<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพดล&#039;แนะรัฐบาลเร่งเตรียมการฉีดวัคซีนเด็กเล็ก3-11ขวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64-นายนพดล ปัทมะ ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฟังการชี้แจงของฝ่ายรัฐบาลว่าจะมีวัคซีนไฟเซอร์เข้ามาไทย 30 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้และเตรียมวัคซีนไฟเซอร์ไว้ฉีดเด็ก อายุ 12-18 ปี จำนวน 4 ล้านคน ขอรับฟังไว้ก่อนว่าจะทำได้จริงตามที่แถลงไว้หรือไม่ และกังวลว่า การสั่งซื้อวัคซีน mRNA จำนวน 30 ล้านในขณะนี้จะเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากคนไทยยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังไม่เห็นการเตรียมการเรื่องวัคซีนสำหรับเด็กเล็กหรือปฐมวัยอายุ 3-11 ขวบที่ส่วนใหญ่เรียนในระดับชั้นอนุบาลถึง ป.6 เห็นว่า ควรคืนห้องเรียนให้น้องๆได้แล้ว และควรมีกรอบการเปิดโรงเรียนให้ชัดเจน เพราะการเรียนออนไลน์กระทบคุณภาพการเรียนรู้และสร้างภาระให้ผู้ปกครองที่ต้องดูแลการเรียนที่บ้าน ดังนั้นรัฐบาลควรมีแผนเรื่องวัคซีนสำหรับเด็กเล็ก อายุ 3-11 ขวบให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร ต้องรีบศึกษาและหาข้อสรุปทางการแพทย์ว่าปลอดภัยที่จะฉีดวัคซีนให้เด็กเล็กหรือไม่ เมื่อใด และเตรียมจัดซื้อวัคซีนในส่วนนี้ไปอย่างไร เนื่องจากในบางประเทศได้มีการศึกษาในเรื่องนี้ และอนุมัติให้ฉีดวัคซีนโควิดในเด็กเล็กได้แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114937</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนพดล ปัทมะ, รัฐบาล, วัคซีน, เด็กเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b4765cb46e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘นพดล’แนะอย่าล็อกดาวน์การศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2564 - นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงปัญหาเฉพาะหน้าด้านการศึกษาที่เป็นผลกระทบจากวิกฤตโควิดที่มีต่อนักเรียน ครูและผู้ปกครอง ว่าทำให้เด็กยากจนพิเศษจำนวนมากเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งประเทศต้องมีตาข่ายรองรับน้องๆ เหล่านี้ให้ได้เรียนต่อ &amp;nbsp;การระบาดของโควิดทำให้ต้องสอนออนไลน์ ซึ่งกระทบคุณภาพการศึกษาอย่างมีนัยยะสำคัญ ดังนั้นตนจึงเสนอให้รัฐบาลและผู้รับผิดชอบงานด้านการศึกษา ควรดำเนินการเรื่องเร่งด่วนดังนี้ เพิ่มงบประมาณให้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา แทนที่จะมีการตัดลดงบประมาณที่กองทุนเสมอภาคทางการศึกษาตั้งมาเป็นงบประมาณปี 2565 รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น ให้มากพอที่จะดูแลนักเรียนหลายแสนคนจากครอบครัวยากจนด้อยโอกาสที่ได้รับผลกระทบจากโควิด งบประมาณไม่กี่พันล้านจะสร้างความแตกต่างและโอกาสทางการศึกษาให้น้องๆเหล่านี้ได้ และจะช่วยป้องกันการหลุดจากระบบการศึกษาของนักเรียนยากจนพิเศษได้นับแสนๆคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เร่งทำบิ๊กดาต้าทางการศึกษาให้สมบูรณ์ รู้กันอยู่ว่าเด็กและผู้ปกครองจำนวนมากขาดอุปกรณ์ในการเรียนออนไลน์เช่นคอมฯ แทปเลต มือถือ กระทรวงศึกษาฯได้สำรวจและมีบิ๊ก ดาตาหรือระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ด้านการศึกษาที่ระบุนักเรียนและครอบครัวที่ขาดแคลนหรือยัง ซึ่งทำได้ไม่ยาก เมื่อเราทราบความขาดแคลนเราก็จะสามารถจัดหาหรือช่วยเหลือได้ตรงจุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดลกล่าวอีกว่า ควรพลิกวิกฤตเป็นโอกาส พัฒนาการเรียนออนไลน์และเนื้อหาการเรียนดิจิทัล digital content ให้มีคุณภาพ น่าสนใจ ให้ผู้เรียนสนุกกับการเรียน เพื่อรองรับแพล็ตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลในอนาคต และให้ผู้เรียนเข้าถึงหลักสูตรออนไลน์ระดับโลก เพื่อเสริมการเรียนในห้องเรียน จัดทำบทเรียนกระตุ้นคุณภาพ booster lesson เมื่อกลับไปโรงเรียน เนื่องจากการเรียนออนไลน์ไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก แต่ก็จำเป็น และในระดับชั้นอื่นก็กระทบคุณภาพการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาฯควรออกแบบสาระการเรียนรู้ให้เหมาะกับการเรียนออนไลน์ เช่น คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ ภาษา นอกจากนั้นต้องคิดล่วงหน้าว่าเมื่อปลอดภัยและสามารถกลับมาเรียนในชั้นเรียนได้ เราต้องเตรียม booster lesson หรือบทเรียนกระตุ้น ทำนองวัคซีนกระตุ้นเพื่อติดอาวุธความรู้และทักษะที่ขาดหายไปในช่วงการเรียนออนไลน์ เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตามเป้าหมายที่ควรจะเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอเสนอเพราะห่วงอนาคตลูกหลาน ส่วนผู้มีอำนาจในรัฐบาลฟังแล้วจะได้ยินหรือไม่คงต้องรอดู แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะผลักดันเรื่องนี้และนโยบายหลักประกันการศึกษาคุณภาพถ้วนหน้าเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศ&amp;quot;นายนพดลกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110529</URL_LINK>
                <HASHTAG>การศึกษา, นายนพดล ปัทมะ, พท., พรรคเพื่อไทย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f78c4d562df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นพดลมาแปลก!โผล่ชงแก้ปัญหาน้ำกร่อยระยะยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.2564 - นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง จนทำให้น้ำดิบซึ่งใช้ทำประปามีปัญหาค่าความเค็มจนเป็นน้ำกร่อย หรือบางวันอาจมีความเค็มมากขึ้น มีคำเตือนว่าคนแก่ เด็ก ผู้ป่วยโรคไต ควรหลีกเลี่ยงดื่มน้ำประปาในวันที่มีปัญหา อย่างน้อยการประปาและกรุงเทพมหานคร ก็ออกมาเตือนประชาชนว่า ช่วงเวลาไหนน้ำประปาอาจมีรสกร่อย แต่กังวลในเรื่องนี้ว่า จะแก้และเตือนกันรายปีไม่ได้ รัฐบาลต้องแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบในระยะยาว แก้ที่ต้นตอ แก้อย่างจริงจัง คนกรุงเทพฯและปริมณฑลต้องประสบปัญหาฝุ่นPM 2.5 ลมหายใจยังมีฝุ่น จะดื่มน้ำประปาในบางช่วงเวลายังเสี่ยงได้รับเกลือเกินเกณฑ์หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นปัญหาคุณภาพชีวิตที่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้น้ำประปาในการดื่มกิน และไม่สะดวกไปซื้อน้ำขวดมาดื่มทดแทนเหมือนคนที่พอซื้อได้ หรือไม่สามารถไปซื้อเครื่องกรองน้ำแบบ RO หรือ reverse osmosis ที่สามารถกรองสารตกค้างในน้ำกร่อยได้ เคยเสนอให้รัฐลงทุน ในระบบน้ำขนานใหญ่เพื่อป้องกันน้ำท่วม น้ำแล้ง เพิ่มพื้นที่ชลประทานเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรนำไทยสู่ฐานการผลิตอาหารปลอดภัยของโลก ปัญหาน้ำประปากร่อย เป็นหนึ่งประเด็นในการบริหารจัดการน้ำ ไม่ทราบว่ารัฐบาลทำอะไรไปถึงไหน ยุทธศาสตร์เรื่องน้ำเป็นอย่างไร และการแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง จนต้องปล่อยน้ำจืดมาไล่น้ำเค็ม รัฐบาลจะแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบอย่างไร โดยเฉพาะปีที่มีภัยแล้งและน้ำดิบน้อย ทำอย่างไรคนกรุงเทพฯและพื้นที่ใกล้เคียงจะมั่นใจว่าสามารถดื่มน้ำประปาในบางช่วงเวลาที่ไม่ต้องเสี่ยงว่ามีความเค็มเกินมาตรฐานที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก รัฐบาลช่วยชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบถึงมาตรการต่างๆและกำหนดเวลา งบประมาณที่เตรียมไว้ด้วย อย่างน้อยสงสารชาวบ้าน เด็ก คนแก่ที่เสี่ยงต้องกินน้ำกร่อยและอาจกระทบต่อสุขภาพ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91862</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนพดล ปัทมะ, น้ำกร่อย, สุขภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbcc158a9eab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพดล&#039;เสนอ3ข้อแก้รธน.เชื่อกติกาที่เป็นธรรมนำไปสู่ความปรองดอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.63-นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงการขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่า เป็นเรื่องที่ดีที่คนไทยได้ถกเถียงปัญหาสำคัญเช่นนี้ และหวังว่าจะดำเนินการได้สำเร็จ ซึ่งถ้าแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น จะทำให้เกิดความมั่นคงทางการเมือง ฝ่ายบริหารมีความเข้มแข็ง การเลือกตั้งและการเข้าสู่อำนาจของนักการเมืองจะสะท้อนเจตจำนงของประชาชนมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดลกล่าวว่า ขณะนี้มีความเห็นหลากหลาย ขอเสนอแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 1. ทุกพรรคการเมือง ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านควรผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกัน 2. การแก้ไขมาตรา 256 เกี่ยวกับวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีเงื่อนไขที่ไม่เข้มจนเกินไปและกลับมาใช้เกณฑ์เสียงข้างมากของทั้ง สส. และ สว. ตามที่หลายฝ่ายเสนอนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ถามว่าแล้วอะไรต่อ 3. ตนเห็นว่าข้อเสนอการแก้ไขให้ตัวแทนประชาชนเข้าไปร่างรัฐธรรมนูญในรูปแบบของ สภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.)อาจใช้เวลาสักระยะ ในชั้นต้นที่ทำได้เลยควรแก้ไขเนื้อหาบางเรื่องที่จะทำให้ระบบการเมืองดีขึ้น เช่น ควรแก้ไขระบบการเลือกตั้งให้เป็นระบบที่สะท้อนเจตจำนงของประชาชน คนคุ้นเคย การคำนวณจำนวน ส.ส. หลังการเลือกตั้งไม่ซับซ้อน ทำให้ประกาศผลจำนวน ส.ส. &amp;nbsp;ทั้งประเทศได้เร็วขึ้น ดังนั้นจึงควรแก้ไขกลับไปใช้การเลือกตั้งระบบสัดส่วนและบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนั้นมีบางฝ่ายเห็นว่าควรแก้ไขบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งคงต้องหารือกับ สว. ด้วยเหตุด้วยผลต่อไป ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องของนักการเมือง แต่เป็นเรื่องของคนไทย เชื่อว่าถ้าทุกฝ่ายร่วมกันทำงานอย่างสร้างสรรค์ คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม การแก้ไขก็มีทางสำเร็จ กติกาที่เป็นธรรมจะนำสู่ความปรองดอง และไทยจะชนะอย่างแท้จริง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73175</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความปรองดอง, นายนพดล ปัทมะ, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180119/image_big_5a61cf34ac9d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพดล&#039;ชี้คลายล็อกช้าปัญหาเศรษฐกิจยิ่งบาดลึกคนไทยยิ่งลำบาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.63-นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการเรียกร้องให้รับฐบาลคลายล็อกว่า เสียงเรียกร้องจากทั้งฝ่ายการเมืองและนักธุรกิจไทยให้คลายล็อก เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อมีจำนวนน้อย หลายจังหวัดไม่มีผู้ติดเชื้อติดต่อกันหลายวันและเศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างมากจากการล็อกดาวน์ คาดการณ์ว่าจะมีคนตกงานนับล้าน อาจมีกิจการต้องปิดตัวลงเพิ่มขึ้น เรื่องนี้แม้รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อการบริหารงานและการตัดสินใจทางการเมืองของตนก็ตาม แต่ปัญหาเศรษฐกิจครั้งนี้สาหัสและกว้างขวางกระทบคนทั้งประเทศ ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะรับผิดชอบผลกระทบทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมไหวหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดลกล่าวว่า ขอตั้งเป็นข้อสังเกต 3 ข้อ 1. ในการจัดการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสหรือศึกโควิด 19 นั้นอาจใช้อำนาจตามกฏหมายทำให้เกิดระยะห่างทางกายภาพเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ระบาดได้ เช่นการปิดกิจการ ปิดโรงเรียน ห้ามเข้าประเทศ แต่ความท้าทายของรัฐบาลต่อไปนี้คือการจัดการศึกเศรษฐกิจ ซึ่งมันคนละเกม &amp;nbsp;ไม่อาจใช้แต่อำนาจทางกฎหมายให้มีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น ให้คนมีรายได้ หรือให้เศรษฐกิจเติบโต ถ้าทำได้ง่ายคงทำไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลตระหนักในความลึกและความกว้างและความซับซ้อนของศึกเศรษฐกิจแค่ไหน วิกฤตครั้งนี้ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา การคลายล็อกช้าก็ย่อมทำให้แผลเศรษฐกิจบาดลึกมากขึ้น รัฐบาลก็จะได้โจทย์ยากขึ้นต้องแก้ และ3. มีผลโพลที่ประชาชนต้องการให้ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉิน รัฐบาลควรรับฟังและต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการคุมตัวเลขการติดเชื้อกับการคืนความเป็นปกติสุขให้ประชาชน &amp;nbsp;ยาแรงย่อมมีผลข้างเคียง รัฐบาลเห็นจุดสมดุลหรือไม่ ถ้าตัดสินใจไม่ทันสถานการณ์ในทำนอง too little too late น้อยเกินไปและช้าเกินไป ก็ย่อมมีผลกระทบตามมา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในทางการเมืองอยู่ที่รัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งต้องรับผลจากการตัดสินใจ ทั้งทางบวกและลบ แต่ในทางเศรษฐกิจนั้นคนที่ต้องรับผลจากการตัดสินใจของรัฐบาลคือภาคธุรกิจและคนไทยทั้งประเทศ เวลานี้ประชาชนรอการบริหารงานด้วยความสามารถและการตัดสินใจที่เฉียบคม รวดเร็วถูกเวลา&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66160</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อก, นายนพดล ปัทมะ, ปัญหาเศรษฐกิจ, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbcc158a9eab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2019 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2019 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพดล&#039;เหน็บขั้วรบ.แย่งชิงแต่กระทรวงเศรษฐกิจเมิน&#039;ก.ศึกษาธิการ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.62- นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า เห็นหลายพรรคแสดงความประสงค์อย่างแรงกล้าที่จะขอทำงานในกระทรวงด้านเศรษฐกิจ แต่ยังไม่เห็นพรรคใดแสดงเจตจำนงค์อย่างชัดเจนที่อยากจะเข้าไปบริหารกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งๆที่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งก็พร้ำบอกประชาชนว่าการพัฒนาคนและปัญหาคุณภาพการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญและเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่เห็นใครแสดงความประสงค์ให้ประชาชนได้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งน่าเสียดาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รู้สึกเป็นห่วงการผลักดันเรื่องการปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาลใหม่ว่าจะเอาจริงแค่ไหน จะมีรัฐมนตรีที่รู้เรื่องการศึกษา และมีฝีมือในการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาการศึกษาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และตัวรัฐมนตรี และคงต้องให้โอกาสได้ทำงานก่อน จึงจะวิจารณ์ได้มากกว่านี้&amp;quot;
&amp;nbsp;
นายนพดลกล่าวว่า กระทรวงศึกษาฯสำคัญที่สุดกระทรวงหนึ่ง งานพัฒนาคน ด้วยการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพการศึกษาเป็นงานยากและต้องใช้เวลา ไม่เหมือนสร้างตึกหรือถนน แต่ก็ต้องทำอย่างเร่งด่วน มุ่งมั่น เดินให้ถูกทิศ อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องทำให้เป็นวาระแห่งชาติให้ได้ จึงจะมีโอกาสสำเร็จ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38736</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงเศรษฐกิจ, ตั้งรัฐบาล, นายนพดล ปัทมะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbcc158a9eab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่ายแพ้ทางสามัญสำนึก&#039;นพดล&#039;ยก6เหตุผลบัตรเลือกตั้งต้องมีโลโก้และชื่อพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.61 - นายนพดล ปัทมะ สมาชิกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ถ้ามีการตัดโลโก้และชื่อพรรคออกจากบัตรเลือกตั้ง จะถือเป็นความพ่ายแพ้ของสามัญสำนึก&amp;nbsp; และจะส่งผลถึงการเลือกตั้งที่เป็นธรรม เนื่องจาก 1. การเลือกตั้งในอดีต บัตรเลือกตั้งมีโลโก้และชื่อพรรค ประชาชนได้ดูข้อมูลผู้สมัครและพรรคก่อนกาบัตร&amp;nbsp; จะตัดออกเพื่ออะไร ขนาดซื้อน้ำปลายังต้องดูโลโก้ที่ขวด 2. ในอดีตผู้สมัครพรรคเดียวกันจะได้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศและในบัตรมีทั้งชื่อและโลโก้พรรค ผู้ใช้สิทธิ์จึงจำเบอร์พรรคได้สะดวก แต่การเลือกตั้งครั้งหน้านี้ ผู้สมัครจากพรรคเดียวกันในแต่ละเขตจะได้เบอร์แตกต่างกันไป จึงอาจมีความสับสน ยิ่งถ้าไปตัดโลโก้และชื่อพรรคออกด้วย ยิ่งมีปัญหาเพิ่มขึ้น 3.การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนกาบัตรใบเดียว ทุกคะแนนนำมาคิดเพื่อเลือกทั้ง 1)ส.ส. เขต&amp;nbsp;&amp;nbsp;
2)ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้นจึงต้องมีชื่อพรรคและโลโก้พรรคด้วยเพื่อให้ประชาชนเลือกพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. บัตรเลือกตั้งที่ดี ต้องทำให้ประชาชนมีความสะดวก และเลือกคนหรือพรรคตรงกับใจตนเอง การตัดชื่อพรรคและโลโก้จะทำให้เกิดความยุ่งยาก สับสนโดยไม่จำเป็น และจะทำให้เกิดบัตรเสียเลือกผิดเลือกถูกเป็นจำนวนมาก 5.การมีชื่อและโลโก้ของพรรค จะทำให้ทุกพรรคมีความเท่าเทียม&amp;nbsp; ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกัน ผู้เลือกตั้งกาบัตรได้ชัดเจนตามพรรคที่ชอบและคนที่ใช่ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์
6. เหตุผลที่ว่าที่ต้องตัดโลโก้ออกเนื่องจากมีปัญหาในการขนส่งบัตรนั้น ขาดนำ้หนัก การทำให้การเลือกตั้งเป็นธรรม สะดวก มีความสำคัญกว่าความสะดวกในการพิมพ์และขนส่งบัตร อย่าเอาเรื่องธุระการมาก่อนหลักการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนี้วิญญูชนคิดได้ หวังว่า กกต จะฟังความเห็นจากทุกฝ่ายแล้วไปตรึกตรองให้ดี ประเด็นที่ถกเถียงสะท้อนระดับการพัฒนาการเมืองของไทยได้ดี&amp;nbsp; อุปมาเหมือนโลกเขาถกเถียงกันเรื่องส่งจรวดไปสำรวจดาวอังคารกันแล้ว แต่ใครทำให้เรายังคงเถียงกันเรื่องสีของบั้งไฟ ทำอะไรคิดถึงประชาชนบ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23908</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายนพดล ปัทมะ, บัตรเลือกตั้ง, บัตรเลือกตั้งไม่พิมพ์โลโก้และชื่อพรรค, พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbcc158a9eab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
