<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โถ!นักการเมืองแห่ดูดฝุ่น มลพิษเพราะภาวะไร้ปชต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองโหนฝุ่นละออง พท.ซัด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; มัวแต่จัดอีเวนต์ทางการเมือง จี้มาปักหลักแก้ปัญหามลพิษ แนะหยุดการก่อสร้างชั่วคราว-ล้างถนนช่วงเวลาเร่งด่วน ทษช.คอนเฟิร์มเกิดจากภาวะที่ไม่เป็นประชาธิปไตย &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; อัดรัฐบาลส่งสัญญาณตรงข้ามที่หนุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นละอองจิ๋ว หรือ PM 2.5 ที่ปกคลุมไปทั่วกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนว่า นักวิชาการบางส่วนมองปัญหาฝุ่นละอองเข้าขั้นวิกฤติแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กลับทำได้แค่การบอกว่ารับรู้ปัญหา แต่เลือกไปเดินสายจัดอีเวนต์ทางการเมือง ทำบุญไหว้พระ ใช้โอกาสไปวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของรัฐบาลเก่า ไม่รู้ว่าลงพื้นที่ไปติดตามงานหรือไปหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งกันแน่ จะจัด ครม.สัญจรก็ทำเท่าที่จำเป็นรีบประชุม รีบแก้ปัญหา ลด ละ อีเวนต์ทางการเมืองที่ไม่ใช่สาระการแก้ปัญหาลง ไม่ใช่เดินสายวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของรัฐบาลเก่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเสนอแนะ พล.อ.ประยุทธ์ ให้แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ อย่าบ่นทุกเรื่อง ปัญหาฝุ่นละออง ท่านจะปล่อยให้เป็นเรื่องของกรุงเทพมหานครเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้แล้ว แต่ท่านควรมาปักหลักแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ที่ส่งผลกระทบไปทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มากกว่าเดินสายจัดอีเวนต์ทางการเมือง&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ผู้สมัคร ส.ส.บางกะปิ-วังทองหลาง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายกฯ และรัฐบาลควรหยุดเอาเวลาที่ไปหาเสียง และเอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของประชาชน ฝุ่นละอองเกิดจากหลายปัจจัย แต่สามารถแก้ไขเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองได้ง่าย เช่น การให้ผู้ที่กำลังประกอบการก่อสร้างทั้งหมดหยุดการก่อสร้างชั่วคราวในช่วงเวลาเร่งด่วน และให้รถน้ำเข้ามาล้างถนนก่อนช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อไม่ให้กระทบช่วงเวลาเร่งด่วนที่ผู้คนต้องเดินทาง สำหรับเขตพื้นที่บางกะปิ ขณะนี้มีนักเรียนหลายคนเริ่มมีอาการป่วย และได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นพิษนี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงสาธารณสุขควรทำงานร่วมกับกระทรวงคมนาคม ในการแจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในบริเวณป้ายรถเมล์ หรือบนรถเมล์ และบริเวณทางขึ้น-ลงสถานีรถไฟฟ้า และควรจะให้ทุกโรงเรียนแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ให้กับนักเรียนในเวลาเลิกเรียนด้วย ซึ่งไม่น่าจะใช้งบอะไรมาก และน่าจะสามารถทำได้ทันที คุ้มค่ากว่าที่รัฐบาลเอาเงินภาษีประชาชนไปแจกคนละ 500 บาท&amp;quot; นายตรีรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กพร้อมภาพประกอบ ระบุว่า เรื่องฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน เป็นเรื่องที่น่าห่วงใยต่อสุขภาพของคนกรุงเทพฯ อย่างยิ่ง เมื่อวานไปบางกอกน้อยมา ขอนำภาพตัวอย่างที่เป็นต้นตอของปัญหาฝุ่นที่ฟุ้งกระจายในกรุงเทพฯ มาแชร์ ปัญหาหลักอย่างหนึ่งของฝุ่นในกรุงเทพฯ อยู่ที่การก่อสร้าง ทั้งอาคารสูงและโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่กระจายกันสร้างอยู่ทั่วกรุงในขณะนี้ โดยไม่มีการป้องกันฝุ่นละอองตามมาตรฐานที่กำหนด ทั้งการใช้วัสดุคลุมบริเวณก่อสร้าง รวมทั้งการฉีดน้ำทำความสะอาดในบริเวณที่ก่อสร้างหลังเลิกงานทุกวัน เพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย ดังนั้นเมื่อมีรถวิ่งผ่านก็ยิ่งทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วกรุงเทพฯ ทั้งวันทั้งคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า อีกปัญหาที่สำคัญคือควันพิษที่เกิดจากท่อไอเสียของรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ และโดยเฉพาะรถเมล์และรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่มีสภาพเก่าและปล่อยควันดำออกมามากๆ ซึ่งก็มีกฎหมายการตรวจสภาพรถอยู่แล้ว แต่ปล่อยปละละเลย ให้วิ่งพ่นควันดำไปทั้งเมือง ขอเรียกร้องรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาให้คนกรุงเทพฯ อย่างจริงจัง และควรถือเป็นวาระเร่งด่วน ด้วยการกำชับให้ กทม.ดูแลการก่อสร้างใน กทม. ทั้งอาคารสูง และโครงการรถไฟฟ้าต่างๆ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น การฉีดน้ำทำความสะอาดไซต์งานก่อสร้างทุกวันหลังเลิกงาน หาวัสดุคลุมบริเวณก่อสร้างให้มิดชิด ที่สำคัญต้องฉีดน้ำล้างล้อรถบรรทุกที่ขนส่งวัสดุอุปกรณ์ ก่อนออกจากไซต์งานก่อสร้างทุกครั้ง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองอย่างเร่งด่วน รัฐบาลต้องให้กระทรวงคมนาคมที่รับผิดชอบต่อการตรวจสภาพรถ และต่อทะเบียนรถยนต์ อย่าปล่อยรถที่เก่าและปล่อยควันดำจำนวนมากๆ ออกมาวิ่งทั่วเมืองอย่างทุกวันนี้ โดยเฉพาะรถเมล์และรถบรรทุกขนาดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรค และนายนวธันย์ ธวัชวงศ์เดชากุล หรือบิ๊กเบญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.คลองเตย พรรคไทยรักษาชาติ พร้อมคณะทำงานลงพื้นที่ตลาดคลองเตย รับฟังปัญหาประชาชน โดย ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า สำหรับเรื่องฝุ่นละอองที่เกินค่ามาตรฐาน หรือ PM 2.5 ที่ปกคลุมกรุงเทพฯ อยู่ ขอให้ผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการและวางแผนงานช่วยเหลือบรรเทา เพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชน และยังแนะนำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่าน Application ตรวจสอบดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ Air Quality Index เพื่อจะได้ป้องกันให้ทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัสร์ จงสงวน กรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงภาวะฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานว่า การดำเนินการของผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องไม่ทันท่วงที ให้ข้อมูลกับประชาชนไม่ครอบคลุม ซึ่งเกิดจากภาวะที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และทำให้มาตรการดูแลการก่อสร้างหรือควบคุม ต้นเหตุของปัญหาไม่เข้มงวด สังเกตจากการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ไม่มีการคลุมตาข่าย หรือแม้แต่การควบคุมการจราจรก็ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง คงจะถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาจถึงเวลาที่สังคมไทยต้องทบทวนว่าโครงการขนาดใหญ่จะต้องกระจายออกไปชานเมือง ไม่ให้กระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาความแออัดและภาวะมลพิษ นอกเหนือจากกระจายการพัฒนาสู่ชานเมืองอีกด้วย&amp;quot; นายประภัสร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานราชการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการให้ความรู้กับประชาชน ส่วนมาตรการบังคับใช้กฎหมายให้ได้มาตรฐาน หากมีสถานการณ์ที่รุนแรงพิเศษ อาจจะกำหนดมาตรการควบคุม ไม่ว่าจะเรื่องการก่อสร้าง โรงงาน หรือการผลิตไฟฟ้า แต่ในเชิงนโยบายระยะต่อไปต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ดังนั้นการสนับสนุนระบบขนส่งมวลชน มาตรการที่เกี่ยวข้องกับภาคส่วนต่างๆ ซึ่งมีส่วนสร้างปัญหา รวมถึงการลดการใช้เชื้อเพลิงและใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานทดแทน จนการกระจายความเจริญออกไปนอกกรุงเทพฯ มากขึ้น ซึ่งรัฐบาลต้องทำเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจนมากขึ้น ในฐานะที่เป็นประเทศซึ่งมีสนธิสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับการควบคุมมลพิษและสิ่งแวดล้อม แต่ประชาชนรู้ข้อมูลน้อยมาก จึงต้องมีมาตรการที่เป็นรูปธรรม แต่หลายครั้งรัฐบาลกลับส่งสัญญาณที่สวนทาง เช่น การสนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหิน เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26678</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส, นายประภัสร์ จงสงวน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3def2820743.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นั่นไง!&#039;ประภัสร์&#039;คอนเฟิร์มฝุ่นพิษเกิดจากภาวะที่ไม่เป็นประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.62 - นายประภัส​ร์​ จงสงวน กรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงภาวะฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานว่า การดำเนินการของผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องไม่ทันท่วงที ให้ข้อมูลกับประชาชนไม่ครอบคลุม ซึ่งเกิดจาก ภาวะที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และทำให้มาตรการดูแลการก่อสร้างหรือควบคุม ต้นเหตุของปัญหาไม่เข้มงวด สังเกตจากการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ไม่มีการคลุมตาข่าย หรือแม้แต่การควบคุมการจราจรก็ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง คงจะถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวด้วยว่า อาจถึงเวลาที่สังคมไทยต้องทบทวนว่าโครงการขนาดใหญ่จะต้องกระจายออกไปชานเมือง ไม่ให้กระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาความแออัดและภาวะมลพิษ นอกเหนือจากกระจายการพัฒนาสู่ชานเมืองอีกด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าฝุ่นละออง, นายประภัสร์ จงสงวน, พรรคเพื่อไทย, ภาวะไม่เป็นประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3d5fb6bc393.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองสั่ง &#039;รฟท.&#039; ชดใช้เงินให้ &#039;ประภัสร์&#039; กรณีเลิกจ้างผู้ว่าการรฟท.ก่อนครบสัญญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.61 -&amp;nbsp;ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท./ผู้ถูกฟ้องคดี) ใช้เงินให้แก่นายประภัสร์ จงสงวน (ผู้ฟ้องคดี) กรณีการเลิกจ้างเป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนครบกำหนดในสัญญาจ้าง เนื่องจากศาลฯเห็นว่า เมื่อสัญญาจ้างผู้ฟ้องคดีมีกำหนดเวลาจ้างตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2555 ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2558 แต่สิ้นสุดลงก่อนครบกำหนดเวลาจ้าง โดยผู้ฟ้องคดีไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาและผู้ถูกฟ้องคดีไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า อีกทั้งการเลิกจ้างก็ไม่เข้าเหตุตามข้อ 5.3 ของข้อกำหนดในสัญญาที่กำหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดีมีสิทธิเลิกจ้างผู้ฟ้องคดีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น รฟท.(ผู้ถูกฟ้องคดี) จึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับอัตราจ้างเดือนสุดท้ายหนึ่งเดือน และรับผิดชดใช้เงินค่าตอบแทนเท่ากับค่าจ้างเดือนสุดท้ายของผู้ฟ้องคดีคูณด้วยระยะเวลา 6 เดือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 3,139,452.05 บาท (รวมดอกเบี้ย)&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16893</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, นายประภัสร์ จงสงวน, ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย, รฟท., ศาลปกครองกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8f9dbc1ca24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
