<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติกอ.ตั้งกก.สอบ วินัยร้ายแรงเนตร ชี้เลินเล่อคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.อ.มีมติเอกฉันท์ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรง &amp;quot;เนตร &amp;nbsp;นาคสุข&amp;quot; รอง อสส.สั่งไม่ฟ้อง &amp;quot;บอส วรยุทธ&amp;quot; ตั้ง &amp;quot;ธนพิชญ์&amp;quot; ปธ.สอบภายใน 60 วัน โทษสูงสุดไล่ออกจากราชการ &amp;quot;พชร&amp;quot; เผยมติ 9 เสียงชี้ขาดความรอบคอบ ประมาทเลินเล่อ ค่อนข้างร้ายแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2564 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ได้เป็นประธานการประชุม ก.อ. โดยมีวาระสำคัญเกี่ยวกับผลสรุปสอบสวนทางวินัยนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด กรณีที่นายเนตรมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหา คดีขับรถยนต์หรูชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีต ผบ.หมู่ฝ่ายป้องกันและปราบปราม &amp;nbsp;สน.ทองหล่อ เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 3 &amp;nbsp;ก.ย.55 โดยมีนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัย ซึ่งมีความเห็นว่านายเนตร นาคสุข &amp;nbsp;ผิดวินัยไม่ร้ายแรง เนื่องจากไม่พบการทุจริต แต่เป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ เห็นควรงดบำเหน็จหรือไม่เลื่อนขั้นเป็นระยะเวลา 2 ปี &amp;nbsp;และไม่เสนอให้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอัยการอาวุโส
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ หลังจากมีการเลื่อนประชุม ก.อ.เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;เนื่องจาก ก.อ.บางคนยังไม่ได้รับเอกสารสรุปผลสอบ ทำให้ ก.อ.บางคนได้รับเอกสารช้าและเอกสารมีจำนวนมากนับร้อยหน้า ทำให้ไม่สามารถอ่านเอกสารได้ทัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังประชุมเเล้วเสร็จ เวลา 13.00 น. นายพชรเปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุม ก.อ.กรณีของนายเนตร นาคสุข ที่ประชุมมีมติ 9 เสียงว่านายเนตรขาดความรอบคอบ ประมาทเลินเล่อ อย่างค่อนข้างร้ายแรง ซึ่งจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป โดยวินัยร้ายแรงมีโทษทางข้าราชการสูงสุดคือการไล่ออก หากผู้เสียหายไม่พอใจหรือไม่เห็นด้วยสามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้ ทั้งนี้ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อสส. &amp;nbsp;กับนายไชยา เปรมประเสริฐ รอง อสส.งดออกเสียง ซึ่งที่ประชุม ก.อ.ยังได้ตั้งนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อดีตอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เป็นประธานคณะกรรมการ และหลังจากนี้นายธนพิชญ์จะเป็นฝ่ายหากรรมการอีก 2 คน และเลขานุการอีก 1 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชรกล่าวอีกว่า วันนี้ถือว่าได้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนายเนตรแล้ว จะมีระยะเวลาสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น 60 วัน และสามารถขอขยายระยะเวลาได้อีก 2-3 ครั้ง จะสอบในประเด็นการสั่งคดีที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ส่วนประเด็นที่นายเนตรจะยื่นหนังสือลาออกครั้งที่ 2 นั้น เป็นอำนาจของอัยการสูงสุดพิจารณา สำหรับประเด็นที่นายวงศ์สกุลยื่นหนังสือต่อ ก.อ.ว่าไม่ประสงค์จะเป็นอัยการอาวุโส ที่ประชุม ก.อ.ได้พิจารณาแล้วและอนุมัติ และจะพ้นวาระการเป็นข้าราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ก.อ.จะส่งมติว่านายเนตรผิดร้ายแรงให้ ป.ป.ช.หรือไม่ &amp;nbsp;นายพชรกล่าวว่า ทั้งอัยการและ ป.ป.ช.ต่างคนต่างสอบและอาจมีการรวมสำนวนกันในอนาคตก็ได้ ส่วนกรณีที่มีอัยการเกี่ยวข้องกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงความเร็วนั้น คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายเนตรที่ตั้งขึ้นมาใหม่ก็จะสอบสวนในประเด็นนี้ไปด้วย หลังจากนั้นจะนำเสนอผลสอบให้ ก.อ.พิจารณาลงโทษอัยการคนดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชรกล่าวด้วยว่า สำหรับการประชุมวันนี้มีคณะกรรมการอัยการเข้าร่วมประชุม 13 คน จาก 15 คน เนื่องจากลา 2 คน โดยผลการลงมติเห็นควรให้สอบสวนวินัยร้ายเเรงนายเนตร 9 เสียง และงดออกเสียง ได้แก่ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์, นายไชยา เปรมประเสริฐ รอง อสส. ส่วนนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ในฐานะประธานกรรมการสอบสวนต้องออกจากห้องประชุม และตนในฐานะเป็นประธาน &amp;nbsp;ก.อ.ก็งดออกเสียงเช่นกัน เนื่องจากไม่ใช่การชี้ขาด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ.มีมติเอกฉันท์ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรง, นายพชร ยุติธรรมดำรง, สำนักงานอัยการสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61236b5de9e6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคเลื่อน!ก.อ.นัดชี้ชะตา’เนตร’ใหม่21ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย. 2564 - นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เปิดเผยกรณี การนัดประชุม ก.อ.ในวันที่ 10 ก.ย.ซึ่งจะมีวาระพิจารณาผลสรุปการสอบสวนคณะกรรมการ ชุดที่มีนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานสอบ นายเนตร นาคสุข อัยการสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังว่า ได้มีการเลื่อนประชุม ก.อ.จากวันที่ 10 ก.ย. เป็นวันที่ 21 ก.ย.นี้ โดยสาเหตุเลื่อนประชุมเนื่องจากเอกสารสรุปผลสอบที่จะต้องส่งให้คณะกรรมการ ก.อ.บางคนยังไม่ได้รับ &amp;nbsp;มีผลทำให้ ก.อ.บางคนได้รับเอกสารช้า ทั้งที่เอกสารมีเป็นร้อยหน้าทำให้ไม่สามารถอ่านเอกสารได้ทันซึ่ง ตามหลักเเล้วต้องส่งก่อนล่วงหน้า 10 วัน รวมถึงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบเป็นธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีการเสนอขอให้เลื่อนการประชุมออกไปก่อนเเจ้งมายังผม เมื่อมีเหตุผลเช่นนี้มา ผมก็เห็นด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., นายพชร ยุติธรรมดำรง, ประธานคณะกรรมการอัยการ, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0865a1f424.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งอัยการ917ตำแหน่ง‘บิ๊กตู่’เลื่อนถกโผทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.อ.ตั้งอัยการล็อตใหญ่ 917 ราย &amp;ldquo;ชาติพงษ์&amp;rdquo; มือปราบคดีทุจริตผงาดรองอัยการสูงสุดเบอร์หนึ่ง ทีมโฆษก-เลขาฯ อสส.เก่าใหม่ขยับกันพรึ่บ ศาลยุติธรรมชง ก.ต.เคาะบัญชีแต่งตั้งผู้พิพากษาระดับศาลอุทธรณ์ 30 ส.ค. &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เลื่อนถก &amp;quot;โผทหาร&amp;quot; ทบ.ยังไม่ลงตัว จับตาหัวโต๊ะประชุม สมช.ไฟเขียว &amp;ldquo;เสธ.ไก่&amp;rdquo; ข้ามห้วยนั่งเลขาฯ คนใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เวลา 09.00 น. นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เป็นประธานการประชุม ก.อ. ครั้งที่ 8/2564 โดยมีวาระแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการตั้งแต่ระดับรองอัยการสูงสุด จำนวน 6 ราย, ผู้ตรวจการอัยการ 9 ราย, อธิบดีอัยการ 75 ราย, รองอธิบดีอัยการ 104 ราย, อัยการพิเศษฝ่าย 152 ราย, ข้าราชการอัยการชั้น 6 จำนวน 98 ราย, ข้าราชการอัยการชั้น 5 จำนวน 109 ราย, ข้าราชการอัยการชั้น 4 จำนวน 117 ราย, ข้าราชการอัยการชั้น 3 จำนวน 120 ราย, อัยการอาวุโส 21 ราย และอัยการอาวุโส (ตั้งใหม่) 106 ราย รวม 11 บัญชี 917 ราย ซึ่งมีการพิจารณาเสร็จในช่วงบ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีอัยการชื่อดังที่ได้ขยับมีรายชื่อน่าสนใจ ดังนี้ นายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอัยการสูงสุดลำดับอาวุโสที่ 7 เป็นรองอัยการสูงสุดลำดับที่ 1 สำหรับนายชาติพงษ์ขึ้นชื่อในฝีมือเรื่องปราบการทุจริต มีประสบการณ์มาก เคยนั่งรองอธิบดีคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะทำงานที่คุมคดีสำคัญของสำนักงานคดีพิเศษหลายคดี เช่น คดีนิติบุคคล ฟิลิป มอร์ริส นำเข้าบุหรี่โดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร คดีทุจริตสหกรณ์เครดิต ยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งเกี่ยวพันถึงคดีทุจริตฟอกเงินเครือข่ายวัดธรรมกาย คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้กลุ่มบริษัทกฤษดามหานครโดยทุจริต เเละยังมีความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน พัวพันถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร รวมถึงคดีทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน โดยก่อนขึ้นรอง อสส. ได้เข้ามาคุมคดีเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อน ถือเป็นอัยการมีฝีมือ ประสบการณ์มาก ขึ้นชื่อเรื่องเป็นคนเที่ยงตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัณฑูร ทองตัน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีแรงงานภาค 8 อดีตอัยการคดีทวงคืนหาดเลพังมูลค่านับหมื่นล้านคืนจากกลุ่มนายทุน เป็นอธิบดีอัยการภาค 8, นายสุวิช ชูตระกูล อธิบดีอัยการปกครองเพชรบุรี เป็นอธิบดีอัยการภาค 7, นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อธิบดีอัยการ สำนักงานการยุติการดำเนินคดีแพ่งและอนุญาโตตุลาการ เป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลเเขวง ซึ่งมีขอบเขตอำนาจพิจารณาสั่งคดีเเขวงทั้งหมดในพื้นที่กรุงเทพฯ, นายศักดา ช่วงรังษี อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองภูเก็ต เป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาตลิ่งชัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพร เเก้วทิพย์ อธิบดีอัยการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ เป็นอธิบดีอัยการคดีอาญา, นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ ขยับขึ้นเป็นอธิบดีอัยการสำนักงาน ก.อ., นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เเละรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาพระโขนง, นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งเคยเป็นเจ้าของสำนวนคดี กปปส.ที่ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษเเกนนำหลายคน ขึ้นเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนระดับอธิบดีอัยการสำนักงานสำคัญ มี น.ส.นารี ตันฑเสถียร อธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย และนายพรชัย ชลวาณิชกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งทั้งสองคนเป็น ก.อ.ทั้งคู่ยังอยู่ในตำเเหน่งเดิม จึงไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีเเต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ โดย น.ส.นารีมีคิวที่จะได้ขึ้นเป็น อสส.หญิงคนเเรกของประเทศ ต่อจากนายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุดคนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับรองอธิบดีอัยการที่น่าสนใจ มีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 9 เป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลเเขวง, นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 ขึ้นเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ส่วนบัญชีอาวุโสตั้งใหม่ที่น่าสนใจ ได้แก่ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) ที่นั่งในตำเเหน่ง 2 ปี ไปเป็นอัยการอาวุโสสำนักงานอัยการสูงสุด นายชัชชม อรรฆภิญญ์ รอง อสส. ไปเป็นอัยการอาวุโสสำนักงานวิชาการ โดยขั้นตอนหลังจากนี้เมื่อ ก.อ.มีมติเเต่งตั้ง จะมีการนำเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ เเต่งตั้งให้มีผลวันที่ 1 ต.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เผยแพร่บัญชีที่สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษาบัญชี 5 ชั้น 4 สับเปลี่ยนตำเเหน่ง 181 บัญชี และชั้น 3 เลื่อนเป็นชั้น 4 จำนวน 106 บัญชี โดยเป็นระดับผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองอธิบดีศาลชั้นต้น หัวหน้าคณะในศาลชั้นต้น ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา, อุทธรณ์ เเละบัญชี 6 จำนวน 1 บัญชี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีบัญชีรายชื่อที่น่าสนใจ ดังนี้ นายนาวี สกุลวงศ์ธนา รองเลขานุการศาลฎีกา ดำรงตำเเหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (เยาวชน), นายชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ดำรงตำเเหน่งเลขานุการศาลอุทธรณ์, นายชาติชาย เหลืองอ่อน ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ดำรงตำเเหน่งเลขานุการศาลฎีกา, นายสิทธิพงศ์ ตัญญพงศ์ปรัชญ์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นเลขาธิการประธานศาลฎีกา, นายสุวิชา สุขเกษมหทัย ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา ขึ้นเป็นรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรายชื่อทั้งหมดนี้จะถูกส่งไปยังอนุกรรมการตุลาการกลั่นกรอง เพื่อเสนอยัง ก.ต.เเต่งตั้งโยกย้ายต่อไป โดยจะมีนัดประชุม ก.ต.ครั้งต่อไปวันที่ 30 ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม โดย พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับหน่วยขึ้นตรงและเหล่าทัพให้ความสำคัญในการปรับย้ายและคัดเลือกกำลังพลที่มีความรู้ความสามารถเป็นคนเก่งและคนดี ที่ได้รับการยอมรับเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้บริหาร หรือผู้นำหน่วยงานในทุกระดับ เพื่อยกระดับหน่วยงาน และขับเคลื่อนกองทัพให้ไปสู่ความทันสมัย โปร่งใส ไม่สร้างปัญหา ได้รับการยอมรับร่วมกันภายในกองทัพ และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้ความคืบหน้าการจัดทำบัญชีรายชื่ออยู่ในขั้นตอนไหน พล.ท.คงชีพกล่าวว่า ตามกรอบเวลาต้องให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ เพื่อนำส่งนายกรัฐมนตรี และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป แต่ยืนยันว่าในที่ประชุมครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว ส่วนจะเป็นการหารือนอกรอบหรือไม่นั้น ไม่ทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้เลื่อนการประชุมกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลที่เดิมจะประชุมวันนี้ออกไปในสัปดาห์หน้า โดยเหลือการปรับย้ายในส่วนของกองทัพบกที่ยังไม่ลงตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันที่ 26 ส.ค. เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดการเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีวาระที่ต้องจับตา คือการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช.แทน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการ สมช.คนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.นี้ โดยมีรายงานว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เสนาธิการทหารบก เป็นเลขาธิการ สมช.คนใหม่ ซึ่งหากที่ประชุมให้ความเห็นชอบจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี​ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พล.อ.สุพจน์ยังเหลืออายุราชการอีก 2 ปี โดยจะเกษียณอายุราชการในปี 66 ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใน สมช.ว่าเป็นอีกครั้งที่มีการโยกบุคคลจากภายนอกข้ามห้วยมาตัดโอกาสคนในองค์กรที่จะเติบโต เพราะนับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา มีการโยกนายทหารมาดำรงตำแหน่งเลขาฯ สมช.มาโดยตลอด ขณะที่ปีนี้พบว่ารองเลขาฯ สมช.ที่อาวุโสสูงสุดคือ นางศิริวรรณ สุคนธมาน ซึ่งเหลืออายุราชการอีกเพียง 1 ปี โดยที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มักจะใช้วิธีปลอบใจคนใน สมช.ด้วยการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าซี 11 เพื่อลดแรงกระเพื่อมใน สมช.เหมือนที่เคยทำมาหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114567</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ.ตั้งอัยการล็อตใหญ่ 917 ราย, นายพชร ยุติธรรมดำรง, ประธานคณะกรรมการอัยการ, มือปราบคดีทุจริตผงาดรองอัยการสูงสุดเบอร์หนึ่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0865a1f424.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
