<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กก้าวไกลยังติดใจเรื่องสอบวินัย’เนตร นาคสุข’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานในเพจของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้ลงคำสัมภาษณ์ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎรกรณีที่ประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีมติสอบสวนวินัยร้ายแรงนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด หลังสั่งไม่ฟ้อง บอส อยู่วิทยาว่า ที่ประชุม ก.อ.มีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายเนตรที่ขาดความรอบคอบ ประมาทเลินเล่อ อย่างค่อนข้างร้ายแรง ซึ่งจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป โดยวินัยร้ายแรงมีโทษทางข้าราชการ โทษสูงสุดคือการไล่ออก หากผู้เสียหายไม่พอใจ ไม่เห็นด้วย สามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้ เป็นเรื่องที่สมควรกระทำ แต่ติดใจถ้อยแถลงที่ว่า&amp;ldquo;อย่างค่อนข้างร้ายแรง&amp;rdquo; ตรงนี้อาจจะเป็นถ้อยคำที่เบาไปหรือไม่ ซึ่งในการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงโทษสูงสุดคือ การไล่ออก และที่ผ่านมานายเนตรได้เคยยื่นหนังสือเพื่อขอลาออกจากราชการมาแล้ว 1 ครั้ง และครั้งนี้ได้ยื่นเข้ามาใหม่อีก 1 ครั้ง รวมเป็น 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัตินั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องฝากไปยังอัยการสูงสุดช่วยพิจารณาหนังสือลาออกของนายเนตรอย่างถ่องแท้ว่า การจะอนุญาตให้ลาออกก่อนการพิจารณาสอบวินัยร้ายแรงนั้นสมควรหรือไม่ และจะทำให้ประชาชนรู้สึกถึงไม่สบายใจถึงความเชื่อมั่นของสำนักงานอัยการสูงสุดว่าจะมีความเที่ยงธรรมตรงไปตรงมาหรือไม่ ขณะเดียวกัน หากหนังสือลาออกของ นายเนตรเป็นผล การสอบคนที่ลาออกความชอบธรรมจะลดลง แม้ผมจะไม่มีหน้าที่ในการชี้ผิด ชี้ถูก แต่ต้องการสอบให้สุดทาง เพราะกรณีดังกล่าวเป็นที่สะเทือนใจต่อประชาชนเป็นอย่างมาก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัยระบุว่า สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นองค์กรต้นเรื่องในการดูแลบุคลากรและฝ่ายบุคคลของสำนักงานอัยการสูงสุด มุมแรกคือต้องเน้นเรื่องการสอบวินัย และอีกหนึ่งมุมคือการดำเนินคดีอาญาในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการแสดงความเห็นเพื่อดำเนินคดีทางอาญาหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้ยังไม่เห็นมีการพูดถึงจากสำนักงานเอกการสูงสุดเลย ก่อนหน้านี้ ที่คณะกรรมการสอบสวนวินัยชุดของ นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ได้มีความเห็นว่านายเนตรผิดวินัยไม่ร้ายแรง ในวันนั้นรู้สึกไม่สบายใจ แต่พอวันนี้เปลี่ยนเป็นการสอบวินัยร้ายแรง ก็ถือเป็นมาตรฐานที่สูงขึ้น แต่ในเรื่องของคดีอาญาได้ดำเนินการแล้วหรือไม่ และกรณีของอดีตอัยการสูงสุดที่ได้ลาออกจากราชการ ในขณะที่มีการสอบสวนนายเนตรก่อนหน้านี้ จำเป็นที่จะต้องตรวจสอบความเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ว่า เหตุใดจึงปล่อยให้ลาออกในช่วงเวลานั้น นี่เป็นข้อกังขาที่ตนจำเป็นจะต้องตั้งประเด็นไว้ ว่าคณะกรรมการได้ทำอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้ตั้งเรื่องรอไว้ขณะนี้ เพื่อรอผลการพิจารณาต่างๆ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเชิญฝ่ายอัยการสูงสุด ในส่วนประธานกรรมการอัยการและคณะกรรมการสอบสวนวินัย เข้าชี้แจงเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงว่า ที่ผ่านมา ท่านได้กระทำอย่างไรกับกรณีดังกล่าว เพื่อให้เกิดความตรงไปตรงมา ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูกจริงๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำจริงๆ&amp;rdquo;นายธีรัจชัยกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย ยังกล่าวถึงกรณีการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ จากเดิมที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด มาเป็นต่ำกว่ากฎหมายกำหนด ที่มีหลายฝ่ายมองว่าจะช่วยให้หลุดจากความผิดทั้งยวง และต่อมาทาง กมธ.ป.ป.ช. ได้ติดตามมาโดยตลอด มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนในส่วนของตำรวจมาแล้ว ทางอัยการก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า อัยการท่านใดมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงความเร็ว ท่านควรจะเปิดเผยให้ประชาชนได้ทราบว่าเป็นบุคคลใด สำนักงานอัยการสูงสุดควรที่จะเปิดเผยและทำให้โปร่งใสได้แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117521</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธีรัจชัย พันธุมาศ, นายเนตร นาคสุข, บอส อยู่วิทยา, พรรคก้าวไกล, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60effcfb541fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิโธ่!ก้าวไกลกัดฟันหนุนบัตร2ใบแต่ซัดร่างแก้ไขรธน.ยับ             </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงถึงการประชุมรัฐสภาที่จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม วาระที่สาม ในวันที่ 10 ก.ย. นี้ ว่า พรรคก้าวไกลยังยืนยันว่าเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และไม่เห็นด้วยกับบัตรเลือกตั้งใบเดียวของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้กลับแก้ไขไปเป็นแบบรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ซึ่งทำให้พรรคใหญ่เกิดการกินรวบและนำสู่การรัฐประหาร ซึ่งพรรคไม่อยากเห็นเช่นนั้นอีก การแก้ไขครั้งนี้ พรรคขนาดใหญ่ทั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ประโยชน์ แต่ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การโหวตวาระสามในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ จะผ่านหรือไม่ผ่านอยู่ที่ 2 ส่วน คือ หนึ่ง เสียงของ ส.ว. เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 อนุหก กำหนดว่าต้องได้เสียงเห็นชอบจาก ส.ว. 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว.ทั้งหมด &amp;nbsp;หรือ 84 เสียง และสอง อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะส่งสัญญาณอย่างไร และอยากถามพล.อ.ประยุทธ์ว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะยื่นดาบให้ศัตรูเพื่อมาฆ่าตัวเอง&amp;rdquo; นายธีรัจชัยกล่าวและว่า พรรคก้าวไกลจะมีประชุมช่วงเย็นของวันที่ 9 ก.ย. นี้ เพื่อกำหนดว่าจะมีมติพรรคอย่างไรในการออกเสียงโหวตวาระสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย กล่าวต่อว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขฉบับนี้ ไม่เรียบร้อย และลุกลี้ลุกลน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ ส.ส.พึงมี กล่าวคือ มีการแก้ไขให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อก็จริง ขณะเดียวกันยังคงมาตรา 93 และมาตรา 94 ให้ต้องคำนวณ ส.ส.พึงมีไว้ตามเดิม เสมือนเป็นหัวกุดท้ายมังกร และอยากถามว่าหากเป็นเช่นนี้จะแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการออกมาคัดค้านเนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้พรรคได้จำนวน ส.ส.ลดลงใช่หรือไม่ นายธีรัจชัย กล่าวว่า คิดว่าไม่ลด แต่กลับจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในพรรคมากกว่าเดิม เพราะประชาชนอยากได้พรรคที่อยู่กับร่องกับรอย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ก., นายธีรัจชัย พันธุมาศ, พรรคก้าวไกล, รัฐสภา, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61383663bcc67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกกมธ.แก้รธน.นัดสุดท้าย&#039;ไพบูลย์&#039;ย้ำทำถูกต้องตามข้อบังคับเชื่อ&#039;ก้าวไกล&#039; ยื่นญัตติด่วนไม่ทำสะดุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่&amp;hellip;) พ.ศ&amp;hellip;. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 กล่าวถึงการประชุมกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญนัดสุดท้ายว่า การพิจารณารายมาตราทางกมธ.ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยในวันนี้จะเป็นการพิจารณาแปรญัตติของกมธ.สัดส่วนพรรคก้าวไกลที่เหลือ 2 คน จากนั้นจะนำรายงานของคณะกมธ.มาให้ที่ประชุมตรวจสอบ ถ้าทั้งหมดเห็นชอบก็รับรองรายงาน และส่งนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลจะยื่นญัตติด่วนถึงประธานรัฐสภา เพื่อบรรจุวาระให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาโหวตตัดสินว่า กมธ.แก้รัฐธรรมนูญแปรญัตตินอกเหนือจากที่รับหลักการมาในวาระที่ 1 ได้หรือไม่นั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า คงเป็นการใช้สิทธิ์ตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 151 ซึ่งทางส.ส.พรรคก้าวไกลคงเห็นว่าข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 ไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมในมาตราอื่นใด ทั้งนี้ก็เป็นอำนาจของรัฐสภาต้องตีความเพื่อพิจารณาวินิจฉัย แต่ประเด็นอยู่ที่ข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 นั้นเขียนไว้ชัดเจน โดยเฉพาะวรรค 3 ที่สมาชิกสามารถแปรญัตติเพิ่มมาตราได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อหลักการ หากเป็นเรื่องที่ขัดกับหลักการก็จะต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น กรณีบทเฉพาะกาล ดังนั้น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พิจารณานั้นดำเนินการตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 วรรค 3 ที่เขียนชัดเจน ถ้าพรรคก้าวไกลติดใจก็เสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาได้ แต่ตนเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาหากได้อ่านข้อบังคับดังกล่าวแล้วก็เห็นว่าทุกอย่างมีความถูกต้อง ดังนั้น จึงไม่มีอะไรที่เป็นปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการยื่นญัตติด่วนของพรรคก้าวไกลจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมสะดุดใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่มีผล ซึ่งผู้ยื่นเองก็ต้องเขียนให้ดี เพราะข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 เขียนไว้ชัดเจน หากยังต้องไปตีความ ตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน หากอ่านกฎหมายเป็นก็น่าจะเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่าประเด็นที่พรรคก้าวไกลจะยื่นนั้นได้ข้อยุติในชั้นกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือยัง นายไพบูลย์ กล่าวว่า กมธ.ทำตามข้อบังคับ เมื่ออ่านตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 แล้ว เราทำอย่างอื่นไม่ได้ คือเมื่อสมาชิกรัฐสภาแปรญัตติมาและมีการเพิ่มมาตรา รวมถึงยังมีเรื่องที่เกี่ยวเนื่องด้วย กมธ.ก็มีหน้าที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยพบว่าต้องแก้ไขอยู่หลายมาตรา เพิ่มขึ้นตามที่มีการแปรญัตติมา ยืนยันว่าเป็นการทำหน้าที่ตามข้อบังคับ ตนจึงไม่ได้เป็นห่วงในเรื่องนี้ เพียงแต่เป็นห่วงผู้เสนอให้ตีความเท่านั้นว่าจะไปพูดอย่างไรในรัฐสภา เพราะมันขัดแย้งกับข้อบังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามองว่าการยื่นญัตติด่วนครั้งนี้จะเป็นการขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการใช้สิทธิ์และเป็นเรื่องเล็กน้อย เชื่อว่าไม่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าดูเหมือนในส่วนประธานกมธ.กับกมธ.ในส่วนพรรคก้าวไกลจะมีปัญหาในการพิจารณาแก้ไขเนื้อหาสาระ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีปัญหา ซึ่งเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่สามารถทำได้ ตนในฐานะประธานก็ต้องควบคุมการประชุม ทุกอย่างอยู่ที่ผลสุดท้าย ถ้าการประชุมและการพิจารณาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตนในฐานะประธานก็มีความพอใจ ส่วนนายธีรัจชัยและนายรังสิมันต์ก็ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นของตนเองแล้ว เพียงแต่ที่ประชุมไม่เห็นด้วยก็ถือเป็นเรื่องปกติ ตามระบอบประชาธิปไตยของรัฐสภา และทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามด้วยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกินรายมาตราจากญัตติที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอมา ทางวุฒิสภามีความคิดเห็นอย่างไร นายไพบูลย์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับ โดยเฉพาะข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 วรรค 3 ที่สามารถแปรญัตติเพิ่มมาตราได้แต่ต้องไม่ขัดกับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญ หรือเว้นแต่เกี่ยวเนื่องกัน เขียนไว้ชัดเจนขนาดนี้ตนเชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะทางวุฒิสภาก็อ่านกฎหมายกันเป็นประจำอยู่แล้ว ทุกอย่างมีความชัดเจนทุกประการ และที่ผ่านมาวุฒิสภาก็ไม่ได้มีการทักท้วงอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113164</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายธีรัจชัย พันธุมาศ, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, ้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110cd0ac3e91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เคยเปลี่ยน!ก้าวไกลเล่นใหญ่ที่ประชุมกมธ.แก้รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 &amp;nbsp;- ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่...) พ.ศ.... แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และ มาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง รัฐสภา ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ เป็นประธานการะชุม โดยที่ประชุมมีมาตราการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจัดให้กรรมาธิการ นั่งเว้นระยะห่าง มีแอลกอฮอล์ ให้ทุกที่นั่ง และจัดชุดตรวจ Rapid Antigen test ไว้หน้าห้องประชุม กว่า 10ชุด สำหรับกมธ.ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ก่อนเข้าห้องประชุมยังไม่มีกรรมาธิการฯคนใดขอชุดตรวจ ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายไพบูลย์ ได้แจ้งว่ามีทั้งหมด 48 คำแปรญัตติ และมีผู้แปรญัตติทั้งหมด 54 คน แบ่งเป็น ส.ส.50 &amp;nbsp;และ ส.ว. 4 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเริ่มเข้าสู่การพิจารณา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะ กมธ.ได้ทักท้วงเรื่องการแก้ไขระบบบเลือกตั้งเกินกว่ามาตราที่รับหลักการมา จะกระทำการขัดข้อบังคับข้อที่ 124 &amp;nbsp;ทำให้นายไพบูลย์เบรกว่า ขอให้พิจารณาไปตามวาระการประชุม ทำให้นายธีรัจชัยไม่พอใจ และพูดเสียงดังลั่นห้องประชุมดังถึงขนาดลอดห้องประชุมออกโวยวายว่า &amp;ldquo;ประธานปิดปาก ไม่ให้ผมแสดงความคิดเห็น คุณเป็นประธานต้องทำงานเป็นกลาง ไม่ใช่ขัดขวางไม่ให้เสนอความคิดเห็น&amp;rdquo; แต่นายไพบูลย์​ก็ยังย้ำว่าให้ดำเนินการไปปตามระเบียบวาระ หากนายธีรัจชัย ยังไม่หยุดโวยวายจะใช้อำนาจประธานเชิญออกจากห้องประชุม ทำให้นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธาน กมธ.พูดแทรกขึ้นมา ทำให้นายธีรัจชัย ยอมพร้อมกล่าวว่า ถ้าจะใช้อำนาจแบบนี้ หยุดก็ได้ จากนั้นที่ประชุมก็เดินหน้าไปตามระเบียบวาระ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112174</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ก., คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่...), นายธีรัจชัย พันธุมาศ, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, พรรคก้าวไกล, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb0489074a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวยร่างรธน.เอื้อพรรคใหญ่ ‘ไพบูลย์’โต้ไร้เหตุส่งศาลรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก้าวไกลโวยร่าง รธน.ฉบับปชป.สอดไส้เอื้อพรรคใหญ่ แก้ไขเกินหลักการ บี้ถอนร่างไปอย่าดันทุรัง &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; &amp;nbsp;มั่นใจเพิ่มเนื้อหามาตราเกี่ยวข้องได้ให้สมบูรณ์มากขึ้น ไร้เหตุส่งศาลรัฐธรรมนูญ เผย พปชร.แปรญัตติรื้อ 7 ประเด็น &amp;quot;ชินวรณ์&amp;rdquo; แจงร่างพรรคเสนอแบบกว้าง ตัวเลขมาตราไม่ใช่สาระสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช &amp;hellip;. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) แถลงความคืบหน้าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัยกล่าวว่า จากการประชุมคณะ กมธ. เมื่อวันที่ 6 ก.ค. มีการหยิบยกประเด็นว่า ร่างแก้ไขของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่าน การรับหลักการของรัฐสภา จะสามารถแก้ไขมาตราอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในหลักการของร่างพรรคประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ เนื่องจากในหลักการระบุไว้เพียงแก้ไขมาตรา 83 และ 91 แตกต่างจากร่างของพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐ ที่ระบุในหลักการชัดเจนว่า แก้ไขระบบเลือกตั้ง แต่พรรคประชาธิปัตย์ระบุเพียง 2 มาตรา โดยที่ไม่ได้บอกว่าแก้ไขระบบเลือกตั้ง ในประเด็นดังกล่าวทำให้ กมธ.มีความเห็นแตกต่างกัน บางส่วนบอกว่าสามารถแก้ไขมาตราอื่นได้ โดยเฉพาะประธานคณะ กมธ. ที่เห็นว่าสามารถทำได้ แต่ กมธ.บางส่วน โดยเฉพาะเสียงของพรรคฝ่ายค้าน ยืนยันว่า การแก้ไขจะต้องไม่ขัดต่อหลักการ จึงเห็นว่าร่างของพรรคประชาธิปัตย์ที่ระบุแก้ไขเพียง 2 มาตรา ไม่ได้เป็นการแก้ระบบเลือกตั้งทั้งระบบ ร่างของพรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นร่างที่ไม่สมบูรณ์ หากดึงดันให้ผ่านไปโดยไปแก้มาตราอื่นๆ ด้วย จะเป็นสิ่งที่ฝืนในหลักการกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเป็นการแก้ไขกติกาที่ไม่เป็นธรรม ไม่ใช่แก้เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองใหญ่เท่านั้น แต่พรรคการเมืองขนาดเล็กและขนาดกลาง ไม่ได้ประโยชน์เลย การกระทำที่ดันทุรังจะขัดกฎหมาย ขัดความรู้สึกประชาชน เราเห็นว่าไม่ควรทำ ถ้าจะทำควรให้รัฐสภาตัดสินหรือถอนเรื่องนี้ไปทำให้สมบูรณ์ ไม่ควรแก้ระบบเลือกตั้งอย่างเดียว แต่ควรแก้ทั้งฉบับ&amp;rdquo; นายธีรัจชัย ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์กล่าวว่า ร่างแก้ไขของพรรคประชาธิปัตย์เป็นร่างที่มีปัญหา และอาจจะนำไปสู่การที่รัฐสภาพยายามสอดไส้แก้ไขเพื่อบิดเบือนต่อหลักการ ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ ถ้าเราปล่อยให้เกิดกระบวนการในการสอดไส้แบบนี้ คิดว่าเป็นเรื่องที่อันตราย เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การขัดต่อข้อบังคับการประชุมรัฐสภา แต่จะเป็นรากฐานของการเมืองระบบรัฐสภา ซึ่งในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ที่ประชุมคณะ กมธ.จะมีการตัดสินว่าสุดท้ายขอบเขตของข้อบังคับการประชมรัฐสภาข้อ 124 ที่ห้ามไม่ให้มีการแก้ไขเกินหลักการจะเป็นอย่างไร สมมติ กมธ.เห็นว่าแก้ไขอย่างไรก็ได้ พรรคก้าวไกลคงไม่สามารถยอมรับกระบวนการแบบนี้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า วันที่ 13 ก.ค.ที่ประชุมจะหารือต่อประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตราต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตราที่เสนอ โดยจะเชิญฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เข้าชี้แจงต่อรายละเอียดและเจตนารมณ์ของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 124 วรรคท้าย ที่กำหนดว่า การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับหลักการที่เสนอแก้ไข เว้นแต่แก้ไขมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการนั้น จากนั้นในวันที่ 16 ก.ค. กมธ.จะกำหนดประเด็นพิจารณา เช่น การกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อหาสัดส่วน ส.ส. โดยกำหนดให้ได้คะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1% เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มี กมธ.ให้ความเห็นว่าการปรับแก้ไขมาตราอื่นนอกเหนือจากที่รัฐสภารับหลักการ จะเท่ากับแก้เกินหลักการและส่อว่าจะผิดนั้น เนื้อหาที่เสนอให้แก้ไข มีสาระคือ การแก้องค์ประกอบของ ส.ส. ที่ให้มีส.ส.เขต 400 เขต และบัญชีรายชื่อ 100 คน รวมถึงให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ดังนั้นการแปรญัตติมาตราที่เกี่ยวข้องกันเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์มากขึ้น และเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะไม่ใช่เหตุที่นำไปสู่การยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ยังกล่าวด้วยว่า พรรคพลังประชารัฐเตรียมเสนอคำแปรญัตติให้ปรับแก้ไขเนื้อหา รวม 7 ประเด็น คือ 1.แก้ไขมาตรา 83 ขอเพิ่มเนื้อหาวิธีการการเลือกตั้ง ส.ส.โดยตรงและลับ ด้วยบัตรเลือกตั้งแบบละ 1 ใบ 2.แก้ไขมาตรา 85 ว่าด้วยการลงคะแนนเลือก ส.ส.เขต 3.แก้ไขมาตรา 86 ว่าด้วยวิธีแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. 4.แก้ไขมาตรา 90 กำหนดให้พรรคการเมืองต้องส่ง ส.ส.เขต 100 เขต จึงมีสิทธิ์ส่ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 5.แก้ไขมาตรา 91 กำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำของพรรคการเมืองที่ได้รับจากการเลือกตั้ง ต้องไม่น้อยกว่า 1% จึงมีสิทธิ์ได้รับการคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6.แก้ไขมาตรา 92 โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ หากพบการเลือกตั้งในเขตใดที่เสียงโนโหวต มากกว่าคะแนนเลือกตั้ง และ 7.ขอยกเลิกมาตรา 93 และมาตรา 94
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธาน กมธ. แถลงว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคที่ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาในวาระแรกนั้น เป็นการเสนอแบบกว้างว่าด้วยระบบการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ จึงอยากเชิญชวนสมาชิกและ กมธ.ช่วยกันแปรญัตติเพื่อให้ร่างดังกล่าวสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อย่างนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอแปรญัตติแก้ไขหลายมาตรา อาทิ เพิ่มเติมความในมาตรา 3 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 โดยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ให้ใช้วิธีบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบละหนึ่งใบ รวมทั้งขอแปรญัตติเพิ่มความเป็นมาตรา 3/1 ให้ยกเลิกความในมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ 60 และให้ใช้ข้อความนี้แทน คือ &amp;ldquo;ให้ ส.ส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยให้แต่ละเขตเลือกตั้งมี ส.ส.ได้เขตละ 1 คน และผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยก็ได้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุด และมีผลคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ยังกล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลระบุร่างของประชาธิปัตย์เสนอเพื่อประโยชน์ของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ว่า พรรคไม่ได้คิดเช่นนั้น แม้แต่จะเป็นประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์เอง แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรายอมรับ และเปลี่ยนวิธีการแก้ไขโดยเสนอแก้ไขเป็นรายมาตรา โดยพิจารณาว่ามีประเด็นใดสำคัญบ้าง ซึ่งการแก้ไขระบบเลือกตั้ง เราต้องเน้นว่าเป็นระบบที่ประชาชนคุ้นเคยเข้าใจได้อย่างดี ต้องส่งเสริมให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง และต้องนำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลระบุการปรับแก้ไขมาตราอื่นนอกเหนือจากที่รัฐสภารับหลักการ เป็นการแก้ไขเกินหลักการ นายชินวรณ์กล่าวว่า เบื้องต้นพรรคมั่นใจว่าเป็นการเสนอร่างหลักการอย่างกว้าง สมาชิกรัฐสภาและ กมธ.จึงสามารถแปรญัตติได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของรัฐสภา ข้อที่ 124 ที่บัญญัติว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวเนื่องด้วยหลักการนั้นสามารถแก้ไขได้ ประกอบกับคำวินิจฉัยฝ่ายกฎหมายรัฐสภาและกฤษฎีกา ว่าการแก้ไขเพิ่มเติมที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการสามารถดำเนินการได้ ที่สำคัญกฤษฎีกาให้ความเห็นว่าตัวเลขมาตราไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สาระสำคัญอยู่ที่เมื่อเราเสนอบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เราต้องไปแก้ไขมาตราอื่นๆ ของรัฐธรรมนูญ 60 ในมาตราที่เกี่ยวเนื่องซึ่งสามารถดำเนินการได้ ส่วนจะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ เป็นเรื่องที่เราต้องแสวงหาความเห็นพ้องกันมากที่สุดก่อน แต่หากใครไม่เห็นด้วย เป็นสิทธิ์ของท่านนั้นๆ เพราะหลังจากร่างแล้วเสร็จ หากใครเห็นว่าร่างนั้นไม่เป็นไปตามบทบัญญัติ ก็สามารถยื่นให้ศาลตีความได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่วันนี้ยังเชื่อมั่นว่าเดินหน้าได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109099</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานะกรรมาธิการ (กมธ.), นายธีรัจชัย พันธุมาศ, นายปดิพัทธ์ สันติภาดา, นายรังสิมันต์ โรม, พรรคก้าวไกล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077ddf63ffc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เด็กก้าวไกล’บี้รัฐเร่งหาวัคซีนพ่วงแขวะฉีดแล้วปลอดภัยดีแม้ยี่ห้อไม่มีประสิทธิภาพดีนัก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.2564 - นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลระบุว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาบให้จัดสรรงบประมาณแผ่นดิน เพื่อดำเนินการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ยี่ห้อต่างๆ ที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน และขอให้เร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อแก้ปัญหาของโควิด-19 ที่กระทบต่อการดำเนินการทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัยกล่าวย้ำว่า ตอนนี้ยอมรับว่าคนกลัวโควิด-19 เพราะเชื้อแพร่กระจายไปทุกที่ ตามที่ผมตั้งข้อสันนิษฐานไว้ เพราะปัจจุบันการรายงานตัวเลขผู้ติดโควิด คือ ผู้ที่ไปตรวจ แต่ขณะนี้ยังมีคนที่ไม่ได้ตรวจอีก การฉีดวัคซีนเชื่อว่าจะช่วยได้ ดังนั้นผมขอฝากไปยังรัฐบาลให้เปิดกว้างกับการซื้อวัคซีน และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้การกระจายฉีดวัคซีนทำได้เต็มที่อย่างน้อย 70% ของประเทศ โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในฐานะฝ่ายค้านพร้อมและยินดีร่วมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ต่อการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ส่วนตัวได้รับวัคซีนแล้ว ปลอดภัยดี แม้ยี่ห้อที่ฉีดนั้นมองว่าประสิทธิภาพมีไม่มากเท่าที่ควร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100196</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธีรัจชัย พันธุมาศ, พรรคก้าวไกล, วัคซีน, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc2547c5cf5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กก้าวไกล&#039;ชี้รัฐบาลเลือกตั้งอย่าลักไก่ต่อสัญญา&#039;บีทีเอส&#039;30ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.2563 - &amp;nbsp;นายธีรัจชัย พันธุมาศ &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎรกล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้บริษัท ระบบขนส่งมวลชน กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสออกไป 30 ปีว่า &amp;nbsp;โดยปกติแล้วหากมีการหมดสัญญา เดิมควรเปิดประมูลใหม่ตามหลักการทั่วไปตามกฎหมายปกติ คือ พ.ร.บ.การร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนฯ &amp;nbsp;มิควรต่อสัมปทานให้ทันที โดยอาศัยอำนาจเดิม มาตรา 44 &amp;nbsp;เพราะจะทำเกิดความไม่โปร่งใสและมีอะไรแอบแฝงทั้งที่ยุคนี้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง &amp;nbsp;หรือหากกระทำจริง อาจเป็นเพราะรัฐบาลชุดนี้เป็นชุดรอยต่อและสืบทอดมาจากรัฐบาล คสช. &amp;nbsp;จึงทำอะไรไม่แคร์ความรู้สึกของประชาชน จนเกิดการชุมนุมของประชาชนออกมาขับไล่อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก กมธ.ป.ป.ช.สภากล่าวต่อว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดประมูลให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อขจัดข้อครหาต่างๆ เพราะยังมีหลายประเด็นที่ยังเกิดความสงสัยของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการคิดค่าโดยสารตลอดสายไม่เกิน 65 บาท หากต่อสัมปทานไปอีก 30 ปี ซึ่งเป็นราคาที่แพงกว่ารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินของ รฟม. ที่เก็บไม่เกิน 42 บาทตลอดสาย อาจทำให้สังคมสันนิษฐานได้ว่าการเก็บค่าโดยสารแพง จะเป็นต้นทุนของอะไรหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากเร็วๆ นี้ ครม.อนุมัติให้สัมปทานแก่บีทีเอสจริง &amp;nbsp;กมธ.ป.ป.ช.จะต้องนำเรื่องเข้ามาสู่การหารือเพื่อตรวจสอบอย่างแน่นอน &amp;nbsp;เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนเสียประโยชน์ &amp;nbsp;และยังเชื่อว่ากลไกต่างในสภาก็จะร่วมตรวจสอบเช่นกัน&amp;quot; นายธีรัจชัยกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84946</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ, นายธีรัจชัย พันธุมาศ, พรรคก้าวไกล, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, สภาผู้แทนราษฎร, สายสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbdba64742d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
