<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศาลชี้กำไลอีเอ็มจำเป็นต้องใช้คุ้มครองสิทธิจำเลย-ผู้เสียหาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.62- นายปุณณพัฒน์ มหาลี้ตระกูล ผู้พิพากษา ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ควบคุมการปล่อยตัวชั่วคราวและบังคับตามคำสั่งศาลโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไลอีเอ็ม) กล่าวถึงการกำไลอีเอ็มของส่วนราชการในกระบวนการยุติธรรมมีความชำรุดบกพร่องและง่ายต่อการทำลายอาจจะเลิกใช้กำไลอีเอ็มว่า ศาลยุติธรรมมีความมุ่งมั่นต่อไปที่จะใช้อุปกรณ์กำไลอีเอ็มในปี 2563 และตลอดไป เพราะเป็นสิ่งที่ใช้คุ้มครองสิทธิเสรีภาพทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายผู้เสียหาย เพราะจำเลยที่ยากจนไม่มีเงินประกันตัวก็ขอใช้อีเอ็มได้โดยไม่มีการเรียกเงินประกันเครื่องคือฟรีทุกอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากไม่ได้ประกันตัวก็จะขาดโอกาสไปทำงาน เช่น คดีนักร้องสาวเคยอยากฆ่าตัวตายเพราะไม่มีเงินประกันตัวที่ศาลจังหวัดนนทบุรี หรือกรณีจำเลยต้องการประกันตัวไปหาพยานหลักฐานมาต่อสู้คดี หรือกรณีผู้ต้องหาหากถูกขังก็มีผลกระทบต่อจิตใจเพราะต้องเข้าเรือนจำ ส่วนผู้เสียหายก็ได้รับการคุ้มครอง เพราะอุปกรณ์จะแจ้งเตือนถ้าจำเลยเดินทางมาใกล้ๆ จะได้มีการเตือนในคดีทำร้ายร่างกาย และเตือนในคดีประมาทเช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด หรือออกจากบ้านเวลากลางคืน ออกนอกพื้นที่ห้ามเป็นต้น ส่วนจำเลยที่มีฐานะดี เช่นคดีเสือดำ ก็ใส่อีเอ็มเพื่อควบคุมการเดินทางออกนอกประเทศได้ แม้ว่าสัญญาณขาดหายก็สามารถติดตามได้ &amp;nbsp;เป็นต้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปุณณพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้มีศาลถึง 166 แห่ง นำอุปกรณ์อีเอ็ม ใช้ไปในปี 2562 รวม 9,033 ราย &amp;nbsp;อยู่ระหว่างหลบหนีและติดตามตัวจำนวนเพียง 141 ราย &amp;nbsp;ศาลอาญาคือศาลที่สั่งใช้อุปกรณ์มากที่สุด ดังนั้น กำไลอีเอ็มจะลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งศาลยุติธรรมให้ความสำคัญสิทธิและเสรีภาพประชาชนตามนโยบายของนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53590</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลอีเอ็ม, นายปุณณพัฒน์ มหาลี้ตระกูล, ศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e65be1fea2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2019 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเปิดยอดใช้กำไลEMแล้ว6พันกว่าเครื่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค.62- &amp;nbsp;นายปุณณพัฒน์ มหาลี้ตระกูล ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการส่งเสริมการนำอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์สำหรับการตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางของบุคคลในการปล่อยตัวชั่วคราว หรือกำไลอีเอ็ม จำนวน 164 ศาล กล่าวว่า จากเทศกาลปีใหม่ มีการนำระบบกำไลข้อเท้าอีเอ็มมาใช้ในการปล่อยตัวชั่วคราวสำหรับจำเลยหรือผู้ต้องหาชั้นฝากขังตามคำสั่งศาล เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีเงินมาวางศาลและสมัครใจใส่กำไลข้อเท้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวางเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกเขต ที่อาจจะไปก่อภยันตรายหรือก่ออาชญากรรม ตามแต่พฤติการณ์แห่งคดีของแต่ละคน เริ่มใช้มาตั้งแต่เดือน มี.ค. 2561 จนมาถึงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งศูนย์อีเอ็มได้รับข้อมูลจากศาล 164 แห่งทั่วประเทศ ที่ใช้กำไลข้อเท้าอีเอ็ม รวมทั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญา ฯ ศาลอาญาคดีทุจริตกลาง ซึ่งปิดการรายงานเมื่อเย็นวันที่ 4 ม.ค.พบว่า ใช้ไป 6,321 เครื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานคณะทำงานโครงการฯ กล่าวต่อว่า ศาลที่ใช้มากที่สุดคือศาลอาญา 717 เครื่อง รองมาคือศาลแขวงพระนครเหนือ 300 เครื่อง ในภูมิภาค ศาลที่ใช้มากสุดมีดังนี้ ศาลภาค 1 คือศาลจังหวัดมีนบุรี 326 เครื่อง ศาลภาค 2 คือศาลจังหวัดกบินทร์บุรี 50 เครื่อง ศาลภาค 3 คือศาลจังหวัดนครราชสีมา 183 เครื่อง ศาลภาค 4 คือศาลจังหวัดขอนแก่น 133 เครื่อง ศาลภาค 5 คือศาลจังหวัดเชียงใหม่ 92 เครื่อง ศาลภาค 6 คือจังหวัดอุทัยธานี &amp;nbsp;132 เครื่อง ศาลภาค 7 คือ ศาลจังหวัดนครปฐม 101 เครื่อง ศาลภาค 8 คือศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช 79 เครื่อง และศาลภาค 9 คือศาลจังหวัดนาทวี 138 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปุณณพัฒน์ กล่าวด้วยว่า นับแต่นำระบบกำไลอีเอ็มมาใช้ ทำให้มีความผ่อนคลายเรื่องประชาชนที่มีภาระคดีอาญาต้องไปหาหลักทรัพย์มาวางศาลเพื่อแลกอิสรภาพ ซึ่งศาลยุติธรรมตระหนักถึงความเดือดร้อนนี้ จึงให้ผู้พิพากษาใช้ดุลยพินิจสั่งใส่กำไลข้อเท้าอีเอ็มตามพฤติการณ์แห่งคดีความหนักเบาแห่งข้อหา โอกาสจะไปยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานหรือก่อเหตุภยันตรายอื่นหรือไม่ โดยให้ใส่กำไลอีเอ็มดีกว่าสั่งขังเข้าเรือนจำหรือต้องลำบากหาเงินมาวางศาล ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีของผู้ต้องหาหรือจำเลย ส่งผลให้กลับตัวเป็นคนดีของสังคม ทั้งอุปกรณ์ได้รับการพัฒนาให้มีความสะดวกสบายในการสวม และไม่มีลักษณะเป็นการประจาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนที่มีข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐ ไปเรียกร้องเงินจากผู้สวมว่า หากจะใส่เพื่อแลกอิสรภาพต้องจ่ายเงินมาก่อนนั้น ทางศาลไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินเด็ดขาด ขณะนี้ยังไม่มีรายงาน ถ้าพบอาจจะถูกดำเนินคดีฐานละเมิดอำนาจศาล ส่วนผู้ต้องหาหรือจำเลย ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ภาคใต้ อาจต้องเดินทางออกนอกพื้นที่เพื่อเลี่ยงอันตราย ซึ่งเป็นการออกนอกพื้นที่ที่กำหนดในเงื่อนไข ถือว่ามีเหตุสมควรและมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรักษาชีวิตร่างกายอนามัยและทรัพยสินไว้ก่อน ทางศูนย์จะรายงานถึงเหตุจำเป็นนี้ต่อผู้เกี่ยวข้องต่อไป&amp;quot; นายปุณณพัฒน์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25775</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลอีเอ็ม, นายปุณณพัฒน์ มหาลี้ตระกูล, ผู้พิพากษา, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180730/image_big_5b5ec9c9505d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฟุ้งใช้&#039;กำไลอีเอ็ม&#039;ได้ผลช่วยประกันตัวแล้ว 1,844 ชุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.61-นายปุณณพัฒน์ มหาลี้ตระกูล ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา &amp;nbsp;กล่าวถึงการทดลองใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามและควบคุมผู้ต้องหาหรือจำเลยระหว่างปล่อยชั่วคราว (กำไลข้อเท้าอีเอ็ม)ว่า นับแต่ศาลได้นำอุปกรณ์กำไลอีเอ็มมาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2561 ใน 23 ศาล พบว่าได้ผลดียิ่ง มีผู้ผิดเงื่อนไขศาลน้อยมาก มีการหลบหนีโดยทำลายอุปกรณ์หรือทำสัญญาณดับ 38 ราย ออกติดตามจับได้มาส่งศาล 18 ราย ตามข้อมูลถึงวันที่ 13 ก.ค. 2561
&amp;nbsp;
นายปุณณพัฒน์ กล่าวว่า กำไลข้อเท้านี้นำมาใช้เพื่อติดตามและควบคุมผู้ที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาล ไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือเรียกหลักประกันบางส่วน ในเกือบทุกประเภทคดีอาญา เช่นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ความผิดชีวิตร่างกาย ความผิดลหุโทษ &amp;nbsp;ซึ่งศาลอาจกำหนดเงื่อนไขกับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ขอปล่อยชั่วคราวหรือไม่ก็ได้ เช่นห้ามเดินออกสถานที่ เข้าสถานที่ ใช้ความเร็วเกินกำหนด และผู้ใส่กำไลข้อเท้าต้องสมัครใจ โดยข้อมูลจะถูกถ่ายทอดทางซิมการ์ดในเครื่องมาที่ศูนย์ควบคุม ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก ตลอด 24 ชม. มีเจ้าหน้าที่ผลัดกันเข้าเวรสามผลัด ถ้ามีคนหนีหรือทำลายเครื่อง จะมีสัญญาแจ้งมาที่มอนิเตอร์ เจ้าหน้าที่ก็จะเตือน แต่ถ้ามีการทำลายอุปกรณ์หรือสัญญาณดับ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าหลบหนี จึงรายงานศาลเพื่อติดตามจับตัว ซึ่งศาลนำมาใช้เป็นดุลยพินิจในการกำหนดโทษหรือกำหนดเงื่อนไขได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 วรรคสอง ประกอบมาตรา 117 วรรคสอง ปัจจุบันมีการนำกำไลอีเอ็มออกใช้แล้ว 1,844 ชุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14371</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลข้อเท้าอีเอ็ม, นายปุณณพัฒน์ มหาลี้ตระกูล, ผู้ต้องหา, ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา, ศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180730/image_big_5b5ec9c9505d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
