<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวยร่างรธน.เอื้อพรรคใหญ่ ‘ไพบูลย์’โต้ไร้เหตุส่งศาลรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก้าวไกลโวยร่าง รธน.ฉบับปชป.สอดไส้เอื้อพรรคใหญ่ แก้ไขเกินหลักการ บี้ถอนร่างไปอย่าดันทุรัง &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; &amp;nbsp;มั่นใจเพิ่มเนื้อหามาตราเกี่ยวข้องได้ให้สมบูรณ์มากขึ้น ไร้เหตุส่งศาลรัฐธรรมนูญ เผย พปชร.แปรญัตติรื้อ 7 ประเด็น &amp;quot;ชินวรณ์&amp;rdquo; แจงร่างพรรคเสนอแบบกว้าง ตัวเลขมาตราไม่ใช่สาระสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช &amp;hellip;. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) แถลงความคืบหน้าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัยกล่าวว่า จากการประชุมคณะ กมธ. เมื่อวันที่ 6 ก.ค. มีการหยิบยกประเด็นว่า ร่างแก้ไขของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่าน การรับหลักการของรัฐสภา จะสามารถแก้ไขมาตราอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในหลักการของร่างพรรคประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ เนื่องจากในหลักการระบุไว้เพียงแก้ไขมาตรา 83 และ 91 แตกต่างจากร่างของพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐ ที่ระบุในหลักการชัดเจนว่า แก้ไขระบบเลือกตั้ง แต่พรรคประชาธิปัตย์ระบุเพียง 2 มาตรา โดยที่ไม่ได้บอกว่าแก้ไขระบบเลือกตั้ง ในประเด็นดังกล่าวทำให้ กมธ.มีความเห็นแตกต่างกัน บางส่วนบอกว่าสามารถแก้ไขมาตราอื่นได้ โดยเฉพาะประธานคณะ กมธ. ที่เห็นว่าสามารถทำได้ แต่ กมธ.บางส่วน โดยเฉพาะเสียงของพรรคฝ่ายค้าน ยืนยันว่า การแก้ไขจะต้องไม่ขัดต่อหลักการ จึงเห็นว่าร่างของพรรคประชาธิปัตย์ที่ระบุแก้ไขเพียง 2 มาตรา ไม่ได้เป็นการแก้ระบบเลือกตั้งทั้งระบบ ร่างของพรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นร่างที่ไม่สมบูรณ์ หากดึงดันให้ผ่านไปโดยไปแก้มาตราอื่นๆ ด้วย จะเป็นสิ่งที่ฝืนในหลักการกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเป็นการแก้ไขกติกาที่ไม่เป็นธรรม ไม่ใช่แก้เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองใหญ่เท่านั้น แต่พรรคการเมืองขนาดเล็กและขนาดกลาง ไม่ได้ประโยชน์เลย การกระทำที่ดันทุรังจะขัดกฎหมาย ขัดความรู้สึกประชาชน เราเห็นว่าไม่ควรทำ ถ้าจะทำควรให้รัฐสภาตัดสินหรือถอนเรื่องนี้ไปทำให้สมบูรณ์ ไม่ควรแก้ระบบเลือกตั้งอย่างเดียว แต่ควรแก้ทั้งฉบับ&amp;rdquo; นายธีรัจชัย ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์กล่าวว่า ร่างแก้ไขของพรรคประชาธิปัตย์เป็นร่างที่มีปัญหา และอาจจะนำไปสู่การที่รัฐสภาพยายามสอดไส้แก้ไขเพื่อบิดเบือนต่อหลักการ ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ ถ้าเราปล่อยให้เกิดกระบวนการในการสอดไส้แบบนี้ คิดว่าเป็นเรื่องที่อันตราย เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การขัดต่อข้อบังคับการประชุมรัฐสภา แต่จะเป็นรากฐานของการเมืองระบบรัฐสภา ซึ่งในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ที่ประชุมคณะ กมธ.จะมีการตัดสินว่าสุดท้ายขอบเขตของข้อบังคับการประชมรัฐสภาข้อ 124 ที่ห้ามไม่ให้มีการแก้ไขเกินหลักการจะเป็นอย่างไร สมมติ กมธ.เห็นว่าแก้ไขอย่างไรก็ได้ พรรคก้าวไกลคงไม่สามารถยอมรับกระบวนการแบบนี้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า วันที่ 13 ก.ค.ที่ประชุมจะหารือต่อประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตราต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตราที่เสนอ โดยจะเชิญฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เข้าชี้แจงต่อรายละเอียดและเจตนารมณ์ของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 124 วรรคท้าย ที่กำหนดว่า การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับหลักการที่เสนอแก้ไข เว้นแต่แก้ไขมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการนั้น จากนั้นในวันที่ 16 ก.ค. กมธ.จะกำหนดประเด็นพิจารณา เช่น การกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อหาสัดส่วน ส.ส. โดยกำหนดให้ได้คะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1% เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มี กมธ.ให้ความเห็นว่าการปรับแก้ไขมาตราอื่นนอกเหนือจากที่รัฐสภารับหลักการ จะเท่ากับแก้เกินหลักการและส่อว่าจะผิดนั้น เนื้อหาที่เสนอให้แก้ไข มีสาระคือ การแก้องค์ประกอบของ ส.ส. ที่ให้มีส.ส.เขต 400 เขต และบัญชีรายชื่อ 100 คน รวมถึงให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ดังนั้นการแปรญัตติมาตราที่เกี่ยวข้องกันเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์มากขึ้น และเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะไม่ใช่เหตุที่นำไปสู่การยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ยังกล่าวด้วยว่า พรรคพลังประชารัฐเตรียมเสนอคำแปรญัตติให้ปรับแก้ไขเนื้อหา รวม 7 ประเด็น คือ 1.แก้ไขมาตรา 83 ขอเพิ่มเนื้อหาวิธีการการเลือกตั้ง ส.ส.โดยตรงและลับ ด้วยบัตรเลือกตั้งแบบละ 1 ใบ 2.แก้ไขมาตรา 85 ว่าด้วยการลงคะแนนเลือก ส.ส.เขต 3.แก้ไขมาตรา 86 ว่าด้วยวิธีแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. 4.แก้ไขมาตรา 90 กำหนดให้พรรคการเมืองต้องส่ง ส.ส.เขต 100 เขต จึงมีสิทธิ์ส่ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 5.แก้ไขมาตรา 91 กำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำของพรรคการเมืองที่ได้รับจากการเลือกตั้ง ต้องไม่น้อยกว่า 1% จึงมีสิทธิ์ได้รับการคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6.แก้ไขมาตรา 92 โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ หากพบการเลือกตั้งในเขตใดที่เสียงโนโหวต มากกว่าคะแนนเลือกตั้ง และ 7.ขอยกเลิกมาตรา 93 และมาตรา 94
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธาน กมธ. แถลงว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคที่ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาในวาระแรกนั้น เป็นการเสนอแบบกว้างว่าด้วยระบบการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ จึงอยากเชิญชวนสมาชิกและ กมธ.ช่วยกันแปรญัตติเพื่อให้ร่างดังกล่าวสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อย่างนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอแปรญัตติแก้ไขหลายมาตรา อาทิ เพิ่มเติมความในมาตรา 3 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 โดยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ให้ใช้วิธีบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบละหนึ่งใบ รวมทั้งขอแปรญัตติเพิ่มความเป็นมาตรา 3/1 ให้ยกเลิกความในมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ 60 และให้ใช้ข้อความนี้แทน คือ &amp;ldquo;ให้ ส.ส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยให้แต่ละเขตเลือกตั้งมี ส.ส.ได้เขตละ 1 คน และผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยก็ได้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุด และมีผลคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ยังกล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลระบุร่างของประชาธิปัตย์เสนอเพื่อประโยชน์ของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ว่า พรรคไม่ได้คิดเช่นนั้น แม้แต่จะเป็นประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์เอง แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรายอมรับ และเปลี่ยนวิธีการแก้ไขโดยเสนอแก้ไขเป็นรายมาตรา โดยพิจารณาว่ามีประเด็นใดสำคัญบ้าง ซึ่งการแก้ไขระบบเลือกตั้ง เราต้องเน้นว่าเป็นระบบที่ประชาชนคุ้นเคยเข้าใจได้อย่างดี ต้องส่งเสริมให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง และต้องนำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลระบุการปรับแก้ไขมาตราอื่นนอกเหนือจากที่รัฐสภารับหลักการ เป็นการแก้ไขเกินหลักการ นายชินวรณ์กล่าวว่า เบื้องต้นพรรคมั่นใจว่าเป็นการเสนอร่างหลักการอย่างกว้าง สมาชิกรัฐสภาและ กมธ.จึงสามารถแปรญัตติได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของรัฐสภา ข้อที่ 124 ที่บัญญัติว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวเนื่องด้วยหลักการนั้นสามารถแก้ไขได้ ประกอบกับคำวินิจฉัยฝ่ายกฎหมายรัฐสภาและกฤษฎีกา ว่าการแก้ไขเพิ่มเติมที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการสามารถดำเนินการได้ ที่สำคัญกฤษฎีกาให้ความเห็นว่าตัวเลขมาตราไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สาระสำคัญอยู่ที่เมื่อเราเสนอบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เราต้องไปแก้ไขมาตราอื่นๆ ของรัฐธรรมนูญ 60 ในมาตราที่เกี่ยวเนื่องซึ่งสามารถดำเนินการได้ ส่วนจะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ เป็นเรื่องที่เราต้องแสวงหาความเห็นพ้องกันมากที่สุดก่อน แต่หากใครไม่เห็นด้วย เป็นสิทธิ์ของท่านนั้นๆ เพราะหลังจากร่างแล้วเสร็จ หากใครเห็นว่าร่างนั้นไม่เป็นไปตามบทบัญญัติ ก็สามารถยื่นให้ศาลตีความได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่วันนี้ยังเชื่อมั่นว่าเดินหน้าได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109099</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานะกรรมาธิการ (กมธ.), นายธีรัจชัย พันธุมาศ, นายปดิพัทธ์ สันติภาดา, นายรังสิมันต์ โรม, พรรคก้าวไกล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077ddf63ffc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;หมออ๋อง&#039;ป้อง&#039;ธนาธร-ปิยบุตร&#039;ซัด&#039;หมอวรงค์&#039;หยุดสร้างวาทกรรมไล่คนเห็นต่างออกนอกประเทศ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

9 ต.ค.63 - นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.เขต 1 พิษณุโลก พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊ก #ธนาธรและปิยบุตรไม่เหมาะกับประเทศนี้ ว่า มีใครเคยสังเกตหรือไม่ว่า ฝ่ายเสรีประชาธิปไตยต่อให้ข้อเสนอจะฟังดูแรง ขัดกับความเคยชินของคนไทยในบางครั้ง แต่ทุกข้อเสนอจะมุ่งไปสู่อนาคต สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ทุกคนมีเสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพมากขึ้น ไม่เคยไล่ใครให้ออกนอกประเทศ หรือเดินหน้าตัดสินว่าใครเหมาะจะอยู่ตรงไหน ซึ่งวาทกรรมที่ นพ.วรงค์ สร้างขึ้นทุกวัน ตนคิดว่าเป็นการสะท้อนความคิดแบบอำนาจนิยมชัดเจน แต่อีกนัยยะหนึ่งก็คือ ฝ่ายขวาไม่มีเหตุผลอะไรจะแลกเปลี่ยนถกเถียงกันแล้ว ทำได้แค่เพียงสร้างวาทกรรมแห่งความเกลียดชัง และขับไล่ด้วยเสียงที่ดังขึ้นเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า ข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าประเทศใดที่มีการปกครองแบบนี้ ก็ต้องเจอช่วงแบบนี้ทั้งนั้น ต่างกันบ้างตามบริบทประวัติศาสตร์ ปัจจัยภายในและภายนอกต่างๆ สำหรับประเทศไทยตอนนี้ การพูดคุยเรื่องการปรับตัว เปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประเทศให้ดีขึ้น ทันสมัยขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่ในนักวิชาการไม่กี่ท่านแล้ว แต่อยู่ในโต๊ะอาหาร วงกาแฟของชนชั้นนำเอง ผู้ใช้แรงงาน นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ข้าราชการ เกษตรกร และอื่นๆ อีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอเรียกร้องให้ทุกท่านเปิดใจ รับฟัง ตั้งคำถาม และแลกเปลี่ยนกันอย่างมีวุฒิภาวะ ทุกคนที่มีข้อเสนอที่แตกต่างจากจุดยืนคุณวรงค์ ไม่มีใครสมควรตัองออกจากประเทศนี้ ธนาธร ปิยบุตร มีความคิดความสามารถทุ่มเทเพื่อหวังเห็นความเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย เหตุใดจึงไม่สมควรอยู่ในประเทศนี้ หยุดไล่คนที่เห็นต่างออกไป ผมเชื่อว่าประเทศนี้เหมาะสมกับทุกคน ไม่ว่าคุณจะมีความคิดทางการเมืองแบบไหน ทุกคนมีสิทธิ์ใช้ชีวิตบนแผ่นดินเกิด รวมถึงคนอย่างคุณวรงค์เองก็เช่นกัน&amp;quot; นายปดิพัทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79931</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นายปดิพัทธ์ สันติภาดา, ปฏิรูปสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f7fd212722fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมออ๋อง&#039;ก้าวไกลรับไม่ได้การเมืองถดถอยคุกคามประชาชนทุกวัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 2563 นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ร่วมเปิดเวทีกิจกรรม &amp;ldquo;ก้าวไกลไปด้วยกัน&amp;rdquo; &amp;nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ความเกี่ยวพันกับปัญหาในจังหวัดพิษณุโลก และมุมมองของตนและพรรคก้าวไกลในการหาทางออกจากปัญหาในปัจจุบัน โดยระบุว่าในบทบาทของตน นอกจากการเป็นผู้แทนจากจังหวัดพิษณุโลก ที่นำปัญหาของชาวพิษณุโลกไปหารือกับฝ่ายนโยบายอย่างสม่ำเสมอแล้ว ตนยังอยู่ในในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งจากบทบาทในส่วนนี้ ทำให้ตนได้เห็นว่าการพัฒนาการเมืองของเราถดถอยไปเยอะมากตั้งแต่หลังรัฐประหารที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องของการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งตนติดตามขอความคืบหน้ากับส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกระทรวงมหาดไทยมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน มาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ่านมาเกือบหนึ่งปีวันนี้ การเลือกตั้งท้องถิ่นที่เราไม่ได้เลือกมากว่า 10 ปีแล้วได้ถูกพรากไปจากเรา เหมือนกับที่การเลือกตั้งทั่วไปถูกพรากไปจากมือเรามาก่อนหน้านี้ และที่สำคัญ แม้การเลือกตั้งท้องถิ่นไม่มีมากว่า 10 ปีแต่งบประมาณยังคงไหลลงมาตลอด มาอยู่ในมือของใครก็ไม่รู้ที่ประชาชนไม่ได้เลือกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากสถานการณ์การเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนที่เรียกร้องการปฏิรูป รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และสังคมที่ดีในวันนี้ ก็ยิ่งทำให้เห็นถึงการถดถอยของการพัฒนาการเมือง จากกรณีการถูกคุกคามสิทธิเสรีภาพที่เกิดขึ้นทั่วประเทศในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเรียกร้อง การชุมนุมทางการเมืองเป็นวัฒนธรรมทางประชาธิปไตย วันหลังถ้าผมเป็นรัฐบาลแล้วทำตัวห่วย พี่น้องก็จัดชุมนุมที่นี่แล้วด่าผมได้ อำนาจเป็นของประชาชน หนึ่งเสียงของพวกท่านมีอำนาจในการตรวจสอบผู้แทนของท่าน และเงินภาษีที่ท่านตื่นมาแต่เช้าจนนอนแล้วหายไปทุกวัน ท่านก็มีสิทธิไปทวงคืน นี่คือสิทธิทางการเมืองที่เจ้าหน้าที่มาจับเราไม่ได้ เจ้าหน้าที่มาคุกคามเราไม่ได้&amp;rdquo; นายปดิพัทธ์ล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปดิพัทธ์กล่าวต่อไปว่า แต่อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงปรากฏว่ายังคงมีการจับกุมคุกคามประชาชนเกิดขึ้นทุกวัน ซึ่งในส่วนนี้กรรมาธิการของตนก็จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ให้วัฒนธรรมประชาธิปไตยได้รับความเคารพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75951</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกลไปด้วยกัน, นายปดิพัทธ์ สันติภาดา, พรรคก้าวไกล, ส.ส.พิษณุโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4b3ad880c40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกลไล่ไทม์ไลน์เลือกตั้งท้องถิ่นจี้นายกฯรับผิดชอบอย่าพลิกลิ้นตบตาประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.63- นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กถึงรายละเอียดการติดตามความคืบหน้า กำหนดการเลือกตั้งท้องถิ่น ระบุว่า หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มีนาคม 2562 เราควรจะต้องมีการเลือกตั้งท้องถิ่นภายในไม่เกิน 6 เดือน คืนอำนาจให้ประชาชน แก้ไขปัญหาที่ท้องถิ่นไม่มีผู้บริหาร หลายที่มีปัญหาการทุจริต หลายที่อยู่ในสภาพเกียร์ว่าง ไม่มีการพัฒนาใดๆ แต่เมื่อไม่มีความชัดเจนในการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะกฏหมายที่คสช.ทำไว้คือจะเลือกตั้งได้ก็ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นสมควร เราจึงเริ่มติดตามเรื่องนี้
.
20 พฤศจิกายน 2562 กมธ.พัฒนาการเมืองเชิญพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา และเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เข้าร่วมประชุม ได้รับข้อมูลว่าอยู่ในระหว่างการจัดทำระเบียบที่เกี่ยวข้อง จัดสรรงบประมาณ และปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร
.
6 กุมภาพันธ์ 2563 อนุกมธ.ติดตามการเลือกตั้ง เชิญผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เข้าร่วมประชุม ได้รับข้อมูลว่า กระทรวงมหาดไทยจัดทำประกาศจำนวนราษฎรแล้ว ส่วนงบประมาณ องค์กรปกครองถิ่นมีงบประมาณรองรับ ยังขาด 38 แห่ง หากไม่พอสามารถนำเงินสะสมจากเงินอุดหนุนมาใช้ได้ ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.มีงบประมาณจัดเตรียมไว้เพียงพอแล้ว
.
17 มิถุนายน 2563 พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้มาร่วมประชุมแทน ชี้แจงว่าความพร้อมในการเลือกตั้งท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทย มีความชัดเจนว่ามีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งและไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ และยังไม่สามารถกำหนดกรอบระยะเวลาในการเลือกตั้งท้องถิ่นได้เนื่องจากรอการแบ่งเขตเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
.
24 มิถุนายน 2563 รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มาเข้าร่วมประชุมแทนเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลว่าการกำหนดวาระการเลือกตั้งท้องถิ่นเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
.
8 กรกฎาคม 2563 ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เข้าร่วมประชุม ชี้แจงว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งอบจ. จะเสร็จสิ้นในเดือนกรกฏาคม 2563
.
13 กรกฎาคม 2563 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ยังไม่ทราบวันชัดเจน เนื่องจากต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอมา
.
10 สิงหาคม 2563 พลเอก อนุพงษ์ ตอบกระทู้ถามในที่ประชุมสว. ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นยังไม่พร้อม ต้องรอให้กกต.อบรมเจ้าหน้าที่ก่อน
.
11 สิงหาคม 2563 กกต.แถลงโต้ พร้อมเลือกตั้งในหนึ่งเดือน!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เล่นอะไรกันอยู่ครับ อำนาจของประชาชนในการเลือกตั้งท้องถิ่น กลายเป็นเรื่องตลก จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เป็นเรื่องเกมส์ที่ฝ่ายรัฐวางแผนสืบทอดอำนาจต่อ และองค์กรอย่างกกต.ไม่มีภาวะผู้นำในการจัดการเลือกตั้งเลย เป็นอำนาจของครม.เบ็ดเสร็จ
.
ประชาธิปไตยฐานราก ล้มเหลว เน่าเฟะอย่างสิ้นเชิง
.
พวกเราใช้กลไกของสภาติดตามการเลือกตั้งมาจนถึงวันนี้ เกือบจะครบหนึ่งปีในการติดตาม จับผิด จับพิรุธของคณะรัฐมนตรีในการเลื่อนการเลือกตั้ง และเราถูกพรากสิทธิ์เลือกตั้งท้องถิ่นไป รวมวันนี้ที่คสช.ใช้ ม.44 ปลด แต่งตั้ง สถาปนาฐานอำนาจและผลประโยชน์ของคสช.ไว้ รวมทั้งสิ้นตั้งแต่ 2558-2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://workpointtoday.com/section44/
.
คสช.ยังไงก็ยังเป็นคสช. ไม่ว่าจะซ่อนรูป เปลี่ยนร่าง พยายามอยู่กับประชาธิปไตยขนาดไหนก็ตาม และผมไม่เห็นเป็นอื่นใด นอกจากผลประโยชน์ งบประมาณจากภาษีมหาศาล จะยังอยู่กับกลุ่มของตัวเองต่อไป บนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โครงการทั้งใหญ่เล็ก ยังต้องทำโดยกลุ่มของตัวเองต่อไป ตัวแทนของประชาชนไม่ได้เข้าไปบริหาร ไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ
.
คุณประยุทธ์คนเดียวเท่านั้นที่ต้องตอบเรื่องนี้ การติดตามหน่วยงานต่างๆที่หมุนเวียนกันมาเตะถ่วง ทำให้ผมเอือมและเสียเวลามาก และทางแก้ปัญหาเรื่องนี้ที่ต้นตอเลยคือคุณประยุทธ์และพรรคพวกออกไปได้แล้วครับ ประเทศเสียหายและพวกคุณได้ผลประโยชน์มากเกินไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74399</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้งท้องถิ่น, นายปดิพัทธ์ สันติภาดา, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, เลขาธิการกกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f36048f0ff23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลโวยเลือกตั้งซ่อมปากน้ำผิดปกติทั้งวัน ยันมีข้อมูลร้องกกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค. 63 - นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะทำงานร่วมองค์กรภาคประชาสังคม (Parallel Vote Tabulation - PVT Thailand) ที่นำอาสาสมัครกว่า 200 คนเข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งใหม่ที่เขต 5 จังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยถึงผลการสังเกตการณ์เลือกตั้งในเบื้องต้น ว่า สิ่งที่ PVT Thailand ได้ร่วมกันทำในวันนี้ จะนำไปสู่รายงานผลการนับคะแนนและการประเมินความโปร่งใสของการเลือกตั้ง ซึ่งอาสาสมัครของเราได้ไปรวบรวมข้อมูลความผิดปกติมาตลอดทั้งวัน โดยจะมีการแสดงผลการสังเกตการณ์อย่างเป็นทางการให้สาธารณชนรับทราบในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อมูลในภาพรวมนั้น นายปดิพัทธ์ เปิดเผยว่า ด้านจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยการคาดการณ์เบื้องต้นจากตัวเลขที่อาสาสมัครสังเกตการณ์เลือกตั้งส่งเข้ามา มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งใหม่อยู่ที่ไม่ถึง 60% เท่านั้น ส่วนในเรื่องของความผิดปกติระหว่างการเลือกตั้งนั้น พบว่ามีการรายงานจากทั้งอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งและประชาชนเข้ามาตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ก่อนเปิดหีบจนถึงหลังปิดหีบนับคะแนนไปแล้ว ก็ยังคงมีคนส่งข้อมูลเข้ามาไม่หยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในส่วนนี้ นายปดิพัทธ์ ระบุว่า จากข้อมูลที่ได้มา จะมีการนำส่งให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับทราบและดำเนินการต่อไป ซึ่งเห็นว่าในเมื่อ กกต.ได้เห็นถึงบทเรียนจากการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดลำปางมาแล้ว เราก็มีความคาดหวังว่า กกต.จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างในรอบนี้คือการรวบรวมข้อมูลถูกจัดเป็นหมวดหมู่เป็นระบบ ที่ทำให้เราเห็นความผิดปกติทั้งระบบ ซึ่งหากเราสามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับการสังเกตการณ์เลือกตั้งทั้งประเทศได้&amp;nbsp; ก็น่าจะทำให้ กกต.มีความรับผิดชอบต่อข้อมูลที่ภาคประชาชนส่งเข้ามามากขึ้น&amp;rdquo; นายปดิพัทธ์ ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73956</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ก้าวไกล, นายปดิพัทธ์ สันติภาดา, ผิดปกติ, สมุทรปราการ, เลือกตั้งซ่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f30b2c8a2a9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>PVTเกาะเลือกตั้งซ่อมเขต5สมุทรปราการพบแค่ครึ่งวันเจอพิรุธอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.63-นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เเละการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าในการทำงานของคณะทำงานเพื่อสังเกตการณ์เลือกตั้ง ตรวจสอบความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเลือกตั้ง (Pararell Vote Trabulation - PVT) &amp;nbsp;กับเครือข่ายประชาชน PVT Thailand ว่า วันนี้อาสาสมัครทั้ง 200 คน ที่ผ่านการฝึกอบรม ลงพื้นที่สังเกตการณ์ 90 หน่วยเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.สมุทรปราการจากทั้งหมด ซึ่งมีการจัดตั้งกองอำนวยการ (ห้องวอร์รูม เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว) ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ สุวรรณภูมิ โดยอาสาสมัครทั้งหมดจะกระจายปฏิบัติหน้าที่ตามหน่วยต่างๆ เมื่อพบพฤติกรรมต้องสงสัย ผิดปกติ จะส่งข้อมูลรายงานมายังห้องวอร์รูม เป็นหน่วยกลางเพื่อติดตามความเคลื่อนไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปดิพัทธ์ ระบุว่า ภายในครึ่งวันของการเลือกตั้งพบความผิดปกติหลายหน่วยตั้งแต่เปิดหีบบัตร ซึ่งพบข้อสังเกตกรณีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ใส่เสื้อของตระกูลดัง เข้าประจำตามหน่วยเลือกตั้ง พบผู้ใหญ่บ้าน หัวคะแนนยืนอยู่นอกหน่วยเลือกตั้ง เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ต้องสงสัย อาจเข้าข่ายทุจริตเลือกตั้ง และช่วงที่สำคัญที่สุดคือ ช่วงนับคะแนน อาสาสมัครที่ประจำแต่ละหน่วยเลือกตั้ง จะรายงานผลคะแนนในแต่ละหน่วยมายังห้องวอร์รูม โดยเจ้าหน้าที่จะกรอกคะแนน รวบรวมใช้เวลาประมาณไม่เกิน 2 ชม. คาดว่าทราบผลคะแนนทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะทำงานจะทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมสังเกตการณ์ในการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.สมุทรปราการ ที่ถือว่าเป็นเคสแรกในการลงพื้นที่ของคณะทำงาน เพื่อป้องกันปราบปรามการทุจริตเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมไปถึงขอให้พี่น้องประชาชนร่วมจับตาการทุจริตเลือกตั้งในครั้งนี้ เพื่อให้การเมืองไทยได้เดินต่อไปได้ โปร่งใส ปราศจากการทุจริต &amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73884</URL_LINK>
                <HASHTAG>PVT, นายปดิพัทธ์ สันติภาดา, เลืิอกตั้งซ่อมเขต5จ.สมุทรปราการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2f9c63c9ed3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
