<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสส.  ชู”กาแฟดอยสะเก็ด” ตัวอย่างสินค้าสหกรณ์ที่พัฒนาได้ครบวงจร จับมือ JICA หนุนสหกรณ์ผลิตกาแฟรสชาติเป็นอัตลักษณ์เฉพาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กาแฟดอยสะเก็ด กาแฟไทยๆ ที่สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด ได้ร่วมมือกับสมาชิกผลิตตั้งแต่ปลูก แปรรูป และจำหน่าย ในชื่อ &amp;ldquo;กาแฟดอยสะเก็ด&amp;rdquo;&amp;nbsp; เป็นเหตุให้ไจก้าสนใจและจับมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ในการต่อยอด พัฒนาสหกรณ์ให้มีศักยภาพในการผลิตกาแฟคุณภาพดี เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การสร้างตราสินค้า ตลอดจนการทำตลาด เพราะเชื่อมั่นว่ากาแฟของที่นี่รสชาติดีไม่แพ้ที่ใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการทำงานสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด ว่า สหกรณ์มีธุรกิจรวบรวมและแปรรูปกาแฟอาราบิก้าของสมาชิก จำหน่ายภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;กาแฟดอยสะเก็ด&amp;rdquo; ถือเป็นอีกหนึ่งสหกรณ์ที่มีศักยภาพในการทำธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แม้ในบางปีอาจมีปัญหาราคากาแฟตกต่ำ แต่ด้วยกระแสความนิยมบริโภคกาแฟที่เพิ่มขึ้นในยุคปัจจุบัน ประกอบกับความพยายามของสหกรณ์ในการพัฒนาธุรกิจ กรมจึงได้สนับสนุนอุปกรณ์การผลิตเพื่อยกระดับให้สหกรณ์มีศักยภาพในการผลิตกาแฟพรีเมี่ยมหรือกาแฟคุณภาพสูง สำหรับขยายตลาดและช่วยเหลือสมาชิกที่ปลูกกาแฟในพื้นที่ดอยสะเก็ดและขยายโอกาสทางตลาดให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนั้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังได้รับการสนับสนุนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟจากญี่ปุ่นมาปฏิบัติงานในพื้นที่ เก็บข้อมูลและพัฒนาคุณภาพกาแฟของสหกรณ์ คอยให้คำแนะนำตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว และแปรรูป ระยะเวลา 3 ปี ระหว่างปี 2563 - 65 เพื่อช่วยกันพัฒนาระบบการผลิตและขบวนการพัฒนาต่อยอดให้เป็นกาแฟพรีเมี่ยมออกสู่ตลาดในประเทศให้มากขึ้น โดยเฉพาะดึงอัตลักษณ์และลักษณะพิเศษของกาแฟที่นี่ออกมานำเสนอและสร้างความต่างจากกาแฟทั่วไป โดยกรมฯพร้อมสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ในปีที่ผ่านมาได้มอบเงินอุดหนุนเพื่อจัดซื้อเครื่องกะเทาะเปลือกผลสดกาแฟเชอรี่และเครื่องคั่วกาแฟ เพื่อให้สหกรณ์นำไปใช้ในการต่อยอดธุรกิจจำหน่ายกาแฟต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประหยัด เสนน้อย ผู้จัดการสหกรณ์ฯ กล่าวว่า ปัจจุบันสหกรณ์มีสมาชิก 2,962 คน&amp;nbsp; ทุนดำเนินงาน 215 ล้านบาท สหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจด้านสินเชื่อ การรับฝากเงิน จัดหาสินค้ามาจำหน่าย รวบรวมผลผลิต สหกรณ์รับซื้อกาแฟกะลา และกาแฟเชอรี่จากสมาชิก นำมาแปรรูปผลผลิตเป็นกาแฟสาร กาแฟคั่วเมล็ด และกาแฟคั่วบด พื้นที่ดอยสะเก็ดมีสมาชิกปลูกกาแฟประมาณ 7,400 ไร่ ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 900- 1,500 เมตร ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ JICA ได้เข้ามาช่วยแนะนำเก็บฐานข้อมูล ตรวจสอบคุณภาพและความสุกของกาแฟก่อนเก็บเกี่ยว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการทดสอบรสชาติกาแฟของสมาชิกที่นำร่อง&amp;nbsp; 37 ราย พบว่ามี 7 ราย มีคะแนน สูงกว่า 80 คะแนน และกาแฟที่ได้มีกลิ่นรสที่พิเศษ เช่น กลิ่นดอกไม้ป่า มะกรูด ซีตรัส&amp;nbsp; กลิ่นข้าวหอม พีช ชาดำ เป็นต้น&amp;nbsp; กลุ่มนี้จะสนับสนุนให้พัฒนากาแฟ Single Origin และการพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับ และจะถอดรูปแบบการผลิตมาเป็น Best Practice กาแฟของสหกรณ์ ขณะนี้สหกรณ์ฯได้เริ่มนำมาทดลองทำตลาด ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก เนื่องจากการทำ Single Origin ทำได้น้อยและยากสำหรับกาแฟทั่วไป สหกรณ์ได้จัดทำบรรจุภัณฑ์แยกเฉพาะรายคน แสดงรายละเอียดพื้นที่ความสูง และลักษณะเด่นของกาแฟของแต่ละคนพร้อมภาพของเกษตรกร รวมถึงการจัดทำ QR-Code ซึ่งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่กำหนดจัดอบรมหลักสูตร : การพัฒนามาตรฐาน &amp;ldquo;ระบบตามสอบสินค้าเกษตร&amp;rdquo; QR Trace on Cloud ร่วมกับ&amp;nbsp; มกอช. ในเดือนมิถุนายน 2564 นี้ด้วย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ละปีสหกรณ์จะรวบรวมผลผลิตกาแฟเฉลี่ยปีละ 50 ตัน และแบ่งไว้&amp;nbsp; 5 ตัน สำหรับนำมาแปรรูปเป็นกาแฟคั่วบดและจำหน่ายในแบรนด์ของดอยสะเก็ดที่เหลือจะจำหน่ายให้กับร้านกาแฟทั่วไปและคู่ค้าของสหกรณ์ สำหรับราคารับซื้อกาแฟกะลาของสมาชิกจะเป็นแบบขั้นบันได โดยใช้คุณภาพเป็นตัวกำหนด&amp;nbsp; ในฤดูกาลผลิต 2562/63 สมาชิกทั่วไปและสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ สหกรณ์ฯ รับซื้อที่ราคา 110 บาท/กิโลกรัม ส่วนกาแฟกะลาที่มีลักษณะทางกายภาพของกาแฟกะลาผ่าน (Defect น้อยกว่า 7%) จะเพิ่มราคาให้อีก 3 บาทต่อกก. ส่วนที่ลักษณะทางกายภาพของกาแฟสาร (คะแนน Defect น้อยกว่า 10) และรสชาติ (คะแนนคัพปิ้ง ตามขั้นตอนการประเมิน Cup of Excellence สูงกว่า 80 คะแนน) จะเพิ่มราคาให้อีก 2 บาท เป็น115 บาท/กก. และสิ้นปีสหกรณ์จะปันผลคืนให้สมาชิกอีก 2 บาทต่อกก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Mr. Masahiro&amp;nbsp; Okada ผู้เชี่ยวชาญจาก JICA กล่าวว่า&amp;nbsp; ภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ่น JTEPA ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ดำเนินงานโครงการความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงท้องถิ่นสู่ท้องถิ่น (Local to Local Linkage)&amp;nbsp; ซึ่งที่ไจก้าเลือกสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเป้าหมาย&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นพื้นที่เดียวในภาคเหนือที่เกษตรกรและสหกรณ์ทำด้วยตัวเองตลอดสายการผลิต ซึ่งความร่วมมือของสองประเทศก็เพื่อต้องการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรและสหกรณ์ในการผลิตกาแฟคุณภาพดี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอกาแฟอยากทดลองชิมรสชาติกาแฟของสหกรณ์ดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด ติดตามได้ผ่าน Facebook :&amp;nbsp; ดอยสะเก็ดคอฟฟี่กรีน &amp;ndash; Doisaketcoffeegreen หรือที่เบอร์ติดต่อ 065-3589585&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97358</URL_LINK>
                <HASHTAG>JICA, Mr. Masahiro  Okada, กรมส่งเสริมสหกรณ์, กาแฟดอยสะเก็ด, นายประหยัด เสนน้อย, นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์, สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด, องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d8be6cc96b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
