<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สวนกุหลาบ&#039;แชมป์แห่สอบ ม.1  รับ 270 สมัคร 1,140 คน ตั้งคณะกก.8 ชุด คุมสนาม ร.ร.ดัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่โรงเรียน (ร.ร.) ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เปิดรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประจำปีการศึกษา 2562 ไประหว่างวันที่ 22-27 มีนาคมนั้น ขณะนี้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กรุงเทพมหานคร ได้รายงานยอดการรับสมัครนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2562 โดย ร.ร.ที่มีผู้สมัครมากที่สุดในระดับชั้น ม.1 ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1.ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย มีแผนการรับนักเรียน จำนวน 270 คน มีผู้สมัครทั้งหมด 1,140 คน 2.ร.ร.นวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล มีแผนการรับนักเรียน จำนวน 405 คน มีผู้สมัครทั้งหมด 938 คน 3.ร.ร.รัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน มีแผนการรับนักเรียน จำนวน 450 คน มีผู้สมัครทั้งหมด 888 คน 4.ร.ร.ศึกษานารี มีแผนการรับนักเรียน จำนวน 450 คน มีผู้สมัครทั้งหมด 821 คน และ 5.ร.ร.มัธยมวัดหนองแขม มีแผนการรับนักเรียน จำนวน 480 คน มีผู้สมัครทั้งหมด 814 คน สำหรับในระดับชั้น ม.4 ของ ร.ร.ใน สพม. 1 ที่มีผู้สนใจเข้าสมัครเข้าศึกษาต่อจำนวนมากมีหลายโรงเรียน เช่น ร.ร.สามเสนวิทยาลัย ที่มีผู้สมัคร จำนวน 652 คน แต่เปิดรับนักเรียนเพิ่มเพียง 130 คน, ร.ร.โยธินบูรณะ มีผู้สมัคร 406 คน แต่เปิดรับเพิ่มเพียง 151 คน, ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย มีผู้สมัคร 280 คน เปิดรับเพิ่ม 39 คน, ร.ร.สตรีวิทยา มีผู้สมัคร 276 คน เปิดรับเพิ่ม 40 คน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สำหรับยอดการรับสมัครนักเรียนชั้น ม.1 ของ สพม. 2 โดย ร.ร.ที่มีผู้สมัครมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ มีแผนการรับนักเรียน จำนวน 585 คน มีผู้สมัครทั้งหมด 1,134 คน 2.ร.ร.สตรีวิทยา 2 มีแผนการรับนักเรียน จำนวน 621 คน มีผู้สมัครทั้งหมด 949 คน 3.ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) มีแผนการรับนักเรียน จำนวน 540 คน มีผู้สมัครทั้งหมด 923 คน 4.ร.ร.เศรษฐบุตรบำเพ็ญ มีแผนการรับนักเรียน จำนวน 560 คน มีผู้สมัครทั้งหมด 845 คน และอันดับที่ 5.ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า มีแผนการรับนักเรียน จำนวน 360 คน มีผู้สมัครทั้งหมด 744 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo; โดยภาพรวมจองการรับสมัครเป็นไปอย่างเรียบร้อย ทั้งนี้ สำหรับกลุ่มโรงเรียนอัตราการแข่งขันสูง จะมีการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อชั้น ม.1 ในวันที่ 30 มีนาคม สพฐ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามการรับนักเรียน จำนวน 8 คณะ โดย 4 คณะแรกจะแบ่งสายออกตรวจสนามสอบในวันสอบ เพื่อดูแลการสอบให้เป็นไปอย่างโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม โดยคณะที่ 1 นายสนิท แย้มเกสร รองเลขาธิการ กพฐ.เป็นหัวหน้าคณะ ตรวจสนามสอบ ร.ร.ฤทธิยะวรรณาลัย คณะที่ 2 นายพีระ รัตนวิจิตร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนรองเลขาธิการ กพฐ. เป็นหัวหน้าคณะ ตรวจสนามสอบ ร.ร.เทพศิรินทร์ คณะที่ 3 นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผอ.สำนักอำนวยการ สพฐ. เป็นหัวหน้าคณะ ตรวจสนามสอบ ร.ร.ทวีธาภิเษก คณะที่ 4 นางลาวัลย์ ตรีเนตร ผู้เชี่ยวชาญ สพฐ.เป็นหัวหน้าคณะ ตรวจสนามสอบ ร.ร.ศรีอยุธยา ส่วนอีก 4 คณะจะออกตรวจโรงเรียนในวันประการศผลที่ ร.ร.หอวัง ร.ร.สตรีวิทยา ร.ร.สุรศักดิ์มนตรี และร.ร.สารวิทยา และระดับชั้นม. 4 จะมีการจัดสอบวันที่ 31 มีนาคมนี้&amp;rdquo; เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32449</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, รร.ดัง, สอบเข้าม.1, โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9c9b660c27b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2019 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2019 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.ให้อำนาจ&#039;ผอ.&#039;พิจารณาปิดโรงเรียนต่อหาก PM2.5ยังกระทบกับเด็ก แต่ต้องเรียนผ่านออนไลน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.62- นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีนโยบายให้โรงเรียนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 หยุดการจัดการเรียนการสอนช่วง วันที่ 30 มกราคม และ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาแล้วนั้น สำหรับการพิจารณาเปิด/ปิดสถานศึกษาตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ &amp;nbsp;เป็นต้นไป ขอให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาพิจารณาตามสภาพของสถานการณ์ของฝุ่น ณ จุดที่ตั้งของโรงเรียน และพิจารณาเปิดหรือปิดสถานศึกษาได้ตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ให้พิจารณาผลกระทบที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของนักเรียนเป็นสำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องปิดเรียนต่อเนื่อง ขอให้สถานศึกษาแนะนำให้นักเรียนได้เรียนผ่านระบบการเรียนการสอนทางไกล (DLTV) ที่มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดส่งสัญญานทั้งทางระบบโทรทัศน์และ Internet &amp;nbsp;หรือ เสนอแนะให้ทบทวนความรู้จากแอปพลิเคชั่น ติวฟรี.คอมหรือจัดสอนสดผ่านช่องทางสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตหรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม ทั้งนี้หากสถานศึกษาใดต้องการสนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่นพิษให้นักเรียนกลุ่มเสี่ยงหรือนักเรียนที่ผู้ปกครองไม่มีความพร้อมในการจัดหาให้ &amp;nbsp;สพฐ. ยินดีที่จะสนับสนุน ซึ่งสามารถประสานขอรับการสนุนได้ที่ สพฐ.โดยตรง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28202</URL_LINK>
                <HASHTAG>DL TV, ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, หยุดเรียน, เรียนผ่านระบบการเรียนทางไกล, เลขาฯกพฐ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4ff405d533e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บุญรักษ์&quot;แสดงอาการงง ข้อสอบผอ.รร.รั่วได้ไง ทั้งที่ให้กศจ.จัดการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ม.ค.62- นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบผู้อำนวยการโรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีการสอบไปเมื่อเร็วๆ นี้ มีในบางพื้นที่โดยเฉพาะในเขตพื้นที่การศึกษาที่มีการออกข้อสอบด้วยตัวเอง อาจจะมีความไม่ชอบมาพากลในการสอบเกิดขึ้น ซึ่งบางเขตพื้นที่มีข้อสอบรั่วไหล และมีการจ่ายเงินหัวละ 400,000 บาท &amp;nbsp;เพราะการออกสอบจะออกโดยเขตพื้นที่เอง ซึ่งมีจำนวนหลายเขตพื้นที่ ว่า เรื่องนี้ตนมีความรู้สึกกังวล แต่หากได้พิจารณาทบทวนดูจะพบว่า การตัดสินใจออกข้อสอบเองหรือจ้างมหาวิทยาลัยออกข้อสอบก็ตามจะเป็นมติที่ออกมาจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน ซึ่งทุกฝ่ายได้ดำเนินการมาอย่างรอบด้านและเหมาะสมแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ผ่านมาเราได้วางแผนการดำเนินการจัดสอบผู้อำนวยการโรงเรียนสังกัด สพฐ.อย่างรัดกุมทั้งการให้ กศจ.เป็นผู้ออกข้อสอบ เพราะจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นของข้อสอบรั่วไหลเหมือนในอดีตที่ให้ส่วนกลางเป็นผู้ออกข้อสอบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าระหว่างการจัดส่งข้อสอบจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดังนั้นเมื่อให้เขตพื้นที่เป็นผู้ออกข้อสอบก็ต้องรับผิดชอบกันเอง อีกทั้งสัดส่วนของผู้ที่สอบได้ก็ไม่ได้มากหรือน้อย &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามในส่วนของ สพฐ.เองยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวหรือพบเบาะแสแจ้งเข้ามาแต่อย่างใด แต่ขอยืนยันว่าถ้าพบมีเรื่องทุจริตเกิดขึ้นในการสอบครั้งนี้เราจะลงโทษอย่างเด็ดขาดแน่นอน ซึ่งหากเป็นผอ.เขตพื้นที่เข้าไปเกี่ยวข้องก็จะเป็นอำนาจตนที่จะจัดการ หรือถ้าเป็นศึกษาธิการจังหวัดก็จะเป็นอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดำเนินการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27803</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กศจ., ข้อสอบผอ.โรงเรียนรั่ว, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf3e81db4db9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.ให้นโยบายไม่รับเด็กอนุบาล 1 ชี้ให้เป็นหน้าที่ อปท.-สถานศึกษาเอกชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 20 พ.ย. นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการวางแผนการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2562 ซึ่งมีประเด็นเพิ่มเติมใน เรื่อง การรับนักเรียนระดับอนุบาล ที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 54 ที่ระบุให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายนั้น สพฐ. ได้ดำเนินการชี้แจงและทำความเข้าใจกับโรงเรียนได้รับทราบข้อมูลการรับนักเรียนระดับอุนบาลใหม่ว่ามี 3 ระดับ ได้แก่ อนุบาล 1 อายุ 3 ขวบ อนุบาล 2 อายุ 4 ขวบ และอนุบาล 3 อายุ 5 ขวบ ดังนั้น การดำเนินการของ สพฐ.ต่อจากนี้ไปในส่วนของการรับนักเรียนอนุบาลนั้น สพฐ.จะไม่รับเด็กอนุบาล 1 แต่จะรับเด็กอนุบาล 2 และ 3 โดยให้โรงเรียนทุกแห่งถือเป็นนโยบายปฏิบัติให้เกิดขึ้นในทิศทางเดียวกันด้วย อย่างไรก็ตาม การที่ สพฐ.กำหนดเริ่มรับเด็กตั้งแต่อนุบาล 2 และ 3 นั้นถือว่าไม่ได้ผิดกฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่าให้รัฐมีหน้าที่จัดการศึกษา ดังนั้นทั้ง อปท.และสถานศึกษาเอกชนก็เป็นหน่วยงานรัฐเช่นกันไม่เฉพาะเจาะจงแค่ สพฐ.เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; สำหรับสาเหตุที่ สพฐ. ไม่การรับเด็กอนุบาล 1 เพราะไม่ต้องการให้เกิดการรับเด็กซ้ำซ้อนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และสถานศึกษาเอกชน ซึ่งทั้งสองหน่วยงานทำได้ดีอยู่แล้ว หากมีพื้นที่ไหนที่ไม่มี อปท.หรือสถานศึกษาเอกชนจัดการศึกษาระดับอนุบาล 1 สพฐ.ก็จะประสานสำนักงานปลัด ศธ.ให้มอบอำนาจให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ทำหน้าที่ในการพิจารณาอนุญาตให้โรงเรียน สพฐ.เปิดรับเด็กอนุบาล 1 ได้ ทั้งนี้การดำเนินการเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้หารือร่วมกับ อปท.เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนในการจัดการศึกษา&amp;rdquo; เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22377</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., การรับนักเรียนอนุบาล, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf3f9b73fc7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ยอดสมัครครูทะลุ.5แสน เขตกทม.เยอะมากที่สุดกำชับทุกเขตฯห้ามมีทุจริต           </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23ก.ค.61-นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ปี 2561 รอบทั่วไป โดยเปิดรับสมัครสอบแข่งขัน วันที่ 18-24 ก.ค. 2561 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ วันที่ 31 ก.ค. 2561 สอบข้อเขียน ภาค ก ความรอบรู้ ความสามารถทั่วไป และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม และอุดมการณ์ความเป็นครู มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา วันที่ 18 ส.ค.2561 &amp;nbsp;สอบภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง วันที่ 19 ส.ค. 2561 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ วันที่ 27 ส.ค. 2561 สอบสัมภาษณ์ ภาค ค วันที่ 1 ก.ย.2561 ประกาศผลสอบวันที่ 6 ก.ย. 2561 และบรรจุแต่งตั้งภายในวันที่ 1 ต.ค.2561 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในการสอบแข่งขันครูผู้ช่วยครั้งนี้ มีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ที่เปิดรับสมัคร จำนวน 74 แห่ง และ 1 สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) มีอัตราว่างทั้งหมด 6,024 อัตรา ใน 90 กลุ่มสาระวิชา ซึ่งจากการเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 18-22 ก.ค.พบว่า มีผู้สนใจสมัครเข้าสอบ จำนวน 155,105 คน ทั้งนี้สำหรับ กศจ.ที่มีผู้สมัครสูงสุดจำนวน 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับที่ 1 กศจ.กรุงเทพฯ มีผู้สมัครจำนวน 8,282 คน อันดับที่ 2 กศจ.นครราชสีมา7,555 คน อันดับที่ 3 กศจ.สุรินทร์ 7,198คน อันดับที่ 4 กศจ.อุบลราชธานี จำนวน 5,291 คน และอันดับที่ 5 กศจ.ปทุมธานี 4,995 คน และเหลือเวลาในการเปิดรับสมัครเพียง 2 วันเท่านั้น แต่ในเร็วๆ นี้ ตนจะเรียกประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เพื่อกำชับมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบ &amp;nbsp;รวมถึงจะมอบหมายให้คณะกรรมการที่เป็นสายลับไซเบอร์ สำรวจคอร์สการติวสอบครูผู้ช่วยต่างๆ พร้อมทั้งเชิญผู้ที่เปิดคอร์สมาหารือด้วยว่า ผู้ที่เปิดคอร์สติวดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้หรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13945</URL_LINK>
                <HASHTAG>กศจ.กทม., นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ยอดสมัครครูผู้ช่วย1.5แสน, สมัครสอบครูผู้ช่วยปี61, ห้ามมีทุจริตสอบครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180301/image_big_5a976c5a94365.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2018 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2018 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุญรักษ์&#039;คาดโทษเขตพิ้นที่ฯห้ามมีรร.โกงอาหารเด็กอีก! สั่งตรวจทุกรร.ในความรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.61-นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตนได้ประชุมชี้แจงผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนท์ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศถึงการบริหารงานโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งตนได้กำชับข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ให้ดำเนินโครงการอาหารกลางวันเด็กให้ถูกหลักโภชนาการ โดยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ย้ำกับเขตพื้นที่ว่าการบริหารจัดการอาหารกลางวันต้องสร้างระบบที่เคร่งครัดมีการวางแผนการทำงานร่วมกับครู และ ผู้ปกครอง รวมถึงปริมาณสารอาหารจะต้องมีความเหมาะสม โดยการจะต้องจัดทำเมนูอาหารตามหนังสือสั่งการจาก สพฐ.เรื่องการจัดทำเมนูอาหาร Thai School Lunch อย่างถูกต้องและเหมาะสม ทั้งนี้หากเขตพื้นที่ใดไม่ปฎิบัติตามจนทำให้เกิดเหตุความไม่ชอบมาพากลของโครงการอาหารกลางวันอีกผู้อำนวยการเขตพื้นที่จะต้องรับผิดชอบ และหากตรวจสอบพบทุจริตผู้บริหารก็จะต้องโดนโทษวินัยอย่างแน่นอน ดังนั้นเขตพื้นที่จะต้องสำรวจโรงเรียนในสังกัดของตัวเองแบบปูพรมว่า แต่ละแห่งมีแผนบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันที่เหมาะสมหรือไม่ และหากโรงเรียนใดยังมีจุดบกพร่องก็เข้าไปช่วยวางแผนดำเนินการ ส่วนผลสืบข้อเท็จจริงผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี ให้เด็กนักเรียนกินขนมจีนกับน้ำปลานั้น ตนกำลังรอผลสรุปการสืบข้อเท็จจริงอยู่ เนื่องจากตนได้สั่งการให้สืบสวนเพิ่มเติมในส่วนของประเด็นที่พบการทุจริตเพิ่มของผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานเรื่องโครงการอาหารกลางวันร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในฐานะที่อปท.เป็นเจ้าของเงินงบประมาณอยากให้ปรับปรุงในส่วนไหนหรือไม่ นายบุญรักษ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ อปท.ได้โอนเงินงบประมาณที่จะใช้จ่ายเรื่องค่าอาหารกลางให้รวดเร็วกว่าเดิม เพราะโรงเรียนจะได้เตรียมความพร้อมได้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในส่วนของเรื่องการจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น งบประมาณ 6 แสนบาทต่อโรงเรียน ในเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดยโสธรนั้น สพฐ.ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะดูระบบการตั้งงบประมาณของโครงการนี้ทั้งหมดว่ามีสิ่งผิดปกติในจุดไหนบ้าง หากพบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป &amp;nbsp;ทั้งนี้ตนก็รับทราบว่าในส่วนของคณะทำงานของ รมว.ศธ. ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้วเช่นกัน .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10994</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, อาหารกลางวันนักเรียน, เลขาฯกพฐ., โกงอาหารกลางวันเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180609/image_big_5b1b374c18c59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 22:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เด้ง&quot;ณรงค์  &quot;มือเซ็นอนุมัติซื้อครุภัณฑ์ &quot;หมอธี &quot;ลั่นจะสาวให้เจอ&quot;ไอ้โม่ง&quot;ตัวสั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด้ง&amp;ldquo;ณรงค์&amp;rdquo; มือเซ็นอนุมัติงบฯจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะฯ ไปนั่ง ศธภ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;รวมทั้ง โยกผอ.2สำนักที่กี่ยวข้องด้วย &amp;ldquo;หมอธี&amp;rdquo; เผยตั้งกก.สอบสาวถึงต้นตอ&amp;quot;ใคร&amp;quot;สั่งการเซ็นอนุมัติงบฯ ทั้งที่มีเรื่องร้องเรียนอยู่ ด้าน &amp;ldquo;บุญรักษ์&amp;rdquo; เผยเผยมีผอ.สพท.10 รายเกี่ยวข้องจัดซื้อครุภัณฑ์ฯ โดนย้ายไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) ให้ดำรงตำแหน่ง ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) 15 (ภาคเหนือตอนบน) ซึ่งการโยกย้ายดังกล่าว ตนถือว่านายณรงค์ยังไม่ได้มีการทุจริตเกิดขึ้น เพราะยังไม่มีความเสียหายแต่เป็นเพียงข้อหาที่ไม่ทำตามนโยบายของตน กรณีที่ผู้ค้าร้องเรียนว่า ขอให้ตรวจสอบการจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น ในเขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดยโสธร งบประมาณ 6 แสนบาทต่อโรงเรียน ว่าอาจจะมีการล็อกสเป็ก ซึ่งมีการแจ้งจัดสรรใน 458 โรงเรียน งบฯทั้งสิ้น 279 ล้านบาท แต่ภายหลังเมื่อมีการอนุมัติงบฯ พบว่า มีโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรรทั้งหมด 600 กว่าโรง แต่กลับมีการเซ็นอนุมัติงบประมาณลงไปให้ทั้งๆ ที่ตนสั่งให้หยุดการดำเนินการเพื่อตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในโครงการนี้ไว้ก่อน &amp;nbsp;โดยขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว ส่วนใครจะเป็นประธานยังไม่ขอบอก &amp;nbsp;ซึ่งตนอยากให้มีการสืบสวนเรื่องนี้ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง เพราะโครงการนี้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2560 และยังพบข้อมูลว่าไมได้มีการสำรวจความต้องการของโรงเรียนแต่อย่างใด แต่มีการจัดทำไปก่อนและค่อยมาสอบถามโรงเรียนภายหลังว่าจะเอาหรือไม่เอาครุภัณฑ์ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องโยกย้ายนายณรงค์ออกจากตำแหน่งไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า โดยมารยาทแล้ว ถึงจะดำรงตำแหน่งรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) แต่ก็จะไม่มีใครกล้าเซ็นคำสั่งเรื่องงบประมาณและบุคลากร นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ต้องมีการสอบสวนต่อไปถึงใครก็โดนหมด รวมทั้งจะเรียกให้นายณรงค์มาชี้แจง เพราะเท่าที่ทราบการเซ็นอนุมัติในช่วงนั้นผู้บังคับบัญชาไม่อยู่แต่รักษาการก็มีสิทธิเซ็นได้ &amp;nbsp;ซึ่งการชงเรื่องนี้ขึ้นมานั้นก็ไม่ใช่ผอ.สำนักมัธยมแต่เป็นรักษาการ แต่ก็ต้องถูกตรวจสอบเช่นกัน และจากที่ตนสอบสวนเบื้องต้นคนที่เป็นเจ้าของเรื่องจริงๆได้สั่งการมาแล้วว่าอย่าเซ็น &amp;nbsp;ดังนั้น ตนต้องตรวจสอบต่อว่าใครเป็นคนสั่งการให้เซ็นอนุมัติงบกันแน่ ทุกระดับของการสั่งการเป็นอย่างไรหรือตั้งใจชงเรื่องนี้ขึ้นมา &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สุดท้ายหากเรื่องนี้ถูกตรวจสอบแล้วว่าเซ็นต์อนุมัติไปโดยความถูกต้องก็ให้อนุมัติย้ายกลับมาได้ เพราะการย้ายออกจากพื้นที่ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ผมยังพบเรื่องร้องเรียนในโครงการเดียวกันอีกว่า ครุภัณฑ์ฝึกทักษะนั้นกลับเป็นงบการจัดซื้อชั้นวางหนังสือเรียน และยังมีการล็อคสเปกด้วย &amp;nbsp;ซึ่งหากไปดูรายละเอียดก็ต้องมีคำถามว่าสิ่งเหล่านี้ตอบโจทย์การฝึกทักษะอย่างไร ผมบอกได้เลยว่าเรื่องนี้อีกยาว แต่ในเบื้องต้นใครเป็นผู้เซ็นต์อนุมัติงบทั้งๆที่มีเรื่องร้องเรียนอยู่ก็ต้องรับผิดชอบ โดยจะจงใจหรือไม่จงใจผมไม่รู้แต่ความไม่ชอบมาพากลของโครงการนี้มีแน่นอนทั้งเชิงนโยบายและปฎิบัติ และผมมีคำถามว่าปกติใครมันจะเซ็นทั้งๆที่มีเรื่องร้องเรียนกันอยู่ ส่วนบุคคลใดจะเข้ามาดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ กพฐ.ที่ว่างนั้น ผมยังไม่ได้พิจารณา&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาฯ กพฐ.กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว &amp;nbsp;ซึ่งได้โยกย้ายข้าราชการตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนัก จำนวน 2 ราย ที่เป็นผู้เสนอเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อไม่ให้เกี่ยวข้องกับการสืบข้อเท็จจริง สำหรับการดำเนินการในเรื่องนี้ ตนได้สั่งในไลน์ของผู้บริหารอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนที่มีการหาผู้ขายไว้แล้ว จะไม่มีการโอนเงินใดๆ ทั้งสิ้นจนกว่าจะสอบข้อเท็จจริง แต่เบื้องต้น สพฐ.จะไม่มีการจัดงบประมาณลงไปให้อยู่แล้ว แต่บังเอิญว่ามีบริษัทที่เป็นผู้ขาย และทำหนังสือทวงการโอนเงินงวดมายังตน เนื่องจาก เป็นผู้ที่ได้งาน ซึ่งรู้ว่าบริษัทดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับกับตน ในฐานะเลขาธิการ กพฐ.แล้ว และหากไม่ได้รับเงินก็จะฟ้องร้อง &amp;nbsp;แต่ต้องหยุดการดำเนินการ เพราะจะต้องตรวจสอบให้มีความกระจ่างก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ทั้งนี้หากการตรวจสอบไม่พบความผิดปกติก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งนี้ผมจะต้องไปตรวจสอบว่าการตั้งงบประมาณ ใครเป็นผู้ตั้ง &amp;nbsp;เพราะงบถูกตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2560 คงต้องย้อนไปดู และจากที่ผมได้ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไม่มีการขอ และ สพฐ.ยกเลิกไม่มีการจัดสรรตั้งแต่แรกแล้ว แต่กลับมีการเซ็นต์แจ้งจัดสรรไปจริง &amp;nbsp;แต่ยังไม่มีการโอนเงินให้ เนื่องจากผิดนโยบายของ รมว.ศธ. อย่างไรก็ตาม การทุจริตของ สพฐ.ต่างๆผมได้มีการดำเนินการโยกย้ายผอ.เขตพื้นที่แล้ว จำนวน 10 ราย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวก็เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10755</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อครุภัณฑ์ยโสธร, ณรงค์ แผ้วพลสง, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ยโสธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b16866369527.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
