<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 22:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงทางออกป่าแหว่งเลิกสัญญา-รื้อถอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการเสนอทางออกบ้านป่าแหว่ง ใช้ระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยพัสดุเพื่อเลิกสัญญา และรื้อถอนโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ให้บ้านพักตุลาการอยู่ในสภาพพัสดุหมดความจำเป็น ด้าน &amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; เผยให้คณะกรรมการในพื้นที่พิจารณา ยันจะไม่ให้มีคนเข้าอยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำ สำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายข้อกฎหมายเกี่ยวกับสัญญาก่อสร้างโครงการที่ทำการและบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ จ.เชียงใหม่ มีข้อความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีบ้านพักตุลาการของศาลอุทธรณ์ภาค 5 บริเวณเชิงดอยสุเทพ มีประเด็นข้อกฎหมายที่น่านำมาพิจารณา ผมจึงขอให้ความเห็นทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวในประเด็นข้อกฎหมายที่น่าสนใจ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ประเด็นแรก ภายหลังจากที่ผู้มีอำนาจหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า จะไม่มีการเข้าใช้ประโยชน์ในบ้านพักตุลาการบนพื้นที่พิพาทอีกต่อไป การก่อสร้างบ้านพักตุลาการที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ยังมีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญาจ้างก่อสร้าง และมีข้อกฎหมายและข้อสัญญาที่เป็นทางออกของเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีนี้ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 137 วรรคสอง ประกอบกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 128 กำหนดให้ส่วนราชการสามารถตกลงกับคู่สัญญาเพื่อเลิกสัญญาได้ หากเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ทางราชการ หรือเพื่อแก้ไขข้อเสียเปรียบของทางราชการในการที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นต่อไป ตามระเบียบนี้ไม่ใช่ทางราชการไปบอกเลิกสัญญา แต่เป็นการให้สิทธิคู่สัญญาที่เป็นหน่วยราชการที่จะไปตกลงกับคู่สัญญาที่เป็นเอกชนเพื่อเลิกสัญญา หากเห็นว่าการปฏิบัติตามสัญญาต่อไปจะไม่เป็นประโยชน์แก่ทางราชการ หรือจะทำให้ราชการเสียเปรียบหรือเสียหายได้ ซึ่งเป็นการตกลงเลิกสัญญากันโดยสมัครใจของทั้งฝ่ายราชการและเอกชน&amp;nbsp;
อ้างจำเป็นเลิกสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหากเจรจากับเอกชนแล้วเอกชนไม่ตกลงด้วยที่จะเลิกสัญญา ก็มีทางออกต่อไปตามข้อสัญญา คือ ตามสัญญาจ้างก่อสร้างที่เป็นแบบมาตรฐานที่หน่วยงานราชการใช้ทำสัญญากับเอกชน จะมีข้อสัญญาที่ให้สิทธิคู่สัญญาที่เป็นหน่วยงานราชการปรับลดเนื้องานก่อสร้างตามสัญญาได้ โดยอ้างเหตุผลความจำเป็นของทางราชการ และหากคู่สัญญาที่เป็นเอกชนไม่ยินยอมด้วยอีก ก็มาสู่หนทางที่สาม คือการบอกเลิกสัญญา โดยหน่วยงานราชการนั้นคงต้องพิจารณาชั่งน้ำหนักระหว่างการบอกเลิกสัญญากับการให้สัญญาจ้างก่อสร้างดำเนินไปจนแล้วเสร็จตามสัญญาว่าอย่างใดราชการจะได้รับประโยชน์มากกว่ากัน และอย่างไหนราชการจะเสียหายน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ประเด็นที่สอง บ้านพักตุลาการของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ก่อสร้างอยู่บนพื้นที่ที่มีปัญหาพิพาท จะสามารถรื้อถอนได้หรือไม่ ในประเด็นนี้ มีกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องที่ควรพิจารณา ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.1 ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 215 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการกับพัสดุที่หมดความจำเป็นได้ด้วยวิธีการต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ เช่น ขาย แลกเปลี่ยน โอนให้แก่หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การสาธารณกุศล แปรสภาพหรือทำลาย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่หน่วยงานรัฐกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากมีความชัดเจนว่าจะไม่มีการเข้าใช้ประโยชน์ในบ้านพักตุลาการอย่างแน่นอน บ้านพักตุลาการนี้ก็อาจจะถือว่าอยู่ในความหมายของพัสดุที่หมดความจำเป็นได้ และสามารถดำเนินการกับบ้านพักตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ข้อ 215 ดังกล่าว ด้วยการขาย แลกเปลี่ยน โอน แปรสภาพหรือทำลายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีปัญหาในการตีความคำว่า พัสดุหมดความจำเป็น โดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องในเรื่องนี้มีความเห็นว่า พัสดุหมดความจำเป็นจะต้องเป็นพัสดุที่ผ่านการใช้งานมาแล้วเท่านั้น ไม่รวมถึงพัสดุใหม่ที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน ดังนั้น ระเบียบกระทรวงการคลังฯ ข้อ 215 นี้ อาจไม่สามารถนำมาใช้บังคับกับกรณีของบ้านพักตุลาการที่เป็นบ้านเพิ่งสร้างใหม่ได้ แม้จะหมดความจำเป็นในการใช้งานแล้วก็ตาม ซึ่งเพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้ว่า สามารถนำเอาระเบียบกระทรวงการคลังฯ ข้อ 215 มาใช้บังคับกับการรื้อถอนบ้านพักตุลาการได้หรือไม่ ควรที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะหารือเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.2 หากปรากฏว่าระเบียบกระทรวงการคลังฯ ข้อ 215 ดังกล่าวข้างต้นไม่สามารถนำมาใช้บังคับกับกรณีของบ้านพักตุลาการได้ ก็ยังมีแนวทางในการดำเนินการเพื่อรื้อถอนบ้านพักต่อไปได้ตามระเบียบและกฎหมาย ด้วยการขอยกเว้นไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เพื่อที่จะทำการรื้อถอนบ้านพักต่อไป โดยขอยกเว้นต่อคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ซึ่งมีอำนาจตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 29 (4) ในการยกเว้นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ได้
จะไม่ให้มีคนเข้าอยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้ลงพื้นที่พูดคุยหาทางออกปัญหาการก่อสร้างบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ข้อเสนอต่างๆ อยากให้คณะกรรมการในพื้นที่ได้พิจารณาเป็นลำดับขั้นตอนขึ้นมา เพื่อความรอบคอบ ทั้งนี้ การหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา มีข้อเสนอให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา โดยกำลังพิจารณาเรื่องอำนาจหน้าที่และองค์ประกอบต่างๆ คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 1-2 วันนี้ โดยคณะกรรมการดังกล่าวมีคณะทำงาน 2 ชุด เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับเป็นป่าที่สมบูรณ์ รวมถึงการดูแลสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกเรื่องมีคณะกรรมการลงไปดูแลแล้ว เรื่องหลักการใหญ่ๆ ก็เห็นชอบตรงกันหมดแล้ว เหลือแต่แนวทางการปฏิบัติ ผมคิดว่ามีความชัดเจนในระดับหนึ่ง ก็ขอให้เป็นเรื่องในพื้นที่ได้พิจารณาหาทางดำเนินการต่อไป โดยในขณะนี้ข้อสรุปเบื้องต้นที่ได้คือ จะไม่ให้มีคนเข้าอยู่อาศัย&amp;rdquo; นายสุวพันธุ์กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ ตัวแทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการรังวัดพื้นที่ตามแนวเขตป่าดังเดิม ในพื้นที่โครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งเป็นส่วนที่ล้ำแนวป่าดั้งเดิมขึ้นไป ครอบคลุมพื้นที่ก่อสร้างบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง โดยจะทำให้เห็นแนวเขตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมในการฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม และเตรียมส่งมอบให้อุทยานหรือป่าไม้ดำเนินการฟื้นฟูสภาพร่วมกับภาคประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเข้าดำเนินการรังวัดในครั้งนี้ อนุญาตให้เข้าพื้นที่เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรังวัดเท่านั้น โดยตัวแทนภาคประชาชนไม่ได้เข้าพื้นที่ด้วย แต่ได้ร่วมสังเกตการณ์อยู่บนเนินดินพื้นที่ข้างๆ ที่อยู่ติดกัน โดยได้มีการปักธงสีเขียว รวมทั้งผูกริบบิ้นเขียวกับต้นไม้ เพื่อแสดงสัญลักษณ์การรณรงค์ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์หน้า จะนำกำลังทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เครื่องจักรเข้าดำเนินการทำเส้นทางเข้า-ออกพื้นที่โครงการผ่านทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้การเข้า-ออกมีความสะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องผ่านพื้นที่ของศาลอุทธรณ์ภาค 5 และในวันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2561 ทางมณฑลทหารบกที่ 33 และจังหวัดเชียงใหม่ จะนำประชาชนร่วมทำกิจกรรมปลูกป่าในพื้นที่โครงการ ซึ่งเป็นการฟื้นฟูพื้นที่ในระยะเร่งด่วนก่อนที่เข้าสู่ช่วงหน้าฝน เพื่อให้มีพืชคลุมดินที่จะสามารถป้องกันการถูกชะล้างได้บางส่วน
เสียความรู้สึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า เสียความรู้สึกพอสมควร เพราะตามหลักการแล้ว การรังวัดจะต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าร่วม แต่ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะเครือข่ายได้มีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลพื้นที่ได้อย่างครบถ้วนอยู่แล้ว โดยภาพรวมถือว่าการดำเนินการรังวัดในครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี และไม่มีปัญหาใดๆ คาดว่าหลังจากการรังวัดแล้ว ทางธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่น่าจะจัดทำแผนที่เสร็จภายในเย็นวันนี้ ซึ่งทางเครือข่ายฯ จะเฝ้าติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพราะมีจุดยืนและเป้าหมายเพียงต้องการขอคืนพื้นที่ป่าคืนเท่านั้น และไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัณรส บัวคลี่ โฆษกเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Bunnaroth Buaklee ระบุว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ได้รับแจ้งจากประชาชนชาวเชียงใหม่รายหนึ่ง โดยสารเครื่องบินสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG104 เส้นทาง สุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ พบเห็นชายผู้หนึ่งที่ระบุว่าเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่รุกล้ำป่าเชิงเขา ทิวเขาถนนธงชัยตะวันออก บริเวณดอยสุเทพ คุยโทรศัพท์ก่อนที่เครื่องบินจะบินขึ้น มีประโยคหนึ่งพาดพิงไปถึงแกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ด้วยข้อความที่หยาบคายถึงขั้นเรียกคำว่า &amp;ldquo;ไอ้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 09.55 น. เที่ยวบินมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ชายคนดังกล่าวโทรศัพท์อีกครั้ง โดยต้นสายกล่าวว่า ต้องฟ้องเอาผิดแกนนำเป็นคนแรก ส่วนคนอื่นๆ ถ้าไม่คดีอาญาก็คดีแพ่ง ขณะนี้ให้ยื้อเรื่องราวออกไปก่อน เพราะมีคนประมาณ 80% เห็นด้วย ยังมีอีก 10% ที่ไม่เอาด้วย ถ้าไม่รีบทำอะไร โครงการนี้ล่มแน่ๆ ยังไงจะรอสแตนด์บายอยู่ทางนี้ มีอะไรโทร.หาได้ เมื่อผู้พบเห็นแจ้งเบาะแสพร้อมภาพถ่ายชายคนดังกล่าว พบว่าเป็นผู้มีบทบาท มีตำแหน่งเกือบสูงสุดในสายงานธุรการขององค์กรใหญ่สำคัญ ซึ่งจากเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้แกนนำต้องประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8967</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนกฤต วรธนัชชากุล, นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ, นายบัณรส บัวคลี่, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, บ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5, รื้อถอนโดยระเบียบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมู่บ้านป่าแหว่ง, เชิงดอยสุเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af44baea6009.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039;บินกล่อมม็อบ เคลียร์ปมบ้านตุลาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; บินไปเชียงใหม่นัดคุยเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ 6 พ.ค.นี้ เชื่อจบเร็ว &amp;nbsp;แต่ลงมือทำเป็น 3 ระยะ กฎหมายปกติแก้ไขได้ ส่วน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยันไม่ใช้ ม.44 คำสั่ง คสช.ต้องสร้างสรรค์ ไม่เอามาทุบตึกรื้อบ้านทำลายทรัพย์สินทางราชการ ขณะที่เครือข่ายต้านป่าแหว่งเปิดแนวทางตกลงเป็นเรื่องๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ว่าจะลงพื้นที่วันที่ 6 พ.ค. พยายามให้ได้ข้อยุติ พูดคุยภาคประชาชนเป็นหลัก เพราะทราบว่าในพื้นที่มีถึง 17 เครือข่ายที่รวมกันอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ให้ผู้ตรวจราชการประสานในพื้นที่และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ติดต่อกลุ่มที่จะมาพูดคุยกับผม การดำเนินการตรงนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญภาคประชาชน ส่วนรายละเอียดมีหลายเรื่องที่ต้องพูดคุยกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์กล่าวว่า รัฐบาลต้องการรับฟังข้อเสนอแนะของกลุ่มที่คัดค้าน ที่ผ่านมาได้รับฟังมาบ้างแล้ว รวมถึงประชาชนต่างๆ ที่แสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียที่มีความเห็นที่หลากหลาย ดังนั้นการลงพื้นที่จะเป็นการพูดคุยในภาคปฏิบัติว่าเราจะสามารถทำอะไรได้ก่อนและหลัง เราควรทำอย่างไรในระยะที่ 1, ระยะที่ 2 และ 3 ทางออกควรจะเป็นอย่างไร โดยบางเรื่องอาจได้ข้อสรุปเลย บางประเด็นอาจต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมา เวลานี้จึงไม่สามารถบอกได้ว่าหลังวันที่ 6 พ.ค.จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กำหนดระยะเวลาหาข้อยุติหรือไม่ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ตอบว่า ให้เร็วที่สุด เราอยากให้ได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุด นโยบายของนายกฯ ต้องการให้ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไข นายกฯ เป็นห่วงเรื่องนี้มาก จึงอยากให้แก้ไขโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเรื่องนี้มีกระแสการคัดค้านประชาชนในพื้นที่ และกระแสสังคมกดดันอยู่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาของความเห็นที่ไม่ตรงกันเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว แต่ถ้าทุกฝ่ายเห็นว่าเราต้องยืนอยู่บนหลักความจริงและความถูกต้อง เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม คิดว่าน่าจะมีทางออกที่จะเกิดขึ้นได้ รัฐบาลพร้อมเปิดกว้างพูดคุย &amp;nbsp;และเท่าที่ทราบ กลุ่มที่คัดค้านอยากพูดคุยด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรายละเอียดต้องมาพูดจาร่วมกัน เช่น ถ้าเขาต้องการให้รื้อทั้งหมด ต้องมาพิจารณาร่วมกันทำได้หรือไม่ ผิดกฎหมายหรือไม่ และประเด็นการพูดคุยไม่สามารถตอบได้ว่าจะจบได้วันนั้นหรือไม่ เพราะบางประเด็นอาจมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด แต่ส่วนตัวยังมองว่าเรื่องนี้น่าจะจบรวดเร็วได้ ถ้าทุกฝ่ายยอมรับในหนทางที่เห็นตรงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าสามารถกันเป็นพื้นที่แนวเขตอุทยานได้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เป็นไปได้ แต่การทำให้เป็นไปได้จะเป็นอย่างไร ใช้กฎหมายข้อไหน ทำได้มากน้อยแค่ไหนใช้เวลาเท่าไหร่ ต้องดูว่าประชาชนเขาต้องการหรือไม่ จะเป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าทุกฝ่ายยอมรับตรงนี้ ต้องหาทางทำให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการใช้มาตรา 44 นั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ บอกว่า ทุกเรื่องถ้าสามารถแก้ได้ด้วยกฎหมายปกติจะเป็นข้อดี เราต้องตระหนักอย่างหนึ่งว่า ถ้าวันหน้าไม่มีมาตรา 44 จะทำอย่างไร และนโยบายของหัวหน้า คสช.ชัดเจนว่าจะใช้มาตรา 44 เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ถ้าเรื่องไหนสามารถหาทางออกด้วยเส้นทางปกติได้ให้ไปเส้นทางนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่า ณ เวลานี้กฎหมายปกติน่าจะแก้ปัญหาได้ การใช้มาตรา 44 อาจจะเห็นผลปุ๊บปั๊บ แต่ไม่รู้ผลกระทบที่ตามมาจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ถ้าเราใช้กฎหมายปกติ ซึ่งมันเคยถูกใช้มาแล้ว ก็น่าจะดีมีประโยชน์มากกว่า ความจริงทางออกมีหลายทาง รอดูกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายสุวพันธุ์เป็นการส่วนตัว แต่ในขั้นตอนนี้ยังไม่มีเรื่องที่ต้องหารือทางกฎหมาย ยกเว้นไปตรวจพบว่าต้องมีการตอบในเชิงกฎหมาย อาจจะมาหารือในภายหลัง โดยการมอบหมายนายสุวพันธุ์ถือเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ไปดูแลทั้งหมด ไปฐานะส่วนกลาง เพราะในพื้นที่มีกองทัพภาค 3 และฝ่ายความมั่นคงดูแลอยู่แล้ว โดยหลังจากลงพื้นที่แล้วจะนำจิ๊กซอว์มาต่อกันเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ส่วนการตัดสินใจขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ถูกต้อง จากนั้นจึงเสนอนายกฯ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร เชื่อว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตใจ ไม่ได้มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ไม่มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีสัญญาณว่ามีความไม่สงบหรือการเมืองเข้ามาแทรกแซงแต่อย่างใด ไม่ว่าเป็นระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่ยากนัก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่พบอะไรที่จะชักจูงหรือนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้รัฐบาลต้องเป็นผู้แก้ไขปัญหา แต่ต้องอาศัยความร่วมมือและความเข้าใจของทั้ง 3 ฝ่าย คือ ตุลาการ ประชาชน และฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม โดยต้องใช้ข้อมูลด้านวิชาการ และเชิงความต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ข้อตกลงเดิมที่มีมาในสมัยรัฐบาลก่อนๆ ที่ผ่านมากว่า 10 ปี คือต้องการให้ศาลมีที่อยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน โดยมีการอนุมัติตั้งแต่รัฐบาลนี้ยังไม่เข้ามา จนกระทั่งมีการก่อสร้างในขณะนี้ ดังนั้นจึงขอให้เห็นใจศาลด้วย การพูดจาให้กระทบกระเทือนศาลไม่ได้ และต้องปล่อยให้เป็นไปตามการดำเนินการของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแนวโน้มการใช้มาตรา 44 &amp;nbsp;นั้น นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบว่าต้องใช้มาตรา 44 ในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ แต่มองว่าคงไม่ถึงขั้นนั้น เพราะคำสั่ง คสช.จะต้องใช้ในทางสร้างสรรค์ ต้องไม่ใช้ในการทุบตึกและรื้อบ้าน ทำลายทรัพย์สินทางราชการ ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ก่อน เพราะตนไม่ได้รับมอบหมายโดยตรง เป็นเพียงผู้รับผิดชอบดูแลพื้นที่พัฒนาภาคเหนือ และส่งที่ปรึกษาไปดูเท่านั้น เพื่อให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อเสนอให้ทำประชามติ รองนายกฯ แจงว่า การทำประชามติถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ต้องตั้งเวทีและตั้งประเด็นเพื่อเข้าคูหากาบัตร จึงไม่จำเป็นต้องถึงขั้นนั้น แต่สามารถทำประชาพิจารณ์ อาจทำได้เนื่องจากเป็นการทำในวงจำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัณรส บัวคลี่ โฆษกเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันที่ 2 พ.ค. ได้รับการติดต่อพูดคุยประสานงานจากทีมงานของนายสุวพันธุ์ &amp;nbsp;เพื่อกำหนดนัดหมายพูดคุยเจรจาหาทางออกกรณีโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ร่วมกับเครือข่ายที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 6 พ.ค. เบื้องต้นทางเครือข่ายได้แจ้งไปแล้วว่า ในการเจรจาดังกล่าวนั้น ขอไม่ให้มีการกลับไปเริ่มต้นที่การตั้งกรรมการหาทางออกขึ้นมาใหม่ แต่ขอว่าเรื่องใดที่สามารถตกลงกันได้ และเรื่องใดที่มีความเห็นพ้องตรงกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายกตัวอย่างเช่น ความจำเป็นต้องฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่โดยเร็ว หรือศาลอาจจะไม่ประสงค์จะใช้พื้นที่แล้ว ซึ่งจะมีการหาพื้นที่ใหม่ และงบประมาณใหม่ให้ &amp;nbsp;เป็นต้น ให้มีการประกาศออกไปก่อน ส่วนเรื่องใดที่ยังติดขัด เช่นการรื้อหรือไม่รื้อนั้น ให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมาเพื่อศึกษา ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้การแก้ไขปัญหาเกิดความติดขัด และทำให้ประชาชนที่รอคอยคำตอบในเรื่องนี้เกิดความรู้สึกเบาใจขึ้น ซึ่งทางคณะทำงานเครือข่ายจะมีการประชุมหารือและจัดเตรียมวาระสำหรับการเจรจาในครั้งนี้โดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อกรณีปัญหานี้นั้น โฆษกเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพแสดงความเห็นว่า เชื่อว่านายกฯ อาจจะไม่สามารถพูดอะไรมากได้ แต่เชื่อว่าน่าจะได้รับทราบข้อมูลต่างๆ ประกอบการพิจารณาตัดสินใจแล้ว เพียงแต่ว่าการจะตัดสินใจบางอย่างติดขัดข้อกฎหมาย จึงกลัวว่าจะมีปัญหาตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในภาพรวมถือว่าการตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาไม่ได้ล่าช้า เพราะอย่างน้อยมีการนัดหมายเจรจากัน และมีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ยังเป็นเพียงแค่ขั้นตอนของการเจรจาเท่านั้น ในส่วนของการรณรงค์เรียกร้องยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอดสัปดาห์นี้ จะเป็นการรณรงค์ด้วยกิจกรรม เขียวไปทั้งเมือง ให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงออกด้วยสัญลักษณ์ริบบิ้นหรือผ้าสีเขียวที่จะมีการติดไปทั่วทั้งเมืองเชียงใหม่&amp;quot; นายบัณรสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 1 พ.ค. เพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ไทยคู่ฟ้า&amp;rdquo; ขอความเห็นปัญหาเรื่องบ้านพักตุลาการจากประชาชนในโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่าในช่วงค่ำของวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น &amp;nbsp;เพจ &amp;ldquo;ไทยคู่ฟ้า&amp;rdquo; ได้โพสต์อีกครั้ง เพื่อขอบคุณทุกความเห็นว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพจไทยคู่ฟ้า ขอขอบพระคุณทุกความเห็นของพี่น้องประชาชน ต่อกรณีปัญหาบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ ซึ่งนับว่าเป็นตัวอย่างของการมีส่วนร่วมในการบริหารงานของภาครัฐได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม มั่นใจได้ว่ารัฐบาลจะพิจารณาและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ เหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงข้อกฎหมาย หลักนิติธรรม และธรรมาภิบาล เช่น การมีส่วนร่วมของประชาชน ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ เพื่อให้ปัญหาคลี่คลายลงด้วยความราบรื่น&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8388</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มที่คัดค้าน, ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ, คสช., นายบัณรส บัวคลี่, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม.44, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพจไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9cd46ae323.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
