<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประมนต์&#039; กระตุ้นทุกภาคส่วนจับมือต้านโกงแก้ปัญหาเรื้อรังชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 61 - ที่ศูนย์การประชุมไบเทคบางนา มีการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นประจำปี 2561 โดยองค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) มีหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า จากการจัดอันดับล่าสุดของ The Corruption Perceptions Index (CPI) &amp;nbsp;โดย Transparency International (TI) ที่ประกาศมาเมื่อต้นปี ประเทศไทยได้ 37 คะแนน จากคะแนนเต็มร้อย ดีขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ย้อนหลังไปหลายปี คะแนนเราก็วิ่งอยู่ในระดับ 35-38 มาตลอด แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ก้าวผ่านจุดนี้เสียทีในสายตาชาวโลก คอรัปชั่นยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ถ้าเราสามารถกำจัดมันให้หมดไปได้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคมและส่วนรวมเพื่ออนาคตของลูกหลานของเราในวันข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประมนต์ กล่าวว่า กงล้อของการตื่นรู้สู้โกงไม่ใหญ่เกินกว่าที่พลังของพวกเราทุกคนที่มาในงานครั้งนี้ หากเราพร้อมใจกันลุกขึ้นมาทำต่อ เราจะสามารถผลักดันให้มันเริ่มขยับและหมุนต่อเนื่องไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพียงเริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ ด้วยบทบาทของทุกคนที่มารวมกันอยู่ในที่นี้&amp;nbsp;และเป็นเรื่องน่ายินดีว่า ในช่วงรัฐบาลนี้เราได้เห็นการเอาจริงเอาจังในด้านนโยบายปราบปรามคอรัปชั่น ปลุกคนไทยเฝ้าระวังการโกงไม่ทนต่อการทุจริตและมีจิตสำนึกที่ถูกต้อง แต่ในด้านการปฏิบัติจริงก็ยังมีจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง ในฐานะข้าราชการ เราต้องไม่นิ่งเฉยยอมให้เกิดการโกงกินภายใต้งานที่เราดูแลโดยเฉพาะอย่างยิ่งการโกงเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองที่มีหลายตัวอย่างให้เห็นว่า การนิ่งเฉยอาจต้องรับเคราะห์แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประมนต์ กล่าวอีกว่า ในฐานะองค์กรเอกชนเป็นไปได้ไหมว่าเราจะตั้งเป้าหมายในแผนกลยุทธ์ว่าเราจะไม่จ่ายสินบนเพื่อซื้อความสะดวก ซื้อความผิดหรือซื้อความได้เปรียบในการแข่งขัน ในฐานะสื่อมวลชนเราต้องทำตัวเป็นหมาเฝ้าบ้านที่กัดไม่ปล่อยเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเจ้าของบ้านไม่ว่าโจรผู้ร้ายจะมาไม้นวม หยิบยื่นขนมหวานให้หรือมาไม้แข็งฟาดเราด้วยกระบอง เราก็ต้องไม่หวั่นไหว แต่เห่าให้ดังยิ่งขึ้นให้เจ้าของบ้านรู้ตัว ในฐานะเยาวชน อนาคตของประเทศไทยอยู่ในมือน้องๆทุกคน เราจะปฏิเสธแม้การทุจริตเล็กๆน้อยๆ&amp;nbsp;เช่น ในการเรียนการสอนไปจนถึงเราจะแสดงพลังให้ผู้ใหญ่รู้ว่าเราไม่ต้องการคนโกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถึงตรงนี้พวกเราอย่ามาเสียเวลาตั้งคำถามว่า เมื่อไหร่คอรัปชั่นจะหมดไปแต่เราควรตั้งคำถามว่า เมื่อไหร่เราจะออกมามีส่วนร่วมในการปราบคอรัปชั่นจากบทบาทหน้าที่การงานของแต่ละคน เราจะตื่นรู้สู้โกงกันอย่างไร ในวันต่อต้านคอรัปชั่นปีหน้า ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะไม่ต้องขึ้นมาพูดและท่านจะมานั่งฟังเพียงอย่างเดียว แต่เราจะเอาผลงานตื่นรู้สู้โกงที่แต่ละคนไปทำมาตลอดหนึ่งปีมาแบ่งปัน ถอดบทเรียนและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไป&amp;quot;นายประมนต์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16943</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน, ต่อต้านทุจริต, นายประมนต์ สุธีวงศ์, ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b90a281f3082.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดุลย์&#039;ตอกองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ฟอกขาวรัฐบาลคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.61 -&amp;nbsp;นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชน&amp;nbsp;35&amp;nbsp;กล่าวว่า ตามที่นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันออกมาให้คะแนนรัฐบาลเรื่องต่อต้านการทุจริตเต็ม100 คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา2535&amp;nbsp;และภาคประชาชน ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง รัฐบาลสอบตก เรื่องการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ประชาชนยังคาใจในปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นรัฐบาลนี้หลายเรื่อง เช่น เรื่องนาฬิกาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ที่ ปปช. ยังยื้อเวลาการตรวจสอบ ปัญหาการทุจริตใน องค์การทหารผ่านศึก(อผศ.) เรื่องการขุดลอกคลอง ปัญหาการทุจริตช่วยคนลำบากของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปัญหาทุจริตในกระทรวงศึกษา ข้อสงสัยปัญหาทุจริตในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ปัญหาการเอื้อประโยชน์นายทุนขนาดใหญ่ ปัญหาทุจริตร้านธงฟ้าประชารัฐขายเกินราคา ปัญหาการเอาที่ดินมักกะสันรวมเข้ากับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สนามบิน ปัญหาทุจริตในกองทุนอนุรักษ์พลังงานของกระทรวงพลังงาน ปัญหาการซื้อหุ้นเหมืองถ่านหิน ปัญหาทุจริตโรงไฟฟ้าชีวมวลของกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้รับการชี้แจงและแก้ไข ขนาดไม่มีฝ่ายค้านตรวจสอบในสภายังมีเรื่องมากมายขนาดนี้ หากมีการตรวจสอบจะมีเพิ่มมากขึ้นขนาดไหน ไม่อยากให้ใช้องค์กรต่อต้านคอรัปชั่นเป็นเครื่องฟอกขาวให้กับรัฐบาล เพราะในยุคข้อมูลข่าวสารและโซเชียลมีเดีย ประชาชนทราบดีว่ารัฐบาลมีข้อสงสัยในเรื่องทุจริตอย่างไรและในเรื่องใดบ้าง การรับรองที่สวนกระแสความคิดและความรู้สึกของประชาชนจะทำให้องค์กรต่อต้านทุจริตหมดความน่าเชื่อถือ และ กลายเป็นเครื่องมือของรัฐบาลและคสช. ไป ภาคประชาชนและคณะกรรมการญาติวีรชน&amp;nbsp;35&amp;nbsp;จึงต้องเป็นหลักให้กับประเทศชาติ และรักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน และต้องเป็นหลักให้กับประชาชนในการตรวจสอบความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยเฉพาะเรื่องทุจริตคอรัปชั่นนี้&amp;rdquo;นายอดุลย์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16491</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประมนต์ สุธีวงศ์, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afbeb2961672.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯปปช.โต้ทำงานล่าช้า อ้างทำตามขั้นตอน เป็นธรรมทุกคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.61 - นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่ นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ระบุการทำงานของป.ป.ช.ล่าช้าว่า การทำงาน ป.ป.ช. ไม่ได้ล่าช้า ตามที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เพราะยึดหลักการ ในเรื่องหลักฐาน ที่จะต้องมีเวลาและขั้นตอน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทำให้บางครั้งจะต้องใช้เวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น เรียกพยานมาสอบ บางครั้งพยานจะขอเลื่อน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยป.ป.ช.ฉบับใหม่ ต้องการให้ ป.ป.ช.ทำงานเร็วขึ้น คือ ทำงานให้แล้วเสร็จ ภายในสองปี ขยายได้&amp;nbsp;1ปี ไม่เกิน&amp;nbsp;3ปี ก็จะทำให้ ป.ป.ช. ทำงานเร็วขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการวางกฎเกณฑ์ ระเบียบใหม่ เพื่อลดขั้นตอนที่ไม่สำคัญ โดยไม่กระทบความเป็นธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีนาฬิกาหรู ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่า อยู่ระหว่างการรอหลักฐานจากต่างประเทศ เพราะได้มีการส่งหนังสือไปยังต่างประเทศ เพื่อขอข้อมูลนาฬิกาที่สมบูรณ์ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการป.ป.ช.กล่าวถึงความเห็นนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปรียบเทียบเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที&amp;nbsp;200 (GT200)&amp;nbsp;เหมือนพระเครื่องว่า เป็นความคิดของท่าน อย่าให้ตนไปพูดถึงความเห็นนี้เลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16482</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีที 200, นายประมนต์ สุธีวงศ์, นายวรวิทย์ สุขบุญ, นาฬิกาหรู, ปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87a005ab3ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านโกงให้คะแนน &#039;บิ๊กตู่&#039; เต็มร้อย แต่คนใกล้ตัวมีปัญหาความโปร่งใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.61 - นายประมนต์ สุธีวงศ์&amp;nbsp;ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย)&amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ภายหลังการแถลงข่าว ว่า สถานการณ์การเรียกรับเงินใต้โต๊ะจากอดีตที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับปัจจุบันพบว่ามีแนวโน้มลดลงมาก ทำให้ตระหนักรู้ว่ามีการตรวจสอบเพิ่มมากขึ้น แต่หากระบบการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันอ่อนแอลงเมื่อใดคนที่จะทุจริตก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ารัฐบาลชุดนี้มีโครงการก่อสร้างมากมาย องค์กรได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบอย่างไรบ้างนายประมนต์ กล่าวว่าได้ร่วมตรวจสอบในโครงการสำคัญต่างๆ ซึ่งมีบุคลากรที่เรียกว่าผู้สังเกตการณ์ ที่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน มีความรู้ มีประวัติที่น่าเชื่อถือและผ่านการอบรม ฉะนั้นจึงยังขาดบุคลากรในส่วนรี้อยู่พอสมควร แต่เบื้องต้นอวค์กรสามารถดำเนินการจนทำประหยัดงบประมาณในภาครัฐได้ถึงร้อยละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการส่งหนังสือเพื่อทวงถามความคืบหน้าต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) กรณี นาฬิกาหรู ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีละรมว.กลาโหม และ การยืมเงิน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ล้านบาท พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.&amp;nbsp;ว่า ทางเราได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งใดที่ทำแล้วมีความรู้สึกว่าเป็นการกระทำ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรฐาน สังคมเองก็ต้องการคำอธิบาย และความล่าช้าที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ทุกคนผิดหวัง แต่ตนก็ยังรอว่า ทางปปช.จะชี้แจงกรณีดังกล่าวอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อถามว่าให้คะแนนความจริงใจของรัฐบาลนี้ในการร่วมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันเมื่อเทียบกับรัฐบาลที่ผ่านมากี่คะแนน นายประมนต์กล่าวว่า ตนขอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.เต็มร้อย คะแนน แต่ยอมรับว่ายังมีบุคคลใกล้ตัว หลายคนที่สังคมตั้งข้อสงสัย ซึ่งเป็นปัญหาส่วนหนึ่งและปัญหาอีกส่วนคือระบบราชการ เมื่อมีและนโยบายอย่างหนึ่งอย่างใดออกมาแล้วการขับเคลื่อนยังไม่ราบรื่น เพราะระบบราชการไทยมีข้อจำกัดพอสมควร ทำให้หลายเรื่องที่องค์กรพยายามจะเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีควรจะดำเนินการอย่างไรกับคนใกล้ตัวที่สังคมตั้งข้อสงสัย นายประมนต์กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีคงทราบดีไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ามองการปลุกกระแสของตัวบุคคลหรือนักการเมืองที่จะเข้ามา เล่นการเมืองในอนาคตอย่างไร นายประมนต์กล่าวว่า การปลูกฝังจิตสำนึกให้นักการเมืองคงเกินความสามารถของตน แต่อยากขอให้ประชาชนเลือกนักการเมืองที่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้การปลูกฟังคนที่มีพฤติกรรมที่ไม่ดีคงไม่ง่ายเท่ากับการที่ประชาชนจะเลือกคนที่อยู่ในกรอบที่คิดว่าเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16412</URL_LINK>
                <HASHTAG>คามโปร่งใสของภาครัฐ, ทุจริต, นายประมนต์ สุธีวงศ์, ปราบกรามการทุจริต, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b8626d6507ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้านโกง7ปีดีขึ้น ปลื้มสัญญาคุณธรรมเซฟงบ2.5หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค. 61 - ที่โรงแรมดุสิตธานี นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) เป็นประธานแถลงข่าว &amp;ldquo;7 ปี องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)&amp;rdquo;&amp;nbsp; ว่า ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้ประชาชนคนไทย&amp;nbsp; ร่วมเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน จากการสำรวจของหอการค้าไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในการแถลงดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยล่าสุดพบว่า ทัศนคติและจิตสำนึกต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป ไม่ยอมรับคอร์รัปชันโดยสิ้นเชิง&amp;nbsp; โดยร้อยละ 99 เห็นว่าคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ยอมรับรัฐบาลที่เก่งมีผลงานดีเด่นแต่ทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประมนต์ กล่าวว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ใช้ยุทธศาสตร์ 3 ป. คือ เปิดโปง ป้องกัน และปลูกฝัง โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ช่วง&amp;nbsp; ช่วงแรกระหว่างปี พ.ศ. 2554 - 2557 พบปัญหาและอุปสรรคเรื่องความร่วมมือจากภาครัฐยังน้อยประชาชนขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถผลักดันการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการและการแก้ไขกฎหมายต่างๆ ได้ กิจกรรมหลักในช่วงนี้ จึงเป็นการปลุกกระแสผ่านโครงการต่างๆ อาทิ คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม การจัดอบรม &amp;ldquo;หมาเฝ้าบ้าน&amp;rdquo;, การจัดทำพิพิธภัณฑ์กลโกงชาติ, การริเริ่มข้อเสนอเพื่อปฏิรูปการต่อต้านคอร์รัปชันเสนอต่อคสช., การจัดทำหลักสูตร &amp;ldquo;โตไปไม่โกง&amp;rdquo; การร่วมจัดทำดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย (CSI) และการจัดทำสารคดีสั้น&amp;ldquo;ปลูกจิตสำนึกต่อต้านคอร์รัปชัน&amp;rdquo; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับที่สอง ระหว่าง พ.ศ. 2557 - 2560 สถานการณ์คอร์รัปชันสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก จากการขับเคลื่อนขององค์กรฯ ภาคีเครือข่าย และความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยใช้ยุทธศาสตร์ทำงานร่วมกับรัฐบาล มีผู้แทนเข้าร่วมเป็น สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ส่งผลให้ภาครัฐมีความจริงใจและให้ความร่วมมือ ภาคเอกชนมีส่วนร่วมมากกว่าที่ผ่านมา นำไปสู่การออกนโยบาย กฏหมาย ที่เอื้อต่อการปราบคอร์รัปชันได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบยิ่งขึ้น อาทิ ร่วมกับกระทรวงการคลัง ร่าง พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กำหนดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ผ่านโครงการข้อตกลงคุณธรรม และโครงการเพื่อความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ, พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกในการพิจารณาขออนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 การผลักดันให้มีบทบัญญัติต่างๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง พ.ศ. 2560 และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการยุติธรรม มีการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ให้ตัดสินนักโทษหนีคดีโดยไม่หมดอายุความ และการมีบทลงโทษเอกชนและประชาชนที่ให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลจากการที่องค์กรและภาคีเครือข่าย ร่วมผลักดันกฎหมายดังกล่าว อย่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ&amp;nbsp; พ.ศ. 2560 กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐผ่านโครงการข้อตกลงคุณธรรม นับตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน พบว่าในโครงการข้อตกลงคุณธรรม มีหน่วยงานเข้าร่วม 73 โครงการ มูลค่ารวม 875,428 ล้านบาท มีการลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว จำนวน 45 โครงการมูลค่ารวม 103,839 ล้านบาท ช่วยประหยัดงบประมาณให้รัฐได้สูงถึง 25,128 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24.20 นับเป็นความสำเร็จที่เกิดจากทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันทำให้เกิดการจัดซื้อจัดจ้างเกิดความโปร่งใสยุติธรรม และมีการแข่งขันมากขึ้น&amp;nbsp; แต่ยังพบปัญหาเกี่ยวกับ ระบบบริหารราชการแผ่นดินและการใช้อำนาจรัฐเปิดช่องทางการรับสินบน หน่วยงานราชการไม่ตอบสนองต่อการต่อต้านคอร์รัปชั่นเท่าที่ควร การบังคับใช้กฎหมายไม่เสมอภาค เกิดความเสื่อมศรัทธาในหมู่ประชาชนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตลอด 7 ปี ที่องค์กรและภาคีเครือข่าย ได้ผนึกกำลังต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชัน สร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยหลายประการ ได้แก่ เกิดเครือข่ายคนไทย ทั้งประชาชน นักธุรกิจ นักวิชาการสื่อมวลชนและ ข้าราชการ ร่วมมือต่อต้านคอร์รัปชันอย่างมีพลังและต่อเนื่อง รวมทั้งช่วยปลุกกระแสให้เห็นถึงความเลวร้ายของการโกงชาติ และได้ร่วมผลักดันให้เกิดกฎหมาย เปลี่ยนแปลงกระบวนการยุติธรรมและระบบราชการ ที่รวดเร็ว เอื้อต่อการต้านโกงและเอาผิดคนโกง ที่สำคัญคือ ทำให้คนไทยไม่ยอมทน กล้าออกมาเปิดโปงการทุจริตและการโกงมากขึ้น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน และภาคีเครือข่ายยังมีความมุ่งมั่น ที่จะสู้ต่อไป จะกำหนดเป้าหมายร่วมกันเพื่อสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่ พร้อมใจกันตื่นรู้สู้โกง ทำให้การโกง ทุจริตคอร์รัปชันหมดไปจากประเทศไทย นำความเจริญอย่างยั่งยืนมาสู่ประเทศไทยที่น่าอยู่อีกครั้งหนึ่ง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายประมนต์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิเชียร พงศธร รองประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวถึงก้าวต่อจากนี้ไปในปี2561 องค์กรและภาคีเครือข่าย จะยังคงเดินหน้าติดตามหลายประเด็นคอร์รัปชันที่ยังไม่บรรลุผล อาทิ การผลักดันเรื่องการปฏิรูปราชการ ตำรวจ และกฎหมายที่ล้าสมัย, การติดตามโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญๆ และการพัฒนาการดำเนินงานต่อต้านคอร์รัปชันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ Big Data &amp;amp; Analytics มาใช้ในการตรวจสอบที่เข้มข้นมากขึ้น และพัฒนาระบบนิเวศสร้างค่านิยมต่อต้านคอร์รัปชันในเด็ก ในสื่อ ภาคธุรกิจ และประชาสังคมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งสานต่อการจัดกิจกรรมรณรงค์วันต่อต้านคอร์รัปชันของปี 2561 ที่มีการจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้มีกำหนดจัดงานในวันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายนนี้ ณ ภิรัช ฮอลล์ อาคารไบเทคเฟส 2 ไบเทคบางนา ภายใต้ธีม งาน &amp;ldquo;คนไทย ตื่นรู้สู้โกง&amp;rdquo; เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนของสังคมเกิดความตื่นตัวและลุกขึ้นมาร่วมใจกันต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16404</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ปีต้านโกง, นายประมนต์ สุธีวงศ์, ประหยัดงบ2.5หมื่นล้าน, สัญญาคุณธรรม, องค์กรต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b8626d6507ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
