<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พิพัฒน์” แจง “ภูเก็ต” เร่งยกระดับมาตรการคุมเข้มสกัดโควิด 19   เผยนักท่องเที่ยว “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” สะสม 35 วันแรกทะลุ 1.6 หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;rdquo; แจง &amp;ldquo;จังหวัดภูเก็ต&amp;rdquo; ยกระดับมาตรการคุมเข้มสกัดการระบาดของโควิด-19 หวังกดยอดผู้ติดเชื้อภายในภูเก็ตให้ลดลงต่อเนื่อง ด้านโครงการ &amp;ldquo;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; สถิตินักท่องเที่ยวสะสม 35 วันนับตั้งแต่เปิดโครงการ ฯ ทะลุ 1.6 หมื่นคน หนุนยอดจองโรงแรมในภูเก็ตช่วงไตรมาส 3 เฉียด 3.3 แสนคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ประกาศให้จังหวัดภูเก็ตถูกจัดอยู่ในพื้นที่ควบคุม (พื้นที่สีส้ม) ประกอบกับทางจังหวัดภูเก็ตได้ยกระดับมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่อย่างเข้มข้นมากขึ้นเพื่อลดยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ อาทิ &amp;ldquo;มาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตจากในประเทศ&amp;rdquo; ซึ่งไม่เพียงแค่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตามที่กำหนดแล้วเท่านั้น แต่ยังต้องแสดงผลการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR หรือ Antigen Test ซึ่งยืนยันผลเป็นลบไม่เกิน 72 ชั่วโมงนับตั้งแต่วันที่ได้รับการตรวจด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ทางจังหวัดภูเก็ตยังประกาศ &amp;ldquo;มาตรการปิดสถานที่ หรือห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค&amp;rdquo; ทั้งการลดการรวมกลุ่มทำกิจกรรมมากกว่า 50 คน ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มให้บริโภคในร้านได้ตามปกติ โดยงดการจำหน่ายและงดดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน รวมถึงปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค เช่น ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานบันเทิง และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ทุกแห่งในท้องที่จังหวัดภูเก็ตเป็นการชั่วคราวต่อไปส่วนห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ ยกเว้นส่วนที่เป็นตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม สวนสนุก ให้งดบริการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทั้ง 2 มาตรการของจังหวัดภูเก็ต มีผลตั้งแต่วันที่ 3-16 สิงหาคมนี้ เป้าหมายคือการกดยอดผู้ติดเชื้อภายในจังหวัดภูเก็ตให้ลดลงอย่างต่อเนื่องภายใน 14 วันดังกล่าว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านรายงานข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า จากการรวบรวมสถิติ 7 วันล่าสุด ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;29 กรกฎาคม &amp;ndash; 4 สิงหาคม 2564 พบยอดผู้ติดเชื้อใหม่รวม 297 คน แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อจากในประเทศ 283 คน และผู้ติดเชื้อที่คัดกรองพบจากโครงการ &amp;ldquo;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; อีก 14 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วเดินทางเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สะสม 35 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม &amp;ndash; 4 สิงหาคมที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวน 16,060 คน ไม่พบผู้ติดเชื้อ 16,014 คน รอผลตรวจ 3 คนคัดกรองพบผู้ติดเชื้อรวม 43 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ยอดการจองห้องพักโรงแรมในภูเก็ตที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและสุขอนามัย SHA+&amp;nbsp;ช่วงไตรมาส 3 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้ มีจำนวน 329,628 คืน แบ่งเป็นเดือนกรกฎาคม 190,843 คืน เดือนสิงหาคม 126,222 คืน และเดือนกันยายน 12,563 คืน และเมื่อรวมยอดการจองห้องพักตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 &amp;ndash; กุมภาพันธ์ 2565 มีจำนวน 337,612 คืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จุดประสงค์ของการยกระดับมาตรการต่าง ๆ เพื่อคุมเข้มการระบาดของโรคโควิด-19 จากระดับเบาไปหนักนั้น เป็นไปเพื่อช่วยสร้างความปลอดภัยแก่ทั้งจังหวัดภูเก็ต ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และประเทศไทย ให้สามารถเดินหน้ากิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ควบคู่ไปกับการควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านโครงการ &amp;ldquo;สมุย พลัส โมเดล&amp;rdquo; เปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วสู่พื้นที่ 3 เกาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ยืนยันว่าไม่ได้มีการชะลอหรือยุติโครงการ โดยทางศบค.ก็ได้ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีการทบทวนการดำเนินงานในระยะต่อไปให้มีความรอบคอบและพิจารณาตามสถานการณ์การแพร่ระบาดด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประเมินผลตอบรับเบื้องต้นไว้แล้วว่าจะยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามามากนัก เพราะติดข้อจำกัดด้านการเดินทาง นักท่องเที่ยวต้องต่อเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิมาเกาะสมุยอีกที ต่างจากโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่สายการบินทำการบินระหว่างประเทศตรงเข้าสนามบินภูเก็ตเลย โดยจากรายงานสถิติของโครงการสมุย พลัส โมเดล ตั้งแต่เปิดโครงการฯเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมจนถึง 4 สิงหาคมที่ผ่านมาระบุว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมบนเกาะสมุย 167 คน เกาะพะงัน 8 คน และเกาะเต่า 6 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112350</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, RT-PCR, SHA+, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, จังหวัดภูเก็ต, นายณรงค์ วุ่นซิ้ว, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ, ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, มาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตจากในประเทศ, มาตรการปิดสถานที่ หรือห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค, มาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและสุขอนามัย, ยกระดับมาตรการคุมเข้ม, สมุย พลัส โมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610be91a4b10a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมุยพร้อมเดินหน้าเปิด Samui Plus ชูบรรยากาศ 3 เกาะสวยมัดใจ มั่นใจมาตรการสาธารณสุขเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมุยพร้อมเดินหน้าเปิด &amp;ldquo;สมุย พลัส&amp;rdquo; มั่นใจมาตรการสาธารณสุขเข้ม ชูบรรยากาศ 3 เกาะสวยสมุย-พะงัน-เกาะเต่า มัดใจนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันผู้ประกอบการในพื้นที่ก็มีการยกระดับมาตรฐานสู่ Sha Plus เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้มาเยือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมุย พลัส&amp;nbsp; SAMUI Plus หรือการเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปยังเกาะสมุย -เกาะพะงัน-เกาะเต่าเป็นการขยายผลต่อจากมาตรการ Phuket Sandbox โครงการนำร่องด้านการท่องเที่ยวได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง เน้นให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข เพื่อให้ เดินทางมาแล้วปลอดภัย มีความสุข ได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการท่องเที่ยวในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี นายแพทย์มนู ศุกลสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด สุราษฎร์ธานี และนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. ร่วมกันแถลงถึงความพร้อมของพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ตามโครงการสมุย พลัส (SAMUI Plus)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายแพทย์มนู ศุกลสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกันแถลงถึงความพร้อมของพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตามโครงการสมุย พลัส (SAMUI Plus) เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว หลังซบเซาจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 มาเป็นเวลายาวนาน ในThe Seen Beach Club เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า&amp;nbsp; จากนโยบายของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องการให้เปิดประเทศให้ได้ภายใน 120 วัน โดยทยอยเปิดในพื้นที่ที่มีความพร้อมก่อน และได้เริ่มดำเนินการที่จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดแรก ภายใต้โครงการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต หรือ Phuket Sandbox เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ พื้นที่เป็นเป้าหมายลำดับถัดไป คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เฉพาะเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ซึ่งเริ่มเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในชื่อโครงการสมุย พลัส หรือ SAMUI Plus โดยวางมาตรการทั้งด้านสาธารณสุข การเดินทาง และการตลาดไว้อย่างรัดกุม เพื่อให้การเปิดพื้นที่ในครั้งนี้ สามารถสร้างความประทับใจและดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวให้เดินทาง อีกทั้ง สร้างความเชื่อมั่นด้านสาธารณสุขให้กับชาวเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่าได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้าน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการ SAMUI Plus เริ่มดำเนินการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 เป็นพื้นที่ที่ 2 ถัดจากจังหวัดภูเก็ต โดยดำเนินการใน &amp;nbsp;&amp;nbsp;3 เกาะ ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ซึ่งมีความสวยงาม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ ททท. ประสานกับภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในการวางแผนและดำเนินการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน 10 ขั้นตอน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดียิ่งทำให้การดำเนินโครงการราบรื่นและเข้มแข็ง ได้แก่ แผนการทำความเข้าใจถึงมาตรการรองรับและฝึกอบรมผู้ประกอบการ แผนการรองรับสถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ แผนประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร แผนการคัดกรองเกี่ยวกับขาเข้า ทางเครื่องบิน ทางเรือ และทางบก แผนการควบคุม ดูแลความปลอดถัย ภายในและภายนอกสถานประกอบการ แผนการขนส่ง ลำเลียงการเดินทางนักท่องเที่ยวและผู้ป่วยทางเครื่องบิน ทางเรือ และทางบก แผนการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น แผนการติดตามและประเมินผล แผนบริหารจัดการขยะ และแผนการส่งเสริมการตลาด&amp;nbsp; ซึ่งมั่นใจว่าแผนดำเนินการดังกล่าว จะสามารถทำให้โครงการ SAMUI Plus ประสบผลสำเร็จทั้งเชิงรายได้ ความมั่นใจด้านสาธารณสุข และการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยคาดการณ์ว่าเมื่อผ่านไป 1 เดือน คือ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2564 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 1,000 คน สร้างรายได้ประมาณ 180,000,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ททท. ได้มีแผนการประชาสัมพันธ์โดยได้เชิญสื่อมวลชน เซเลบริตี้ และอินฟลูเอ็นเซอร์ จากทั่วโลกให้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าประทับใจ พร้อมทั้งทดสอบสินค้าทางการท่องเที่ยว แล้วถ่ายทอดไปยังผู้ชม ผู้ติดตาม แฟนเพจ&amp;nbsp; รวมทั้ง เชิญนักธุรกิจจากบริษัทชั้นนำ เพื่อมาเจรจาธุรกิจหรือลงทุนในเกาะสมุย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;บรรยากาศเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังเกาะสมุยในเที่ยวบินแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำหรับวันแรกของการเปิดโครงการฯ (15 กรกฎาคม 2564) มีผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาจำนวนรวม 9 คน ล้วนเป็นสื่อมวลชนที่ ททท. ได้เชิญเพื่อให้สัมผัสการบริหารจัดการของโครงการ SAMUI Plus โดยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของบางกอกแอร์เวย์สเที่ยวบิน PG 5125 กรุงเทพฯ &amp;ndash; สมุย เวลา 11.10 น. จำนวน 5 คน จากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี เที่ยวบินที่ 2 PG 5171 ถึงสมุย เวลา 18.15 น. จำนวน 4 คนจากสิงคโปร์และฮ่องกง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำหรับเกณฑ์การรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติที่เดินทางจากต่างประเทศเพื่อเข้าโครงการ&amp;nbsp; SAMUI Plus คือ ต้องมาจากประเทศหรือพื้นที่ที่ได้รับอนุมัติจาก ศบค. ซึ่งพิจารณาจากหลักเกณฑ์ประกาศของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งผ่านการเสนอจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและ ททท. โดยมีหนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (COE) &amp;nbsp;มีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าปลอดเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง มีกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาล หรือหลักประกันอื่นใด ซึ่งรวมถึงกรณีโรคโควิด-19 ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 เหรียญสหรัฐฯ รวมทั้ง มีเอกสารหรือหลักฐานรับรองการรับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนด ไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนเดินทาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะสมุยในวันแรกของการเปิดโครงการสมุย พลัส (SAMUI Plus)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีนต้องเดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองหรือผู้ดูแลและให้มีใบรับรองแพทย์&amp;nbsp; เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงประเทศไทยจะต้องถูกตรวจคัดกรองโดยวิธี RT-PCR อีก 3 ครั้ง ครั้งแรก ในวันที่เดินทางมาถึง ครั้งที่ 2 ในวันที่ 6 - 7 และครั้งที่ 3 ในวันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 12 - 13 โดยเมื่ออยู่ครบ 14 วัน จึงจะเดินทางไปพื้นที่อื่นของประเทศไทยได้ ส่วนนักท่องเที่ยวที่ต้องการออกจากประเทศไทยก่อนอยู่ครบ 14 วัน จะต้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในส่วนการพำนักภายในโครงการ SAMUI Plus นั้น นักท่องเที่ยวต้องเข้าพักในโรงแรมที่ Samui Extra Plus Hotels ซึ่งเป็นโรงแรมระดับมาตรฐาน AQ บนเกาะสมุยเท่านั้น หากผลการตรวจครั้งแรกเป็นลบ จึงสามารถออกจากห้องพักและทำกิจกรรมภายในบริเวณของโรงแรมได้ (Chill at Hotel) &amp;nbsp;ในวันที่ 4 &amp;ndash; 7 สามารถเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทางตามโปรแกรมท่องเที่ยวโดยบริษัทนำเที่ยวที่ผ่านการอบรม ในเส้นทางที่กำหนดเป็นการเฉพาะ หรือ Sealed Route &amp;nbsp;มี 3 ประเภท ได้แก่ 1.เส้นทางธรรมชาติ 2.การล่องเรือ 3.กิจกรรมเชิงสุขภาพ ( Wellness and Spa ) &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในวันที่ 8 &amp;ndash; 14 &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถเปลี่ยนโรงแรมได้ แต่เป็นโรงแรมได้รับเครื่องหมาย SHA Plus ทั้งบนเกาะสมุย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกาะพะงัน และเกาะเต่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ ยังมีมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวเพิ่มเติมที่นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติ อาทิ การให้นักท่องเที่ยวติดตั้งแอปพลิเคชั่น Thailand Plus แอปพลิเคชั่น หมอชนะ และลงทะเบียนเพื่อเข้าพื้นที่ อำเภอเกาะสมุย ผ่านทาง healthpass.smartsamui.com รวมไปถึงการนำระบบ SHA Manager มาใช้ เพื่อให้มีผู้สามารถตอบคำถามและคอยดูแลนักท่องเที่ยว พร้อมรายงานปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp; เพื่อให้สามารถให้การช่วยเหลือและแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที รวมไปถึงชาวเกาะสมุย ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภาครัฐและภาคเอกชน ยังให้ความร่วมมือร่วมใจเป็นอย่างดี ได้มีการกำหนด SOP ให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติอย่างละเอียด ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวและชาวเกาะสมุยได้ปลอดภัยจากการติดเชื้อและป้องกันการแพร่เชื้อระหว่างกัน ส่งผลให้สามารถบริหารทรัพยากรด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายรัชชพล พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวในนามของชาวสมุยว่า ชาวเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางมาเยือน เพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อนและได้ผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม ทำกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สนุกตื่นเต้น ชิมอาหารรสเลิศ และรับการบริการที่ดีเยี่ยม เราหวังว่าการดำเนินโครงการ SAMUI Plus ในครั้งนี้ จะช่วยฟื้นคืนบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาให้ชาวเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่าได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในส่วนของนักท่องเที่ยวคนไทยหรือผู้ที่พำนักในประเทศไทยนั้น สามารถติดตามมาตรการการเข้าและออกเกาะสมุยได้จากเฟสบุคแฟนเพจ :&amp;nbsp; ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเกาะสมุย (www.facebook.com/covidcenterkohsamui)&amp;nbsp; และค้นหาสถานประกอบการที่ได้มาตรฐาน SHA และ SHA Plus ได้ที่ https://www.thailandsha.com ทั้งนี้ ผู้ประกอบการบนเกาะสมุย เกาะเต่า และเกาะพงัน ได้รับเครื่องหมาย SHA Plus รวม 160 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2564)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานเกาะสมุย&amp;nbsp; (เกาะสมุย เกาะพะงัน และ เกาะเต่า)&amp;nbsp; Facebook : TAT Koh Samui x Koh Phangan x Koh Tao&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

ท่องเที่ยวสมุยอุ่นใจ มาตรการสาธารณสุขเข้มแข็ง

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบ Samui Plus Model&amp;nbsp; มีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับ SOP (Standard Operation Procedures) เช่น พนักงานขับเรือ/รถ ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว กิจการ Wellness พนักงานโรงแรมส่วนหน้า SHA Plus Manager อาสาสมัครโรงแรม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จังหวัดได้สนับสนุนงบพัฒนาจังหวัดให้วิทยาลัยนานาชาติ เพื่อการท่องเที่ยวเกาะสมุย จัดอบรมให้ความรู้ในการดูแลความปลอดภัยด้านสาธารณสุข การต้อนรับ ดูแลนักท่องเที่ยวและการให้บริการที่ดีด้วย และได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติ Command Center จำนวน 4 ศูนย์ โดยมีทั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัดและอำเภอ มีการกำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำหรับผู้ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย อำเภอเกาะพะงัน และเกาะเต่า โดยออกคำสั่งจังหวัดเพื่อควบคุม กำกับ ได้แก่ มาตรการก่อนเดินทางเข้าไปในพื้นที่ รวมถึงการเดินทางในพื้นที่ต้องเป็นไปตามรูปแบบ Samui Plus Model มีการกำหนดท่าเทียบเรือ เพื่อมิให้ใช้ร่วมกับเรือสาธารณะ จำนวน 3 ท่าเทียบเรือ คือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ท่าเทียบเรือหน้าพระลาน ท่าเทียบเรือท้องศาลา และท่าเทียบเรือบ้านแม่หาด และได้มีแผนเผชิญเหตุไว้ 3 ระดับ คือ รุนแรงน้อย กรณีพบประชาชนในพื้นที่ติดเชื้อมากกว่า 20 ราย รุนแรงปานกลาง กรณีพบกระจายเชื้อ 3 คลัสเตอร์ ที่เกี่ยวเนื่องภายใน 2 สัปดาห์ และรุนแรงสูงสุด กรณีนักท่องท่องเที่ยวติดเชื้อจากโครงการมากกว่า 40 คน ภายใน 2 สัปดาห์ และมีการระบาดวงกว้างยากต่อการควบคุมให้กลับสู่สภาวการณ์ปกติ และได้ขอความร่วมมือประชาชน ผู้ประกอบการเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายแพทย์มนู ศุกลสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า เป็นพื้นที่ขนาดเล็ก มีบุคคลากรและสถานพยาบาลที่จำกัด จึงต้องวางมาตรการทางสาธารณสุขอย่างรัดกุม โดยแยกเป็น 5 ส่วนการดำเนินการได้แก่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขั้นตอนที่ 1. การคัดกรอง ได้เตรียมความพร้อมของทีมคัดกรองสนามบิน ประกอบด้วย ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ โรงพยาบาลเกาะสมุย&amp;nbsp; สสอ.เกาะสมุย&amp;nbsp; สนามบินสมุยและสายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีการบูรณาการร่วมกันในการคัดกรองนักท่องเที่ยวก่อนเดินทางเข้าพื้นที่ และดำเนินการคัดกรองตามขั้นตอน ได้แก่ การตรวจวัดอุณหภูมิโดยเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พร้อมทั้งตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้องของเอกสาร&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกคำสั่งการกักกันตัวในโรงแรม Samui Extra plus ภายใต้ Samui Plus Model เป็นเวลา 14 วัน และหากเอกสารไม่ถูกต้องจะถูกปฏิเสธการเข้าราชอาณาจักร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขั้นตอนที่ 2. AQ การเตรียมความพร้อม โดยนายอำเภอเกาะสมุยได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจประเมินสถานที่กักกันโรคแห่งรัฐทางเลือกอำเภอเกาะ สมุย ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รพ.เกาะสมุย สสอ.เกาะสมุย ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย เทศบาลนครเกาะสมุย สมาคมท่องเที่ยว สมาคมโรงแรม คณะกรรมการชุมชนและตัวแทนภาคประชาชน&amp;nbsp; สื่อสารมวลชน&amp;nbsp; โดย 1. มีการเปิดรับสมัครโรงแรมและวิลล่า Samui Extra plus&amp;nbsp; 2. แล้วลงพื้นที่ โรงแรมและวิลล่า Samui Extra plus ที่ผ่านเกณฑ์โดยคณะกรรมการตรวจประเมิน 3. มีการจัดอบรมให้ความรู้ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการปฏิบัติตัวขณะปฏิบัติงานใน Samui Extra plus&amp;nbsp; ซึ่งประกอบไปด้วย COVID MANAGER&amp;nbsp; อาสาสมัครสาธารณสุขประจำโรงแรม (อสร.)&amp;nbsp; และพนักงานขับรถ 4. มีการซักซ้อม COVID MANAGER และ อสร. เพื่อความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานต่างๆ&amp;nbsp; โดยมีโรงพยาบาลเกาะสมุยเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล และ 5&amp;nbsp; รพ.เกาะสมุย สสอ.เกาะสมุย และขนส่ง จ.สฎ. สาขาเกาะสมุย จัดอบรมพนักงานขับรถ ของแต่ละโรงแรมในเรื่องการป้องกันตนเองและการทำความสะอาดรถหลังจากให้บริการนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;ขั้นตอนที่ 3. การเฝ้าระวัง และป้องกัน ด้วยทางกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค ร่วมกับกระทรวงดิจิทัล ได้มีการนำแอปพลิเคชั่น หมอชนะ และ COSTE เข้ามาใช้ในโรงแรมและวิลล่า Samui Extra plus&amp;nbsp; ทำให้ทางผู้ปฏิบัติงานมีความสะดวกในการติดตามเฝ้าระวังอาการของนักท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็ว และในกรณีนักท่องเที่ยวไม่ส่งผลการตรวจวัดอุณหภูมิตามที่กำหนด ทาง COVID MANAGER และ อสร. ประจำโรงแรมจะเป็นผู้ติดตามการส่งข้อมูลต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขั้นตอนที่ 4. การสอบสวนโรค กรณีพบเชื้อในนักท่องเที่ยวการสอบสวนโรคในกรณีนี้จะใช้การติดตามผ่าน QR code หมอชนะประจำตัวนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถดูการเดินทางย้อนหลังได้ และสามารถทราบถึงผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในแต่ละจุดได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; ซึ่งเป็นผลดีสำหรับการสอบสวนโรคและการควบคุมโรค และ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขั้นตอนที่ 5. การรักษากรณีพบเชื้อ เมื่อผลการ swab เป็นบวก ทาง COVID MANAGER จะโทรแจ้งนักท่องเที่ยวให้เตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัว และรอรถ รพ.เกาะสมุย มารับเข้าทำการทำการรักษา ส่วนในกรณีที่มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะให้ทำการกักตัวพร้อมส่งตรวจตัวอย่างเชื้อต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

สรณะ&amp;nbsp; รายงาน
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110324</URL_LINK>
                <HASHTAG>SAMUI Plus, Samui Plus Model, SHA Plus, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ตรวจคัดกรอง, ททท., ท่องเที่ยว, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ, นายยุทธศักดิ์ สุภสร, นายรัชชพล พูลสวัสดิ์, นายวิชวุทย์ จินโต, นายแพทย์มนู ศุกลสกุล, ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี, ฟื้นฟูเศรษฐกิจ, มัดใจนักท่องเที่ยว, สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย, สมุย, สมุย พลัส, เกาะพะงัน, เกาะสมุย, เกาะเต่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f53f4379ad5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยัน Phuket Sandbox พร้อม 100% ตั้งเป้า 3 เดือนแรก สร้างรายได้ 9 พันล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เดินทางลงพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต สำรวจการเตรียมความพร้อม ก่อนการเปิด Phuket Sandbox 1 กรกฎาคม นี้ และเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังแผนการเปิดเมืองภูเก็ต ภายใต้หลักเกณฑ์เงื่อนไขและมาตรการที่กำหนด อาทิ โครงการ SHA Plus เกณฑ์การเดินทางเข้ามาของคนไทยจากต่างจังหวัดหรือคนต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย การรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ การเดินทางออกจากภูเก็ตตามแผน Phuket tourism sandbox การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Phuket sandbox operator center) เพื่อติดตาม ควบคุม และสั่งการ แก้ไขสถานการณ์แบบ real time &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า &amp;quot;1 กรกฎาคม 2564 Phuket Sandbox พร้อมเปิด 100% ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยจากการประชุมร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย ท่าอากาศยานภูเก็ต กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 สถานีตำรวจภูธร จ.ภูเก็ต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดการณ์ว่าช่วง 3 เดือนแรก กรกฎาคม - กันยายน 2564 ประมาณการรายได้ 9 พันล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 100,000 คน ที่จะเดินทางท่องเที่ยวตามโครงการ Phuket Sandbox ภาพรวมจากนักท่องเที่ยวในเดือนแรก จะทำให้นักท่องเที่ยวที่กำลังตัดสินใจ หรือยกเลิกการเดินทางไปก่อนหน้านี้ จะตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยนักท่องเที่ยวต้องยึดถือหลักปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. และการท่องเที่ยวแบบ New Normal อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งป้องกันตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อโควิด-19 และมีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยวโดยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐานด้านสุขอนามัย และ ด้านการบริการ ตามมาตรฐาน SHA และ&amp;nbsp;SHA Plus ที่จะช่วยยืนยันความพร้อมให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต โดยไม่ต้องกักตัว อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การสื่อสารกับนักท่องเที่ยวให้เกิดความเข้าใจ และปฏิบัติตามมาตรการ D&amp;ndash;M&amp;ndash;H&amp;ndash;T&amp;ndash;T&amp;ndash;A อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108137</URL_LINK>
                <HASHTAG>D–M–H–T–T–A, Phuket Sandbox, Phuket sandbox operator center, Phuket Tourism Sandbox, SHA Plus, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงมหาดไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, จังหวัดภูเก็ต, ท่องเที่ยวแบบ New Normal, ท่าอากาศยานภูเก็ต, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ, มาตรฐานด้านสุขอนามัย, รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ศูนย์ปฏิบัติการติดตามและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, สร้างรายได้ 9 พันล้านบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbf17f08629.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ททท.นำร่องโครงการ &#039;ฮักไทย&#039;ที่จ.ภูเก็ตคาดหมุนเวียนหลักแสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 2564 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการ&amp;ldquo;ฮักไทย (HUG THAIS)&amp;rdquo;รวมใจ ไทยไม่ทิ้งกัน ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อสนับสนุนการเติบโตด้านเศรษฐกิจของประเทศ กระตุ้นการใช้จ่ายทั้งของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านแนวคิด &amp;ldquo;ฮักกิน ฮักเที่ยว ฮักใช้&amp;rdquo; โดยจะเริ่มจากโครงการต้นแบบ&amp;ldquo;ฮักไทย ฮักภูเก็ต&amp;rdquo; (HUG THAIS HUG PHUKET) ในเดือนกรกฎาคมนี้ คาดสร้างรายได้หลักแสนล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวว่าเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ทยอยปิดกิจการลง มีผู้ตกงานและรายได้ลดลงกว่า 80-90% กระทรวงฯ จึงได้กำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาและช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน อาทิ มาตรการเยียวยา แนวทางจัดสรรวัคซีนให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว รวมถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติตามนโยบายการเปิดประเทศ (Phuket Sandbox) ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ซึ่งอนุญาตให้นักท่องเที่ยวได้รับวัคซีนครบแล้วสามารถเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน แต่ต้องพำนักในที่พักหรือโรงแรมที่ได้รับรองเครื่องหมายSHA+ (SHA Plus) หรือสัญลักษณ์มาตรฐานท่องเที่ยวปลอดภัยด้านสุขอนามัย โดย ททท. และ สธ. เพื่อยืนยันมาตรการด้านความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการ HUG THAIS เป็นความร่วมมือระหว่าง ททท. และ หอการค้าไทยฯ ผนึกกำลังกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทย ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ฮักกิน ฮักเที่ยว ฮักใช้&amp;rdquo; ซึ่งจะครอบคลุมทั้งการยกระดับสินค้าและบริการ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงจัดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความมั่นใจและกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเริ่มดำเนินการที่จังหวัดภูเก็ตเป็นที่แรกในชื่อ HUG THAIS HUG PHUKET เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการ Phuket Sandbox ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ให้สามารถต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันได้ จึงร่วมมือกับ หอการค้าไทยฯ ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;ฮักไทย (HUG THAIS) &amp;rdquo; รวมใจ ไทยไม่ทิ้งกัน ส่งเสริมการช่วยเหลือกันของคนไทย กระตุ้นการใช้จ่ายจากการกิน-เที่ยว-ใช้ ผลิตภัณฑ์ของไทย วัตถุดิบไทย ผู้ประกอบการไทย มีการจ้างงานคนไทย ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ฮักกิน ฮักเที่ยว ฮักใช้&amp;rdquo; ประกอบด้วย Eat Moreฮักกิน ชูอัตลักษณ์ของอาหารถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระตุ้นการท่องเที่ยวรูปแบบ Gastronomy Tourism Travel More ฮักเที่ยว กระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ ด้วยรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ แตกต่างอย่างน่าประทับใจ และ Shop More ฮักใช้ สนับสนุนอุดหนุนสินค้าท้องถิ่น ส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าของคนไทยในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ที่มีตราสัญลักษณ์ HUG THAIS รวมถึงมอบโปรโมชันพิเศษ โดย ททท. จะสนับสนุนด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ วางแผนจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับแบรนด์ Amazing Thailand เพื่อสร้างความมั่นใจและกระตุ้นการใช้จ่ายทั้งของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงให้คำแนะนำการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวแก่ผู้ประกอบการ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด&amp;rdquo; นายยุทธศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยฯ ในฐานะสถาบันหลักทางการค้าและบริการของประเทศ ดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประกอบอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจ Connect the Dots และโอกาสนี้ ได้ร่วมกับ ททท. ดำเนินโครงการ&amp;ldquo;ฮักไทย (HUG THAIS)&amp;rdquo; รวมใจ ไทยไม่ทิ้งกัน ปลุกกระแสและพลังแห่งการช่วยเหลือ อุดหนุนสินค้าของคนไทยด้วยกัน สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ โดยจะประสานงานกับสมาชิกผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์การค้า สายการบิน บริษัทขนส่ง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการเข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งสนับสนุนสถานที่จัดแสดง จัดจำหน่ายสินค้า และจัดกิจกรรมทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างบรรยากาศเชิงบวกสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการในรูปแบบที่หลากหลายทั้งช่องทางออฟไลน์ ออนไลน์ และออมนิชาแนล รวมถึงช่องทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ของภาครัฐและเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการดังกล่าวจะเริ่มนำร่องที่ จ.ภูเก็ต ในเดือนก.ค.64 นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการเปิดประเทศ โดยมุ่งเน้นกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมแคมเปญ Phuket&amp;rsquo;s Reopening มอบส่วนลดสูงสุด 10% เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท จากภาคค้าปลีกในภูเก็ต และมอบคูปองเงินสด 100 บาท สำหรับเป็นส่วนลดซื้อสินค้าและบริการของร้านค้ารายย่อย จ.ภูเก็ต ในครั้งถัดไป คาดว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยหลักแสนล้านบาท ภายใน 6 เดือน ทั้งช่วยเพิ่มโอกาสสร้างงานและจ้างแรงงาน ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์พลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการของประเทศไทยกลับมาฟื้นตัวได้โดยเร็วที่สุด พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น &amp;ldquo;จุดหมายปลายทางแห่งความสุข&amp;rdquo; เพื่อคืนรอยยิ้มกลับสู่คนไทยอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107175</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ, ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ฮักไทย ฮักภูเก็ต, โครงการ“ฮักไทย (HUG THAIS)”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210619/image_big_60cd843fbcd54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการท่องเที่ยว สร้างความพร้อมผู้ประกอบการ ดันแหล่งท่องเที่ยวปลอดภัย  เตรียมพร้อมเปิดประเทศหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดสัมมนา New Normal ในรูปแบบ Virtual Seminar Online ผ่านระบบ ZOOM ในหัวข้อ &amp;ldquo;การยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว&amp;rdquo; โดยได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหัวข้อ &amp;ldquo;แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;หลักเกณฑ์เพื่อสร้างความปลอดภัย สำหรับพื้นที่ท่องเที่ยว&amp;rdquo; จากวิทยากรชำนาญการ เพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย เตรียมพร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว รวมผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ทั้งภาครัฐและเอกชน และผู้ที่สนใจกว่า1,000 คน มุ่งสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว ควบคู่การเตรียมขับเคลื่อนการสร้างอาชีพ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว พลิกฟื้นสถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบกับกลุ่มผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมมาอย่างยาวนาน อีกทั้งเม็ดเงินจากภาคการท่องเที่ยวที่เคยสร้างรายได้ให้กับประเทศปีละหลักล้านล้านบาทก็ลดลง แต่ด้วยแผนการกระจายวัคซีนของรัฐบาลที่เร่งดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องจึงคาดการณ์ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในประเทศจะปรับตัวไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นสมควรว่า การสร้างความพร้อมให้กับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ให้สามารถปรับตัว และบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับการท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Normal) จึงมีส่วนสำคัญจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยวไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยวหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ผลักดันมาตรการการท่องเที่ยว ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว หรือ Safety Zone ซึ่งนับว่าเป็นโครงการที่ดีที่จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การจัดสัมมนายกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย ในครั้งนี้ จะเป็นการต่อยอดไปสู่ผู้ประกอบการอื่น ๆ ให้มีความรู้ความเข้าใจ และมีความพร้อมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี อีกทั้ง ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ทำให้สถานประกอบการจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องของสุขอนามัย ความปลอดภัยมากขึ้น โดยยังต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม การให้บริการ และการบริหารจัดการในพื้นที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อสามารถตอบสนองพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับการท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งจะส่งผลดีกับการสร้างความพร้อมของผู้ประกอบการ ในการเปิดประเทศในระยะเวลาอันใกล้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp; กรมการท่องเที่ยวในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนางานด้านการท่องเที่ยว ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการ และชุมชน ด้านการท่องเที่ยว และพื้นที่ท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย โดยเน้นในด้านความความสะดวก สะอาด ปลอดภัย เป็นธรรม และรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว หรือ Safety Zone ขึ้น ซึ่ง Safety Zone หรือพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย นี้ หมายถึง พื้นที่ที่เปิดใช้เพื่อการท่องเที่ยว และมีการบริหารจัดการที่ดี ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกไม่เพียงแต่ถูกสุขอนามัยยังมีความปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงความเป็นธรรม และการให้บริการที่ดี ซึ่งที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยวได้มีการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว ร่วมกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัยต้นแบบ 5 ประเภท 5 พื้นที่ ได้แก่ 1.พื้นที่ท่องเที่ยวเขตเมือง (ย่านเมืองเก่า จังหวัดน่าน) 2.พื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน (บ้านไร่กองขิง จังหวัดเชียงใหม่) 3.พื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ (หาดบางแสน จังหวัดชลบุรี) 4.พื้นที่ท่องเที่ยวย่านการค้า (เยาวราช กรุงเทพฯ) 5.พื้นที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (เอเชียทีค กรุงเทพฯ) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ การสัมมนายกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ที่จัดขึ้น จึงเป็นกิจกรรมต่อยอดเพื่อขยายผลและส่งต่อองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว พื้นที่แหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ให้มีความพร้อมสำหรับการรับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมสัมนนาในรูปแบบ Virtual Seminar Online ผ่านระบบ ZOOM กว่า 1,000 คน ซึ่งมีการจัดสัมมนาในหัวข้อสำคัญ ได้แก่&amp;nbsp; การเสวนาพิเศษ &amp;ldquo;การยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว&amp;rdquo; จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การท่องเที่ยวและกีฬา ตลอดจนการสัมมนาจากวิทยากรชำนาญการ ในหัวข้อ &amp;ldquo;แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ โดย ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการแนวทางบริหารความเสี่ยง และ หัวข้อ &amp;ldquo;หลักเกณฑ์เพื่อสร้างความปลอดภัย สำหรับพื้นที่ท่องเที่ยว โดย ผู้แทนกรมการท่องเที่ยว และ ผู้แทนพื้นที่ท่องเที่ยวต้นแบบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ซึ่งเชื่อว่า จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจและนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้ทุกพื้นที่ในประเทศไทยเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย เพื่อเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวเมื่อมีการเปิดเมืองอย่างมีศักยภาพในอนาคต &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106042</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c31ca0e7a0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อพท. จับมือจังหวัด ส่ง “สุโขทัย” ชิงเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้โลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อพท.ร่วมกับจังหวัดสุโขทัย ประกาศศักยภาพเมือง ส่งข้อมูลเข้าชิงเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ องค์การยูเนสโก หรือ GNLC&amp;nbsp; ตอกย้ำความสำเร็จของการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน สู่เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยแท้จริง หวังประโยชน์สำคัญต่อการสร้างการรับรู้ให้นักท่องเที่ยวและนักเดินทางจากทั่วโลกปักหมุดเป็นเป้าหมายของการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ภายใต้นโยบายและการกำกับดูแลของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้มอบให้สำนักงานพื้นที่พิเศษ 4&amp;nbsp; (อพท.4) จังหวัดสุโขทัย ให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดสุโขทัยผลักดัน &amp;ldquo;สุโขทัย&amp;rdquo; เข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ องค์การยูเนสโก ( UNESCO Global Network of Learning Cities : GNLC )&amp;nbsp; ประจำปี 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งล่าสุดได้รับรายงานว่า อพท. 4 ได้รับมอบหมายจากทางจังหวัด ให้เป็นผู้ดำเนินการจัดทำใบสมัครโดยร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร และนำส่งต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการและ UNESCO เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือกในเดือนมิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้เอกสารการสมัครที่นำส่งไปแล้วนั้น ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการ เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนของประเทศไทยไม่เกิน 3&amp;nbsp; เมือง เพื่อส่งให้ยูเนสโกเป็นผู้ตัดสิน หากเมืองสุโขทัยได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ หรือ GNLC จะนับเป็นเมืองที่ 2 ของประเทศไทย โดยเมืองแรกที่ยูเนสโกคัดเลือกและประกาศผลไปแล้วเมื่อปี 2562 คือ เทศบาลนครเชียงราย หากสุโขทัยได้รับเลือกเป็น GNLC เท่ากับตอกย้ำความสำเร็จของ อพท. ที่สามารถยกระดับเมืองและพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืนได้เป็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อพท. ได้มองเห็นศักยภาพของเมืองสุโขทัย ที่จะสามารถเข้าชิง GNLC ได้ เนื่องจากเป็นเมืองที่มีความเข้มแข็งทางด้านศิลปะและหัตถกรรม ที่มีการสืบสานจากรุ่นสู่รุ่น ประชาชนและชุมชนในเมืองแห่งนี้ก็ได้ใช้วิชาความรู้ที่สืบทอดต่อกันมาในการประกอบอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการได้เข้าสู่การเป็นสมาชิกGNLC นอกจากช่วยให้เกิดการรับรู้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสมาชิก GNLC ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 224 เมือง ใน 52 ประเทศ กระจายอยู่ทั่วโลก เกิดการเดินทางศึกษาเรียนรู้ระหว่างกันในกลุ่มสมาชิก และยังช่วยสร้างความสนใจให้เกิดขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ที่ต้องการเดินทางเพื่อศึกษาเรียนรู้&amp;nbsp; อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดและตอกย้ำการรับรู้ในภาพลักษณ์และชื่อเสียงของเมืองสุโขทัยที่เคยได้รับเลือกเป็น เมืองมรดกโลก (พ.ศ. 2534) มรดกความทรงจำแห่งโลก&amp;nbsp;(พ.ศ. 2546)&amp;nbsp; และเมืองสร้างสรรค์ (พ.ศ. 2562) อันจะนำมาซึ่งการยกระดับและเพิ่มมูลค่าเชิงพื้นที่ทั่วจังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp; เกิดรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวเข้าสู่จังหวัดและเข้าสู่ประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมืองแห่งการเรียนรู้จะได้รับการจัดระบบการเรียนรู้ให้กับคนในเมืองทุกเพศ วัย สถานะ อาชีพ&amp;nbsp; เพื่อให้คนในเมืองมีการเรียนรู้ตลอดชีพและทั่วถึง นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต และนำไปสู่เมืองที่น่าอยู่และยั่งยืน&amp;nbsp; และคุณสมบัติของเมืองที่จะเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้คือ มีการส่งเสริมให้เกิดเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ประชาชนจะมีอำนาจในการตัดสินใจและการรวมกลุ่มทางสังคม การพัฒนาเศรษฐกิจและความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม การพัฒนาที่ยั่งยืน เกิดการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานถึงระดับอุดมศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ในครอบครัวและชุมชน มีการอำนวยความสะดวกเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากสุโขทัยได้รับเลือกเป็นเครือข่าย GNLC สิ่งที่จะได้รับจากยูเนสโกในการเป็นสมาชิกครั้งนี้คือ 1. ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ เช่น ได้เข้าถึงเครื่องมือและกลยุทธ์ในการพัฒนาเมือง ได้รับข้อมูลเชิงลึกในการดำเนินงานจากรายงานการวิจัยต่างๆ&amp;nbsp; ได้รับข้อมูลข่าวสารจากเมืองแห่งการเรียรู้ทั่วโลก 2. ได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่เข้มแข็ง ได้สร้างหุ้นส่วนเครือข่ายความร่วมมือ เช่น ได้ติดต่อกับประเทศสมาชิก ได้สื่อสารกับเครือข่ายของผู้เชี่ยวชาญ ได้รับการสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมนานาชาติระดับภูมิภาค ได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากสมาชิก&amp;nbsp; GNLC และ 3. ได้รับการยอมรับในความพยายามและการดำเนินงานของเมือง เช่น ได้ร่วมแบ่งปันเป้าหมาย ความคืบหน้า ผ่านช่องทางการสื่อสารของ UNESCO GNLC&amp;nbsp; ได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้เมืองกรณีศึกษา และยังได้รับสิทธิ์สมัครเข้ารับรางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102523</URL_LINK>
                <HASHTAG>GNLC, UNESCO, UNESCO Global Network of Learning Cities : GNLC, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, จังหวัดสุโขทัย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ, นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี, ยั่งยืน, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, องค์การยูเนสโก, อพท., เมืองแห่งการเรียนรู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a3d2a259bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการท่องเที่ยวเดินหน้าจัดอบรมคาราวานส่งเสริมและพัฒนาที่พักนักเดินทาง(Home Lodge)   ณ เชียงคาน หนุนที่พักคุณภาพ เน้นการเป็นเจ้าบ้านที่ดี รองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่  สร้างรายได้สู่ชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;(2 เมษายน 2564) &amp;nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยว &amp;nbsp;ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)&amp;nbsp;เปิดการอบรมส่งเสริมและพัฒนาที่พักนักเดินทาง (Home Lodge) รองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ ( New Normal) มุ่งเน้นการเป็นเจ้าบ้านที่ดี &amp;nbsp;เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย &amp;nbsp;ณ ห้องนครเวียงจันทร์ เชียงคาน ริเวอร์ เมาท์เทน รีสอร์ท จังหวัดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการอบรมส่งเสริมและพัฒนาที่พักนักเดินทาง(Home Lodge) &amp;nbsp;ในครั้งนี้เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผลักดันให้การท่องเที่ยวไทยที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมมีเป้าหมายที่จะเพิ่มจํานวนที่พักเพื่อการท่องเที่ยวให้มีจํานวนมากขึ้น รองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ &amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นให้เกิดการยกระดับความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ส่งเสริมความสะอาดในแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริม ความเป็นธรรมในการท่องเที่ยว และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและรักษ์สิ่งแวดล้อม อีกทั้ง เน้นในส่วน ของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงชุมชน เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการนี้ กรมการท่องเที่ยว ได้ดําเนินกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพที่พักนักเดินทาง (Home Lodge)ในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจหลักเกณฑ์คุณภาพของที่พักนักเดินทาง(Home Lodge) และนําหลักเกณฑ์คุณภาพที่พักนักเดินทาง (Home Lodge) มาเป็นแนวทางในการส่งเสริมเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงชุมชน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์ ไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) ทั้งนี้ กทท.มุ่งหวังว่าสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของไทยจะต้องมีความสะดวก สะอาด ปลอดภัย &amp;nbsp;และมีความเป็นธรรมต่อนักท่องเที่ยว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การจัดการอบรมในครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นคาราวานการเดินทางจัดอบรม ซึ่งได้กำหนดจัดขึ้นในพื้นที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เป็นครั้งแรก โดยมีผู้เข้าอบรมรวม 100 คน &amp;nbsp;ทั้งนี้มีการเสวนาการเตรียมความพร้อมสู่การจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจาก กรมการท่องเที่ยว&amp;nbsp; สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเลย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มการท่องเที่ยววิถีใหม่และมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย(SHA) โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงการเสริมศักยภาพให้ผู้เข้าอบรมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีจากผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว การจัดการป้องกันไวรัสโคโรนา 2019และการเสริมสร้างสุขอนามัยของเจ้าบ้านและนักท่องเที่ยวจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย เทคนิคการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ จาก Blogger เพจไปไหนดี ตลอดจนการชี้แจงทางการพัฒนาผู้ประกอบการด้านที่พักนักเดินทางหลักเกณฑ์คุณภาพของที่พักนักเดินทาง (Home Lodge) เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการและชุมชนที่เข้าร่วมครั้งนี้ โดยหลังจากการจัดอบรมฯ คาดว่าจะมีผู้ประกอบการและชุมชนสมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนลดความเหลื่อมล้ำ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98349</URL_LINK>
                <HASHTAG>Home Lodge, NewNormalชีวิตวิถีใหม่, RoadTrip, กรมการท่องเที่ยว, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยว, การท่องเที่ยววิถีใหม่, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.), การอบรมส่งเสริมและพัฒนาที่พักนักเดินทาง, ททท., ที่พักนักเดินทาง, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, อพท., เชียงคาน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606a744b39535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
