<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้รธน.ถึงชวน ‘ก้าวไกล’ข้องใจ ชงรัฐสภาโหวต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญส่งถึงมือ &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; แล้ว คาด 16 ส.ค.หารือถกวาระ 2 และ 3 เมื่อไหร่ &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; ยันไร้ปัญหา &amp;ldquo;โฆษก ปชป.ย้ำ &amp;ldquo;จุรินทร์-ชินวรณ์&amp;rdquo; &amp;nbsp;มีประสบการณ์ไม่ทำอะไรผิดกฎแน่ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ปัดจูบปาก &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ไม่ยอมชงญัตติเข้าที่ประชุมว่าผิดหลักหรือไม่ แต่ยังไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเพราะเกรงใจเพื่อน
เมื่อวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่&amp;hellip;) พ.ศ&amp;hellip;. แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 83 และมาตรา 91 กล่าวถึงการประชุมนัดสุดท้ายว่า การพิจารณารายมาตรา กมธ.ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงการพิจารณาแปรญัตติของ กมธ.สัดส่วนพรรคก้าวไกล (ก.ก.) 2 คน จากนั้นจะนำรายงานของคณะ กมธ.มาให้ที่ประชุมตรวจสอบ ถ้าทั้งหมดเห็นชอบก็รับรองรายงาน และส่งนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาเพื่อดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลจะยื่นญัตติด่วนให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาโหวตตัดสินว่า กมธ.แก้รัฐธรรมนูญแปรญัตตินอกเหนือจากที่รับหลักการมาในวาระที่ 1 ได้หรือไม่นั้น นายไพบูลย์กล่าวว่า คงเป็นการใช้สิทธิ์ตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 151 ซึ่งก็เป็นอำนาจของรัฐสภาต้องตีความเพื่อพิจารณาวินิจฉัย แต่ประเด็นอยู่ที่ข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 นั้นเขียนไว้ชัดเจน โดยเฉพาะวรรค 3 ที่สมาชิกสามารถแปรญัตติเพิ่มมาตราได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อหลักการ หากเป็นเรื่องที่ขัดกับหลักการก็ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น กรณีบทเฉพาะกาล ดังนั้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พิจารณานั้นดำเนินการตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 วรรค 3 ชัดเจน แต่ถ้าพรรคก้าวไกลติดใจก็เสนอที่ประชุมรัฐสภาได้ ซึ่งเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาได้อ่านข้อบังคับ ก็เห็นว่าทุกอย่างถูกต้อง ไม่มีอะไรที่เป็นปัญหา
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชพน.) ในฐานะเลขานุการ กมธ. กล่าวว่า คณะ กมธ.จัดทำเนื้อหาตามคำแปรญัตติเสร็จแล้ว และเตรียมส่งให้นายชวนภายในวันที่ 13 ส.ค. ส่วนจะพิจารณาวาระสองเมื่อใด คาดว่าในวันที่ 16 ส.ค. ซึ่งประธานรัฐสภาได้นัดตัวแทนแต่ละฝ่ายหารือจะมีข้อสรุปเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรกล่าวอีกว่า การแก้ไขรายละเอียดนั้น นอกจากมาตรา 83 และ มาตรา 91 ซึ่งเป็นหลักการใหญ่แล้ว ยังมีการแก้ไขมาตราอื่นประกอบ ได้แก่ มาตรา 85, มาตรา 86, มาตรา 92, มาตรา 93 และมาตรา 94 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ แต่มีประเด็นที่น่าสนใจ และคาดว่าจะนำไปสู่การอภิปรายว่าด้วยเนื้อหาที่ให้กำหนดการคำนวณคะแนนที่ กมธ.ระบุให้นำไปกำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ซึ่งต้องตราขึ้นภายใน 120 วันนับจากรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขประกาศ และกรณีที่ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกระเบียบหรือกฎเพื่อใช้ในการเลือกตั้งไปพลางๆ ก่อน หากกฎหมายลูกนั้นไม่แล้วเสร็จ เช่น มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มี กมธ.ยังเห็นขัดแย้ง และเตรียมยื่นเรื่องต่อรัฐสภาให้พิจารณา นายนิกรยอมรับว่า อาจต้องยื่นไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ตามความของมาตรา 256 (9) แต่ต้องรอให้กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาเสร็จสิ้นในวาระสามเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้ทำหน้าที่เป็นรองประธาน กมธ. ซึ่งเป็นคนละเอียด และได้ดูเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้ว สิ่งใดที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับ นายชินวรณ์ไม่ทำแน่นอน ในขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ก็ได้ดำเนินการตามข้อบังคับในการยื่นคำแปรญัตติโดยอาศัยสิทธิอันชอบตามข้อบังคับ หากกล่าวหาว่าไม่สามารถยื่นคำแปรญัตติได้ แสดงว่าสมาชิกรัฐสภาที่ร่วมกันลงชื่อ รวมถึงสมาชิกที่รับหลักการ ก็ไม่มีใครสามารถยื่นคำแปรญัตติได้แม้แต่คนเดียว ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องพื้นฐานในเรื่องหลักการในการร่างกฎหมาย เพื่อให้กฎหมายเกิดความสมบูรณ์
ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะ กมธ. กล่าวในประเด็นนี้เช่นกันว่า รัฐสภามีข้อบังคับอนุญาตให้ดำเนินการได้ แต่ห้ามแก้ไขหลักการ เว้นแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการ ซึ่งสิ่งที่เป็นปัญหาและเป็นประเด็นในสังคมกล่าวหาว่า กมธ.พรรคเพื่อไทยเขียนเช็คเปล่าให้ กกต.ในเรื่องบทเฉพาะกาล และบอกว่าเป็นการพิจารณาเกินหลักการด้วยนั้น ยืนยันว่าบทเฉพาะกาลเขียนไป 2 มาตรา ถามว่าหากไม่มอบอำนาจให้ กกต.จะเกิดการเลือกตั้งได้หรือไม่ หรือจะให้ฝ่ายบริหารออกพระราชกำหนดประกาศให้มีการเลือกตั้ง ถามว่าจะเอาแบบนั้นหรือ ซึ่งเราก็ไม่เอา ระหว่างเลือก กกต.กับฝ่ายบริหาร เราเลือก กกต.มากกว่า
&amp;ldquo;ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจะให้รัฐสภาตีความเรื่องข้อบังคับที่เราใช้นั้นใช้ไม่ได้ ก็สามารถทำได้ หรือจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาหลักผ่านวาระที่ 3 ก็ทำได้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็ต้องรอจังหวะเวลา ยืนยันว่าทุกอย่างไม่ได้พิจารณาอย่างร้อนรน เพราะมีเพียงแค่ 2 มาตรา&amp;rdquo; นพ.ชลน่านระบุ&amp;nbsp;
ส่วนนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ในฐานะ กมธ.ยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการเข้าสู่ตำแหน่งนายกฯ ที่ยังเป็นอำนาจของ ส.ว. และไม่ได้เป็นการแก้ไขเรื่องการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ แต่เป็นการแก้ไขระบบเลือกตั้งเพียง 2 มาตราเท่านั้น และยังมีการตีความแก้ไขเกินเลยไปหลายมาตรา โดยเฉพาะการให้ กกต.ออกข้อกำหนดเองได้ เหมือนเป็นการมอบอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติให้ กกต. ถามว่าเป็นการกระทำที่ชอบหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐสภาต้องปฏิบัติหน้าที่ตามหลักกฎหมายและหลักนิติธรรม แต่รัฐธรรมนูญฉบบนี้พยายามตีความให้เกินเลย แปลงร่างให้เอาร่างของพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยที่ถูกตีตกไปแล้วตั้งแต่ชั้นรับหลักการวาระแรกมาใส่ให้ได้ และทั้ง 2 พรรคค่อนข้างเอื้ออาทร กะหนุงกะหนิงช่วยเหลือกันแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจน เราจึงได้พิจารณาจะยื่นให้รัฐสภาพิจารณาอีกครั้งว่าการแก้ไขเกินเลยแบบนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยยื่นตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 151 เพื่อให้บรรจุเป็นญัตติก่อนการพิจารณารัฐธรรมนูญในวาระ 2-3&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า รู้สึกผิดหวัง และเชื่อว่าการแก้ไขแบบนี้ไม่ช่วยนำพาประเทศออกสู่วิกฤติทางการเมืองได้ ซึ่งพรรคยืนยันว่าการยื่นญัตติดังกล่าวเป็นการตรวจสอบเรื่องข้อกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่การตีรวน แต่เป็นการตรวจสอบการกระทำที่มีความพยายามสอดไส้ โดยเบื้องต้นในพรรคเห็นว่าควรใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 151 ก่อน เพื่อให้วินิจฉัยชี้ขาดเรื่องการตีความข้อบังคับ ยังไม่ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเพราะเราไม่อยากให้กระทบกับพรรคการเมืองที่เป็นพันธมิตรกับเราด้วย จึงเริ่มจากช่องทางนี้ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113213</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิกร จำนง, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, พรรคพลังประชารัฐ, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_61038d654dbbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำชทพ.หนุนแก้มาตรา9ร่างพรบ.ประชามติ​ คุย3พรรคร่วมแก้รธน.ม.256สมัยหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มี.ค.64 - นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า​ ยอมรับว่า ตนเป็น 1 ใน&amp;nbsp; 267 เสียง ที่ลงมติสนับสนุนให้ มาตรา 9 ของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการประชามติ แก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอของกรรมาธิการ (กมธ.) เสียงข้างน้อย ซึ่งเนื้อหาได้เปิดช่องให้รัฐสภา , ประชาชน มีสิทธิเสนอเรื่องให้ทำประชามติ เพราะเห็นว่าควรเปิดกว้างการเสนอให้ทำประชามติที่ไม่ควรมีแค่จากฝั่งรัฐบาลเท่านั้น&amp;nbsp; และเมื่อพิจารณาเรื่องที่สอดคล้องกัน คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากกฎหมายประชามติผ่าน รัฐสภาจะมีสิทธิ์เสนอให้ทำประชามติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ตกไป จุดนี้เชื่อว่าจะเป็นทางออกตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้ อย่างไรก็ตามการเปิดช่องให้การทำประชามติไม่ถูกจำกัดเฉพาะดุลยพินิจของฝ่ายบริหารนั้น ตนกังวลว่าร่างพ.ร.บ.ประชามติอาจถูกคว่ำในวาระสามได้
&amp;nbsp;
นายนิกร กล่าวว่า​ สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​จุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนา คือ จะเดินหน้าแก้ไขต่อ เบื้องต้นตนได้คุยกับ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, นายชินวรณ์​ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจ ฐานะเป็นกมธ.แก้รัฐธรรมนูญ มีความเห็นร่วมกันว่าในการเปิดสมัยประชุมสภาฯ เดือนพฤษภาคม จะพิจารณาเสนอญัตติขอแก้รัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่สามารถเดินหน้าร่วมกันได้ คือ มาตรา 256 ที่รัฐสภา ได้ผ่านการรพิจารณาและเห็นพ้องกันในวาระสอง คือ ปรับเงื่อนไขการใช้เสียงรับหลักการวาระแรก และเสียงเห็นชอบวาระสาม โดยเสียง 3 ใน 5 โดยตัดเกณฑ์เสียงส.ว. 1 ใน 3&amp;nbsp; และเสียงพรรคฝ่ายค้านร้อยละ 20 ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงมติในวาระสาม ทำให้เห็นแล้วว่า เสียงของส.ว.ที่เห็นชอบ 2 เสียง ไม่มีทางจะให้รัฐธรรมนูญจะแก้ไขได้ เพราะถือเกณฑ์ 84 เสียง เท่ากับว่าให้สิทธิ์ 84 เสียงหักกับอีก 500 เสียง ซึ่งไม่ถูกหลัก นอกจากนั้นยังมีประเด็นที่เห็นว่าควรเสนอแก้ไข เช่น สิทธิของประชาชน การกระจายยอำนาจ การเลือกตั้ง ที่ต้องแก้ไขวิธีนับคะแนนและระบบไพรมารี่โหวต แต่ต้องไม่แตะหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ &amp;rdquo;&amp;nbsp; นายนิกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถีงการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ประเด็นใหญ่ คือ ยุบส.ว., ปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ และเลิกยุทธศาสตร์ชาติ นายนิกร กล่าวว่า&amp;nbsp; ประชาชนสามารถเคลื่อนได้ ในประเด็นที่นำเสนอมาจากแกนนำประชาชนนั้นไม่ทราบว่าประชาชนจะเอาด้วยแค่ไหน ส่วนตัวมองว่าหากชู 3 ประเด็นดังว่าจะยาก เพราะเท่ากับล้มศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งต้องนำไปทำประชามติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256(8)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96567</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, นายนิกร จำนง, แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา256</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f2d1493484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 07:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิกร&#039;มั่นใจร่างแก้ไขรธน.สอดคล้องศาลแล้ว แนะรอคำวินิจฉัยสมบูรณ์​ หวั่นสว.ใช้อ้างคว่ำทั้งฉบับ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64 - นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับเพิ่มเติม กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนรู้สึกดีใจที่ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณา ตามที่สมาชิกร้องได้ขอ โดยยืนยันให้รัฐสภามีหน้าที่ และอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่มีความขัดแย้งในเชิงอำนาจระหว่างสถาบันนิติบัญตัติและตุลาการขึ้น โดยศาลชี้ให้รัฐสภาทำได้ แต่อำนาจเด็ดขาดในการสถาปนาอยู่ที่ประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของกมธ.ในการพิจารณาที่ผ่านมา โดยคำวินิจฉัยนี้ทำให้เกิดการผ่อนคลาย กับสมาชิกรัฐสภาบางส่วนที่ยังมีความกังวลว่า รัฐธรรมนูญจะขัดธรรมนูญหรือไม่ เพราะเมื่อศาลชี้แล้ว รัฐสภาก็สามารถทำได้ โดยสิ้นข้อสงสัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกร กล่าวว่า แต่สิ่งที่ตนยังมีความกังวลจากคำวินิจฉัยนี้อยู่ที่ความเห็นในการตีความคำวินิจฉัยของฝ่ายต่างๆในทางการเมืองที่ออกมาไม่เหมือนกัน สมาชิกบางส่วนเห็นว่า ร่างที่ยกร่างถูกต้องสอดคล้องกับคำวินิจฉัยแล้ว ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า ทุกอย่างที่ทำมาเป็นโมฆะ ต้องเริ่มต้นใหม่โดยกลับไปถามประชาชนก่อน แต่ส่วนตัวแล้วมีความเห็นว่า ร่างของรัฐสภา ที่กำลังรอโหวตวาระสามนั้น สอดคล้องและเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพราะร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รอการพิจารณาอยู่ในขณะนี้ เป็นการการแก้ไขเพียงมาตราเดียว โดยมีการแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนแรก เปลี่ยนมาใช้เสียงของรัฐสภา ในวาระ 1 และ 3 เป็น 3 ใน 5 ของรัฐสภาแทนที่บัญญัติไว้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม และตอนที่สอง เป็นการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ยกเว้นหมวด 1 หมวด 2 โดยให้ส.ส.ร.เป็นผู้ดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เท่ากับว่า มีการเสนอให้จัดทำรัฐธรรมนูญโดยให้ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนเป็นผู้กำหนดได้ตามที่เห็นสมควร ยกเว้นหมวด 1หมวด 2 อันเป็นการทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นของประชาชน โดยหลังจากมีมติในวาระสามของร่างฉบับที่กำลังพิจารณานี้แล้ว ให้ทำประชามติสอบถามประชาชนว่า เห็นชอบหรือไม่ กับการจัดทำใหม่ทั้งฉบับโดยใช้ส.ส.ร. เท่ากับเป็นไปตามที่ข้อวินิจฉัยแรกที่ให้ถามประชาชนของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งหากยังมีความกังวลว่า ไม่ครบอาจจะใช้เพิ่มเติมคำถามในการทำประชามติเข้าไปในช่วงนี้ก็สามารถทำได้ ต่อจากนั้นเมื่อมีการเลือกส.ส.ร. และยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่แล้วเสร็จให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้าพิจารณารัฐสภาโดยไม่มีการลงมติ จากนั้นให้ประชาชนลงประชามติว่าเห็นชอบกับร่างฉบับใหม่นั้นหรือไม่ ถือเป็นการสอบถามประชาชนเป็นครั้งที่ 2 ตามคำวินิจฉัย&amp;quot; นายนิกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กรณีที่ซีกส.ว.เสนอให้มีการย้อนกลับไปทำประชามติ เริ่มต้นใหม่อีกครั้งนั้น นายนิกร กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วย เพราะเรื่องนี้ได้มีการพิจารณาในชั้นกมธ.พิจารณาก่อนรับหลักการมาก่อนแล้วว่า การทำประชามติก่อนที่จะมีการยกร่างแก้ไขนั้น กระทำไม่ได้ เพราะไม่มีอำนาจตามกฏหมายที่จะทำ การใช้มาตรา 166 เป็นของรัฐบาล เกี่ยวกับนโยบายใดๆของฝ่ายบริหารไม่ใช้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นของฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะที่การตั้งคำถามก็ไม่สามารถกระทำได้ เพราะไม่มีประเด็นครงถ้วนที่จะถาม และนอกจากนั้นจะถือเป็นการทำประชามติถึง 3 ครั้ง ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถ้าเป็นไปได้น่ารอพิจารณารวมที่สมบูรณ์ และคำวินิจฉัยเป็นรายบุคคล เพื่อจะได้ทราบว่า ศาลชี้ตามแนวทางปฏิบัติว่าอย่างไร เพราะผมเกรงว่า เรื่องนี้มีนัยยะที่มีอันตรายอยู่เช่นกัน เพราะถ้ายังคลุมเครือก็จะเป็นอันตราย เพราะถ้าหากว่า เข้าพิจารณาในวาระสาม อาจมีการยกเป็นข้ออ้างว่า ยังความไม่ชัดเจนในการทำประชามติแล้วงดออกเสียง ซึ่งจะทำให้ได้เสียงจากส.ว.ไม่ครบ 1 ใน 3หรือ 84 เสียงส.ว. ตามบทบัญัตติเดิมของรัฐธรรมนูญ ทำให้ร่างนี้ต้องตกไปในทันที จึงสมควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง&amp;quot;นายนิกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95804</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไข รธน., คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, นายนิกร จำนง, โหวตลงมติวาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08e1ba8a0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิกร&#039;ไม่เห็นด้วย​ยื่นศาลตีความร่างแก้ไขรธน.​ ชี้​อาจทำให้ถูกมองเป็นการถ่วงเวลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย.63- &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคชาติไทยพัฒนา​ (ชทพ.)​ ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฏหมายในคณะกรรมการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนรับหลักการ​ เปิดเผยว่า​ไม่เห็นด้วยต่อการขอเสนอญัตติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับการการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม​ (ฉบับที่...) พ.ศ.... ฉบับที่ 1​ และฉบับที่ 2 เพราะไม่ได้เป็นการขัดหรือหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่18-22/2555 แต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกว่าได้ให้เหตุผลบันทึกไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการที่จะเสนอต่อสภาในวันที่​ 17พ.ย.​ &amp;nbsp;แล้ว ดังนั้น​ จะไม่เห็นชอบกับญัตตินี้ด้วยเห็นว่าการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวสมาชิกรัฐสภาสามารถดำเนินการได้ตามอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งตนเองก็ได้ลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปเองแล้ว จะมาแย้งการกระทำของตนเองได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเสนอในขณะนี้อาจทำให้สมาชิกรัฐสภาไขว้เขว ในการลงมติรับหลักการและทำให้ร่างแก้ไขนั้นตกลงไปได้ ทั้งอาจทำให้ประชาชนเห็นว่าเป็นการถ่วงเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องกระทำในเวลานี้ อันถือเป็นทางออกสำคัญสายเดียวที่เป็นการคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นอย่างหนักในขณะนี้ จึงไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง โดยจะเดินหน้าเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญที่ผมได้ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขไว้ และตนจะไม่เห็นชอบด้วยกับญัตติเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยดังกล่าว&amp;quot;นายนิกร​ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83342</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิกร จำนง, แก้ไขรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa4ecd8c3a46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิกร&#039;วอนผู้ชุมนุมร่วมกก.สมานฉันท์​เป็นพื้นที่กลางที่ทุกคนพูดคุยกันได้แบบยิ้มๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 พ.ย.63-ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา&amp;nbsp; กล่าวถึงข้อเสนอแนวทางการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์​ ว่า ขณะนี้สังคมยังยึดติดอยู่กับความคาดหวัง ว่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นต้องแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด และคณะกรรมการแก้ไขปัญหาต่างที่เกิดขึ้นในอดีต ล้วนแต่ล้มเหลว ซึ่งจริงๆแล้วควรคิดว่าคณะกรรมการสมานฉันท์​ที่กำลังจะตั้งขึ้น เป็นการสร้างพื้นที่กลางที่ปลอดภัยเพื่อให้เกิดการพูดคุย โดยมีคนกลาง​เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งทุกฝ่ายควรเข้ามาร่วม รวมถึงผู้ชุมนุมก็ไม่ควรละทิ้งความคิดว่าคณะกรรมการเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่อยากให้คิดว่าเป็นที่กลางเพื่อให้เข้ามาพูดคุยกัน เพราะถ้าไม่มีแล้วจะไป​พูดคุยกันตรงไหน แต่ถ้าผู้ชุมนุมไม่เข้ารวม ที่มีอยู่ก็สามารถคุยกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก็หวังว่าคณะกรรมการชุดนี้จะไม่ใช่กันชนให้รัฐบาล และไม่อยากให้มองว่าคณะกรรมการนี้เป็นของฝ่าย ใด​ฝ่าย​หนึ่ง หรือของรั​ฐบาล เพราะคำสั่งแต่งตั้งก็ออกโดยประธานรัฐสภาจึงไม่อยากให้มีการล้ม อยากให้เป็นพื้นที่กลาง ที่ทุกคนพูดคุยกันได้แบบยิ้มๆ&amp;nbsp; แต่ถ้ามันจะล่มก็ให้มันล่มไป เพราะว่าได้ลองแล้ว ดีกว่ายังไม่ได้ลองอะไรเลย ส่วนที่ยึดติดว่าคณะกรรมการชุดเดิมๆก็เคยล้มเหลวในการดำเนินการ ก็ไม่ได้ล้มเหลวในทุกชุด ชุดของนายดิเรก ถึงฝั่ง ซึ่งเคยเชิญทุกฝ่ายมาพูดคุย ก็ทำให้แรงกดดันภายในประเทศขณะนั้นลดลง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกร ยังเห็นว่า คนกลางซึ่งเป็นที่ยอมรับของสังคมที่จะเข้ามาร่วม ปัจจุบันเป็นเพียงคนๆเดียวไม่ได้ เพราะจะถูกมองว่าเป็นคนของฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ จึงต้องเป็นบุคคล 3-4 คน ที่มีประสบการณ์ เป็นผู้ใหญ่ที่หวังดีต่อบ้านเมืองพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่สภากำลังจะมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 17-18 พ.ย.นั้น นายนิกรในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.) จัดทำรายงานในกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ กล่าวว่า ทางอนุกรรมาธิการ​ได้มีการศึกษาร่างทั้ง 6 ร่างไว้อย่างละเอียดเป็นเล่มเอกสารประมาณ 400 หน้า ซึ่งจะมีรายละเอียดความเห็นของบุคคลต่างๆทั้งนักวิชาการ นักกฎหมาย ในประเด็นข้อกังวลที่เราคิดว่า ถ้าแก้ไขแล้วจะขัดรัฐธรรมนูญ​หรือไม่ ซึ่งคิดว่าเป็นข้อมูลที่เพียงพอที่สมาชิกจะพิจารณาว่ารับหรือไม่รับ ซึ่งเมื่อสมาชิกได้พิจารณาทั้ง 6 ร่างแล้ว จากนั้นจะพิจารณาร่างของไอลอว์แล้วจึงจะโหวตไปที่ละร่างจนครบ 7 ร่างในคราวเดียว จากนั้นก็จะมีการพิจารณา​ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่รัฐบาลเสนอร่างมาพิจารณาลำดับถัดไป&amp;nbsp; ซึ่งสะท้อนถึงเจตจำนงของรัฐบาลในการแก้กฎหมาย โดยรอประธานรัฐสภากำหนดวาระประชุมอีกครั้ง และหากมีการรับหลักการร่างแก้รัฐธรรมนูญจะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาในชั้นแปรญัตติจำนวน 45 คนตามสัดส่วน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน และ ส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82995</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ, คณะกรรมการสมาฉันท์, นายนิกร จำนง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa4ecd8c3a46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิกร&#039;รีบมัดปาก&#039;ประยุทธ์-วิษณุ&#039;รับปากแก้รัฐธรรมนูญหลังเปิดสภาทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อหาทางออกวิกฤต เมื่อวันที่ 26-27 ต.ค. ว่ามีความพอใจถึงผลการประชุมร่วมรัฐสภาทั้ง 2 วันที่ผ่านมา แม้ว่าทุกอย่างจะไม่ได้ผลอย่างละเอียดมากนัก แต่ถือว่าทุกฝ่ายได้ร่วมพูดคุยกันต่อหน้าประชาชนผ่านการถ่ายทอดสด โดยรัฐบาลได้ชี้แจงไปหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงในที่ประชุมรัฐสภา ถือว่ามีความชัดเจนมาก เพราะเราได้เห็นแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามคำชี้แจงของทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และนายวิษณุ โดยเรื่องดังกล่าวถือเป็นข้อเรียกร้องหนึ่งของของภาคประชาชนด้วย ดังนั้น จึงเชื่อได้ว่าเมื่อเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญแล้วจะถึงขั้นการลงมติรับหลักการในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเงื่อนไขในการคลี่คลายสถานการณ์ในขณะนี้ได้ ก่อนที่จะดำเนินการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยใช้อำนาจของที่ประชุมรัฐสภาในลำดับต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82058</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชทพ., นายนิกร จำนง, พรรคชาติไทยพัฒนา, รัฐสภา, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f31414620bed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2020 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชทพ.&#039;นัดประชุมใหญ่พรรค 9 ส.ค.เลือกตั้งกก.บห. 3 เก้าอี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.63-นายนิกร จำนง &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ในฐานะผู้อำนวยการพรรค ชทพ. เปิดเผยว่า พรรคจะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 ในวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค.ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถ.วิภาวดีรังสิต โดยนอกจากจะมีวาระที่น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ในฐานะประธานที่ประชุมจะแจ้งให้ทราบแล้ว ยังมีวาระที่จะต้องรับรองรายงานการประชุมใหญ่พรรคครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2562 และยังมีเรื่องการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจำปี 2563, แผนหรือโครงการที่จะดำเนินการตามมาตรา 23 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2560, แผนงานและโครงการที่ได้รับการอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองประจำปี 2563 , รายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปี 2562 ตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2560, งบการเงินประจำปี 2562 ตามมาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติประกอบและธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2560, พิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชาติไทยพัฒนาแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากมีผู้ลาออกไปจำนวน 3 ราย ได้แก่ รองหัวหน้าพรรค รองเลขาธิการพรรค และกรรมการทั่วไป รวมทั้งในการประชุมยังมีระเบียบวาระให้รัฐมนตรีของพรรคชาติไทยพัฒนาพบปะกับสมาชิก โดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา &amp;nbsp;จะได้นำเสนองานในหน้าที่ว่าได้ทำอะไรไปบ้างอย่างไร สอดคล้องกับนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนาอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72558</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิกร จำนง, ประชุมใหญ่สามัญ, พรรคชาติไทยพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d3a2e69821.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
