<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2025 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวชนะแลนด์สไลด์! ‘แม้ว’ปลุกพท./โพลยก‘ลุงตู่-อู๊ดด้า’สูสีคั่วผู้นำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; โวต่อหน้า ส.ส.เพื่อไทยหลายสิบ มีหมัดเด็ดตอนเลือกตั้ง เกทับใครคิดย้ายออกต้องรีบเอาเงินค่าตัวไปคืน ปลุกลูกหาบหากไม่ชนะแลนด์สไลด์อย่าฝันตั้งรัฐบาล ปิดประตูไม่ดัน &amp;quot;อ้อ&amp;quot; นั่ง หน.พท. &amp;quot;จุรินทร์-ปชป.&amp;quot; ชิงเปิดตัวเร็วแคนดิเดตนายกฯ เริ่มเห็นผล &amp;nbsp; ผลโพลสองสำนักไล่กวดบิ๊กตู่ ชิงเบอร์หนึ่งตึกไทยคู่ฟ้า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ต.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทยจังหวัดขอนแก่น วันที่ 28 ต.ค. ว่าในการประชุมใหญ่ จะมีการแต่งตั้งกรรมการบริหารทดแทนส่วนที่ลาออกไปจำนวน 4 ตำแหน่ง เป็นรองหัวหน้าพรรค 2 ตำแหน่ง และกรรมการบริหารพรรค 2 ตำแหน่ง โดยจะคัดเลือกจาก ส.ส.ที่มีความอาวุโสทางการเมือง ส่วนจะเป็นใครอย่างไรนั้น คงต้องรอให้ที่ประชุมมีมติออกมา ส่วนแคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอในการเลือกตั้งครั้งต่อไปนั้น จะยังไม่เปิดตัวในการประชุมดังกล่าว คงต้องรอให้ใกล้เลือกตั้งก่อน แต่ยืนยันเปิดมาแล้วประชาชนประทับใจแน่นอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มี ส.ส.อุบลราชธานีรายหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ส่งคลิปวิดีโอเข้ากลุ่มไลน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยเป็นคลิปบรรยากาศงานเลี้ยง ส.ส.และผู้บริหารพรรคที่จัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ที่มีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ วิดีโอคอลเข้ามาพูดคุยกับ ส.ส.ของพรรคด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาในคลิปเป็นช่วงที่นายทักษิณเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานถามคำถาม ซึ่งนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรค และแกนนำภาคอีสานจาก จ.อุบลราชธานี เป็นผู้สอบถามถึงความเป็นไปได้ในการให้คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะหากคุณหญิงพจมานมารับตำแหน่ง เชื่อว่าจะเป็นแม่เหล็ก ลูกน้องเก่าๆ จะกลับมาทั้งหมด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าคุณหญิง (พจมาน) รับปากว่าจะมาเป็นหัวหน้าพรรรค เจ้านาย (นายทักษิณ) จะว่าอย่างไร&amp;rdquo; นายเกรียงถาม ทำให้ผู้ร่วมงานต่างปรบมือและส่งเสียงเชียร์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายทักษิณได้ฟังคำถามก็มีอาการอมยิ้มก่อนตอบว่า คุณหญิงพจมานเป็นคนไม่ชอบการเมืองที่สุด แต่ที่ผ่านมาตกกระไดพลอยโจน คุณหญิง (พจมาน) อาจจะอายุมากไปนะ และถ้าไม่จำเป็นอย่างยิ่งยวด คุณหญิงจะไม่ขอลงการเมือง เพราะไม่ชอบ สอง ปราศรัยไม่ถนัด ไม่ถนัดที่จะพูดต่อหน้าคนเยอะๆ เป็นคนนั่งเป็นประธานในที่ประชุมได้ แต่ว่าไปขึ้นปราศรัยขึ้นเวทีทักทายประชาชนทำไม่เป็น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นนายเกรียงได้กล่าวทีเล่นทีจริงด้วยว่า &amp;ldquo;ที่ผมคิดไว้ในใจไม่มีผิดว่าท่านเก็บไว้ใช้คนเดียว&amp;rdquo; ทำให้ผู้ร่วมงานรวมทั้งนายทักษิณต่างหัวเราะชอบใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงท้ายคลิป นายทักษิณกล่าวด้วยว่า &amp;ldquo;ผมมีหลายแนวทาง รับรองว่าแต่ละแนวทางเนี่ย ส.ส.ที่คิดจะออก รับตังค์เขามาแล้ว ต้องเอาตังค์ไปคืน เที่ยวนี้ต้องชนะแลนด์สไลด์ เพราะว่าชนะธรรมดา มันไม่ให้เป็นรัฐบาลหรอก ถ้าแลนด์สไลด์มันไม่กล้าเป็นรัฐบาล ต้องเอาแลนด์สไลด์ชนิดที่ไม่กล้าเป็นรัฐบาล&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า หลังจากมีการแชร์คลิปวิดีโอดังกล่าวได้ไม่นาน ก็ได้มีการลบคลิปออกกลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยไม่ทราบสาเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ประเมินคู่ชิงนายกรัฐมนตรี กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศที่สำรวจจาก 1,348 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 11-16 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจพบว่า ผู้มีความเหมาะสมเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับแรก &amp;nbsp; ส่วนใหญ่หรือ 68.2% ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ อดทน อดกลั้น มุ่งมั่นทุ่มเททำงานให้ประเทศชาติและประชาชนต่อเนื่องมา ไม่พบปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่รุนแรงเอื้อต่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ไม่เหมือนอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เอื้อผลประโยชน์ต่อครอบครัวและพวกพ้อง เป็นต้น อันดับสองที่ตามมา ส่วนใหญ่หรือ 59.3% ระบุนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เพราะมีอุดมการณ์ ขยันทุ่มเททำงานแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชน มีประสบการณ์การเมืองมายาวนาน เชื่อมประสานทุกฝ่ายฝ่าวิกฤตต่างๆ ได้ไม่มีประวัติด่างพร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอันดับสาม ที่ตามมาติดๆ ได้แก่ ส่วนใหญ่หรือ 58.6% ระบุคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, อันดับสี่ 58.5% ระบุนายกรณ์ จาติกวณิช, อันดับห้า 54.4% ระบุนายอนุทิน ชาญวีรกูล และรองๆ ลงไปได้แก่ &amp;nbsp;53.9% ระบุนายพิธา &amp;nbsp;ลิ้มเจริญรัตน์ ส่วน 46.7% ระบุนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าหลังจากมีพรรคการเมืองต่างๆ ทยอยเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีออกมา ประชาชนส่วนใหญ่ตอบรับผู้ถูกเสนอตัวเป็นคู่ชิงนายกรัฐมนตรีตามความเหมาะสมในคุณลักษณะของแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่ตอบรับกับการเสนอชื่อของพรรคการเมืองต่างๆ ว่าเหมาะสมเป็นคู่ชิงนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมืองในจุดแข็งของแต่ละคนที่แตกต่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่น่าสนใจคือ หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลายและการตัดสินใจเปิดประเทศฟื้นฟูเศรษฐกิจและแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ส่งผลทำให้การสนับสนุนของประชาชนต่อรัฐบาลสูงกว่ากลุ่มคนที่ไม่สนับสนุน โดยกลุ่มประชาชนในภาคใต้มีมากที่สุดในกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาล แต่ที่น่าสนใจคือกลุ่มพลังเงียบหรือขออยู่ตรงกลาง มีมากที่สุดในภาคอีสาน รองลงมาคือคนกรุงเทพมหานคร โดยพบว่ามีถึงเกือบครึ่งหนึ่งของประชาชนในภาคอีสาน ที่ขอเป็นพลังเงียบหรือขออยู่ตรงกลาง เมื่อถามถึงจุดยืนทางการเมืองของประชาชน&amp;quot; ผอ.ซูเปอร์โพลระบุ
หน่อย-พิธาไล่กวดตู่-จุรินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ RIDC-SSRU POLL ศูนย์นวัตกรรมดิจิทัล วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หรือ &amp;ldquo;สวนสุนันทาโพล&amp;rdquo; เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,421 ตัวอย่าง สุ่มตัวอย่างจากในเขตอำเภอเมือง 822 ตัวอย่าง ต่างอำเภอ 599 ตัวอย่าง ผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ โดยสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับผู้นำทางการเมืองที่มีผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ โดยช่วงระยะเวลาในการเก็บข้อมูลคือ 12-16 ตุลาคม 2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจเมื่อถามว่า ใครจะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้ดีที่สุด ปรากฏว่า อันดับ 1 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 15.90%, อันดับ 2 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 14.57%, อันดับ 3 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 10.77%, อันดับ 4 นายอนุทิน ชาญวีรกูล 9.01%, อันดับ 5 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 2.11% อื่นๆ รวมกัน 28.99%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเมื่อถามว่า ใครเหมาะจะเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยคนต่อไป อันดับ 1 พล.อ.ประยุทธ์ 16.68%, อันดับ 2 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 16.26%, อันดับ 3 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 16.19%, อันดับ 4 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 12.10%, อันดับ 5 นายอนุทิน ชาญวีรกูล 9.85% และอื่นๆ 28.92%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;วันวาน...วันนี้ ของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 11-13 ตุลาคม 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,315 หน่วยตัวอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่มีสิทธิเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่ 84.94% ระบุว่า เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ รองลงมา 13.08% ระบุว่าไม่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์, 1.45% ระบุว่ายังไม่เคยไปเลือกตั้งเลย และ 0.53% ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการลงคะแนนเสียงเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า ส่วนใหญ่ 48.14% ระบุว่ายังไม่แน่ใจ รองลงมา 30.04% ระบุว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์, 20.38% ระบุว่าจะไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์, 0.84% ระบุว่าจะไปลงคะแนนไม่เลือกใคร (Vote NO) และ 0.60% ระบุว่าจะไม่ไปเลือกตั้ง
เรืองไกรไล่บี้ พท.ไม่เลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า กรณีที่พรรคเพื่อไทยลงมติขับ ส.ส. 2 คนออกจากพรรคกรณีดังกล่าว เมื่อติดตามข่าวในเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทยและข่าวในเว็บไซต์สื่อมวลชนอื่นที่เกี่ยวข้อง จะพบเหตุผลสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการที่ ส.ส.ทั้ง 2 คนลงมติไม่เป็นไปตามหนังสือพรรคเพื่อไทยวันที่ 30 สิงหาคม 2564 ซึ่งหัวหน้าพรรคเป็นผู้ลงนามแจ้งให้ ส.ส.ของพรรคทุกคนต้องลงมติตามความในหนังสือดังกล่าว แต่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 114 และมาตรา 124 สรุปว่า ส.ส.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใดๆ และในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.มีเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาดในการแสดงความคิดเห็นหรืออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าว ส.ส.ผู้นั้นในทางใดๆ มิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยลงมติขับ ส.ส. 2 คน เมื่อพิจารณาจากข่าวในเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทยและข่าวในเว็บไซต์สื่อต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จะพบเหตุที่มาจากหนังสือพรรคเพื่อไทย วันที่ 30 สิงหาคม เป็นส่วนสำคัญด้วยการขับ ส.ส. 2 คน โดยมีเหตุจากข้อความในหนังสือดังกล่าว จึงอาจมีลักษณะที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 และมาตรา 124 กรณีจึงมีเหตุต้องขอให้ กกต.ตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าว หากขัดรัฐธรรมนูญ จะส่งผลให้เข้าข่ายฝ่าฝืน พรป.พรรคการเมือง มาตรา 92 หรือไม่ ซึ่งกรณีจดหมายเคยร้องให้ กกต.ตรวจสอบไปแล้ว การลงมติขับ ส.ส. 2 คน จึงเป็นพยานหลักฐานที่ต้องร้อง กกต.เพิ่มเติม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันที่ 19 ต.ค. เวลา 10.00 น. จะไปยื่นหนังสือด้วยตนเองเพื่อให้ กกต.ตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป ในวันดังกล่าวต้องไปให้ถ้อยคำต่อ กกต. ตามหนังสือที่ ลต. 015/10353 กรณีร้องขอให้ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะต้องมีคำสั่งยุบพรรคเพื่อไทยหรือไม่อยู่แล้ว&amp;quot; นายเรืองไกรเปิดเผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีวันที่ 20 ต.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณีที่นายไพบูลย์ ที่เป็นอดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป และ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนปฏิรูป ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ หลังจากที่พรรคประชาชนปฏิรูป สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง​ลง​ เป็นเหตุให้สถานภาพส.ส.ของนายไพบูลย์​จะสิ้นสุดลงหรือไม่​ ว่า​พร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ​ แต่เชื่อมั่นในข้อกฎหมาย​ เพราะดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และตามรัฐธรรมนูญที่ประกาศ​ไว้ทุกประการ​ ​และดำเนินการผ่านหน่วยงานที่ดูแลโดยตรงอย่าง กกต. ซึ่งทาง กกต.ตรวจสอบ​แล้ว​ ถึงให้มีหนังสือแจ้งไปยังสภาผู้แทนราษฎร​ ทั้งนี้ เอกสารและหลักฐานต่างๆ ส่งให้ศาลหมดแล้ว​ อย่างไรก็ตาม วันที่มีการประกาศคำวินิจฉัย ​20​ ต.ค.นี้ได้มอบหมายทนายให้เป็นตัวแทนไปฟังแล้ว.&lt;/p&gt;
h25thth
tga365th
gslotz999th
betflik88th
betup888th
kinggame365th
sb888
wowslot818th
bar4bets
livewin1688th
imba96
wowgame1234
ufa100
gg168th
wingame99th
pxjth
dk7th
sands999th
ufa365day
ufa191th
ufa168th
ufa800th
ufa289th
ufa656th
ufa345th
lagalaxy1th
legalaxy88
sbobetth
ufa747th
ufa25hrth
ufa888th
ufa24hth
ufa350th
ufa777th
ufa4kth
askmebetth
ambbet
Betflik28
betwayth
databet88
wowslot1688th
wowslot369th
wowslot007th
wowslot191
wowslot888th
wowslot345th
joker123
joker123th
jokerslotz999
live22
pg888th
pg789
pg888asia
xoslotz
188bet
1ufabet
123plus
123play
123maxx
168pg
bet365
fun88
ib888
818king
77evo
imi689
ezslot
123up
hengjing168
allslot
ufa888goal
ufa888goal
ufa888goal
ivip9
allcasino
8xbet
hydra888
k9win
faz123
777pg
lucabet168
beo555
bozz777
gembet99
brazil999
918kissme
123vip
joker999
369superslot
bitbet69
g2g24time
123auto
huc99
fox88
ezcasino
123vega
goodbet711
fafa888
g2g789t
akbet
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120023</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, ส.ส.เพื่อไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลขาธิการพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61415834d9f9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.อุบยังไม่เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯแต่ยันประทับใจแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;17 ต.ค.64- นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงการประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น วันที่ 28 ต.ค.ว่า ในการประชุมใหญ่จะมีการแต่งตั้งกรรมการบริหารทดแทนส่วนที่ลาออกไปจำนวน 4 ตำแหน่ง เป็นรองหัวหน้าพรรค 2 ตำแหน่ง และกรรมการบริหารพรรค 2 ตำแหน่ง โดยจะคัดเลือกจากส.ส.ที่มีความอาวุโสทางการเมือง ส่วนจะเป็นใครอย่างไรนั้นคงต้องรอให้ที่ประชุมมีมติออกมา &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนแคนดิเดตนายกฯที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอในการเลือกตั้งครั้งแต่ไปนั้น จะยังไม่เปิดตัวในการประชุมดังกล่าวคงต้องรอให้ใกล้เลือกตั้งก่อนแต่ยืนยันเปิดมาแล้วประชาชนประทับใจแน่นอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119983</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, พรรคเพื่อไทย, แคนดิเดตนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ae4874beb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหนน้ำท่วมกันทั่ว’สมพงษ์’โผล่สั่งส.ส.โคราชแจกจ่ายถุงยังชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - มีรายงานว่านายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรค พท. มอบหมายให้นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ส.ส. นครราชสีมา และนายรชตะ ด่านกุล สมาชิกพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยตั้งโรงครัวที่วัดบ้านไร่ ทำอาหารแจกจ่ายประชาชนจำนวนกว่า 1,000 กล่อง และมอบถุงยังชีพให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตำบลด่านขุนทด ,กุดพิมาน ,หนองบัวละคร ,หนองบัวตะเกียด ,บ้านเก่า และจรเข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรชตะ กล่าวว่า ขณะนี้มีพี่น้องประชาชนโดยรวมอีกหลายพื้นที่ยังคงลำบาก ทั้งเรื่องการขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม บ้านเรือน ซึ่งถูกน้ำซัดสร้างความเสียหาย รวมถึงพื้นที่ทางการเกษตรที่เสียหายเป็นวงกว้างจำนวนหลายหมื่นไร่ วอนรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118183</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, น้ำท่วม, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.นครราชสีมา, ส.ส.เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153ce0b6b6fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัปดาห์หน้าพท.ฟันงูเห่า ‘4ช.’ร้าว‘สันติ’พบนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อไทยระส่ำหนัก คณะกรรมการวินัยจริยธรรมฯ เตรียมเชือด 7 งูเห่า &amp;quot;สุทิน&amp;quot; เผยบางคนส่งเอกสารชี้แจงแล้ว แต่ไม่เคลียร์ ขอคุยเพิ่ม ชี้โทษตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือนยันขับพ้นพรรค ยันจบในสัปดาห์หน้า &amp;quot;ชูวิทย์ กุ่ย&amp;quot; แก้ตัวลั่นกดปุ่มถูกคะแนนออกมาผิด ขณะที่ &amp;quot;สันติ&amp;quot; ดอดเข้าพบนายกฯ หลังสะพัดทิ้ง &amp;quot;4 ช.&amp;quot; ขัดแย้ง &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการวินัยจริยธรรม คณะกรรมการกลั่นกรองการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อพิจารณากรณีส.ส.เพื่อไทย 7 คน ฝ่าฝืนมติพรรคในการลงมติโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อวันที่ 4 ก.ย. มีแกนนำ คณะกรรมการทั้งสองชุดร่วมประชุมอย่างคั่บคั่ง อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย, นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย, นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน ส.ส.และส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายประเสริฐกล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมคณะกรรมการวินัยจริยธรรม คณะกรรมการกลั่นกรองการอภิปราย เพื่อพิจารณากรณี ส.ส.ที่ไม่เข้าร่วมโหวตลงมติ 3 คน ไม่โหวตตามมติพรรคอีก 4 คน โดยคณะกรรมการร่วมให้เวลา ส.ส.ชี้แจงภายในวันที่ 10 ก.ย. หลังจากที่พรรคได้รับฟังคำชี้แจงแล้วจะสรุปผลในสัปดาห์หน้า และเสนอให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนการชี้แจงนั้น พรรคเปิดโอกาสให้ ส.ส.ส่งเอกสารชี้แจง หรือหากติดขัดมาไม่ได้จริงๆ สามารถชี้แจงผ่านระบบซูม ผ่านโซเชียลได้ ถ้าไม่มาทั้งชี้แจง ส่งเอกสารมา จะยึดถือตามพฤติกรรมในอดีต ตอนนี้ ส.ส.ส่งเอกสารมาเกือบหมดทุกคนแล้ว ก่อนการลงมติ มีเพียงนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก ที่ได้แจ้งกับทางพรรคว่าไม่สามารถเดินทางมาลงมติได้เนื่องจากติดโควิด ทั้งนี้ ในระหว่างที่มีการไต่สวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง ส.ส.ที่ฝ่าฝืนมติพรรค จะต้องงดเข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคจนกว่าการไต่สวนจะแล้วเสร็จ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทินกล่าวว่า พรรคให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทั้งผู้ถูกกล่าวหาและสมาชิกพรรค พี่น้องประชาชน เบื้องต้นมีส.ส.บางคนส่งเอกสารมาชี้แจง แต่เห็นว่า ยังควรสอบถามโดยวาจาเพิ่มเติม จึงให้เวลาถึงวันที่ 10 ก.ย. ก่อนที่จะมีบทลงโทษที่มีตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ตัดสิทธิ์ไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้า ขับออกจากสมาชิกพรรค ซึ่งแต่ละบทลงโทษ แล้วแต่เหตุผลที่จะพิจารณา และดูไปถึงพฤติกรรมย้อนหลัง ในสัปดาห์หน้าจะจบอย่างแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ส.ส.เพื่อไทยโหวตสวนบ่อยครั้ง พรรคจะตัดสินใจอย่างไร นายสุทินชี้แจงว่า กรณี้อย่างนี้พรรคให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ที่จะดูพฤติกรรมย้อนหลังด้วย คงตัดสินใจง่ายขึ้น ส่วนจะถึงโทษขั้นสูงสุดหรือไม่นั้น ขอให้ผ่านการพิจารณาก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายวิสุทธิ์กล่าวว่า พรรคจะเร่งรัดการสอบสวน พรรคถือว่าการฝ่าฝืนมติพรรคเป็นเรื่องสำคัญ รวมไปถึงคนพูดว่ากล่าวให้พรรคเสียหาย หัวหน้าพรรคได้สั่งการให้ทุกคนรับทราบตั้งแต่ก่อนการลงมติแล้ว หากใครไม่ปฏิบัติตาม พรรคจะมีมาตรการเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ส่วนผู้ที่แจ้งว่าป่วย ส่วนจะป่วยจริง ป่วยปลอม พรรคสามารถตรวจสอบได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;แถลงว่า ได้ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยืนยันการลงมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ไม่ปรากฏชื่อตนในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตนลงมติเห็นด้วยคือไม่ไว้วางใจ ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไล่มาเรื่อยๆ จนถึงนายเฉลิมชัยก็กดปุ่มลงมติเห็นด้วย และคิดว่าลงมติเรียบร้อยแล้ว จึงทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าตนเป็นงูเห่า ขอยืนยันว่ายืนข้างประชาชนในการเป็นผู้แทนราษฎรฝั่งประชาธิปไตยมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ปัญหาเกิดจากระบบที่ผิดพลาดใช่หรือไม่ นายชูวิทย์ตอบว่า คงเป็นระบบที่ผิดพลาด วิธีการลงคะแนนที่ดีที่สุดคือการยกมือ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และโกงยากที่สุด แต่เมื่อบ้านเมืองพัฒนา จึงมีวิธีลงคะแนนแบบเสียบบัตร ซึ่งก็มีข่าวว่ามีการกดบัตรแทนกัน แม้วิธีนี้ดีแต่ผิดพลาดง่ายที่สุด ทั้งนี้ ตนจะเดินทางไปที่พรรคเพื่อไทยเพื่อจะชี้แจงให้ได้รับทราบว่าได้ทำหน้าที่แล้วแต่มีความผิดพลาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย เดินทางยังพรรคเพื่อไทย เพื่อมอบเอกสารหลักฐานทางการแพทย์ชี้แจงถึงสาเหตุกรณีที่ไม่ได้เดินทางไปร่วมลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อวันที่ 4 ก.ย. โดย นพ.จาตุรงค์ได้ยื่นเอกสารดังกล่าวต่อตัวแทนเลขาธิการพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จาตุรงค์เปิดเผยพร้อมแสดงหลักฐานทางการแพทย์ว่า เนื่องจากในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อยู่ทำหน้าที่จนดึกดื่น มีอาการไม่สู้ดีนักมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ต่อเนื่องถึงวันที่ 2 ก.ย. จนมาถึงเช้าวันที่ 3 ก.ย. อาการยังไม่ดีขึ้น จึงได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ปรากฏว่า ค่าความดันที่วัดออกมาได้สูงถึง 160/88 แพทย์ได้วินิจฉัยว่ามีโรคหัวใจไมตรัลรั่วเล็กน้อย กล้ามเนื้อหัวใจหนาจากความดันโลหิตสูง ระหว่างที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล ความดันสูง หน้าแดง แพทย์กังวลว่า อาการไม่ค่อยดี หากออกไปทำหน้าที่ ถ้ายังเป็นอย่างนี้อาจจะน็อกได้ จึงไม่ได้เดินทางไปร่วมโหวตลงมติ ที่ไม่ได้แจ้งกับทางพรรคก่อน เนื่องจากอาการมันปุ๊บปั๊บมาก เลยไม่ได้ทันได้บอกกับใคร &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า กระทั่งวันที่ 4 ก.ย. เวลาประมาณ 11.00 น. นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย โทรศัพท์มาหาตน สอบถามว่าเพื่อนอยู่ไหน ทำไมไม่เดินทางมาโหวต จึงได้บอกว่าอยู่โรงพยาบาล อาการไม่ค่อยดีเลย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการไม่เดินทางมาโหวต ทำให้เกิดกระแสข่าวเตรียมจะย้ายพรรคหรือไม่ นพ.จาตุรงค์กล่าวว่า ไปโหวตไม่ได้เพราะความดันขึ้นสูง หมอที่ดูอาการกลัวจะน็อก เพราะหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เลยให้นอนโรงพยาบาล ต้องกราบขออภัยพี่น้องประชาชน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้วย ที่ไม่ได้เดินทางไปลงมติ ส่วนตัวตั้งใจทำงานให้ประชาชนอย่างตั้งใจจริง ยังยืนยันจะทำงานตรงนี้ให้เต็มที่ ในการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวันที่ 10 ก.ย. จะเดินทางไปโหวตอย่างแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง และผู้อำนวยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เดินทางด้วยรถตู้เบนซ์ หมายเลขทะเบียน 9 กร 405 กรุงเทพมหานคร มายังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 1 ชั่วโมง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา มีกระแสข่าวแกนนำบางคนในพรรค พปชร.เคลื่อนไหวคว่ำ พล.อ.ประยุทธ์ แต่นายสันติเป็นหนึ่งในแกนนำของพรรคที่เคลื่อนไหวปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงเป็นหนึ่งในกลุ่มที่นำ ส.ส.เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ที่รัฐสภา และมีกระแสข่าวว่านายสันติได้แยกตัวออกมาจากกลุ่ม 4 ช. หลังมีปัญหากับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรค พปชร. ทั้งนี้ กลุ่ม 4 ช. ประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส, นายสันติ, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน และเหรัญญิกพรรค พปชร. และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายสันติ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ โดยได้นำข้อราชการเกี่ยวกับการแผนงาน กิจการ กิจกรรมเพื่อกระตุ้นการบริโภคและใช้จ่ายของประชาชนเพิ่มเติมเข้าหารือ หลังจากที่ ศบค.ได้มีการปรับมาตรการผ่อนคลายการควบคุมโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปลายปีนี้ ยืนยันไม่มีการหารือประเด็นการเมือง เป็นการคาดเดากันไปเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังกล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านพ้นไปแล้ว ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ขอบคุณทุกฝ่าย โดยเฉพาะขอบคุณพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่ต่างให้กำลังใจผ่านช่องทางต่างๆ สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำงานต่อไป แต่เมื่อตัดภาพมาที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งจัดแคมเปญให้ประชาชนมาลงชื่อ &amp;quot;รวมพลไล่ประยุทธ์&amp;rdquo; โดยระบุว่ามีกว่าล้านคนมาลงชื่อไว้นั้น ยังน่าสงสัยว่าสามารถที่จะยืนยันตัวตนได้จริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวถึงเพจ &amp;quot;รักลุงตู่&amp;quot; ที่มีการลงคะแนนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ กว่า 5.1 ล้านคนด้วยว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้จัดทำ ซึ่งที่ผ่านมาตนเคยแจ้งแล้วว่าไม่ต้องการเห็นภาพความแตกแยก ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงพลังความสามัคคีของคนในชาติ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนบ้านเมืองไปสู่จุดหมายร่วมกัน ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงไม่ต้องการให้เกิดกระแสแบ่งแยกหรือความเกลียดชัง แม้กระทั่งในโลกออนไลน์ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเล็กโหวตลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีว่า คงจะต้องหาเวลาและหาโอกาสหารือร่วมกันในส่วนที่อยู่พรรคร่วมรัฐบาลว่าเป็นอย่างไร แต่ตนคิดว่าคงมีเหตุผล ส่วนเรื่องการสอบสวนนั้นยังไม่ได้ดำเนินการ ต้องรอสอบถามเขาก่อน จะถึงขั้นขับออกจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น คงไม่มีการดำเนินการแบบนั้น และตนไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการ ทั้งนี้ ต้องให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตรขอบคุณ ส.ส.ที่ทำให้การลงมติไม่ไว้วางใจผ่านไปได้ด้วยดี ในส่วนนี้จะเป็นกำลังใจให้รัฐบาลทำงานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าหากไม่มีการลงโทษหรือลงโทษเบาไปจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า คงต้องดูกันอีกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า จะต้องเชิญมาทำความเข้าใจกันหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ก็มีทุกพรรค เราก็ต้องขอโอกาสคุย แม้กระทั่งพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมาตรวจรายละเอียดแล้วยังมี 1 คนที่ไม่ได้โหวตไปในทิศทางเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ งดลงคะแนนเสียงไว้วางใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี จะต้องทำหนังสือชี้แจงพรรคหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ต้องถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115832</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, พรรคเพื่อไทย, ส.ส.นครราชสีมา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตรียมเชือด 7 งูเห่า, เพื่อไทยระส่ำหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d15c4d72634.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยอัดรัฐจัดทำงบแก้&#039;โควิด-เศรษฐกิจ&#039;ไม่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 2564 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสภาพิจารณาผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ว่า พรรคเพื่อไทยโหวตไม่เห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวตั้งแต่วาระ 1 ถึงวาระ 3 เนื่องจากเห็นว่าการทำงบประมาณของรัฐบาลไม่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขปัญหาโควิด รัฐบาลไม่ได้เตรียมงบประมาณสำหรับแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ไว้ให้ครอบคลุมและรวดเร็วเพียงพอ ที่สำคัญยังไร้แนวทางในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจรองรับผู้ว่างงานที่เกิดขึ้นจำนวนมาก ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่ราคาพืชผลตกต่ำ ไม่มีงบประมาณหรือแนวทางสำหรับการแก้ไข แต่เมื่อร่างพ.ร.บ.ผ่านสภาไปแล้ว ก็จะทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล ไม่ให้มีการใช้จ่ายนอกลู่นอกทางเงินทุกบาทต้องเกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ในฐานะฝ่ายค้านหากพบเบาะแสอะไรที่ไม่ชอบมาพากลจะดำเนินการตรวจสอบให้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายประเสริฐ ตอบว่า เมื่อเรายื่นญัตติไปแล้ว ต้องรอว่าประธานสภาฯจะให้มีการอภิปรายเมื่อใด ยืนยันข้อมูลพรรคร่วมฝ่ายค้านแน่นหนาในการชี้ให้ประชาชนเห็นถึงข้อบกพร้องการบริหารงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ส่วนกระแสข่าวความขัดแย้งในพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อนหน้านี้ยืนยันไม่มีอีกแล้ว เวลานี้พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีเวลาจะมาทะเลาะกันอีกทุกคนต้องร่วมมือกันยึดมั่นการทำงานเพื่อขับไล่รัฐบาลชุดนี้ออกไปให้ได้ คือเป้าหมายสูงสุดที่พรรคร่วมฝ่ายค้านมีร่วมกันเพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114125</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6109032275a3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.แบไต๋ร่วมพปชร.หลังเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อไทยยืนยันหลักการจูบปากก้าวไกลเฉพาะบางกรณี เช่นซักฟอกรัฐบาล &amp;quot;ชลน่าน&amp;quot; แบไต๋ พท.-พปชร.ร่วมรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ชี้เป็นเงื่อนไขทางการเมืองที่ซับซ้อน ถ้าพลังประชารัฐหลุดจากระบอบประยุทธ์ก็คุยกันได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความสัมพันธ์กับพรรคก้าวไกล ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน หลังมีความเห็นไม่ตรงกัน เรื่องการโหวตอนุมัติงบรายจ่ายประจำปี 2565 ที่ปรับลด 1.6 หมื่นล้านบาท ไปไว้ที่งบกลางว่า ยืนยันว่าการทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีปัญหา เรามีเป้าหมายเดียวกัน ไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม บริหารประเทศต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราคุยกันตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีมติร่วมกันไปแล้วและจะยื่นร่วมกัน ส่วนเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่เห็นไม่ตรงกัน ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองพรรคมีความขัดแย้งกัน เพียงแค่เห็นต่างกันเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตระยะหลังพรรคเพื่อไทยมีความเห็นสอดคล้องกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณางบประมาณ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายประเสริฐตอบว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวคิดเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่พรรคพลังประชารัฐผลักดันเรื่องนี้เสียอีก เราไม่ใช่คนตาม แต่เขาเป็นคนที่มาตามหลังเรา ส่วนผลจะเป็นอย่างไร อยากให้ฟังข้อสรุปจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยืนฝ่ายประชาธิปไตยอย่างมั่นคง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า กระแสสังคมตอนนี้เห็นชัดว่าคนไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แม้ได้งบประมาณไปแก้ปัญหาให้ประชาชน เขาก็ไม่อยากให้อยู่ต่อ เพราะทนไม่ไหวกับการบริหารงานที่ผ่านมา จึงคิดว่าหากยังแก้ไขวิกฤติโควิดไม่ได้ใน 2-3 เดือนข้างหน้า การอยู่ต่อของ พล.อ.ประยุทธ์คงเป็นเรื่องยาก จึงคิดว่าควรนำเม็ดเงินเข้าระบบไว้เพื่อรองรับใครก็ตามที่อาจได้เข้ามา จะได้มีงบประมาณสำหรับช่วยเหลือประชาชน หรือแม้ว่าจะไล่ พล.อ.ประยุทธ์ออกไปไม่ได้ ก็ต้องมีระบบควบคุมกำกับดูแลตรวจสอบการใช้เม็ดเงินก้อนนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นตามวัตถุประสงค์การแก้ไขปัญหาโควิดเท่านั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น พรรคเพื่อไทยจะจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ เขาตอบว่า เป็นเงื่อนไขทางการเมืองที่ซับซ้อน ถ้าพรรคพลังประชารัฐยังอยู่ในระบอบประยุทธ์อยู่ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะไปจับมือด้วย แต่ถ้าเขาปรับกลไกการบริหารมาทางประชาธิปไตยมากขึ้น ไม่ยึดระบอบประยุทธ์ ก็อาจจะคุยกันได้ แต่ถ้ายังเป็นอยู่เหมือนในปัจจุบันที่มีหัวหน้าพรรคเขาเป็นแกนนำของระบอบประยุทธ์ ไม่มีทางเป็นไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2565 ยืนยันว่า การนำงบกว่า 16,000 ล้านบาท ไปไว้ในงบกลางนั้น ไม่ใช่การตีเช็กเปล่าให้นายกฯ งบประมาณที่ตัดลดก้อนนี้ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจนให้นำไปแก้ปัญหาช่วยเหลือประชาชนเรื่องโควิด กระบวนการเบิกจ่าย แต่ละจังหวัดต้องทำเรื่องขอมาตามความจำเป็นให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี จะเอาไปซื้ออาวุธหรือเรือดำน้ำไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้า ครม.หรือนายกฯ เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ก็ติดคุก พ้นตำแหน่งทั้งคณะ ถูกเพิกถอนสิทธิ์การเมืองด้วย ใครจะกล้าเสี่ยง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุบลศักดิ์กล่าวว่า อยากให้พรรคก้าวไกลหยุดนำเรื่องนี้มาโจมตีได้แล้ว เพราะประชาชนรอคอยความหวังอยู่ การเห็นไม่ตรงกันถือเป็นความเห็นหลากหลาย แต่ยังทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกันได้ ไม่ได้คิดว่าคนที่ความเห็นไม่ตรงกันต้องเป็นศัตรู มั่นใจว่าไม่กระทบกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ยังทำงานร่วมกันได้ การที่พรรคเพื่อไทยโหวตให้นำงบไปให้งบกลางครั้งนี้ไม่ใช่การเตรียมจับมือตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งสมัยหน้า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่กับพลังประชารัฐ เราไม่เอาด้วยแน่ แต่ถ้าวันหน้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่อยู่ พรรคพลังประชารัฐอาจมีแนวคิดเหมือนพรรคเพื่อไทยก็ได้ ทำไมต้องเป็นศัตรูกันถาวร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพิพัฒนชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตลอดเวลาการทำงานการเมืองกว่า 20 ปี ผมตรงไป ตรงมาครับ อดีตสอนให้รู้ปัจจุบัน สันดานส่อให้รู้นิสัยคน คนบางจำพวกเป็นเพื่อนกันได้เพียงแค่มันบอกว่า เราเพื่อนกัน แต่ตอดทุกเรื่องที่มันคิดว่ามันจะได้ประโยชน์ และทิ่มเพื่อนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลวกว่านั้น ที่มันพยายามอธิบาย เรื่องของเพื่อนที่ไม่ได้เลวร้ายให้เป็นเรื่องที่เลวร้าย เพียงหวังประโยชน์ของมัน ท่านคิดว่ามันคือเพื่อนหรือ ผมคิดว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยไม่สมควรสงวนท่าทีอีกต่อไป ต้องแสดงจุดแข็งให้ชัด เราอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งมัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าใจได้แล้วว่า มันรู้ว่าฐานการเมืองของมันคือคนกลุ่มหนึ่งของเพื่อไทย เชื่อว่าถ้าเราชัดเจน คนกลุ่มนั้นจะกลับมาที่เพื่อไทย ขอให้เราชัดเจน ที่มันพยายามดิ้น และอธิบายให้ดูว่าเพื่อไทยเลว เพียงเพราะมันหวังต้องการแย่งฐานมวลชนจากเพื่อไทยเท่านั้น เพราะคำว่าฝ่ายประธาธิปไตย ประโยคนี้มันก็เคลมได้แล้ว หลายคนในเข่งนั้นเพิ่งเรียนรู้การเป็นฝ่ายประธาธิปไตย เมื่อได้เป็น ส.ส.นี่แหละ รูปเก่าในบ้านยังเก็บไม่หมดเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทรท.-พลังประชาชน-พท. นานเกินพอสำหรับเวทีการเมือง ผลงาน นโยบาย แข็งพอที่จะยืนได้ คุณประกาศรบกับพรรคการเมืองอายุ 80 ปี แต่ดูอ่อนน้อมเกินไปกับพรรคการเมืองอายุ 2 ปี อย่าให้กระแสที่วาบวูบเป็นผีหลอนจนไม่กล้าทำอะไร เรื่องกระแสมีตัวอย่าง พลังธรรม ความหวังใหม่ เสรีธรรม ประชากรไทย หรือแม้กระทั่งประชาธิปัตย์ ฯลฯ วันนี้ของพรรคเหล่านั้น จะกลายเป็นวันนี้ ของพรรคนั้นในอนาคตอันไม่ไกล ชัดเจนให้ชัดครับ จากเด็กเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน&amp;quot; นายพิพัฒนชัยระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และ รมว.เกษตรฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงความเหนียวแน่นของพรรคร่วมรัฐบาลว่า ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลกำลังแก้โควิด-19 และหารือกันว่าจะไม่พูดการเมือง เพื่อทำให้ประเทศผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ พร้อมจับมือร่วมทุกฝ่ายไม่สร้างปัญหา จึงอยากฝากทุกพรรคการเมืองระดมช่วยกัน ทำให้วิกฤตินี้ผ่านไปก่อน ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เชื่อว่าเนื้อหาฝ่ายค้านที่ออกมาก็เป็นปกติ ที่ก่อนอภิปรายจะโหมโรงแบบนี้ แต่เชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีทุกคนทำงานเต็มที่ และสามารถตอบคำถามได้ทุกประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อถึงกระแสข่าวพรรคร่วมรัฐบาลนำข้อมูลไปให้ฝ่ายค้านสำหรับใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อหวังจะเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี นายเฉลิมชัยกล่าวว่า เป็นข่าวลือและสามารถคิดกันได้ แต่ความจริงไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น วันนี้ไม่มีกระตุกขากันเองแน่นอน พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีแบบนั้นแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ว่า จะมีการพิจารณาในวันที่ 18-20 ส.ค.นี้ โดยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณถือเป็นเรื่องที่สภาฯ ต้องให้ความสำคัญ นอกจากนี้ยังมีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยังไม่ได้เสนอมา แต่ในฐานะประธานสภาฯ ก็รอให้ฝ่ายค้านเสนอมาก็จะรับเรื่องทันที เพราะสมัยประชุมจะมีถึงวันที่ 18 ก.ย.นี้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอกรัฐบาล, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลขาธิการพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6109032275a3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกผีสอดไส้รธน. ก้าวไกลดักคอรบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; เรียงหน้าโต้ทำเพื่อประชาชนโหวตงบ 1.63 หมื่นล้านใส่งบกลาง ยันไม่ใช่เล่นการเมืองท่าเดียวโดยไม่สนใจความเดือดร้อน &amp;ldquo;ยุทธพงศ์&amp;rdquo; ลั่นเอาตำแหน่งเดิมพันหากใช้ผิดประเภทเลิกเล่นการเมือง &amp;ldquo;สหายอ้วน&amp;rdquo; ชี้เดี๋ยวมีขัดแย้งก้าวไกลระลอกสองแน่ โดยเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญ ยังไม่ทันไร &amp;ldquo;ธีรัจชัย-รังสิมันต์&amp;rdquo; จุดพลุแล้ว บอกไพบูลย์เตรียมปลุกผีสอดไส้ร่าง รธน.ที่ถูกโหวตคว่ำกลับมานับหนึ่งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 4 สิงหาคม ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีพุทธศักราช 2565 ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) ตัดสินใจโหวตโยกงบประมาณที่ถูกปรับลงไป 1.63 หมื่นล้านบาท ไปไว้ในงบกลางจนถูกตั้งคำถามฮั้วและตีเช็คเปล่าให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น&amp;nbsp;
ทำให้พรรคเพื่อไทยมีการตั้งโต๊ะแถลงเรื่องนี้ โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. แถลงว่า สิ่งที่ กมธ.งบฯ พรรคคิดและตัดสินใจได้มีตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ในท้ายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณว่าต้องใช้เพื่อโควิด-19 เท่านั้น ซึ่งปลอดภัยจากการถูกกล่าวหาว่าแปรญัตติ เพราะหาก ส.ส.หรือ กมธ.มีส่วนโดยทางตรงหรืออ้อมในการใช้งบประมาณเป็นความผิดมีโทษทางอาญา ส่วนสิ่งที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เสนอเอาเงินที่ปรับลดลงแล้วไปเพิ่มเติมในส่วนต่างๆ นั้น เมื่อดูรายละเอียดไม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาโควิด ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของพรรค และการตัดสินใจของ กมธ.ไม่เกี่ยวกับการยอมรับในตัว พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตัดสินใจของ กมธ.พรรคเป็นไปโดยรอบคอบ สุจริต คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน ระมัดระวังไม่ให้ตกเป็นเหยื่อทางการเมืองในสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ เป็นการตัดสินใจที่อยู่บนสภาพความเป็นจริง บนสภาพที่เป็นฝ่ายค้านในรัฐสภา แยกมิตร แยกศัตรู ไม่ทำร้ายใคร ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ชีวิตของพี่น้องประชาชนสำคัญกว่าเรื่องการเมือง&amp;rdquo; นายประเสริฐกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รองประธาน กมธ.งบประมาณ ระบุว่า เราต้องแยกระหว่างความไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ กับการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์โควิดให้ประชาชน เราเลือกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก่อน ซึ่งงบกลางเป็นเพียงช่องทางเดียวเท่านั้นที่นำงบออกมาใช้เพื่อโควิดได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวว่า ข้อกล่าวหาพรรคเอางบไปใส่ในงบกลางเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์เอาไปใช้เสมือนตีเช็คเปล่า ใช้ตามอำเภอใจเอาไปซื้อกระสุนยางมายิงประชาชน เป็นข้อหาที่ค่อนข้างรุนแรง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ทำจริงเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันประณามและขับไล่ แต่ พล.อ.ประยุทธ์จะทำตามอำเภอใจไม่ได้ เพราะมีกฎหมายกำกับไว้ชัด ทั้งวิธีการงบประมาณ และ พ.ร.บ.เงินคงคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคเห็นแย้งกับรัฐบาลตลอด มีเพียงเรื่องนี้ที่เห็นตรงกันคือเรื่องงบกลางนี้ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับพรรคด้วยว่าอันไหนที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเราก็ทำ แต่อันไหนที่คิดว่าไม่ใช่เราก็ต่อสู้และเชื่อว่าเราจะเข้าใจกัน พร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะปัญหาและบรรยากาศแบบนี้เคยมีเกิดขึ้นมาเรื่อยที่พรรคร่วมฝ่ายค้านบางเรื่องเห็นต่างกัน เพราะจุดยืนและนโยบายเราต่างกัน ยืนยันว่าไม่ได้มีเหตุผลอื่นถ้าจะให้ไปฮั้วกันหลังเลือกตั้งถือว่าเป็นเรื่องที่คิดไปไกลมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท.ในฐานะโฆษก กมธ.งบประมาณ กล่าวว่า มั่นใจว่าจะไม่ใช่การตีเช็คเปล่า เพราะการนำงบไปใช้ได้นั้น ผู้ขอรับงบ ผู้อนุมัติงบต้องทำตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 เท่านั้น ซึ่งจุดยืนพรรคก็ชัดเจนแล้วตั้งแต่การลดงบประมาณการจัดซื้อเรือดำน้ำ และขอย้ำว่าถ้ามีการนำงบกลางไปใช้ผิดระเบียบ ไม่ได้ใช้เกี่ยวกับโควิดถ้ามีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ พร้อมเอาตำแหน่ง ส.ส.เป็นเดิมพันที่จะลาออกจาก ส.ส.และเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต&amp;nbsp;
นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กในประเด็นนี้ว่า งานนี้ขยายความขัดแย้งในฝ่ายประชาธิปไตยได้มีประสิทธิภาพอย่างมากโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่รัฐบาล ซึ่งเป็นต้นตอของความขัดแย้งลอยตัว จึงอยากเชิญชวนฝ่ายประชาธิปไตยลองไตร่ตรองถึงผลเสียที่จะได้รับ​ หากไม่มองให้เห็นภาพรวม​ และทิศทางความร่วมมือกันในอนาคต​ คิดแต่ประเด็นเฉพาะแบบแยกส่วน ก็จะมีเรื่องให้บั่นทอนความเข้มแข็งของขบวนประชาธิปไตยไปเรื่อยๆ และคาดว่าจะมีเรื่องให้ต้องขัดแย้งถกเถียงกันใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ กมธ.วิสามัญแก้ไข รธน.ของสภากำลังทำงาน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;บอกกันไว้ตรงนี้ เรื่องนี้คงเป็นประเด็นขัดแย้งใหม่อีกเรื่องหนึ่ง เพราะก้าวไกลและเพื่อไทยมีความคิดเห็นแตกต่างกัน แต่ก็หวังว่าจะไม่มีข้อกล่าวหา หรือมีเรื่องให้ขัดแย้ง ปวดหัวกันต่อ นายกฯ ลุงตู่ คงจะนั่งหัวเราะสบายใจไป&amp;rdquo; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่...) พ.ศ.... แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธาน ซึ่งเมื่อเริ่มเข้าสู่การพิจารณา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ในฐานะ กมธ.ได้ทักท้วงเรื่องการแก้ไขระบบเลือกตั้งเกินกว่ามาตราที่รับหลักการมา จะกระทำการขัดข้อบังคับข้อที่ 124 ทำให้นายไพบูลย์เบรกว่าขอให้พิจารณาไปตามวาระ ทำให้นายธีรัจชัยไม่พอใจและพูดเสียงดังลั่นห้องประชุม ดังถึงขนาดลอดห้องประชุมออกมาโวยวายว่า &amp;ldquo;ประธานปิดปาก ไม่ให้แสดงความคิดเห็น&amp;rdquo; แต่นายไพบูลย์ยังย้ำว่าให้ดำเนินการไปตามระเบียบวาระ และหากนายธีรัจชัยยังไม่หยุดโวยวาย จะใช้อำนาจประธานเชิญออกจากห้องประชุม จนนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธาน กมธ. ต้องแทรกเข้ามา ทำให้นายธีรัจชัยยอมพร้อมประชุมตามวาระต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายไพบูลย์ยืนยันว่า การแก้ไขในวาระ 3 จะเสร็จก่อนวันที่ 18 ก.ย. จากนั้นสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่ามีประเด็นไปส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะเป็นเรื่องที่เสนอในการประชุมสภาเพื่อตีความข้อบังคับเท่านั้น เว้นแต่ฝ่ายที่ไม่อยากให้แก้ระบบเลือกตั้งและเสียผลประโยชน์ก็จะพยายามขัดขวางทุกวิถีทาง ถามว่าคิดว่าคนอื่นไม่รู้หรือว่าตัวเองจะพยายามขัดขวางอย่างไร ยืนยันว่าเรื่องนี้ขัดขวางไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;บางคนที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย ถามว่าเป็นประชาธิปไตยจริงหรือไม่ เราไม่ใช่เสียงข้างมากลากไป เพราะพูดกันด้วยเหตุผล และทำตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ทั้งนี้ หากพิจารณาผ่านวาระ 3 แล้วก็จะมีการยื่นแก้ไข พ.ร.บ.การเลือกตั้งและ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ซึ่งจะอยู่ในช่วงปลายเดือน ก.ย. จากนั้นต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 เพื่อรับฟังความคิดเห็น และคาดว่าจะบรรจุเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภาได้ในสมัยประชุมต่อไป คือประมาณเดือน พ.ย.หรือ ธ.ค.&amp;rdquo;
ภายหลังประชุม นายไพบูลย์แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการทำงานภายใต้ข้อบังคับรัฐสภา ข้อที่ 124 ที่กำหนดให้ กมธ.พิจารณาเนื้อหาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่เสนอเป็นคำแปรญัตติ ซึ่งในวรรคท้ายมีข้อกำหนดในรายละเอียด คือ 1.การแปรญัตติเพิ่มมาตราใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ที่ไม่ขัดหลักการ สามารถทำได้ และ 2.การแปรญัตติอาจขัดกับหลักการได้ เว้นแต่เป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งได้ยกตัวอย่าง เช่น การกำหนดบทเฉพาะกาล เป็นต้น ส่วนที่ กมธ.พรรคก้าวไกลมีความเห็นแย้งว่า ตามข้อบังคับข้อที่ 151 ไม่ได้ให้สิทธิ์ กมธ.เป็นผู้วินิจฉัย หาก กมธ.ติดใจ สามารถยื่นต่อประธานรัฐสภาเป็นญัตติเพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาตัดสิน ทั้งนี้ ต้องได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่งจากที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเข้าใจว่ามี กมธ.ที่ติดใจ แต่ในข้อบังคับรัฐสภากำหนดรายละเอียดไว้ หากยังติดใจสามารถสงวนความเห็นหรือยื่นเรื่องให้รัฐสภาพิจารณาก่อนเข้าสู่การพิจารณาวาระสองได้ การพิจารณาส่วนของคำแปรญัตตินั้น กมธ.ได้นัดประชุมวันที่ 10 ส.ค. โดยขณะนี้ให้ฝ่ายเลขานุการไปพิจารณาสรุปประเด็นแทนการตั้งคณะทำงาน ที่ผมรับฟังคำทักท้วงว่าไม่จำเป็น&amp;rdquo; นายไพบูลย์กล่าว
ขณะที่นายธีรัจชัยเรื่องนี้ว่า ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งการประชุมคณะ กมธ.ในสัปดาห์หน้าวันที่ 10, 11 และ 13 ส.ค.นี้จะพิจารณาแล้วเสร็จ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมต้องเร่งรัดเร่งรีบขนาดนั้น ทั้งนี้ ดูแล้วการพิจารณาในชั้น กมธ.เป็นแค่พิธีกรรม เพราะเชื่อลึกๆ ว่าเขาเตรียมเนื้อหาที่ต้องการไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า กำลังเกิดปรากฏการณ์การสอดไส้ใน กมธ. เนื่องจากมีความพยายามเปลี่ยนแปลงให้ร่างแก้ไขของพรรคประชาธิปัตย์เหมือนร่างอื่นที่สภาโหวตคว่ำไปแล้ว ไม่เข้าใจว่าการทำแบบนี้จะเป็นผลดีอย่างไร ถ้าจะทำกันแบบนี้คราวหลังไม่ต้องกำหนดว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องทำกัน 3 วาระ เพราะไม่มีความหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรากำลังจะเปลี่ยนร่างของประชาธิปัตย์ให้เหมือนร่างอื่นที่ตกไป วันนี้เรากำลังทำลายความน่าเชื่อถือในสภา พรรคพยายามหาข้อตกลงว่าจะทำกันอย่างไร แต่ก็น่าเสียดายว่านายไพบูลย์ กลับเพิกเฉยในเรื่องนี้ ไม่ได้ทำหน้าที่ประธานอย่างสมบูรณ์ ตีมึนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่หาข้อยุติ ดึงดันให้พิจารณาต่อไป ซึ่งปลายทางเราก็เห็นว่ามีการสอดไส้ให้ร่างที่ตกไปแล้วกลับมามีชีวิตใหม่&amp;rdquo; นายรังสิมันต์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112247</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบ 1.63 หมื่นล้าน, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทธพงศ์, วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a5382b307d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
