<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.3 จ.ระยอง ขยายผลสร้างเครือข่ายศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ภาคตะวันออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสก.3 จ.ระยองเดินหน้าขยายผล เฝ้าระวัง ป้องกัน และจัดการแมลงศัตรูพืชอย่างเป็นระบบ เปิดแนวทางการบริหารจัดการแบบเข้าถึงจากนักส่งเสริมสู่เกษตรกร จัดตั้ง ศจช. 236 ศูนย์ ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัดภาคตะวันออก ภายใต้แนวคิด ชุมชนจะเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ต้องปฎิบัติโดยเกษตรกรเพื่อเกษตรกร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ( สสก. 3 ) เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชในปัจจุบันมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั้งชนิด และปริมาณ และมีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ยากต่อการป้องกันและกำจัด ซึ่งการระบาดของศัตรูพืชเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตทางการเกษตร เป็นจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เกษตรกรต้องสูญเสียโอกาสที่จะมีรายได้จากการขายผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตร จึงส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) เพื่อลดความเสี่ยงของการระบาดศัตรูพืชแก่เกษตรกร ทั้งเป็นจุดเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการระบาดของศัตรูพืช ให้มีการจัดตั้ง ศจช. ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อเป็นศูนย์กลางการป้องกันกำจัดศัตรูพืช และถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีด้านการจัดการศัตรูพืชอย่างถูกต้องเหมาะสม ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ชุมชนจะเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ต้องปฏิบัติโดยเกษตรกรเพื่อเกษตรกร&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสก.3 จ.ระยอง นั้นได้มีการจัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ขึ้นซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อจัดการศัตรูพืชในพื้นที่ของตนเองและชุมชน โดยสมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนจะได้รับการถ่ายทอดความรู้จากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร และนำความรู้ไปดำเนินการจัดการศัตรูพืชด้วยตนเอง ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรจะใช้ ศจช. เป็นกลไกและเครือข่ายของการจัดการศัตรูพืช ในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรจากการระบาดของศัตรูพืชและเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเกษตรกร ชุมชน และท้องถิ่น เพื่อให้สามารถจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเอง อย่างครบวงจรและยั่งยืน&amp;rdquo; นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ( สสก. 3 ) เปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่าจะมีการใช้เทคโนโลยีการควบคุมศัตรูพืชที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้มแข็งในอาชีพเกษตรกรรม และรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางการเกษตร พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เป็นหน่วยปฏิบัติการขับเคลื่อน ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ในการเชื่อมโยงเครือข่ายการดำเนินงานด้านการจัดการศัตรูพืช เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชในระดับภูมิภาค เชื่อมโยงเครือข่ายในการดำเนินงาน 9 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง สมุทรปราการ สระแก้ว และจังหวัดตราด ซึ่งมีการจัดตั้ง ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ทั้งหมดกว่า 236 ศูนย์ โดยล่าสุดทางกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สสก.3 จ.ระยอง &amp;nbsp;ได้ดำเนินการสัมมนาเครือข่ายคณะกรรมการศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ระดับเขต ปี 2564 ขึ้นในระหว่างวันที่ 26 &amp;ndash; 27 สิงหาคม 2564&amp;nbsp; ที่ผ่านมา โดยผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) เพื่อสรุปผล พร้อมทบทวนการดำเนินงานการพัฒนา และขับเคลื่อนศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และแลกเปลี่ยนความรู้ มีการเชื่อมโยงเครือข่ายการดำเนินงานด้านการจัดการศัตรูพืช และเครือข่ายการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชในระดับภูมิภาค และให้สมาชิก ศจช. ตลอดถึงเจ้าหน้าที่ ได้มีการสื่อสารระหว่างกันแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอารักขาพืช ทำให้เกิดเครือข่าย ศจช. ที่มีการเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสารในระดับภูมิภาคที่ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อการเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชที่มีประสิทธิภาพในระดับภูมิภาค &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นการติดอาวุธ เสริมความรู้เรื่องการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (Integrate Pest Management : IPM) และโรคแมลงศัตรูพืชสำคัญและการป้องกันกำจัด โดย อาจารย์สุเทพ สหายา ผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะด้านการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน สารป้องกัน กำจัดแมลงและไรศัตรูพืช ซึ่งผลการสัมมนาเครือข่าย ศจช. ระดับเขต ปี 2564 ครั้งนี้ ได้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา ฯ ได้รับความรู้และร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ถึงวิธีการป้องกัน เทคนิควิธีการกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน รวมถึงการวินิจฉัยโรคพืช&amp;rdquo; นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้พืชที่วิทยากรนำมาประกอบการบรรยายในการสัมมนาครั้งนี้ประกอบด้วย&amp;nbsp; ไม้ผล ไม้ยืนต้น ข้าวและพืชผัก เช่นทุเรียน มะม่วง มะพร้าว ข้าว พืชผัก มันสำปะหลัง และลำไย ฯลฯ ซึ่งเป็นพืชที่มีการปลูกกันมากในพื้นที่ภาคตะวันออก และมีจำนวนหนึ่งที่เป็นแปลงพยากรณ์แมลงศัตรูพืชของ ศจช. นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงาน และแนวทางการพัฒนา ศจช. เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนในระดับเขตขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงการทำงาน ตลอดถึงการกำหนดแผนการพัฒนา ศจช. พื้นที่ภาคตะวันออกร่วมกันต่อไปอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116285</URL_LINK>
                <HASHTAG>Integrate Pest Management : IPM, กรมส่งเสริมการเกษตร, การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน, จัดการแมลงศัตรูพืช, นักส่งเสริม, นายปิยะ สมัครพงศ์, ระยอง, ศจช. 236 ศูนย์, ศัตรูพืช, ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.), สสก.3, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3, อาจารย์สุเทพ สหายา, เกษตรกร, เดินหน้าขยายผล, เฝ้าระวัง ป้องกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b2090c64c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก. 3 จ.ระยอง ขยายผลปลูกอ้อยโรงงานแบบลดต้นทุนสู่ ศพก. และเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก. 3 จ.ระยอง ) เปิดเผยว่าศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp; ( ศพก. ) ต.วัดสุวรรณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี&amp;nbsp; โดยมี นายดิเรก แซ่ฮ้อ อายุ 38 ปี เป็นผู้จัดการศูนย์ฯ เกษตรกรผลิตอ้อยโรงงานรวมพื้นที่ 1,567 ไร่ เกษตรกร 50 ราย โดยส่งโรงงานแปรรูปผลิตเป็นน้ำตาลทราย เพื่อส่งออกและบริโภคภายในประเทศ ที่ผ่านมาเกษตรกรมีปัญหาพันธุ์อ้อยที่ต้านทานโรคต่ำ ดินไม่สมบูรณ์ ปัจจัยการผลิตราคาสูง ปุ๋ยเคมีสารเคมีราคาแพง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp; กรมส่งเสริมการเกษตรจึงร่วมกับหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หาแนวทางแก้ไขให้ลดต้นทุนการผลิตให้ได้ไร่ละ 2,364 บาท จากไร่ละ 13,768 บาท&amp;nbsp; และใช้ ศพก. อ.บ่อทอง ถ่ายทอดสู่เกษตรกร&amp;nbsp; เช่น ผลิตปุ๋ยเอง และใช้รถตัดอ้อยเป็นต้น โดยสำนักงานเกษตร อ.บ่อทอง สำนักงานเกษตร จ.ชลบุรี และ สสก. 3 จ.ระยอง สนับสนุนความรู้การเกษตรสมัยใหม่ให้ ตั้งแต่ฝึกอบรมแนวทางการฟื้นฟูดิน การตรวจวิเคราะห์ดิน การใช้ปุ๋ยและวัสดุปรับปรุงดิน การวางแผนการผลิต และนำเกษตรกรศึกษาดูงาน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้จะอยู่ใต้หลักคิด หากลดต้นทุนต่ำลงได้ก็จะเพิ่มกำไรให้กับเกษตรกรได้มากขึ้น&amp;nbsp; จึงเป็นที่มาของการใช้ต้นทุนที่ประหยัด คุ้มค่าและได้ประโยชน์สูงสุด โดยเริ่มจากผลิตปุ๋ยคอกใช้ในไร่ เลี้ยงไก่ไข่ และไก่เนื้อ&amp;nbsp; นำมูลมาเป็นปุ๋ยบำรุงดิน &amp;nbsp;ซึ่งมูลไก่เนื้อเหมาะกับมันสำปะหลังและอ้อย เพราะมีไนโตรเจนมาก&amp;nbsp; และผลิตปุ๋ยใช้เองแล้ว การใช้เทคโนโลยีก็ลดต้นทุนได้ด้วย&amp;nbsp; เช่น ใช้ต้นพันธุ์ที่เหมาะสม การใช้เครื่องจักรกลทางช่วยให้ได้งานเพิ่ม ลดเวลาทำงานทำให้ลดแรงงานในช่วงฤดูกาลผลิตได้&amp;rdquo; นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ผอ. สสก. 3 จ.ระยอง เปิดเผยเพิ่มเติมว่าใช้รถตัดอ้อยแทนแรงงานคนจะลดต้นทุนได้ &amp;nbsp;28%&amp;nbsp; ลดการบรรทุกได้ 13% ต่อผลผลิต 1 ตัน ส่วนการใช้เครื่องจักรจะยึดหลัก Utilization Rate คือ การใช้เต็มประสิทธิภาพด้วยการรวมกลุ่มเพื่อแชร์เครื่องจักรกัน จะลดค่าซ่อมบำรุง และการใช้เครื่องตัดใบอ้อยจะเพิ่มอินทรียวัตถุในดินใบอ้อยนำมาทำปุ๋ยหมัก เป็นการเพิ่มรายได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;สสก.3 จ.ระยอง ได้นำวิธีปฏิบัติการใช้เทคโนโลยีการผลิตของนายดิเรก แซ่ฮ้อ เกษตรกรต้นแบบ ผู้จัดการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ขยายผลสู่เกษตรกรรายอื่นๆ ในภาคตะวันออก เพื่อให้เกษตรกรได้นำวิธีการผลิตนี้ไปปรับใช้ตามความเหมาะสม &amp;nbsp;ด้านเจ้าหน้าที่ได้นำไปขยายผลสู่เกษตรกรตลอดถึง ศพก. อื่นๆ&amp;nbsp; เพื่อให้เป็นแหล่งสร้างนวัตกรรมบ่มเพาะเกษตรกรและให้บริการด้านการเกษตรเพื่อยกระดับเกษตรกร
สู่ผู้ประกอบการและชุมชนเกษตรสู่ความยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ที่ได้ตั้งไว้ ต่อไป&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ สสก. 3 จ.ระยอง กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110406</URL_LINK>
                <HASHTAG>Utilization Rate, กรมส่งเสริมการเกษตร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, จังหวัดระยอง, นายดิเรก แซ่ฮ้อ, นายปิยะ สมัครพงศ์, น้ำตาลทราย, ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.), สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f649ae60800.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.3 ระยอง จับมือศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จ.ระยอง ผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทองพันธุ์ดีมีมาตรฐานกระจายสู่เกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า สสก.3 ระยอง ได้ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดระยอง&amp;nbsp; ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง มีหน้าที่ในการผลิตและขยายพืชพันธุ์ดีสำหรับให้บริการแก่เกษตรกร ดำเนินโครงการผลิตขยายและส่งเสริมการใช้ต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ซึ่งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดระยองมีความพร้อมทั้งบุคลากร และสถานที่ ในการผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทองพันธุ์ดีมีมาตรฐานกระจายให้แก่สมาชิกของสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก และเกษตรกรทั่วไปโดยจะจำหน่ายให้ในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรนำไปปลูกทดแทนต้นที่มีอายุมากให้ผลผลิตน้อยคุณภาพต่ำ และพื้นที่เพิ่มใหม่ โดยในปี 2564 ได้ดำเนินการผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทอง จำนวน 2,000 ต้น ที่พร้อมจำหน่ายให้เกษตรกร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo; สสก.3 ระยอง ยังได้ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดระยอง&amp;nbsp; จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มทักษะความรู้ในการขยายกิ่งพันธุ์ทุเรียนให้ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออก จะมีการบรรยายให้ความรู้และฝึกปฏิบัติในกระบวนการผลิตพันธุ์ทุเรียนเพื่อการค้าด้วยวิธีการต่อกิ่งแบบเสียบลิ่ม ที่สามารถทำได้รวดเร็วและได้ครั้งละจำนวนมาก ให้กับเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ สมาชิกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก และเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกทุเรียน&amp;nbsp; จะทำให้เกษตรกรมีความรู้ความสามารถนำไปต่อยอดในการปลูกทุเรียนในพื้นที่ของตนเองต่อไป&amp;rdquo; นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่าในปัจจุบันความต้องการทุเรียนของผู้บริโภคสูงทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ ทำให้เกิดกระแสการปลูกทุเรียนกระจายสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญ เช่น ภาคตะวันออก ซึ่งมีจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิต คือ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด และจังหวัดระยอง ยังผลให้มีอัตราการขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5 &amp;ndash; 10 ต่อปี&amp;nbsp; โดยที่หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการผลิตทุเรียนที่จะประสบผลสำเร็จ คือ ต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดี มีมาตรฐาน และใช้ต้นตอที่ทนทานต่อโรครากเน่าโคนเน่า ที่เกิดจากเชื้อรา Phytophthora palmivora ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุเรียนมาก และถ้าหากบริหารจัดการไม่ถูกต้องจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและเกิดความเสียหายถึงเกือบร้อยละ 100 จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงทำให้เกิดการขาดแคลนต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดีในปัจจุบัน และราคาต้นพันธุ์ดีขยับขึ้นมาสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยองได้มีการจัดตั้งสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออกขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนมีการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็งสามารถเข้าถึงขบวนการพัฒนาด้านการผลิตได้ทั้งระบบ ซึ่งสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออกประกอบด้วยเกษตรกรชาวสวนทุเรียนจังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง ปราจีนบุรี นครนายก และชลบุรี มีสมาชิกทั้งสิ้นกว่า 700 ราย&amp;nbsp; ซึ่งสมาชิกมีการปลูกทุเรียนเพิ่มมากขึ้นทั้งปลูกใหม่และปลูกทดแทนต้นเดิมอย่างต่อเนื่อง แต่สมาชิกยังขาดแคลนต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดีในราคาที่เป็นธรรม ฉะนั้นโครงการผลิตขยายและส่งเสริมการใช้ต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดี จึงนับเป็นทางออกในการเพิ่มปริมาณทุเรียนพันธุ์ดีมีคุณภาพของไทยสู่ตลาดได้มากขึ้น&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106602</URL_LINK>
                <HASHTAG>Phytophthora palmivora, กรมส่งเสริมการเกษตร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระแสการปลูกทุเรียน, จังหวัดระยอง, ต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดี, นายปิยะ สมัครพงศ์, ผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทองพันธุ์ดี, ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร, สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9d8687197f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
