<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 19:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนเดือนพฤษภา&#039;35แนะผ่านร่างแก้ไขรธน.วาระ3แก้ความขัดแย้ง เตือน3ป.อย่าประมาทปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.64 - ที่ห้องประชุมชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;วันที่ 14 มีนาคม &amp;quot;คนเดือนพฤษภา 2535 สภาที่ 3&amp;rdquo; ได้จัดเสวนา เรื่อง &amp;quot;จาก รสช. คปค.คมช.ถึง 3ป. มรดกรัฐประหารที่ตกค้างในแผ่นดินไทย&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยมีนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ๓๕ &amp;nbsp; ผศ.ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล &amp;nbsp;คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ปี 2535 &amp;nbsp;นายพิภพ ธงไชย &amp;nbsp;อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนายจตุพร พรหมพันธุ์ &amp;nbsp;ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมเสวนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอดุลย์ กล่าวว่า สิ่งที่เห็นคือมรดกของรัฐประหารยังมีตลอดเวลา &amp;nbsp;วันนี้บ้านเมืองเราที่ผ่านการรัฐประหารจาก คสช. และมาสู่ความเลวร้ายและล้มเหลวในทุกด้าน &amp;nbsp;แม้พยายามประนีประนอมและทำตามคำสอนของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 คือหันหน้าเข้าหากัน แต่จนวันนี้ก็ยังไม่สามารถทำได้ &amp;nbsp;ตนขอโทษที่ไม่สามารถเดินได้ถึงจุดที่ปรองดองกันได้ แม้จะพยายามทุกทาง &amp;nbsp;วันนี้สิ่งที่รัฐบาลทำกับตน ทำกับพวกเรา ทำกับสังคมไทยมันไม่เป็นจริงอย่างที่พูด ตนต้องขอโทษเพราะรู้สึกละอายกับวีรชนคนที่ตายไป &amp;nbsp;ตนพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ซึ่งน่าจะดีกว่านี้ อย่างไรก็ตามตนไม่ได้เกลียด พล.อ.ประยุทธ์เป็นการส่วนตัว แต่ชิงชังการบริหารบ้านเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ มากกว่า ที่ได้กระทำแบบนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลนี้ไม่มีความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อไป &amp;nbsp;เกิดจากการที่พลเอกประยุทธ์และพวก ถือปืนเข้ามายึดอำนาจ ประเทศยังไม่เกิดความสามัคคีปรองดอง และทำตรงข้ามโกหกหลอกลวงและสร้างความแตกแยก ทุจริตต่อหน้าที่ &amp;nbsp;ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต วางคนของตัวเองไว้ กุมอำนาจเศรษฐกิจ เอื้อนายทุน กุมอำนาจทหาร มีการซื้อเสียง ไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้ต่อไปแม้แต่องค์กรอิสระก็พึ่งพาไม่ได้ อยากเรียกร้องให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าสลายความเป็นสีเสื้อแล้วมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวในนามประชาชนคนไทย ลุกขึ้นมาร่วมกันแสดงพลังให้ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะได้คืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วหมด&amp;quot;นายอดุลย์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายปริญญา &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 วันที่ 17 - 18 มี.ค.นี้ ว่า กระบวนการที่จะเริ่มทำประชามติถามประชาชนว่าจะให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาต้องโหวตผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ในวาระ 3 จากนั้นจึงจะเริ่มขั้นตอนการทำประชามติ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ส่วนการที่มี ส.ส. และ ส.ว.บางส่วนตีความว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ในวาระ 1 และ 2 ถือเป็นโมฆะนั้น &amp;nbsp;ตนเข้าใจว่าเป็นความตั้งใจตีความให้ไปต่อไม่ได้ &amp;nbsp;เพราะจะเริ่มร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ต้องมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ก่อน จึงจะไปถามประชาชนว่าอยากให้มีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากเราเคารพในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจริงต้องมีวาระ 3 และหากรัฐสภาต้องการให้ประชาชนได้แสดงความประสงค์ว่าจะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ รัฐสภาต้องผ่านวาระ 3 ถึงจะมีการทำประชามติ หากประชาชนไม่เอาก็ใช้ฉบับ 2560 ต่อไป แต่หากประชาชนเห็นชอบด้วยจึงจะเกิดส.ส.ร. เราจะเห็นด้วยกับรัฐบาลกับรัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่ ก็ให้ใช้ 1 คน 1 เสียงจบที่ประชามติ ถ้าประชาชนไม่เอา ก็ใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ต่อไป เรื่องง่ายๆแค่นี้&amp;quot; &amp;nbsp;นายปริญญา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญา กล่าวด้วยว่า หากจะมีการทำประชามติก่อนโหวตวาระ 3 เราจะใช้รัฐธรรมนูญมาตราไหนมาดำเนินการ เพราะหากใช้มาตรา 116 ก็จะกลายเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ใช่อำนาจของรัฐสภา และอาจจะเกิดการติดขัดขึ้น แต่ในมาตรา 256 ไม่ได้มีการเขียนไว้ว่าให้ทำประขามติก่อน ดังนั้น &amp;nbsp;การจะทำประชามติก่อนจึงต้องแก้ไขมาตรา 256 เพราะส่วนตัวมองหาไม่เจอว่ารัฐสภาจะใช้อำนาจตามมาตราใด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญา กล่าวอีกว่า หากเราประสงค์จะให้พี่น้องคนไทยไม่ว่าฝ่ายไหนยุติปัญหาด้วยรัฐสภา &amp;nbsp;คิดว่าขั้นตอนที่จะนำความขัดแย้งนอกสภามาสู่กระบวนการที่ใช้รัฐสภาเป็นตัวแก้ปัญหา &amp;nbsp;เกรงว่าหากคว่ำไป การเมืองนอกสภาอาจจะแรงขึ้น ดังนั้น ในเมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหาเรื่องความยอมรับของประชาชนจำนวนมาก ต่อให้ผ่านประชามติมาก็เป็นประชามติที่ไม่สมบูรณ์แบบ ตนจึงเห็นว่าควรจบด้วย 1 คน 1 เสียง เพราะเมื่อผลออกมาแล้วจะแก้ข้อครหาที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ และจะได้รู้กันไปเลยว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาจริงหรือไม่ แต่หากไม่มีวาระ 3 ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่แย่ที่สุด เพราะเท่ากับว่ารัฐสภาด้อยค่าตัวเอง ในการพิจารณา 2 วาระที่ผ่านมา จึงมองว่าอย่างไรก็ตามต้องมีวาระ 3 ส่วนจะโหวตอย่างไร เป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภาที่มีต่อประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอตั้งคำถามไปยังที่ประชุมรัฐสภา มีหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีฉบับใหม่หรือไม่นี่คือสิ่งที่ ศาลรัฐธรรมนูญวางเงื่อนไขไว้ ว่าทำได้แต่ต้องถามประชาชนก่อน&amp;rdquo;นายปริญญา กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจตุพร กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ไม่มีทางที่แก้ไขได้ เพราะเป็นกลไกเดียวที่สามารถต่ออายุของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมได้ ทั้งนี้ในการลงมติวาระสามของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันที่ 17 มีนาคม นั้นเชื่อว่าวุฒิสภาจะลงมติเห็นชอบไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง ตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 กำหนดไว้ คนที่ต้องรับผิดชอบ มากที่สุดคือ พลเอกประยุทธ์ &amp;nbsp;ซึ่งการแก้ไขและธรรมนูญเป็นเพียงแค่ละครฉากหนึ่งที่หลอกกันไปหลอกกันมา การทำประชามตินี้นำมาแอบอ้างเป็นประชามติที่อัปยศอดสู &amp;nbsp;ตนเชื่อว่ารัฐธรรมนูญไม่ว่าจะผ่านมากี่ฉบับก็จบลงด้วยการถูกฉีกทั้งนั้น ที่สุดแล้วพล.อ.ประยุทธ์ ก็จะเล่นบทลอยตัวสร้างความขัดแย้งให้ประชาชน แล้วตัวเองก็ปกครองสบาย เพราะถ้าประเทศสามัคคีผู้ปกครองแบบนี้จะปกครองไม่ได้ เขาจึงไม่พยายามที่จะสร้างความปรองดองใดทั้งๆสิ้น &amp;nbsp;แต่เป็นคณะรัฐประหารที่มีความประหลาดไม่เหมือนกับชุดอื่น อะไรที่ตึงเขาพร้อมที่จะถอย ทำอะไรผิดเขาพร้อมจะขอโทษไม่อย่างนั้นเขาจะบริหารชาติบ้านเมืองแบบนี้จะได้ถึงเจ็ดปีหรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์โกหกไม่รู้กี่ครั้งแล้ว แต่คนไทยก็ยังให้อภัย ผมถึงบอกกับประชาชนว่าการแก้ไขและธรรมนูญเป็นเรื่องหลวงโลกของรัฐบาล เพราะเป็นกลไกเดียวที่จะต่ออายุของเขา นอกจากนี้บรรดานักการเมืองทั้งหลายก็กลัวกลไกทหาร แบบน้ำเพิ่งเรือเสือพึ่งป่าที่ปัญหาเต็มไปหมดภายในรัฐบาลเอง &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ก็สาละวันเตี้ยลงทุกวัน ถ้าเรื่องรัฐธรรมนูญพรรคประชาธิปัตย์ยังแถกได้อีกครั้งน่าจะเรียกว่าสูญพันธุ์ หรืออาจจะเหลือไม่ถึงครึ่งของครึ่งเพราะเห็นกันอยู่ว่ามันผลัดกันเล่นผลัดกันต้ม และศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ก็มาจากประยุทธ์ทั้งชุด ผมถึงบอกว่าวันนี้ถ้าประชาธิปัตย์ยังไม่รู้สึกรู้สา กรุงเทพฯหมด และภาคใต้ก็จะทยอยสูญพันธุ์ วันนี้ถ้านักการเมืองยืนหยัดเรื่องประชาธิปไตย เราจะไม่มีสภาพแบบนี้ &amp;nbsp;วันนี้ประชาชนต้องคิดกันใหม่เราจะถูกแบ่งแยกและทำลายเพื่อผู้ปกครอง ถ้าเรายังทะเลาะกันเหมือนเดิม เราก็สู้คนที่มายึดอำนาจเหล่านี้ไม่ได้ วิธีที่จะดัดหลังพวกนี้ เราต้องคิดเรื่องชาติบ้านเมืองเป็นใหญ่ เอาเรื่องตัวเองวางไว้ไม่เช่นนั้นเราจะไม่ได้อะไรเลย รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ ประเทศก็เจ๊ง&amp;rdquo; นายจตุพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายพิภพ ธงไชย กล่าวเตือนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา , พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย หรือกลุ่ม3 ป. อย่าละเลยกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมีศาลรัฐธรรมนูญมากำกับ รวมถึงประมาทพลังประชาชน เพราะอาจเกิดเหตุการณ์เหมือนประเทศเมียนมาร์ได้ เพราะทหารประมาทประชาชน อย่างไรก็ดีตนมองว่าการเคลื่อนไหวของประชาชนต่อเรื่องแก้รัฐธรรมนูญต้องเป็นไปอย่างสันติวิธี และเคลื่อนไหวต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนผู้สถาปนารัฐธรรมนูญเป็นเกราะป้องกันไม่ให้รัฐธรรมนูญถูกฉีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อว่าหากประชาชนที่มีข้อเรียกร้องแก้รัฐธรรมนูญและให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ถอนประเด็นที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ออก จะเหลือความเห็นที่ตรงกัน และร่วมชูธงคำขวัญของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ประชาชนมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจและความรับผิดชอบที่มีอยู่ข้อเดียวคือทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินตามกลไกไปให้เร็วที่สุด โดยต้องทำให้สำเร็จและทันก่อนเปลี่ยนสมัยของรัฐบาล เพื่อให้พวกคุณกลับบ้านและนอนหลับได้อย่างสบายใจ&amp;quot; นายพิภพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิภพ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่จะทำให้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ไม่ได้ ประชาชนต้องกล่าวหาว่า ไม่ปฏิบัติตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญสำคัญ 2 เรื่อง คือ ปฏิรูปตำรวจและปฏิรูปการศึกษา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96051</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม3ป., การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&#039; 35, จตุพร พรมพันธุ์, นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e04a9dbd38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ศรีสุวรรณ’ข้องใจ ‘ปริญญา’ เป็นครูสอนกฎหมายได้ไงไม่รู้เรื่องความผิดซึ่งหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.2564 -นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน โพสต์เฟซบุ๊กสั้นๆ ว่าจะบ้าหรือไง ไปกล่าวหาว่าตำรวจจับกุมเกินกว่าเหตุไม่ขอหมายศาล เรื่องนี้เป็นความผิดซึ่งหน้า ตาม ปอ.ม.80 เป็นครูสอน กม.ได้ไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การโพสต์ของนายศรีสุวรรณเกิดขึ้นจากกรณีนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้มีการจับกุมผู้ชุนนุมที่หน้าสถานทูตเมียนมาจนทำให้ทรัพย์สินและเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 14 นายว่าทำผิดกฎหมาย และทำเกินกว่าเหตุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91828</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน, นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล, นายศรีสุวรรณ จรรยา, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600cfd2672173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
