<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลป์เร่งปรับปรุงศูนย์ข้อมูล-พิพิธภัณฑ์-เปิดอุทยานฯ สด๊กก๊อกธม กรอบงบปี65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ม.ค.- นายประทีป&amp;nbsp;เพ็งตะโก&amp;nbsp;อธิบดีกรมศิลปากร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;หลังจากคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้มอบนโยบาย&amp;nbsp;และแนวทางการจัดทำงบประมาณไปแล้วนั้น&amp;nbsp;ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)&amp;nbsp;นายอิทธิพล&amp;nbsp;คุณปลื้ม&amp;nbsp;รัฐมนตรี&amp;nbsp;วธ.ได้จัดประชุมหน่วยงานในสังกัดโดยได้เน้นย้ำถึงจัดทำแนวทางการจัดทำงบประมาณตามแผนงานของรัฐบาล&amp;nbsp;4 &amp;nbsp;ด้านหลักได้แก่&amp;nbsp;1.การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;การยกระดับขีดความสามารถของประเทศเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว&amp;nbsp;3.การพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของคนให้เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;การปรับปรุงและพัฒนาปัจจัยพื้นฐานเพื่อส่งเสริมฟื้นฟูและพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งกรมศิลปากรได้จัดทำแผนงานโครงการและกิจกรรม โดยจัดลำดับความสำคัญที่มีความจำเป็นเร่งด่วนใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ด้านงานอนุรักษมรดกชาติ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ด้านนาฏดุริยางคศิลป์&amp;nbsp;โบราณคดีและพิพิธภัณฑ์&amp;nbsp;ด้านภาษา&amp;nbsp;เอกสาร&amp;nbsp;และหนังสือและด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประทีป&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำหรับโครงการที่จะดำเนินการได้ย้ำให้แต่ละสำนักปรับแผนงานสอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;พร้อมกับปรับปรุงฐานข้อมูลโดยเฉพาะและระบบการสืบค้นเกี่ยวกับองค์ความรู้แขนงต่างๆให้เป็นปัจจุบัน&amp;nbsp;และแยกย่อยข้อมูลที่น่าสนใจมานำเสนอผ่านสื่อออนไลน์&amp;nbsp;เรียกว่าโครงการแบ่งปันความรู้&amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;ถือว่าได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ขณะที่การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ได้มีการปรับปรุงต่อเนื่อง&amp;nbsp;คาดว่าจะมีการเปิดตัวหลายแห่ง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ศูนย์ข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท&amp;nbsp;จ.อุดรธานี&amp;nbsp;พิพิธภัณธสถานแห่งชาติบ้านเก่า&amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์เครื่องทองอยุธยา&amp;nbsp;พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์&amp;nbsp;จ.นครปฐม&amp;nbsp;&amp;nbsp;และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง&amp;nbsp;จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงการเปิดอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม&amp;nbsp;จ.สระแก้ว&amp;nbsp;ซึ่งการเปิดตัวแต่ละแห่งให้สำนักศิลปากรพื้นที่ประสานงานกับจังหวัดและภาคส่วนต่างๆได้เห็นความสำคัญ หาแนวทางดึงดูดคนในพื้นที่เข้ามาเยี่ยมชม&amp;nbsp;โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่สามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้นอกสถานที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ส่วนงานบูรณะโบราณสถานต่างๆ&amp;nbsp;ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง&amp;nbsp;แต่พยายามจะไม่ให้มีการเปิดหน้างานใหม่ยกเว้นงานบูรณะที่สำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยให้ดูแลผู้ปฎิบัติงานตามมาตราการสาธารณสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่การติดตามงานต่างๆ&amp;nbsp;สามารถปรับรูปแบบโดยใช้เทคโนโลยีและออนไลน์เข้ามาช่วยเพื่อลดข้อจำกัดลงจากการไม่สามารถเดินทางไปลงพื้นที่ได้เองขณะที่การเปิดแหล่งเรียนรู้ยังสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้&amp;nbsp;แต่กำชับให้เข้มงวดเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างเคร่งครัด&amp;quot; นายประทีป&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91091</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, นสพ.ไทยโพสต์, นายประทีป เพ็งตะโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_60100145cc5c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลักหินเสมา 2หลัก &quot;สมัยทวารวดี&quot;โผล่ที่กาฬสินธุ์ กรมศิลป์ฯ รุดตรวจสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ม.ค.64-นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2564 กรมศิลปากร โดย สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ได้เข้าตรวจสอบหลักหินเสมา2 หลัก ที่บ้านกุดตาใกล้ หมู่ 4 ต.สายนาวัง อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ โดยชาวบ้านกุดตาใกล้ได้ทำการขุดเปิดพื้นที่บริเวณบ้านของนายธงชัย คะโยธา ราษฎรบ้านกุดตาใกล้ จึงได้พบหลักหินดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ พบว่าหลักหินที่ขุดพบมีลักษณะเป็นเสาหินทรายแปดเหลี่ยม จำนวน 2 หลัก ขนาดกว้าง 55 ซม. สูง 212 ซม. และ กว้าง 60 ซม. สูง 177 ซม. สภาพไม่สมบูรณ์ ส่วนเดือยของหลักหินที่หักออก มีขนาดกว้าง 44 ซม. สูง 92 ซม. ชาวบ้านกุดตาใกล้ &amp;nbsp;ได้ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้จมดินอยู่โดยโผล่พ้นดินขึ้นมาบางส่วน หลังจากนั้นมีการนำดินขุดสระมาถม แต่ยังเป็นที่รับรู้ของคนในชุมชนว่ายังมีหลักหินอยู่ในจุดดังกล่าว จนกระทั่งได้ขุดเปิดพื้นที่และพบหลักหินทั้งสองหลักนี้อีกครั้ง โดยตนได้สั่งการให้สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี เก็บข้อมูลรายละเอียดพร้อมจัดทำแผนผังที่พบ เพื่อดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายประทีปกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันกรมศิลปากรมีนโยบายในการศึกษาความสัมพันธ์ของใบเสมาทวารวดีกับการตั้งชุมชนและพื้นที่ใช้งานทางวัฒนธรรมช่วงทวารวดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยให้เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างสำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น สำนักศิลปากรที่9 อุบลราชธานี และสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เพื่อศึกษารวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับเสมาโบราณที่พบกระจายตัวหนาแน่นในภาคอีสานที่สัมพันธ์กับการตั้งชุมชนในวัฒนธรรมทวารวดีในพุทธศตวรรษที่ 13- 18 &amp;nbsp;โดยมีแหล่งสำคัญ เช่น เมืองจำปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เมืองเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา และเมืองคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของวัฒนธรรมทวารวดี ที่ผ่านมามีรายงานการพบแหล่งเสมาโบราณหนาแน่นมากกว่าจังหวัดอื่น โดยมีแหล่งสำคัญอยู่ที่เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย และที่บ้านหนองห้าง ตำบลหนองห้าง อำเภอกุฉินารายณ์ เป็นต้น &amp;nbsp;โดยแหล่งบ้านกุดตาใกล้นี้จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาความสัมพันธ์ของใบเสมาทวารวดีฯ ด้วยเช่นกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดของการพบเสมาทั้ง 2 หลักนี้ คือเป็นการพบหลักฐานในแหล่งดั้งเดิม ที่นักโบราณคดีจะยังมีโอกาสศึกษาชั้นดินที่พบ รวมถึงเก็บข้อมูลบริบทแวดล้อมทางโบราณคดีได้มากกว่าใบเสมาส่วนใหญ่ที่ถูกเคลื่อนย้ายไปแล้ว และสูญเสียข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในทางการศึกษาวิจัยทางโบราณคดีไปอย่างน่าเสียดาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ในเบื้องต้นท้องถิ่นแจ้งความประสงค์จะเก็บรักษาเสมาทั้งสองหลักไว้ในพื้นที่ โดยจะดำเนินการขออนุญาตกรมศิลปากรตามข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ภายในท้องถิ่นต่อไป
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89915</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กรมศิลปากร, กาฬสินธุ์, ทวารวดี, นายประทีป เพ็งตะโก, บ้านกุดตาใกล้, เสาหินหลักเสมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_600140321a607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สักการะ 10 พระพุทธปฏิมาโบราณ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2564 การไหว้พระเสริมสิริมงคล เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจมากจากคนไทย กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร&amp;nbsp; จัดกิจกรรมดีๆ พระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน ทศพุทธปฏิมาวังหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า เนื่องในโอกาสเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2564 กรมศิลปากรได้จัดกิจกรรมมอบความสุขปีใหม่จากใจกรมศิลปากร โดยยึดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนเข้าชมและเข้าใช้บริการแหล่งเรียนรู้ได้อย่างปลอดภัย ประกอบด้วย 1.กิจกรรมสักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน : ทศพุทธปฏิมาวังหน้า โดยอัญเชิญ พระพุทธปฏิมาโบราณ 10 องค์ ที่เก็บรักษาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มาให้ประชาชนได้สักการะ ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 63 &amp;ndash; 10 ม.ค. 64 ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เป็นการอำนวยความสุขสวัสดิ์พิพัฒน์มงคลในวาระแห่งการเริ่มต้นสู่ศักราชใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประทีป กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ พระพุทธรูป 10 องค์ มีทั้งศิลปะอยุธยา และศิลปะรัตนโกสินทร์ มีประวัติความเป็นมาเกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรสถานมงคล โดยมีพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เป็นประธาน ร่วมกับ อีก 9 องค์ ประกอบด้วย 1.พระพุทธรูปฉันสมอประทับนั่งขัดสมาธิเพชร ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ 2.พระพุทธรูปศิลาขาวมารวิชัยประทับนั่งขัดสมาธิ 3.พระพุทธสิหิงค์จำลอง 4.พระพุทธรูปปางมารวิชัยแก้วสีเขียวฟ้า 5.พระพุทธรูปห้ามแก่นจันทน์ 6.พระพุทธรูปป่าเลไลย์ 7.พระพุทธรูปมารวิชัย (พระขนมต้ม) 8. พระพุทธรูปทรงเครื่องสมาธิ และ 9. พระพุทธรูปทรงเครื่องประทานอภัย มีความเชื่อว่า จะปราศจากภัยทั้งปวง และปกป้องอันตรายต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมศิลปากร&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า 2. กิจกรรมการแสดงรายการพิเศษ &amp;ldquo;ยลสังคีตศิลป์ ณ ถิ่นวังหน้า หรรษาปีใหม่&amp;rdquo; ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยไม่เก็บค่าเข้าชม ในวันที่ 27 ธ.ค. 63 เวลา 17.00-19.00 น. ณ สังคีตศาลา เวทีกลางแจ้ง บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นำเสนอการแสดงที่หลากหลายและสนุกสนาน ได้แก่ ละครนอก เรื่องสุวรรณหงส์ ตอน &amp;ldquo;พราหมณ์เกศสุริยงรบกุมภณฑ์&amp;rdquo; รำกระทบไม้ การแสดง ชุด สิบสองภาษาออกตัว ระบำตาเลียนลิลิน และการแสดงชุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 3.เปิดให้ประชาชนเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมเข้าชม ระหว่างวันที่ 31ธ.ค. 63 - 3 ม.ค. 64 โดยจะนำพระพุทธรูปมงคลโบราณที่มีประวัติความเป็นมาและสร้างขึ้นตามคติอันเป็นมงคล มาประดิษฐานภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศให้พุทธศาสนิกชนสักการบูชา เพื่อเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคลตามแบบแผนประเพณีที่ดีงาม พร้อมชมโบราณวัตถุศิลปวัตถุชิ้นเยี่ยมในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และเที่ยวชมโบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์ 11 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประทีป กล่าวต่อว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาอของโควิด-19 ทำให้ประชาชนหวั่นวิตกต่อโรคภัยไข้เจ็บ ดังนั้น การสักการะพระพุทธรูปโบราณ นอกจากเสริมสร้างสิริมงคลแล้ว จะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่คนไทยห่างไกลจากโรคภัยทั้งปวง ทั้งนี้ กรมศิลปากร ได้มีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน และคัดกรองก่อนเข้าแหล่งเรียนรู้บันทึกข้อมูลของผู้ใช้บริการ เจ้าหน้าที่และผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา บริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ ที่มีการสัมผัสบ่อย พร้อมทั้งทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ทุก 2 ชั่วโมง รวมถึงจัดระบบการเข้าชมโดยจำกัดจำนวนผู้เข้าชม ให้มีระยะห่างระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า 1 เมตร เพื่อไม่ให้มีการแออัดในพื้นที่จัดกิจกรรม พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87981</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, นสพ.ไทยโพสต์, นายประทีป เพ็งตะโก, สักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน : ทศพุทธปฏิมาวังหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe59ffcc1c73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเนสโกห่วง&#039;สถานีไฮสปีดอยุธยา&#039; หามาตรการดูแล ไม่กระทบมรดกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>

&amp;nbsp;

&amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 7 ต.ค. - นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากการประชุมหารือร่วมกับ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และนายพิเชฐ คุณา ธรรมรักษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีประเด็นพิจารณาการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ &amp;ndash; หนองคาย โดยอยู่ระหว่างการสร้างเส้นทางช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ &amp;ndash; นครราชสีมา ซึ่งเส้นทางดังกล่าวได้ผ่านบริเวณสถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยาที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และผ่านในพื้นที่ใกล้กับแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้หลายฝ่ายมีความวิตกกังวลถึงการก่อสร้างสถานีรถไฟที่มีขนาดใหญ่ เพื่อรองรับระบบการคมนาคมขนส่งทางรางในบริเวณนั้น จะส่งผลต่อสถานีรถไฟเดิมที่เป็นโบราณสถานและแหล่งมรดกโลก

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประทีป กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ศูนย์มรดกโลก องค์การยูเนสโก ได้มีหนังสือส่งมายังกรมศิลปากร แสดงความห่วงใยและกังวลถึงโครงการดังกล่าวเช่นกัน โดยเฉพาะให้หามาตรการดูแลเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ทั้งด้านภูมิทัศน์และคุณค่าความโดดเด่นของมรดกโลก ดังนั้น จึงหารือแนวทางการลดผลกระทบในทางลบแก่โบราณสถานและแหล่งมรดกโลก

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ที่ประชุมมีความเห็นเบื้องต้นว่า การก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงและการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี ให้พยายามลดขนาดของอาคาร โดยยึดหลักความเรียบง่ายและความจำเป็นในการใช้งาน รวมทั้งให้ความสำคัญกับประโยชน์ใช้สอยหลักทางด้านการคมนาคม ขณะที่การพัฒนาพื้นที่เพื่อการสันทนาการและการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่สำหรับการพัฒนาพื้นที่เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและการค้าให้ถือเป็นความสำคัญในลำดับรอง พร้อมกันนี้ ให้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณารูปแบบสถานีและการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีร่วมกันต่อไป ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ตนจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เป็นประธาน วันที่ 9 ต.ค. นี้ จากนั้นจะส่งการประชุมต่อไปยังคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ต่อไป &amp;quot; นายประทีป กล่าว

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79760</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, นสพ.ไทยโพสต์, นายประทีป เพ็งตะโก, ยูเนสโก, สถานีรถไฟความเร็วสูงที่อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d7b95c6e2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2020 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2020 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ คาดยุคสำริด3,000ปี ดัน&#039;สีบัวทอง&#039;แหล่งเรียนรู้ใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ - นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานขุดค้นทางโบราณคดีแหล่งโบราณคดีสีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง หลังมีการค้นพบการฝังศพสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ระบุได้ว่า เป็นแหล่งโบราณคดีแห่งใหม่นั้น ล่าสุด ได้จัดสรรงบประมาณให้แก่สำนักศิลปากรที่ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา ไปทำการศึกษาข้อมูลด้านโบราณคดีเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์และความเป็นมาให้ชัดเจนขึ้น โดยได้ประสานงานกับเจ้าของที่ดินที่มีการขุดพบเจอโบราณวัตถุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนักโบราณคดีได้ลงพื้นที่เข้าไปเริ่มทำการขุดค้นในช่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;2 &amp;ndash; 3 เดือนที่ผ่านมา โดยขุดค้นไปแล้วจำนวน 3 หลุม พบโครงกระดูกมนุษย์ 7 โครง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นผู้ใหญ่ 6 โครง เป็นเด็ก 1 โครง การฝังศพอยู่ลึกลงจากผิวดินชั้นวัฒนธรรมประมาณ 20 &amp;ndash; 70&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;ทุกโครงถูกฝังในลักษณะนอนหงายเหยียดยาว มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการมัดบริเวณเข่าในทุกโครง ยกเว้นโครงเด็ก หันศีรษะไปทาง&amp;nbsp;ทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายประทีป กล่าวว่า การฝังศพยังมีเครื่องอุทิศที่ฝังร่วมกับโครงกระดูก ได้แก่ ภาชนะดินเผา พบร่วมกับโครงกระดูก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;โครง วางอยู่ด้านบนหรือด้านข้างของโครงกระดูกตำแหน่งตั้งแต่สะโพกจนถึงปลายเท้า จำนวนตั้งแต่&amp;nbsp;1 ใบจนถึง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ใบ นอกจากนี้ ยังพบหม้ออุทิศเป็นภาชนะดินเผาเนื้อดิน ประเภทหม้อก้นกลม ชาม ตกแต่งผิวด้วยลายเชือกทาบหรือทาน้ำดินสีแดง ขวานหินขัดวางอยู่ที่กระดูกสะโพกข้างขวาของโครงกระดูกโครงหนึ่งที่ไม่พบภาชนะดินเผา กำไลสำริดพบสวมอยู่ที่กระดูกปลายแขนข้างซ้ายของโครงกระดูกที่อยู่ลึกที่สุดและมีสภาพไม่สมบูรณ์ที่สุด แสดงถึงพิธีกรรมการฝังศพของคนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์&amp;nbsp;จากการตรวจสอบชั้นดินหลุมขุดค้นในที่ทำการ อบต. สีบัวทอง พบว่า ในระดับผิวดินเดิมก่อนที่จะทำการขุดลอกนั้นไม่พบโบราณวัตถุ จนกระทั่งขุดลงไปความลึก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตรจากผิวดินเดิม จึงพบโบราณวัตถุปะปน เช่น เศษภาชนะดินเผาหรือเศษกระดูก เป็นระดับที่ใกล้เคียงกับระดับที่พบการฝังศพ จากการดำเนินงานโบราณคดีทำให้ทราบว่า ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนที่มีอายุในช่วงยุคสำริด อายุ&amp;nbsp;2,500-3,000ปี เมื่อวิเคราะห์ร่วมกับชั้นวัฒนธรรมที่ไม่หนามาก สันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่า เป็นชุมชนที่มีการโยกย้ายมาอยู่ในช่วงสั้น ๆ ก่อนจะอพยพไปตั้งถิ่นฐานบริเวณอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; การขุดค้นพบหลักฐานสำคัญนี้ ถือเป็นครั้งแรกในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง เพราะยังไม่เคยมีพื้นที่ลุ่มภาคกลางใด พบหลักฐานในยุคก่อนประวัติศาสตร์เช่นนี้มาก่อน สามารถเชื่อมโยงรอยต่อระหว่างจากยุคหินใหม่ที่คนส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่สูงได้มีการอพยพย้ายถิ่นถิ่นฐานลงมาสู่พื้นที่ราบลุ่ม เริ่มเปลี่ยนจากการล่าสัตว์มาประกอบอาชีพเกษตรกรรมในยุคแรกๆ ส่วนใหญ่ที่เคยพบจะอยู่ในช่วงยุคทวารวดีประมาณ 1,500 ปีเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้ทำการศึกษาข้อมูลด้านโบราณคดีที่จะใช้ในการเชื่อมโยงความเป็นมาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เบื้องต้นได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเห็นพ้องความสำคัญของพื้นที่ดังกล่าว อนาคตจะมีการศึกษาความเป็นไปได้ผลักดันเป็นแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดีแห่งใหม่ของ จ.อ่างทอง โดยความร่วมมือของคนในท้องถิ่น และประสานงานกับชาวบ้านที่ได้พบหลักฐานนำโบราณวัตถุที่ค้นพบมาจัดแสดงนิทรรศการเป็นมรดกของคนในพื้นที่อีกด้วย&amp;rdquo; นายประทีป&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78702</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, จ.อ่างทอง, นายประทีป เพ็งตะโก, แหล่งโบราณคดีสีบัวทอง, โครงกระดูมนุษย์โบราณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200926/image_big_5f6effbf2d8dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 18:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 18:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฮเทค! กรมศิลป์ใช้&#039;ริสแบนด์&#039;พัฒนางานพิพิธภัณฑ์ บันทึกความสนใจผู้เข้าชม </HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - นายประทีป&amp;nbsp;เพ็งตะโก&amp;nbsp;อธิบดีกรมศิลปากร&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมศิลปากร&amp;nbsp;โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp;มุ่งการพัฒนาและการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการข้อมูลมรดกศิลปวัฒธรรมของกรมศิลปากร&amp;nbsp;ด้วยระบบดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เนื่องจากการเรียนรู้ด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมในปัจจุบันได้เปิดกว้างให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม&amp;nbsp;และได้เข้าถึงข้อมูลอย่างไร้ขีดจำกัด&amp;nbsp;กรมศิลปากรจึงได้จัดทำระบบวิเคราะห์ข้อมูล&amp;nbsp;ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ&amp;nbsp; National Museum Public Base&amp;nbsp;ระบบจัดเก็บข้อมูลความต้องการของผู้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ครบวงจรเพื่อนำข้อมูลไปต่อยอดและพัฒนาการบริการให้ตรงกับความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;โดยเริ่มนำร่องที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร&amp;nbsp;เป็นแห่งแรกก่อนจะขยายผลไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประทีป&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์&amp;nbsp; National Museum Public Base&amp;nbsp;ได้จัดทำเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลความต้องการของผู้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ&amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มเข้าชม&amp;nbsp;จนกระทั่งออกจากพิพิธภัณฑ์ โดยให้ผู้เข้าชมลงทะเบียนรับสายรัดข้อมือ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;Wrist band&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูล&amp;nbsp;นำติดตัวไปตลอดการเข้าชม&amp;nbsp;ระบบจะทำการบันทึกความสนใจและการเข้าถึงข้อมูลในพิพิธภัณฑ์ของผู้เข้าชมไว้อย่างละเอียด&amp;nbsp;รวมทั้งทำการแยกความสนใจออกเป็นประเภท&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ห้องจัดแสดงแต่ละห้อง&amp;nbsp;โบราณวัตถุแต่ละประเภท&amp;nbsp;โดยระบบจะทำการบันทึกและประมวลผลแบบเรียลไทม์&amp;nbsp;เพื่อให้ทราบความสนใจเป็นพิเศษของผู้เข้าชมแต่ละคน และทำการประมวลผล จากนั้นระบบจะสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และส่งข้อมูลไปยังประชาชนตามช่องทางการสื่อสารที่ลงทะเบียนไว้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; SMS , Email&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถศึกษา&amp;nbsp;เรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ริสแบนด์อุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูล ผู้เข้าชมสวมใส่ที่ข้อมูลตลอดการเข้าชมพิพิธภัณฑ์พระนคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า หากประมวลผลพบว่า&amp;nbsp;ผู้เข้าชมสนใจโบราณวัตถุในยุคสมัยใดเป็นพิเศษ&amp;nbsp;ระบบจะทำการสืบค้นข้อมูลโบราณวัตถุหนังสือ&amp;nbsp;หรือบทความที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียนรู้มากที่สุด&amp;nbsp;เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่การเรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์&amp;nbsp;มุ่งเน้นการเข้าถึงข้อมูลมรดกวัฒนธรรมได้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;การพัฒนาระบบนี้จะก้าวสู่การพัฒนาคลังข้อมูลขนาดใหญ่ของมรดกศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp;ในการวิเคราะห์สถิติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชิงลึก&amp;nbsp;และนำผลวิเคราะห์ไปใช้กำหนดนโยบาย&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพของการปรับปรุงการจัดแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ&amp;nbsp;ของแต่ละพิพิธภัณฑ์&amp;nbsp;โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางและร่วมเป็นผู้กำหนดทิศทางการจัดการเรียนรู้ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77761</URL_LINK>
                <HASHTAG>National Museum Public Base, กรมศิลปากร, นายประทีป เพ็งตะโก, พิพิธภัณฑ์พระนคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f63419bd5420.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลป์ ฯ กุมขมับ เจองานหิน ลอกสีบานประตูวัดหมืนล้าน สุดยาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
29ก.ค.63-นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่ได้มอบหมายให้นักวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญ จากกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพบานประตูวิหารวัดหมื่นล้านโดยละเอียด หลังจากมีการทาสีทับลายรดน้ำบนบานประตูวิหารนั้น ได้รับรายงานว่า จากการตรวจสอบพบว่าชั้นของสีที่ทาทับบนบานประตูวิหารวัดหมื่นล้าน ประกอบด้วย ชั้นที่ 1 ชั้นรองพื้นประเภทเรซิ่น เป็นการปรับพื้นผิวบานประตูให้เรียบเสมอกัน ชั้นที่ 2 สีน้ำมัน (ที่นิยมใช้รองพื้นก่อนปิดทอง) สีแดง มีลักษณะบาง และชั้นที่ 3 สีน้ำมันสีดำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบวนการละลายชั้นสีที่ทาทับ ที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ ชั้นที่ 1 ชั้นรองพื้นประเภทเรซิ่น เพราะเป็นวัสดุที่ไม่มีตัวทำละลาย และหากปล่อยไว้จะทำปฏิกิริยากับอากาศทำให้แข็งตัวจับยึดแน่นกับภาพลายรดน้ำเดิม ซึ่งชั้นเรซิ่นนี้มีชั้นสีน้ำมันทาทับอยู่ จึงยังไม่แข็งตัวสามารถละลายออกได้ โดยเมื่อดำเนินการจะต้องประคองสภาพไม่ให้ชั้นเรซิ่นแข็งตัวเร็วขึ้น และค่อยๆ ละลายชั้นสีที่ปิดทับอยู่ทีละส่วน ไม่ละลายออกทีเดียวทั้งหมด โดยในขณะนี้กำลังทดสอบน้ำยาเคมีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อใช้ในการดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนของระยะเวลาที่จะใช้ในการดำเนินการละลายชั้นสีทั้งหมดออกจนแล้วเสร็จ ในเบื้องต้นนักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าน่าจะใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 30 วัน ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการดำเนินงานในแต่ละส่วน ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อลายรดน้ำดั้งเดิม และคืนสภาพลายรดน้ำบนบานประตูวิหารวัดหมื่นล้านไว้ให้ได้มากที่สุดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดหมื่นล้าน เป็นโบราณสถานที่ไม่ได้ประกาศขึ้นทะเบียน ตามประวัติระบุว่า สร้างโดยหมื่นโลกสามล้าน หรือ หมื่นด้งนคร ผู้เป็นขุนศึกคู่พระทัยของพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ล้านนาราชวงศ์มังราย ในปีมะเส็ง จุลศักราช 822 หรือตรงกับ พ.ศ. 2002 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 มีบันทึกระบุว่า หลวงโยนะการพิจิตร ซึ่งเป็นคหบดีได้สร้างขึ้นมาทดแทนของเดิมที่เสียหาย ช่วงปี จ.ศ. 1279 ตรงกับ พ.ศ.2460 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72834</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กรมศิลปากร, นายประทีป เพ็งตะโก, บานประตูวัดหมื่นล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f2137469f7e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
