<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปริญญ์ แนะรัฐปรับตัวเร่งพัฒนา e-Government เพิ่มประสิทธิภาพบริการ ปชช. ในยุคราชการเวิร์คฟอร์มโฮม #WFH ไม่เวิร์ค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.2564&amp;nbsp;นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ ห่วงประชาชนที่เดือดร้อนจากการทำงานแบบเวิร์คฟอร์มโฮม (Work from home) ของหน่วยงานรัฐ และเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องปรับรูปแบบการทำงานกะทันหันในช่วงวิกฤตโควิด-19 แนะรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาทันท่วงที พร้อมจัดสรรงบประมาณปี 65 มาพัฒนา e-Government ขับเคลื่อนแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอลให้มีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุค 4.0 ที่แท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้ตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการธุรกิจว่า ได้รับความความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จากการที่หน่วยงานของภาครัฐต้องปิดให้บริการ และเจ้าหน้าที่รัฐต้องทำงานแบบเวิร์คฟอร์มโฮมตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด &amp;ndash; 19 ของ ศบค. อย่างเคร่งครัด เพราะขั้นตอนการยื่นเอกสาร การทำธุรกรรม รวมถึงการขอความช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น ทำพาสปอร์ต ติดต่อซ่อมระบบไฟฟ้า - ประปา และการขอเอกสารประกอบการทำธุรกิจ เป็นไปอย่างล่าช้ามาก และไม่ได้รับความสะดวกเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากการที่มีเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมากยังไม่พร้อมทำงานจากบ้าน เพราะมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ เช่น ไม่มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ไม่มี Fax อินเทอร์เน็ตช้าหรือไม่เสถียร เป็นต้น งานบางตำแหน่งไม่สามารถทำจากที่บ้านได้ รวมทั้งข้อมูลของแต่ละหน่วยงานยังไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้การบริการประชาชนเกิดปัญหาอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม การที่หน่วยงานภาครัฐเวิร์คฟอร์มโฮมก็มีข้อดี คือช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคลงได้ ช่วยลดรายจ่ายส่วนตัวในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp; และลดรายจ่ายโดยรวมของสำนักงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งหาทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของดังกล่าวของประชาชนอย่างทันท่วงที ทั้งในระยะสั้น อาทิ ร่วมกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชน ในการสนับสนุนอินเทอร์เน็ตบ้าน อินเทอร์เน็ตมือถือ และค่าโทรศัพท์มือถือราคาประหยัด ติดตั้งฟรี WiFi ให้ครอบคลุม ลดค่าน้ำ-ไฟ และช่วยเหลือในระยะยาวด้วย เพราะเรายังต้องอยู่กับโควิดไปอีกนาน โดยควรจัดสรรงบประมาณประจำปี 2565 มาพัฒนารัฐบาลดิจิตอล e-Government ให้เกิดขึ้นได้จริงในเร็ววัน ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พัฒนาทักษะและสมรรถนะใหม่ให้กําลังคนภาครัฐและประชาชนให้ใช้เทคโนโลยีทันสมัยได้ ผ่านการเทรนนิ่งรูปแบบต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นำระบบบล็อกเชน (Blockchain) มาใช้เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และขจัดการคอรัปชั่นในกระบวนการทำงานของภาครัฐ เช่น กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ให้มีธรรมาภิบาล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เดินหน้านโยบาย Paperless กับทุกหน่วยงาน แปลงเอกสารเป็นข้อมูลดิจิทัล ลด/งดการใช้กระดาษ ลดค่าใช้จ่าย ลดการส่งเอกสารระหว่างหน่วยงานรัฐ เพิ่มการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลและการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และลดภาระของประชาชนที่ต้องเจอกับขั้นตอนมากมายของระบบราชการที่ซ้ำซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สนับสนุนให้เกิด Digital Lean Management ในหน่วยงาน นำเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมมาปรับใช้กับการทำงาน&amp;nbsp; เช่น นำหุ่นยนต์ AI มาช่วยงานในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ปรับเปลี่ยนรูปแบบบริการของหน่วยงานรัฐให้เป็นออนไลน์ทั้งหมด เช่น การที่กระทรวงพาณิชย์ปรับหลักสูตรการเทรนนิ่งต่าง ๆ เป็นรูปแบบออนไลน์ Gen Z CEO และการที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับการบริการหลายด้านให้เป็นออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ประชาชน เป็นต้น และควรพัฒนาแอปพลิเคชัน &amp;quot;ทางรัฐ&amp;quot; ให้รวมทุกบริการของภาครัฐมมาไว้ในที่เดียว &amp;ldquo;One Stop Service&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. พัฒนาระบบการทำงานของภาครัฐให้สามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ รองรับ Remote Working และการเวิร์คฟอร์มโฮมถาวรในอนาคต เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของหน่วยงานภาครัฐ อย่างที่รัฐวิสาหกิจและเอกชนหลายแห่งกำลังทำอยู่ตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. การบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานและใช้ Big Data เพื่อเป็นประโยชน์กับการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน เช่น ประชาชนที่มีสิทธิ์ควรได้รับการคืนภาษีโดยอัตโนมัติและไม่ต้องยื่นเรื่องขอเอง รวมถึงการเข้าถึงรัฐสวัสดิการที่ควรสะดวกขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. พัฒนาระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย Cyber Security เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้บริการรัฐบาลดิจิตอล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. การปรับ/ตัดกฎหมาย กฎระเบียบให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิตอล เช่นการเบิกจ่าย การใช้บัตรประชาชนดิจิตอล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลมีแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอล 2563-2565 ที่ชัดเจนแล้วแต่ยังขาดการบูรณาการในการขับเคลื่อนให้แผนดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในยุค &amp;ldquo;New Normal&amp;rdquo; ที่มาถึงเร็วกว่าที่หลายคนคาดจากการเกิดวิกฤติโควิด ดังนั้นภาครัฐต้องเร่งแผนการขับเคลื่อนและจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้โดยด่วน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113663</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blockchain, e-Government, Paperless, Work from Home, การทำงานแบบเวิร์คฟอร์มโฮม, ขับเคลื่อนแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอล, จัดสรรงบประมาณปี 65, นายปริญญ์ พานิชภักดิ์, พรรคประชาธิปัตย์, พัฒนา e-Government, ยุค 4.0, ระบบบล็อกเชน, หน่วยงานรัฐ, หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย, ห่วงประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611bcf0355758.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมเศรษฐกิจทันสมัย นำผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ เจอชาวสวนมังคุด นครศรีธรรมราช ผสานความร่วมมือ สานต่อนโยบาย รมว.พาณิชย์ หลังไปรษณีย์ไทย MOU กับชาวสวน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครศรีธรรมราช &amp;ndash;ทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย และประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนธุรกิจเกษตร (Agribusiness) ที่ทำงานเชื่อมโยงระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์และคณะที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสานต่อนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมังคุด จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่กำลังประสบปัญหาผลผลิตออกมามากและส่งผลกระทบถึงราคารับซื้อที่หน้าสวน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์ ได้เปิดเผยว่าก่อนหน้าที่ตนเองและทีมเศรษฐกิจทันสมัยจะลงพื้นที่ ได้มีการลงนามความร่วมมือ (MOU) นำร่องระหว่างกลุ่มเกษตรกรใน 3 อําเภอ ของจังหวัดนครศรีธรรมราชคือ ลานสกา ร่อนพิบูลย์ พรหมคีรี กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (มหาชน) ที่จะได้รับการสนับสนุนค่าขนส่งฟรี จากไปรษณีย์ไทย เมื่อใช้กล่องของกรมการค้าภายใน โดยการสนับสนุนจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในการบริหารจัดการด้านการตลาดเพื่อรองรับผลไม้และช่วยเหลือชาวสวนมังคุดของกระทรวงพาณิชย์ ในช่วงที่ผลผลิตออกมามาก โดยในเบื้องต้นได้ลงนามความร่วมมือกับเกษตรกรแปลงใหญ่ที่รวมตัวกันเป็นวิสาหกิจชุมชน เพื่อสะดวกในการบริหารจัดการรวมถึงการจัดส่ง ยกตัวอย่างเช่น แปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาคุณภาพไม้ผลร่อนพิบูลย์ กลุ่มชาวสวนมังคุดลานสกา กลุ่มแปลงใหญ่ตำบลทอนหงส์ อ.พรหมคีรี สหกรณ์การเกษตรพรหมคีรี เป็นต้น ภายใต้การประสานจาก นายชัยชนะ เดชเดโช และนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายปริญญ์ ระบุว่าปีที่ผ่านมาทีมเศรษฐกิจทันสมัยได้มีการนำอีคอมเมิร์ซมาเป็นเครื่องมือในการทำแคมเปญประชาสัมพันธ์ผลไม้มังคุดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะการจัดส่งผ่านเว็บไซต์ &amp;ldquo;ไทยแลนด์โพสต์มาร์ต ดอท คอม&amp;rdquo; ที่ได้รับกระแสตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีและมียอดสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้ในปีนี้เกษตรกรชาวสวนบางรายสามารถใช้ข้อมูลการสั่งซื้อเดิมที่ระบบของไปรษณีย์ไทยเก็บไว้แบบ Bigdata และส่งต่อให้กับชาวสวนนำมาบริหารจัดการ ทำให้มีข้อมูลลูกค้าว่าอยู่ที่ไหน สั่งซื้ออย่างไร สามารถติดต่อซื้อขายได้โดยตรง ช่วยวางแผนการผลิตและการจำหน่ายล่วงหน้าช่วยลดปัญหาผลผลิตออกมาล้นตลาด โดยไม่ต้องรอการช่วยเหลือจากภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลงพื้นที่ของทีมฯ ยังได้มีโอกาสนำตัวแทนผู้ประกอบการมังคุด ที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ไปร่วมพูดคุยกับตัวแทนเกษตรกรชาวสวนมังคุด คือกลุ่มปรับปรุงคุณภาพมังคุด ม.6 ต.พรหมโลก อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ทำให้เห็นถึงปัญหาร่วมกัน รวมถึงไปดูการทำงานของล้ง KAF ร่วมกับนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 และพาณิชย์จังหวัด ทำให้เห็นแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบทั้งซัพพลายเชนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันให้ชาวสวนรวมตัวกันเป็นกลุ่ม และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการรับซื้อผลผลิตจากชาวสวนโดยการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการสั่งซื้อสินค้าสำหรับผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ที่เป็นพ่อค้าคนกลาง เพื่อช่วยประหยัดค่าขนส่ง ลดต้นทุน จะทำให้ราคารับซื้อสูงขึ้นได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 5-10 บาท รวมถึงแนวทางในการพัฒนาคุณภาพผลผลิตที่จะช่วยให้ราคาจำหน่ายสูงขึ้น ลดอำนาจต่อรองของพ่อค้าคนกลาง ทำให้แข่งขันได้และสามารถขยายตลาดออกไปได้กว้างขึ้นในต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์กล่าวต่อด้วยว่า ภาพรวมสถานการณ์ราคามังคุดปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว จากการวางแผนในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบของทุกภาคส่วน ทั้งนี้ในช่วงที่ผลผลิตออกมามากการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคประเทศก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ทีมฯ จะช่วยในการหาช่องทางระบายสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ด้านออนไลน์จะร่วมมือกับบริษัทไปรษณีย์ไทย ในการเข้ามาช่วยรับออเดอร์การสั่งซื้อ รวมทั้งจัดส่งผ่านเว็บไซต์ &amp;ldquo;ไทยแลนด์โพสต์มาร์ต ดอท คอม&amp;rdquo; โดยสินค้าพร้อมจัดส่งถึงมือผู้บริโภคด้วยด้วยมาตรฐานบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ในประเทศโดยไม่เสียค่าจัดส่งเพื่อเร่งระบายผลผลิตและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนที่ได้รับผลกระทบจากผลผลิตล้นตลาด รวมถึงจะมีภาคีเครือข่ายอื่นเข้ามาร่วมด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การสร้างดีมานด์ให้กับผู้บริโภคเป็นเรื่องที่สำคัญทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังอยากเห็นเกษตรกรชาวสวนมังคุดให้ความสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์โดยการพัฒนาคุณภาพ หรือการแปรรูป ยกตัวอย่างเช่นเปลือกมังคุด ที่สามารถเอามาทำเครื่องสำอางและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นได้อีกมาก&amp;hellip;ทั้งนี้การแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนของทีมเศรษฐกิจทันสมัย หัวใจที่สำคัญคือการนำความทันสมัยมาปรับใช้เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่แตกต่างไปจากเดิม และต้องนำไปสู่ความยั่งยืน พึ่งพิงตนเองได้&amp;quot; นายปริญญ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76380</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปริญญ์ พานิชภักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f509dd7824da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2020 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2020 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมเศรษฐกิจทันสมัย ปชป. จัดงานใหญ่ “ติดปีกให้ SE วิสาหกิจเพื่อสังคม” จัดผู้ประกอบการพบ “จุรินทร์”  ฟังอุปสรรค เร่งหาแนวทางช่วยเติบโตอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคประชาธิปัตย์ (27 สิงหาคม 2563) ทีมเศรษฐกิจทันสมัย ปชป. นำโดยนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย จัดงานใหญ่ &amp;ldquo;ติดปีกให้ SE วิสาหกิจเพื่อสังคม&amp;rdquo; เชิญนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งชาติ พบผู้ประกอบการวิสาหกิจเพื่อสังคมหรือ &amp;nbsp;SE คนรุ่นใหม่ที่ทําสตาร์ทอัพ เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรค และให้แนวทางจากภาครัฐในการขับเคลื่อนช่วยให้ไปต่ออย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์กล่าวว่าปัจจุบัน SE หลายวิสาหกิจประสบปัญหาหลายด้านทำให้ไปต่อไม่ได้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการขึ้นทะเบียน SE ที่ยังมีข้ออุปสรรคอยู่มาก การเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงความซับซ้อนของการสนับสนุนเชิงภาษี จึงมีความต้องการให้ภาครัฐมีการปรับกฎเกณฑ์บางส่วนของพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พศ.2562 ที่มีผลบังคับใช้แล้ว รวมถึงให้ภาครัฐและภาคเอกชนที่สนับสนุน SE ปรับกระบวนการและมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างให้มาใช้สินค้าจากธุรกิจเพื่อสังคมมากขึ้น โดยการพัฒนา SE อย่างยั่งยืนต้องติดอาวุธองค์ความรู้หลายด้านให้กับผู้ประกอบการเช่น บัญชี/การเงิน การระดมทุน กฎหมาย การตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในและต่างประเทศ ความรู้ด้านดิจิตัล การบริหารจัดการองค์กร และการพัฒนาบุคลากร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในงานดังกล่าวนอกจาก SE แล้วยังมีตัวแทนของหน่วยราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับ SE มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ให้ข้อคิดเห็นและร่วมตอบคำถามบางประเด็น อาทิ กรมสรรพากร &amp;nbsp;กระทรวงการคลัง กรมการพัฒนาชุมชน &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ NEA กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวง อว. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ฯ พร้อมร่วมซื้อสินค้าที่น่าสนใจจากวิสาหกิจที่มาเข้าร่วมงานอีกด้วย โดยกลุ่ม SE ที่โดดเด่นที่มาเข้าร่วมงานในครั้งนี้ เช่น Local Alike บริษัทนวัตกรรมชาวบ้าน แม่ฟ้าหลวง Jasberry ดอยคํา Social Giver และ SHE เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธุรกิจดีสังคมยิ่งดี&amp;hellip; ขอบคุณท่านรองนายกฯ จุรินทร์ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคม และมาร่วมรับฟังข้อเสนอต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ทีมเศรษฐกิจทันสมัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมและธุรกิจที่จะเติบโตไปด้วยกันโดยต้องคํานึงถึงผลตอบแทนที่จะได้รับไม่ใช่แค่วัดจากรายได้หรือกำไรสุทธิ แต่ต้องสามารถวัดได้จากผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมที่ธุรกิจนั้นสร้างขึ้นมาด้วย ในขณะเดียวกันธุรกิจเพื่อสังคมควรจะอยู่ได้ ทํากําไรได้ทั้งในเชิงตัวเลขผลประกอบการและตัวชี้วัดเชิงคุณภาพพอ ๆ กับตัวชี้วัดเชิงปริมาณ&amp;rdquo; นายปริญญ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75754</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปีพรรคประชาธิปัตย์, นายปริญญ์ พานิชภักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200827/image_big_5f47c1efcbdf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ย้ำไม่เอาสารเคมีอันตรายชูเกษตรอิทรีย์ปลอดสารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.62- นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมด้วยนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ปชป. แถลงข่าวหนุนเกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีว่า ทีมเศรษฐกิจของพรรคสนับสนุนให้เกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคและพี่น้องเกษตรกรมาโดยตลอด ปัจจัยที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมคือในทีมเศรษฐกิจทันสมัยนอกจากมีผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายแล้ว ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์คือนายนาวี นาควัชระ ร่วมอยู่ในทีมด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากประเด็นเรื่องสารเคมีอันตรายที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงกันเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ที่พรรคโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวพน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีจุดยืนที่ชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มต้น ในการไม่สนับสนุนสารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จึงสอดคล้องกับแนวทางของทีมเรื่องการสนับสนุนให้เกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่อง การทำเกษตรอินทรีย์มีมาตรฐานสูงกว่าการทำเกษตรแบบปลอดภัยเพราะไม่ใช้สารเคมีเลยในทุกกระบวนการของการผลิต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์ กล่าาวว่า ตนได้พาคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัท COOP (โค-อ๊อพ สหกรณ์รวม) จากยุโรปนำโดยคุณเกอร์ฮาร์ด เซอร์ลูทเตอร์ (Gerhard Zurlutter) ที่สนับสนุนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์และมีกระบวนการทําให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในระยะกลาง-ยาว เข้าพบ รมว.เกษตรฯ และทีมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง โดยคุณเกอร์ฮาร์ด ได้แสดงความสนใจที่จะร่วมมือกับประเทศไทยในการรับซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์จากเรา ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับพี่น้องเกษตรกรและเป็นการขยายตลาดไปยังต่างประเทศอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การทำเกษตรอินทรีย์ หากพี่น้องเกษตรกรได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกวิธีทั้งการผลิตที่มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค่า และการพัฒนาช่องทางการตลาด เมื่อเกษตรกรผลิตได้และขายได้ จะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยยกระดับเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเองให้กับพี่น้องเกษตรกรเพื่อช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากได้อีกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนางดรุณวรรณ กล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษร่วมกับอดีตผู้สมัคร ส.ส พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงอดีต ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสานของพรรค เพื่อพบปะกับกลุ่ม Young Smart Farmer ที่ทำเรื่องเกษตรอินทรีย์เพื่อนำมาวางแผนและหาแนวทางในการช่วยเหลือภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจทันสมัย (New Economy)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จ.ศรีสะเกษเป็น 1 ในพื้นที่นำร่องในการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แบบบูรณาการ มีเกษตรกรที่หันมาทำเกษตรอินทรีย์เป็นจำนวนมาก การลงพื้นที่ของทีมเพื่อช่วยผลักดันให้ศรีสะเกษเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์แบบบูรณาการที่ ต้องมีการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานตามที่ผู้บริโภคต้องการแล้ว ยังต้องช่วยเรื่องช่องทางการจำหน่าย โดยทีมเศรษฐกิจของพรรคมีแนวทางที่จะช่วยแก้ไขปัญหาทั้งสองส่วนคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับสำหรับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงการหาช่องทางการตลาดใหม่ ๆ นอกเหนือจากที่มีในปัจจุบัน เช่น โรงพยาบาล หรือกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่ โดยจะช่วยเจรจาหาช่องทางการค้าใหม่ รวมถึงช่องทางออนไลน์ เพื่อเป็นการขยายฐานการตลาดออกไปให้กว้างขึ้น และมีความตั้งใจจะใช้ศรีสะเกษโมเดล ขยายผลไปยังจังหวัดอื่น ๆ ด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47491</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย, นายปริญญ์ พานิชภักดิ์, พรรคประชาธิปัตย์, สารเคมีอันตราย, เกษตรอินทรย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9ab7f1482e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมเศรษฐกิจปชป.รุกอีสานประเดิมขอนแก่นรับฟังเกษตรกรแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5ก.ค.62-นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าระหว่างวันที่ 3-5 ก.ค. 2562 ทีมศรษฐกิจทันสมัย (New Economy) ปชป. นำโดยนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะทำงาน รวมถึงนายอรรถ เหมวิจิตรพันธุ์ ดร.อักษรศรี พาณิชสาส์น นางฮอลลี่ อัมระนันท์ นายสุริยพงศ์ ทับทิมแท้ และนายนาวี นาควัชระ ได้ลงพื้นที่อีสานประเดิมจังหวัดขอนแก่นพบสภาเกษตรกร เพื่อรับฟังปัญหาเกษตรกรภาพรวม ราคาสินค้าเกษตร พร้อมหาแนวทางบูรณาการโดยใช้กลไกของกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ที่พรรคจะได้บริหารมาแก้ปัญหา เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรในปัจจุบัน จำเป็นต้องมุ่งพัฒนาคุณภาพสินค้าควบคู่ไปกับการทำตลาด ซึ่งในระยะยาวจะช่วยเพิ่มราคาให้กับสินค้าเกษตร การลงพื้นที่มารับฟังปัญหาที่จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับสภาเกษตรกร ต.ท่าพระ และการพบปะชุมชนสหกรณ์โคนม บ้านซำจาน ต.เขาค้อ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ในครั้งนี้ ถือเป็นแนวทางในการที่จะนำไปปรับใช้ในทุกพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การแก้ปัญหาเกี่ยวกับสินค้าเกษตรในปัจจุบัน ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนวิธีคิด ไม่ใช่มุ่งที่จะขายสินค้าเพื่อป้อนตลาดเพียงอย่างเดียว ต้องเน้นการพัฒนาคุณภาพด้วย นอกจากจะทำให้ขายสินค้าได้ราคาเพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศได้ด้วยเช่นกัน แนวทางทำงานของเราจึงเน้นเรื่องความยั่งยืนเป็นหลัก&amp;quot;นายปริญญ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40233</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย, ทีมเศรษฐกิจปชป., นายปริญญ์ พานิชภักดิ์, รับฟังปัญหาเกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1ebc7d1f25c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2019 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2019 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปชป.เปิดตัว&#039;ปริญญ์&#039;ลูกดร.ซุปนำทีมอะเวนเจอร์เศรษฐกิจทันใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.62-ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวทีมอะเวนเจอร์เศรษฐกิจ หรือทีมเศรษฐกิจทันสมัยของพรรค โดยมีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคเป็นประธานคณะทำงาน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ประเทศทันสมัยทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยในทีมอะเวนเจอร์เศรษฐกิจทันสมัย ประกอบด้วย นายอรรถ เหมวิจิตรพันธ์ รองประธาน Shell International กูรูด้านพลังงาน/ Green economy) เป็นเบอร์ 1 ของคนไทยในบริษัทเชลล์ เชี่ยวชาญด้านพลังงานสีเขียว ซึ่งนายอรรถได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมี รศ.อักษรศรี พานิชสาส์น เชียวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน นางฮอลลี่ อัมระนันท์ นักรณรงค์การป้องกันรักษาโรคมะเร็งเต้านมและสิทธิสตรี นายสุริยะพงศ์ ทับทิมแท้ เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจแบ่งปัน Sharing Economy นายนาวี นาควัชระ ผู้เชียวชาญด้านเกษตรอินทรี นวัตกรรมชาวบ้าน นายสัญชัย​ พอพลี ผู้เชี่ยวชาญด้าน Blockchain น.ส.ปิยะดา ปุณณกิติเกษม ผู้เชี่ยวชาญด้าน กลยุทธ์การตลาด และโซเชียลมีเดีย นายปรมินทร์ อินโสม เป็นนักเขียนโค๊ดบล็อคเชน และนายสมศักดิ์ บุญคำ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิสาหกิจเพื่อสังคม ท่องเที่ยวชุมชน เป็นสตาร์ทอัพด้านการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะลงพื้นที่แก้ปัญหาปากท้องประชาชน สร้างแรงงานฝีมือยุคใหม่ให้ทันสมัย ผ่านเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยจะดึงทีมอีคอมเมิร์ชมาเป็นโค้ชให้ชาวไร่ ชาวสวนสร้างตลาดใหม่ดึงราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น และเติมเต็มในส่วนอื่นๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สังคมดีไม่มีขายถ้าอยากได้ต้องช่วยกันสร้าง จึงต้องขอบคุณทุกคนที่มาช่วยกันสร้างเศรษฐกิจทันสมัยกับพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นคลังสมองให้กับพรรคประชาธิปัตย์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย กล่าวว่า คณะทำงานชุดนี้จะมีบทบาทในการเสนอไอเดียระดมมันสมองคิดนโยบายที่เหมาะสม ตั้งเป้า3เดือน 6เดือน 9เดือน และ 12เดือน เช่นในระยะสั้นมีกฎหมายใดที่ไม่เป็นธรรม ทีมทำงานจะเข้าไปช่วยดู เช่น เว็บไซต์อะโคด้า เว็บไซค์บุ๊กกิ้ง เป็นต้น ที่ใช้ทรัพยากรในประเทศไทย มีกำไรมหาศาล แต่ไม่ต้องเสียภาษี ทั้งนี้ การทำงานของคณะทำงานชุดนี้จะขับเคลื่อนในส่วนของพรรคไม่เกี่ยวกับการกำหนดนโยบายให้รัฐมนตรีของพรรคไปดำเนินการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38738</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมอะเวนเจอร์เศรษฐกิจ, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายปริญญ์ พานิชภักดิ์, พรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d071a17b6d49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
