<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10ข้อคนไทยเสพติดออนไลน์กลายเป็นมนุษย์ยุคดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ก.ค.62-ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์การมหาชน) (ศมส.) นายวีระโรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังเฝ้ารับเสด็จฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการประชุมวิชาการทางมานุษยวิทยาครั้งที่13 หัวข้อ มนุษย์ในโลกดิจิทัลว่า ทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมการจัดงานที่มีนักวิชาการนักศึกษาและนักวิจัยของสถาบันต่างๆทั่วประเทศ ส่งบทความวิชาการมานำเสนอจำนวนมากช่วยส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมของมนุษย์ที่ยุคปัจจุบันเข้าสู่สังคมข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่ติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านต่างๆจำเป็นต้องมีทักษะความรู้และความเข้าใจเพื่อใช้สื่อดิจิทัลอย่างรู้เท่าทันมีความรับผิดชอบเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายพีรพน &amp;nbsp;พิสณุพงศ์ผอ. ศมส. กล่าวว่าพลังของโซเซียลทำให้คนไทยต้องเผชิญกับค่านิยมหรือวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไปอีกทั้งพฤติกรรมของคนยุคดิจิทัล &amp;nbsp;มีการแสดงออกในพื้นที่สาธารณะอย่างโจ่งแจ้งโดยสามารถรวบรวม &amp;nbsp;10 อย่างมานำเสนอได้แก่1.การเซลฟี่แสดงถึงอัตลักษณ์ในจินตนาการกลายเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่ง &amp;nbsp;2.คาเมล่า อิสเฟิร์ตการเผยแพร่ภาพอาหารการกินอย่างสาธารณะ3.ไอจีสตอรี่ความทรงจำ24 ชั่วโมง4.ไลน์กรุ๊ปชุมชนหน้าจอทำให้ผู้คนในสังคมต้องติดต่อกันผ่านโซเซียลมากขึ้น5.สวัสดีวันจันทร์การส่งต่อความสุขเพื่อยืนยันการมีตัวตน 6.มีการรื้อและสร้างความหมายใหม่เพื่อการวิพากษ์สื่อถึงอารมณ์ขันประชดเหน็บแนมและส่งต่ออันอย่างแพร่หลาย7.แฮชแท็ก# โซเซียลมีเดียกับบทบาทการเมืองเชิงสาธารณะจุดประสงค์ของการใส่เพื่อรวบรวมเนื้อหาที่ใกล้เคียงกันไว้ 8.ไวรัลมาร์เก็ตติ้ง สื่อสร้างโอกาสในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาไวรัล&amp;ldquo;แม่ฉันต้องได้กินกุ้ง&amp;rdquo;เป็นไลฟ์วิดีโอการขายอาหารทะเลที่มีการแชร์จำนวนมากและไวรัลยังทำให้คนธรรมดากลายเป็นเนตไอดอลมียอดรับชมจำนวนมาก 9.ออฟไลน์และออนไลน์เมื่อตัวตนของเรามีมากกว่าหนึ่งและ10.เฟซบุ๊ครีแอคชั่นยอดไลท์ของเราไม่เท่ากัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพีรพนกล่าวด้วยว่าทั้งนี้การที่คนไทยก้าวสู่เป็นมนุษย์ยุคดิจิทัลควรรู้เท่าทันด้วยการวิเคราะห์และแยกแยะการนำเสนอตัวตนการรับข่าวเพื่อไม่ให้เกิดภัยร้ายแก่ตนเองปัจจุบันพบเรื่องที่น่าห่วงอันเกิดจากโทษของโลกดิจิทัลจำนวนมากส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั้งการก่ออาชญากรรมการถูกล่อลวงการละเมิดการให้ข่าวโจมตีการโฆษณาชวนเชื่อการสร้างกระแสของดารานักแสดง &amp;nbsp; ทั้งหมดอาจจะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์และมีโทศทางอาญาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40184</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศมส., 10วัฒนธรรมเสพติดออนไลน์คนไทย, กรมสมเด็จพระเทพฯ, นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส., ยุคมนุษย์ดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1de4ec4925f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พระเทพฯ ทรงห่วงองค์ความรู้โบราณคดีสูญหาย รับสั่งจัดเก็บรายงานสแกนเป็นไฟล์ดิจิทัล  ใช้ศึกษาค้นคว้าต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;12 ก.พ.62-นายพีรพน &amp;nbsp;พิสณุพงศ์ &amp;nbsp;ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)(ศมส.) &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;จากการที่ ตนนำคณะกรรมการบริหาร ศมส. เข้าเฝ้าฯ &amp;nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเพื่อถวายรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน ของ ศมส. ในโอกาสนี้ &amp;nbsp;พระองค์ทรงมีรับสั่งถึงการเก็บรวบรวมเอกสารรายงานของนักโบราณคดีที่จะต้องมีการบันทึกด้วยการสแกนเก็บไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินงานโครงการต่างๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มต้นการวางแผนโครงการ สำรวจ เก็บข้อมูล ขุดค้น การศึกษาวิเคราะห์ &amp;nbsp;สังเคราะห์ &amp;nbsp;เทคนิคการทำงาน และขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ จนจบโครงการ &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนหลายพันรายการ &amp;nbsp;แต่อยู่กระจัดกระจายตามหอสมุด หอจดหมายเหตุแห่งชาติในพื้นที่ต่างๆ และมีบางส่วนเป็นรายงานเรื่องสำคัญถูกทำลายหายไป เพราะเหตุภัยพิบัติรวมถึงการเก็บรักษาที่ไม่ดี &amp;nbsp;ทั้งปลวกกิน น้ำท่วม &amp;nbsp;โดยทรงเห็นว่า &amp;nbsp;ควรมีการเก็บรักษาและนำมาเผยแพร่ &amp;nbsp;เพราะ รายงานนักโบราณคดีเป็นประโยชน์ต่อการส่งต่อองค์ความรู้การดำเนินงานของนักโบราณคดีในอดีตสู่ปัจจุบัน &amp;nbsp;ตลอดจนนักศึกษาและผู้สนใจรุ่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายพีรพน กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ตนได้ประสานงานไปยังนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เพื่อหาแนวทางในการรวบรวมข้อมูล อนุรักษ์ และเผยแพร่รายงานของนักโบราณคดีให้เป็นรูปธรรม ซึ่งได้มีการประสานงานต่อไปยังสำนักศิลปากรทั่วประเทศเพื่อช่วยสำรวจว่า มีจำนวนกี่เรื่อง &amp;nbsp;พร้อมคัดแยก แบ่งหมวดหมู่ และจัดลำดับช่วงเวลาของรายงาน เพื่อให้สามารถนำมารวบรวมได้ง่าย พร้อมกันนี้ ยังได้มีแนวทางการดำเนินงานต่อไป แบ่งเป็น &amp;nbsp;2 ส่วน ได้แก่ 1. ทาง ศมส. จะโอนงบประมาณไปยังสำนักศิลปากรเพื่อจ้างผู้มีความรู้ความสามารถในการสแกนรายงานนักโบราณคดี เพื่อนำมาจัดเก็บรูปแบบไฟล์ดิจิทัล &amp;nbsp;และ 2 ศมส. จะดำเนินการจ้างผู้มีความรู้ไปทำการสแกนในแต่ละพื้นที่เอง &amp;nbsp;และหลังจากมีการสแกนเอกสารเสร็จแล้ว ทาง ศมส. จะต้องทำการจำแนกประเภทของรายงานอีกครั้ง โดยอาจจะเพิ่มเติมในการส่วนการแบ่งพื้นที่จังหวัด และลักษณะการดำเนินงานของนักโบราณคดี &amp;nbsp;ก่อนที่จะนำมาเผยแพร่สาธารณะผ่านคลังข้อมูลนักโบราณคดี ในเว็บไซต์ของ ศมส. &amp;nbsp;ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; สมเด็จพระเทพฯ ทรงมีรับสั่งต่องาน ศมส. ว่า การก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์เผยแพร่ ข้อมูลวิชาการด้านมานุษยวิทยา &amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ขณะเดียวกันในส่วนรายงานของนักโบราณคดีถือว่ามีความสำคัญและเกี่ยวพันการทำงานของ ศมส. ซึ่งนับวันจะเสี่ยงต่อความเสียหาย &amp;nbsp;บางเล่มตีพิมพ์เป็นเอกสารทางการแล้ว เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ แต่ไม่ได้รับความสนใจ &amp;nbsp;ดังนั้น ควรมีการสแกนเก็บไว้จะเป็นการรักษาองค์ความรู้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากเราทำให้สังคมสามารถสืบค้นข้อมูลเชิงลึก ซึ่งอยู่ในบันทึกของนักโบราณคดีได้ ก็จะทำให้องค์ความรู้ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิที่ถูกบันทึกไว้โดยนักโบราณคดี จนถึงที่สังเคราะห์แล้วเป็นข้อมูลทุติยภูมิ สามารถนำมาใช้งานได้ ไม่ต้องแขวนขึ้นหิ้งหรือถูกเก็บไว้ในกรุอีกต่อไป&amp;rdquo; นายพีรพน กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;///&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28951</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สมเด็จพระเทพฯ, นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส., เอกสารโบราณคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c62959316af8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศมส.ห่วงวิถีดั้งเดิม&quot;ชาวมอแกน&quot;สูญหาย หลังไฟไหม้ครั้งใหญ่ &quot;บ้านเรือนผูก&quot; อาจไม่มีให้เห็นอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจาก Touronthai.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.พ.62-นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;(ศมส.) &amp;nbsp;กล่าวว่า จากกรณีชาวมอแกนประสบอัคคีภัยบนเกาะสุรินทร์ บ้านเรือนถูกเพลิงไหม้เสียหาย 61 หลัง จากทั้งหมด 81 หลัง ชาวมอแกนได้รับความเดือดร้อนมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการเยียวยาความสูญเสียทั้งทางกายภาพและทางจิตใจอยู่แล้ว &amp;nbsp;ในส่วนของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์การมหาชน) มีแผนจะลงพื้นที่เกาะสุรินทร์เพื่อศึกษาและสำรวจเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวมอแกนอย่างไรบ้าง &amp;nbsp;และหลังจากไฟไหม้เมื่อเกิดการเยียวยาปลูกสร้างบ้านเรือนใหม่ &amp;nbsp; จะเตรียมพร้อมเก็บข้อมูลสิ่งที่เป็นของแท้ดั้งเดิมของชุมชนมอแกนที่มีอยู่ ก่อนที่จะสูญหายหรือเปลี่ยนแปลงไป โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมเก็บข้อมูล ก่อนส่งให้นักวิชาการสังเคราะห์ และเผยแพร่ นี่คือ ฐานข้อมูลมอแกนที่สำคัญในอนาคต แสดงไทม์ไลน์เล่าก่อนและหลังเหตุเพลิงไหม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; บ้านเรือนชาวมอแกนปลูกติดต่อกัน ตัวบ้านทำจากวัสดุธรรมชาติ เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี การฟื้นฟูส่วนใหญ่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก &amp;nbsp;ฉะนั้น วิถีชีวิตที่เคยปลูกบ้านหลังคาชนกันอาจจะไม่มีอีกแล้ว จะต้องมีช่องว่าง อาจใช้วัสดุใหม่ &amp;nbsp;นี่คือ ตัวอย่างที่ ศมส. จะต้องเก็บข้อมูล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผอ.ศมส.บอกอีกล่า ยังทราบอีกว่าชาวมอแกนเสนอให้ปลูกบ้านใหม่ขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะส่งผลเปลี่ยนแปลงวิถีเดิมหรือไม่ &amp;nbsp;ก็ต้องไปตรวจสอบดู เพราะต้องยอมรับว่า วัฒนธรรมมีพลวัตร &amp;nbsp;จะไปหยุดหรือห้ามความต้องการไม่ได้ แต่สามารถเก็บข้อมูลพื้นฐานได้ &amp;nbsp;ย้อนไปสมัยเกิดสึนามิ &amp;nbsp;เป็นภัยพิบัติครั้งนั้น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวมอแกนมาแล้วครั้งหนึ่ง &amp;nbsp;ไฟไหม้ก็เป็นภัยพิบัติที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอีกรูปแบบ กับขาวมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ &amp;nbsp;การเก็บข้อมูลหลังภัยพิบัติ จะเป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่นๆ หากต้องสบภัยเดียวกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ชาวมอแกนบนเกาะสุรินทร์ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งเครือข่ายของ ศมส. &amp;nbsp;ถ้าเข้าไปสร้างความเข้าใจจะทำให้หวนกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมในสภาพแวดล้อมใหม่ จากการฟื้นฟูเยียวยาหลังไฟไหม้ &amp;nbsp;กระบวนการนี้จะทำกับผู้นำชุมชน ชาวบ้าน กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;สิ่งที่น่าเป็นห่วง ถ้าชาวมอแกนหวาดระแวงจะเกิดไฟไหม้อีก ต้องการเปลี่ยนจากเรือนเครื่องผูกเป็นเรือนเครื่องสับ สร้างจากไม้จริง ใช้งานถาวร &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดไฟไหม้ซ้ำ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมครั้งใหญ่ &amp;nbsp;ทั้งข้อมูลและความคิดเห็นของชาวมอแกนจะเก็บรวบรวมไว้ในบิ๊กดาต้า เป็นข้อมูลสาธารณะทุกหน่วยงานนำไปใช้ประโยชน์ได้ &amp;nbsp;&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28832</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวมอแกน, นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส., หมู่เกาะสุรินทร์, ห่วงหลังไฟไหม้บ้านเรือนมอแกนเปลี่ยน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c6134e034ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงโจรกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ศมส.ระดมเครือข่ายทำแผนปลุกสำนึกชุมชนที่เชียงแสน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพน พิสณุพงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ศมส.) กล่าวว่า ศมส. ได้สำรวจพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ พบว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;รูปแบบการจัดแสดงหลักๆ เป็นการนำเสนอโบราณวัตถุของท้องถิ่นที่นำมาจากบรรพบุรุษ ชาวบ้าน และการค้นพบตามแหล่งประวัติศาสตร์ต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงจัดแสดงเนื้อหาของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ชีวิตวัฒนธรรมของผู้คนในท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ปัญหาใหญ่ที่พบบางพิพิธภัณฑ์เพียงแต่นำวัตถุที่เก็บไว้มาจัดแสดงเท่านั้น&amp;nbsp;เมื่อไม่มีการเปลี่ยนแปลง รูปแบบจัดแสดงถูกปล่อยปะละเลยให้ไปตามยถากรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเมื่อดูบ่อยๆ กลายเป็นความน่าเบื่อ&amp;nbsp;ทำให้พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหลายแห่งมีสภาพกลายเป็นโกดังเก็บของ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; นอกจากนี้ มีเรื่องที่น่าวิตก พบการโจรกรรมสิ่งมีค่าจากพิพิธภัณฑ์อยู่บ่อยครั้ง&amp;nbsp;และไม่สามารถจับตัวผู้กระทำความผิดได้ ทั้งเงินตราเก่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;เครื่องเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เครื่องทอง เป็นต้น &amp;nbsp;จำเป็นจะต้องหาทางสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้คนท้องถิ่น เกิดความรัก ความหวงแหน และความภูมิใจ มีส่วนร่วมอนุรักษ์ รักษา และพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นให้คงอยู่อย่างยั่งยืน &amp;nbsp;&amp;quot; นายพีรพน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายพีรพน กล่าวต่อว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ศมส. ร่วมกับเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคเหนือ จัดงานมหกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ภายใต้ชื่องานมหกรรมเมืองพิพิธภัณฑ์เชียงแสน : ปาเจียงแสนปิ๊กบ้าน ระหว่างวันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;8 - 10&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก.พ. ที่วัดเจดีย์หลวง และบริเวณเมืองเชียงแสน อ. เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้กับผู้คนใน อ.เชียงแสน และผู้ที่สนใจได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน โดยจะนำเสนอข้อมูลความรู้และผลจากการปฏิบัติงานของเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคเหนือที่ร่วมกันทำตลอดระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2560&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ndash; ก.ย. 2561&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาจัดทำแผนและหาแนวทางสร้างการเรียนรู้และความเข้าใจร่วมกัน โดยการประสานงานภาครัฐ เอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาคประชาสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวบ้าน และวัด &amp;nbsp;ร่วมปลูกสำนึกของชุมชน&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยแสดง ให้เห็นว่าพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและศิลปกรรมที่แสดงฐานะความมีหน้ามีตาของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ศมส.ยังมุ่งเน้นการจัดกิจกรรม ภายในบริเวณวัดพระธาตเจดีย์หลวง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยนำข้อมูลความรู้ต่างๆ มาออกแบบจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เข้าถึงประชาชนทั้งในและพื้นที่ใกล้เคียง เช่น การนำเสนอข้อมูลประวัติศาสตร์เมืองเชียงแสนที่ศึกษาจากโบราณสถาน ตำนาน เอกสาร โบราณ จารึก ภาพถ่ายเก่า บันทึก และคำบอกเล่าของคนเชียงแสน เรื่องราวของไทยวนเชียงแสนที่โยกย้ายไปอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของไทย ลาว วิถีชีวิตคนเชียงแสนในอดีต-ปัจจุบัน งานคลินิกพิพิธภัณฑ์ กิจกรรมการทำงานแบบเพื่อนช่วยเพื่อนให้คำปรึกษาแนะนำการทำงานพิพิธภัณฑ์&amp;rdquo; ผอ.ศมส. กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28472</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส., มหกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, มหกรรมเมืองพิพิธภัณฑ์เชียงแสน : ปาเจียงแสนปิ๊กบ้าน, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), โจรกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5aa48b1a830.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่วมใจไทยภักดี24-28กค. &#039;เราทำความดีด้วยหัวใจ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เปิดการแสดงเฉลิมพระเกียรติ ร.10 นาฏศิลป์โขน-ครูดนตรีไทย-ดนตรีคลาสสิก ร่วมใจแสดงความภักดี 24-28 ก.ค.นี้ โดยให้ประชาชนชมฟรี &amp;nbsp; ขณะที่ ทบ.เชิญชวนน้อมถวายพระพรชัยมงคล และร่วมกิจกรรมจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความดีด้วยหัวใจ&amp;rdquo; เฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา &amp;nbsp;66 พรรษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่โรงละครแห่งชาติ นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดการแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;28 กรกฎาคม 2561 &amp;ldquo;ใต้ร่มพระมหากรุณามหาวชิราลงกรณ&amp;rdquo; ซึ่งกรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสสำคัญ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนันต์กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อสืบสาน สนับสนุน และอนุเคราะห์กิจกรรมเนื่องด้วยงานศาสนา ศิลปะ และมรดกทางวัฒนธรรมของชาติเสมอมา ทรงเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการอนุรักษ์มรดกไทยด้านนาฏดุริยางคศิลป์สืบมาถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการแสดงโขน ทรงสนพระราชหฤทัยมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงฝึกหัดการแสดงเป็นตัวหนุมาน ตั้งแต่ปี 2502 ที่โรงเรียนจิตรลดา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์กล่าวว่า สำหรับการแสดงเฉลิมพระเกียรติจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 ก.ค. เวลา 14.00 น. ณ โรงละครแห่งชาติ มีการแสดงที่หลากหลาย ทั้งการแสดงนาฏศิลป์ไทย การบรรเลงดนตรีไทยและดนตรีสากล ซึ่งการแสดงเปิดงานครั้งนี้ ประกอบด้วย การแสดงรำถวายพระพร &amp;ldquo;พัทธวิสัย&amp;rdquo; การบรรเลงมหกรรมกลองสี่ภาค จากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต้ การแสดงการละเล่นของหลวง &amp;ldquo;ระเบง&amp;rdquo; และการแสดงโขน ชุดน้อมพลีกายถวายภักดี ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนสำรองที่นั่งเต็มพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวันที่ 25 ก.ค. จะจัดแสดงรำถวายพระพร &amp;ldquo;พัทธวิสัย&amp;rdquo; การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล อาทิ เพลงสดุดีราชามหาวชิราลงกรณ เพลงล้นเกล้าวชิราลงกรณ เพลงราตรีประดับดาว เพลงยอยศพระลอ เพลงพระราชนิพนธ์ Nature Waltz จากชุด Kiniri Suite พร้อมการแสดงบัลเลต์ประกอบการแสดงการละเล่นของหลวง &amp;ldquo;โมงครุ่ม กุลาตีไม้&amp;rdquo; และการแสดงโขนชุดศึกวิรุญจำบัง ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การจัดแสดงมหกรรมกลอง 4 ภาคครั้งนี้ บรรเลงตามสำเนียงของแต่ละภูมิภาค โดยใช้วงปี่พาทย์เป็นวงดนตรีหลักในการเชื่อมโยงและบรรเลงสอดแทรกกับการตีกลองชนิดต่างๆ เปรียบเสมือนอยู่ใต้ร่มพระบารมี สื่อให้เห็นว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปกครองดูแลราษฎรของพระองค์ให้อยู่เย็นเป็นสุข เสมือนเสียงกลองที่ดังกังวาน ไม่ว่าอยู่ไกลเพียงใดก็ตาม ก็จะดังไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เป็นดั่งพระบารมีที่แผ่ไพศาล กลองชนิดต่างๆ เปรียบเสมือนประชาชนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ทำให้มีความเป็นอยู่ร่มเย็นเป็นสุข เมื่อเสียงของกลองแต่ละภูมิภาคมาตีรวมกัน จึงเหมือนกับเสียงของความจงรักภักดีของประชาชนทุกภูมิภาคที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และแสดงถึงพลังแห่งความสามัคคีเป็นปึกแผ่นของคนในชาติ&amp;rdquo; อธิบดีกรมศิลปากรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กำหนดจัดการเสวนาทางวิชาการเรื่อง &amp;ldquo;ใต้ร่มพระมหากรุณา มหาวชิราลงกรณ&amp;rdquo; เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจด้านต่างๆ และพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการศิลปกรรมและนาฏดุริยางคศิลป์ไทย โดยนายอัมพล สัมมาวุฒธิ นักวิชาการช่างศิลป์เชี่ยวชาญ, นายจตุพร รัตนะวราหะ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์โขน สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ในวันที่ 25 ก.ค. เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจึงได้ร่วมกับศิลปากรสมาคม จัดโครงการการแสดงดนตรีไทยเฉลิมพระเกียรติขึ้น เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงเป็นอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมด้านดนตรีไทยมาโดยตลอดตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทั้งทรงมีความสนพระราชหฤทัยเรื่องของความเป็นมาของเพลงไทยทุกเพลง ดังที่ได้ตรัสถามที่มาของเพลงไทยทุกเพลงที่วงดนตรีไทยกรมศิลปากรบรรเลงถวาย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นมิ่งมงคลแก่เหล่านักดนตรีไทยอย่างหาที่สุดมิได้ โดยเปิดโอกาสให้ครู อาจารย์ดนตรีไทย เด็ก เยาวชน นักเรียน นิสิต และนักศึกษา จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ เข้าร่วมการแสดงและบรรเลงดนตรีไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ การบรรเลงดนตรีไทยวงมหาดุริยางค์ เพลงโหมโรงทศรัตน์ โดยครู อาจารย์ดนตรีไทย จากสถาบันการศึกษาต่างๆ การประชันปี่พาทย์ไม้แข็ง เพลงบุหลัน เพลงเขมรราชบุรี เพลงทยอยใน เพลงสารถี &amp;nbsp;โดยวงศิษย์พิบูลย์ธรรม กรุงเทพฯ และวงประคองศิลป์ สุพรรณบุรี และการบรรเลงดนตรีไทยวงมหาดุริยางค์ เพลงเต่ากินผักบุ้ง โดยวงนิสิต นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เป็นต้น โดยมีนางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน วันที่ 28 ก.ค. เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ศมส.) (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ศมส.ร่วมกับสำนักการสังคีต จัดการแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร &amp;nbsp;เป็นการแสดงหุ่นละครเล็กรามเกียรติ์ ตอนจองถนน &amp;nbsp;วันที่ 26 ก.ค. เวลา 15.00 น. โดยหุ่นละครเล็กคลองบางหลวง คณะทำนาย ชมการแสดงเชิงสร้างสรรค์คนเชิดโขนปะทะคนเชิดหุ่น พร้อมการสาธิตการแสดง วิวัฒนาการหนังใหญ่ โขน หุ่นละครเล็ก และการเชิดหุ่นแสดงอารมณ์กายจิต ณ โรงละครแห่งชาติ เปิดให้ประชาชนชมฟรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ &amp;nbsp; &amp;nbsp; บดินทรเทพยวรางกูร 28 กรกฎาคม 2561 ซึ่งรัฐบาลและทุกภาคส่วนได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติ และแสดงความจงรักภักดี พิธีทางศาสนา การถวายราชสักการะ ถวายพระพรชัยมงคล การแสดงมหรสพ โดยเฉพาะการรวมพลังจัดกิจกรรมจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศอย่างพร้อมเพรียงกัน สำหรับกองทัพบก นอกจากจะได้ร่วมน้อมถวายพระพรในโอกาสมหามงคลนี้แล้ว หน่วยทหารทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้จัดกิจกรรมถวายพระเกียรติ ประกอบด้วย พิธีถวายราชสักการะและถวายพระพรชัยมงคล ณ ที่ตั้งหน่วยทหารทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้จัดอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ 335 รูป ณ วัดต่างๆ ทั่วประเทศ และการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 67 นาย ณ วัดตาลเอน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา สำหรับโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบก จะจัดให้บริการทางการแพทย์และการบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล รวมทั้งกองทัพบกได้จัดนิทรรศการเผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่าง 23 กรกฎาคม-6 สิงหาคม 2561 ณ กองบัญชาการกองทัพบก ที่สำคัญกองทัพบกได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ร่วมกับส่วนราชการ ภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่สาธารณะ วัดหรือสถานที่ราชการ โดยน้อมนำแนวทางโครงการจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; มาเป็นต้นแบบในการดำเนินการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในวันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2561 เวลา 08.30 น. กองทัพบกกำหนดจัดพิธีถวายราชสักการะ ถวายพระพรชัยมงคล และถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน พร้อมกัน ณ กองบัญชาการกองทัพบก กทม. สำหรับหน่วยทหารที่มีที่ตั้งในต่างจังหวัด ก็จะจัดพิธีดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกันด้วย และในวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2561 กองทัพบกจะมีการจัดกิจกรรมจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ณ กองบัญชาการกองทัพบก โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง ผู้บังคับหน่วย และกำลังพลในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพบกร่วมกิจกรรม สำหรับในพื้นที่หน่วยทหารของกองทัพบกทั่วประเทศ จะจัดกิจกรรมดังกล่าวพร้อมกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพบกยังได้จัดกำลังให้การสนับสนุนรัฐบาลในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติระหว่าง 22-28 กรกฎาคม 2561 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยเฉพาะการจัดริ้วขบวนอัญเชิญพานพุ่มถวายราชสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์และการจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2561 รวมทั้งการจัดริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 กองทัพบกจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ เพื่อน้อมถวายพระพรชัยมงคล และเป็นการแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14050</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูดนตรีไทย, ดนตรีคลาสสิก, นาฏศิลป์โขน, นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส., นายอนันต์ ชูโชติ, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b573e664aad5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2026 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผนที่มีชีวิต 65 ชาติพันธุ์ ช่วยลดความขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ.ศมส. เดินหน้าพัฒนาการวิจัยชาติพันธุ์และมานุษยวิทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(ศมส.) (องค์การมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ตามที่ ศมส.ได้ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่างโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ในการพัฒนาการวิจัยชาติพันธุ์และมานุษยวิทยาผ่านศูนย์วิจัยสหวิทยาการเฉลิมพระเกียรติ 5 รอบ พลเอกหญิงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีนั้น บอร์ดบริหาร ศมส.ได้เน้นย้ำถึงการจัดทำแผนที่มีชีวิต&amp;nbsp;


fifa356 ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ศึกษาวิจัยกลุ่มชาติพันธุ์ว่ามีอยู่กี่กลุ่ม พื้นที่ใดบ้าง ขณะนี้ ศมส.ได้รวบรวมข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์แล้ว จำนวน 65 ชาติพันธุ์ทั่วประเทศ โดยแผนที่มีชีวิตที่ ศมส.ร่วมมือกับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าจะดำเนินการใช้ระบบภูมิสารสนเทศหรือจีไอเอส อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ดำเนินการเก็บภาพถ่ายทางอากาศเก็บรายละเอียดแผนที่ 3 มิติ เพื่อเห็นการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;


bnk789 รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของชุมชนต่างๆ เทียบกับภาพเก่าหรือแผนที่ในอดีตที่มีอยู่ ซึ่งจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น เรียกว่า แผนที่มีชีวิต &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพน กล่าวต่อว่า สำหรับแผนที่มีชีวิต ทาง ศมส


save168 .และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเริ่มดำเนินการจัดทำแผนที่มีชีวิตในพื้นที่กลุ่มชาติพันธ์แม่น้ำท่าจีน แม่กลอง ไปแล้วตามโครงการสาครบุรี ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์วัฒนธรรม รวมถึงการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อย่างชัดเจนจากอดีตถึงปัจจุบัน จากนั้นจะเริ่มดำเนินการทำแผนที่มีชีวิตในรายกลุ่มชาติพันธ์ นอกจากความร่วมมือกับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าแล้ว ศมส.ยังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในพื้นที่เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงของกลุ่มชาติพันธุ์ใช้ทำแผนที่มีชีวิตอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; การจัดทำแผนที่มีชีวิตของกลุ่มชาติพันธ์ ศมส. ตามแผนยุทธศาสตร์จะเสร็จภายในปี 2564&amp;nbsp;


สล็อต แผนที่มีชีวิตจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานภาครัฐและนักวิชาการที่สนใจศึกษาว่า ในประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์อยู่บริเวณไหนบ้าง แต่ละจุดมีการเปลี่ยนแปลงเช่นไร นอกจากนี้ &amp;nbsp;จะทำให้แต่ละพื้นที่ทราบว่ามีกลุ่มชาติพันธ์ใดอาศัยอยู่ หน่วยงานภาครัฐจะได้เข้าไปส่งเสริมได้ถูกต้อง ที่สำคัญจะทำให้ชุมชนที่อยู่โดยรอบได้ทราบว่า พื้นที่ของตนเองมีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่ เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่ &amp;nbsp;มองวิถีอย่างเข้าใจ ไม่อคติ ดูถูก มองความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นความหลากหลายที่จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง&amp;rdquo; ผอ.ศมส. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10244</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, ความหลากหลายทางวัฒนธรรม, นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส., ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, โครงการสาครบุรี, โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0ce38462fa6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศมส.เทิดพระกียรติพระเทพฯ  พัฒนาSmartSACเรียนรู้&quot;มานุษยวิทยา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ศมส.เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ พัฒนานวัตกรรม SmartSAC ส่งเสริมการเรียนรู้มานุษยวิทยา รวบรวมคลังความรู้-นิทรรศการออนไลน์สานแนวพระราชดำริ&amp;#39;เจ้าฟ้านักมานุษยวิทยา&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม &amp;nbsp;แถลงข่าวเปิดตัวแหล่งเรียนรู้และแอพพลิเคชัน SMARTSAC ส่งเสริมการเรียนรู้ทางมานุษยวิทยา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ &amp;nbsp;2 เมษายน 2561ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี &amp;nbsp;ทรงเป็นเจ้าฟ้านักมานุษยวิทยา ทรงมีความสนพระราชหฤทัยในความหลากหลายของมานุษยวิทยา &amp;nbsp;ทรงมีพระราชดำริจัดตั้ง ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ศมส.) &amp;nbsp;(องค์การมหาชน) &amp;nbsp; เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับด้านมานุษยวิทยา และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ ศมส.ได้พัฒนาความก้าวหน้าของการดำเนินงาน โดยจัดทำแอพพลิเคชัน SMARTSAC &amp;nbsp;เพื่อสนองแนวพระราชดำริของพระองค์ ที่ทรงต้องการให้จัดเก็บฐานข้อมูลมานุษยวิทยาอย่างเป็นระบบ และให้มีช่องทางบริการประชาชนให้เข้าถึงได้ทุกรูปแบบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.วธ.กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นต้นแบบของนักมานุษยวิทยาในประเทศไทย &amp;nbsp;ในโอกาสที่เสด็จฯ ไปยังประเทศต่างๆ ทรงศึกษาสิ่งที่ได้ทอดพระเนตรอย่างลึกซึ้ง ทั้งด้านมานุษยวิทยา ชาติพันธุ์ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ และห้องสมุด และจดหมายเหตุ จากนั้นทรงนำองค์ความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งพระราชทานคำแนะนำในการดำเนินงานให้ ศมส. โดยเฉพาะภารกิจหลักในการดูแลและเก็บข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ การอนุรักษ์ และพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ทำให้ ศมส. พัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ส่วนการพัฒนาแอพพลิเคชัน SMARTSAC จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างการพัฒนานวัตกรรมทางด้านมานุษยวิทยา &amp;nbsp; ขณะนี้ รัฐบาลมีโครงการสร้างพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาที่ ต. คลองห้า จ.ปทุมธานี โดยมอบหมายให้ ศมส. เป็นหน่วยงานให้ข้อมูลด้านมานุษยวิทยาและจัดพื้นที่จัดแสดง &amp;nbsp;ชุมชนชาติพันธุ์จากทั่วประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส.กล่าวว่า ศมส.ใช้ประสบการณ์กว่า 25 ปี มาพัฒนาฐานเรียนรู้และนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ทางมานุษยวิทยา สำหรับแอพพลิเคชั่น SmartSAC จะรองรับนิทรรศการออนไลน์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทางมานุษยวิทยา ประกอบด้วยห้องนิทรรศการพระราชประวัติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งมีโซนพระราชประวัติ โซนห้องทรงงานคือหมู่บ้านและพสกนิกร และโซนจัดแสดงหนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีกว่า 50 เล่ม และห้องพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาที่ทำในประเทศไทย เป็นระบบภาพเสมือน 360 องศา &amp;nbsp;เหมือนเดินชมอยู่ในสถานที่จริง พร้อมข้อมูลภาพ เสียงและภาพเคลื่อนไหว โดยเฉพาะห้องเครื่องปั้นดินเผา ใช้เทคโนโลยี AR รองรับข้อมูลเครื่องปั้นดินเผาแบบสามมิติ &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังพัฒนาเว็บไซต์นิทรรศการศมส. สามารถเข้าชมได้แบบ 360องศา รองรับการแสดงผลบนคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ รองรับไลฟ์สไตล์คนยุค 4.0
////&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6352</URL_LINK>
                <HASHTAG>SmartSAC, นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส., ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินทร, แอพเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82c2ff1eeff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
