<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมัดน็อก!กู้มาแจกดีกว่ากู้มาโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโพสต์เฟซบุ๊กถึงการบริหารจัดการวัคซีนของนายกฯ ว่าไม่มีปัญญาหาวัคซีนเหมือนผู้นำคนอื่น พร้อมบอกว่านายกฯ กู้เงินมาแจก ในอนาคตลูกหลานต้องตามใช้หนี้แทน โดยระบุว่า หากนายกฯ ประยุทธ์ ทำงานไม่เป็น ที่ผ่านมาก็คงไม่สามารถแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาประเทศได้มากมาย และนายกฯ ยังเป็นคนทำงานเพื่อบ้านเมืองเพื่อประชาชนจริง และไม่ได้เอาความเดือดร้อนของประชาชนมาหาคะแนนเสียงให้แก่ตัวเอง ขณะที่การกู้เงินมานั้นถือเป็นการกู้เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนในยามที่มีความเดือดร้อน ซึ่งนายพานทองแท้ก็รู้อยู่แก่ใจว่าสถานการณ์โควิดระบาดได้มีผลกระทบด้านเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน ทั่วโลกเป็นเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกัน นายกฯ พยายามหามาตรการออกมาช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนเรื่องเปิดประเทศไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายแต่ทุกอย่างก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย ทั้งนี้ นายกฯ ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการบริหารจัดการวัคซีนนั้นตนเองย้ำเช่นเคยว่านายกฯ ได้เร่งจัดหาวัคซีนและให้เข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่งตั้งแต่ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ไปจนถึงสิ้นปีในทุกเดือนจะมีวัคซีนทยอยเข้ามาเพื่อฉีดให้ประชาชนคนไทยให้ได้ตามแผนที่วางเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายพานทองแท้เป็นเด็ก เป็นลูกคุณหนู ไม่ต้องมาพูดในลักษณะที่เป็นการสอนนายกฯ หรอก เพราะนายพานทองแท้ไม่เข้าใจถึงหัวอกคนที่มีรายได้น้อยหรอก แต่นายกฯ เข้าใจถึงประชาชนทุกคนดี และรู้ว่าสถานการณ์เช่นนี้จะต้องทำเช่นไรเพื่อที่จะช่วยให้ประชาชนในประเทศบรรเทาความเดือดร้อน ได้กินดีอยู่ดี ที่นายพานทองแท้บอกนายกฯ กู้เงินมาแจกชาวบ้าน ผมเชื่อว่ากู้มาแจกเยียวยาชาวบ้านดีกว่ากู้เอามาใส่กระเป๋าตัวเองจนครอบครัวญาติพี่น้องร่ำรวยยกันถ้วนหน้า ชาวนาถูกโกงเดือดร้อนกันมากมายผูกคอตายไปหลายคน ทำไมนายพานทองแท้จึงลืมง่ายจัง ผมเชื่อมั่นว่าประชาชนเข้าใจเรื่องนี้ดีว่างบประมาณต่างๆ ที่ออกมานั้นนำไปช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้นำเงินมาเพื่อที่จะโกงกินนำไปเป็นสมบัติส่วนตัวหรือญาติพี่น้อง จนร่ำรวยมหาศาล โดยไม่ถึงมือประชาชน พร้อมกันนี้ ผมยังขอเตือนนายพานทองแท้เช่นเดียวกันว่าอย่ามัวแต่เอาเวลามาพูดหรือกล่าวหานายกฯ เลย ขอให้เอาเวลาไปดูแลพ่อและอาของนายพานทองแท้ เพราะเป็นผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีไปต่างประเทศจะดีกว่า&amp;rdquo; นายเสกสกลกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100175</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพานทองแท้ ชินวัตร, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, เงินกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607c44944c3ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กปชป.&#039; ชี้ช่องรื้อคดี &#039;โอ๊ค พานทองแท้&#039; ฟอกเงินกรุงไทย บี้ อสส.กวาดบ้านตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เชาว์&amp;rdquo; ชี้ช่อง รื้อคดี &amp;ldquo;โอ๊ค&amp;rdquo; เชื่อยื่นอุทธรณ์ใหม่ได้ ยกคำวินิจฉัยอัยการสูงสุดที่ 41/2533-เทียบคำพิพากษาศาลฎีกา ระบุชัด การชี้ขาดคดีเป็นอำนาจเฉพาะตัวของ อสส. มอบใครทำแทนไม่ได้ คำสั่งรอง อสส.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แนะ ดีเอสไอ ยื่นศาลปกครองสั่งเพิกถอน บี้ อสส.กวาดบ้านตัวเอง ก่อนความน่าเชื่อถือของระบบยุติธรรมตั้งต้นจะล้มละลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 - นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ชี้ช่องข้อกฎหมาย จุดตาย คดี &amp;ldquo;โอ๊ค พานทองแท้&amp;rdquo; ที่จะต้องนับหนึ่งใหม่ คดีนายพานทองแท้ ชินวัตร จำเลยคดีทุจริตฟอกเงินแบงค์กรุงไทยปล่อยสินเชื่อให้บริษัทในเครือกฤษฎามหานคร โดยมีเช็คเงินลงชื่อนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารบริษัที่ได้สินเชื่อจากแบ๊งค์กรุงไทยจำนวน 10 ล้านบาท เข้าบัญชีนายพานทองแท้ ที่ศาลอาญาคดีทุจริตพิพากษายกฟ้อง ซึ่งต่อมานายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด มีคำสั่งชี้ขาดใม่ยื่นอุทธรณ์ ทั้ง ๆ ที่อธิบดีดีเอสไอมีความเห็นแย้งให้อุทธรณ์และผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนมีความเห็นแย้งให้ลงโทษจำคุกนายพานทองแท้ แต่คดีกลับจบลงด้วยการใช้ดุลพินิจของรองอัยการสูงสุด ทำให้คดีถึงที่สุดตามกฎหมาย สร้างความเคลือบแคลงสงสัยในการสั่งคดีของรองอัยการสูงสุดจนมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีนักกฎหมายหลายคนได้นำเรื่องนี้ไปยื่นต่อปปช.และยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้เอาผิดรองอัยการสูงสุดฐานปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบตามปอ.157 แต่ผมเห็นว่ายังมีประเด็นหนึ่งที่หลายคนไม่เคยมีคนพูดถึงเลยคือ เรื่องอำนาจการชี้ขาดความเห็นแย้งหรืออำนาจในการสั่งคดี ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้ให้เป็นอำนาจของอัยการสูงสุด ที่ถือเป็นดุลพินิจเฉพาะตัวเฉพาะตำแหน่งทางกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะและไม่อาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทนได้ ตามคำวินิจฉัยอัยการสูงสุดที่ 41/2533 และเทียบเคียงแนวคำสั่งฎีกาที่ 30/2542 นอกจากนี้ยังเทียบเคียงได้กับเรื่องการรับรองอุทธรณ์หรือฎีกาตามป.วิอาญาซึ่งในชั้นอุทธรณ์และฎีกาจะแยกอำนาจของอธิบดีอัยการหรืออัยการสูงสุดระบุไว้แจ้งชัดดังนั้นการสั่งคดีชี้ขาดความเห็นแย้งของนายเนตร รองอัยการสูงสุด ถึงแม้จะอ้างว่าได้รับมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด ก็ไม่สามารถกระทำได้ เพราะขณะสั่งคดีนายเนตรไม่ใช่อัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงขอเสนอให้อธิบดีดีเอสไอในฐานะพนักสอบสวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนำประเด็นนี้ไปยื่นต่อศาลปกครอง เพื่อให้เพิกถอนคำชี้ขาดไม่อุทธรณ์ของรองอัยการสูงสุดดังกล่าวเสีย เนื่องจากเป็นคำสั่งที่สั่งโดยไม่มีอำนาจจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้อัยการสูงสุดทำความจริงประเด็นนี้ให้กระจ่าง ตามแนวคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุด เพราะเรื่องนี้หลักสำคัญไม่ได้อยู่ที่คำสั่งชี้ขาดไม่อุทธรณ์แต่อยู่ที่คนชี้ขาดไม่มีอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งหมดเป็นความเห็นในฐานะนักกฎหมายที่ไม่ต้องการเห็นความเสื่อมเกิดกับองค์กรอัยการ ซึ่งเป็นทนายของแผ่นดิน และเพื่อรักษาหลักนิติธรรมของบ้านเมือง ต่อจากนี้เป็นหน้าที่ของดีเอสไอในฐานะเจ้าของสำนวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องเดินเรื่องต่อเพื่อเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ซึ่งจะเป็นช่องทางให้คดีกลับเข้าสู่สถานะเดิมในอำนาจชี้ขาดของอัยการสูงสุดตามกฎหมาย คดีจะได้ขึ่นสู่การพิจารณาของศาลสูงตัดสินให้สิ้นกระแสความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอัยการสูงสุดก็ต้องไม่ละเลยประเด็นนี้ต้องดำเนินการทุกอย่างแบบตรงไปตรงมา เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ให้สาธารณชนรับทราบ การชี้ขาดคดีที่ยังเป็นปัญหาให้ถึงที่สุดลงดื้อๆ ทั้งที่มีความเห็นแย้งทั้งผู้พิพากษาและอธิบดีดีเอสไอ อย่าให้ใครกล่าวหาได้ว่า พอเป็นคดีคนรวยแล้วเป่ากันได้ง่าย ๆ เพราะมิฉะนั้นจะทำให้ความน่าเชื่อถือต่อสถาบันอัยการล้มละลายในสายตาของประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70335</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงินกรุงไทย, นายพานทองแท้ ชินวัตร, เชาว์ มีขวด, โอ๊ค พานทองแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efd9c6c606ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เดอะแจ๊ค&#039;ถามอัยการ-ดีเอสไอ ไม่อุทธรณ์คดี&#039;โอ๊ค&#039;ฟอกเงินกรุงไทยจริงหรือไม่?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.63- นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2563 ได้ส่งหนังสือสอบถามความคืบหน้าคดีฟอกเงินกรุงไทย กรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ รับเช็ค 10 ล้านบาท ถึงนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด, นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม มีเนื้อหาสรุปได้ว่า ตามที่สื่อมวลชนมีการตั้งข้อสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ราชการของดีเอสไอ ตนได้ติดตามคดีนี้มาตั้งแต่ขณะเป็น ส.ส. โดยยึดหลักยุติธรรมและประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ และเป็นคดีที่สนใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียนถามอัยการสูงสุด/อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่า 1.สถานะของคดีนี้ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนใด 2.อัยการสูงสุด/ดีเอสไอ จะอุทธรณ์คดีนี้หรือไม่ อย่างไร จึงขอให้สำนักงานอัยการสูงสุด/ดีเอสไอ รีบดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนต่อไป และโปรดแถลงข้อสงสัยของประชาชนโดยด่วนที่สุด แม้ว่าจะอยู่ในช่วงโรคโควิด-19 ระบาดก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักนิติรัฐและนิติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ส่งหนังสือสอบถามอัยการสูงสุดอย่างเป็นทางการแล้ว ยังไม่คืบหน้าประการใด แต่มีกระแสข่าวว่าอัยการสูงสุดเห็นชอบกับการไม่อุทธรณ์คดีของนายพานทองแท้ ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ เพราะคดีนี้เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ การสั่งไม่อุทธรณ์คดีดังกล่าวยึดหลักการอะไร ชอบด้วยหลักนิติรัฐนิติธรรมหรือไม่ ควรแถลงเรื่องนี้ให้โปร่งใสกับสาธารณชน เพราะเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับนายทักษิณ ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการอนุมัติสินเชื่อให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร กลับปรากฏว่าถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุกจำนวนหลายสิบคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยากฝากท่านวงศ์สกุล อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน กรุณาถามนายวิโรจน์ นวลแข (อดีต) ประธานบอร์ดธนาคารกรุงไทย ดูว่าท่านจุลสิงห์ (วสันตสิงห์) อัยการสูงสุดก่อนหน้าท่าน รับปากอะไรนายวิโรจน์ไว้หรือไม่ และทำได้หรือไม่ แล้วคดีนั้นเกี่ยวพันกับคดีนายพานทองแท้หรือไม่ ชะตากรรมที่นายวิโรจน์กับพวกได้รับหรืออะไร เพื่อเป็นอุทาหรณ์&amp;rdquo; นายวัชระ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63097</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีกู้กรุงไทย, นายพานทองแท้ ชินวัตร, นายวัชระ เพชรทอง, อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8fe7f7b84a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุ๊งอิ๊งค์&#039;เบิร์ดเดย์&#039;พี่โอ๊ค&#039;ขอให้เข้มแข็งต่อเหตุการณ์และมารผจญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:FB&amp;nbsp;Ing Shinawatra&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.62-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊งค์ บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;
Ing Shinawatra&amp;quot; อวยพรวันเกิดให้พี่ชายนายพานทองแท้ ชินวัตร ระบุว่า Happy birthday พี่ชายสุดที่love คนเดียวของน้อง ขอให้พี่โอ๊คมีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง เข้มแข็งหนักแน่น ต่อเหตุการณ์ และมารผจญในชีวิต พี่โอ๊ครู้อยู่แล้วว่าพี่มีครอบครัวที่รักพี่โอ๊คมากกกกกก (กไก่ล้านตัว) พวกเราก็จะอยู่ตรงนี้ เป็นฟูกนุ่มนิ่มให้กันและกันเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอบคุณความกล้าหาญ เข้มแข็งและหนักแน่นของพี่ชายในทุกๆเรื่องสมกับเป็นพี่ชายคนโตของบ้าน และความน่ารักกวนประสาทสมเป็นน้องชายคนเล็ก ในเวลาเดียวกัน we love you so much!!!! Don&amp;rsquo;t you ever forget that!! #รักเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ41ขวบแล้วคับ!!!!!&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51558</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.แพทองธาร ชินวัตร, นายทักษิณ ชินวัตร, นายพานทองแท้ ชินวัตร, มารผจญ, อวยพรวันเกิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de4694d4ff1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;เชื่อศาลยกฟ้อง&#039;โอ๊ค&#039;เพราะถูกแกล้ง!แนะอ่านรามเกียรติ์เสียบ้างจะได้ไม่ถูกหลอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.62- นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า ศาลยกฟ้องพานทองแท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีความผิดฐานฟอกเงิน!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำใดเป็นความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามีการดำเนินคดีกับการกระทำนั้นอย่างตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย่อมเป็นการชอบธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าเขาไม่ผิดแล้วไปกลั่นแกล้งกล่าวหาว่ากระทำความผิดในที่สุดศาลก็ต้องยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พานทองแท้เอง ก็ควรจะ อ่านรามเกียรติ์เสียบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทศกัณฐ์ถอดดวงใจแล้วเอาไปฝากพระฤาษีช่วยดูแล ยังไม่วายที่จะถูกหลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วนี่เอากล่องดวงใจไปวางไว้กลางสนามหลวง ก็ต้องโดนตีนบ้างอย่างนี้แหละ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51122</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลั่นแกล้ง, นายพานทองแท้ ชินวัตร, นายไพศาล พืชมงคล, รามเกียรติ์, ศาลยกฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc0ca4e2c04f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 07:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 07:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เราและนาย!&#039;เสก&#039;โพสต์ถึงลูกชายทักษิณ &#039;ผมให้กำลังใจโอ๊คนะ จากหัวใจ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
1 ต.ค.62- &amp;nbsp;เสก โลโซ นักร้องและนักดนตรีเพลงร็อคผู้อื้อฉาว โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก SEK LOSO &amp;nbsp;ให้กำลังใจ โอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร ว่า&amp;ldquo;ผมให้กำลังใจโอ๊คนะ จากหัวใจ...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเขายังโพสต์ว่า อย่าเอาวีดีโอตอนผมป่วยมาตัดต่อ ตอนนั้นผมป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนนี้นายพานทองแท้ถูกวิจารณ์อย่างหนักหลังไปให้การกับศาลคดีฟอกเงิน โดยนายพานทองแท้มีท่าทีที่แปลกไป ทั้งการพูด และท่าทาง รวมทั้งสภาพร่างกาย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47004</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพานทองแท้ ชินวัตร, เสก โลโซ, โอ๊ค, ให้กำลังใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d9297a52f174.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต่สวนคดีกู้กรุงไทย&#039;ป.ป.ง.&#039;ยัน &#039;โอ๊ค&#039;ร่วมฟอกเงิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24 ก.ย.62-ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลไต่สวนพยานโจทก์นัดแรก คดีฟอกเงินกู้แบงก์กรุงไทย อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร อายุ 39 ปี บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 จากกรณีนายพานทองแท้รับโอนเงินเป็นเช็คจำนวน 10 ล้านบาทเข้าบัญชี ซึ่งมีการกล่าวหาว่าเงินนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำจากการทุจริตปล่อยกู้สินเชื่อระหว่างธนาคารกรุงไทยฯ กับเอกชนกลุ่มกฤษดามหานคร ที่มีนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อายุ 80 ปี ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของนายวิชัย และอดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ตกเป็นจำเลยในคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้จำคุกนายวิชัยและนายรัชฎา บุตรชายคนละ 12 ปีร่วมกับพวก โดยในส่วนของนายวิชัย, นายรัชฎา และกลุ่มอดีตกรรมการบริษัทเอกชนในเครือกฤษดา รวม 6 คนนั้น ก็ถูกอัยการยื่นฟ้องความผิดฟอกเงินการทุจริตปล่อยกู้ดังกล่าวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเช่นกันด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ในชั้นศาล นายพานทองแท้ จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นที่ได้ร่วมลงทุนกับนายรัชฎา บุตรชายของนายวิชัย อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยช่วงเช้าศาลได้ไต่สวนพยานอัยการโจทก์ 1 ปากเสร็จสิ้นคือ นายสุนทรา พลไตร ผู้อำนวยการส่วนบริหารทรัพย์สิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ในฐานะผู้กล่าวหาคดีนี้ ได้เบิกความตอบคำถามศาลสรุปว่า ในการตรวจสอบคดีนี้ช่วงปี 2559-2560 พยานเป็นผู้อำนวยการส่วนข้อมูลคดีและมาตรการพิเศษทางกฎหมาย ป.ป.ง. โดยได้ตรวจสอบเอกสารจากการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่พยานเห็นว่ามีการร่วมกันฟอกเงินระหว่างจำเลยกับนายวิชัย กฤษดาธานนท์ เนื่องจากมีการรับโอนและโยกย้ายเงินในหลายบัญชี ซึ่งในส่วนของจำเลยมีการนำเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพต่างสาขาระหว่างบางพลัดและซอยอารีย์ ขณะที่ทั้งสองก็ไม่ได้มีนิติสัมพันธ์ใดๆ กันทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังพบว่าจำเลยได้โอนเงิน 10 ล้านบาทคืนนายวิชัย เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้บริหารธนาคารกรุงไทย และนายวิชัย เมื่อปี 2548&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการระบุว่าจำเลยทำธุรกิจรถยนต์กับนายรัชฎานั้น ก็ไม่น่าเชื่อถือ โดยการตรวจสอบเชื่อว่าการรับโอนเงินระหว่างจำเลยและนายวิชัย เป็นการให้ค่าตอบแทนบางประการ หลังจากที่นายวิชัยได้รับเงินปล่อยกู้จากธนาคารกรุงไทย ซึ่งบิดาของจำเลย คือนายทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และการตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้นก็ดูจากต้นเงิน ที่เมื่อธนาคารกรุงไทยได้ปล่อยกู้ให้กับบริษัทโกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค แล้ว จนผ่านไปถึงนายวิชัย จากนั้นจำเลยก็ได้รับเช็คโอนเงินเข้าบัญชี 10 ล้านบาท จากนายวิชัย ส่วนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษายกฟ้องนายทักษิณจากคดีอนุมัติให้ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้นั้น จะด้วยเหตุผลใด อย่างไร พยานไม่ทราบ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องในคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อพยานโจก์ปากแรกเบิกความเสร็จช่วงเที่ยงเศษ ศาลได้นัดไต่สวนพยานโจทก์ปากที่ 2 ในเวลา 13:30 น. อีกทั้งในวันนี้ นายพานทองแท้ได้ยื่นคำให้การใหม่เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังนายพานทองแท้ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ที่ตนได้ยื่นคำให้การใหม่นั้น เป็นการเพิ่มเติมหลังจากมีเหตุการณ์ที่ทำให้เปลี่ยนแปลงแนวทางการต่อสู้คดี จึงเลือกให้การใหม่ทั้งหมด แต่ยังคงปฎิเสธข้อกล่าวหา โดยในวันพฤหัสบดีที่ 26 ก.ย.นี้ ตนจะขึ้นเบิกความนัดไต่สวนพยานจำเลยซึ่งมีตนเพียงปากเดียว เบิกความในประเด็นเรื่องการลงทุนและเงินจำนวน 10 ล้านบาท ว่านำไปใช้จ่ายอะไร เพื่อให้ศาลเข้าใจว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่ และที่ผ่านมาตนเองยังไม่เคยขึ้นเบิกความ จึงยังไม่ได้ให้ข้อมูลกับศาล แต่ยืนยันเจตนาไม่เคยฟอกเงินตามข้อกล่าวหาตั้งแต่แรกเริ่มที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดี และหากศาลกรุณาอ่านก็จะเข้าใจ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46481</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดคีกรุงไทย, นายพานทองแท้ ชินวัตร, นายสุนทรา พลไตร, ป.ป.ง., ฟอกเงิน, วิชัย กฤษดาธานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89bb1c2da63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
