<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มกอช. ร่วมมือ สมาคมการค้าตลาดกลางฯ ลงนาม MOU หนุนนำมาตรฐานสินค้าเกษตรไปใช้ในตลาดกลาง เสริมความเชื่อมั่น สร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 29 ก.ย.64 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ไปปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง ระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และ สมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย (TAWMA) โดยมีนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช. และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายกสมาคมการค้าตลาดกลางค้าฯ&amp;nbsp; เป็นผู้ลงนาม ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลด้านเกษตรกรรมของประเทศ รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ตลาดกลางสินค้าเกษตรไทย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบห่วงโซ่คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการบริหารจัดการสินค้าเกษตรเข้าสู่ตลาด เพื่อให้สินค้าคงคุณภาพ จนถึงปลายทางผู้บริโภค โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตและจัดการการค้าสินค้าเกษตรของประเทศ ให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้รับความเชื่อถือ และนำพาประเทศให้ก้าวสู่การเป็นตลาดชั้นนำที่มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศาล พงศาพิชณ์ กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้เกิดขึ้นโดย มกอช. ได้หารือร่วมกับสมาคมการค้าตลาดกลางสินค้าเกษตรไทย ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าไปปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง เริ่มตั้งแต่การคัดแยกคุณภาพ ตัดแต่ง บรรจุ ตลอดจนการขนส่ง เพื่อให้สินค้าคงคุณภาพ ลดการสูญเสีย จนถึงปลายทางผู้บริโภค การวางระบบมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตรสำหรับตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย ถือเป็นกลไกสำคัญ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้เกิดการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตร ช่วยอำนวยความสะดวกในการค้า และสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ ความปลอดภัย รวมถึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งผลิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีแผนการดำเนินงานประกอบด้วย ระยะ Quick win คือแผนปฏิบัติการระยะเร่งด่วน โดย มกอช. และสมาคมฯ ได้กำหนดให้มีการจัดพิธีลงนามในวันนี้ รวมถึงการอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ ความเข้าใจ มาตรฐานสินค้าเกษตรและระบบการรับรอง รวมถึงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ การดำเนินงานในระยะที่ 1 การจัดทำคู่มือปฏิบัติงานและพัฒนาต้นแบบการจัดการสินค้าเกษตร ตามมาตรฐาน โดยนำร่องที่ &amp;ldquo;ตลาดไท&amp;rdquo; ซึ่งเป็นตลาดกลางค้าส่งขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และมีความสำคัญมากต่อห่วงโซ่อาหารและสินค้าเกษตรของประเทศ การดำเนินงานในระยะที่ 2 เป็นการจัดทำมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยและคุณภาพตลาดกลางสินค้าเกษตร และการดำเนินงานในระยะที่ 3 เป็นการเตรียมความพร้อมระบบการตรวจสอบรับรองมาตรฐานและจัดทำระบบ Supply Chain จากนั้นจะนำต้นแบบจาก &amp;ldquo;ตลาดไท&amp;rdquo; ขยายผลไปยังตลาดกลางสินค้าเกษตรแห่งอื่นเพิ่มเติมในปีถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ กล่าวว่า สมาคมฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารเพื่อใช้เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ขาย ให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพสินค้าเกษตร ซึ่งปัจจุบัน สมาคมฯ มีสมาชิกตลาดกลางค้าส่งทั่วประเทศ 17 แห่ง ในการกระจายสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสินค้าประเภทผักและผลไม้จำนวนมากที่ต้องกระจายผ่านตลาดกลางค้าส่งเหล่านี้ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของสินค้าเกษตร ดังนั้น ทางสมาคมฯ จึงมีความยินดีและพร้อมที่จะสนับสนุน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การนำมาตรฐานสินค้ามาปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง โดยได้ร่วมมือกับ มกอช. ในการพัฒนาตลาดกลางต้นแบบด้านการจัดการความปลอดภัยและคุณภาพตลาดสินค้าเกษตร โดยผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน เช่น ผู้ซื้อจะได้รับสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐานตรงกับความต้องการ ผู้ขายมีความมั่นใจในสินค้าเกษตร ส่งผลให้การซื้อขายมีความสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งตลาดมีพื้นที่จัดสรรและหมุนเวียนเพื่อการซื้อขายสินค้าเกษตรมากขึ้น ภายใต้ความเป็นธรรมในการค้าขายสินค้าเกษตร รวมถึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นทางด้านอาหารในช่วงสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย&amp;quot;นายประดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118347</URL_LINK>
                <HASHTAG>MOU, TAWMA, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, คู่มือปฏิบัติงานและพัฒนาต้นแบบการจัดการสินค้าเกษต, ตลาดไท, นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์, นายประภัตร โพธสุธน, นายพิศาล พงศาพิชณ์, พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ, มกษ., มกอช., มาตรฐานสินค้าเกษตรไปใช้ในตลาดกลาง, สมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ, สินค้าเกษตร, โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61557fc2a67df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กตู่&#039;มอบนโยบายวันข้าวให้ขึ้นทะเบียนตั้งแต่เกษตรกร-โรงสี-คนกลางฯบริหารข้อมูลแบบBig Data</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63-เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำนางรจนา สีวันทา ชาวนาดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2563 พร้อมด้วยคณะผู้นำชาวนาโดยมีนายอัษฎางค์ สีหาราช ประธานคณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เพื่อรับฟังนโยบายและหารือแนวทางการดำเนินงานด้านข้าว โดยมี นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านข้าว สรุปสาระสำคัญตอนหนึ่งว่า เข้าใจดีถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนาที่มีมาตั้งแต่ก่อนเกิดสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ย้ำรัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรและชาวนา ด้วยหลักการที่เหมาะสมเน้นร่วมมือกันทำงาน ช่วงที่ผ่านมาก็ได้ไปพบปะกับกลุ่มเกษตรกรทั้งข้าว ยาง ปาล์ม เพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรคของกลุ่มเกษตรกรมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; กล่าวถึงความสำคัญของศูนย์ข้าวชุมชนว่า มีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่ให้คำแนะนำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี จัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมให้กับชาวนา โดยกรมการข้าวมีหน้าที่สำคัญให้การสนับสนุนด้านเมล็ดพันธุ์และการผลิตข้าวรวมทั้งพัฒนาชาวนาของประเทศ ทั้งนี้ เมล็ดพันธุ์ข้าวมีการผลิตมาจาก 3 ส่วนคือ ภาครัฐ เกษตรกร และภาคเอกชน โดยภาครัฐมีความต้องการเพิ่มการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้มากขึ้น ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการวิจัยและพัฒนาข้าวพันธุ์ใหม่ ทั้งนี้ ในส่วนของการผลิตข้าวต้องไม่ผลิตเกินความต้องการ ต้องดูอุปสงค์อุปทานของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตัวเลขความต้องการปริมาณข้าวจะเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำ การตลาด ที่จะเชื่อมโยงกันทั้งระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ผ่านมาชาวนามีปัญหาการถูกกดราคาข้าวมาตลอด ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะแก้ไขปัญหาโรงสีกดราคารับซื้อข้าว โดยให้มีการขึ้นทะเบียนโรงสี ให้เกษตรกรขายข้าวให้กับโรงสีที่ขึ้นทะเบียนจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น เพื่อให้เกษตรกรได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งจะช่วยป้องกันปัญหาการปลอมปนข้าวด้วย โดยการขึ้นทะเบียนจะเป็นการบริหารข้อมูลเป็น Big Data ตั้งแต่ชาวนา เกษตรกร พ่อค้าคนกลางผู้ซื้อข้าว ผู้ส่งออกข้าว โรงสี ผู้ประกอบการค้าข้าวอิสระ หากทำได้เป็นมาตรฐานทั้งหมด ชาวนาก็จะไม่เดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำว่า ได้กำชับให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติจัดทำแผนธนาคารน้ำใต้ดิน ซึ่งมีข้อดีคือช่วยแก้น้ำท่วม เก็บน้ำได้มาก แต่ต้องระวังเรื่องสารเคมีที่อาจจะลงไปใต้ดิน รวมทั้งจะต้องพึ่งเครื่องสูบน้ำ นายกรัฐมนตรีได้แนะนำการอบข้าว ให้หาเครื่องอบข้าวให้เกษตรกร อาทิ เครื่องอบข้าวขนาดเล็ก โรงสีย่อยขนาดเล็ก เพื่อช่วยแก้ปัญหาการตากข้าวบนถนน จากนั้นให้พิจารณาทำแผนใหญ่ในภาพรวมเพื่อสนับสนุนชาวนาผู้ปลูกข้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันถึงความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP (Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership) ว่า ยังไม่ได้ตกลงเข้าร่วมความตกลง ฯ โดยรัฐบาลจะพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด วันนี้เพียงแค่ขอความเห็นชอบในการเข้าไปเจรจาเพียงเท่านั้น เพราะหากเราเข้าเจรจาเราจะได้สิทธิเกษตร GAP และ GI กรณีการบริหารจัดการรายจ่ายงบประมาณแผ่นดินที่จะนำมาดูแลคนรายได้น้อย เกษตรกร กลุ่มเปราะบางเกือบร้อยละ 40 และการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ต้องศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ พิจารณาก่อนอนุมัติโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ คณะผู้นำชาวนาได้มอบองค์แม่โพสพจำลอง และข้าวสารจำนวน 30 ตัน ให้กับนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67905</URL_LINK>
                <HASHTAG>Big Data, CPTPP, นายประภัตร โพธสุธน, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5eda038a6f597.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประภัตร&#039;สั่งขยายปลดระวางแม่ไก่หวังเพิ่มปริมาณไข่ไก่แก้ขาดแคลน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.63-นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์ไข่ไก่ที่มีปัญหาเรื่องการกักตุนอันเนื่องมาจากความวิตกกังวลการประกาศเคอร์ฟิวส์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค-19 ส่งผลให้ราคาไข่ไก่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบสถานการณ์การกักตุนไข่ไก่เริ่มลดลง และมีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากประชาชนไม่ตื่นตระหนกและไม่กักตุนสินค้าทำให้ราคาเริ่มเข้าภาวะปกติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร &amp;nbsp;ยืนยันปริมาณไข่ไก่มีเพียงพอสำหรับการบริโภคของประชาชน เนื่องจากไก่ที่จะออกไข่ต้องเลี้ยงให้ได้ 18 สัปดาห์ ขณะนี้มีจำนวนไก่ประมาณ 50 ล้านตัว ผลิตไข่ไก่ได้ 40-41 ล้านฟอง ข้อมูลสำรวจเมื่อวันที่ 20 มี.ค.2563 ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ได้หารือร่วมกับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่มีมาตรการในการเลี้ยงยืดอายุแม่ไก่ให้ปลดระวางเกินอายุ 80 สัปดาห์ ซึ่งสามารถยืดอายุแม่ไก่ไปได้ถึง 90 สัปดาห์ และคาดว่าจะมีไก่ไข่ยืนกรงเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละประมาณ 1 ล้านตัว มีผลผลิตปริมาณไข่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 8-9 แสนฟองต่อวัน สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม จากมาตรการในการยืดอายุไก่ไข่ยืนกรงทำให้ปริมาณไก่ไข่ยืนกรงเพิ่มขึ้นเป็น 53 ล้านตัว สามารถผลิตไข่ไก่ได้ 44 ล้านฟองต่อวัน ตนคาดว่าจะเพียงพอต่อการบริโภคของประชาชนในภาวะปกติที่ไข่ไก่เฉลี่ยวันละ 39 ล้านฟอง (220 ฟองต่อคนต่อปี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีกสองสัปดาห์ แม่ไก่จาก 49 ล้านตัวจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 53 ล้านตัว เพราะเราจะขยายการปลดระวางแม่ไก่ออกไป และมีแม่ไก่ใหม่มาเพิ่มอีก ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตไข่ไก่มีมากถึงวันละ 44 ล้านฟอง นอกจากนั้น เรายังสั่งห้าม ไม่ให้มีการส่งออกไขไก่ ไปยังต่างประเทศ เพื่อไม่ให้ ไข่ไก่ล้นตลาด หากยังกักตุนและขายเกินราคา อยู่ระวังไข่ไก่ออกมาเยอะๆ จะทำให้คนที่ชอบกักตุนมีปัญหาอีก เพราะมาตรการที่เราดำเนินการทั้งหมดจะทำให้ไข่ไก่มีเพียงพอและตอนนี้คนทั่วไปก็เข้าใจแล้วว่ามันไม่จำเป็นต้องกักตุนเพราะไข่ไก่ไม่ได้ขาดตลาดแล้ว เชื่อว่าราคาไข่ไก่จะลดลงและเป็นไปตามกลไกอย่างแน่นอน จึงของเตือนพวกชอบกักตุนไขไก่ ระวังจะประสบปัญหาการขาดทุน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯมีการดำเนินการในการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ตั้งแต่ปี 2561 มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีเป้าหมายในการปรับสมดุลปริมาณการผลิตไข่ไก่ให้สอดคล้องกับความต้องการของบริโภค โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต เพื่อให้ราคาไข่ไก่มีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน โดยไม่เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62164</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประภัตร โพธสุธน, รมช.เกษตรและสหกรณ์, โควิค-19, ไข่ไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e899eb224010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประภัตร&#039;จับเข่าเกษตรกรเชียงใหม่แก้ปัญหาราคาหอมหัวใหญ่ตกต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.63-นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังประชุมหารือและรับฟังปัญหาตลอดจนร่วมหาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาหอมหัวใหญ่ตกต่ำ ร่วมกับเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ พาณิชย์จังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมรับฟัง เพื่อช่วยแก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ของ จ.เชียงใหม่ เป็นการเร่งด่วน ณ ต.ดอนเปา อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ว่า จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ปลูกหอมหัวใหญ่ทั้งหมด 6,795 ไร่ ผลผลิตโดยเฉลี่ยประมาณ 4,000 - 4,500 กก./ต่อไร่ พื้นที่ปลูกหอมหัวใหญ่มากที่สุด คือ อ.แม่วาง ซึ่งจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุดคือช่วงเดือน ก.พ. โดยขณะนี้ จ.เชียงใหม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตหอมหัวใหญ่ไปแล้วประมาณ 50% ของพื้นที่ปลูกหอมหัวใหญ่ทั้งหมด ทำให้ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก จึงส่งผลให้ราคาตกต่ำ จากเดิม 15 บาท ต่อ กก. เหลือเพียง 4 บาท ต่อ กก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เบื้องต้นได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับเรื่องไปดูแลเพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ของ จ.เชียงใหม่เป็นการเร่งด่วน โดยได้สั่งการให้สหกรณ์จังหวัดเป็นผู้รับซื้อหอมหัวใหญ่ พยุงราคาอยู่ที่ 9 บาท ต่อ กก. เพื่อไม่ให้ขาดทุน ตลอดจนประสานขอความร่วมมือจากตลาดไทในการกระจายสินค้าช่วยเกษตรกร อย่างไรก็ตามหอมหัวใหญ่ค่อนข้างเน่าเสียง่ายจึงต้องเก็บรักษาในห้องเย็น ซึ่งมีราคาสูง จึงได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวของเร่งหาแนวทางว่าจะสนับสนุนอย่างไรได้บ้างโดยจะติดตามเรื่องนี้ด้วยตนเอง และเชื่อมั่นว่าหากทุกฝ่ายช่วยกันแก้ปัญหาบูรณาการร่วมกันนั้นจะแก้ปัญหาราคาผลผลิตหอมหัวใหญ่ตกต่ำด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57329</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประภัตร โพธสุธน, ปัญหาราคาหอมหัวใหญ่ตกต่ำ, เกษตรกร, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e4908fb92bf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประภัตร&#039;สั่งกรมชลฯเร่งสร้างอ่างเก็บน้ำแก่งหางแมวให้ทันฤดูฝนแก้ภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.63- นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างลงตรวจเยี่ยมสถานการณ์ภัยแล้ง ที่จ.จันทบุรีว่า จากการลงพื้นที่ครั้งนี้พบมีโครงการชลประทาน อยู่ระหว่างการก่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำหลายแห่งทั่วประเทศ ทั้งอ่างเก็บน้ำ ฝาย แก้มลิง ซึ่งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมวเกษตรฯได้เร่งรัดให้ กรมชลประทาน ดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อกักเก็บน้ำได้ทันในฤดูฝนนี้ ซึ่งในส่วนจ.จันทบุรี กำลังเร่งก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแก่งหางแมว ซึ่งความจุ 80ล้านลบ.ม. เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อตอบสนองความต้องการการใช้น้ำของเกษตรกร พร้อมกับปรับปรุงขั้นตอนการเก็บน้ำของแต่ละพื้นที่ และฝายน้ำในตำบลต่างๆ และยังพบเห็นปัญหาที่กรมพลังงาน มาก่อสร้าง วางท่อส่งน้ำไว้ 13กม.เมื่อปี35 อ.มะขาม แต่ชำรุดเสียหาย กลับโยนภาระให้องค์การบริหารส่วนตำบล ตนจึงทำหนังสือถึงรมว.พลังงาน ของบกองทุนพลังงานมาปรับปรุงให้กลับมาใช้งานได้เพื่อเกิดประโยชน์ให้คนในพื้นที่มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องเดินหน้าโครงการแหล่งเก็บน้ำ ต.บางชัน อ.คลองขลุง จ.จันทบุรี ในส่วนพื้นที่แปลงสุดท้ายที่ยังติดปัญหาเข้าพื้นที่ไม่ได้ เพราะเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ได้มีปัญหามายาวนาน ตนจะนำเรื่องไปหารือกับรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯและแจ้งว่าเป็นโครงการที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเป็นแหล่งน้ำให้กับคนนับหมื่นคนได้ใช้โดยกระทรวงเกษตรฯมีหลายมาตรการแก้ไขภัยแล้งพื้นที่เกษตร ทั้งช่วงเข้าสู่ภาวะภัยแล้ง และแผนเผชิญเหตุ ใช้น้ำบนฟ้า บนดิน ใต้ดิน และฟื้นฟูอาชีพ สภาพพื้นที่หลังประสบภัยให้เกษตรกรไปแจ้งขอความช่วยเหลือ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ ได้ทุกพื้นที่&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55516</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.จันทบุรี, นายประภัตร โพธสุธน, ภัยแล้ง, อ่างเก็บน้ำแก่งหางแมว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d44c547314.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคหัวใจคร่าชีวิต&#039;ประสิทธิ์ โพธสุธน&#039;อดีตสว.สุพรรณบุรีพี่ชาย&#039;ประภัตร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22พ.ย.62- มีรายงานว่า นายประสิทธิ์ โพธสุธน อดีตส.ว.สุพรรณบุรี อายุ 75 ปี&amp;nbsp; ได้เสียชีวิตแล้วด้วยโรคหัวใจ โดยวันที่22 พ.ย. นี้ จะมีพิธีรดน้ำศพ 14.00 น. ศาลา 3 วัดเทพศิรินทร์
สำหรับนายประสิทธิ&amp;nbsp; เป็นพี่ชาย นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา
เกิดวันที่ 29 มิ.ย. 2487&amp;nbsp; เป็นบุตรของ นายเป็กเฮี่ยง นางยิ้น สมรสกับ นางดวงเเข โพธสุธน
จบการศึกษา&amp;nbsp; ปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , ปริญญาโท นิติศาสตร์มหาบัณฑิต สาขากฏหมายเปรียบเทียบ Southern Methodist University School&amp;nbsp; of Law สหรัฐอเมริกา , ปริญญาโท นิติศาสตร์มหาบัณฑิต สาขากฏหมายอวกาศ Southern Methodist University School of Law สหรัฐอเมริกาอเมริกา
ประวัติการทำงาน เคยเป็นผู้ช่วยเลขานุการกรรมการร่างกฏหมาย สำนักงานคณะกรรมการร่างกฏหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา , กรรมการสิ่งเเวดล้อมแห่งชาติ สำนักงานสิ่งเเวดล้อมแห่งชาติ ,ประธานกรรมการบริษัทในเครือ พี.พี. กรุ๊ป , สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเชียงราย 22 มีนาคม 2543 (ถูกกกต.แขวน) , สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสุพรรณบุรี , ประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคมและ กรรมาธิการการพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50862</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประภัตร โพธสุธน, ประสิทธิ์ โพธสุธน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191122/image_big_5dd74f180730b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2019 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2019 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ประภัตร&quot; ชี้ปมงูเห่า​ สะท้อนไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร​ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่​ 26​ พ.ค.​ ที่อาคารหอประชุมใหญ่ บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั่วคราว นายประภัตร โพธสุธน ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการจับมือร่วมรัฐบาล ว่า เชื่อว่าขณะนี้พรรคที่รวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลยังมีความไม่แน่นอนชัดเจน เพราะรอผลการลงมติบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สองก่อน ส่วนบรรยากาศในสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกที่พบความวุ่นวาย และมีกรณีสมาชิกพรรคการเมืองเสียงแตกจากมติพรรค หรือ กรณีงูเห่านั้น ตนเชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหาที่นำไปสู่การทำงานร่วมกันในสภาผู้แทนราษฎร หรือ การบริหารงาน เนื่องจากธรรมชาติของนักการเมือง เป็นไปตามสุภาษิตที่ว่า ไม่มีมิตรแท้ หรือศัตรูถาวร


&amp;quot;ผมเป็นนักการเมืองสมัยแรก ปี 2518 ตอนนั้นเสียงของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ห่างกันไม่กี่คะแนน แต่ยังทำงานร่วมกันได้ โดยราบรื่นและไม่มีปัญหา ดังนั้นผมเชื่อว่าการทำงานในสภาฯ ปัจจุบันจะเป็นไปด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย และไม่มีใครที่จะห้ำหั่นกันจนถึงขีดสุด&amp;rdquo; นายประภัตร กล่าว.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36816</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองงูเห่า, ชาติไทยพัฒนา, นายประภัตร โพธสุธน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c20bc093ee4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
