<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯพิษณุโลกไม่ปล่อยเซ็นฉับห้ามขายเหล้าไปอีก1เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.63- การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิษณุโลกได้มีมติคคำสั่งเพื่อเป็นการควบคุมโรคโควิด-19 ซึ่งลงนามโดยนายพิพัฒน์ เอกภาพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 5 ข้อ ประกอบด้วย 1. ห้ามบุคคลภาย ออกนอกเคหสถานระหว่าง 22.00 น.ถึง 14.00 น. ของวันรุ่งขึ้น 2. ห้ามผู้ใดทำกิจกรรมบางอย่างดังต่อไปนี้ คือ 1.ห้ามการใช้อาคาร สถานที่ของโรงแรมและสถาบันการศึกษาทุกประเภท เพื่อจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรมหรือการจัดกิจกรรมใดที่มีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมากแต่การดำเนินการสื่อสารแบบทางไกลหรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ห้ามผู้ใดจัดกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมประชุมกัน อาจมีโอกาสติดต่อสัมพันธ์ได้ง่าย 3. ห้ามร้านค้าหรือสถานประกอบการขายสุรา 4. ห้ามผู้ใดใช้ท่าอากาศยานพิษณุโลกเพื่อการขึ้นลงของอากาศยาน เว้นแต่เป็นไปตามประกาศเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่มีผู้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศกำหนด 5. ให้ผู้ซึ่งพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งหรือกำหนดเป็นเงื่อนไขในการเดินทางเข้ามาในเขตพิษณุโลกให้แยกกัก กันหรือคลุมไว้เอกเทศ หรือ ที่ราชการกำหนดไว้ โดยมติดังกล่าว มีผลไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค.63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ 5 ข้อมาตรการ ที่ยังต้องมีการควบคุมออกไปอีก 1 เดือน โดยเฉพาะการห้ามจำหน่ายสุรา นั้น มีเหตุผลเนื่องจากยังมีผู้ที่เดินทางเข้าออกจังหวัดพิษณุโลก ที่มาจากจังหวัดกลุ่มสี่ยง ทำให้มติคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิษณุโลก ได้มีป้องกันการแพร่ระบาดออกไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อกำหนดดังกล่าวโดยเฉพาะการห้ามจำหน่ายสุรา ไปอีก 1 เดือน นั้น ส่งผลให้ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อในจังหวัดพิษณุโลก ได้มีการปิดป้ายประกาศตามคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เพื่อมิให้ลูกค้ามาถามซื้อกันต่อไปอีก 1 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64965</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายเหล้าเบียร์, จ.พิษณุโลก, นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e9928afbd8ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบบอย่างข้าราชการ!พ่อเมืองพิษณุโลกไม่ทนลูกบ้านจำนำครกหิน- ขันทอง สละเงินเดือนครึ่งหนึ่งบริจาคช่วยโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย. 63 - นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก หักเงินเดือนตัวเอง เดือนละครึ่งหนึ่งของเงินเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ประเดิม ยอดเงินเดือนแรก จำนวน 38,400 บาท พร้อมโชว์สลิป ธนาคารกรุงไทย โอนเมื่อ 08.10 วันนี้เข้า&amp;rdquo;เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายพิพัฒน์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก พิพัฒน์ เอกภาพันธ์ เชิญชวนคนพิษณุโลกร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19 พร้อมโชว์สลิป หักเงินเดือนตัวเอง เดือนละครึ่งหนึ่งของเงินเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ประเดิม ยอดเงินเดือนแรก จำนวน 38,400 บาท พร้อมโชว์สลิป ธนาคารกรุงไทย โอนเมื่อ 08.10 น. ผวจ. เงินเดือน 76,800 บริจาค 50 % 3 เดือนๆละ 38,400บาทครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;โดยระบุว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผมขอบริจาคเงินเดือน 50 % &amp;rdquo;3เดือนครับ&amp;rdquo;&amp;rdquo;ถึงเวลาช่วยเหลือคนบ้านเรา&amp;rdquo;&amp;rdquo;มีคน #จำนำครกหินศิลา ขันทองเหลืองเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย ได้เงินเพียง300-400บาท&amp;rdquo; #เราต้องรวมพลังบริจาคสิ่งที่เรามีตามกำลังศรัทธาโดยที่เราไม่เดือดร้อน คนบ้านเราเดือดร้อนแสนสาหัส #เราต้องช่วยให้เขาเดินต่อได้ก่อนครับ#บริจาคได้ที่เลขบัญชีตามรูปภาพนี้ครับ #ยามเดือดร้อนบ้านเมืองมีวิกฤติคนพิษณุโลกมีน้ำใจให้กันเสมอครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ &amp;nbsp;ยังเชิญชวนข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนที่ยังพอมีกำลังทรัพย์และไม่เดือดร้อน ร่วมบริจาค คนละเล็กละน้อย ส่งเข้าบัญชีเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตั้งด่านคัดกรองของเจ้าหน้าที่และช่วยเหลือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจากโควิด-19 สามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ที่ 644 0 105 18 3 ธนาคารกรุงไทยชื่อบัญชี&amp;rdquo;เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;rdquo;หรือจะร่วมบริจาคสิ่งของ ได้ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก ศาลากลางชั้น 3 โทรศัพท์ 055-230398 ทั้งนี้ถือว่านายพิพัฒน์ &amp;nbsp;ถือเป็นข้าราชการรายแรกของจังหวัดพิษณุโลกที่ประกาศสละเงินเดือนตัวเองเพื่อรับมือโควิด-19. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63414</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์, บริจาคเงินช่วยเหลือโควิด, พิษณุโลก, เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e9928afbd8ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.จัดทัพ!ย้ายล็อตใหญ่16พ่อเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มติ ครม.ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดล็อตใหญ่ทั่วประเทศ 16 ตำแหน่ง ขณะที่มหาดไทยติวเข้มข้าราชการรุ่นใหม่ ต้องมีความรู้คู่คุณธรรม ยึดประโยชน์ประชาชนและส่วนรวมเป็นสำคัญ และมุ่งมั่นอุดมการณ์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;บำบัดทุกข์ บำรุงสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครม.ยังมีมติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ดังนี้ นายธนาคม จงจิระ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นรองปลัดกระทรวง, นายพรพจน์ เพ็ญพาส พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นรองปลัดกระทรวง, นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายประยูร รัตนเสนีย์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมที่ดิน, นายระพี ผ่องบุพกิจ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา, นายสยาม ศิริมงคล พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพร สิงหวิชัย พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์, นายศิริพัฒ พัฒกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา, นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายเกียรติศักดิ์ จันทรา พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชิต ชาตไพสิฐ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว, นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี, นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์, นายสมคิด จันทมฤก พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมอัษฎางค์ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการศึกษาอบรมหลักสูตร &amp;ldquo;การเป็นข้าราชการที่ดี&amp;rdquo; รุ่นที่ 54 จัดโดยสถาบันดำรงราชานุภาพ กระทรวงมหาดไทย เพื่อฝึกอบรมและพัฒนาข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยและข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้ทราบถึงระเบียบแบบแผนของทางราชการและการเป็นข้าราชการที่ดี โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 120 คน ประกอบด้วย ข้าราชการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นๆ อาทิ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งใช้ระยะเวลาการอบรม จำนวน 10 วัน ในระหว่างวันที่ 14-23 สิงหาคม 2561 ณ วิทยาลัยมหาดไทย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มอบแนวทางในการปฏิบัติงานราชการ โดยเน้นย้ำหลักการทำงานและการดำรงชีวิต เพื่อให้ข้าราชการผู้เข้ารับการอบรมได้นำไปปฏิบัติ คือ 1.การครองตน โดยรู้จักการวางแผน &amp;ldquo;บัญชีชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; ทั้งความพอเพียง การรู้จักประมาณตน และความมีเหตุมีผล การรู้จักเก็บออม รู้จักกินจักใช้ และรู้จักพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ และรู้จักคิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การทำงานมีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;สามารถตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี 2.การครองงาน ต้องมีวินัย และมีสมรรถนะในการทำงาน มีอดทนและอดกลั้น นับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องยึดถือปฏิบัติ และ 3.การมีจิตอาสา รู้จักการเสียสละ และหมั่นทำความดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ข้าราชการใหม่ทุกคนพึงระลึกเสมอว่า ในการทำงานเราต้องยึดหลักกฎหมายและหลักคุณธรรม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญ และได้มีประกาศ &amp;ldquo;เจตจำนงสุจริตในการบริหารงาน&amp;rdquo; ที่มีคุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักธรรมาภิบาล ซึ่งประกอบด้วย หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า เพื่อตอบสนองการแก้ไขปัญหาประชาชนอย่างรวดเร็ว ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด พร้อมส่งเสริมให้ข้าราชการและบุคลากรมีคุณธรรม 4 ประการ คือ &amp;ldquo;พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา&amp;rdquo; และปฏิบัติตนยึดมั่นในจริยธรรม กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง และมุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15421</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคม จงจิระ, นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี, นิสิต จันทร์สมวงศ์, ประยูร รัตนเสนีย์, พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์, พรพจน์ เพ็ญพาส, ระพี ผ่องบุพกิจ, ศิริพัฒ พัฒกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพร สิงหวิชัย, เกียรติศักดิ์ จันทรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b72eb691b7bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2นักโทษแหกหนี! ขีดเส้นเด้งผบ.คุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2 นักโทษยาเสพติดแหกคุกสุโขทัย ใช้ผ้าห่มผูกเป็นปม โรยตัวจากกำแพงเรือนจำ เดินลัดเลาะไปขโมยเสื้อชาวบ้าน ก่อนขโมยจักรยานยนต์ที่เจ้าของเสียบกุญแจคาไว้หน้าบ้านขี่หลบหนี ผู้ว่าฯ เต้น ประกาศตั้งรางวัลนำจับคนละ 3 หมื่นบาท อธิบดีราชทัณฑ์ขีดเส้น 48 ชั่วโมงยังไม่ได้ตัว ผบ.คุกต้องถูกเด้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เรือนจำสุโขทัยเข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองสุโขทัย ว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.20 น. วันเดียวกัน ตรวจสอบพบว่า นายสุรศักดิ์ โมรา อายุ 41 ปี และนายชัยณรงค์ อาจปาน อายุ 33 ปี นักโทษคดียาเสพติด ร่วมกันใช้ผ้าห่มนอน มัดปมทำเป็นเชือกโรยตัวจากกำแพงเรือนจำสุโขทัยด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับป่ารก และมีทางเดินต่อไปในซอยรุ่งโรจน์ ถนนศรีอินทราทิตย์ หลบหนีไปทั้งคู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบบริเวณเกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เรือนจำและตำรวจคาดว่าหลังนักโทษปีนออกจากเรือนจำ ได้เดินลัดเลาะเข้าไปในซอยรุ่งโรจน์ และขโมยเสื้อผ้าของชาวบ้านในละแวกนั้นเพื่อสับเปลี่ยน อำพรางตัว ก่อนเข้าไปขโมยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีชมพู-ดำ ทะเบียน กรจ 754 สุโขทัย ที่จอดอยู่ในบ้านของคนที่อยู่ในซอยหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นางกรองทอง สังข์ทอง อยู่บ้านเลขที่ 33/46 ซอยรุ่งโรจน์ ถนนศรีอินทราทิตย์ อ.เมือง จ.สุโขทัย เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสุโขทัย ว่า มีชายลักษณะผมเกรียน คนหนึ่งสวมเสื้อสีขาว และอีกคนสวมเสื้อสีดำ ลักรถจักรยานยนต์ซึ่งจอดหน้าบ้านไป โดยก่อนเกิดเหตุจอดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีชมพู-ดำ หมายเลขทะเบียน กรจ 754 สุโขทัย ไว้หน้าบ้านโดยเสียบกุญแจคาไว้ ต่อมานักโทษทั้ง 2 คนเลื่อนเปิดประตูรั้ว ก่อนสตาร์ทรถจักรยานยนต์ขี่ออกไป ตนได้ยินเสียงสตาร์ทรถคิดว่าเป็นหลานชาย เมื่อออกมาดูพบคนร้ายทั้งสองขี่รถหลบหนีไป จึงรีบโทร.แจ้ง 191 ก่อนเข้าแจ้งความดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคมนี้ พ.ต.อ.ธนวรรธน์ อยู่คง รอง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย ในฐานะผู้ควบคุมการสอบสวน พร้อมกำลังชุดสืบสวน เข้าสอบปากคำนางกรองทองอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พบเสื้อนักโทษของเรือนจำจังหวัดสุโขทัย สีฟ้า จำนวน 2 ตัว ถูกถอดโยนทิ้งไว้ในป่าข้างทาง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่ยังพบเส้นทางที่คาดว่าสองนักโทษน่าจะใช้หลบหนี เป็นรั้วคอนกรีตสูง 2 เมตร หลังบ้านพักเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ซึ่งอยู่ติดกับบ้านเลขที่ 33/19 ซอยรุ่งโรจน์ ถนนศรีอินทราทิตย์ ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย ของนางทิพวัลย์ ถึกเพชร อายุ 50 ปี และห่างจากจุดที่โรยตัวลงมาเพียง 50 เมตรเท่านั้น จึงถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายสุรศักดิ์ โมรา และนายชัยณรงค์ อาจปาน ได้รับโทษคดียาเสพติด โดยถูกแยกขังในห้องแยกขัง ทั้งคู่มีรอยสักบริเวณลำตัวและแขนทั้งสองข้างเป็นที่สังเกตง่าย และเป็นผู้ต้องขังระหว่างไต่สวนพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.สุโขทัย ได้ประสาน ผบ.เรือนจำจังหวัดสุโขทัย รวมทั้งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ให้เร่งติดตามจับกุมตัว 2 นักโทษชาย โดยมีการตั้งค่าหัวรายละ 30,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมได้ภายใน 48 ชั่วโมง นอกจากนี้ ชุดสืบสวน สภ.เมืองสุโขทัยยังตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด สืบหาเส้นทางการหลบหนีของนักโทษ คาดว่ามุ่งหน้าไปทางสี่แยกกระชงค์ ตัวเมืองสุโขทัย อ.ศรีสำโรง และ อ.สวรรคโลก โดยระดมกำลังปิดล้อมบ้านพัก และส่งคนประกบคนรู้จักผู้ต้องขังทั้ง 2 รายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กรณีนักโทษแหกคุกหลบหนี ผู้บัญชาการเรือนจำต้องระดมกำลังติดตามล่าตัวกลับมารับโทษให้ได้ โดยมีเวลา 48 ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดหากไม่สามารถติดตามตัวนักโทษกลับมาได้ ผู้บัญชาการต้องถูกย้ายพ้นจากหน้าที่เข้ามาประจำกรม เบื้องต้นได้รับรายงานว่า เรือนจำจังหวัดสุโขทัยเป็นเรือนจำขนาดเล็ก ภายในวัน-เวลาราชการมีเจ้าหน้าที่ประจำการ 50-60 คน ขณะเกิดเหตุซึ่งเป็นวันหยุดราชการและอยู่ในช่วงกลางคืน มีเจ้าหน้าที่เข้าเวรยามอยู่เพียง 3 คน ทั้งนี้ ตนได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เพราะการก่อเหตุแหกหักเรือนจำโดยวิธีเจาะทะลุฝ้าเพดาน นำผ้าห่มมาผูกเพื่อโรยตัวลงจากกำแพง ต้องมีบุคคลอื่นพบเห็นบ้าง ไม่น่าจะกระทำการได้โดยลำพัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9099</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสุโขทัย, นักโทษยาเสพติดแหกคุก, นักโทษแหกคุก, นายชัยณรงค์ อาจปาน, นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์, นายสุรศักดิ์ โมรา, พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180513/image_big_5af83b0d61c17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
