<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โค้กชวนแยกขยะ   แลกลุ้นโชคกับ&#039; Trash Lucky&#039; รางวัลใหญ่&#039;รถยนต์ ทอง&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ก.ย. 64-กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ที่ประกอบด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับดีไซน์บรรจุภัณฑ์ใหม่ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Recycle Me&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการใช้ข้อความ &amp;ldquo;โปรดรีไซเคิล&amp;rdquo; บนบรรจุภัณฑ์เพื่อกระตุ้นเตือนให้ผู้บริโภคร่วมด้วยช่วยกันในการแยกบรรจุภัณฑ์ออกจากขยะอื่นๆ และนำกลับมารีไซเคิลให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยการปรับเปลี่ยนนี้จะนำมาใช้กับบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มน้ำอัดลมทุกแบรนด์ในประเทศไทยภายในสิ้นปี 2564 ซึ่งจะเป็นแนวทางเดียวกันทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากการปรับดีไซน์แล้ว โคคา-โคล่ายังสนับสนุนของรางวัลให้แก่สตาร์ทอัปเพื่อสิ่งแวดล้อม Trash Lucky ในแคมเปญ &amp;ldquo;โค้กชวนแยก แลกลุ้นโชคกับ Trash Lucky&amp;rdquo; รณรงค์สร้างพฤติกรรมแยกขยะที่ต้นทางเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและลุ้นรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 900,000 บาท พร้อมร่วมมือกับอินโดรามา เวนเจอร์ส มอบชุด PPE ที่ผลิตจากเส้นด้าย PET รีไซเคิลจากขวด PET ที่รวบรวมได้จากแคมเปญ จำนวน 1,500 ชุดให้แก่บุคลากรด่านหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดตัวดีไซน์บรรจุภัณฑ์ใหม่ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Recycle Me&amp;rdquo; เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ World Without Waste ของโคคา-โคล่า ซึ่งมุ่งใช้และจัดการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอย่างรับผิดชอบ โดยหนึ่งในเป้าหมายหลักคือการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์เพื่อนำกลับมารีไซเคิลในปริมาณเทียบเท่ากับปริมาณที่จำหน่ายออกสู่ตลาดให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนปี 2573 ซึ่งแม้บรรจุภัณฑ์ของโคคา-โคล่าในประเทศไทยจะใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ข้อจำกัดที่สำคัญประการหนึ่งที่ทำให้บรรจุภัณฑ์เหล่านี้ไม่ถูกนำมา รีไซเคิลก็คือ การขาดการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งทำให้บรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการใช้งานแล้วสกปรกจากการถูกทิ้งปะปนกับขยะประเภทอื่น ๆ และไม่ถูกนำกลับมารีไซเคิล ทั้งที่ความจริงแล้ววัสดุอย่างพลาสติก PET ที่ใช้ผลิตขวดเครื่องดื่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากสามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ยังแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ใช้งานได้หลากหลายแม้กระทั่งชุด PPE และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ด้วยเหตุนี้ นอกจากการกระตุ้นเตือนผ่านทางบรรจุภัณฑ์แล้ว &amp;nbsp;โคคา-โคล่ายังได้สนับสนุนของรางวัลให้แก่ Trash Lucky ในแคมเปญ &amp;ldquo;โค้กชวนแยก แลกลุ้นโชคกับ Trash Lucky&amp;rdquo; เชิญชวนให้คนไทยเริ่มแยกขยะตั้งแต่ต้นทางและนำส่งบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการใช้งานแล้วโดยไม่จำกัดแบรนด์ ตลอดจนวัสดุรีไซเคิลอื่น ๆ เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นันทิวัต ธรรมหทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์การสื่อสารและความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โคคา-โคล่า เชื่อว่าบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการใช้งานแล้วไม่จำเป็นต้องกลายเป็นขยะ หากได้รับการจัดการที่เหมาะสมตั้งแต่ต้นทาง เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เราตระหนักดีว่าการกระตุ้นเตือนให้ทุกคนหันมาช่วยกันแยกขยะและรีไซเคิลผ่านข้อความบนบรรจุภัณฑ์สามารถช่วยสร้างการรับรู้ในหมู่ผู้บริโภคได้ระดับหนึ่ง แต่เราจะต้องผลักดันให้การรับรู้นี้พัฒนาไปสู่การปรับพฤติกรรมในระยะยาวด้วย ฉะนั้นเราจึงตัดสินใจร่วมมือกับพันธมิตรสตาร์ทอัปอย่าง Trash Lucky ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกันและมีประสบการณ์ในการทำงานเรื่องนี้มานาน โดยแคมเปญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;โค้กชวนแยก แลกลุ้นโชคกับ Trash Lucky&amp;rsquo; จะมีระยะเวลารวม 3 เดือน ซึ่งมีงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สามารถปรับเปลี่ยนให้กิจกรรมหนึ่งที่บุคคลทำอยู่เป็นการชั่วคราวกลายเป็นพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำได้[1] โดยแคมเปญนี้ไม่ได้จำกัดแต่เฉพาะการส่งบรรจุภัณฑ์ของเรามาร่วมสนุกเท่านั้น แต่จะครอบคลุมถึงบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์อื่น ๆ และวัสดุรีไซเคิลที่ Trash Lucky สามารถช่วยนำส่งเข้าสู่การรีไซเคิลได้อีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณัฐภัค อติชาตการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐภัค อติชาตการ ผู้ร่วมก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แทรชลัคกี้ จำกัด กล่าวว่า ภารกิจสำคัญของ Trash Lucky คือการปลูกจิตสำนึกให้ผู้คนหันมา รีไซเคิลขยะให้ได้มากที่สุดผ่านการสร้างแรงจูงใจเพื่อลดปริมาณขยะ ภายใต้แคมเปญนี้ นอกเหนือจากการร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลแล้ว โคคา-โคล่าและ Trash Lucky จะร่วมมือกันจัดกิจกรรมที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประเภทขยะ วิธีการแยก และประโยชน์ของการรีไซเคิล ไปจนถึงปัญหาขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงจัดทำการศึกษากับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งก่อนและหลังแคมเปญเพื่อเป็นการวัดผลและเป็นแนวทางในการปรับพฤติกรรมอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันคือเปลี่ยนการแยกขยะเพียงเพื่อลุ้นของรางวัล ให้เป็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยาช โลเฮีย ซีอีโอ อินโดรามาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยาช โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นที่เรามีต่อชุมชนคือ การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว เราพัฒนาเส้นด้ายจากการรีไซเคิลขวด PET ที่เหมาะสำหรับผลิตชุด PPE ได้สำเร็จ เป้าหมายของเราคือการปกป้องบุคลากรด่านหน้าด้วยแนวทางที่ยั่งยืน เส้นด้ายจากขวด PET รีไซเคิลนี้เป็นวัสดุที่ถูกสุขอนามัยและมีความยั่งยืน ความร่วมมือระหว่างโคคา-โคล่าและ Trash Lucky จะช่วยเสริมสร้างการรับรู้ต่อการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง และก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริงอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้แคมเปญ &amp;ldquo;โค้กชวนแยก แลกลุ้นโชคกับ Trash Lucky&amp;rdquo; อาจดูคล้ายกับการชิงโชคทั่วไป แต่วัตถุประสงค์ของเราไม่ใช่การส่งเสริมการขายหรือเพื่อการค้า เพราะเราไม่ได้จำกัดว่าการเข้าร่วมจะต้องใช้บรรจุภัณฑ์ของเราเท่านั้น เราหวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยจูงใจให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งหันมาเริ่มแยกขยะ และเมื่อได้เริ่มทำอย่างสม่ำเสมอแล้ว จะพบว่าการแยกขยะไม่ได้เป็นเรื่องยากหรือซับซ้อนอย่างที่คิด ทุกคนอาจเริ่มต้นด้วยการแยกบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ออกมาจากขยะอื่น ๆ ก่อน และเมื่อคุ้นเคยแล้ว ก็อาจค่อย ๆ เพิ่มชนิดมากขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งแม้ว่าแคมเปญนี้จะจบลงในเวลา 3 เดือน แต่ผู้เข้าร่วมยังสามารถนำส่งบรรจุภัณฑ์และวัสดุรีไซเคิลอื่น ๆ ให้กับร้านรับซื้อและจุดรับวัสดุรีไซเคิลตามที่ต่าง ๆ ที่มีมากมายในปัจจุบัน และเราเองก็จะได้นำข้อมูลด้านการสร้างพฤติกรรมที่ทาง Trash Lucky ศึกษา ไปวิเคราะห์และวางแผนในการดำเนินกิจกรรมและโครงการด้านนี้ต่อไปในอนาคตด้วย&amp;rdquo; นายนันทิวัต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บริโภคที่สนใจร่วมแคมเปญ &amp;ldquo;โค้กชวนแยก แลกลุ้นโชคกับ Trash Lucky&amp;rdquo; สามารถเข้าร่วมแคมเปญได้ง่าย ๆ เพียงลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญที่Line Official Account: @trashlucky หลังจากนั้นเริ่มคัดแยกและรวบรวมบรรจุภัณฑ์และวัสดุรีไซเคิล พลาสติก อะลูมิเนียม แก้ว กระดาษ หรือโลหะ ตามปริมาณที่กำหนด ส่งมายังที่อยู่ที่ระบุไว้ เพื่อแลกเป็นตั๋วลุ้นรับของรางวัลใหญ่ รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ ทองคำ บัตรกำนัล รวมไปถึงของที่ระลึกจากโคคา-โคล่า รวมมูลค่ากว่า 900,000 บาท โดยจะจับรางวัลและประกาศผู้ได้รางวัลทุกวันที่ 15 และ 20 ของเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม 2564 ตามลำดับ ทาง Facebook Page: https://www.facebook.com/trashlucky สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ทั้งนี้กิจกรรมได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรด้านการขนส่งอย่าง SPEED-D ซึ่งเป็นบริการรับ-ส่งพัสดุใน 7- Eleven ในการมอบส่วนลด 5 บาทให้กับทุกการจัดส่งภายใต้แคมเปญ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115587</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฐภัค อติชาตการ, นายนันทิวัต ธรรมหทัย, นายยาช โลเฮีย, บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน), โคคา-โคล่า ในประเทศไทย, โค้กชวนแยก แลกลุ้นโชคกับ Trash Lucky</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_6132fac361a15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดักขยะ&quot;คลองลาดพร้าว&quot;ขจัดมลภาวะคลองหลักใจกลางเมืองกรุงเทพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาขยะในกรุงเทพมหานครนับว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดีว่ามีปริมาณมาก โดยในปี 2562 มีปริมาณขยะเฉลี่ย 10,500 ตันต่อวัน &amp;nbsp;ปัจจัยหลักที่ขยะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ มาจากการขยายตัวของเมืองและประชากร เข้ามาอาศัยอยู่ที่มากขึ้น รวมทั้งยังขาดการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง &amp;nbsp;และการขาดความตระหนักถึงปัญหาขยะของคนเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดังนั้น สิ่งที่คนเมืองต้องเจอจากปัญหาขยะ ไม่เพียงแค่ขยะบนบกเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงขยะเวลาที่เกิดน้ำท่วมขังในบางจุดของกรุงเทพฯ ที่เป็นผลมาจากการระบายน้ำไม่ทันของคูคลอง แม้ว่าในเขตกรุงเทพมหานครจะมีจำนวนคูคลองทั้งหมดกว่า 1,600 คูคลอง มีความยาวกว่า 2,600 กิโลเมตร ในจำนวนนี้มีคลองประมาณกว่า 900 คลอง ความยาว 1,300,000 &amp;nbsp;เมตร ที่ใช้เป็นช่องทางหลักในการระบายน้ำจากกรุงเทพมหานคร ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและลงสู่ทะเล แต่กลับพบปัญหาขยะจำนวนมาก จากข้อมูลการเก็บขยะในคูคลอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. &amp;nbsp;2558 &amp;ndash; 2562 &amp;nbsp;เป็นระยะเวลา 5 ปี ของสำนักงานเขต สำนักการระบาย และสำนักสิ่งแวดดล้อม กรุงเทพมหานคร .พบว่าสามารถรวมปริมาณขยะที่เก็บได้กว่า &amp;nbsp;380,000 ตัน

และหากมองในส่วนของคลองเส้นหลักใจกลางเมือง อย่างคลองลาดพร้าว ในแค่ระยะทาง 12 กิโลเมตร จากความยาวทั้งหมดของคลอง 20 กว่ากิโลเมตร ต้องแบกรับขยะที่มีถึง 4-5 ตัน/วัน &amp;nbsp;
ช่วง 12 กม.ด้งกล่าวนี้ ก็คือจากทางปากคลองแสน-เส้นปากคลองหลุมไผ่ ซึ่งทางกรุงเทพมหาคน &amp;nbsp;ก็ได้มีจัดการขยะโดยใช้แพดักขยะไม้ไผ่จำนวน 2 อัน สามารถดักขยะได้ประมาณ 2 ตัน/วัน ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ส่วนขยะในคลอง มีทั้งโทรทัศน์ เตียง ตุ๊กตา ขาวของเครื่องใช้ต่างๆ โดยเฉพาะขยะพลาสติกทั้งที่เป็นถุง ขวดน้ำ หรือมาในรูปแบบ ถุงดำที่ใส่ขยะมัดปากแล้ว ก็มีจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิโคคา-โคลา โดยบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด จึงร่วมกับ มูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย และ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ได้จัดทำ โครงการติดตั้งเครื่องดักขยะในคลองลาดพร้าว จำนวน 2 เครื่อง โดย&amp;quot;คลองลาดพร้าว&amp;quot; &amp;nbsp;ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในโครงการทำความสะอาดแม่น้ำ 9 แห่งทั่วโลก ภายใต้การเป็นพันธมิตรร่วมกันระหว่าง มูลนิธิโคคา-โคลา ที่มอบเงินรวม 11 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 345 ล้านบาท ให้แก่โครงการ Benioff Ocean Initiative ของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาบาร์บารา ในการสนับสนุนโครงการเป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อดักจับขยะจากคลอง ก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดแยก เพื่อนำไปกำจัดและรีไซเคิลอย่างถูกต้อง ควบคู่ไปกับการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ สร้างความตระหนักรู้แก่ชุมชนและส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนในชุมชนคลองลาดพร้าว ช่วยกันตักขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายนันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน &amp;nbsp;บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า คลองลาดพร้าว ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็น 1 ในแม่น้ำ 9 แห่งที่ได้ถูกคัดเลือก เพื่อทำให้สะอาด ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ไร้ขยะในแม่น้ำลำคลอง เหตุผลเพราะคลองลาดพร้าวเป็นคลองที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ &amp;nbsp;เชื่อมต่อระหว่างคลองแสนแสบและคลองสอง เป็นระยะทางยาวประมาณ 12 กิโลเมตร ที่ได้รับเลือกผ่านการหารือ และพูดคุยระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพฯ ทีมงาน Urban Action และผู้นำชุมชน โดยคลองลาดพร้าวนับเป็นคลองที่ประสบปัญหามลพิษขยะเป็นจำนวนมาก และจำเป็นต้องมีการทำความสะอาดเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน จากเดิมที่หน่วยงานในพื้นที่และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ต่างก็ทำงานอย่างหนักในการช่วยทำความสะอาดคลองอยู่แล้ว แต่ขยะในคลองยังคงมีปริมาณมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการจัดการที่ไม่เหมาะสมของชุมชนริมคลอง

ดังนั้น &amp;nbsp;การได้ร่วมสนับสนุนในโครงการติดตั้งเครื่องดักขยะในคลองลาดพร้าว &amp;nbsp;ที่ผลิตขึ้นในประเทศจำนวน 2 เครื่อง และเริ่มทำงานตั้งแต่ในเดือนมิถุนายน 2563 ภายใต้การทำงานของมูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย โดยการดักขยะจากอุปกรณ์ทั้งสองนี้จะใช้เวลาดำเนินงาน 5 วันต่อสัปดาห์ คาดว่าจะช่วยดักจับขยะได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะพลาสติก ก่อนจะนำไปตากให้แห้งและคัดแยก ที่สถานที่คัดแยกในเขตลาดพร้าว ส่วนขยะที่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ถูกต้องและเหมาะสม และตลอดกระบวนการทำงานจะมีการบันทึกปริมาณและประเภทของขยะที่เก็บรวบรวมได้อย่างถี่ถ้วน เพื่อนำไปวิเคราะห์และใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาโครงการการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของชุมชนริมคลอง อีกทั้งยังช่วยให้ขยะไม่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนในชุมชนคลองลาดพร้าว นำขยะที่เก็บได้มาตากให้แห้ง และคัดแยกเพื่อนำไปรีไซเคิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; นายเจมส์ สกอทท์ ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย ที่มีส่วนในการคัดเลือกคลองลาดพร้าว ในการเป็นโมเดลการใช้เครื่องดักขยะ กล่าวว่า ในช่วงที่เริ่มทำโครงการนี้ทางมูลนิธิได้มีการสำรวจคลองหลักๆ ในกรุงเทพฯ 3-4 คลอง เพื่อดูว่าคลองไหนเหมาะที่ทำการเสนอในโครงการทำความสะอาดแม่น้ำ 9 แห่งทั่วโลก เพื่อติดตั้งเครื่องดักขยะ มากที่สุด หลังจากสำรวจเสร็จก็มีการได้ปรึกษาพูดคุยกับกรุงเทพฯ หน่วยงานสำนักการระบายน้ำ และผู้นำชุมชนก็พบว่า คลองลาดพร้าวเหมาะสมที่สุด เพราะโดยสภาพทั่วไปของคลองลาดพร้าวจะเห็นว่ามีบ้านเรือนสร้างรุกล้ำเข้ามาในเขตคลอง ทำให้ส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำ ซึ่งตอนนี้ภาครัฐก็ได้เข้ามาช่วยในการสร้างบ้านประชารัฐประมาณ 3,000 หลัง สร้างระบบการระบายน้ำที่ดีและเหมาะสมเป็นส่วนสำคัญมาก เพราะแม้ว่าคลองจะมีขนาดเล็ก แต่กลับมีปริมาณขยะมากต่อมาได้รับความเห็นชอบจากสำนักการระบายน้ำ และเหล่าผู้นำชุมชน

&amp;ldquo;หลังจากได้ผ้านการลงมติจากทุกฝ่ายก็ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 ในการติดตั้งเครื่องดักขยะจำนวน 3 &amp;nbsp;เครื่อง ในจำนวนนี้ทาง มูลนิธิโคคา-โคลา ได้สนับสนุน 2 เครื่อง โดยเครื่องนี้ผลิตในไทย ต้นทุน 2.5 แสนบาท/เครื่อง เพื่อมาเสริมเครื่องดักจับขยะเดิมของทางกรุงเทพฯ &amp;nbsp;ในระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร สามารถรวบรวมขยะจากคลองลาดพร้าว ได้กว่า 50 ตัน หรือ 50,000 กิโลกรัม โดยมีปริมาณขยะที่เก็บได้สูงสุดมากกว่า 2,000 กิโลกรัม/วัน แบ่งเป็นขยะที่รีไซเคิลได้ 20-30% ในจำนวนนี้ ไม่รวมถึงขยะอินทรีย์ขนาดใหญ่ เช่น ผักตบชวาและกิ่งไม้ ซึ่งขยะที่เก็บได้มากที่สุดคือถุงพลาสติก ควบคู่ไปกับขยะอื่นๆ อย่างภาชนะโฟมแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ขวดพลาสติก &amp;nbsp;ขวดแก้วจำนวนมาก หรือบางทีก็มีขยะมาเป็นถุงใหญ่มัดปาก เหมือนกับการทิ้งขยะบนบก&amp;rdquo; เจมส์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้ายไปขวา ตุ้ม ปิโย หัวหน้าหน่วยเก็บขยะทางน้ำ หน่วยลาดพร้าว 56,นันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิโคคาโคลา และเจมส์ สกอทท์ ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย ที่มีส่วนคัดเลือกคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้เป็นคลองโมเดลดักขยะ

สำหรับลักษณะของเครื่องดักขยะชนิดนี้ เจมส์ ได้ให้ข้อมูลว่า การออกแบบได้ให้ตัวเครื่องมีส่วนแขน ที่สามารถกางและยืดออกไปได้ยาวตามพื้นที่ แต่เนื่องจากลักษณะของคลองลาดพร้าว และการสัญจรในคลอง ทำให้ไม่สามารถทำให้เครื่องยืดได้ตามขนาดพื้นที่ หรือถ้าให้ดีที่สุดคือ 45 องศา และภายใต้แขนก็จะประกอบด้วยครีบ ที่จะสามารถช่วยดักจับขยะได้มากขึ้น และมีความทนทาน แต่ด้วยปัจจัยทางการเดินเรือต่างๆ ทำให้ยืดได้สั้น แต่ก็ยังสามารถดักจับขยะได้ถึงวันละ 1 ตัน โดยเครื่องจะทำงาน 5 วัน/สัปดาห์ แต่จะให้ดีในระยะคลองประมาณ 12 กิโลเมตร น่าจะมีเครื่องดักขยะประมาณ 6 เครื่อง &amp;nbsp;โดยเป็นการเสริมเครื่องดักขยะเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ทั้งนี้เราได้คนในชุมชนจำนวน 9 คน มาร่วมทำงานช่วยเก็บขยะบนเรือ และคัดแยกเพื่อเป็นสร้างรายได้ โดยในระยะเวลา 3 ปี ก็คาดว่าจะมีการดักจับขยะ และจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งทางโครงการก็จะคอยประเมินระบบทำงานเครื่องดักขยะ เพื่อเป็นแนวทางในอนาคตที่จะทำร่วมงานกับนักศึกษาเพื่อพัฒนาตัวเครื่องให้มีประสิทธิภาพและดียิ่งขึ้น และเป็นโมเดลให้กับคลองอื่นๆ หลังจากโควิด-19 หายไป ก็จะเดินหน้าขยายสู่องค์กรที่สนใจในการจัดการขยะต่อไป &amp;quot;เจมส์กล่าว

นายตุ้ม ปิโย หัวหน้าหน่วยเก็บขยะทางน้ำ หน่วยลาดพร้าว 56 กลุ่มงานบำรุงรักษาคลอง 1 กองระบบคลอง สำนักการระบายนํ้า กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า คลองลาดพร้าวเป็นหนึ่งในคลองสายหลักของกรุงเทพฯ ซึ่งมีระยะกว่า 20 กิโลเมตร จากปากคลองลาดพร้าว ยาวไปจนถึงคลองสองสายใต้ ในปัจจุบันตนดูแลในระยะประมาณ 12 กิโลเมตร เริ่มจากปากคลองแสนแสบ-คลองหลุมไผ่ ในส่วนขนาดของคลองตอนนี้กว้างเพิ่มขึ้น 38 เมตร จากเดิมอยู่ที่ 16-30 เมตร เพราะทางกรุงเทพฯ ได้เข้ามาดำเนินการสร้างบ้านประชารัฐ และเขื่อนคลองลาดพร้าวทำให้มีการะบายและกลิ่นที่ที่ดีขึ้น ซึ่งก่อนหน้านั้นที่มีบ้านที่รุกล้ำเข้ามาในคลอง ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าทำไม่ได้ และขยะก็เพิ่มขึ้น

หัวหน้าหน่วยเก็บขยะ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ยิ่งในหน้าฝนมีขยะที่ถูกชะล้างมา ทำให้ปริมาณขยะยิ่งมากขึ้น &amp;nbsp;เราต้องเก็บขยะมากถึง 4-5 ตัน/วัน หรือมากกว่านั้น จากในช่วงปกติที่ฝนไม่ตกก็จะเก็บขยะประมาณ 2-3 ตัน/วัน ด้วยแพดักขยะไม้ไผ่คอยดัก 2 จุด แบ่งเก็บวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นทุกวัน เพราะขยะมีอยู่ตลอดไม่เคยลด ตนคิดว่าพอมีเครื่องดักขยะเข้ามาเพิ่มอีก 3 เครื่อง ก็สามารถช่วยเพิ่มการดักจับขยะได้อีก 1 ตัน หรือบางวันก็ 2 ตัน ทำให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดักเก็บขยะได้มากถึง 5-6 ตัน/วัน และช่วยในการระบายน้ำในช่วงฝนตกให้เร็วขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญคือความร่วมมือจากชาวบ้านในชุมชน ที่จะไม่ทิ้งขยะลงคลอง หรือหากจะทิ้งสามารถเรียกเรือเก็บขยะเราได้เลย เพราะมีขยะชิ้นใหญ่อย่าง โซฟา เตียง ค่อนข้างที่จะเก็บยาก และทำให้อุดตันการระบายน้ำ เพราะปัจจุบันหลายองค์กรในประเทศไทยต่างช่วยกันเดินหน้าหาแนวทางแก้ไข เพื่อลดปัญหาขยะเหล่านี้ที่ทวีความรุนแรงขึ้น นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนแก่คลองในกรุงเทพมหานคร และช่วยบรรเทาวิกฤติระดับโลกได้อย่างประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บริหารทดลองตักขยะที่ดักได้จากเครื่องดักขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77383</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สำนักการระบายน้ำ กทม, นายตุ้ม ปิโย, นายนันทิวัต ธรรมหทัย, มูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย, มูลนิธิโคคา-โคลา, เจมส์ สกอทท์, โครงการติดตั้งเครื่องดักขยะในคลองลาดพร้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f1b38e6799.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2019 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บทศึกษาขจัดความ “ยุ่ง” และ “ยาก” เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยให้ &quot;แยกขยะ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขยะ&amp;rdquo; นับเป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก หากอยู่ผิดที่ผิดทาง ซึ่งหมายถึง หากขยะถูกทิ้งไม่เป็นที่ ก็จะเกิดการสะสมกลายเป็นของเสียที่เป็น อันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และปัญหาส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ขยะอยู่ผิดที่ผิดทางก็คือ &amp;ldquo;การไม่แยกขยะ&amp;rdquo; ก่อนทิ้ง นับเป็นปัญหาทางพฤติกรรมของผู้คนที่มีเหตุปัจจัยอยู่เพียงไม่กี่อย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;จากผลการทดลองของ กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ที่ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการทดลองสำรวจเชิงเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมกับการแยกขยะของคนไทย ที่ได้ดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม 3 โครงการที่ T77 Community ได้แก่ THE BASE Park West, hasu HAUS และ mori HAUS รวม 246 ห้องชุด เป็นระยะเวลา 4 เดือน (พ.ค.- ส.ค.2562) พบว่า มีอยู่ 2 เงื่อนไขสำคัญที่คนไทยไม่แยกขยะ ก็คือความ &amp;ldquo;ยุ่ง&amp;rdquo; เพราะเป็นความขี้เกียจ และความ &amp;ldquo;ยาก&amp;rdquo; เพราะต้องคิดเยอะไป หากอยากให้คนไทยแยกขยะตั้งแต่ต้นทางจะต้องขจัดสองสิ่งนี้ออกไป และต้องมีการออกแบบถังขยะให้สอดคล้องกับกระบวนการคิดของคน เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นันทิวัต ธรรมหทั&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นายนันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการทดลองเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมการแยกขยะนี้ เกิดจากวิสัยทัศน์ World &amp;nbsp;Without Waste ของโคคา-โคล่า ที่มีเป้าหมายในการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์เพื่อนำกลับมารีไซเคิลในปริมาณเทียบเท่ากับปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายออกสู่ตลาดให้ได้ 100% &amp;nbsp;ก่อน พ.ศ. 2573 &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ โคคา-โคล่า จึงเล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืน จึงส่งเสริมการแยกขยะที่ต้นทาง เนื่องด้วยการศึกษาเกี่ยวกับ แนวทางการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคในประเทศไทย &amp;nbsp;พบว่า บรรจุภัณฑ์ประเภทขวดพลาสติกใส (PET) และกระป๋องอลูมิเนียม มีเพียงไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่ถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพราะไม่มีการแยกขยะอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ผอ.การสื่อสารฯ กล่าวอีกว่า โคคา-โคล่า เชื่อว่า ปัญหาขยะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ปัญหาการไม่แยกขยะเป็นปัญหาพฤติกรรมของคนเรา &amp;nbsp;หากเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนแยกขยะตั้งแต่ต้นทางได้ ปริมาณขยะในภาพรวมก็จะลดลง และได้วัสดุที่รีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่ได้เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;ฉะนั้นเราจึงริเริ่มนำแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมที่กำลังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่า สามารถมีส่วนช่วยปรับพฤติกรรมของคน &amp;nbsp;มาปรับใช้ในบริบทแบบไทยๆ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม และการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ และแสนสิริ &amp;nbsp;ดำเนินการทดลองศึกษาและสร้างพฤติกรรมการแยกขยะในครัวเรือน &amp;nbsp;โดยมีการใช้เทคนิคการ &amp;ldquo;สะกิด&amp;rdquo; (Nudge) ซึ่งมีที่มาจากหนังสือเบสต์เซลเลอร์ในชื่อเดียวกัน ของ Richard H. Thaler และ Cass R. Sunstein เทคนิคนี้ตั้งอยู่บนการทำความเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ที่หลายครั้งก็เป็นเรื่องของนิสัย และความเคยชินมากกว่าความคิดเชิงเหตุผล และนำความเข้าใจนั้นมาสร้างมาตรการจูงใจแบบง่ายๆ แต่มีประสิทธิผลในการสร้างพฤติกรรมพึงประสงค์ ซึ่งในกรณีนี้คือการสร้างพฤติกรรมการแยกขยะที่ต้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ด้าน ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ ผอ. ศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้การรณรงค์แยกขยะที่ต้นทางไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรนั้น มีสาเหตุหลัก 2 ประการคือ ความ &amp;ldquo;ยุ่ง&amp;rdquo; คือคนไม่ต้องการทำอะไรที่สร้างความลำบากให้ตัวเอง และความ &amp;ldquo;ยาก&amp;rdquo; จากความซับซ้อนและเข้าใจยากของถังขยะที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน &amp;nbsp; ดังนั้น หากต้องการส่งเสริมการแยกขยะอย่างจริงจังก็จำเป็นต้องกำจัดมูลเหตุพฤติกรรมทั้งสองข้อนี้ โดยศูนย์ฯ ได้นำแนวคิดการ &amp;ldquo;สะกิด&amp;rdquo; ตามทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมมาใช้ในการทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างความตระหนัก และพฤติกรรมการแยกขยะ อันจะนำไปสู่การสร้างนิสัยการคัดแยกขยะในระยะยาว นอกจากนี้ ยังพบว่าการแก้ปัญหา &amp;ldquo;ยุ่ง&amp;rdquo; หรือความขี้เกียจในการแยกขยะนั้นสำคัญกว่าการแก้ปัญหา &amp;ldquo;ยาก&amp;rdquo; หรือความไม่เข้าใจ เราจึงควรกระตุ้นให้คนเห็นความสำคัญของการแยกขยะมากขึ้นเพื่อปรับเปลี่ยนความขี้เกียจให้มาเป็นนิสัย โดยอาศัยกลไกทางสังคม ทำให้เห็นว่าทุกคนร่วมมือร่วมใจกันแยกขยะโดยเฉพาะคนในชุมชนเดียวกัน อันจะเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยสร้างพฤติกรรมการแยกขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผศ.ดร.ธานี อธิบายต่อว่า หลักการ &amp;ldquo;สะกิด&amp;rdquo; ในมุมมองเศรษฐศาสตร์ มีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ 1.ป้ายกำกับ ควรจะเป็นป้ายที่ใช้อักษรสื่อสารโดยตรง ไม่ควรใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์ เพราะบางทีอาจทำให้เกิดความสับสน เช่น ถังขยะบางอันใช้สัญลักษณ์รูปขวด เราทราบว่าเป็นรูปขวดแต่ก็อาจเกิดความไม่แน่ใจได้ว่ารูปขวดที่กำกับไว้นั้นหมายถึงขวดแก้ว หรือขวดพลาสติก แต่ถ้ามีอักษรเขียนกำกับไว้เลยว่าขวดพลาสติก จะเข้าใจง่ายกว่า 2.จุดวางถังขยะ สำหรับแยกขยะ ควรมีอย่างมาก 3 ถัง หรือไม่เกิน 4 ถัง จะดีที่สุด เพราะถ้ามากกว่านี้คนสับสน 3.ใช้ขยะสื่อสาร ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราถือถุงเศษอาหารมา เจอถังขยะทั่วไปแล้วโยนทิ้งเลยอาจจะไม่ได้รู้สึกผิดอะไร แต่เมื่อเจอถังขยะที่มีการแยกขยะแล้วก็จะทำให้คนทิ้งรู้สึกผิด ซึ่งหมายความว่า ถ้าสังคมหรือคนในชุมชนมีการคัดแยกขยะแล้ว ก็จะสร้างความตระหนักและกดดันให้คนอื่นทำตามๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่า การแยกขยะ ถ้ามีคนทำ ก็จะทำตาม ๆ กัน เราต้องมีตัวอย่างให้คนเห็น และปัจจัยสนับสนุนให้หลักสะกิดสำเร็จ คือการให้ข้อมูลล่วงหน้าลูกบ้าน หรือชุมชนสักหน่อย เพราะว่าถ้าจะแยกจริง เขาต้องตั้งต้นตั้งแต่ในห้อง เวลาเอาออกมาทิ้งก็จะง่ายต่อการทิ้งลงถัง แต่ถ้าไม่มีการให้ข้อมูลล่วงหน้าเลยว่าให้แยกขยะ บางคนเขาเก็บรวมใส่ถุง มัดปากถุง พอมาถึงจุดทิ้งไม่มีใครมาแยกอีกทีหรอก การแยกตั้งแต่ในห้องดีกว่า และปัจจัยต่อมาคือการทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ต่อความรู้สึก เช่น ภาพเต่าเสียชีวิตเพราะหลอดทิ่ม นั่นสร้างความสะเทือนต่อความรู้สึกมากๆ หรือจะเป็นรูปที่ระบุสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งจะมีความรุนแรงต่อความรู้สึกมากกว่าการโชว์สถิติตัวเลข&amp;rdquo; ผศ.ดร.ธานี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ผอ.ศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม กล่าวอีกว่า สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือคำที่ใช้ในการสื่อสารต่อบรรจุภัณฑ์ขวด พลาสติกต่างๆ หลีกเลี่ยงการใช้คำว่าขยะ เพราะในความหมายที่ทุกคนเข้าใจคือ ขยะจะเป็นของเสีย สกปรก ไม่น่าจับถือ หรือนำมาใช้อีก ต้องทิ้งอย่างเดียว โดยอาจใช้คำว่า เศษอาหาร หรือ รีไซเคิลแทน เป็นต้น แล้วก็ที่สำคัญเรื่องง่ายๆ อย่างการวางถังขยะ ต้องคิดว่าฝาถังควรจะเปิดหรือปิด เพราะหลายคนไม่มีใครอยากจะใช้มือจับฝาถังสักเท่าไหร่ เป็นเหตุให้ขยะกองอยู่ที่ปากถัง หรือล้นออกมา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ขณะที่นางจริยา จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของแสนสิริที่ไม่เพียงแต่การพัฒนาที่อยู่อาศัย แต่ยังมุ่งมั่นส่งมอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เราเดินหน้าอย่างจริงจังในการผลักดันและเซตมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่าน Sansiri Green Mission โดยมี Waste Management เป็น 1 ใน 4 คำมั่นสัญญาหลัก เพื่อจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพและลดปริมาณขยะให้เหลือไปกำจัดในปริมาณน้อยที่สุด ตั้งแต่ภายในองค์กร โครงการที่อยู่อาศัย ไปถึงไซต์ก่อสร้าง ความร่วมมือกับโคคา-โคล่า และคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ในครั้งนี้ ได้รับข้อเสนอแนะต่อการแยกขยะประกอบไปด้วย การจัดหาถังขยะให้สอดคล้องกับประเภทขยะ การออกแบบถังขยะให้สอดคล้องกับระบบความคิดของคน รวมถึงการสื่อสารโดยใช้รูปภาพอธิบายที่ไม่ซับซ้อน และมีข้อความสั้นๆ กำกับ ร่วมกับการแจกโบรชัวร์ให้ความรู้ในการแยกขยะด้วยการสอดไว้ตามห้อง คาดว่าการทดลองนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์ต้นแบบการแยกขยะอย่างยั่งยืนของวงการอสังหาฯ ตลอดจนอุตสาหกรรมไทยในวงกว้าง โดยเราจะนำผลการศึกษาในครั้งนี้ไปต่อยอดร่วมกับผลการศึกษาของแสนสิริ เพื่อออกแบบถังขยะใหม่ในทุกโครงการคอนโดมิเนียม ที่สร้างเสร็จตั้งแต่ปีตั้งแต่ 2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขยะนับล้านชิ้นถูกคลื่นมรสุมซัดกองเป็นภูเขา ชายหาดชุมพร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายนันทิวัต ตบท้ายว่า &amp;nbsp;การทดลองนี้แม้จะเป็นเพียงการทดลองเล็กๆ เมื่อเทียบกับบริบทของประเทศไทย แต่ก็ช่วยแสดงให้เห็นว่ายังมีคนอีกไม่น้อยที่อยาก และพร้อมจะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาด้วยการแยกขยะที่ต้นทาง ถ้าเราวางระบบให้ยุ่งและยากน้อยลง เราหวังว่าผลการทดลองนี้จะทำให้ทุกคนเห็นว่าเราสามารถสร้างพฤติกรรมการแยกขยะได้ โดยไม่ต้องรอให้เป็นหน้าที่ของเด็กรุ่นใหม่ และช่วยสะกิดให้คนไทยหันมาแยกขยะก่อนทิ้งกันให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52965</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะเศรษฐศาสตร์, จุฬาฯ, นางจริยา จันทร์เจิดศักดิ์, นายนันทิวัต ธรรมหทัย, บทศึกษาขจัดความ “ยุ่ง” และ “ยาก” เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยให้ &quot;แยกขยะ&quot;, ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์, ศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ, แสนสิริ, โคคา-โคล่าในประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfc9f9a25d60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
