<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายขบวนชุมชนภาคกลาง-ตะวันตกจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่เพชรบุรี ชูประเด็นแก้ปัญหาชุมชนที่เดือดร้อนจากรถไฟรางคู่กว่า 6 หมื่นครอบครัวทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพชรบุรี/ เครือข่ายขบวนชุมชนภาคกลาง-ตะวันตก 16 จังหวัดจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่ จ.เพชรบุรี&amp;nbsp; ชูประเด็นการแก้ไขปัญหาชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟรางคู่ของ รฟท. &amp;nbsp;เผยมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศกว่า 60,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; หลายชุมชนถูกยกเลิกสัญญาเช่า&amp;nbsp; โดนขับไล่&amp;nbsp; โดยขบวนองค์กรชุมชนฯ ยื่นข้อเสนอแก้ไขปัญหาผ่านทางผู้ช่วยรัฐมนตรี พม.ให้ยุติการไล่รื้อและดำเนินคดีกับชาวชุมชนในที่ดิน รฟท., จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี&amp;nbsp; องค์การสหประชาชนกำหนดให้เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; (World Habitat&amp;nbsp; Day)&amp;nbsp; เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ &amp;nbsp;ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม &amp;nbsp;และเพื่อสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในอนาคต&amp;nbsp; ส่วนในประเทศไทยมีการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่องในภูมิภาคต่างๆ ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; โดยที่ภาคกลางและตะวันตกได้จัดงานที่จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; โดยชูประเด็นการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟรางคู่เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดภาคกลางและตะวันตก รวม 16 จังหวัด&amp;nbsp; ประกอบด้วยสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.)&amp;nbsp; เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ&amp;nbsp; และเครือข่ายสลัมสี่ภาค&amp;nbsp; ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกประจำปี 2562 ที่จังหวัดเพชรบุรี มีผู้แทนเครือข่ายประมาณ 400 คนร่วมกันเดินรณรงค์จากบริเวณสนามกีฬากลางไปยังศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; มีนายพลยุทธ&amp;nbsp; อังกินันทน์&amp;nbsp; รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเพชรบุรีเป็นประธานในการปล่อยขบวนรณรงค์&amp;nbsp; หลังจากนั้นขบวนได้ไปยื่นหนังสือแถลงการณ์ต่อนายกอบชัย&amp;nbsp; บุญอรณะ&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ จ.เพชรบุรี&amp;nbsp; และร่วมกันประกาศเจตนารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพลยุทธ&amp;nbsp; อังกินันทน์&amp;nbsp; รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเพชรบุรีเป็นประธานปล่อยขบวนรณรงค์&amp;nbsp;  &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;นายสาคร&amp;nbsp; อำภา&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; กล่าวแถลงการณ์มีใจความว่า&amp;nbsp; 1.เราจะมีบทบาทสำคัญในการเก็บ รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลชุมชน ครัวเรือนที่อยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย และที่ดินรัฐประเภทอื่นๆ เพื่อวางแผนการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย&amp;nbsp; ทั้งแผนพัฒนาระยะสั้น-กลาง-ยาว และร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องที่ &amp;nbsp;ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับตำบล และเมืองเต็มพื้นที่ทุกจังหวัด&amp;nbsp;2. เราจะร่วมสร้างพื้นที่รูปธรรมเชิงคุณภาพเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การสื่อสาร และขยายผลในพื้นที่ ในทุกตำบล เมือง และจังหวัด&amp;nbsp; 3.เราอยากเห็นทุกจังหวัดประกาศนโยบาย &amp;nbsp;แผนการพัฒนาว่าด้วยเรื่องที่ดิน&amp;nbsp; ที่ทำกิน และที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยของภาคประชาชน ได้รับการบรรจุเป็นแผนพัฒนาในระดับจังหวัดทั้งในระยะสั้น-กลาง และระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ท้ายนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;พี่น้องขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาเคียงคู่กับภาครัฐ หน่วยงานภาคีทุกภาคส่วน ในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง &amp;nbsp;ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;&amp;nbsp;บ้านโดยชุมชน &amp;nbsp;ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;ส่วนในวันที่ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; พฤศจิกายน &amp;nbsp;มีการจัดกิจกรรมวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;lsquo;บ้านมั่นคง บ้านโดยชุมชน&amp;nbsp; ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rsquo;&amp;nbsp; (World&amp;nbsp; Habitat&amp;nbsp; Day 2019&amp;nbsp; &amp;lsquo;Collective Housing&amp;rsquo;) &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&amp;nbsp; โดยมีนายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานในพิธี &amp;nbsp;มีนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; นายกอบชัย&amp;nbsp; บุญอรณะ&amp;nbsp; ผวจ.เพชรบุรี&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ร่วมงานประมาณ 500 คน&amp;nbsp; ทั้งนี้ผู้แทนชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟรางคู่ได้ยื่นข้อเสนอและแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดิน รฟท.ให้แก่นายสากลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;นายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.พม.กล่าวว่า&amp;nbsp; กระทรวง พม.มีแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ รับผิดชอบประมาณ 1 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; และการเคหะแห่งชาติประมาณ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนการแก้ไขปัญหาที่ดินการรถไฟฯ ที่พี่น้องประชาชนมายื่นข้อเสนอในวันนี้&amp;nbsp; ตนจะรับข้อเสนอเพื่อนำไปประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;นายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.พม.รับมอบข้อเสนอการแก้ไขปัญหาที่ดิน รฟท.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โครงการรถไฟรางคู่&amp;nbsp; คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2553 เห็นชอบแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของการรถไฟแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;ระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2553 - 2558 รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่ &amp;nbsp;ในเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ &amp;nbsp;รวม 873 กิโลเมตร &amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางรถไฟ&amp;nbsp; โดยจะมีการก่อสร้างทางรถไฟ &amp;nbsp;และขยายพื้นที่เส้นทางรถไฟออกไปด้านละ 40 เมตร และรัศมีรอบสถานีชั้น 1 ระยะ 150 เมตร &amp;nbsp;จำนวน 77 สถานี ใน 47 จังหวัด&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ข้อมูลจากการสำรวจของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และคณะสถาปัตยกรรม &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยศรีปทุม พบว่า&amp;nbsp; มีบ้านเรือนประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจำนวน &amp;nbsp;60,961 หลังคาเรือน &amp;nbsp;แบ่งเป็นบ้านเรือนที่จะได้รับผลกระทบในแผนพัฒนาระยะที่ 1 (พ.ศ. 2561 &amp;ndash; 2565) จำนวน 24,266 หลังคาเรือน, แผนพัฒนาระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 &amp;ndash; 2570) จำนวน 11,678 หลังคาเรือน, แผนพัฒนาระยะที่ 3 (พ.ศ. 2571 &amp;ndash; 2575) จำนวน 1,026 หลังคาเรือน &amp;nbsp;และไม่อยู่ในแผนพัฒนา 23,982&amp;nbsp; หลังคาเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบมีทั้งผู้ที่มีสัญญาเช่าอาศัยอยู่ในที่ดินการรถไฟฯ อย่างถูกต้อง และที่อยู่อาศัยแบบไม่มีสัญญาเช่าอีกเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้ในพื้นที่ภาคกลางและตะวันตกมี 11 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟฯ&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;สมุทรสาคร ประจวบคีรีขันธ์ &amp;nbsp;ราชบุรี &amp;nbsp;นครปฐม &amp;nbsp;กาญจนบุรี &amp;nbsp;เพชรบุรี &amp;nbsp;นครสวรรค์ สมุทรสงคราม พระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;ลพบุรี และสุพรรณบุรี&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบรวม 15,764 หลังคาเรือน &amp;nbsp;เฉพาะที่จังหวัดเพชรบุรีได้รับผลกระทบ 1,067 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การขยายเส้นทางรถไฟรางคู่และสร้างสถานีใหม่ที่ จ.เพชรบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนการแก้ไขผลกระทบชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่นั้น&amp;nbsp; รฟท.ได้ให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นหน่วยงานที่ทำสัญญาเช่าที่ดินจาก รฟท.แทนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจำนวน&amp;nbsp; 59 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 3,442&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนงบประมาณการพัฒนาที่อยู่อาศัยครัวเรือนละประมาณ 50,000 บาท&amp;nbsp; และให้สินเชื่อซื้อที่ดิน-สร้างที่อยู่อาศัยไม่เกิน 300,000 บาท&amp;nbsp; โดยชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินเดิมของ รฟท.ได้จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวเส้นทางรถไฟด้านละ 40 เมตร&amp;nbsp; ส่วนชุมชนที่อยู่ในที่ดิน รฟท.ไม่ได้จะต้องหาที่ดินแปลงใหม่โดยการเช่าหรือซื้อที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยไปแล้วกว่า 10 ชุมชนในหลายจังหวัด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์สงขลา&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศไทยเห็นว่า&amp;nbsp; แม้ว่าชุมชนจะได้รับสัญญาเช่าที่ดิน รฟท.แล้ว&amp;nbsp; แต่ก็ยังไม่มีความมั่นคง&amp;nbsp; เนื่องจากในสัญญาเช่าที่ดินจาก รฟท.ระบุว่า&amp;nbsp; หาก รฟท.ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดินก็จะไม่ต่อสัญญาเช่าให้กับชุมชน&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนต้องถูกไล่รื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมามีหลายชุมชนที่โดนไล่รื้อแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จ.สงขลา&amp;nbsp; ได้รับสัญญาเช่าที่ดิน รฟท. 19 ชุมชน&amp;nbsp; แต่ได้รับผลกระทบจากการขยายทางรถไฟ 13&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; อ.หัวหิน&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบ 19 ชุมชน&amp;nbsp; (บุกรุกที่ดิน รฟท.) ประมาณ 1,004&amp;nbsp; ครัวเรือน &amp;nbsp;โดย รฟท.ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ชุมชนรื้อย้ายออกจากที่ดิน รฟท.ภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดังนั้นเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศไทยจึงได้จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ดินที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยในที่ดินการรถไฟฯ&amp;nbsp; โดยมีข้อเสนอดังนี้&amp;nbsp; 1.หยุดการไล่รื้อ&amp;nbsp; และการดำเนินคดีความกับชุมชนในที่ดิน รฟท.&amp;nbsp; 2.ให้มีการเปิดเผยข้อมูล&amp;nbsp; นโยบาย&amp;nbsp; โครงการพัฒนาในที่ดิน รฟท.ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน&amp;nbsp; และต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;3.ให้มีการจัดตั้งกองทุนกลางเพื่อพัฒนาที่ดินที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; โดยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ&amp;nbsp; โดยรวมไว้ในมูลค่าโครงการอย่างเป็นธรรม&amp;nbsp; เพื่อนำกองทุนไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ช่วยเหลือค่ารื้อย้าย&amp;nbsp; ลดภาระค่าที่อยู่อาศัยตามความเหมาะสม&amp;nbsp; จัดซื้อที่ดิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ของเอกชน&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; หรือเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;4.ให้มีการอำนวยการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและจัดหาที่ดินรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.ให้มีการจัดตั้งและประสานให้เกิดกลไกในการแก้ไขปัญหาชุมชนที่ได้รับผลกระทบกรณีที่ดิน รฟท.ที่มีส่วนร่วมจากภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ทั้งในระดับนโยบายและจังหวัด&amp;nbsp; และ 6.ให้มีการปรับคู่สัญญาเช่าที่ดิน รฟท.&amp;nbsp; โดยให้ชุมชน/สหกรณ์สามารถเช่าที่ดินโดยตรงกับ รฟท.ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่ ม.ราชภัฏเพชรบุรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49312</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพลยุทธ  อังกินันทน์, บ้านมั่นคง, รฟท., วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562, เพชรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbbd14100eab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
