศ มันก็คือคำถามที่ว่า ใครคือเจ้าของอำนาจในประเทศนี้ ถ้าเราไม่ได้ข้อสรุปว่าใครคือเจ้าของอำนาจประเทศนี้มันเดินต่อไปไม่ได้ ดังนั้นการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความสำคัญ เพราะเป็นข้อตกลงที่คนกว่า 60 ล้านคนจะอยู่ร่วมกันว่าเราจะเล่นในเกมนี้ ทุกคนไม่หยิบปืนมายิงกันไม่แย่งอำนาจกัน แต่ทุกคนจะเล่นในเกมนี้แพ้ชนะกันว่าไปตามกติกาโดยมีข้อตกลงตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธรกล่าวว่า ปัญหาคือตั้งแต่ 2540 เป็นต้นมาเราฉีกรัฐธรรมนูญแล้ว 2 ครั้ง เราไม่มีข้อตกลงในฐานะสังคมว่าเราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร เราจะเคารพกฎกติกาไหนร่วมกัน คนแพ้ไม่ต้องลงถนน คนแพ้ไม่ต้องไปกวักมือเรียกทหารออกมา ดังนั้นตราบใดที่คำถามนี้ไม่มีคำตอบไม่มีความสงบสุขในประเทศ ต้องจบลงที่ข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ว่าเราจะเดินหน้าต่อด้วยข้อตกลงนี้ ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ใครแพ้ใครชนะก็ว่ากันไปรัฐธรรมนูญฉบับนี้และว่ากันไปตามกติกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าสภากำลังทำข้อตกลงใหม่แล้ว ซึ่งงรัฐบาลมองว่าม็อบน่าจะหยุดเพื่อรอดูเวทีรัฐสภาในการร่างรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;นายธนาธร กล่าวว่า เรื่องรัฐสภาก็ว่ากันไป แต่ตนมองว่าเรื่องรัฐธรรมนูญมันมีปัญหาอยู่ คือร่างของรัฐบาลและร่างของฝ่ายค้านที่ผ่านเข้าไปเพียงแค่ 2 ร่าง มันมีข้อเสนอแก้ไขมาตรา 256 ให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปัญหาที่มาของ ส.ส.ร.ต่างกัน ของฝ่ายค้าน 200 คนมาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด ของฝ่ายรัฐบาล 150 คนมาจากการเลือกตั้ง อีก 50 มาจากการแต่งตั้ง ซึ่งของฝ่ายค้านถูกต้องตามหลักการ ถ้าเราเชื่อว่าอำนาจในประเทศนี้เป็นของประชาชน อำนาจที่จะเขียนกฎกติกาก็ต้องเป็นของประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า แต่ปัญหาคือการมีผู้แทนของประชาชนมาเขียนรัฐธรรมนูญไม่เคยมีมาก่อนในสังคมไทย การยอมให้ร่างนี้ผ่านเท่ากับการตีเช็คเปล่าให้ฝ่ายค้าน และกลุ่มอภิสิทธิ์ชนและชนชั้นนำในสังคมไทยไม่ยอมแน่นอน เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะอยู่ในรัฐธรรมนูญ หากปล่อยให้เลือกฟรีโหวตมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ไม่มีใครรู้ว่าหน้าตาของรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร ส.ว. 250 จะมีหรือไม่ ดังนั้นจึงเป็นความหวาดกลัวของอภิสิทธิ์ชนว่าปล่อยให้เลือกตั้งทั้ง 200 คนมาเขียนรัฐธรรมนูญ หรือปล่อยให้ประชาชนมาเขียนรัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะมันเป็นภัยต่อเขา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวด้วยว่า ส่วนของรัฐบาล 50 คนที่มาจากการแต่งตั้งนั้นมีปัญหาว่า เลือกตั้งมา 150 คนต่อให้ชนะครึ่งหนึ่งก็ผลักดันวาระไม่ได้เลย ที่สำคัญกฎกติกาการเลือกตั้งคือเขตจังหวัด และมี 1 คนเป็นพื้นฐาน ตามสัดส่วนประชากร แต่ประชาชนใช้สิทธิ์ใบเดียว ซึ่งทุกพรรคจะเฉลี่ยกันเข้ามา พอออกแบบกฎการเลือกตั้งแบบนี้แล้วมี 50 คนอยู่ในมือ โอกาสที่จะคุม ส.ส.ร.ได้เป็นไปได้ ต่อให้มันห่วยแต่มันจะมีความชอบธรรม ว่ามาจากกระบวนการในสภา ผ่าน 256 มาแล้วเลือก ส.ส.ร.กันเอง ร่างกันมาแล้วทำไมจะไม่รับ แต่เนื้อหามันอาจจะห่วยก็ได้ เพราะการมี 50 คนและการออกแบบให้ 1 จังหวัด 1 คน 1 เสียง ให้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จำนวน ส.ส.ร.แบ่งตามสัดส่วนประชากร แบบนี้มันจะทำให้เกิดปัญหา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นผมกังวลมากจริงๆ ถ้าใช้ร่างของรัฐบาลผ่านสภาในวาระ 2 และ 3 ผมเกรงว่าเราจะได้รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและอำนาจไม่ได้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งหากไม่เปิดความคิดเห็นซึ่งกันและกันมันหาทางออกที่สันติไม่ได้ และหวังว่ามันจะไม่ต้องเดินไปถึงจุดที่บาดเจ็บล้มตายอีกรอบ&amp;rdquo; นายธนาธร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวอีกว่า การที่คนรุ่นใหม่ขยับเพราะเสียงของเขาไม่ได้รับการรับฟัง มันจึงต้องทะลุไปเรื่อยๆ ซึ่งน่ากลัวมาก แค่ฟังร่างของไอลอว์ที่มาจากคน &amp;nbsp;1 แสนคนคุณยังไม่ฟัง แต่ขยำทิ้ง เพราะเหตุผลว่าร่างไอลอว์ล้มเจ้า ซึ่งไม่มีเลย แต่มีการปั่น การสับร่างของไอลอว์จนเกินจริงเพื่อรักษาอำนาจ ดังนั้นเสียงของคน 1 แสนคนถูกทิ้งขยะไป คนที่จะฟังไม่ฟังคนที่จะถอยลงมาหาจุดตรงกลางไม่ใช่นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ซึ่งเขารออยู่แล้วเขาพร้อมพูดคุยอยู่แล้ว คนที่ไม่พร้อมพูดคุยคือชนชั้นนำ ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจว่าการจะหาทางออกจากความขัดแย้งครั้งนี้ผู้เล่นที่สำคัญมากก็คือกลุ่มชนชั้นนำทางจารีตที่เป็นคนกุมกุญแจไว้ว่าจะพาสังคมไปในทิศทางไหน กุญแจอยู่ที่ฝั่งเขาไม่ใช่นักเรียน นักศึกษา ประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84978</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประธานคณะก้าวหน้า, ร่างรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcad5174360.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิพานัน&#039;ย้อนเกล็ด&#039;ธนาธร&#039;ใครกันแน่ราดน้ำมันบนกองไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.2563 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้าออกมาแสดงความเห็นการนำมาตรา 112 มาบังคับใช้นั้นเป็นการราดน้ำมันบนกองไฟว่า ใครกันแน่ที่กำลังราดน้ำมันบนกองไฟ &amp;nbsp;พฤติกรรมนี้น่าจะมาจากกลุ่มบุคคลที่คอยฉกฉวยผลประโยชน์จากการชุมนุม โดยเฉพาะการวางแผนให้กลุ่มผู้ชุมนุม เล่นเอาล่อเอาเถิดเคลื่อนไหวไปในสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์และการแสดงออกที่เข้าข่ายคุกคาม อาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันมากกว่า &amp;nbsp;ซึ่งส่งผลให้กลุ่มประชาชนผู้จงรักภักดี เกิดความไม่สบายใจ และทนไม่ไหว ไม่ได้เกี่ยวกับการนำประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาบังคับใช้ ซึ่งเป็นปลายเหตุแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายธนาธรไม่ควรเบี่ยงเบนประเด็นใส่ร้ายว่ามาตรา 112 เป็นชนวนเหตุ เช่นเดียวกับที่นายธนาธรมักจะอ้างว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ทั้งที่นายธนาธรรู้ตนเองดีว่ากระทำผิดกฎหมายในการถือครองหุ้นสื่อ ให้เงินกู้ผิดกฎหมายกับพรรค เป็นต้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า จะเห็นว่าวันนี้มีสัญญาณจากเยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติอาจรู้ทันกลุ่มปลุกปั่นล้มล้างสถาบันหรือกลุ่มการเมืองที่คิดสร้างความวุ่นวาย จึงเปลี่ยนสถานที่ชุมนุม เพราะเลี่ยงที่จะไม่สุ่มไฟความรุนแรงเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;อย่างไรก็ดีจะเห็นได้ว่าการกำหนดเป้าหมายในการเคลื่อนไหว สะท้อนความพยายามที่จะยั่วยุปลุกปั่นให้ประชาชนผู้จงรักภักดีเกิดความไม่พอใจ โดยหวังให้เกิดความรุนแรง จะได้เป็นข้ออ้างให้นักการเมืองบางกลุ่มขอลี้ภัยไปต่างประเทศ เพื่อหลบหนีคดีอาญา ในขณะที่กระแสสังคมไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้าจนเกิด แฮชแท็ก #ไม่เอาทุกม็อบ ในโลกโซเชียลติดเทนด์ทวิตเตอร์ &amp;nbsp;และความพยายามเตือนให้กลุ่มประชาชนปกป้องสถาบันอยู่ในที่ตั้ง &amp;nbsp;ไม่ออกมาเคลื่อนไหว เพราะเสี่ยงต่อกรณีที่อาจมีผู้ไม่หวังดี สร้างสถานการณ์ ที่สำคัญคณะกรรมการสมานฉันท์ อันเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางทางการเมืองกำลังเริ่มเดินหน้า โดยมีการประกาศโครงสร้างของคณะกรรมการออกมาแล้ว ซึ่งมีโควตาตัวแทนของกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ฉะนั้นควรยุติความขัดแย้งด้วยกระบวนการเจรจาจะเป็นผลดีต่อประเทศชาติและประชาชนมากกว่า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84948</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พปชร., มาตรา 112, หัวหน้าคณะก้าวหน้า, อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbdbc676a4a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
