<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกือบดรามา!ตั้งนายพลสีกากี2คนนั่งเก้าอี้เดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.64-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง&amp;nbsp; แต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพลจำนวน 273 ราย ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตั้งลำดับที่ 142.พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล กับลำดับที่169.พล.ต.ต.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผู้บังคับการประจำกองบัญชาการตารวจนครบาล ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล เนื่องจากเป็นตำแหน่งเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง&amp;nbsp; แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ อย่างละเอียดในหน้าที่ 19 ช่วงสุดท้าย ระบุว่า การแต่งตั้งดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564 เป็นต้นไป ยกเว้นลำดับที่ 169 มีผลตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค.2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การแต่งตั้งพล.ต.ต.อัศวยุทธดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล จะมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค.2564 จากนั้นเมื่อพล.ต.ต.อัศวยุทธเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.2564 พล.ต.ต.พัฒนา ก็จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล ต่อตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำแหน่งผู้บังคับการประจำกองบัญชาการตารวจนครบาล ได้ถูกตัดโอนตำแหน่งไปเป็น ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นตำแหน่งเปิดใหม่ภายหลังคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)และคณะรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) อนุมัติยกระดับศูนย์ฝึกอบรมกองบัญชาการตำรวจนครบาล จากกองกำกับการ (กก.) ขึ้นเป็นกองบังคับการ (บก.) เพื่อผลิตนักเรียนนายสิบในส่วนของ บช.น.ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116433</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพลสีกากี, แต่งตั้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613d9772020c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งเลิกด่านทั่วปท. ลั่นคดี‘น้องชมพู่’มีคนฆ่า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; มอบนโยบาย &amp;quot;นายพลสีกากี&amp;quot; ทั่วประเทศ วาง 20 กฎเหล็กพัฒนาตำรวจ สั่งยกเลิกการตั้งด่านทั้งหมดจนกว่าจะทำให้โปร่งใสได้ เพิ่มกล้องวงจรปิดใน กทม. 5 พันตัว ขึงขังตู้ม้า บ่อนพนันขนาดใหญ่-ออนไลน์ต้องไม่มี ย้ำต้องไร้ซื้อขายเก้าอี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นติดตามคดีน้องชมพู่ตลอด &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; ตั้งโต๊ะแจงมีคนทำให้เสียชีวิต เผยมีตัวผู้ต้องสงสัยแต่ยังไม่มีหลักฐานออกหมายจับ &amp;quot;ลุงพล&amp;quot; ควงทนายนั่งฟังแถลงใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สโมสรตำรวจ วันที่ 2 ต.ค. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการสัมมนามอบนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เพื่อกำหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติราชการ โดยมีตำรวจระดับผู้บังคับการขึ้นไปเข้าร่วมทั้งสิ้น 496 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า อยากเห็นภาพสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อีก 5 ปีข้างหน้า ต้องคัดเลือกคนแต่ละสายงานขึ้นมาทำ ยกตัวอย่างงานป้องกันและปราบปราม พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.ดูแล แต่ท่านทำคนเดียวไม่ได้ เราจะคัดเลือกคนที่มีความคิดดีๆ ต้องการนายพลหนุ่มเป็นอนาคต ต้องการ ผกก.ที่ขยันขันแข็ง ต้องการรอง ผกก., สว.ทุกระดับชั้น มาช่วยกันทำเรื่องนี้ และเราจะทำให้สำเร็จได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ได้มอบนโยบายให้กับผู้บังคับบัญชาระดับ ผบก.-รอง ผบ.ตร. จำนวน 20 ข้อ ประกอบด้วย 1.จากนี้ไปการทำงานทุกสายต้องมีคณะทำงานในการงานขับเคลื่อนงานทุกสาย อย่างเป็นระบบ 2.ต้องการให้ตำรวจทุกระดับชั้นมาร่วมกันวาดภาพว่าตำรวจใน 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร 3.ต้องสอนให้ตำรวจทุกระดับมีความรู้ ทั้งด้านกฎหมายและยุทธวิธี มีแผนเผชิญเหตุ ผู้บังคับบัญชาต้องจัดฝึกให้ชำนาญ 4.อยากเห็นตำรวจนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานภาคสนาม เช่น สายตรวจใช้มือถือหรือแท็บเล็ต เก็บและตรวจสอบข้อมูลในการระงับเหตุไว้ทุกครั้งได้ 5.จะต้องฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ เหตุตีกันในโรงพยาบาล ตำรวจจะปฏิบัติร่วมกันอย่างไร 6.จะฝึกตำรวจอย่างไร อย่างแรกต้องปรับ Mind set ก่อน โดยเฉพาะการสื่อสารกับประชาชน 7.ทีมเวิร์กเป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำงานเป็นทีม 8.การบริหารงาน เรามีทรัพยากรจำกัด จะต้องบริหารให้ดี เช่น ตำรวจอังกฤษลดจำนวนผู้บริหารสถานีลงเพื่อเพิ่มจำนวนผู้ปฏิบัติงาน 9.ต้องช่วยกันเพื่อเป็นมรดกของคนรุ่นหลัง การตรวจตัวชี้วัด ต้องปรับให้เป็นแนวทางเดียวกัน 10.เรื่องแผนต้องบอกได้ว่าแต่ละปีจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น งานจราจร เรื่องตัดแต้มจะเริ่มใช้ 1 มิถุนายน 2564 นี้
สั่งเลิกตั้งด่านทั่ว ปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ 11.เซตซีโรจุดตรวจ จุดสกัด ด่านตรวจเมา จนกว่าจะสามารถทำให้โปร่งใสได้ ทำอย่างไรไม่ให้มีการตรวจปัสสาวะข้างถนน ถ้าต้องตรวจให้เอาไปตรวจโรงพยาบาล ทำให้เขามั่นใจว่าไม่ถูกโกง ถ้าเรายังทำแบบนี้ไม่ได้ก็เซตซีโร 12.ติดกล้องวงจรปิด 5,000 ตัว ราคาตัวละ 3,000 บาท ในกรุงเทพมหานคร ให้เสร็จภายใน 4 เดือน ต่อไปนี้ฝ่ายสืบสวนจะมาอ้างไม่มีกล้องไม่ได้แล้ว 13.การพัฒนาการสอบสวน สำนวนไม่คั่งค้าง การพัฒนาฝึกอบรม ปรับทัศนคติ สร้างภาวะผู้นำให้ตำรวจชั้นผู้น้อย 14.การสร้างภาพลักษณ์เราต้องมีความรู้ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส 3 อย่างนี้จะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีได้ 15.ตู้ม้า บ่อนการพนันขนาดใหญ่ การพนันออนไลน์ต้องไม่มี ที่ผ่านมาให้ผ่านไป นับแต่วันนี้มีกติกา ใครทำต้องรับผิดชอบ 16.ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ถ้ามีต้องถูกจัดการ การสร้างตัวแบบของการเปลี่ยน mind set เรื่องการแต่งตั้ง แม้ทำไม่ได้ 100% แต่ต้องช่วยให้คนดีได้รับการตอบแทน คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ 17.การฝึกงานของตำรวจใหม่ ต้องมีพี่เลี้ยงที่ดี ต้องให้ฝึกงานในสถานที่ฝึกงานที่มีตัวแบบที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;18.ต้องสร้างโอกาสให้ลูกน้อง อยากให้เด็กรุ่นหลังมีโอกาสได้มีไอดอลที่อยากเป็น เช่น อยากเก่งฝ่ายอำนวยการเหมือน พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร. ตำรวจต้องมียี่ห้อ ต้องมีแบรนด์ ต้องสอนให้เด็กรู้จักสร้างแบรนด์ 19.ผู้บริหาร ตร. จะหาคนที่ดีที่สุดมาแนะนำ จะสร้างตัวแบบที่ดี ถ่ายทอดดีเอ็นเอที่ถูกต้องให้ตำรวจรุ่นหลัง ให้เห็นความสำเร็จของงานเป็นหลัก มากกว่าการได้ตำแหน่ง และ 20.สุดท้ายฝากดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน แม้จะอยู่คนละสายงาน ไม่สำคัญว่าจะนำคนได้อย่างไร แต่สำคัญว่ามีผู้นำเท่าไหร่ที่เราสามารถสร้างได้ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการทำงานและช่วยกันทำงานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี ผบ.ตร.เตรียมความคืบหน้าคดีน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่หายออกจากบ้านพักที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ก่อนจะพบเสียชีวิตบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านพักประมาณ 5 กิโลเมตรว่า ก็ดีแล้ว ไม่ดีหรือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมติดตามทุกวัน ติดตามทุกเรื่อง พอไม่พูดถึงก็บอกว่านายกฯไม่ได้ตาม นายกฯ ทำงานทุกวัน เรื่องไหนค้าง เรื่องไหนตาม ก็ว่ากันไป&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าได้ตัวคนร้ายแน่นอนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ฟังที่ ผบ.ตร.แถลง ก่อนหน้านี้เขาก็มีการรายงานมาว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร สงสัยอย่างไร สถานการณ์สอบสวนเป็นอย่างไร ก็ให้ไปฟังตำรวจแถลง แม้ตนรู้ทุกเรื่อง แต่รายละเอียดต้องให้เขาชี้แจง ไม่อย่างนั้นนายกฯ ก็ทำงานแทนอธิบดี 200 กรม เพียงแต่นายกฯ รู้เรื่องก็เก่งแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์พร้อมคณะตำรวจที่เกี่ยวข้องคดีน้องชมพู่ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวความคืบหน้า ซึ่งในการแถลงข่าวครั้งนี้นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ซึ่งเป็นลุงเขยน้องชมพู่ เดินทางมาพร้อมด้วยนายกฤษฎา โลหิตดี หรือทนายโนบิตะ ทนายความของลุงพล เพื่อที่จะมารอฟังคำแถลงของ ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎากล่าวว่า วันนี้มีคำถามอยากฝากไปถึง ผบ.ตร.ว่าตอนนี้ลุงพลพ้นผิดหรือยัง เพราะที่ผ่านมามีแต่สังคมเป็นคนพิพากษาว่าเป็นผู้ต้องสงสัยไปแล้ว วันนี้จึงอยากได้ยินจากทาง ผบ.ตร. ว่าวันนี้ลุงพลเป็นผู้บริสุทธิ์
น้องชมพู่มีคนทำให้ตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์แถลงข่าวโดยมีการแสดงคลิปสรุปผลการปฏิบัติงานตลอดกว่า 4 เดือนของตำรวจ รวม 3 คลิป ซึ่งในคลิปเเรกระบุถึง 8 ประการที่สนับสนุนให้เห็นว่าน้องชมพู่ไม่สามารถขึ้นไปบนเขาภูเหล็กไฟได้ด้วยตัวเอง อาทิประเด็นสำคัญเช่น เส้นทางลาดชันเเละลำบาก มีเนินหินสูงชันกว่า 60 องศา เกินกว่าที่เด็กวัย 3 ขวบจะขึ้นได้ โดยเทียบกับบันไดบ้านที่มีความลาดชัน 45 องศา อาหารเช้าที่กินเป็นมื้อสุดท้าย เป็นไข่เจียว 3 คำ กับน้ำส้ม 1ขวด ไม่เพียงพอที่จะใช้พลังงานขึ้นไปข้างบน ศพน้องชมพู่อยู่ในสภาพเปลือย พ่อเเม่ยืนยันว่าน้องไม่สามารถถอดเสื้อผ้าด้วยตัวเองได้ พบเส้นผม 36 เส้นในที่เกิดเหตุ ซึ่งบางส่วนตรงกับน้องชมพู่ ถูกตัดหรือเฉือนด้วยมีดจากการกระทำของบุคลอื่น จึงยืนยันได้ว่ามีบุคคลอื่นอยู่กับน้องในที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคลิปที่ 2 เป็นการยืนยันเวลาการเสียชีวิตของน้อง จากผลการชันสูตรสภาพศพที่เน่าเปื่อย ความเห็นของนักกีฏวิทยา เเละจำลองการเน่าของเนื้อหมูเพื่อดูการเจริญเติบโตของหนอน สรุปผลยืนยันได้ว่า ช่วงเวลาที่น้องเสียชีวิตอยู่ระหว่างเวลา 14.30 น. ของวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 ถึงเวลา 14.30 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต เเพทย์พบบาดเเผลหลายจุดเ เต่ไม่มีบาดเเผลใดทำให้เสียชีวิตได้ เเละไม่พบการล่วงละเมิดทางเพศ ดังนั้นเเม้ว่าจะไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ เเต่เป็นไปได้ว่าน้องชมพู่เสียชีวิตจากการขาดน้ำเเละอาหาร เพราะไม่พบเศษอาหารในกระเพาะอาหารเเละลำไส้เล็กส่วนบน รวมถึงอวัยวะภายในมีการเน่ามากกว่าผิวหนังภายนอก ซึ่งเป็นอาการของผิวหนังขาดสารอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลิปที่ 3 เป็นเรื่องผลตรวจเส้นผมที่พบในที่เกิดเหตุไม่มีรากผม ทำให้ไม่สามารถตรวจดีเอ็นเอแบบระบุคนได้ ทราบเพียงว่าเป็นดีเอ็นเอของบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับน้องชมพู่ทางฝ่ายหญิงเท่านั้น เช่น ยาย เเม่ ป้า น้า น้อง รวมถึงไม่ได้หมายความว่าเส้นผมที่พบจะเป็นของคนร้ายเสมอไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ว่าต้องมีคนใกล้ชิดหรือบุคคลพยายามบังคับพาน้องชมพู่ขึ้นไปบนจุดเกิดเหตุจนน้องถึงเเก่ความตาย จะด้วยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งจะมีความผิด 3 ข้อหา คือ พรากเด็ก กักขังหน่วงเหนี่ยวจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต เเละซ่อนเร้นทำลายศพ&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าตอนนี้มีบุคคลต้องสงสัยที่สุดเเล้วใช่หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า เชื่อว่าจะต้องเป็นคนในพื้นที่ที่รู้จักเส้นทางของเขาภูเหล็กไฟเป็นอย่างดี เพราะจุดที่พบศพไม่ใช่ตำแหน่งที่คนทั่วไปจะสามารถขึ้นไปได้ แต่พยานหลักฐานยังไม่สามารถเอาผิดได้ จึงจำเป็นต้องสืบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากเป้าหมายของเราไม่ใช่การออกหมายจับและจับกุมตัวมาดำเนินคดี แต่ต้องการให้มีการลงโทษในชั้นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่ายังทำงานต่อ ไม่พักคดีตามที่มีหลายคนตั้งข้อสังเกต แต่ก็จะสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่อเนื่อง เพื่อส่งสำนวนให้อัยการภายในกรอบระยะเวลา 1 ปีนับตั้งเเต่เกิดเหตุ แต่คดีดังกล่าวมีอายุความ 20 ปี ซึ่งหากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมภายหลัง ก็สามารถสืบสวนต่อได้&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าอะไรเป็นอุปสรรคในการทำคดี พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ตำรวจทำงานยาก นั่นคือนิติวิทยาศาสตร์ พยานหลักฐานไม่ได้ผลตามที่คาดหวังไว้ และน้ำหนักพยานบุคคลถูกทำลาย จากการที่มีสื่อมวลชนไปสัมภาษณ์ แต่ตำรวจก็จะไม่ล้มเลิกความตั้งใจ พร้อมฝากถึงคนร้ายที่รอฟังอยู่ให้นอนเครียดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์แถลงข่าวคดีน้องชมพู่ ทั้งลุงพล ป้าแต๋น ทนายโนบิตะ และหมอปลา ซึ่งมาฟังการแถลงข่าวต่างนั่งจดประเด็นที่เจ้าหน้าที่แถลง โดยเฉพาะเรื่องช่วงเวลาที่น้องชมพู่หายตัวไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 ช่วงเวลาประมาณ 09.49-10.11 น. ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวตัวเองไม่ได้อยู่ในบ้านกกกอก และประเด็นดีเอ็นเอจากเส้นผมที่พบในตัวน้องชมพู่ ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของบุคคลใด ระบุได้เพียงเป็นญาติทางฝั่งแม่ 2 ประเด็นนี้ทำให้ลุงพลมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป้าแต๋นกล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกังวล หลังจากตำรวจแถลงเรื่องผลดีเอ็นเอเส้นผมที่พบใกล้ศพน้องชมพู่ว่าเป็นญาติทางฝั่งแม่ พร้อมระบุว่าในบรรดาพี่น้อง 5 คน ตัวเองมั่นใจว่าสัมผัสและยุ่งเกี่ยวกับน้องชมพู่ 2 วันก่อนที่น้องจะหายตัว ตัวเองอาบน้ำให้น้องชมพู่แล้ววันที่ขึ้นเขาภูเหล็กไฟไปค้นหา ไม่มีญาติพี่น้องทางฝั่งแม่ขึ้นไปด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79342</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำให้โปร่งใส, นายพลสีกากี, ยกเลิกการตั้งด่าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิ่มกล้องวงจรปิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f77369a33b9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 22:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เก็บตกตั้งสีกากี ปิยะรองผบ.ตร. แป๊ะอุบชิงผู้ว่าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ตร. 11 ก.ย. ถกโผแต่งตั้ง &amp;quot;นายพลสีกากี&amp;quot; รอบเก็บตกจำนวน 21 ตำแหน่ง &amp;quot;ปิยะ&amp;quot; ขึ้นรอง ผบ.ตร. &amp;quot;บิ๊กอ้อ&amp;quot; เพื่อน ตท.25 &amp;quot;ร.อ.ธรรมนัส&amp;quot; ติดยศ พล.ต.ท. &amp;quot;บิ๊กแจง&amp;quot; สายตรง &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; โยกคุม บช.ไซเบอร์ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ยังอุบหลังเกษียณลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 10 ก.ย. พล.ต.ท.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ผบช.ก.ตร.) ในฐานะเลขาฯ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ส่งหนังสือแจ้งกรรมการ ก.ตร. โดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธาน ก.ตร. นัดประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 8/2563 วันที่ 11 ก.ย. เวลา 10.00 น. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีวาระการประชุมที่น่าสนใจคือ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ถึงผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2563 (ล็อตสองรอบเก็บตก)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า สำหรับตำแหน่งว่างในการแต่งตั้งนายพลครั้งนี้ มีทั้งสิ้น 21 ตำแหน่ง แบ่งเป็นรอง ผบ.ตร. 1 ตำแหน่ง แทน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีต ผบ.ตร. ที่ย้ายไปสำรองราชการ ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร. 1 ตำแหน่ง, ผู้บัญชาการ 2 ตำแหน่ง (แทนตำแหน่งว่าง 1 ตำแหน่ง และ ผบช.ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) หรือ ผบช.ไซเบอร์ 1 ตำแหน่ง) ระดับรองผบช. 5 ตำแหน่ง และ ผบก. 12 ตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คาดว่าผู้ที่ได้รับเสนอชื่อแต่งตั้ง อาทิ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (นรต.38) ขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุรพล อยู่นุช ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ประสานงานทำเนียบรัฐบาล (นรต.36) รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 (นรต.41) เพื่อนร่วมรุ่น ตท.25 กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง จเรตำรวจ (สบ 8) สายตรงพล.ต.อ.จักรทิพย์ โยกเป็น ผบช.สอท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา รอง ผบช.สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โยกเป็นรอง ผบช.สอท., พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบก.กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ พ.ต.อ.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบก.กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 ขึ้นเป็น ผบก.ใน บช.สอท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2563 พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 7/2563&amp;nbsp; หลังจากประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่มีมติแต่งตั้ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ขึ้นเป็น ผบ.ตร. แทน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ที่เกษียณอายุราชการ โดย ก.ตร.พิจารณาวาระแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ถึงผู้บังคับการ วาระประจำปี 2563 เห็นชอบการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งหมุนเวียนทั้งสิ้น 258 ตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันเดียวกัน หลัง พล.ต.อ.จักรทิพย์แถลงมาตรการดูแลการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.นี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวหลังเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.2563 จะลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ขอตัวไปที่งานการแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ก่อน เดี๋ยวจะไม่ทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเปิดตัวในการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.เมื่อไหร่ ผบ.ตร. ตอบว่า ยังพอมีเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า ที่มีการนำคำพูดของ ผบ.ตร.ที่พูดในงานเกษียณอายุราชการว่าจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ก็เป็นสิ่งที่เขาได้ยินกันเอง เรื่องนี้จะขอรอตัดสินใจก่อน ขอแค่นี้ก่อนแล้วกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77097</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., นายพลสีกากี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สีกากี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a3c3a05d26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2020 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา&#039;ก.ตร.&#039;ถกโผ&#039;นายพลสีกากี&#039;ล็อตสอง8 ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.63-มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) เตรียมนัดประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 8/2563ท ในวันที่ 8 ก.ย.2563 ห้องประชุม 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.)-ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2563 (ล็อต2)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า การประชุมแต่งตั้ง รองผบ.ตร.-ผบก. วาระประจำปี 2563 ล็อต 2 แทนตำรวจว่าง หลังจากเมื่อวันที่ 30 ส.ค.2563 มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้ข้าราชการตำรวจพ้นจากตำแหน่ง เนื้อหาระบุ ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคไสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ข้าราชการตำรวจ ตำแหน่ง รองผบ.ตร. สำรองราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.2563 เนื่องจากถูกกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จนถูกตั้งกรรมการสอบสวน และขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 104 วรรคสอง แพ่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบข้อ 8 วรรคสอง ของกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการในส่วนราชการใด พ.ศ.2548 ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตำแหน่งแล้ว บัดนี้ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรางานว่า ในการประชุม ก.ตร.ครั้งนี้ จะมีการเสนอบัญชีแต่งตั้งแทนตำแหน่งว่าง โดยคาดว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นรต.38 ขึ้นเป็น รองผบ.ตร. แทนตำแหน่งของพล.ต.อ.วิระชัย ส่วนตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ยังเบียดกันระหว่าง พล.ต.ท.สุรพล อยู่นุช ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. และพล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ &amp;nbsp;ผบช.ภ.7 &amp;nbsp;และขยับพล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง จตร.(สบ 8) สายตรงพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เป็น ผบช.ภ.7 เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76637</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., การแต่งตั้งตำรวจ, นายพลสีกากี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200906/image_big_5f5483676d62e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สีกากีเฮ!เพิ่ม5เก้าอี้นายพลหลัง&#039;วิระชัย&#039;โดนสำรองราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีคำสั่ง ตร.ที่ 387/2563 สำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. ทำให้ตำแหน่ง รองผบ.ตร.ของพล.ต.อ.วิระชัยว่างลง ส่งผลให้ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพล ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) ลงไปถึง ผู้บังคับการ(ผบก.) วาระประจำปี 2563 จะมีตำแหน่งระดับนายพลว่างเพิ่มขึ้นอีก 5 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจากเดิมตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ว่างอยู่ 2 ตำแหน่ง จากพล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการ และรอง ผบ.ตร. ขยับขึ้นไปเป็น ผบ.ตร. แทน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ที่เกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.2563 ก็จะเพิ่มเก้าอี้ รองผบ.ตร.อีก 1 ตำแหน่ง ทำให้ปีนี้ รอง ผบ.ตร.ว่าง 3 ตำแหน่ง ส่วนระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.เดิมว่าง 5 ตำแหน่ง จาก 3 ตำแหน่ง ที่ขึ้นไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ประกอบด้วย พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ, พล.ต.อ.ศักดา ชื่นภักดี และ พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร รวมกับผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่ขยับขึ้นไปเป็นรอง ผบ.ตร.อีก 2 ตำแหน่ง ก็จะได้เพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง เป็น 6 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับระดับ ผู้บัญชาการ(ผบช.) เดิมว่าง 12 ตำแหน่ง จากผู้ที่เกษียณอายุราชการ อาทิ พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3, พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์ จตร. (หน.จต.), พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.สตส. และพล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) รพ.ตร. และผู้ที่ขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็จะได้เพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง รวมเป็น 13 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในระดับ รองผู้บัญชาการ(รอง ผบช.) เดิมว่าง 42 ตำแหน่ง ก็จะเพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง รวมเป็น 43 ตำแหน่ง และผบก.ว่าง 76 ตำแหน่ง จะเพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง รวมเป็น 77 ตำแหน่ง ดังนั้นในการแต่งตั้งนายพลวาระประจำปีนี้จะมีตำแหน่งว่างทั้งสิ้น &amp;nbsp;142 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72856</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพลสีกากี, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, สีกากี, แต่งตั้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa8c7fff3dd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ถก‘ก.ตร.’ คลอดโผกลางปี 52นายพลฉลุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะ ก.ตร.แต่งตั้ง &amp;quot;นายพลสีกากี&amp;quot; วาระเดือนเมษายน เก้าอี้ &amp;quot;ที่ปรึกษา ตร.-ผู้ทรงคุณวุฒิ&amp;quot; จำนวน 52 ราย &amp;quot;ศตวรรษ-ศักดา&amp;quot; ติดยศ พล.ต.อ. ก่อนเกษียณปลายปี 63 พร้อมยกเว้นหลักเกณฑ์ดัน &amp;quot;สุรชัย-ณัฐธร&amp;quot; ขึ้นเทียบเท่ารอง ผบ.ตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 4 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 2/2563 เพื่อพิจารณาวาระต่างๆ โดยมีวาระที่น่าสนใจเป็นเรื่องการแต่งตั้งตำรวจวาระเดือนเมษายน 2563 หรือวาระกลางปี ตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เสนอบัญชี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์แถลงหลังการประชุมว่า การประชุมมีหลายวาระ ทุกครั้งก็จะมีรายงานการลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นไล่ออก ปลดออก ให้เห็นว่าเราดำเนินการตามกฎหมายทุกประการสำหรับผู้กระทำความผิด แต่ก็ได้ย้ำเตือนไปแล้วว่าให้ระมัดระวังการไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะเดียวกันต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่อุทธรณ์ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งตั้งต่างๆ ก็มีคณะกรรมการอุทธรณ์ เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบวินัยและลงโทษ หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถร้องเรียนมาเข้าคณะกรรมการอุทธรณ์ ซึ่งหลายเรื่องก็คืนความเป็นธรรมให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ยังมีวาระการแต่งตั้งกลางปีในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามกฎระเบียบของ ก.ตร. ซึ่งอย่าไปพูดให้เสียหายว่าเดี๋ยวจะมีการแต่งตั้งนอกวาระ วันนี้ทำตามกฎระเบียบทุกประการ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงวาระการแต่งตั้งตำรวจวาระเมษายน 2563 ว่า เป็นการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ยศ พล.ต.อ. จะเกษียณอายุราชการในอีก 6 เดือนข้างหน้า จำนวน 4 ตำแหน่ง, ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. ยศ พล.ต.ท. ที่กำลังจะเกษียณ จำนวน 18 ตำแหน่ง และตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. ยศ พล.ต.ต. ที่จะเกษียณเช่นกันจำนวน 30 ตำแหน่ง ทุกรายเรียงตามอาวุโสทั้งหมด มีบางรายที่ต้องเสนอขออนุมัติงดเว้นคุณสมบัติไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเสนอโปรดเกล้าฯ ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการเสนอแต่งตั้งทดแทนผู้ที่ลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ มีรองผู้บัญชาการ 1 ราย และผู้บังคับการ 6 ราย จะแต่งตั้งพร้อมกันในวาระ 30 เมษายน&amp;quot; โฆษก ตร.กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า สำหรับผู้ที่ผ่านการพิจารณาแต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. 4 ราย เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. ประกอบด้วย พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ประจำ ตร. (สบ 9 ), พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้ช่วย ผบ.ตร. สำหรับพล.ต.ท.สุรชัย และ พล.ต.ท.ณัฐธร เนื่องจากคงเหลืออายุราชการเกิน 6 เดือน จึงต้องขออนุมัติงดเว้นหลักเกณฑ์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. 18 ราย อาทิ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.อังกูร พูลเจริญ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.ธีรพล ทิพย์เจริญ รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ธนังค์ บุรานนท์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอางค์ รอง จตร. เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. 30 ราย อาทิ พ.ต.อ.ชุมพร กาญจนรัตน์ รอง ผบก.อก.บช.น., พ.ต.อ.ธนสาร สุริวงศ์ รอง ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.ภูบาล ทับจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์, พ.ต.อ.รังสิต โลไทยสงค์ รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง, พ.ต.อ.สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี และ พ.ต.อ.ดิเรก ปลั่งดี รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการเข้าประชุม ก.ตร. เจ้าหน้าที่พยาบาลตำรวจได้ตั้งจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกายผู้เข้าร่วมประชุม ก.ตร. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ วัดอุณหภูมิได้ 36.8 องศา ส่วนพล.ต.อ.จักรทิพย์ วัดอุณหภูมิได้ 36.7 องศา.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58905</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแต่งตั้งตำรวจ, นายพลสีกากี, ผู้ทรงคุณวุฒิ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โผนายพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5fc87f22fdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 06:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 06:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แต่งตั้งตร.มาถูกทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คำสั่งแต่งตั้งตำรวจระดับรองสารวัตร(รองสว.) ถึง ผู้บังคับหมู่(ผบ.หมู่) วาระประจำปี 2561 ที่ทยอยแจกจ่ายคำสั่งออกมาเกือบจะครบทุกกองบัญชาการแล้วในตอนนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพรวมการแต่งตั้งครั้งนี้ต้องบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาถูกทาง&amp;quot;!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ทุกคำสั่งจะยังออกมาไม่หมด ไม่ครบทุกกองบัญชาการ แต่ที่ทยอยออกมาก็เกือบ 70-80%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่สะท้านให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนจากคำสั่งแต่งตั้งในอดีตที่ผ่านมานั่นคือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีถอนคำสั่ง&amp;quot;!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจำกันได้ในการแต่งตั้งตำรวจช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งระดับนายพัน นายร้อย ชั้นประทวน เวลาคำสั่งออกมาแล้ว หลายคนไม่กล้าดีใจ ไม่กล้าฉลอง เพราะไม่รู้ว่าคำสั่งแจกจ่ายออกมาวันนี้ไปอยู่ตำแหน่งนั้น ตำแหน่งนี้ รุ่งขึ้นอีกวันจะมี &amp;quot;ถอนคำสั่ง&amp;quot; ออกมาหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างการแต่งตั้ง &amp;quot;นายพัน&amp;quot; ระดับ สารวัตร(สว.) ถึง รองผู้บังคับการ(รองผบก.) วาระประจำปี 2561 ที่ผ่านมา บางคนมีชื่อในคำสั่งแต่งตั้งแล้วไปรายงานตัวกับผู้บังคับบัญชาตอนเช้า สายๆเข้าไปไหว้ศาลพระภูมิที่โรงพัก กำลังจะเรียกลูกน้องมามอบนโยบาย กินข้าวกินปลายังไม่ทันย่อยดี ตกบ่ายมีคำสั่ง &amp;quot;ถอนคำสั่งแต่งตั้ง&amp;quot;ออกมา ต้องรีบเก็บข้าวของออกจาโรงพักแทบไม่ทัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกว่าไม่มีความแน่นอนในชีวิตเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในการแต่งตั้ง &amp;quot;รองสว.&amp;quot; ถึง &amp;quot;ผบ.หมู่&amp;quot; ครั้งนี้ ทุกอย่างราบลื่น ไม่ต้องมานั่งลุ้น ไม่ต้องมานั่งใจตุ่มๆต่อมๆ ว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกคน ทุกตำแหน่ง ต่างทำงานตามหน้าที่กันต่อไปได้ รอเพียงวันที่คำสั่งมีผลบังคับใช้ 10 ก.ค.นี้ ก็ไปเริ่มงานตามที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สะท้อนให้เห็นว่าแนวทางการแต่งตั้งตำรวจ ที่ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ปรับเปลี่ยนจากการ &amp;quot;รวมศูนย์&amp;quot; โดยรวมอำนาจในการแต่งตั้งเอาไว้ที่ &amp;quot;ส่วนกลาง&amp;quot; เป็นอำนาจของ &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; แต่เพียงผู้เดียว มาเป็นการ &amp;quot;กระจายอำนาจ&amp;quot; ให้ &amp;quot;ผู้บัญชาการ&amp;quot; แต่ละหน่วยสามารถแต่งตั้งโยกย้ายในแต่ละกองบัญชาการได้เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึง ณ ตอนนี้แทบไม่ได้ยินเสียงบ่น เสียงก่นด่าจากตำรวจชั้นผู้น้อยในการแต่งตั้งแม้แต่น้อยเลย ถือว่าการแต่งตั้งตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาถูกทาง&amp;quot;!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทุกอย่างกำลังไปได้สวย &amp;quot;ผบ.แป๊ะ&amp;quot; ในฐานะผู้นำสีกากี ซึ่งหากไม่มีอะไรเกิดขึ้นน่าจะนั่งเก้าอี้ &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; ไปจนถึงเกษียณอายุราชการปี 2563 ก็ควรยึดแนวทาง &amp;quot;กระจายอำนาจ&amp;quot; ในการแต่งตั้งเช่นนี้ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญถ้าจะขยายการกระจายอำนาจให้ &amp;quot;ผบช.&amp;quot; ทำบัญชี้แต่งตั้งโยกย้ายตำรวจไปถึงระดับ &amp;quot;รองผู้บังคับการ&amp;quot; ถึง ผู้กำกับการ(ผกก.) จากที่ให้อำนาจแค่ รองผู้กำกับการ(รองผกก.) ลงมาถึงชั้นประทวน ก็น่าจะทำให้เหล่าสีกากีแฮปปี้ขึ้น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40293</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมเฉือนคม, ตำรวจ, นายพลสีกากี, สีกากี, เสียบซึ่งหน้า, แวดวงตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58935cc4fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
