<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2020 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปณิธาน&#039;ออกบทความ&#039;ทางเลือกและทางรอดหลังกรณีสังหารหมู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.พ.63-นายปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการ และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของนายกรัฐมนตรี โพสต์บทความในเฟซบุ๊ก Panitan Wattanayagorn เรื่อง &amp;quot;ทางเลือกและทางรอดหลังกรณีสังหารหมู่
Surviving the Mass Shootings&amp;quot; ระบุว่า &amp;ldquo;การก่อเหตุร้ายเป็นวงกว้าง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;การสังหารหมู่&amp;rdquo; หรือ การสังหารผู้คนเป็นจำนวนมาก ๆ ในครั้งเดียวกัน นอกจากจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัวผู้ที่สูญเสียแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นของประชาชนโดยทั่วไปด้วย อีกทั้งยังอาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศในระยะยาว จึงจำเป็นจะต้องมีมาตราการที่เหมาะสมมาป้องกันหรือรองรับ
ในสหรัฐอเมริกา การสังหารหมู่โดยการใช้อาวุธปืน ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเกิดขึ้นทุก ๆ 12-13 วันจากการศึกษาของ Lankford ที่ไปศึกษาเหตุการณ์ใน 171 ประเทศ เมื่อปี 2016 ซึ่งของอเมริกานับเป็นสัดส่วนกว่า 30% เมื่อเทียบกับของทั้งโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเทศไทย ยังไม่มีการรวบรวมสถิติแบบเดียวกัน และเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นที่โคราช ก็ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ในสังคมไทย แต่เราก็มีความจำเป็นที่จะต้องถอดบทเรียนของเราเองและนำเอาบทเรียนของประเทศอื่น ๆ ที่คล้ายกับเรามาปรับใช้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแบบเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันขึ้นอีก
มาตรการของหลาย ๆ ประเทศที่น่าสนใจ ก็คือ 1. เร่งรัดยกระดับมาตรการการรักษาความปลอดภัย การควบคุมอาวุธปืน ทั้งในเมือง ในศูนย์การค้า และในชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย หรือเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในรูปแบบอื่น ๆ &amp;nbsp;2. เยียวยาผู้ที่สูญเสียและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างรวดเร็ว
3. บรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และจิตวิทยาของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม 4. เริ่มดำเนินการระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ รวมทั้งการปรับแนวทางการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน และการสื่อสารสมัยใหม่ของบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่พูดกันมากที่สุดเรื่องหนึ่งในเวลานี้ ก็คือการสื่อสารในยามวิกฤต ซึ่ง James Meindl และ Jonathan Ivy (ในวารสาร American Journal of Public Health เมื่อสามปีก่อน) ได้ชี้ให้เห็นว่าองค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ได้ศึกษาเรื่องนี้มากว่า 50 ปีแล้ว และก็มีข้อแนะนำที่น่าสนใจว่า 1. ไม่ควรใส่อารมณ์ความรู้สึกเข้าไปในการรายงานข่าว 2. ไม่ควรพาดหัวข่าวใหญ่โตเกินไป 3. ไม่ควรด่วนสรุปว่าเป็นเพราะสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง เพราะในความเป็นจริง จะมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน &amp;nbsp;4. ไม่ควรจะรายงานซ้ำ ๆ หรือย้ำบ่อย ๆ 5. ไม่ควรจะนำเสนอขั้นตอนการสังหารโดยละเอียด อันจะนำไปสู่การลอกเลียนแบบ หรือการเรียนรู้ได้ง่าย 6. จำกัดการนำเสนอของรูปภาพและคลิปวีดิโอให้น้อย เพื่อลดผลกระทบลง 7. ระมัดระวังในการนำเสนอ ไม่ให้ผู้กระทำผิดถูกยกย่องชื่นชมหรือเป็นแบบอย่าง รวมทั้งเรื่องการสังหารตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งข้อแนะนำดังกล่าว ทางรัฐบาลอเมริกัน โดย FBI ได้นำไปเป็นนโยบายในการสื่อสารชื่อว่า &amp;ldquo;อย่าไปเอ่ยชื่อเขา&amp;rdquo; (Don&amp;rsquo;t Name Them) และได้นำไปใช้ในกรณีที่อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเรือนจำชาวอเมริกันที่มีพ่อแม่อพยพมาจากอัฟกานิสถานได้สังหารคนที่มาเที่ยวไนต์คลับไป 49 คนและบาดเจ็บอีก 53 คน ที่เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา เมื่อหลายปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ James Meindl และ Jonathan Ivy ยังได้มีข้อเสนอที่น่าสนใจในการสื่อสารอีก 5 ประการ คือ 1. สื่อสารให้เห็นถึงความน่าละอาย การละเมิดศีลธรรม จรรยาบรรณ ความขลาดกลัวของมือสังหาร ซึ่งจะป้องกันไม่ให้ผู้ทำผิดถูกชื่นชมหรือยกย่อง 2. หลีกเลี่ยงการอธิบายเหตุผลของมือสังหาร เพราะซับซ้อน และจะทำให้คนอื่นที่มีปัญหาคล้าย ๆ กัน อาจเลือกแนวทางรุนแรงเป็นทางออกได้ 3. ลดเวลาออกอากาศให้สั้นหรือให้พื้นที่การสื่อสารให้น้อย เพราะการให้เวลาหรือให้พื้นที่สื่อมาก ๆ จะเป็นการให้รางวัลและเพิ่มสถานะทางสังคมของผู้ทำผิด
4. ควบคุมการให้ข่าวและการแถลงข่าวสดหลังเหตุการณ์ ถึงแม้ว่าอาจจะมีความต้องการบริโภคข้อมูลเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้เกิดความน่าสนใจหรือ &amp;ldquo;ความตื่นเต้น&amp;rdquo; เกินความจำเป็น 5. นำเสนอแต่ข้อเท็จจริงสั้น ๆ อย่าผลิตหรือทำซ้ำอะไรที่เป็น &amp;ldquo;ดราม่า&amp;rdquo; โดยเฉพาะไม่ควรพาดหัวว่า &amp;ldquo;Breaking News&amp;rdquo; เพื่อสร้างความเร้าใจเพิ่มขึ้น
6. ไม่ควรลำดับเหตุการณ์โดยละเอียดทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการสังหาร เพราะรายละเอียดเหล่านี้จะถูกนำไปลอกเลียนแบบได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ สังคมไทยก็คงจะต้องพิจารณากันว่า อะไรจะเป็นทางเลือก อะไรจะเป็นทางรอดของเรา จากความรุนแรงที่น่ารังเกียจและสมควรได้รับการประณามเช่นนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56711</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ทางเลือกและทางรอดหลังกรณีสังหารหมู่, นายปณิธาน วัฒนายากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5bdfdc32e4ee3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ปณิธาน&#039;ชี้สถานการณ์สหรัฐ-อิหร่านยังไม่ส่งผลกระทบไทย​ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ​ (กมช.) กล่าวถึงสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน​ว่า เมื่อช่วงเช้านี้ทางฝ่ายเศรษฐกิจของตนได้ให้ข้อมูลและชี้แจงว่าในชั้นนี้ยังไม่กระทบอะไรต่อประเทศไทย​ แต่ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง และดูว่าสถานการณ์พูดคุยเจรจาในช่วงนี้จะสำเร็จหรือไม่ เราต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปณิธานกล่าวว่า ในระยะกลางต้องดูเกี่ยวกับความขัดแย้งที่อาจจะปะทุขึ้นมาในบางพื้นที่ เพราะในตะวันออกกลางมีบางพื้นที่ที่เป็นเป้าหมายอยู่​ และขณะนี้มีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังกัน คิดว่าทุกประเทศ​ รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศสภาความมั่นคงแห่งชาติจะแจ้งเตือนกันไป​ ขณะที่ในระยะยาวต้องดูว่าการพูดคุยในเรื่องของการไม่สะสมอาวุธนิวเคลียร์นั้นจะสำเร็จหรือไม่​ ซึ่งตรงนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจการลงทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ถ้าสองปัจจัยคือ​ ระยะสั้นไม่มีการปะทุในบริเวณรอบๆ​และในบางพื้นที่ที่เฝ้าระวังในทวีปยุโรป​ รวมถึงบางประเทศในเอเชีย ส่วนในระยะยาวอีหร่านไม่เดินออกจากข้อตกลงจริงๆ คิดว่าภาพรวมอาจจะดีกว่าที่เราประเมินไว้ตอนแรก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า​ การตั้งรับของประเทศไทยต้องทำอย่างไร นายปณิธาน​ กล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้สั่งการให้มีการดูแลในภาพรวมของความเรียบร้อยโดยปกติ ความจริงเราได้เฝ้าระวังมาตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่ ฉะนั้นสถานการณ์ในขณะนี้เรียบร้อยดี​ แต่ประมาทไม่ได้​ เพราะคงจะจำกันได้เคยมีประสบการณ์ในเรื่องที่มีความพยายามที่จะโจมตีผลประโยชน์ของบางประเทศเป็นระยะๆในรอบหลาย 10 ปี แต่ในช่วง​ 4-5​ ปีหลังนี้ถือว่าราบรื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่าท่าทีของไทยยังไม่ควรทำอะไรทั้งสิ้นและรอฟังก่อนใช่หรือไม่ นายปณิธานกล่าวว่า​ ประเทศส่วนใหญ่เป็นกลาง มีท่าทีที่เป็นกลาง สหประชาชาติ​ สหภาพยุโรป​ และหลายประเทศ​ รวมทั้งเพื่อนบ้านของไทยก็มีท่าทีที่เป็นกลาง​ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในเรื่องของการที่จะลดความตึงเครียดลง​ &amp;nbsp;มีไม่กี่ประเทศที่เลือกข้างโดยชัดเจน​ ค่อนข้างน้อย &amp;nbsp;ยกเว้นประเทศที่น่าจับตาดูคือแคนาดา เพราะคนของเขาเสียชีวิตในกรณีเครื่องบินตก ซึ่งกรณีเครื่องบินตกกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งภายในอิหร่านเอง มีการเดินประท้วง​ มีความรุนแรงนิดหน่อย ตรงนี้ต้องดูว่าในประเทศอิหร่านเองจะมีอะไรที่จะปะทุและบานปลายหรือไม่​ ถือเป็นพัฒนาการใหม่หลังจากที่เ​มื่อวัน​ 11​ ม.ค.ผ่านมาที่ทางการอิหร่านยอมรับว่าเกิดข้อผิดพลาดจนทำให้เกิดความสูญเสียขึ้น สิ่งนี้คือผลพวง ที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษบ้างในกรณีความขัดแย้งภายใน แต่คงไม่เกี่ยวข้องกับใครโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในส่วนของอาเซียนจะมีการพูดคุยถึงท่าที ของอาเซียนต่อเรื่องนี้หรือไม่ นายปณิธาน​ กล่าวว่า ปกติที่ประชุมว่าด้วยเรื่องความมั่นคงของอาเซียนมีประเทศรวมกันเกือบ 30 ประเทศที่จะพูดคุยและประเมินสถานการณ์เป็นระยะ​ โดยในวงรอบการประชุมน่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าไปหารือในแง่ของการประเมินสถานการณ์ในภาพรวม​ แต่ในระยะสั้นคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องของบางประเทศที่แลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันอยู่ในหมู่ของประเทศอาเซียน ซึ่งเข้าใจว่ามาเลเซียกับบางประเทศในอาเซียนก็มีการพูดคุยกัน​ เช่นเดียวกับเรา ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า​ มีจุดที่เราจะต้องจับตาโดยเฉพาะ อย่างจังหวัดชายแดนใต้หรือไม่ นายปณิธาน​ กล่าวว่า เป็นการดูเรื่องคนเข้า-ออกมากกว่า​ และในระยะนี้บางประเทศเขาจับตาดูเป็นพิเศษมากกว่าเรา &amp;nbsp;ซึ่งเราขอให้เขาแจ้งเตือนเรา ประชาคมข่าวจะเฝ้าระวังบางกลุ่ม โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านเรา​ 2-3​ ประเทศ มีความเคลื่อนไหวบางอย่างก่อนหน้านี้​ ซึ่งไม่ทราบว่าจะเกี่ยวข้องกันหรือไม่ เพราะก่อนปีใหม่มีการจับความเคลื่อนไหวของบางประเทศ แต่ของเราไม่มีอะไรเราจึงขอข้อมูลและแลกเปลี่ยนกันว่าความเคลื่อนไหวเหล่านี้เกี่ยวข้องหรือไม่ ตนเชื่อว่าช่วงนี้คงน่าจะประเมินได้แล้วว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นอย่างไร​ แต่ส่วนใหญ่ถือว่าไม่มีอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่เขาแจ้งเตือนกันคือ​ การเข้า-ออกของประเทศเพื่อนบ้านเรา เพราะต้องเฝ้าระวังผู้ต้องสงสัย ที่เข้าออกอยู่2-3​ ประเทศในภูมิภาคเรา ซึ่งมีความการเข้า-ออกผิดปกตินิดหน่อย เขาจึงได้แจ้งเตือนกัน แต่ของเราไม่มีการเข้า-ออกผิดปกติ​ จึงถือว่ายังไม่มีอะไรในขณะนี้​ เพื่อนบ้านก็ดูปกติแล้ว​&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54417</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปณิธาน วัฒนายากร, สถานการณ์, สหรัฐ-อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5bdfdc32e4ee3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายหนุน - ต้าน &#039;บิ๊กตู่&#039; ขยับ  แต่ไม่อยู่ระดับ &#039;น่ากังวล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังผลการโหวตลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่เทคะแนนให้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เป็นสมัยที่ 2 ถึง 500 คะแนนเสียง ซึ่งล่าสุด &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; ได้ออกมาขอบคุณทั้งสองสภาที่ให้การสนับสนุน และทำให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถึงแม้การลงมติในสภาจะจบลงด้วยความเรียบร้อย แต่สถานการณ์ภายนอกสภาก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องไม่ลืมว่าการลงมติเลือก พล.อ.ประยุทธ์ครั้งนี้ มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งมีทั้งคนในสภาและคนนอกสภา รวมถึงกลุ่มเคลื่อนไหวและนักกิจกรรมทางการเมืองต่างๆ ที่อาจจะก่อตัวขึ้นได้ตลอดเวลาในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่นี้ ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลได้ประเมินและติดตามอย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย &amp;ldquo;นายปณิธาน วัฒนายากร&amp;rdquo; ที่ปรึกษา &amp;ldquo;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;rdquo; รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลาโหม ได้ประเมินสถานการณ์ในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า สถานการณ์ในช่วงนี้แบ่งออกในประเด็นแรก คือ ขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองยังอยู่ในสภาเป็นส่วนใหญ่ ตราบใดที่การเมืองและการเคลื่อนไหวยังอยู่ในสภา เดินตามกติกา ก็ไม่มีอะไรที่น่ากังวล ประเด็นที่สอง ในบางกลุ่มที่อาจจะทำงานในสภาไม่ได้ ซึ่งก็มีหลายพรรคการเมืองที่ผิดหวัง ที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ปัญหาเรื่องความไม่พร้อม ปัญหาที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง มีปัญหามากมายหลายกลุ่ม คิดว่ากลุ่มเหล่านี้อาจจะใช้โอกาสที่มีการเปิดกว้างทางการเมืองออกมาเคลื่อนไหวนอกสภา ซึ่งนี่เป็นพัฒนาการใหม่ที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นที่สาม หากการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติเรื่องการชุมนุมในที่สาธารณะ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร ฝ่ายความมั่นคงถือว่าเป็นสภาพปกติ ซึ่งคำสั่งของ คสช.ในการคุมเรื่องเหล่านี้ก็ลดน้อยลง บางคำสั่งอาจไม่มีแล้ว บางคำสั่งอาจไปอยู่ในเรื่องของความมั่นคง ดังนั้นก็อาจจะต้องเห็นการเคลื่อนไหวนอกสภาบ้าง และประเด็นสุดท้ายยังมีความเห็นพ้องต้องกันในหมู่ประชาชนทั่วไป ที่ไม่อยากเห็นวิกฤตการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นนอกสภา คือการเดินบนท้องถนน การชุมนุมขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการแปรปรวนในเรื่องของการประชุมอาเซียน ที่ในอดีตจัดที่พัทยา ประชาชนยังไม่อยากเห็นการประชุมอาเซียนในครั้งนี้เป็นเหมือนกับ 9 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ปรึกษารองนายกฯ กล่าวว่า เพราะฉะนั้นฝ่ายความมั่นคงยังติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ แต่ก็มองว่าการทำการเมืองนอกสภายังเป็นเรื่องปกติตามกฎหมาย ถือว่าทำได้ แต่ความเคลื่อนไหวที่มากขึ้นและนอกกฎหมาย ฝ่ายความมั่นคงก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งขณะนี้แนวโน้มยังไม่มี แต่หากตั้งรัฐบาลได้แล้วก็อาจจะมีการเรียกร้อง มีการชุมนุม มีปัญหาปากท้อง ความไม่เป็นธรรม ความยุติธรรมทั้งหลายเหล่านี้ก็ต้องติดตามและดูไปเป็นระยะ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้น แต่ในภาพรวมการเมืองในสภากำลังเดิน นอกสภาก็เริ่มมีบ้าง แต่ยังอยู่ในกรอบกฎหมาย บางคนแถลงในสภา บางคนแถลงนอกสภา อาจเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ก็มีหลายรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อได้นายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ต้องดูให้ดีว่า ปฏิกิริยาในการก่อตัวของการตอบรับของการต่อต้าน ของคนหลายกลุ่มเป็นอย่างไร รวมถึงปฏิกิริยาจากนานาชาติด้วย และหลังจากโปรดเกล้าฯ เป็นทางการแล้ว ก็ต้องดูปฏิกิริยาด้วยเช่นกัน แต่ ณ วันนี้ยังเรียบร้อย เราทำการประเมินเป็นรายวัน เพราะปัจจุบันกระแสโซเชียลมีเป็นรายชั่วโมง ทุกวันช่วงเช้ากับช่วงเย็นก็ไม่เหมือนกัน เช้าสถานการณ์หนึ่ง ตอนเย็นเป็นอีกสถานการณ์หนึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการเคลื่อนไหวในต่างประเทศช่วงนี้ นายปณิธาน ระบุว่า ขณะนี้ก็เยอะขึ้นกว่าตอนแรก เพราะมีพลวัตรใหม่ๆ&amp;nbsp; มีพรรคการเมืองใหม่ๆ มีประเด็นใหม่ๆ เยอะ ทั้งการตรวจสอบคุณสมบัติ การแถลงของพรรคการเมือง การตรวจสอบพรรคการเมือง การตรวจสอบที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นพลวัตรที่กลุ่มการเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศสนใจมากขึ้น เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่า ในยุคที่มีการเปิดกว้างทางการเมือง พลวัตรเหล่านี้ก็จะมีมากขึ้น แต่ ณ ขณะนี้ประเมินว่าอยู่ในสภา ทั้งพรรคเล็ก พรรคใหญ่ ไปอยู่ในสภาหมดก็ถือว่าดี ยังอยู่ในกรอบของกฎหมาย แต่ถ้าเริ่มออกมานอกสภาก็ต้องจับตาดู ถ้าเริ่มมีการนัดชุมนุม นัดประท้วง ก็ต้องดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในปีนี้ยังมีงานใหญ่ๆของประเทศอีกหลายครั้ง ความจำเป็นในเรื่องเสถียรภาพยังต้องมีอยู่ เพียงแต่ทางการเมืองพอเปิดตัวที ก็มีพลังของมันอยู่ ถีบกันไปถีบกันมา ลาออกกันเป็นแถว คนก็สนใจกันมาก เรื่องพลังเหล่านี้มันห้ามกันไม่ได้ เป็นสิทธิ์ของเขา ก็จะเป็นกระแสใหม่ๆ ทุกวัน ส่วนจะกระทบต่อความรู้สึกให้เกิดอะไรใหม่ๆ ขึ้นนั้น ยังไม่มี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายปณิธานระบุอีกว่า การทำงานของฝ่ายความมั่นคง เพื่อประเมินสถานการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ในช่วงนี้ก็หนักขึ้น ต้องปรับการทำงานมากขึ้น วงรอบการประชุมมากขึ้น ถี่ขึ้น การวิเคราะห์ละเอียดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องปรับ ฝ่ายความมั่นคงต้องช่วยทำให้เกิดเสถียรภาพ แต่จะเข้าไปแทรกแซงหรือใช้กฎหมายอะไรเหมือนในอดีตคงไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกรอบปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนจะต้องจับตา &amp;ldquo;ตระกูลชินวัตร&amp;rdquo; ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลด้วยหรือไม่นั้น ที่ปรึกษารองนายกฯ มองว่าพลังทางการเมืองเหล่านี้ยังมีอยู่ ยังเคลื่อนไหวอยู่ แต่ถือเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่เรามีเวทีใหม่ มีผู้นำรัฐสภาใหม่ เข้าระบบใหม่ ถึงพลังเหล่านี้ยังเคลื่อนไหวอยู่ แต่ก็จะเปิดตัวมากขึ้น เคลื่อนไหวในสภา นอกสภา ก็มีกฎหมาย ยังถือว่าดีที่ไม่เคลื่อนไหวใต้ดินเหมือนในอดีต เพราะจะมีปัญหา ซึ่งล่าสุด &amp;ldquo;พล.อ.ประวิตร&amp;rdquo; ก็ระบุว่าอยากเห็นการเมืองอยู่ในสภา แต่ถ้าบางกลุ่มเดินในสภาไม่ได้ ไม่ไหวจริงๆ เขาก็อาจจะออกมานอกสภา ซึ่งมันกำลังเริ่มต้น แต่ยังไม่มีอะไรที่น่ากังวลแต่อย่างใด!.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37882</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถาการณ์, ตระกูลชินวัตร, นายปณิธาน วัฒนายากร, ฝ่ายหนุน - ต้าน &#039;บิ๊กตู่&#039; ขยับ  แต่ไม่อยู่ระดับ &#039;น่ากังวล&#039;, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf92ec702780.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พท.&#039;สวน&#039;ปณิธาน&#039;ซัดบิ๊กตู่ไม่เหมาะนั่งปธ.อาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.61- นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สามารถเป็นประธานอาเซียนได้โดยไร้ปัญหาว่า นายปณิธานเป็นอาจารย์ สอนทางด้านรัฐศาสตร์ ระวังลูกศิษย์จะขาดความเชื่อถือและหมดศรัทธา ที่ไปให้คำปรึกษาที่ผิดๆ ผิดทั้งหลักวิชา และผิดทั้งด้านจริยธรรม ซึ่งสุ่มเสี่ยงเสียหายด้านศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่นประเทศ ในระดับโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิตกล่าวว่า ตนเห็นว่าถ้าการรัฐประหารไม่ใช่ประเด็น ทำไมโลกถึงล้อมประเทศไทย ทั้ง UN EU ญี่ปุ่น อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ล้วนกดดันให้ไทยต้องตอบคำถามถึงโรดแม็ปที่ประเทศจะเป็นประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง ถามว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร สามารถไปล็อบบี้ชักนำองค์กรระดับโลก ระดับทวีป และประเทศมหาอำนาจเหล่านั้นให้เห็นในทิศทางเดียวกันได้หรือ รวมทั้งในปี 2549 เมียนมาถูกประเทศสมาชิกอาเซียนกดดันอย่างหนัก ที่ประเทศยังมีการปกครองแบบเผด็จการ ไม่เหมาะสมที่จะเป็นประธานอาเซียน &amp;nbsp;จนผู้นำเมียนมาผ่อนคลายด้วยการสละสิทธิ์การเป็นประธานอาเซียน การที่เรามีการเมือง การปกครอง ที่ไม่ปกติ ย่างเข้าปีที่ 5 เศรษฐกิจ ปากท้อง ความเป็นอยู่ของประชาชนลำบากมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดร.ปณิธาน หาเหตุผลข้างๆ คูๆ สนับสนุนอย่างนั้น ซึ่งไม่ใช่วิธีการให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง ระวังจะพากันลงเหว สุ่มเสี่ยงกับการเสียศักดิ์ศรี และความเชื่อมั่นประเทศ ทางที่ถูกต้อง ควรทัดทาน แนวทางที่จะส่งผลให้ประเทศถูกโดดเดี่ยว แล้วรีบนำพาประเทศเชื่อมโยงกับโลก และกลุ่มประเทศอาเซียนโดยเร็ว &amp;nbsp;เพื่อดึงเกียรติยศ ศักดิ์ศรีประเทศกลับคืนมา&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15283</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวลิต วิชยสุทธิ์, นายปณิธาน วัฒนายากร, บิ๊กตู่, ประธานอาเซียน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180813/image_big_5b7104513924f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวย!สมาชิกลดฮวบ คำสั่งหัวหน้าคสช.พ่นพิษทั่วหน้า/ปชป.เหลือ 8หมื่นจาก2.5ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; โวพลังดูดไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ลั่นพร้อมสนับสนุน &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; สมชัยโผล่แนะไม่ควรเลือกคนโดนดูด &amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; ซัดวัฒนธรรมบิดเบี้ยวก็ควรเลิกหากคิดปฏิรูป &amp;ldquo;นิพิฏฐ์&amp;rdquo; แรงซัดทฤษฎีใช้โจรปราบโจรสุดท้ายได้โจรมาปกครอง เจ้าของบ้านซวยแน่ ไม่เกินคาดยืนยันสมาชิกพรรคเก่าแต่ละค่ายยอดลดฮวบ &amp;ldquo;ปชป.&amp;rdquo; เหลือ 8 หมื่น โวยกฎหมายอัปยศมุ่งทำลาย ปชป.ให้อ่อนกำลังลง พท.แตะๆ หมื่นคน เชื่อหลังปลดล็อกตัวเลขน่าจะกระเตื้องขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกถึงกรณี ส.ส.จากกลุ่มการเมืองวิพากษ์วิจารณ์การดูด ส.ส.ว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็น และที่นักการเมืองวิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญนั้นคิดว่าไม่เกี่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถามย้ำว่ามองอย่างไรที่นักการเมืองรุมวิพากษ์วิจารณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าเป็นเรื่องฝ่ายการเมืองที่มารุม คสช.เอง แต่ คสช.ก็ทำงานไป ส่วนที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่า คสช.เสนอว่าจะช่วยเหลือคดีความให้นั้น ก็ให้พูดไป เพราะไม่ทราบ และเรื่องดังกล่าวยังไม่ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่ายืนยันหรือไม่ คสช.ไม่ได้ดูด ส.ส.อย่างที่นักการเมืองกล่าวหา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าตนเองไม่ได้ทำ จะให้มายืนยันได้อย่างไร และคนอื่นใน คสช.ก็ไม่ได้ทำ ส่วนที่นักการเมืองพูดนั้นก็ให้ไปถามนักการเมืองสิ มาถามตนเองได้อย่างไรเพราะไม่รู้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายกฯ แสดงท่าทีว่าจะตั้งพรรคการเมืองจนเป็นสาเหตุว่าต้องดูด ส.ส.นั้น พล.อ.ประวิตรย้ำว่าไม่ทราบ ส่วนกรณีโหรวารินทร์ออกมาทำนายว่าลุงตู่จะเป็นนายกฯ อีกสมัย และจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น เป็นเรื่องของลุงตู่ ไม่ใช่เรื่องของลุงป้อม โดยพร้อมสนับสนุนท่าน แต่ไม่ได้บอกว่าจะทำงานร่วมกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าจะทำงานร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ในยุค คสช.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า &amp;quot;อายุเยอะแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยอมรับว่านายกฯ ระบุว่าพูดแบบนั้นมันไม่ถูก และถ้าจะเรียกว่าดูด มันดูดได้หลายวิธี ทั้งสร้างความเข้าใจ สร้างแรงจูงใจ เพียงแต่เราสมมุติคำว่าดูดเพื่อเป็นวาทกรรมให้สะใจ แต่ความจริงอาจเป็นการชักชวนเข้ามาร่วมอุดมการณ์ ส่วนที่มองว่าขัดครรลองประชาธิปไตยนั้นคงไม่ขอตอบ เพราะวันนี้มันกลายเป็นวาทกรรมทางการเมืองที่กล่าวหากัน และยังตอบกันไม่ถูกว่ามันคืออะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกระแสข่าวการใช้คดีเป็นเงื่อนไขต่อรองเพื่อดึงดูดให้ ส.ส.มาร่วมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ว่า เขาคงกังวลต่อคดีที่มีอยู่มากกว่า แต่ต้องไปต่อสู้กันในศาล ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมคงไปเปลี่ยนแปลงไม่ได้ และจะยังอยู่ในกระบวนการอีกหลายปี รัฐบาลสั่งเรื่องพวกนี้ไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีชื่อว่ารัฐบาลเข้าไปพูดคุยด้วยนั้น ส่วนใหญ่เป็นเจ้าพ่อและผู้มีอิทธิพล นายปณิธานกล่าวว่าไม่ทราบ แต่หากพูดถึงระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) มันมีเรื่องที่ต้องทำงานในพื้นที่ นายกฯ เป็นห่วงว่าเมื่อลงทุนแล้วชาวบ้านจะไม่เข้าใจ คนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดคือกลุ่มคนที่ทำงานการเมืองอยู่แล้ว นี่เป็นเหตุผลสำคัญว่าเหตุใดจึงเลือกเจ้าของพื้นที่คนที่ทำงานการเมืองมาดูในโครงการเหล่านี้
แนะอย่าเลือกคนถูกดูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามว่า หากตั้งเป้าเช่นนั้นเหตุใดไม่ดึงคนเหล่านี้มาทำงานช่วงก่อนหน้านี้ แต่กลับดึงมาในเวลานี้ใกล้ช่วงการเลือกตั้ง นายปณิธานกล่าวว่าก่อนหน้านี้เป็นช่วงพิจารณากฎหมาย ถ้าดึงมาช่วงนั้นอาจมีคำถามว่าเข้ามาเพื่อกำหนดโครงสร้างอะไรหรือไม่ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว เหลือขั้นตอนที่จะนำทุกอย่างไปสู่ชาวบ้าน เพื่อพิจารณาว่าผลกระทบจริงๆ ถ้าไม่ให้เขามีภาระหน้าที่มีตำแหน่ง เขาอาจไม่ค่อยทำก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เฟซบุ๊กไลฟ์เรื่องนี้ว่า เข้าใจว่าเป็นการเตรียมไปสู่การเลือกตั้งของแต่ละฝ่าย ซึ่งใครก็ตามที่ถูกดูดได้ เราไม่น่าจะเลือกเขา แปลว่าเขาไม่มีจุดยืนทางการเมืองที่แน่นอน และไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อการเมืองไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายกฯ พูดว่าการดูดเป็นวัฒนธรรมที่เคยทำมาว่า คำว่าวัฒนธรรมคือเรื่องเจริญงอกงาม แต่อะไรที่เคยๆ ทำมาแล้วเรียกว่าวัฒนธรรมก็ควรเปลี่ยนแปลง จะเอาทั้งสองอย่างไม่ได้ วันหนึ่งบอกว่าอยากให้การเมืองดีก้าวหน้า ถึงเวลาแล้วมาบอกว่าเรื่องที่ทำกันมาเป็นวัฒนธรรม เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยก็ต้องทำอย่างนี้ต่อไป ถ้าคิดจะอนุรักษ์แบบเดิมก็ต้องยอมรับสภาพว่าทุกอย่างก็จะเป็นแบบเดิม แต่ถ้าอยากได้ของใหม่ก็ต้องกล้าบอกว่าบางเรื่องที่เคยทำมาต้องเลิกทำแล้ว ก็จะช่วยลดความขัดแย้ง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ของเก่าแบบเดิมเราเคยเห็นกันมากแล้ว ถ้ายังจะเอาแบบเดิมๆ อีกเราเข็ดหรือยัง ถามว่าจะมีคนที่ทำแบบเก่าๆ หรือไม่ ก็มีแน่ เดิมก็มีนักการเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่ทำอย่างนั้น วันนี้ถ้าจะมาสร้างการเมืองใหม่ หรือเคยพูดเอาไว้ว่ามีหน้าที่สร้างการเมืองใหม่ มาทำเองก็เป็นการเมืองเก่า ฉะนั้นวันนี้ก็ต้องให้สังคมเป็นคนตัดสินต่อไปว่าจะเอาการเมืองเก่าหรือการเมืองใหม่&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้า ปชป.กล่าวว่า ตอนนี้ต้องระวังโรคระบาดที่อุบัติขึ้นใหม่ คือ โรคไข้เลือดออก เนื่องจากยุงชุมเพราะน้ำเน่า และคนที่ทำให้น้ำเน่าคือ คสช.และรัฐบาล เพราะเคยบอกแล้วว่าติดกระดุมเม็ดแรกผิด ไม่สนใจที่มา ต้องการแต่มือที่จะได้ ไม่ใช่แนวทางปฏิรูป เป็นตรรกะที่ผิด &amp;nbsp;ทำให้ไม่ได้คำตอบที่ถูกต้อง สวนทางกับการปฏิรูป จะอ้างว่าเป็นวัฒนธรรมที่เขาทำกันมานานแล้วคงไม่ได้ เพราะถ้าต้องการปฏิรูปก็ต้องเปลี่ยนแปลงไม่ทำเหมือนเดิม แต่ตอนนี้กำลังเอาน้ำเน่ามาไล่น้ำเน่า ก็จะได้น้ำเน่าเหมือนเดิม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;มีบางคนบอกว่าต้องเอาโจรปราบโจร ผมขอบอกว่าถ้าทำอย่างนั้นโจรก็ชนะ เราก็จะได้โจรมาปกครอง คนที่เป็นเจ้าของบ้านก็เตรียมตัวถูกปล้นได้เลย ทฤษฎีโจรปราบโจรจึงไม่ควรนำมาใช้ แต่ควรให้ความรู้ประชาชนเพื่อให้เลือกคนดีมาปกครอง ไม่ใช่ทำตัวเป็นโจรเพื่อไปปราบโจร&amp;rdquo; นายนิพิฏฐ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกู้ชาติ ชายเกตุ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย และรักษาการประธาน นปช.จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองเวลานี้ไม่ต่างจากปี 2499 ที่ดึงอดีต ส.ส.และพรรคการเมืองเข้าร่วมกันสนับสนุน แต่ขอฟันธงไปเลยว่าผลการเลือกตั้งรอบนี้ พท.จะเข้ามามากที่สุดประมาณ 200 เสียง ส่วนที่เหลือ 300 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รอบนี้เอาไป 100 เสียง และอาจเหลือ 85 เสียง ส่วนภูมิใจไทย 40 เสียง นอกนั้นมี 30 เสียง และ 2-3 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการยืนยันความเป็นสมาชิกซึ่งวันที่ 30 เม.ย.ถือเป็นวันสุดท้ายนั้น นายสมชัยประเมินว่า คาดว่าอีก 1-2 วันจะทราบตัวเลขสมาชิกของแต่ละพรรคการเมือง เช่น ปชป.เดิมมีสมาชิกกว่า 2 ล้านคนจะเหลือจำนวนเท่าใด พรรคมหาชน สมาชิก 1 ล้านคนจะเหลือเท่าใด พรรคเพื่อไทยสมาชิก 2 แสนคนจะเหลือเท่าใด และเมื่อมีการยืนยันการเป็นสมาชิกแล้วจำนวนก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งจำนวนจะชัดเจนก็ต่อเมื่อ คสช.ปลดล็อกทางการเมือง ที่จะมีการสมัครสมาชิกพรรคได้อีกครั้ง
&amp;#39;ปชป.&amp;#39; ยอดเหลือ 8 หมื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้า ปชป.กล่าวว่า มีสมาชิกมายืนยันอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นคน &amp;nbsp;จากสมาชิกที่มีอยู่ 2.5 ล้านคน ซึ่งเป็นไปตามที่คาดไว้ โดยอุปสรรคที่ทำให้สมาชิกมายืนยันจำนวนน้อย &amp;nbsp;คือ 1.ปัญหาการปฏิบัติได้ยาก 2.เรื่องการชำระค่าสมาชิก 3.ปัญหาเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง 4.มีจำนวนหนึ่งแจ้งว่าไม่ยืนยันการเป็นสมาชิกเพราะไม่ยอมรับคำสั่งเผด็จการ และ 5.มายืนยันแต่ไม่จ่ายค่าบำรุงพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์กล่าวคาดว่าน่าจะมีผู้มายืนยันไม่ถึงหนึ่งแสนคนจาก 2.5 ล้านคน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้สมาชิกมายืนยันน้อยมาจาก 3 ปัจจัย คือ 1.มีขั้นตอนยุ่งยาก 2.คสช.ไม่อนุญาตให้พรรคทำการประชาสัมพันธ์ และ 3.สมาชิกจำนวนมากไม่พร้อมจ่ายค่าบำรุงพรรคตามที่กำหนด แต่ทุกคนก็ยืนยันว่ายังคงสนับสนุนและเลือกพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี ปชป.และอดีตแกนนำ กปปส.โพสต์เฟซบุ๊กว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่สมาชิก ปชป. 2.5 ล้านคนจะมีโอกาสได้แสดงตนยืนยันการเป็นสมาชิก ปชป.ต่อไป ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2561 โดยให้เวลาสมาชิกแสดงตนยืนยันเพียง 30 วัน (1-30 เม.ย.61) พวกเราชาว ปชป.ทั่วประเทศระดมกันออกไปพบสมาชิกเพื่อขอคำยืนยันการเป็นสมาชิกต่อ จนจะสิ้นสุดวันสุดท้ายคือวันนี้ คงจะได้รายชื่อสมาชิกที่ยืนยันทั้งที่ชำระค่าบำรุงพรรคทันที และขอชำระในภายหลังรวมกันคงไม่เกินแสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากวันนี้ไปสมาชิกของเรา 2.4 ล้านคนจะถูกกฎหมายเผด็จการทหารชุดนี้ปิดปากตัดสิทธิ์ให้ขาดจากการเป็นสมาชิกพรรค ปชป.ทันที ด้วยเขามุ่งหวังทำลายพรรคประชาธิปัตย์ให้อ่อนกำลังลง &amp;nbsp;ขอบอกว่าไม่มีทางครับ แม้จะขาดจากสมาชิก ปชป.เพราะกฎหมายอัปยศของ คสช. แต่จิตใจและวิญญาณของมวลสมาชิกยังเป็น ปชป.เหมือนเดิม โปรดรู้ด้วยว่า &amp;#39;Democrat Party never die&amp;#39; &amp;quot; นายอิสสระ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงจำนวนตัวเลขสมาชิกพรรคที่มายืนยันว่า เดิมพรรคมีสมาชิกประมาณ 1.3 แสนคน จนถึงวันที่ 26 เม.ย. มีสมาชิกมายืนยันความเป็นสมาชิกแล้ว 6,000 คน แต่ตัวเลขสรุปในวันที่ 30 เม.ย.เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ คาดว่าจะมีผู้มายืนยันความเป็นสมาชิกประมาณ 10,000 คน เหตุที่คนมายืนยันความเป็นสมาชิกน้อย เป็นเพราะไม่เห็นด้วยกับการจ่ายเงินค่าสมาชิก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการ พท.กล่าวเช่นกันว่า ตัวเลขคร่าวๆ ประมาณ 10,000 &amp;nbsp;คนบวกลบ ซึ่งแม้สมาชิกตอนนี้จะลดลงแต่ไม่สามารถทำลายความนิยมของพรรค และต่อไปเมื่อปลดล็อกคนใหม่ก็สามารถมาสมัครได้ทันที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายซูการ์โน มะทา อดีต ส.ส.ยะลา พรรคเพื่อไทย และเป็นหลานนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า ตนเอง นายวันมูหะมัดนอร์ และกลุ่มวาดะห์ชัดเจนแล้วว่าจะไม่ไปยืนยันการเป็นสมาชิก พท. เพราะตัดสินใจกันแล้วว่าจะย้ายไปอยู่พรรคประชาชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า เบื้องต้นมียอดยืนยัน &amp;nbsp;2,500 คนจากสมาชิกที่มี 24,710 คน ซึ่งไม่เป็นที่น่าพอใจ แต่ต้องจำใจยอมรับ และหลังจากนี้คงต้องหาวิธีเพื่ออธิบายผู้ที่เคยเป็นสมาชิกอีกครั้งผ่านทางจดหมาย เพื่อให้บุคคลที่ไม่ยืนยันกลับเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคอีกครั้ง หลังจากที่ คสช.ปลดล็อกคำสั่งที่ห้ามพรรคทำกิจกรรมทางการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อระบบการเมืองแน่นอน โดยเฉพาะการทำระบบเลือกตั้งขั้นต้นหรือไพรมารีโหวต ที่กำหนดให้ต้องใช้สมาชิกพรรคเป็นเกณฑ์กำหนด จึงอยากให้ทบทวนการทำไพรมารีโหวต ให้นำไปใช้ในการเลือกตั้งรอบหน้าจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นทั้งพรรคเก่าในระบบกับพรรคการเมืองเกิดใหม่จะลำบากมาก&amp;rdquo; นายนิกรกล่าว
ชาติพัฒนาปลื้มตัวเลข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า มีสมาชิกพรรคมายืนยันทั้งสิ้น &amp;nbsp;5,583 คน จากสมาชิกที่มีอยู่เดิม 18,163 คน คิดเป็น 30.7% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และเมื่อมีการปลดล็อกทางการเมืองแล้ว พรรคจะดำเนินการจัดหาสมาชิกเพิ่มเติมต่อไปอีก ให้ได้ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าอย่างน้อยต้อง 10,000 คนขึ้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แจ้งว่า มีสมาชิกมาแสดงตนประมาณ 1,700 คน จากเดิม &amp;nbsp;1.2 แสนคน ซึ่งปัญหาเกิดจาก 4 สาเหตุหลัก คือ 1.ความยุ่งยากและอุปสรรคในเรื่องเอกสาร 2.ประชาชนห่างหายจากการเมืองไปนานตั้งแต่รัฐประหาร 3.สมาชิกส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัดและมีภูมิลำเนาที่แตกต่างกัน หากต้องการได้สมาชิกเป็นจำนวนมากต้องใช้บุคลากรจำนวนมากลงไปเคาะประตูบ้าน ซึ่งพรรคมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ และ 4.สมาชิกส่วนใหญ่เดิมเป็นของอดีต ส.ส.ในกลุ่มมัชฌิมาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต ส.ส.สุโขทัย ที่เป็นคนก่อตั้ง ภท. ก่อนแยกตัวออกไปทำกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยในสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรายชื่ออดีต ส.ส.ที่ไม่มายืนยันการเป็นสมาชิกพรรค คือ นายสมมุติ &amp;nbsp;เบ็ญจลักษณ์ อดีต ส.ส.ปัตตานี ที่มีกระแสข่าวว่าย้ายไปอยู่ ปชป. ขณะที่กลุ่มบ้านริมน้ำของนายสุชาติ &amp;nbsp;ตันเจริญ อดีต รมช.มหาดไทย ที่มีกระแสข่าวจะไปอยู่กับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นั้น ในส่วนนายสุชาติไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค จึงยังมาสมัครไม่ได้ แต่นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ พี่ชาย และนายณัชพล ตันเจริญ หลานชายของนายสุชาติ ได้มายืนยันการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว นอกจากนี้หาก คสช.เปิดรับสมาชิกใหม่ก็จะมีอดีต ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนามาร่วมแน่นอน อาทิ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ &amp;nbsp;อดีต รมช.พาณิชย์ ลูกชาย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รวมไปถึงพื้นที่ จ.นราธิวาส ที่มีนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ. และนายกูเฮง ยาวอหะซัน อดีต ส.ส.นราธิวาส ชาติไทยพัฒนา ลูกชายนายกูเซ็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องวิธีรายงานทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง ที่ประสงค์ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต่อไป (ฉบับที่ 2) &amp;nbsp;พ.ศ.2561 โดยระบุให้หัวหน้าพรรคการเมืองแจ้งรายละเอียดและจำนวนสมาชิกพรรคที่ประสงค์ยืนยัน เป็นสมาชิกพรรคการเมืองต่อไปให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในวันที่ 30 พ.ค.61 โดยบันทึกข้อมูลของสมาชิกพรรคการเมืองที่ประสงค์ยืนยันเป็นสมาชิกพรรคตามแบบฟอร์มในรูปแบบโปรแกรมไมโครซอฟต์ ออฟฟิศ แอกเซส หรือเอ็กซ์เซล ลงในแผ่นดีวีดี/ซีดีรอม จำนวน 1 แผ่น และบันทึกไฟล์ข้อมูลตามแบบฟอร์มในรูปแบบไฟล์พีดีเอฟ ลงในแผ่นดีวีดี/ซีดีรอม อีกจำนวน 1 แผ่น โดยให้หัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคที่ได้รับมอบหมายลงลายมือชื่อบนแผ่นดีวีดี/ซีดีรอมทั้ง 2 แผ่น ที่บันทึกข้อมูลดังกล่าวไว้ด้วย.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายอัปยศมุ่งทำลาย ปชป., คสช., นายปณิธาน วัฒนายากร, ปชป., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พลังดูดไม่ขัดรัฐธรรมนูญ, ราชกิจจานุเบกษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ควรเลือกคนโดนดูด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae727741a109.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
