<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งท้าย! “ประสงค์” อำลาตำแหน่งปลัดคลัง ข้าราชการแห่จำเลขเด็ดซื้อหวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น. ที่กระทรวงการคลัง นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ที่เข้ามาทำงานเป็นวันสุดท้าย ก่อนเกษียณอายุราชการในวันที่30 ก.ย. &amp;nbsp;ได้เดินทางออกจากกระทรวง โดยมี อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมธนารักษ์ และ ข้าราชการกระทรวงการคลัง มารอส่งกว่า 100 คน พร้อมมอบดอกกุหลาบให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายประสงค์ ว่าจะกลับมาเป็น รมว.คลัง หรือไม่ โดย นายประสงค์ ได้หัวเราะ ก่อนตอบกลับมาว่า &amp;ldquo;ภรรยา (เมีย) ล็อกให้อยู่บ้าน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี นายประสงค์ได้นั่งรถยนต์ส่วนตัว ทะเบียน ฌฐ 1959 ออกจากกระทรวง โดยมีข้อมูลระบุว่า นายประสงค์มีอายุราชการ 38 ปี 9 เดือน ซึ่งข้าราชการบางส่วนจำตัวเลข เพื่อไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ในงวดวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพราะตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับ ปลัดกระทรวงการคลัง มักออกบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79109</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประสงค์ พูนธเนศ, ปลัดกระทรวงการคลัง, เกษียณอายุราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f745556e2eda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประสงค์&#039;ทิ้งตำแหน่งบอร์ด&#039;ทอท.-บางจาก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; ได้ส่งหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แจ้งขอลาออกจากการดำรงตำแหน่ง
ประธานกรรมการ และกรรมการ ทอท. และ บางจากของ นายประสงค์ พูนธเนศ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้นายประสงค์ เตรียมจะเกษียณราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79002</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการบริหารลาออก, ทอท., นายประสงค์ พูนธเนศ, บมจ.บางจาก, บางจาก, ปลัดกระทรวงการคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc16815e31e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยแน่รัฐบาลเคาะแจกเยียวยาตกหล่น9ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 2563 นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่มี 10 ปลัดกระทรวงการ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้เห็นชอบจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบโควิดรอบสุดท้าย ไม่เกิน 9 ล้านคน โดยจะเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ เพื่อใช้เงินจากพระราชกำหนดกู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนเยียวยา 6 แสนล้านบาทภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเห็นชอบวงเงินที่จะใช้แจกต่อร าย ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป และจะจ่ายเงินได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หาก ครม.เห็นชอบ ก็จะเริ่มโอนเงินเยียวยาได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยจะโอนในส่วนเดือน พ.ค.-มิ.ย. ควบกัน 2 เดือน และไปแจกสุดท้ายในเดือน ก.ค. ซึ่งการแจกเงินช่วยเหลือโควิด กลุ่ม 9 ล้านคนนี้ จะเป็นล็อตสุดท้ายที่จะโอนเงินช่วยเหลือ จากที่ผ่านมาได้ดูแลไปหมดทุกกลุ่มแล้ว&amp;rdquo;นายประสงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ใน 9 ล้านคนเป็นกลุ่มตกหล่น ที่ไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือก่อนหน้านี้ โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน จำนวน 2.4 ล้านคน แต่ผ่านการตรวจสอบความซ้ำซ้อนสิทธิ์ เหลือแค่ 1.2 ล้านคน 2.กลุ่มผู้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเราไม่ทิ้งกัน ไม่ถูกต้อง 1.7 ล้านคน พบข้อผิดพลาดเช่น ลงทะเบียนเพศ อายุ อาชีพไม่ถูกต้อง ตรวจสอบสิทธิ์ความซ้ำซ้อนแล้วเหลือ 3 แสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มเปราะบาง เด็กผู้พิการ และผู้สูงอายุ ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.สัปดาห์ก่อน 13 ล้านคน ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ซ้ำซ้อนแล้วเหลือ 6.9-7 ล้านคน และ 4.กลุ่มประกันสังคมอีกก 6.6 หมื่นคน ที่ตกงานแต่ยังจ่ายรายเดือนค่าประกันสังคมยังไม่ครบ 6 เดือน จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือตามสิทธิ์ประกันสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ กล่าวว่า การช่วยเหลือจะจ่ายเงินให้ 3 เดือนเหมือนกันหมด แต่ผู้ได้รับเงินเยียวยาในแต่ละกลุ่มจะได้ไม่เท่ากัน เช่น กลุ่มประกันสังคมจะได้ 5,000 บาท 3 เดือน และกลุ่มเปราะบาง ผ่าน ครม. ให้ความช่วยเหลือ 1,000 บาท 3 เดือน ส่วนกลุ่มผู้ถือบัตรคนจน และกลุ่มตกหล่นเราไม่ทิ้งกัน 3 แสนราย ต้องรอผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองก่อน จะจ่ายเท่าไหร่ และงบประมาณที่ใช้ ต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองอีกครั้ง ซึ่งคลังยืนยันว่า เงินมีพอจ่าย ถ้าเงินไม่พอ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ก็สามารถกู้เงินตามอำนาจ พ.ร.ก.เพิ่มเพื่อมาจ่ายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า คลังได้รวบรวมข้อมูลผู้มาร้องทุกข์ ไม่ได้รับเงินเยียวยา วันที่ 1 มิ.ย.2563 โดยมีผู้ร้องทุกข์เข้าระบบแล้ว 1 แสนคน ในจำนวนนี้ เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิ์ไปแล้ว 34,805 คน เกษตรกร 12,496 คน ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (6เดือน) 1,483 คน จึงเหลือกลุ่มที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน หรือตกหล่น 6,472 คน ซี่งกลุ่มนี้ จะได้รับเงินเยียวยาในรอบสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67867</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประสงค์ พูนธเนศ, ปลัดกระทรวงการคลัง, เยียวยาโควิด, เราไม่ทิ้งกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea2d3b19e31c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ปลัดคลัง” บิ๊กคลีนนิ่งครั้งใหญ่ ลุยพ่นยาฆ่าเชื้อเรียกเชื่อมั่นข้าราชการหลังทีมอุตตมติดโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค. 63 &amp;ndash; ยกระดับเข้มข้น! &amp;ldquo;ปลัดคลัง&amp;rdquo; เอาจริง สั่งบิ๊กคลีนนิ่งกระทรวงการคลัง ลุยพ่นยาฆ่าเชื้อชุดใหญ่ หวังเรียกความเชื่อมั่นข้าราชการ หลังพบทีมติดตามขุนคลังติดเชื้อโควิด-19 ด้าน &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; เดินหน้ากักตัว 14 วัน ระหว่างรอผลตรวจลุยประชุมคอนเฟอร์เรนต์ถกมาตรการดูแล-เยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทย ระยะที่2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 มี.ค. 2563 นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ออกเสียงตามสาย ชี้แจงให้ข้าราชการทุกคนรับทราบว่า ในวันที่ 20 มี.ค. 2563 จะทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค และทำความสะอาดครั้งใหญ่ (บิ๊กคลีนนิ่ง) หลังพบเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม รมว.การคลังติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ให้ข้าราชการไม่เกี่ยวข้องกับงานสำคัญหยุดทำงานอยู่ที่บ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าทำการพ่นยาฆ่าเชื้ออย่างสะดวก ซึ่งเหตุผลที่ให้ข้าราชการที่ต้องหยุดการทำงาน เนื่องจาก น้ำยาบางตัวจะมีผลต่อคนทั่วไป หากมีการสูดดมเข้าไปในช่วงที่ฉีดพ่น อาจทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้น จึงจำเป็นให้ข้าราชการในสำนักปลัดกระทรวงการคลัง รวมถึงสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) หยุดเป็นกรณีพิเศษ ส่วนข้าราชการกรมอื่น ๆ เป็นอำนาจของอธิบดีที่จะมีคำสั่งให้ดำเนินการ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ที่ยังมีงานต้องบริการประชาชน หรืองานที่เกี่ยวเนื่อง เกี่ยวพันกับระยะเวลาที่กำหนด ยังมาทำงานตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อคืนวันที่ 19 มี.ค. 2563 กระทรวงการคลังได้ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-9 ที่ชั้น 3 และ 4 สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังแล้ว แต่เนื่องจากข้าราชการยังไม่เชื่อมั่น ปลัดกระทรวงการคลังจึงสั่งปิดกระทรวงการคลังเพื่อทำการฆ่าเชื้อครั้งใหญ่อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายอุตตม หลังจากทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 มี.ค. 2563 ได้เดินทางไปตรวจร่างกายว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยหรือไม่ ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งทันที โดยนายอุตตม ได้เปิดเผยผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า ผลตรวจจะรู้ภายใน 48 ชั่งโมง โดยขณะนี้ได้ทำการกักตัวเองทำงานอยู่ที่บ้านแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าว ยังระบุอีกว่า ทีมงานของ รมว.การคลัง หลายคนได้ไปทำการตรวจว่าจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยหรือไม่ โดยในวันนี้ (19 มี.ค.) เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข จะมาที่กระทรวงการคลัง เพื่อการทำการคัดกรองข้าราชการเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการคลัง ที่ใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม รมว.การคลัง ที่ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อให้กักตัวหรือหากเห็นว่ามีความเสี่ยงมากก็จะนำไปตรวจว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรมว.การคลัง เปิดเผยว่า ในระหว่างที่นายอุตตม รอผลตรวจโควิด-19 ได้กักตัวอยู่บ้าน14วัน แต่นายอุตตมยังคงปฏิบัติงานตามปกติที่บ้าน โดยมีการประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนต์หารือมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทย ระยะที่2 ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เข้าร่วมหารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี มาตรการระยะ2 จะเป็นมาตรการที่จะช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ให้ครอบคลุมประชาชนทุกอาชีพ รวมถึงผู้ประกอบการ ด้วยการผ่อนภาระ และเสริมสร้างทักษะ เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้&amp;nbsp; ส่วนกรณีที่ในโซเชียลมีเดียนำเสนอว่านายอุตตมติดเชื้อโควิด-19 นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เป็นเฟคนิวส์ เพราะขณะนี้นายอุตตมยังรอผลตรวจอยู่ พร้อมทั้งส่งคนใกล้ชิดไปตรวจทุกคนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60270</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กระทรวงการคลัง, นายประสงค์ พูนธเนศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc16815e31e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอเก้อ! &quot;คลัง&quot;แจงลดภาษีเงินได้10%ไม่ทันปีใหม่ พร้อมลุยเก็บ VAT ซื้อสินค้าออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค. 2562 นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คาดว่าการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ตามนโยบายรัฐบาล จะไม่ทันภายในต้นปี 2563 โดยขณะนี้ คณะกรรมการปฏิรูปโครงสร้างภาษี อยู่ระหว่างการพิจารณา และจะมีการหารือนัดสุดท้ายของปี ในวันที่ 24 ธ.ค.2562 ก็คาดว่าจะมีมาตรการภาษีบางส่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันที และประกาศใช้ออกมา เพื่อให้เป็นของขวัญในช่วงปีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการภาษีจะบอกหลังปีใหม่ ถ้าบอกก่อนก็ไม่ใช่ของขวัญปีใหม่ ส่วนการปรับลดภาษีเงินได้ 10% อาจจะยังไม่ทัน เพราะคณะกรรมการก็ต้องศึกษาในภาพรวมทั้งหมด การลดภาษีก็ต้องดูในเรื่องของความยั่งยืนทางการคลังด้วย ซึ่งการปรับโครงสร้างจะต้องปิดช่องโหว่ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีทั้งหมด&amp;rdquo; นายประสงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ กล่าวอีกว่า การปฏิรูปโครงสร้างภาษี จะต้องพิจารณาภาพรวมเศรษฐกิจ ปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ ระบบไอทีในการจัดเก็บภาษี ความพร้อมของหน่วยงานจัดเก็บ และความพร้อมของผู้ประกอบการ ซึ่งขณะนี้พบว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษี บางเรื่องยังเขียนได้ไม่ครอบคลุม ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการทำธุรกิจ ก็ต้องเข้าไปปิดช่องว่าง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ว่าควรต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องอะไรบ้าง กรมสรรพากร จะเป็นเพียงหน่วยงานปฏิบัติงานในฐานะหน่วยงานจัดเก็บ เมื่อได้รับนโยบายจาก สศค.มาแล้ว ก็จะให้ความเห็นว่าดำเนินการได้หรือไม่ได้ และมีข้อโต้แย้งในประเด็นใดบ้าง รวมทั้งในแผนการปฏิรูปดังกล่าว จะส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ในภาพรวมอย่างไร ก็จะเสนอกลับไปที่ สศค. ก่อนจะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกระบวนการจัดเก็บภาษีในขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า การพิจารณาปฏิรูปโครงสร้างภาษีครั้งนี้ กระทรวงการคลังจะให้มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 7% ในสินค้าที่สั่งซื้อออนไลน์และส่งไปรษณีย์เข้ามาจากต่างประเทศทุกชนิดราคา พร้อมกับเลิกยกเว้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท เพื่อเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้กับภาครัฐเพิ่มขึ้น ลดปัญหาการแจ้งสำแดงราคาต่ำเพื่อเลี่ยงภาษี รวมถึงสร้างความเป็นธรรมให้กับคนขายสินค้าเดียวกันที่อยู่ในประเทศ ซึ่งปัจจุบันต้องเสียภาษีแวต 7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกวันนี้คนไทยหันมาสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากจีน สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมูลค่านับหมื่นนับแสนล้านบาท และบางส่วนมีพฤติกรรมการเลี่ยงภาษี โดยแจ้งราคานำเข้าเป็นสินค้าที่มูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ทั้งที่จริงสินค้าเหล่านี้ราคาสูงเกินไปมาก ซึ่งทำให้คนหันไปสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แทน และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ดี ดังนั้นการปฏิรูปโครงสร้างภาษีจะเข้าไปอุดช่องโหว่ตรงจุดนี้ โดยจะคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของสินค้าที่สั่งซื้อทางออนไลน์เข้ามาทั้งหมด ส่วนอากรนำเข้าจากศุลกากรอาจมีการยกเว้นไว้อยู่&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในแผนการปฏิรูปภาษี ต่อไปกรมศุลกากรจะต้องตรวจสแกนสินค้าที่ส่งนำเข้ามาได้ทั้ง 100% โดยไม่ใช่วิธีสุ่มตรวจอีก เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก สามารถแยกการเก็บภาษีอากร และแวทได้แล้ว รวมถึงกรมศุลฯ ยังมีแผนการติดตั้งเครื่องสแกนคร่อมสายพานกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิ และเครื่องสแกนสินค้านำเข้าทางไปรษณีย์ ที่หลักสี่ ซึ่งจะช่วยให้สแกนสินค้านำเข้าได้ละเอียดและลดการรั่วไหลได้มีประสิทธิยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52564</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประสงค์ พูนธเนศ, ปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10%, เก็บ VAT ภาษีสินค้าออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190224/image_big_5c72ab9e9583f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2019 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คลังยันไม่ล้มดีลควบรวม “ทหารไทย-ธนชาต”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค. 2562 นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การควบรวมธนาคารทหารไทย กับธนาคารธนชาต ยังมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ ส่วนเรื่องเวลาที่ชัดเจนว่าจะควบรวมได้เสร็จเมื่อไร ยังไม่สามารถบอกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การควบรวมธนาคารไทยกับธนาคารธนชาต คงเดินหน้าต่อไป เพราะมีขั้นตอนที่ดำเนินการอยู่ หากไม่ทันปีนี้ก็ไม่มีปัญหา เพราะมาตรการยกเว้นภาษีควบรวมสถาบันการเงินที่จะสิ้นสุดปี 2562 สามารถให้กรมสรรพากรเสนอรัฐบาลขยายเวลาออกไปได้อีก หากมีความจำเป็น&amp;quot; นายประภาศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า การควบรวมธนาคารทหารไทยกับธนาคารธนชาต จะต้องทำให้เสร็จภายในปีนี้ เพื่อให้ได้รับมาตรการยกเว้นภาษีการควบรวมกิจการที่จะสิ้นสุดภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม เรื่องการควบรวมจะต้องมีการเสนอเรื่องให้ นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง คนใหม่พิจารณา เนื่องจากต้องใช้อำนาจ รมว.การคลังในการอนุมัติใส่งบประมาณเพิ่มทุนในธนาคารทหารไทย ซึ่งขณะนี้ฝ่ายบริหารของแบงก์ทหารไทยกำลังเร่งดำเนินการเกี่ยวกับรายละเอียดทั้งหมดอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ผ่านมาธนาคารธนชาต ได้ออกแถลงการณ์ว่า จะไม่มีการปลดพนักงานจากการควบรวมกับธนาคารทหารไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42376</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบรวมธนาคารทหารไทย กับธนาคารธนชาต, นายประสงค์ พูนธเนศ, ประภาศ คงเอียด, ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b9274261ed4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด ทอท. ไฟเขียวลงนาม‘ดวงฤทธิ์’ ออกแบบอาคารหลังที่2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ด ทอท.ไฟเขียวจ้าง &amp;lsquo;ดวงฤทธิ์&amp;rsquo; ออกแบบอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิ หลังที่ 2 หลังศาลปัดไต่สวนกรณีเอื้อเอกชน คาดเริ่มก่อสร้างได้ปลายปี62 แล้วเสร็จปลายปี64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการ บอร์ด ว่าประชุม บอร์ด ได้มีมติเห็นชอบให้ลงนามสัญญาจ้างออกแบบอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 สนามบินสุวรรณภูมิ วงเงิน 329 ล้านบาท หลังจากบอร์ดรับทราบรายงานผลการตัดสินของศาลซึ่งมีมติไม่คุ้มครองตามที่บริษัทเอกชนได้ร้องเรียนการประกวดออกแบบอาคารสุวรรณภูมิหลังที่ 2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทอท.มองว่าสาเหตุที่ศาลไม่คุ้มครองนั้นเนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นงานออกแบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ต้องเร่งรัดให้ทันกับตัวเลขผู้โดยสารและตลาดการบินซึ่งปัจจุบันเกินขีดรองรับของสนามบินไปมากแล้วอีกทั้งงานออกแบบดังกล่าวยังล่าช้ามามากกว่า 8 เดือนจึงส่งผลกระทบต่อแผนพัฒนาสุวรรณภูมิเฟส 2 ในภาพรวมตลอดจนผลเสียต่อขั้นตอนการเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์(Duty Free) ซึ่งจะหมดสัญญาลงในปี 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มเอกชนที่ร้องเรียนเป็นฝ่ายผิดจริงไม่ปฏิบัติตามกติกาที่ทอท.วางไว้คือต้องยื่นใบเสนอราคาตามเกณฑ์ของทอท.ในการประกวดราคาด้วยเนื่องจากเป็นใบที่ผูกพันทางสัญญาและทางกฎหมาย อาทิ รายละเอียดราคา ขั้นตอนการดำเนินงานและโทษปรับหากไม่ดำเนินงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทอท.คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาจ้างสำรวจออกแบบฯ ได้ภายในเดือนกันยายน 2561 และดำเนินการออกแบบก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 10 เดือน เพื่อ ทอท.จะนำแบบไปประมูลงานก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ในปลายปี 2562 และแล้วเสร็จในปลายปี 2564 &amp;nbsp;เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของ ทสภ.ได้อีก 30 ล้านคนต่อปี &amp;nbsp;ซึ่งผู้โดยสารจะได้รับประโยชน์จากระดับการให้บริการที่ดีของ ทสภ.จากการมีสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอรองรับความต้องการ ทำให้มีความสะดวกสบายและรวดเร็วในการใช้บริการท่าอากาศยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวกล่าวต่อว่าหลังจากนี้กระบวนการฟ้องร้องยังคงเดินหน้าต่อไป ซึ่งสุดท้ายแล้วศาลมีคำสั่งตัดสินว่าทอท.ผิดจริงก็จะมีการจ่ายเงินชดเชยให้เอกชน ดังนั้นเมื่อบอร์ดมีมติเห็นชอบแล้วจะนัดคู่สัญญามาลงนามสัญญาเพื่อเดินกน้าโครงการต่อไป ทั้งนี้บริษัทผู้ชนะโครงการดังกล่าวได้แก่ กลุ่ม นิติบุคคลร่วมทำงาน ดีบีเอแอลพี-นิเคนเซกเก-อีเอ็มเอส-เอ็มเอชพีเอ็ม-เอ็มเอสเอ-เออาร์เจ หรือกลุ่ม &amp;quot;ดวงฤทธิ์ บุนนาค&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17974</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดวงฤทธิ์ บุนนาค, ตกลงใช้แบบ, ทอท., นายประสงค์ พูนธเนศ, อาคารผู้โดยสาร หลังที่ 2 สุวรรณภูมิ, อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2, เซ็นสัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba23eef6a921.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
