<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 07:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สายตรวจซาเล้ง&quot; บทบาทสำคัญ ลดปัญหาขยะอ่าวนาง    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองมือคัดแยกขยะเพื่อหาเงิน และช่วยรักษาความสะอาดบ้านเกิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การเสียชีวิตของพะยูนมาเรียม ที่มีการตรวจพบเศษพลาสติกในท้อง กลายเป็นกระแสและสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาของขยะยังคงเป็นเรื่องที่หลายคนออกมารณรงค์ แต่ก็มีอีกหลายคนเลือกที่จะเมินเฉย และสัตว์อีกมากมายที่อาศัยอยู่ในทะเลก็อาจจะมีชะตากรรมเดียวกับพะยูนมาเรียม หรือแม้แต่มนุษย์อย่างเราแม้จะไม่ต้องตายเพราะขยะ แต่ก็พบเจอขยะในชีวิตประจำวันซะจนชินชา ทั้งที่ทิ้งไม่เป็นที่ กลิ่นเน่าเหม็น &amp;nbsp;โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆหรือแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ คณะสื่อมวลชนได้มีโอกาสเดินทางไปที่ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ ใน&amp;quot;กิจกรรม ธรรมนูญ เขยื้อนขยะ&amp;quot; ที่ได้ไปชมการจัดการแก้ไขปัญหาขยะ ในแนวคิด ธรรมนูญสุขภาพ ที่ใช้เป็นเครื่องมือสร้างกติกาหนุนเสริมการทำงานของท้องถิ่น ต่อยอดเป็นมาตรการ ในโครงการ &amp;ldquo;สายตรวจซาเล้ง&amp;rdquo; ที่จะช่วยคัดแยกขยะ และยังสามารถนำไปขายสร้างรายได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซาเล้งเก็บชยะ หนทางช่วยรักษาธรรมชาติอ่างนาง และทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำบลอ่าวนาง นับว่ามีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลยอดนิยมและมีชื่อเสียง ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างเดินทางมาจำนวนมาก อาทิ อ่าวนาง, หมู่เกาะพีพี, อ่าวโละซามะเกาะไก่ , เกาะหม้อ , เกาะปอดะ , เกาะทัพ หรือทะเลแหวก สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้าง รายได้ให้กับท้องถิ่น และประเทศชาติอย่างต่อเนื่องตลอดมา และสิ่งที่ต้องรับมือก็คือ ขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขยะจำนวนมหาศาลที่มากถึงวันละ 65-70 ตัน ทั้งจากนักท่องเที่ยวและคนในท้องถิ่น ที่เป็นแหล่งรายได้ของซาเล้งเก็บขยะที่มีทั้งคนในและนอกพื้นที่ ที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยทำให้ขยะเกิดความสกปรกเพิ่มขึ้น จากการรื้อค้นขยะในถุงดำของชาวบ้าน และผู้ประกอบการที่นำมาวางไว้ข้างถนน นี่จึงเป็นสิ่งที่ทั้งภาครัฐ สถานประกอบการร้านอาหารและโรงแรม และชาวบ้าน จึงได้ร่วมมือกันในการสร้างข้อตกลง หรือกติกา ที่เรียกว่าธรรมนูญสุขภาพ นำมาใช้ในโครงการ สายตรวจซาเล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพันคำ กิตติธรกุล นกยก องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง (อบต.อ่าวนาง) กล่าวว่า ปัจจุบัน ต.อ่าวนาง มีปริมาณขยะมูลฝอยเฉลี่ยวันละประมาณ 65-70 ตัน คิดเป็นกว่า 50% ของขยะทั้งหมดในจังหวัดกระบี่ โดยในระหว่างปี 2558-2560 ต้องสูญเสียงบประมาณในการจัดการไม่ต่ำกว่าปีละ 27 ล้านบาท ซึ่งต้นทางของขยะก็มาจากนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ โดยได้มีการดำเนินงานแก้ไข ทั้ง รณรงค์ให้เก็บกวาด แจกขยะตามครัวเรือน สร้างจุดทิ้งขยะ แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมขยะได้ เพราะประชาชนยังขาดจิตสำนึกและไม่ยอมทำตามกฎหมาย จึงได้มีความคิดที่จะนำทุกภาคส่วนมาร่วมแก้ไขปัญหา ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2562 ภายใต้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ปี 2550 ในเรื่องของ ธรรมนูญสุขภาพตำบล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุพจน์ ชดช้อย และถุงกึ่งใสที่จะพัฒนาใส่ขยะในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพจน์ ชดช้อย รักษาการผู้อำนวยการกองสาธารณสุข อบต.อ่าวนาง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในพื้นที่ต.อ่าวนาง มี 8 หมู่บ้าน มีประชากรประมาณ 13,000-14,000 คน ในส่วนนี้ยังมีประชากรแฝงที่เข้ามาประกอบธุรกิจอีกประมาณ 3 หมื่นคน ดังนั้นใน 100% ปริมาณขยะที่มาจากประชากรในพื้นที่ประมาณ 30-35% และจากการเจริญเติบโตทางด้านท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ธุรกิจ อื่นๆ ประมาณ 60-65% ทำให้ภาพที่ผู้คนพบเห็นตามท้องถนนหรือแหล่งท่องเที่ยวจึงมีแต่ขยะจำนวนมาก และถังขยะที่ได้แจกจ่ายให้กับครัวเรือนก็เพิ่มขึ้น รถเก็บขยะไม่ได้คัดแยกขยะ &amp;nbsp;คนเก็บขยะรื้อค้นขยะเลอะเถอะ บ้างก็แอบขโมยของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาจึงได้ปรับแผนให้มีการเรียกเก็บถังขยะกลับคืน และหันมาใช้ถุงดำในการคัดแยกและเก็บขยะ ต้องผูกปากถุงให้มิดชิด และนำมาวางไว้ยังจุดที่กำหนดระหว่างเวลา 19.00-24.00 น. นอกจากที่จะมีรถไปเก็บขยะแล้ว การดึงกลุ่มซาเล้งเข้ามามีส่วนร่วมก็สำคัญ เพราะจำนวนซาเล้งมีจำนวนมาก &amp;nbsp; โดยซาเล้งต้องเข้าร่วมโครงการ สายตรวจซาเล้ง ซึ่งจะมีการลงทะเบียน และสวมใส่เสื้อกั๊ก สีสะท้อนแสงมีหมายเลขกำกับส่วนตัว ในระหว่างเก็บขยะ และยังจำแนกจุดเก็บขยะเพื่อจะได้ไม่เป็นการขัดแย้งพื้นที่กัน และมีเจ้าหน้าที่เทศกิจคอยตรวจดูเพื่อไม่ให้คนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการเข้ามาเก็บขยะ &amp;nbsp; นอกจากนี้ในระหว่างการรื้อค้นขยะเมื่อแล้วเสร็จต้องจัดการมัดถุงให้เรียบร้อย ห้ามปล่อยให้เลอะเทอะ หากไม่ทำตามก็จะยึดเสื้อคืน เพราะนี่คือสิ่งที่เราได้ทำการตกลงกับครัวเรือน และสถานประกอบการ ที่ให้เฉพาะคนสวมเสื้อของโครงการและรถเก็บขยะของพื้นที่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีซาเล้งที่ลงทะเบียนแล้วนั้นมีอยู่ 52 คน ซึ่งมาช่วยคัดแยกขยะที่สามารถนำไปขายได้ เช่น กระดาษ กระป๋อง ขวดพลาสติก เหล็ก ทองแดง อื่นๆ ไปขายได้ประมาณ 50 กิโลกรัม/คัน &amp;nbsp;และตั้งแต่เมษายนปี 2562 ได้ประมาณ 100 กว่าตัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในแต่ละช่วงด้วย แต่เป้าหมายที่คิดว่าจะต้องทำให้ได้คือ 50 ตัน/วัน นับว่ายากเหมือนกัน &amp;nbsp; และคาดว่าจะมีซาเล้งเข้าร่วมโครงการอีกประมาณ 5-6 คน นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนการใช้ถุงดำ เพราะถุงดำเยอะมากๆ มาใช้ถุงกึ่งใส มีโลโก้เทศบาล เพื่อสามารถตรวจนับจำนวนถุงที่ใช้ในแต่ละวันด้วย ซึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งในอนาคตก็อยากที่จะลดขยะให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดิศักดิ์ แซ่หลี หรือพี่อี๊ด &amp;nbsp;ชายวัยกลางคนสวมใส่เสื้อกั๊กเบอร์ 3 มีไฟฉายคาดศีรษะคอยให้แสงสว่าง กำลังวุ่นกับการคัดแยกขยะ หนึ่งใน 4 จุดของสถานีขยะของ ต.อ่าวนาง เล่าว่า ทำอาชีพเก็บขยะมาตั้งแต่อายุ 18 ปี จนปีนี้อายุ 37 ปีแล้ว เพราะเราเป็นเสาหลักของครอบครัว &amp;nbsp;เมื่อก่อนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการมีรถซาเล้งเยอะ บางคันก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ และเราก็ออกจากบ้านตั้งแต่บ่าย 2 ไปจนถึงเที่ยงคืน บางคืนก็ถึงเช้า ไล่เก็บไปตามถนน โรงแรม เก็บไม่เป็นที่ เพราะคนทิ้งขยะทุกที่เยอะไปหมด แต่บางคืนขยะเยอะเก็บก็ไม่ไหว เคยเก็บได้เยอะสุดคืนหนึ่งก็ 2 พันบาท รายได้ก็พอที่จะเลี้ยงครอบครัว ทำให้เราภูมิใจในอาชีพ และยังได้ช่วยดูแลความสะอาดให้บ้านเกิดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัย ลำพาย อายุ 57&amp;nbsp;ปี ใส่เสื้อกั๊กเบอร์ 15 และนางอัว ลำพาย อายุ 45&amp;nbsp;ปี สามีภรรยาพากันขับรถซาเล้งคู่ใจมาเก็บขยะบริเวณซอย 8 หาดอ่าวนาง-&amp;nbsp;หาดนพรัตน์ธารา ซึ่งมีหลายโรงแรมในซอยนี้ บอกว่า เก็บขยะมา 7 ปี มาตั้งแต่ 2 ทุ่มไปถึงเที่ยงคืน ไม่เคยคิดจะหยุด เพราะเป็นเหมือนรายได้อีกทางหนึ่งจุนเจือครอบครัว แต่ก่อนใครก็สามารถเข้ามาเก็บได้ พอเข้าร่วมโครงการทำให้มีระเบียบมากขึ้น ทางโรงแรมก็จะดูก่อนว่าคนที่มาเก็บขยะสวมใส่เสื้อกั๊กรึป่าว และเราก็ต้องดูความสะอาดบริเวณด้านหน้าโรงแรมไม่ให้มีขยะ ส่วนอื่นๆบริเวณซอย 8 เราก็คอยเป็นหูเป็นตาดูแลความสะอาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรพรรณ ศรีสุขวัฒนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอรพรรณ ศรีสุขวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ธรรมนูญสุขภาพ เป็นเครื่องมือที่ให้บทบาทแก่คนทุกคน ดังนั้นทุกคนในสังคมไม่ว่าจะเป็นคนเล็กคนน้อยก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน เพราะปัญหาขยะไม่ใช่เพียงเรื่องเศษผงที่ทิ้งอยู่ข้างทาง แต่เป็นเรื่องการจัดการเชิงระบบที่ใหญ่มาก เห็นได้จากการให้ความสำคัญทั้งในส่วนของสมัชชาสุขภาพจังหวัดกระบี่ และยังถูกกำหนดเป็นยุทธศาสตร์และนโยบายของจังหวัดด้วย และความท้าทายการทำให้พื้นที่ตำบลอ่าวนาง เป็นต้นแบบเรียนรู้และขยายผลเพื่อรับมือกับปัญหาในพื้นที่อื่นๆ ได้อย่างไร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45687</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;สายตรวจซาเล้ง&quot; บทบาทสำคัญ ลดปัญหาขยะอ่าวนาง, ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ ใน&quot;กิจกรรม ธรรมนูญ เขยื้อนขยะ&quot;, นายพันคำ กิตติธรกุล, อบต.อ่าวนาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b9d862d98a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
