<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ยันมีพยานแวดล้อมมัด&#039;อนุรักษ์&#039;ตบทรัพย์5ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ผู้ที่ถูกชี้มูลความผิดว่าเรียกรับเงินอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ออกมาตอบโต้ว่าการชี้มูลของ ป.ป.ช. ไม่ได้พิจารณาอย่างรอบด้านว่า&amp;nbsp; กรณีดังกล่าวยังถือว่านายอนุรักษ์เป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา&amp;nbsp; ซึ่งเหตุผลที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด เนื่องจากพบว่ามีพยานแวดล้อมประกอบ อันควรเชื่อได้ว่ามีการเรียกรับเงิน 5 ล้านบาทเกิดขึ้นจริง แต่หากผู้ถูกกล่าวหายืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง ยังสามารถดำเนินการต่อสู้ตามขั้นตอนได้ ทั้งในชั้นอัยการและชั้นการพิจารณาของศาล ซึ่งจะได้รับความเป็นธรรมอย่างเต็มที่​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คาดว่า ป.ป.ช. จะสรุปสำนวนส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดได้ภายใน 30 วันนี้ ระหว่างนี้หากผู้ถูกกล่าวหาจะยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ทบทวนมติก็สามารถทำได้ เพราะถือว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา แต่ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดว่า จะต้องมีหลักฐานใหม่ที่ไม่เคยปรากฏ หรือไม่เคยวินิจฉัยมาก่อนเท่านั้น จึงจะสามารถนำมายื่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณี ส.ส.อีก 1 คนที่ไม่ถูกชี้มูล&amp;nbsp; แม้จะมีส่วนร่วมในการพูดคุยโทรศัพท์ด้วยนั้น เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดว่า ได้มีส่วนร่วมในการเรียกรับเงินด้วย ซึ่ง ป.ป.ช. จะพิจารณาพยานแวดล้อมเป็นสำคัญ หากมีน้ำหนักถึงจะชี้มูลได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118699</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตบทรัพย์, นายนิวัติไชย เกษมมงคล, พท., อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล, อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a756b6685c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัน​อดีตผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯภูเก็ตร่วมเอกชน ออกเอกสารสิทธิรุกที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ-เขารวก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีทุจริตด้านทรัพยากรธรรมชาติ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายนิรันดร์ กัลยาณมิตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายวีรวัฒน์ จันทร์เพ็ญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต กับพวกรวม 11 ราย ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และยังชี้มูลความผิดเอกชนที่เกี่ยวข้อง กรณีการออกเอกสารสิทธิ ส.ค.1 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ และป่าสงวนเขารวก-เขาเมือง จ.ภูเก็ต โดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวผู้ถูกกล่าวหา มีพฤติการณ์การนำ ส.ค.1 จากอีกที่หนึ่งมาสวมสิทธิออกเอกสาร หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;ส.ค.1 บิน&amp;rdquo; เพื่อผลประโยชน์แก่บริษัท ทรีดอลฟินซ์ จำกัด และบริษัท ทรีดอลฟินซ์ รีสอร์ท จำกัด จำนวน 337 ไร่เศษ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาทั้ง และส่งสำนวนให้กับอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญา และส่งสำนวนให้กับผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการถอดถอนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118431</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิวัติไชย เกษมมงคล, นิรันดร์ กัลยาณมิตร, ออกเอกสารสิทธิที่ดินมิชอบ, อุทยานเเห่งชาติสิรินาถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124d92f25fdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.หวั่นเกิดผลกระทบ กั๊กเปิดข้อมูลนาฬิกาหรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ช.ส่อกั๊กเปิดข้อมูลนาฬิกาหรู​ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; อ้างถ้าเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับสำนวนในคดีโดยตรงเปิดไม่ได้ เกรงจะรู้มีพยานคนใดบ้าง ให้การอย่างไร ถ้าเปิดแล้วเกิดผลกระทบให้กระบวนการยุติธรรมเสื่อมประสิทธิภาพ ขัดแย้งกับ รธน. กระทบสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล กฎหมาย ป.ป.ช.ไม่ให้เปิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ &amp;nbsp;(ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่าขณะนี้ ป.ป.ช.กำลังรอคำพิพากษาดังกล่าวจากศาลปกครองกลางอยู่ เพื่อขอดูคำพิพากษาอย่างเป็นทางการว่าจะให้เปิดเผยข้อมูลทางคดีในส่วนใด จากนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่จะพิจารณาว่าสามารถเปิดเผยข้อมูลได้หรือไม่ หรือเปิดเผยได้เพียงแค่ไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ถ้าเป็นข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวกับสำนวนในคดีโดยตรง คงเปิดไม่ได้ เพราะถ้าเปิดเผยไปแล้วจะรู้ว่ามีพยานคนใดบ้าง ให้การอย่างไร อาจเกิดการไปฟ้องร้องตามมา ถ้าเป็นข้อมูลที่เกิดผลกระทบทำให้กระบวนการยุติธรรมเสื่อมประสิทธิภาพคงให้ดูไม่ได้ หรือถ้าเป็นข้อมูลที่เปิดไปแล้วไปกระทบต่อสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล กฎหมาย ป.ป.ช.ก็ไม่ให้เปิดเผย รวมถึงถ้าเป็นข้อมูลที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ได้หมายความว่า ป.ป.ช.จะปกปิดไม่เปิดเผย แต่ต้องรอเหตุผลและรายละเอียดคำพิพากษาก่อน แล้ว ป.ป.ช.จะพิจารณาอีกครั้ง ส่วน ป.ป.ช.จะยื่นอุทธรณ์คัดค้านการเปิดเผยสำนวนคดีต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ยังตอบไม่ได้ ขอให้ที่ประชุม ป.ป.ช.วินิจฉัยก่อน&amp;quot; โฆษก ป.ป.ช.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลปกครองกลางได้พิพากษาให้ ป.ป.ช.ต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารจำนวน 2 รายการ ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ให้ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวออนไลน์ The MATTER ผู้ร้อง ประกอบด้วย 1.รายงานสรุปผลการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งคณะทำงานรวบรวมเสนอต่อที่ประชุม ป.ป.ช.ในวันที่มีมติเกี่ยวกับคดีนี้ รวมถึงเอกสารอื่นๆ &amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง 2.คำชี้แจงของ พล.อ.ประวิตรที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.ในคดีนี้ รวมทั้งหมด 4 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวระบุถึงเหตุผลที่ศาลปกครองกลางสั่งให้ ป.ป.ช.ต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวว่า &amp;quot;การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนี้จะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ อันจะก่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและศรัทธาในการปฏิบัติงานของ ป.ป.ช. อีกทั้งผู้ฟ้องคดีสมควรจะได้รับความคุ้มครองสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารซึ่งอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐจะต้องเปิดเผย ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มาตรา 41 และ 59 เพื่อเปิดโอกาสให้มีการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆ ของรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย ตามหลักการและเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ และเพื่อให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช.ให้สิ้นสงสัย อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจ ที่ต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลยพินิจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.จะยังสามารถอุทธรณ์คดีนี้ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116960</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิวัติไชย เกษมมงคล, ป.ป.ช.ส่อกั๊กเปิดข้อมูลนาฬิกาหรู, พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ, รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141daae6b52e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.​สั่งตรวจสอบทรัพย์สิน&#039;ผกก.โจ้&#039; รอสตช.ชงเรื่องทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่มาให้ใน30วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​27​ ส.ค.64- นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ ในฐานะโฆษก ป.ป.ช.&amp;nbsp; เปิดเผยว่า​ ที่ประชุมคณะกรรมการ​ ป.ป.ช.เมื่อวันที่​ 26​ ส.ค.ได้รับทราบรายงานการตรวจสอบเรื่องของ พ.ต.อ.ฐิติสรรค์ อุทธนผล&amp;nbsp; หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสววรรค์&amp;nbsp; หลังก่อเหตุใช้ถุงคลุมศีรษะผู้ต้องหาคดียาเสพติด โดย ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนครสวรรค์ได้รายการการตรวจสอบ ว่าเป็นเรื่องการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ตามมาตรา&amp;nbsp; 61 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช. ประกอบกับขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; ทาง ป.ป.ช.จึงได้ชะลอการดำเนินการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไว้ เพื่อรอการดำเนินคดีเสร็จสิ้น ทั้งนี้​ ทาง สตช.จะต้องส่งเรื่องนี้มาให้ ป.ป.ช.ดำเนินการภายใน 30 วัน&amp;nbsp; เบื้องต้นได้มีการประสานกับทาง สตช. ไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเรื่องทรัพย์สินของ​ พ.ต.อ.ฐิติสรรค์​ ที่มีทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งบ้าน และรถหรูมากมาย แบบนี้ป.ป.ช.สามารถตรวจสอบกรณีร่ำรวยผิดปกติได้หรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า หลังปรากฎเป็นข่าว ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มอบหมายให้สำนักตรวจทรัพย์สิน ของสำนักงาน ป.ป.ช.ไปดำเนินการประมวลข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นทันที ดูที่มาของทรัพย์สิน เพื่อดูว่าเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติหรือไม่&amp;nbsp; โดยป.ป.ช.จะเร่งดำเนินการเนื่องจากมีกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามว่า​ ตามกระแสข่าวระบุว่ามีการฝากเงินไว้กับนอมินีหลัก 200 ล้านบาท ป.ป.ช.จะตรวจสอบลงลึกไปถึงขั้นนั้นหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า ถ้ามีการยกเป็นเรื่องไต่สวนกรณีร่ำรวยผิดปกติแล้ว ก็จะต้องตรวจสอบทุกเรื่อง ซึ่งจะต้องขอให้สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปที่สามารถชี้ช่องเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินของ พ.ต.อ.ฐิติสรรค์ สามารถส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ได้ ซึ่งตามกฎหมายกำหนดว่าหาก ป.ป.ช.สามารถส่งเรื่องร้องขอให้ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินได้ก็จะมีเงินรางวัลให้กับผู้ชี้ช่องเบาะแสด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114708</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบทรัพย์สินผกก.โจ้, นายนิวัติไชย เกษมมงคล, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล (ผกก.โจ้)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124d92f25fdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ฟัน‘เด็กพท.-อบต.’ งาบฟุตบอล-ฮั้วดับเพลิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ช.ฟัน ส.ส.เพื่อไทยกับพวก ฮั้ว-งาบงบฯ ก่อสร้างสนามฟุตบอลโกลหนู 30 ล้าน เป็นขบวนการใหญ่ พร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาถอดถอน จนท.เอี่ยวทุจริต ส่วนนายก อบต.ราชาเทวะโดนเป็นหางว่าว ฮั้วจัดซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัย ซื้อกล้อง CCTV &amp;nbsp; โฆษก ป.ป.ช.เผย หากมีการชี้มูลและศาลตัดสินก็จะถูกโทษไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า จากกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวนกรณีกล่าวหานายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ &amp;nbsp;เขต 5 กับพวก รวม 95 คน ทุจริตโครงการก่อสร้างสนามกีฬาอเนกประสงค์ฟุตบอลโกลหนู สตรีทซอคเกอร์ (สนามหญ้าเทียม) ปีงบประมาณ 2556 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่อำเภอฝางและอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 15 แห่ง งบประมาณรวม 30 ล้านบาทนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการไต่สวน พบว่าโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายภาครัฐในการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปีงบประมาณ 2556 โดยนายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 5 จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำกลุ่มบริษัทของนางสาวอัมพวัน แก้วนพมาศ เข้าเป็นคู่สัญญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายประสิทธิ์ได้เรียกรับค่าตอบแทนจากกลุ่มบริษัทดังกล่าวร้อยละ 25 ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 7.5 ล้านบาท นายประสิทธิ์จัดให้มีการประชุมผู้บริหารท้องถิ่นทั้ง 15 แห่ง มีเจ้าหน้าที่กองช่างเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อกำหนดคุณลักษณะเฉพาะและราคากลางการก่อสร้างตามที่ น.ส.อัมพวัน ร่วมกับ น.ส.ฐิตารีย์ ศิริคะเณรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เมืองย่า อินเตอร์เทรด จำกัด กำหนดคุณลักษณะเฉพาะความยาวของใบหญ้าเทียม 6 เซนติเมตร ซึ่งโดยทั่วไปความยาวเพียง 5 เซนติเมตร ขนาด 1 ตารางเมตร พร้อมหนังสือรับรองจากผู้ผลิต และแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันยื่นซองเสนอราคา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในขั้นตอนการยื่นเสนอราคา ก็จะมีเฉพาะบริษัทในกลุ่มของพวกตนเองเท่านั้น ซึ่งมีความสัมพันธ์เชิงทุนและเครือญาติ โดยมีนายสมบูรณ์ ถากาศ เป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทเอกชนนี้ เป็นผู้รวบรวมเงินไปจ่ายให้เอกชนรายอื่นเพื่อไม่ให้เข้ายื่นซองเสนอราคาแข่ง กำหนดคุณลักษณะเฉพาะของแผ่นพื้นหญ้าเทียมจำนวนรวมฝีเข็มไม่น้อยกว่า 12,000 ฝีเข็มต่อตารางเมตร ทั้งที่ผู้ประกอบการทั่วไป เพียง 8,000 เท่านั้น และกำหนดให้มีการเคลือบกาวพียู ทั้งที่ผู้ประกอบการทั่วไปไม่มีการเคลือบกาวดังกล่าว ถือเป็นการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะเพื่อกีดกันผู้เสนอราคาอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสิทธิ์ได้นำเอกสารดังกล่าวมากำหนดคุณลักษณะและราคากลางโดยไม่ได้สืบหาราคาตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติของทางราชการแต่อย่างใด ซึ่งพบว่าราคากลางที่กำหนดนั้นราคาสูงกว่าความเป็นจริงสนามละ 1 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วมีมติว่า นายประสิทธิ์มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (พ.ร.บ.ป.ป.ช.) พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) มาตรา 5 และ 13
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่นประกอบด้วยนายกเทศมนตรีและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่อำเภอฝางและอำเภอแม่อาย จำนวน 10 ราย มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ 157 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192 และ พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 10 และ 12
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการกำหนดราคากลางจำนวน 21 ราย มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ 157 และมาตรา 162 (1) (4) พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192 และพ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 11 และ 12 และยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มเอกชนจำนวน 6 ราย ซึ่งมีความสัมพันธ์ในเชิงทุนและเครือญาติ ได้ร่วมกันเข้าเสนอราคาในลักษณะสมยอม มีมูลความผิดทางอาญามาตรา 151 และ 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐในการกระทำความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ส่งรายงานสำนวนดังกล่าวไปยังอัยการสูงสุดเพื่อให้ดำเนินคดีอาญา พร้อมกับส่งสำนวนและคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อให้ดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายกรณีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิวัติไชยยังแถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องกล่าวหานายทรงชัย นกขมิ้น ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ กับพวกรวม 14 ราย กระทำความผิดทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ &amp;nbsp;และกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 กรณีจัดซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยแบบกระเช้าบันไดสูงไม่น้อยกว่า 22 เมตร ขนาด 10 ล้อ จำนวน 1 คัน ในราคา &amp;nbsp;33,920,000 บาท เมื่อปี พ.ศ.2555&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของนายทรงชัยมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 (พ.ร.บ.ป.ป.ช.) ประกอบมาตรา 123/1 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดฐานจงใจทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจและหน้าที่อันจะเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่ หรือประพฤติตน ฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 90/1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องหลายเรื่องที่ยังไม่ได้มีการวินิจฉัย อาทิ เรื่องการจัดซื้อกล้อง CCTV ในพื้นที่ อบต.ราชาเทวะ แพงเกินจริง โดยเหตุเกิดประมาณปีเดียวกัน 2555-2556 ซึ่ง อบต.ราชาเทวะมีการร้องเรียนหลายเรื่องมาก แต่ทุกเรื่องยังไม่ได้สรุป เพราะเป็นการแยกกันทำงานคนละคณะกัน ความจริงน่าจะเสริมกันด้วยซ้ำไป เพราะอาจจะมีกลุ่มผู้รับจ้างกลุ่มผู้เข้าไปเสนอราคาในรูปแบบเดียวกัน ฉะนั้น เรื่องนี้จะเป็นฐานข้อมูลในเรื่องอื่นได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การชี้มูลความผิดในคดีอาญา แยกเป็นกรรม ในโครงการหนึ่งก็กรรมหนึ่ง อีกโครงการก็เป็นอีกกรรมหนึ่ง ดังนั้น หากมีการชี้มูลและศาลตัดสินก็จะถูกโทษไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิวัติไชยกล่าวว่า ป.ป.ช.ชี้มูลนายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กรณีทุจริตจากการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาเกี่ยวกับการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ จำนวน 281 เครื่อง ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มูลค่า 13 ล้านบาทเศษ จริงส่วนรายละเอียดอยากให้รอก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109994</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิวัติไชย เกษมมงคล, รองเลขาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f144a9845a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ฟันฟุตซอลส.ส.เชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ช.ฟัน &amp;quot;ส.ส.เชียงใหม่&amp;quot;! ชี้มูลความผิดทุจริตสร้างสนามฟุตซอลตามรอยโคราช ขณะที่นักการเมือง &amp;quot;ศ.&amp;quot; หนาว ส่อเค้าผิดจริยธรรมร้ายแรงปมที่ดิน ภทบ.5 ปชป.เลือดไหลต่อ ทีมงาน &amp;ldquo;จุรินทร์&amp;rdquo; ย้ายซบพรรคกล้า &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; โผล่เปิดสถาบันอนาคนไทยศึกษา
เมื่อวันพุธที่​ 7​ กรกฎาคม นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต​แห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ว่า ในเร็วๆ นี้ ป.ป.ช.จะแถลงการชี้มูลความผิดคดีทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลในภาค 5 (ภาคเหนือ)​ ซึ่งมีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเกี่ยวข้องด้วย&amp;nbsp;
รายงานข่าวจาก ป.ป.ช.แจ้งว่า​ กรณีดังกล่าวเป็นโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลในพื้นที่​ อ.ฝาง​ จ.เชียงใหม่​ โดยผู้ถูกกล่าวหาปัจจุบันเป็น ส.ส.พรรคการเมืองหนึ่ง​ ซึ่งในที่ประชุม ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิด​ ส.ส.คนดังกล่าวกับพวก​ ซึ่งเป็นผู้บริหารท้องถิ่น​ เช่น​ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)​ เจ้าหน้าที่จำนวนมาก​ เนื่องจากมีประมาณ​ 15-16 สำนวนเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา​ โดยพบว่ามีพฤติการณ์คล้ายคลึงกรณี จ.นครราชสีมาที่ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดไปก่อนหน้านี้​
นายนิวัติไชยยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีกล่าวหา​ ร.อ.ธรรมนัส​ พรหมเผ่า​ รมช.เกษตรและสหกรณ์​ ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง​ เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาศาลออสเตรเลียในคดียาเสพติดว่า​ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน​นำเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.​เพื่อให้พิจารณามีมูลเพียงพอที่จะตั้งอนุกรรมการไต่สวนหรือไม่
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการพิจารณาคำร้องจริยธรรมของนักการเมืองและ ส.ส.ซึ่งยังคงอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง​ นายนิวัติไชยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนเรื่องการถือครองที่ดินของนักการเมืองพรรคหนึ่ง ที่ครอบครองที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมาย เดิมเป็นคำร้องขอถอดถอนออกจากตำแหน่ง &amp;nbsp;แต่อนุ กก.เห็นว่าไม่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ ขณะเดียวกันมีหลักเกณฑ์เรื่องจริยธรรม และผู้ถูกร้องยังครอบครองที่ดินอยู่ ซึ่งถือว่าอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
สำหรับนักการเมืองที่ถูก ป.ป.ช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนกรณีครอบครองที่ดิน ภทบ.5 เข้าข่ายขาดจริยธรรมหรือไม่​ เป็น ส.ส.อักษรย่อ ศ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของบรรดานักการเมือง โดยนายพายุ เนื่องจำนงค์ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง จ.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และคณะทำงานนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กประกาศลาออกจากคณะทำงานรองนายกฯ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และลาออกจากสมาชิกพรรค ปชป.แล้ว และมีรายงานว่านายพายุได้สมัครเป็นสมาชิกกับพรรคกล้าที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.การคลัง เป็นหัวหน้าพรรคแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.การคลัง และอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เผยแพร่คลิปที่จะใช้เปิดทีมสถาบันอนาคตไทยศึกษา Thailand Future Foundation รวมคนทุกรุ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาร่วมทีมเพื่อระดมสมองหาแนวทางแก้ปัญหาประเทศสู้วิกฤติโควิด-19 ในเช้าวันที่ 8 ก.ค.ผ่านเฟซบุ๊กนายอุตตมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการที่นำโดยนายอุตตมครั้งนี้ นับว่าน่าจับตามองอย่างยิ่ง หลังจากแยกทางกับ พปชร. เพราะมีกระแสมาตลอดว่ากำลังเตรียมตัวทำพรรคการเมืองใหม่ การเปิดตัว Thailand Future ในจังหวะเวลานี้ จึงอาจเป็นการโยนหินก่อนพัฒนาสู่การเป็นพรรคการเมืองในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ..... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. รวมทั้งมีวาระด่วนในการพิจารณาร่างกฎหมายอีก 6 ฉบับ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนเข้าวาระ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดให้สมาชิกหารือ ซึ่งนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ขอหารือถึงเรื่องการตั้งกระทู้ถามสดที่ตกไป เพราะไม่มี ครม.มาตอบ ซึ่งนายชวนได้ชี้แจงว่า การตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ทำให้นายจุลพันธ์ระบุว่า หากในการประชุมวันที่ 8 ก.ค. คณะรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจา พรรคฝ่ายค้านจะยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 150 ที่กำหนดไว้&amp;nbsp;
และเมื่อเข้าสู่วาระการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฯ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรค พปชร. ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณร่าง พ.ร.บ.บัญญัติวัตถุอันตรายได้ขอถอนร่างกฎหมายฉบับนี้กลับไปพิจารณาใหม่ ทำให้นายชวนระบุว่า &amp;nbsp;ตามข้อบังคับเมื่อที่ประชุมสภาไม่ขัดข้อง ถือว่าอนุญาตให้ถอนได้ และพ้นจากวาระการประชุมครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่การประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ. 6 ฉบับ บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมบางตา เพราะ ส.ส.บางส่วนมีประชุมคณะ กมธ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 และคณะอนุ กมธ.งบประมาณชุดต่างๆ ทำให้การเรียกสมาชิกมาแสดงตนเพื่อลงมติในร่างกฎหมายฉบับต่างๆ ใช้เวลานานมากกว่า 5 นาที โดยจำนวนผู้มาแสดงตนในร่างกฎหมายแต่ละฉบับเกินกึ่งหนึ่งขององค์ประชุมมาเพียงไม่มาก และลดลงเรื่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งมาถึงร่าง พ.ร.บ.ฉบับที่ 4 คือ ร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม มีผู้แสดงตนเป็นองค์ประชุมเหลืออยู่เพียง 251 คน เกินกึ่งหนึ่งจาก 242 คนของจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 483 มาเพียง 6 คนเท่านั้น หลังจากที่ประชุมให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อมแล้ว ที่ประชุมเดินหน้าพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ตามที่ ครม.เป็นผู้เสนอ โดยมี ส.ส.อยู่ในห้องประชุมจำนวนน้อย เมื่อสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นครบถ้วนแล้ว นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม กดออดเรียกสมาชิกมาแสดงตนอยู่หลายครั้ง พร้อมพูดอารัมภบทต่างๆ รอเวลาสมาชิกเข้าห้องประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ชี้แจงว่า มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม กมธ.งบประมาณ และอนุ กมธ.งบประมาณ จำนวนมากกำลังทยอยลงมา ขอให้รอ 5 นาที แต่เมื่อรอไปไม่ถึง 5 นาที นายสุชาติแจ้งต่อที่ประชุมว่า ไม่เป็นไร ให้สมาชิกประชุม กมธ.ต่อไป ส่วนการลงมติร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไว้รอครั้งต่อไป พร้อมกับสั่งปิดประชุมทันทีเวลา 16.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 นั้น นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมการและรวบรวมข้อมูล คาดว่าจะได้ประชุมร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อหารือถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ย้ำว่า ประเด็นใหญ่ที่จะมีในการอภิปรายคือความผิดพลาดล้มเหลวอย่างที่ไม่สามารถยอมรับได้ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด-19 ส่วนเรื่องคอร์รัปชัน เรื่องความผิดพลาดในการบริหารราชการในมิติอื่นๆ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องขอเก็บรายละเอียดไว้ก่อน แต่ภายในปลายปีนี้จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108998</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์, นายนิวัติไชย เกษมมงคล, รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต​แห่งชาติ, ส.ส.เชียงใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e58a6898d64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชลียร์พาซวย!ป.ป.ช.จ้อง&#039;สิระ&#039;แจ้ง&#039;หลวงพ่อป้อม&#039;ในบัญชีทรัพย์สินหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ นำล็อกเก็ตหลวงพ่อป้อม ณ วัดป่ารอยต่อฯ พร้อมสร้อยคอทองคำ มาโชว์ต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่าใส่แล้วเป็นสิริมงคล ว่า ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบก่อนว่าทั้งล็อกเก็ตและสร้อยคอทองคำนั้น นายสิระเคยได้ยื่นเอาไว้ในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.เอาไว้เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.หรือไม่ โดยจะต้องดูในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายสิระว่ามีทรัพย์สินดังกล่าวหรือไม่ เพราะล็อกเก็ตและสร้อยคอทองคำอาจจะได้มาในภายหลังจากที่ยื่นกับ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้ ณ เวลาที่เข้ารับตำแหน่ง ส.ส.อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้นายสิระจะยื่นหรือไม่ยื่นทรัพย์สินดังกล่าวมายัง ป.ป.ช.ก็ได้ แต่ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตอนพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ป.ป.ช.ก็ต้องไปดูว่าทรัพย์สินดังกล่าวยังอยู่หรือไม่ ถ้าหายไป ต้องตามไปดูว่าขายหรือให้ใครหรือไม่ เพราะทรัพย์สินในบัญชีจะต้องเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93329</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิวัติไชย เกษมมงคล, นายสิระ เจนจาคะ, ป.ป.ช., รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, หลวงพ่อป้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602c9ef24f527.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
