<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม่น้องเกด&#039;โวย&#039;นายพลทหาร&#039;แทรกแซงชันสูตรพลิกศพเหยื่อสลาย นปช.ปี 53 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.61- ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของน.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกด พยาบาลอาสาซึ่งเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2553 พร้อมด้วยนายณัทพัช อัคฮาด บุตรชายของนางพะเยาว์ เดินทางมายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด, อธิบดีอัยการคดีพิเศษ และอัยการคดีพิเศษฝ่าย 1, 4 เพื่อทวงถามความคืบหน้าการดำเนินการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว และคัดค้านการแทรกแซงจากทหารชั้นนายพลเพื่อยุติคดี โดยมีนายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง
&amp;nbsp;
นางพะเยาว์ กล่าวว่า &amp;nbsp;คดีนี้อยู่ในขั้นตอนของอัยการที่จะต้องส่งฟ้อง ผ่านมา 4 ปีแล้วไม่มีความคืบหน้า กรณีของศพผู้เสียชีวิตที่เหลืออีก 70 กว่าศพ ที่อยู่ในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังจากที่มีการรัฐประหารแล้วมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่ชั้นสืบสวน และมีข่าวว่าระงับการสืบสวน ทางญาติก็ตระหนักว่าจะตายฟรีหรือไม่ ช่วงต้นเดือนมีข่าวอีกว่ามีนายพลคนหนึ่งซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร ได้เข้ามาที่อัยการแทรกแซงเรื่องคดี ทำให้รู้สึกกังวลใจ ส่วนตัวเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ทุกท่านมีเกียรติศักดิ์ศรีไม่ต้องกลัวคำข่มขู่ของใคร ที่ว่าจะทำคดีให้เป็นมุมดำทำให้เรารู้สึกกังวล ตนนิ่งมา 4 ปี รอความยุติธรรมอย่างเดียว แต่ถ้าความยุติธรรมถูกกระทำด้วยสิ่งที่มีอำนาจล้นเหลือก็ยอมไม่ได้ จึงมาพึ่งความยุติธรรมจากอัยการให้ช่วยเร่งรัดติดตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในวันที่ 20 ก.ย. เวลา 12.00 น. ตนกับนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดาของนายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือน้องเฌอ จะเริ่มเดินเท้าไปยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่ทำเนียบรัฐบาล กรณีนายพลซึ่งเป็นข่าวตามคอลัมน์ &amp;ldquo;มองรอบทิศ&amp;rdquo; ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 6 ก.ย. 2561
&amp;nbsp;
นายณัทพัช กล่าวเสริมว่า เรื่องนี้อยู่ในหนังสือพิมพ์ชื่อดัง ถ้าไม่มีมูลหนังสือพิมพ์คงไม่กล้าตีพิมพ์ เราถึงต้องไปถาม พล.อ.ประวิตร ในฐานะ รมว.กลาโหม ให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่ามีเหตุนายพลกระทำการดังกล่าวจริงหรือไม่ ถ้าจริงเป็นใคร ทำหวังผลประโยชน์อะไร หากไม่จริงก็ฟ้องสื่อได้เลย และถ้า พล.อ.ประวิตร นิ่งไม่สนใจเท่ากับว่าเห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ ซึ่งการล้วงลูกผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธรัมพ์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า &amp;nbsp;ทางอัยการสูงสุดให้ความสำคัญกับคดีนี้ เราคงจะดูให้ดีที่สุดเพื่อให้เกิดความยุติธรรม กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ เหตุเกิดมาหลายปีแล้ว ยังติดขัดการจำแนกประเภทเอกสารของศพด้วยอะไรด้วย จึงใช้เวลา และเพื่อให้สำนวนสมบูรณ์ชัดเจนขึ้น ทำงานร่วมกันกับดีเอสไอ ส่วนประเด็นนายพลนั้นตนไม่ทราบ ไม่มีข้อมูล จากนี้คงนำเรียนอัยการสูงสุดเรื่องการร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ต่อไป
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17945</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชันสูตรพลิกศพ, นางพะเยาว์ อัคฮาด, นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สลายนปช.ปี53, อัยการ, แม่น้องเกด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba1f0fbd7bbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการตีกลับหวย30ล้าน! คืนตร.รวมสำนวนส่งปปช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวย 30 ล้านยังไม่จบ &amp;ldquo;ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น&amp;rdquo; ได้เฮรอดนอนคุกข้อหาแจ้งความเท็จ แต่หนาวแน่ เพราะอัยการส่งสำนวนคืนให้กองปราบฯ นำส่ง ป.ป.ช.ฟ้องเพิ่มกรณีสนับสนุนอดีตผู้การเมืองกาญจน์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ชี้โทษหนักกว่าเดิม รอง ผบก.ป.ลั่นไม่กระทบรูปคดี
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ห้องประชุม 100 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) คณะทำงานอัยการในคดีหวย 30 ล้านบาท ที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามส่งสำนวนคดีอาญา 2 &amp;nbsp;สำนวน ซึ่ง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ เป็นผู้กล่าวหา นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี จ.กาญจนบุรี และนางรัตนา สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าขายลอตเตอรี่ในตลาดเรดซิตี้ ในความผิดร่วมกันแจ้งข้อความเท็จ และที่ครูปรีชาเป็นผู้กล่าวหาหมวดจรูญเป็นผู้ต้องหา ในความผิดลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์สิ่งของตกหล่น หรือรับของโจร
โดยนายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษก อสส. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย. คณะทำงานฯ ได้รับสำนวนนายปรีชา &amp;nbsp; และ น.ส.รัตนาพร สองผู้ต้องหาคดีร่วมกันแจ้งความเท็จคดีหวย 30 ล้านบาท จากพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ซึ่งทางคณะทำงานฯ ได้พิจารณาเบื้องต้นเห็นว่า เรื่องนี้ผู้ต้องหาทั้งสองนอกจากโดนกล่าวหาแจ้งความเท็จแล้ว ยังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีที่มีการกล่าวหา พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีต ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เรื่องการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 &amp;nbsp;ซึ่งเท่ากับผู้ต้องหาทั้งสองตกเป็นผู้ต้องหาในฐานะร่วมสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต คณะทำงานฯ จึงต้องพิจารณาด้วยว่า เรื่องนี้มีความเกี่ยวพันกันหรือไม่&amp;nbsp;
นายธรัมพ์กล่าวต่อว่า คณะทำงานฯ ได้พิจารณาพฤติการณ์และข้อกฎหมาย พบว่ามีการกระทำเกี่ยวพันเรื่องเดียวกัน ซึ่งอยู่ในอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะทำงานฯ จึงมีความเห็นสั่งในสำนวนว่าให้คืนเรื่องนี้ให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อนำสำนวนไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมายต่อไป โดยคดีนี้จะครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 4 รวม 48 วัน ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ โดยอัยการได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปล่อยตัวผู้ต้องหาไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 เม.ย.แล้ว ซึ่งตามขั้นตอนผู้ต้องหาทั้งสองต้องมารายงานตัว และรับทราบคำสั่งการปล่อยตัวที่ศาลในวันที่ 19 เม.ย.ต่อไป&amp;nbsp;
นายพิทักษ์ อบสุวรรณ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า เรื่องนี้เราได้คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหา จึงพิจารณาคดีนี้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม แม้ผู้ต้องหาจะได้รับการประกันตัวไป เมื่อคำสั่งสุดท้ายได้คืนสำนวนพนักงานสอบสวนกองปราบฯ นำสำนวนส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาว่าจะไต่สวนหรือไม่&amp;nbsp;
ด้านนายพรชัย ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ยุติการดำเนินคดี เป็นการคืนสำนวนสอบสวนให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินการต่อไป เพราะพฤติการณ์แห่งคดีเราดูแล้วว่ามันเป็นเรื่องเดียวกัน เกี่ยวพันกัน เราจึงให้พนักงานสอบสวนนำสำนวนไปส่ง ป.ป.ช.
ส่วนนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกฯ กล่าวว่า กระบวนการฝากขังผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 มีระยะเวลาฝากขังได้ 4 ฝาก รวม 48 วัน ซึ่งครบเวลาตามกฎหมายกำหนด ส่วนจะดำเนินการอย่างไร ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและ ป.ป.ช.ที่ต้องดำเนินการต่อไปตามอำนาจหน้าที่
เมื่อถามว่า หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดจะอยู่ในอำนาจของเขตศาลใด นายพรชัยกล่าวว่า คดีนี้จะอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ เพราะเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 200 ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่เกี่ยวพันกัน เราจึงส่งคืนพนักงานสอบสวนไปส่งยัง ป.ป.ช. ส่วนการคืนสำนวนในวันนี้ ทางคณะทำงานฯ พิจารณาในข้อกฎหมายว่าพฤติการณ์เป็นเรื่องเดียวกับ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริต เราจึงต้องส่งสำนวนคืน แต่ในเนื้อหาประเด็นแห่งคดีเรายังไม่ได้ก้าวล่วงวินิจฉัยชี้ชัดในตรงนั้น ส่วนที่บอกว่าเราใช้เวลาพิจารณาคดีนี้นานเกินไปหรือไม่นั้น เนื่องจากสำนวนในคดีดังกล่าวมีเนื้อหามาก เราต้องขอสำนวนจาก ป.ป.ช.ที่ทางพนักงานสอบสวนได้ส่งไปมาพิจารณาประกอบ ซึ่งเราพิจารณาสำนวนด้วยความละเอียดรอบคอบ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ใช้เวลารวดเร็วที่สุดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มีอัตราโทษ 2 ใน 3 ของตัวการในการกระทำผิด ซึ่งอัตราโทษในฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานรัฐปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 และมาตรา 200 นั้น หนักกว่าอัตราโทษที่โดนแจ้งข้อหา 172, 173 และ 174 ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความผิดฐานแจ้งความเท็จ&amp;rdquo; นายพรชัยกล่าว
เมื่อถามว่า ความผิดตาม 172, 173 และ 174 ป.ป.ช.จะมีอำนาจพิจารณาข้อหานี้หรือไม่ นายพิทักษ์กล่าวว่า ข้อหา 172, 173 และ 174 ที่พนักงานสอบสวนมีการแจ้งข้อกล่าวหามายังอัยการ เราได้พิจารณาแล้วว่าการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ในการเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ฉะนั้นเมื่อสำนวนไปถึง ป.ป.ช.ก็ย่อมต้องพิจารณาข้อหาดังกล่าวรวมไปด้วย ไม่ได้หายไปไหน&amp;nbsp;
เมื่อซักว่า ผู้ต้องหาจะมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันหรือไม่ เนื่องจากฐานสนับสนุนกระทำความผิดจะมีอัตราโทษสูงกว่าแจ้งความเท็จ นายประยุทธกล่าวว่า พนักงานอัยการทำงานโดยยึดข้อเท็จจริงในสำนวนกับข้อกฎหมาย เมื่อคณะทำงานได้ดูมิติของกฎหมายอย่างละเอียดผ่านรองอธิบดีและอธิบดี กระบวนการทำงานทั้งหมดจึงเป็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ส่วนฝ่ายผู้ต้องหาจะมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันหรือไม่ เราไม่ได้นำมาพิจารณา
ถามต่อว่า สำนวนคดีแพ่งที่ฟ้องร้องกัน เมื่อคดีอาญาอาจต้องขยายเวลาดำเนินการ คดีแพ่งต้องรอในส่วนคดีอาญาหรือไม่ นายธรัมพ์กล่าวว่า ในคดีแพ่งคู่ความฟ้องร้องกันเองในเรื่องสิทธิของลอตเตอรี่ ก็คงไม่เกี่ยวกับคดีที่ ป.ป.ช.จะพิจารณาต่อไป ซึ่งในสำนวนนี้เข้าใจว่าอาจไม่เกี่ยวกับคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา เพราะที่ตำรวจส่งมาให้เราก็เป็นสำนวนเท็จ จึงไม่น่าเกี่ยวข้องกัน วันนี้อัยการเพียงแต่ส่งสำนวนคืนกลับให้พนักงานสอบสวนนำไปส่ง ป.ป.ช. ซึ่งเมื่อเราคืนสำนวนให้ ป.ป.ช.ก็จะไม่มีอำนาจที่จะควบคุมตัว การนำสำนวนไปส่งที่ ป.ป.ช.จะไม่ต้องนำตัวผู้ต้องหาไปส่งที่ ป.ป.ช.ด้วย หากท้ายที่สุดแล้ว ป.ป.ช.มีความเห็นว่าคดีมีมูลหรือไม่ ค่อยดูเรื่องการควบคุมตัวผู้ต้องหาอีกครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนี้จะไม่มีการฝากขังคดีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. กล่าวเรื่องนี้ว่า กองปราบปรามได้รับสำนวนคืนมาจากอัยการเมื่อวันที่17 เม.ย. และได้ส่งสำนวนต่อไปให้ ป.ป.ช.พิจารณาชี้มูลความผิดแล้ว ส่วนกรณีที่อัยการระบุว่าคดีดังกล่าวจากพยานหลักฐานในสำนวนคดีแจ้งความเท็จและคดีประพฤติมิชอบของ พล.ต.ต.สุทธิ เป็นความผิดต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน ก็เป็นมุมมองทางกฎหมายของอัยการที่อาจมีมุมมองต่างกัน แต่ยืนยันว่าการรวมสำนวนและส่งสำนวนคืนให้กองปราบปรามไม่กระทบต่อคดี อีกทั้งยังมีความเห็นสอดคล้องกับอัยการด้วยว่าการรวมสำนวนกันนั้น เมื่อมีการพิพากษาว่าผู้ต้องหาผิดจริง ผู้ต้องหาก็จะได้รับโทษหนักขึ้นกว่าสำนวนที่ส่งไปก่อนหน้านี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากนี้หาก ป.ป.ช.จะสอบสวนหรือต้องการพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก็ดำเนินการได้เลย เพราะมีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมอยู่แล้ว ส่วนการที่ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวสองผู้ต้องหาแล้วหลายฝ่ายมีความกังวลว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ทำให้คดีเสียหาย ยืนยันว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะที่ผ่านมาผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์แบบนี้แต่อย่างใด&amp;rdquo; พ.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ทนายความของ ร.ต.ท.จรูญ แจ้งข้อความผ่านไลน์กลุ่มข่าวทนายประชาชน ว่า ในวันที่ 19 เม.ย.นี้ เวลา 11.00 น. จะเดินทางไปศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อยื่นฟ้องคดีอาญาเอาผิดนายปรีชา, นางรัตนาพร และ น.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช ในความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการไต่สวนคำร้องฉุกเฉิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7393</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลั่นแกล้ง, ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น, นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์, ป.ป.ช., ร.ต.ท.จรูญ วิมล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หวย 30 ล้าน, ห้องประชุม 100 ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad75ca4400e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
