<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติแม่น้ำโขง! เสนอรัฐทำข้อตกลงกับเจ้าของเขื่อนให้ปล่อยน้ำตามฤดูกาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.64 - เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ในหลายพื้นที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันหยุดเขื่อนโลก (International Day of Actions for Rivers, against Dams) โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำสายหลักของภูมิภาคคือแม่น้ำโขงและสาละวิน โดยที่พรมแดนไทย-ลาว บริเวณคอนผีหลง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กลุ่มรักษ์เชียงของ และเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ชูป้ายภาษาไทย จีน และอังกฤษ ซึ่งมีเนื้อหาโดยรวมให้คืนธรรมชาติให้แก่แม่น้ำโขง ซึ่งถูกควบคุมโดยเขื่อนมาตลอดกว่า 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือครูตี๋ ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ และผู้ร่วมก่อตั้งสภาประชาชนลุ่มน้ำโขง กล่าวว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันเห็นว่าผลกระทบจากเขื่อนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยในจีน 11 เขื่อนกั้นแม่น้ำโขงสร้างปัญหาให้คนท้ายน้ำ ซ้ำร้ายยังมีเขื่อนเพิ่มขึ้นในแม่น้ำโขงตอนล่าง เกิดผลกระทบรุนแรงจนนักวิชาการหลายฝ่ายเห็นพ้องกันว่า แม่น้ำโขงเป็นกลายเป็นสีคราม ใส ระดับน้ำขึ้นลงไม่ปกติ เกิดจากเขื่อน ดังนั้นเมื่อเรารู้แล้วว่าเขื่อนเป็นอันตรายต่อแม่น้ำโขง รัฐบาลซึ่งมีตัวแทนอยู่ในกลไกสร้างความสมดุลแม่น้ำโขงต้องขับเคลื่อนให้ชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์กล่าวว่า ที่เราอยากเห็นคือควาแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดและแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา ถ้าเราไม่ช่วยกันจริงจัง เรื่องเขื่อนก็ถูกลดปัญหา ดังนั้นภาครัฐควรยกระดับให้ถูกจุด เช่น การแก้ไขให้มีการปล่อยน้ำให้ถูกต้องตามฤดูกาลเพื่อบรรเทาปัญหาเพื่อให้ธรรมชาติอยู่ได้ โดยรัฐต้องหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุยกับเจ้าของเขื่อนให้ชัดเจน หากปล่อยให้สถานการณ์ย่ำแย่ไปเรื่อยก็แก้ไม่ตรงจุด ควรมีข้อตกลงให้ชัดเจนในการปล่อยน้ำ ที่ผ่านมาไม่เคยมีการหารือกันจริงจัง ทำให้กลายเป็นปัญหามาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โลกนี้ทั้งใบไปดูซิ แต่ละแม่น้ำใหญ่ๆ มีเขื่อนกั้นเกือบหมดแล้ว กลายเป็นความรุนแรงจากผลกระทบ ในวันหยุดเขื่อนนี้ เราจึงต้องการให้แม่น้ำโขงต้องได้รับการแก้ไข ฟื้นฟู ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของแม่น้ำ ต้องหยุดสร้างเขื่อนได้แล้ว เช่น ในแม่น้ำสาละวิน ตอนนี้ยังไม่มีเขื่อนก็ไม่ควรเกิดเขือนอีกแล้ว เพราะถ้าเกิดอีก ภูมิภาคนี้ตายแน่ &amp;nbsp;สถานการณ์เปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกจะรุนแรงยิ่งเพราะแม่น้ำทั้งสองสายเป็นแม่น้ำที่สำคัญมากของภูมิภาค ในวันหยุดเขื่อน เราอยากให้คนทั้งโลกเข้าใจว่าเขื่อนต้องหยุด ไม่งั้นถึงกาลหายนะ&amp;rdquo;ครูตี๋ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของกล่าวอีกว่า อยากเสนอว่า 1. เขื่อนที่มีอยู่ต้องถูกจัดการให้ลดผลกระทบต่อแม่น้ำมากที่สุด อันไหนใช้งานไม่ได้ก็เอาออก หรือแก้ไขการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับระบบนิเวศและฤดูกาล 2. เขื่อนไม่สมควรสร้างเพิ่มขึ้นอีก เพราะหากแม่น้ำไหลเป็นไปตามฤดูกาล ระบบนิเวศก็จะกลับคืนมา ความอุดมสมบูรณ์ก็จะกลับมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อก่อนตอนผมเด็กๆ คิดว่าปลาแม่น้ำโขงไม่มีวันหมดเพราะเยอะไปหมด แต่ตอนนี้ปลาหายไปหมด เราเห็นผลที่เกิดจากเขื่อน เป็นการทำลายแบบเหลือเชื่อ เขากักน้ำทั้งสายจนฤดูน้ำหลากหายไป เมื่อก่อนทุกๆปีต้องมีน้ำโขงไหลเอ่อเข้าแม่น้ำสาขา ระดับน้ำทรงอยู่ระยะหนึ่ง ทำให้ปลาเข้าไปวางไข่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ แต่เมื่อเขากักน้ำไว้ ทำให้ไม่มีน้ำเอ่อ ทุกอย่างเลยหมดสิ้น เพราะระบบนิเวศถูกทำลาย&amp;rdquo;นายนิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากที่อำเภอเชียงของ ในแม่น้ำโขงยังมีการจัดกิจกรรมอีก 2 จุด คือ จ.นครพนม และ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี โดยกลุ่มคนฮักน้ำของ จัดกิจกรรมค่ายศิลปะและธรรมชาติให้แก่เยาวชนในพื้นที่ รวมประมาณ 30 คน มีการวาดรูป ทำงานศิลปะ และเรียนรู้ความสำคัญของแม่น้ำโขง ซึ่งเด็กๆ ได้นั่งเรือไปนอนค้างริมแม่น้ำโขง และมีผู้ใหญ่เล่าเรื่องราวแม่น้ำโขง ปลาบึก และวิถีที่สั่งสมมาหายชั่วอายุคน จากนั้นตอนเช้าได้ล่องเรือไปยังเก้าพันโบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นส.คำปิ่น อักษร ผู้ประสานงานกลุ่มคนฮักน้ำของ กล่าวว่าได้เลือกพื้นที่เก้าพันโบกเป็นสถานที่จัดกิจกรรมและประกาศเจตนารมณ์ปกป้องแม่น้ำโขง เนื่องจากเมื่อเร็วๆ นี้ทราบว่ามีการเข้ามาขุดเจาะหินบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างเขื่อนบ้านกุ่ม บนพรมแดนไทย-ลาว ซึ่งชาวบ้านและนักอนุรักษ์ได้คัดค้านมาโดยตลอดเนื่องจากผลกระทบจะรุนแรงและกว้างขวาง สิ่งจำเป็นที่ต้องเรียกร้อง คือ ขอหลักประชาธิปไตยให้แก่แม่น้ำโขง ต้องมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะชุมชนริมโขง และเยาวชน โดยไม่มีเส้นพรมแดนมาปิดกั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ลุ่มน้ำสาละวิน องค์กรชุมชนและชาวบ้านได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเช่นเดียวกัน ทั้งฝั่งไทยและพม่า โดยฝั่งไทย ที่บ้านสบเงา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน มีการรวมตัวของชาวบ้าน จากพื้นที่ป่ารอยต่อ 3 จังหวัดภาคเหนือ คือ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และ อ.สบเมย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมพิธีกรรมบวชป่าและสืบชาตาแม่น้ำยวม-เงา เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการสร้างเขื่อน-ผันน้ำยวมสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งขณะนี้โครงการอยู่ในการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) จัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ซึ่งมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธานคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนฝั่งลุ่มน้ำสาละวิน ในรัฐกะเหรี่ยง พม่า ตรงข้าม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีการรวมตัวของชาวกะเหรี่ยงกว่า 1,000 &amp;nbsp;คน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ไม่เอาเขื่อน ต่างแต่ชุดกะเหรี่ยง มีการอ่านแถลงการณ์แสดงจุดยืนปกป้องแม่น้ำสาละวิน โดยยืนยันว่าประชาชนสามารถร่วมอนุรักษ์แม่น้ำได้ โดยมีอุทยานสันติภาพสาละวิน เป็นรูปแบบในการร่วมสร้างประชาธิปไตยในการจัดการทรัพยากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96125</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรักษ์เชียงของ, ครูตี๋-นิวัฒน์  ร้อยแก้ว, จังหวัดเชียงราย, นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว, วันหยุดเขื่อนโลก, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f148ee2c40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระบบนิเวศน้ำโขงทรุดหนัก ชี้เขื่อนจีนกักตะกอนทำสาหร่ายโตผิดปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.63 - นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ เปิดเผยว่าเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจเกาะแก่งแม่น้ำโขงบริเวณพรมแดนไทยลาว จ.เชียงราย ตรงข้ามแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว พบว่าระบบนิเวศมีความเปลี่ยนแปลงหลายประการในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ชัดเจนมากที่สุดคือ ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 พบว่าน้ำในแม่น้ำโขง มีลักษณะใส มองเห็นท้องน้ำอย่างชัดเจน และเมื่อมองจากที่สูงในตอนกลางวันจะเห็นเป็นสีเขียวคราม โดยผู้สูงอายุหลายราย อาทิ นายรุณ คนขับเรือโดยสารในแม่น้ำโขง วัย 86 ปี บอกตรงกันว่า เกิดมาไม่เคยเห็นน้ำโขงใสขนาดนี้ และเพิ่งเกิดขึ้นที่ อ.เชียงแสน และอ.เชียงของ ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกลุ่มอนุรักษ์ กล่าวว่า คาดว่าเหตุการณ์น้ำโขงใส น่าจะมีสาเหตุจากตะกอนถูกกักเก็บในแม่น้ำโขงเขื่อนตอนบน ในมณฑลยูนนานนับ 11 เขื่อนเป็นเวลาต่อเนื่องหลายปี นอกจากนี้ในฤดูฝนปีที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงไม่ได้เพิ่มสูงตามฤดูกาล จึงไม่มีน้ำท่วมหลากสองฝั่งตลิ่ง ลำน้ำสาขา และพื้นที่ชุ่มน้ำ ทำให้ตะกอนแร่ธาตุตามริมฝั่งไม่ได้ถูดพัดพาตามระบบธรรมชาติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่า ไก หรือสาหร่ายแม่น้ำโขง มีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด โดยปกติตามธรรมชาติแล้ว ไกจะเกิดตามหาดหินและเกาะแก่งในช่วงฤดูแล้ง เมื่อแม่น้ำโขงใสสะอาด ไกจะขึ้นเป็นเส้นยาว ในอดีตนั้นชาวบ้านโดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง ทั้งฝั่งไทยและลาว ต่างพากันมาเก็บไก นำไปขายสด และแปรรูป สร้างรายได้เป็นอย่างมากในช่วง 3 เดือนของฤดูแล้ง แต่จากการสำรวจในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ไกที่เกิดในแม่น้ำโขงมีลักษณะไม่สมบูรณ์ ออกเป็นกระจุกสั้นๆไม่ยาวเหมือนปีที่ผ่านๆ มา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการลงพื้นที่หาดหินในแม่น้ำโขง ได้พูดคุยกับคนเก็บไกที่ขับเรือมมาจากบ้านดอน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ต่างก็พูดตรงกันว่า ปีนี้ ไกมีลักษณะแปลกไปจากทุกปี นอกจากมีเส้นสั้น ผิดจากธรรมชาติที่เคยเกิด ยังเป็นกระจุก แล้วยังมีสีสนิม ไม่สะอาด ถือว่าผิดปกติมาก อย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน คาดว่าโดยธรรมชาติแล้ว แร่ธาตุอาหารของ ไกคือตะกอนที่พัดมาตามน้ำหลากและตกอยู่ตามแก่งหิน ตามท้องน้ำ และหาดหินต่างๆ แต่ในปีที่ผ่านมา ในช่วงฤดูฝนกลับไม่มีน้ำหลากตามธรรมชาติ อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ไก ไม่สมบูรณ์&amp;rdquo;นายนิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของกล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่เขื่อนทางตอนบนในจีน และเขื่อนตอนล่าง จะต้องใช้งานโดยคำนึงถึงระดับน้ำตามฤดูกาลของแม่น้ำโขง ต้องระบายน้ำให้เป็นไปตามฤดูกาล ซึ่งวงจรน้ำขึ้น-น้ำลงในรอบปี เป็นปัจจัยสำคัญของระบบนิเวศแม่น้ำโขง ที่เอื้อให้เกิดการหลากของตะกอนแร่ธาตุที่พัดไปกับแม่น้ำ เป็นอาหารของปลา เป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีมูลค่ามหาศาลต่อพืชพรรณต่างๆ รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรรม ตลอดลุ่มน้ำลงไปถึงดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่เวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจีระศักดิ์ อินทะยศ ผู้ประสานงานสถาบันองค์ความรู้ท้องถิ่นโฮงเฮียนแม่น้ำของ กล่าวว่า นับเป็นปรากฎการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงปีเดียว ที่น่าเป็นห่วงคือ สิ่งนี้อาจจะซ้ำเติมผลกระทบต่อนิเวศและชุมชนริมสายน้ำโขงทางภาคอีสาน ที่อยู่ท้ายน้ำเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจีระศักดิ์ กล่าวว่า จากการสำรวจเกาะแก่งแม่น้ำโขงล่าสุด พบว่า ต้นไคร้หางนาค ที่เป็นพืชท้องถิ่นขึ้นอยู่บนแก่งหินตลอดสองฝั่งและบนเกาะกลางแม่น้ำโขง พบว่าต้นไคร้ตายเป็นจำนวนมาก ถือเป็นวิกฤติของต้นไคร้หางนาค ที่โดยปกติแล้ว ในฤดูแล้ง เมื่อแม่น้ำโขงลดระดับ จะผลิใบงอกงาม แต่ที่ตายกันมากในเวลานี้เนื่องจากความผันผวนของแม่น้ำโขงที่ไม่ป็นไปตามฤดูกาล ไคร้หางนาคนี้คืออาหารที่สำคัญของปลาแม่น้ำโขงที่อพยพมาในฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนโฮงเฮียนแม่น้ำของ กล่าวว่า ต้นกำเนิดของแม่น้ำโขง มาจากหิมะละลายในเขตทิเบต เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย น้ำในแม่น้ำโขงตอนบน ที่พรมแดนไทยลาวพม่า สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะที่ต้นน้ำแทบจะ 100 เปอร์เซนต์ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง แต่เมื่อมีเขื่อนขนาดใหญ่กว่า 11 เขื่อน สร้างกั้นแม่น้ำโขงทางตอนบน ทำให้ท้ายน้ำเกิดผลกระทบอย่างชัดเจน ซึ่งที่แม่น้ำโขงในแถบนี้ ในปีนี้ เดือนนี้ เราพบว่าน้ำใสที่สุดในรอบชีวิตของคนลูกน้ำโขงที่เกิดมาพบเจอ แต่ก่อนหน้านี้ได้มีรายงานว่าพบแม่น้ำโขงสีคราม ที่ภาคอีสาน ทางท้ายน้ำเขื่อนไซยะบุรี ตั้งแต่ปลายปี 2562 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 คณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมให้ยุติการดำเนินโครงการปรับปรุงร่องน้ำการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง (หรือที่รู้จักกันว่า โครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง) ภายใต้ความตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง พ.ศ. 2543 ซึ่งครม.มีมติรับทราบรายงานผลการดำเนินงานเบื้องต้น (Preliminary Work) โครงการปรับปรุงร่องน้ำการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ภายใต้ความตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง พ.ศ.2543 และให้ความเห็นชอบการยุติการดำเนินโครงการปรับปรุงร่องน้ำการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง แต่อย่างไรก็ตามเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง มีความเห็นว่าภัยคุกคามต่อแม่น้ำโขยังคงต้องรีบแก้ไข โดยเฉพาะผลกระทบจากเขื่อน ทั้งในจีน และในลาว อาทิ เขื่อนไซยะบุรี และเขื่อนดอนสะโฮง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2559-2562) มีการฟื้นโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงอีกครั้ง โดยให้บริษัทที่ปรึกษาจากจีนเข้ามาทำการสำรวจและออกแบบตลอดลำน้ำบริเวรพรมแดนนั้น กลุ่มอนุรักษ์และเครือข่ายชุมชนใน จ.เชียงราย ได้พบและให้ข้อมูลแก่หลายหน่วยงาน อาทิคณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และหน่วยงานรัฐต่างๆ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งพบว่า การรับฟังต่างก็มีความเห็นไปในทางเดียวกัน คือโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง จะสร้างผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม และความมั่นคง จนนำไปสู่การเสนอให้ครม.มีมติยุติโครงการ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56803</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรักษ์เชียงของ, จังหวัดเชียงราย, นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว, ผลกระทบแม่น้ำโขง, ระบบนิเวศแม่น้ำโขง, สถานการณ์แม่น้ำโขง, โครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e41151e5fb84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปริมาณน้ำโขงผันผวนหนักในรอบ 38 ปี ชาวบ้านเตรียมบุกสถานทูตจีนเร่งแก้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปริมาณน้ำโขงผันผวนหนักในรอบ 38 ปี เหตุจากเขื่อนตอนบน ชาวบ้านเตรียมบุกสถานทูตจีน-ยื่นหนังสือถึงสี จิ้น ผิง เร่งแก้ปัญหา &amp;ldquo;ครูตี๋&amp;rdquo; โวยแดนมังกรกักน้ำจากหิมะเป็นเหตุให้ฤดูฝนน้ำแห้งผิดปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.62 - นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ จ.เชียงราย เปิดเผยว่า กำลังวางแผนเดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือถึงนายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีของจีน เพื่อขอให้ทบทวนระบบการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนจีนซึ่งส่งผลกระทบกับประเทศท้ายน้ำทั้งพม่า ไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม เนื่องจากเห็นได้ชัดถึงระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลงและผลกระทบต่อชุมชนเกิดขึ้นมากมายเนื่องจากการกักน้ำและปล่อยน้ำของจีนที่อำนวยความสะดวกให้กับเรือสินค้าและผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่เห็นได้ชัดในปีนี้คือช่วงหน้าแล้งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน จีนปล่อยน้ำมาหลายระรอกเพื่อให้เรือสินค้าของเขา ทำให้น้ำโขงท่วมสูงผิดปกติ จนก่อความเสียหายให้กับชุมชนริมแม่น้ำโขง รวมทั้งนกต่างๆ ที่วางไข่ในลำน้ำโขง แต่ตอนนี้ย่างเข้าหน้าฝน ปกติน้ำในแม่น้ำโขงจะเพิ่มสูงขึ้น และจีนก็จะเร่งระบายน้ำ แต่พอเขาเห็นว่าปีนี้ฝนยังไม่มา จีนกลับกักน้ำไว้ ทั้งๆ ที่มีน้ำจากหิมะต้นแม่น้ำเคยไหลหล่อเลี้ยงแม่น้ำอยู่เสมอ ทำให้ช่วงต้นฝนนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงแห้งผิดปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก ถ้าจีนมีน้ำใจจริงก็ควรปล่อยน้ำจากหิมะให้ไหลลงมาบ้าง ไม่ใช่กักเอาไว้ใช้เองทั้งหมด&amp;rdquo;นายนิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของกล่าวว่า การที่จีนควบคุมการบริหารจัดการน้ำบริเวณต้นแม่น้ำโขงทั้งหมดโดยไม่เข้าใจวิถีวัฒนธรรมของชุมชนท้ายน้ำ ทำให้เกิดความเสียหายและความเดือดร้อนมากมาย โดยในแต่ละฤดูกาลควรมีปริมาณน้ำที่เหมาะสมเพื่อให้ระบบนิเวศได้ทำหน้าที่ ดังนั้นจึงควรมีการหารือร่วมกัน โดยเครือข่ายชาวบ้านได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปเสนอให้ทางการจีนได้เข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เขื่อนจีนเป็นตัวอย่างของการทำลายวงจรธรรมชาติ ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา เกิดผลกระทบมากมาย อนาคตอันใกล้ก็กำลังมีเขื่อนบนแม่น้ำโขงตอนล่างอีก ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนไซยะบุรี หรือโครงการที่กำลังจะเกิดคือเขื่อนหลวงพระบาง ดังนั้นทุกภาคส่วนควรหยิบยกเรื่องราวเหล่านี้มาหารือกัน โดยเฉพาะอาเซียนควรกำหนดให้ปัญหาของแม่น้ำโขงเป็นวาระสำคัญและนำไปเจรจาต่อรองกับจีน&amp;rdquo;นายนิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบสถิติปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง จากเว็บไซด์ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ MRC โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 -พฤษภาคม 2562 ซึ่งเป็นช่วงฤดูแล้งของแม่น้ำโขง พบว่า ปริมาณน้ำโขงเขตเชียงแสนมีความผันผวนสูงสุดในรอบ 38 ปี และพบว่า ระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ -เมษายน ก่อนที่ระดับน้ำจะลดลงอย่างฮวบฮาบในช่วงสงกรานต์ ซึ่งทางการจีนประกาศงดปล่อยน้ำจากเขื่อนจิงหงโดยอ้างเหตุผลทางวัฒนธรรมสงกรานต์ของไทลื้อในเมืองเชียงรุ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปี 2662 ทางการจีนเริ่มปล่อยน้ำจากเขื่อนอีกครั้งหลังสงกรานต์ ต่อมาในช่วงเดือนมิถุนายนซึ่งเริ่มเป็นช่วงต้นฤดูฝน เมื่อตรวจสอบระดับน้ำบริเวณสถานีวัดน้ำที่เชียงแสนบนเว็บไซด์เดียวกันก็พบว่า ระดับน้ำแม่น้ำโขงที่เชียงแสนลดลงอย่างต่อเนื่องและมีระดับต่ำกว่าปี 2561 นับตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2562 จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่แม่น้ำโขงบริเวณ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ระหว่าง 20-23 มิถุนายน 2562&amp;nbsp;พบว่าระดับน้ำแม่น้ำโขงแห้งลงไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร และมีเนินทรายโผล่และพบชาวบ้านกำลังเก็บไก(สาหร่ายแม่น้ำโขง)บริเวณเกาะกลางแม่น้ำโขงเช่นเดียวกับหน้าแล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เปรมฤดี ดาวเรือง ผู้ประสานงานกลุ่มจับตามการลงทุนเขื่อนลาว กล่าวว่าจีนต้องปรับความสัมพันธ์ใหม่ ทั้งในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล และระดับรัฐบาลจีนต่อภาคประชาชนเพราะต้องยอมรับว่าการสร้างเขื่อนในจีนได้ส่งผลกระทบเกิดขึ้นแล้ว ขณะเดียวกันเราไม่เห็นว่าทางการจีนกับรัฐบาลในประเทศท้ายน้ำจะช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างไร สิ่งที่ได้เห็นเป็นเพียงการต่อรองที่ยังไม่เพียงพอและทางการจีนก็ยังไม่เคยแสดงท่าทีอะไรต่อปัญหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เปรมฤดี กล่าวว่า สถานการณ์ที่เด่นชัดมากคือผลกระทบที่เกิดขึ้นในแหล่งที่เป็นหัวใจสำคัญของแม่น้ำโขง ทั้งบริเวณปากแม่น้ำในประเทศเวียดนามซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวที่ดีที่สุดและแหล่งปลาในประเทศกัมพูชา ซึ่งต้องยอมรับว่าสถานการณ์การพัฒนาและปัญหาที่เกิดขึ้นยังมีช่องว่างใหญ่โตมากซึ่งประชาชนได้รับผลกระทบ เพราะตรงนี้เป็นพื้นฐานการใช้ชีวิตของชาวบ้านที่เขาเลือกแล้ว แต่ไม่ได้ถูกนำมาคิดออกแบบร่วมไปกับการพัฒนา ทำให้ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นผลของความย้อนแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากใช้กรอบอาเซียนในการต่อรองกับจีนจะมีน้ำหนักมากกว่าการเจรจาระหว่างรัฐต่อรัฐหรือไม่ น.ส.เปรมฤดีกล่าวว่า อาเซียนมีแนวทางการพัฒนาร่วมกันซึ่งได้รับอิทธิพลจากการบูรณาการทางเศรษฐกิจซึ่งไม่ได้ซับซ้อนและเปิดให้มีการลงทุนข้ามพรมแดนซึ่งเป็นนักลงทุนกลุ่มเดียวกัน และเขาเห็นว่า ต้องทำให้การเจริญเติบโตไปพร้อม ๆ กันในระดับภูมิภาค แต่ตราบใดที่อาเซียนยังไม่มีแนวทางให้ภาคประชาชนได้เข้าไปต่อรอง สถานการณ์ก็จะไม่แตกต่างจากสิ่งที่ปรากฎบนแม่น้ำโขง ดังนั้นถ้าเอาประสบการณ์ของประชาชนในแม่น้ำโขงมาพิจารณาก็จะพอมีทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จริงๆแล้วกลุ่มรักษ์เชียงของได้เกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งบริษัทเอกชนจีนก็ได้เข้ามาหารือด้วย ดังนั้นหากคนของรัฐบาลจีนจะหันหน้ามาหารือและทำความเข้าใจกันก็เป็นเรื่องที่ดี ดิฉันเข้าใจว่าระยะหลังนี้ รัฐบาลจีนก็พยายามทำความเข้าใจอยู่เหมือนกัน&amp;rdquo;น.ส.เปรมฤดี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39583</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรักษ์เชียงของ, นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว, ปริมาณแม่น้ำโขง, เขื่อนจีนปล่อยน้ำ, แม่น้ำโขงผันผวนหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d143af493206.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.ต่างประเทศ&#039; ยันจีนพร้อมระงับ &#039;ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง&#039; ย้ำผ่านจดหมายถึงเครือข่ายประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รมว.ต่างประเทศ&amp;quot; ยันจีนพร้อมยกเลิกโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ย้ำผ่านจดหมายถึงเครือข่ายประชาชน ชี้เป็นสายน้ำเพื่อชีวิตและวิถีชาวบ้าน ไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.62 - นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และแกนนำเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง เปิดเผยว่าได้รับจดหมายตอบจากนายดอน ปรมัติถ์วินัย รัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างประเทศ กรณีที่เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง เขียนจดหมายไปถึงเพื่อขอทราบความคืบหน้าและเอกสารหลักฐานการยกเลิกโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในจดหมายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศตอบกลับมา ลงวันที่ 27 เมษายน 2562 มีเนื้อหาระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญและติดตามความคืบหน้าของโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง อย่างใกล้ชิด โดยโครงการดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเบื้องต้น เพื่อพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ต่อวิถีชีวิตของประชาชนริมฝั่งแม่น้ำโขง รวมถึงโครงสร้างด้านวิศวกรรมในการปรับปรุงร่องน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมได้ใช้โอกาสต่างๆในการหยิบยกข้อกังวลฝ่ายไทยขึ้นหารือกับนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน นับตั้งแต่ฝ่ายจีนได้ดำเนินการสำรวจภาคสนาม ภายใต้โครงการปรับปรุงร่องน้ำเมื่อปี 2560 เป็นต้นมา รวมทั้งได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขงเพื่อประสานท่าทีร่วมกันในเรื่องนี้ โดยการหารือกับนายหวัง อี้ ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมได้ย้ำถึงความกังวลของฝ่ายไทยต่อการดำเนินโครงการปรับปรุงร่องน้ำฯ ซึ่งนายหวังอี้ได้แสดงความพร้อมของรัฐบาลจีนที่จะให้ความร่วมมือในการยุติโครงการ ตามข้อเสนอของไทย&amp;rdquo; นายดอนระบุ ไว้ในจดหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์ กล่าวว่า เนื้อหาในจดหมายระบุอีกว่า &amp;ldquo;ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2562 ผมได้หารือกับนายเฉิน หาว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลยูนนานและประธานสภาประชาชนมณฑลยูนนาน ที่กรุงเทพฯในโอกาสการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยได้เน้นย้ำความสำคัญของแม่น้ำโขง ในฐานะสายน้ำแห่งชีวิตและวิถีชีวิตของชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขง ไม่ใช่สายน้ำเพื่อการพานิชย์ พร้อมทั้งได้ขอบคุณรัฐบาลจีนที่จะไมให้มีการดำเนินการใดๆที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งขอบคุณที่รัฐบาลจีนเห็นพ้องที่จะระงับโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์ กล่าวว่า พวกเราสู้เรื่องแม่น้ำโขงมาเป็นเวลาสิบกว่าปี ครั้งนี้ก็มองว่ารัฐบาลให้ความสนใจ และเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับแม่น้ำโขง เป็นการตอบที่ชัดเจน เราเห็นว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจเรื่องปัญหาแม่น้ำโขง และหวังว่าจะนำไปสู่การแก้ปัญหาในระยะต่อๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ ผู้อำนวยการรณรงค์ประเทศไทย องค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) กล่าวว่าเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญของแม่น้ำโขง ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นชัยชนะหนึ่งของประชาชนที่พยายามเรียกร้องมาเป็นเวลา 2 ทศวรรษแล้ว ถึงผลเสียหายที่อาจเกิดจากโครงการต่างๆ บนแม่น้ำโขง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงเพื่อการเดินเรือพาณิชย์จะถูกยกเลิกโดยถาวร เพื่อให้ทรัพยากรยังคงอยู่เพื่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของชุมชน และหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นสัญญาณแก่การลงทุนอื่นๆ จากจีนในลุ่มน้ำโขง ว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฟังเสียงชุมชนท้องถิ่น รวมคำนึงถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง โครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการพานิชย์บนแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง หรือที่รู้จักกันในนาม &amp;ldquo;ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง&amp;rdquo; ครอบคลุมพื้นที่แม่น้ำโขงตอนบน ระหว่างเมืองซือเหมา ในมณฑลยูนนาน จีน ถึงเมืองหลวงพระบาง ในลาว แบ่งเป็น 2 ระยะ คือระยะที่ 1 (พ.ศ.2558-2563) ศึกษา สำรวจ ออกแบบ และทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมของแต่ละโครงการ และได้รับการรับรองจาก 4 ประเทศ ได้แก่ จีน พม่า ลาว ไทย โดยจะปรับปรุงร่องน้ำโขงเป็นระยะทาง 631 กิโลเมตร จากชายแดนจีน-เมียนมาที่หลัก 243 ถึงหลวงพระบาง สปป.ลาว เพื่อรองรับเรือ 500 ตัน พัฒนาท่าเรือสินค้า 3 แห่ง และท่าเรือโดยสาร 3 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะที่ 2 (พ.ศ.2563-2568) ศึกษา สำรวจ ออกแบบ และทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม และได้รับการรับรองจาก 4 ประเทศ มีการปรับปรุงร่องน้ำระยะทาง 259 กิโลเมตร จากซือเหมาถึงชายแดนจีน-เมียนมา ที่หลัก 243 ให้รองรับเรือ 500 ตัน และสร้างสะพานยูจินหง ขึ้นใหม่ และมีการพัฒนาท่าเรือสินค้าสำหรับเรือ 500 ตัน จำนวน 4 แห่ง ท่าเรือสินค้าสำหรับเรือ 300 ตัน และท่าเรือโดยสาร 9 แห่ง &amp;nbsp;ปัจจุบันได้มีการจัดทำรายงานการศึกษาด้านเทคนิค ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และสังคม โดยบริษัท CCCC Second Habor Consultant จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และได้มีการจัดเวทีนำเสนอรายงานผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ 3 อำเภอคือ เวียงแก่น เชียงของ เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา จำนวน มีผู้เข้าร่วม 536 คน ประกอบด้วย ตัวแทนหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ เจ้าของท่าเรือ สื่อมวลชน นักพัฒนาองค์กรเอกชน องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พระสงฆ์และ ชาวบ้านในพื้นที่ &amp;nbsp;เสียงของผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวเนื่องจากกังวลถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิต ระบบนิเวศ เศรษฐกิจของท้องถิ่นและปัญหาด้านชายแดนระหว่างไทยลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36626</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรักษ์เชียงของ, คัดค้านระเบิดแก่งแม่น้ำโขง, จีนยกเลิกระเบิดแก่งแม่น้ำโขง, นายดอน ปรมัติถ์วินัย, นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190523/image_big_5ce675e79fa0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเวทีรับฟังระเบิดแก่งแม่น้ำโขงครั้งแรก ชาวบ้านฮือค้านหวั่นผลกระทบอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.62 - ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องต่อผลการศึกษาร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม โครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง &amp;ndash; แม่น้ำโขง ครั้งแรก หรือโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง โดยมีผู้แทนบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) และผู้แทนบริษัท &amp;nbsp;CCCC Second Harbor Consultants จำกัด ร่วมชี้แจง ซึ่งมีผู้นำชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านริมแม่น้ำโขงเข้าร่วมประมาณ 200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุจิต สุชาติ นายอำเภอเวียงแก่น กล่าวว่า ขอให้ชาวบ้านออกความเห็นกันเต็มที่ในเวที ซึ่งจะมีผลทางกฎหมาย ขอให้หันหน้าคุยกัน เรื่องนี้จุดแตกหักไม่ได้อยู่ที่เรา แต่อยู่ที่รัฐบาลในการพิจารณาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหลิว ลีหัว รองประธานบริษัท CCCC Second Harbor กล่าวว่า ผลการสำรวจแก่งแม่น้ำโขง 15 จุด ระยะ 96 กิโลเมตร ที่ผ่านไทยและลาว ตั้งแต่ 3 เหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน ถึงแก่งบ้านโคกหลวง อำเภอเวียงแก่น หากจะให้เรือขนาด 500 ตันที่มีความยาวประมาณ 57 เมตร ความกว้าง 8.5 เมตร สามารถผ่านได้ โดยเรือสามารถขนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 300 TEU ได้ ความลึกของร่องน้ำต้องประมาณ 2.5 เมตร กว้าง 30-50 เมตร วงเลี้ยว 330 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงต้องมีการปรับปรุงเกาะแก่งสกัดหินออกและขุดลอกจำนวน 13 จุด ซึ่งยืนยันว่าจะสกัดหินเท่าที่จำเป็นและมีการสร้างที่ป้องกันตลิ่ง ส่วนขั้นตอนโดยผลการศึกษาจะส่งให้ผู้เชี่ยวชาญจาก 4 ประเทศดูรายละเอียด ทั้งจีน ไทย ลาว เมียนมา&amp;nbsp;ซึ่งกำลังจะประชุมร่วมกันในวันที่ 9 มกราคมที่ประเทศจีน&amp;nbsp;ก่อนที่จะส่งไปยังรัฐบาลแต่ละประเทศที่จะพิจารณาว่าผ่านความเห็นชอบหรือไม่ ก่อนเสนอกลับมายังคณะกรรมการร่วม 4 ประเทศในการดำเนินโครงการหรือไม่อย่างไรอีกครั้ง โดยยืนยันว่าบริษัทฯไม่ได้เป็นตัวแทนรัฐบาลจีน แต่เป็นการรับดำเนินการภายใต้ความเห็นชอบร่วมกันของ 4&amp;nbsp;ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ตวงสรวง สกุลกลจักร ตัวแทนบริษัททีมฯ กล่าวว่า ข้อกังวลของชาวบ้านจากการสำรวจคือ การกัดเซาะเกินการควบคุม การพังทลายของตลิ่ง เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเดิน ความเร็ว ปริมาณ และระดับน้ำ&amp;nbsp;กระทบต่อความมั่นคงตามแนวชายแดน และการเปลี่ยนแปลงแนวเขตแดนระหว่างประเทศ กระทบต่อการเดินเรือในแม่น้ำโขงที่เป็นไปตามวิถีของคนริมฝั่งปัจจุบัน เพราะคลื่นกระแทกจากการเดินเรือขนาดใหญ่ ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยและจีนที่ต่างกันมาก และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รวมถึงสัตว์ป่าและสัตว์น้ำที่อาศัยระบบนิเวศแม่น้ำโขงจะได้รับผลกระทบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า จากการอ่านรายงานผลการศึกษายังเป็นความเห็นเชิงกายภาพและศึกษาไม่ครอบคลุมระบบนิเวศน์ทั้งระบบ รวมถึงผลกระทบชุมชนและสภาพแวดที่คนท้องถิ่นอาศัย&amp;nbsp;จึงยืนยันมีความเห็นคัดค้าน จากการติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขงมา 18 ปีแล้ว &amp;nbsp;รับรู้ว่าแม่น้ำโขงกำลังป่วยและยังมีปัญหาเรื่องการปักปันเขตแดนที่ไทยเสียประโยชน์แน่นอน&amp;nbsp;เพราะร่องน้ำลึกที่ติดทางฝั่งไทย เกาะดอนจะเป็นของฝั่งลาวเกือบทั้งหมด หากจะระเบิดหินออกกว่า 20,000 ตัน แล้วใช้หินไปถมแอ่งน้ำลึก นั่นแสดงถึงความไม่รู้เรื่องความสำคัญระบบนิเวศน์แม่น้ำและยังกระทบต่อเนื่องถึงป่าสงวนแห่งชาติแม่โขงฝั่งขวา ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่อิงฝั่งขวา และป่าแม่งาว&amp;nbsp;ซึ่งยืนยันว่าจะเดินหน้าคัดค้านจนถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลต้องทบทวน&amp;nbsp;การไม่ทำร้ายแม่น้ำโขงดีที่สุด&amp;nbsp;ให้จีนลดขนาดเรือลง หรือใช้ถนน R3A และทางรถไฟได้ ใช้ให้เต็มที่&amp;nbsp;สิ่งสำคัญคือ กระบวนการนี้ผิดขั้นตอนมาตั้งแต่ต้น จีนเป็นผู้สรุปรายงานและลงทุน เขาก็ต้องคิดถึงประโยชน์ในมุมของประเทศเขา ตัวแทนประเทศไทยเป็นเพียงร่วมศึกษาเก็บข้อมูล ถ้าเสียหายไปแล้วเอาคืนไมได้ หยุดได้แล้ว พอได้แล้ว อย่างสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน&amp;rdquo; นายนิวัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายทองสุข อินทวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยลึก ตำบลหล่ายงาว กล่าวว่า ชุมชนได้รับผลกระทบตลอด เสียหาย ขอคัดค้านอย่างแน่นอน ชาวบ้านได้รับความเดือนร้อนมาตลอด หากกระทบถึงอาชีพ ก็จะทำให้คนหันไปหาสิ่งผิดกฎหมายจากการปรับตัวไม่ทัน &amp;nbsp;การเดินเรือของชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นเรือเล็ก ได้รับผลกระทบจากการเดินเรือขนาดใหญ่แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ระหว่างการประชุม นายนิวัฒน์ ได้สอบถามผู้เข้าร่วมประชุมถ้าใครไม่เห็นด้วยให้ทำสัญลักษณ์กากบาท ซึ่งส่วนใหญ่ในห้องประชุมมีท่าทีคัดค้านโครงการระเบิดแก่ง และพร้อมเดินหน้าร่วมคัดค้าน ขณะที่ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมเจ้าท่า กระทรวงต่างประเทศ และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยืนยันว่าจะมีการนำความเห็นชาวบ้านที่ได้รับจากเวทีรับฟังความเห็นไปประชุมร่วมกันของหน่วยงานที่รับผิดชอบตามขั้นตอน ก่อนรายงานความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีซึ่งจะมีการดำเนินการอย่างรอบคอบตามขั้นตอน โดยเฉพาะเรื่องเขตแดนที่ยังไม่เรียบร้อยและต้องมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยอมรับกว่าปัญหายังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนที่ยังต้องมีการหารือกัน และมีข้อตกลงเห็นชอบร่วมกันระหว่างสองประเทศคือ ไทยกับลาว โดยจะไม่ดำเนินการใดๆที่ส่งผลกระทบต่อเส้นเขตแดนในแม่น้ำโขง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25694</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรักษ์เชียงของ, คัดค้านระเบิดแก่งแม่น้ำโขง, จังหวัดเชียงราย, นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว, โครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง, โครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2e0249b35f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
