<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 06:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 06:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;อธิบายยาวๆขึ้นศาลไต่สวนคัดค้านคำสั่งระงับแพร่คลิป&#039;วัคซีนพระราชทาน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 ก.พ.64 - เพจเฟซบุ๊ก คณะก้าวหน้า - Progressive Movement โพสต์ข้อความ กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ขึ้นศาลไต่สวนการยื่นคำร้องคัดค้านและขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งระงับการเผยแพร่คลิปและเนื้อหาการไลฟ์สด เรื่อง วัคซีนพระราชทาน มีเนื้อหาดังนี้
หากยังพอจำกันได้ เมื่อคืนวันที่ 18 มกราคม 2564 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไลฟ์สดวิจารณ์ยุทธศาสตร์การจัดหาวัคซีนของรัฐบาลไทยที่ช้าและน้อยเกินไป ไม่ทันการณ์ โดยสาเหตุมาจากการ &amp;ldquo;แทงม้าตัวเดียว&amp;rdquo;
.
เช้าวันรุ่งขึ้นก็มีท่าทีดุเดือดจากหลายฝ่าย รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งพุทธพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(หรือที่เรียกติดปากสั้นๆ ว่า DE)
.
โดยพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เปิดเผยในวันที่ 31 มกราคม 2564 ว่าศาลได้มีคำสั่งตามคำร้องของ DE ให้ระงับการเผยแพร่คลิปและเนื้อหาการไลฟ์สดของธนาธรทั้ง 3 ช่องทาง ได้แก่เฟซบุ๊ก เว็บไซต์ และยูทูบคณะก้าวหน้า
.
ทำให้ทางฝั่งธนาธรต้องยื่นคำร้องคัดค้าน และขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว โดยในวันนี้ศาลได้มีการนัดไต่สวน
.
เราจึงขอนำเนื้อหาบางส่วนจากห้องไต่สวนมาเล่าให้ทุกคนได้รับฟังถึงแนวทางและเหตุผลของทั้งฝั่ง DE และธนาธรในการต่อสู้กันว่าจะแบนหรือไม่แบนคลิปดังกล่าว -&amp;nbsp; ก่อนที่จะมีการนัดอ่านคำสั่งศาลในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
.
สำหรับการต่อสู้ครั้งนี้ ฝั่งหนึ่งมีทนาย &amp;quot;กฤษฎางค์ นุตจรัส&amp;quot; และ &amp;quot;ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;quot; ผู้ขอให้เพิกถอนคำสั่งแบนคลิป ส่วนอีกฝั่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของ DE ซึ่งมีพยานเป็น &amp;quot;ทศพล เพ็งส้ม&amp;quot; กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทนายความหัวหน้าทีมต่อสู้คดีหุ้นสื่อของพรรคพลังประชารัฐ และยังเป็นทนายความให้ ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ รวมทั้งเคยเป็นผู้สมัครลงเลือกตั้ง ส.ส. นนทุบรี พรรคพลังประชารัฐอีกด้วย
.
โดยในการพิจารณา ศาลเริ่มจากการสอบถามทั้งสองฝ่ายว่ามีประเด็นใดจะต้องพิจารณาลับหรือไม่ โดยทางฝั่งธนาธรเห็นว่าไม่มี ส่วนทางฝั่ง DE เห็นว่ามีประเด็นเรื่องสถาบันฯ ที่จะต้องพิจารณาลับ
.
อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่ามีข้อพิจารณา 2 ประเด็นคือ 1.กระทบความมั่นคงในราชอาณาจักร 2.เป็นความลับราชการ ซึ่งก็เห็นว่าข้อเท็จจริงก็ปรากฏทั่วไปในสื่อสาธารณะอยู่แล้ว และเรื่องความลับของทางราชการก็ไม่มีชุดข้อมูลใดเข้าข่ายให้ต้องพิจารณาลับ
.
หลังจากนั้นศาลเปิดคลิปไลฟ์ความยาวเต็มประมาณ 30 นาที เพื่อฟังตั้งแต่ต้นจนจบในห้องพิจารณาคดี
.
หลังจากที่ดูคลิปจบ ทางฝั่ง DE ก็ยืนยันหลักฐานตามคำร้องเดิม ในการไลฟ์ของธนาธรในช่วงนาทีที่ 15 และ 28 &amp;ldquo;ทั้งหมดนำมาสู้คำถามสุดท้ายว่า ในหลวง ร.10 เป็นผู้ถือหุ้นของ Siam Bioscience คุณประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี อนุมัติดีลอย่างนี้ขึ้น และถ้าหากเกิดอะไรผิดพลาด คุณประยุทธ์จะรับผิดชอบได้หรือไม่ ถ้าเกิดว่าผลิตวัคซีนช้ากว่าเวลา มีปัญา แจกจ่ายกับประชาชนไม่เป็นธรรม ถ้าเกิดว่าประชาชนแพ้วัคซีน หรือวัคซีนมีประสิทธิภาพไม่ได้ตามเป้าหมาย คุณประยุทธ์จะรับผิดชอบไหวหรือไม่? เพราะประชาชนย่อมตั้งคำถามกับ Siam Bioscience ซึ่งมีผู้ถือหุ้นคือในหลวง ร. 10&amp;rdquo;
.
ส่วนทางด้านธนาธรใช้เวลาในการอธิบายยาวๆ ดังนี้:
.
&amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุผลที่ผมออกมาไลฟ์เพราะเป็นห่วงเรื่องการจัดการวัคซีนในสถานการณ์โควิด ผมเห็นว่ายุทธศาสตร์วัคซีนที่รัฐบาลทำอยู่นั้นไม่เหมาะสม เพราะน้อยเกินไปและช้าเกินไป
.
ถ้ายังใช้แผนนี้อยู่ ก็มีตัวเลขของทางราชการมาให้ดู เป็นเอกสารแนบท้ายในการประชุม ครม. ว่าจะเกิดความเสียหายเดือนละกว่า 2.5 แสนล้านบาท อย่าลืมว่าคนที่แบกรับต้นทุนเหล่านี้คือคนที่หาเช้ากินค่ำ คือแรงงานนอกระบบ คือคนที่อ่อนแอ
.
ถ้าย้อนกลับไปดูเอกสารการประชุม กมธ. ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเข้าชี้แจงเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 แผนการจัดหาวัคซีนของรัฐบาลภายในปี 2566 ได้เพียง 50% ของทั้งประเทศเท่านั้น ถ้าเดินตามแผนที่เราจะเปิดๆ ปิดๆ แบบนี้ไปอีก 3 ปี ซึ่งไม่มีประเทศไหนทำเช่นนี้
.
ยกตัวอย่างเช่นอิสราเอล ประกาศว่าจะฉีดวัคซีนให้ครบ 100% ภายในไตรมาสแรกของปีนี้ ส่วนสหรัฐฯ ประธานาธิบดีไบเดนก็ประกาศจะฉีดให้ได้ 100 ล้านโดสภายใน 100 วันแรกของการเข้ารับตำแหน่ง
.
ตอนนี้เราอยู่ในอุโมงค์มืดมิด และวัคซีนคือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
.
ส่วนเหตุผลที่กล่าวถึงในนาทีที่ 15 และ 28 นั้น ขอเล่าว่าบริษัท Siam Bioscience ถือหุ้นโดยในหลวง ร.10 สัดส่วน 100% ตามเอกสาร บอจ. ที่ส่งให้ศาลดู ซึ่งข้อมูลนี้เป็นจริงตามที่กล่าวในไลฟ์
.
มี 3 สัญญาที่สำคัญในดีลวัคซีนนี้ คือ 1.รัฐบาลซื้อจาก AstraZeneca
2. AstraZeneca ที่จ้าง Siam Bioscience ผลิต
3.สัญญาที่รัฐบาลให้งบประมาณสนับสนุน Siam Bioscience
&amp;nbsp;.
ประเด็นที่พูดเรื่องนี้ เพราะวัคซีน 26 ล้านโดส หรือคิดเป็น 20% ของประชากรนั้น มาจาก AstraZeneca ที่เดียว ซึ่งข้อมูลที่กล่าวมานี้เป็นข้อมูลที่พบได้ตามอินเตอร์เน็ตและสาธารณะทั่วไป
.
และภายหลังมีการจัดหาเพิ่มเติมอีก 35 ล้านโดส ซึ่งก็มาจาก AstraZeneca เช่นกัน เท่ากับว่าไม่มีการกระจายความเสี่ยง
.
และในประเด็นรัฐบาลสนับสนุนงบหลายร้อยล้านบาทให้กับ Siam Bioscience โดยปกติก็ต้องมีเอกสารการจัดหา การประกวดเปรียบเทียบคุณสมบัติ หรือการแสดงการคัดเลือกโดยละเอียดโปร่งใส
.
ไม่นับว่าในที่ประชุมคณะกรรมการวัคซีน ก็มีการพูดเรื่อง conflict of interest ที่เน้นย้ำว่าจะต้องทำอย่างโปร่งใส หากมีกรณีเกิดขึ้นจะต้องชี้แจงให้สาธารณชนได้รับทราบ
.
***ศาลคงทราบหลักการอยู่แล้วว่า The king can do no wrong because the king can do nothing
.
วันนี้ผมแนบหนังสือพิมพ์ The Economist มาอ่านให้ฟังว่าขณะนี้ที่ยุโรป บริษัท AstraZeneca ไม่สามารถจัดส่งวัคซีนได้ตามสัญญา ประชาชนในยุโรปก็โกรธ
.
แล้วถ้าเหตการณ์เช่นนี้เกิดกับประเทศไทย ใครจะสัญญาได้ว่าพระเกียรติของสถาบันจะไม่ได้รับผลกระทบ??? รัฐบาลกล้ารับผิดชอบหรือไม่??? ดังนั้นการปกป้องพระเกียรติ คือการไม่เอาสถาบันมาทำเช่นนี้&amp;rdquo;
.
หลังจากนั้นศาลจึงถามว่าทำไมถึงใช้คำว่า &amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน&amp;rdquo; ธนาธรตอบว่า:
.
&amp;ldquo;ผมไม่ได้ใช้คำนี้เป็นคนแรก แต่ทั้งคุณประยุทธ์และหน่วยงานรัฐเป็นคนใช้คำทำนองนี้เพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด
.
ที่ผมเอาเรื่องนี้มาพูด เพราะเกรงว่าถ้าเป็นแบบนี้จะทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติได้
.
และเนื่องจากรัฐบาลไทยใช้งบประมาณแผ่นดินซื้อวัคซีน และให้ทุนสนับสนุน Siam Bioscience ไปพัฒนา ดังนั้น การใช้คำว่า &amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน&amp;rdquo; จึงไม่ควรทำ
.
แต่ถ้าหากเราจะยืนยันใช้คำเช่นนี้ แล้วผิดพลาดขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น? ในเมื่อเป็น &amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน&amp;rdquo;
.
ทางด้าน DE พยายามชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เจาะจงและไม่ได้ว่าจ้างโดยตรงให้ Siam Bioscience แต่ AstraZeneca เป็นผู้เลือก Siam Bioscience เอง
.
และกล่าวหาธนาธรว่ามุ่งประเด็นให้คนเข้าใจว่าถ้าผลิตวัคซีนล่าช้าหรือไม่ได้คุณภาพก็ต้องไปโทษ Siam Bioscience ซึ่งผู้ถือหุ้นของบริษัท ก็คือในหลวง ร.10 นั่นเอง
.
&amp;quot;จากคลิปเป็นการชี้นำประชาชนให้ตั้งคำถามต่อในหลวง ร.10 ให้เกิดข้อสงสัยเรื่องการถือหุ้น ซึ่งไม่จำเป็น เพราะผู้รับผิดชอบคือกรรมการผู้จัดการ ไม่ใช่ผู้ถือหุ้น แต่ธนาธรกลับไม่เน้นความรับผิดของนิติบุคคล&amp;quot;
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อทนายความฝั่งธนาธรถามซัก ทาง DE ก็ยอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัท Siam Bioscience&amp;nbsp; แต่อย่างใด
.
...อย่างไรก็ตาม ในคดีเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 &amp;ldquo;แม้ว่าพูดจริงก็มีความผิดได้&amp;rdquo; ... นี่คือคำกล่าวของฝั่ง DE
.
(หรือที่แวดวงกฎหมายมักพูดคิดปากกันว่า &amp;ldquo;ยิ่งจริงยิ่งผิด&amp;rdquo;)
.
หลังจากการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว ธนาธรเปิดเผยต่อสื่อมวลชนที่มาดักรอหน้าศาลว่าไม่ได้วิตกกังวลอะไร เพราะเราทำตามหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ ได้ชี้แจงเหตุผลและพยานหลักฐานต่างๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้ว ส่วนศาลจะวินิจฉัยตัดสินอย่างไรก็เป็นอำนาจของท่าน
&amp;mdash;
.
8 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. โปรดติดตามกันต่อไปว่าศาลจะเพิกถอนคำสั่งระงับการเผยแพร่คลิปไลฟ์วัคซีนดังกล่าวหรือไม่
.
#วัคซีนพระราชทาน #โควิด19 #Covid19 #ธนาธร #คณะก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92032</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์, วัคซีนพระราชทาน, สยามไบโอไซเอนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601b6b754d50d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผีอิเล็กทรอนิกส์!&#039;อัษฎางค์&#039;แฉไอ้โม่งใช้เอไอเปิดบัญชีเฟซบุ๊กจี้นายกฯ-รมว.ดีอีเอสจัดการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค.63 -นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผีอิเล็กทรอนิกส์ อาวุธของฝ่ายทำลายชาติ กับนักรบตะพาบ ของฝ่ายรักษาชาติ ใครแพ้ใครชนะเห็นตั้งแต่ยังไม่ออกรบ&amp;rdquo;
............................................................................
ชอบพาดหัวขอบเพจวัคซีน
&amp;ldquo;รมต.บีแจ้งปิดเพจหมิ่นฯช้าและยากเพราะต่างประเทศ แต่เพจปกป้องสถาบันปลิวง่ายๆ รายวัน&amp;rdquo;
ผมฟันธงไปนานแล้วว่า FB Thailand มีไอ้โม่ง
แต่ไม่มีใครสน ไม่มีใครจัดการ และที่ยังไม่มีใครจัดการเพราะมันยังมีไอ้โม่งในรัฐบาลด้วย ฝากวัคซีน ช่วยขย่มไอ้โม่งในรัฐบาลที
ผมมีเพจของตัวเองเป็นตัวอย่าง
ผมปกป้องสถาบันฯ แต่เคยโดนถล่มจนเละ มีหลายคนแนะนำว่า ผมเปิดหน้า เปิดชื่อแบบนี้อันตราย ทำไมไม่ทำแบบคนอื่น ที่เขามีเพจอวตาร หรือเพจที่ไม่เปิดชื่อเปิดหน้า
ผมเลยทดลองเปิดเพจใหม่ จากอีเมล์ใหม่ โดยไม่มีชื่อตัวเอง ไม่เกี่ยวข้องกับชื่อตัวเองเลย ผลเป็นยังไงรู้มั้ย
ปกติเราโพสต์อะไร ใช้เวลาเป็นวันกว่าจะมีคนเห็นในวงกว้าง แล้วถึงจะมีทัวร์ตามมา แล้วหลังจากนั้น มันก็จะระดมช่วยกันรีพอร์ต เพื่อบล็อกโพสต์หรือปิดเพจเรา
แต่กรณีของผมในครั้งนั้น ผมเปิดเพจเสร็จ โพสต์ภาพและข้อความ ผ่านไม่ถึงครึ่งชั่วโมง โพสต์โดนลบ หลังจากนั้นไม่ถึง 10 นาที เพจโดนลบ &amp;ldquo;เพจทั้งเพจโดนลบ&amp;rdquo; ปลิวไปในพริบตา โดยที่แทบจะยังไม่มีใครเห็นโพสต์ผมด้วยซ้ำ
คำอธิบายในเรื่องนี้ คืออะไร
ไอ้โม่ง คือ ใคร
............................................................................
ในอเมริกัน มีนักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์วิจัย เรื่องเพื่อน เพื่อนของเพื่อน และผู้ติดตามของเราใน Facebook เขาพบอะไรรู้มั้ย??
เขาพบชื่อบัญชีผู้ติดตามหรือเพื่อนใน Facebook ของเรา (ผมจำไม่ได้แน่ว่า 30 คนหรือ 30%) ไม่ได้เป็นมนุษย์ แต่เป็นคอมพิวเตอร์ เป็นเอไอ
และมันมีปฏิสัมพันธ์ต่อเราและคนอื่น รวมทั้งมันมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันด้วย คือมันโพสต์ มันคุยกัน คอมเมนท์กันและกัน
มีคำถามว่า ผู้ที่สร้างเอไอ ไปเปิดบัญชีFacebook เพื่ออะไร?
คำตอบจากนักวิจัย คือยังไม่รู้แต่ชัด
แต่มีความเป็นไปได้สูงมากว่า เพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เป็นเรื่อง&amp;rdquo;ในทางลบ&amp;rdquo;
อาชญากรรมไซเบอร์ เหมือนผี แต่เป็นผีอิเล็กทรอนิกส์ เป็นผีที่ทันสมัย และไม่กลัวพระและข้าวสารเสก
ผีอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเอไอ ที่คิด ตัดสินใจและลงมือทำอะไรรวดเร็วเหมือนกันสายฟ้าฟาด
แต่ถ้าท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลยังเป็นตะพาบ ท่านจะเอาอะไรไปสู้กับมัน แค่ท่านเริ่มนั่งคิดและเริ่มประชุมอยู่ในสภาเจได ผีอิเล็กทรอนิกส์พวกนี้มันก็ไปถึงสุดขอบจักรวาลแล้ว
ท่านนายกลุงตู่ และท่าน รมต.พี่บี หาตัวของขงเบ้ง กวนอู จูล่ง จิวยี่ มาช่วยงานด่วน อย่ามัวแต่หวังเพิ่งทหารปลายแถวอยู่เลย เพราะฝ่ายตรงข้ามเขามีทั้งตั๋งโต๊ะ โจโฉ&amp;nbsp; ลิโป้และสุมาอี ตัวเขมือบเมืองทั้งนั้นอยู่ในมือ
รอจนสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน สิ้นชีวิตแล้วเสียใจก็ไม่ช่วยอะไร ลูกหลานจะลำเค็ญ ด่าทอและสาบแช่ง ว่าการบริหารราชการแผ่นดินของบรรพบุรุษอย่างพวกท่านคือหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้ชาติพินาศ บรรลัย
ผมและพวกเราคนไทยที่รักชาติเอาใจช่วยเสมอ
............................................................................
อัษฎางค์ ยมนาค
อ่านรายละเอียดของวัคซีนได้ที่นี่: https://www.facebook.com/109461847073213/posts/321397832546279/?d=n&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73686</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์, นายอัษฎางค์ ยมนาค, ผีอิเล็กทรอนิกส์, เอไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e2652f497e4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มีแทงข้างหลังกัน! &#039;พุทธิพงษ์&#039; แย้มพปชร.ถกปรับครม. 21 ก.ค.นีี้ ยันต้องเชื่อมั่นนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.ค.63 -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หัวหน้าพรรคแจ้งหรือยังว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร ว่า มีการหารือกันในเบื้องต้นว่าในส่วนของพรรคเรามีระบบทำบัญชีต่างๆ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้นโยบายว่าทุกอย่างจะหารือพูดคุยกันในกรรมการบริหารพรรค โดยวันอังคารที่ 21 ก.ค. หัวหน้าพรรคจะเชิญกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดมาพูดคุยกัน ส่วนจะสรุปได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้พูดคุยกัน มีระบบชัดเจน มีหัวหน้า รองหัวหน้า กรรมการบริหารพรรค ทุกคนคงมีส่วนร่วมในการเสนอชื่อ ส่วนจะสรุปเมื่อไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และสุดท้ายมาอยู่ที่หัวหน้าพรรค ยังมีเวลาระบบ และการปรับ ครม.จะเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะเป็นผู้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวปรับลดรัฐมนตรีในสัดส่วนของ กทม.ทำให้ทุกคนจับตามาที่ท่าน นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ว่าปกติในพรรคเคารพซึ่งกันและกัน แต่ละภาคแต่ละส่วนเราดูแลด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ตอนนี้ตนก็ทำงานไป เชื่อว่าทุกคนทำงานอย่างเดียว และข่าวที่ออกมาไม่ทำให้เสียกำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนตั้งรัฐบาลมีการตกลงกันหรือไม่ว่าให้เป็นรัฐมนตรีกันคนละหนึ่งรอบ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไม่มี พรรค เราพูดคุยกันได้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ เราต่อสู้ร่วมกันมาในการหาเสียง ในพรรคพลังประชารัฐมีอะไรหลายอย่างที่เราพูดคุยกันมา และไม่ได้หนักเหมือนที่เป็นข่าว มีการพูดคุยกันมาโดยตลอด เชื่อว่าจะพูดคุยกันได้ และทุกครั้งไม่ถึงต้องโหวต เชื่อว่าทุกคนเคารพในแนวคิดของพรรค เชื่อว่าจะไม่มีการแทงกันข้างหลัง ทุกคนเคารพซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กระแสข่าวมีชื่อคนนอกเข้ามาทางพรรครับได้ใช่หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่นายกฯตัดสินใจ เราคงไม่ก้าวก่าย แต่ในส่วนของพรรคเรามีการพูดคุยกันเสนอชื่อที่เราเห็นว่าเหมาะสม แต่การตัดสินใจเป็นอำนาจของนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในส่วนของตำแหน่ง รมว.พลังงานสนับสนุนใครเป็นพิเศษหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีเลย ใครก็ได้ แล้วแต่นายกฯเลือกคนไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถามอีกว่า โควตาของนายกฯควรอยู่ที่นายกฯหรือควรดึงกลับไปที่พรรค นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า อำนาจในการปรับ ครม.และการเลือกเป็นอำนาจของนายกฯ ท่านตัดสินใจเลือกใครคิดว่าทุกคนรับได้ ไม่มีโควตาของใครทั้งนั้น สุดท้ายนายกฯจะเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะท่านเป็นผู้นำรัฐบาล เราต้องเชื่อมั่นในผู้นำรัฐบาล เมื่อผู้นำตัดสินใจอย่างไรเราก็เดินไปตามนั้น และทุกครั้งที่นายกฯตัดสินใจในหลายเรื่องก็ถูกต้องทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71724</URL_LINK>
                <HASHTAG>.พรรคพลังประชารัฐ​, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ปรับครม., พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f11271c99092.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ใช่เจ้าของชีวิต&#039;พุทธิพงษ์&#039;ลั่นให้เกียรติสส.กทม.หากจะย้ายก๊วนเชื่อจับกลุ่มต่อรองกับนายกฯไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มิ.ย.63 -ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ(กก.บห.) กล่าวถึงปัญหาในพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่ขณะนี้มีการตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เป็นเอกภาพหลังกลุ่มส.ส. กทม. ไปลงพื้นที่กับกลุ่มของน.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร ยืนยันว่ายังทำงานร่วมกันและยังประชุมสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันอยู่ ส่วนการลงพื้นที่ก็เป็นนโยบายที่เราสนับสนุน ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ส่งถุงยังชีพให้ส.ส.ทุกเขตในกทม.อยู่แล้ว ส่วนใครจะชวนใครลงพื้นที่ไม่เป็นปัญหา เพราะเป็นหน้าที่ส.ส.ที่ต้องลงพื้นที่ดูแลความเดือดร้อนของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่าภาพส.ส.กทม. แตกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่อยู่กับนายพุทธิพงษ์ มี 7 คนและกลุ่มที่อยู่กับน.ส.วทันยา มี 5 คน นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ก็ยังไม่มี​ ต้องดูยาวๆ ทุกอย่างเป็นไปได้ เชื่อว่าเมื่อมีการเลือกกก.บห. เสร็จ ผู้บริหารใหม่ที่เข้าไปก็คงทำให้ทุกอย่างมีเอกภาพมากขึ้น และหลายข่าวในอดีตที่ผ่านมาก็อาจเป็นการคิดกันไปเองว่าการทำแบบนี้จะได้มาซึ่งแบบนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะเข้าใจใน​ พปชร.ที่มีแนวคิดจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบริหาร คือเรื่องสาระสำคัญของการทำงานของพรรค ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา 1 ปี สถานการณ์ของพรรคในเรื่องการทำงานยังมีหลายอย่างที่ต้องทำแต่ยังไม่ได้ทำ ซึ่งไม่ได้เป็นความผิดของใครต่างคนต่างก็มีภารกิจ อีกเรื่องกก.บห. ชุดแรกเริ่มมีตั้งแต่ก่อตั้งพรรคมาและเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง แต่ปัจจุบันเรามีส.ส.ร้อยกว่าคน รวมทั้งมีสาขาและสมาชิกอีกจำนวนมาก จึงควรมีองค์ประกอบของส.ส.ในแต่ละภาคเข้ามาเป็นกก.บห. เพื่อมีส่วนร่วมสะท้อนปัญหาของประชาชน จึงถึงเวลาที่จะปรับเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่ากลุ่มกทม. ไม่ได้แตกเป็น 2 ส่วน นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า &amp;quot;ถ้าความสัมพันธ์ส่วนตัวคิดว่ายังดีอยู่ เพียงแต่เราไม่ปิดกั้นความคิดใครว่าจะต้องสนับสนุนใครและหากมีกก.บห.พรรค จะสนับสนุนใครส่วนตัวผมก็ไม่เคยไปคุยกับน้องๆ ว่า ต้องเลือกใครหรือสนับสนุนใคร เพราะเป็นส.ส.กันแล้ว แต่ละคนมีความคิดเป็นของตัวเอง ผมไม่เคยปิดกั้นใคร มันก็เลยเป็นสถานการณ์มาจนถึงวันนี้ เราไม่ใช่เจ้าของชีวิตเขา ไม่ใช่เจ้าของความคิดเขา อาจดูว่าเหมือนเราไม่ได้พูดคุยกัน แต่ความสัมพันธ์ส่วนตัวผมว่ายังดีอยู่ ไม่ได้มีอะไรมาก และเท่าที่ดูจากสื่อก็ไม่มีเรื่องการต่อรอง ผมยังไม่เห็นอะไรเหล่านั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะมีการชวนส.ส.กทม. ออกไปตั้งกลุ่มเพื่อต่อรองทางการเมือง นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจเรื่องการไปตั้งกลุ่ม เพราะตนไม่ได้ทำ แต่ไม่เชื่อเรื่องการต่อรองตำแหน่ง ถ้าจะมีการเปลี่ยนหรือปรับต่างๆ ไม่เชื่อว่านายกรัฐมนตรี จะใช้เหตุผลโดยการไปดูเรื่องการจับกลุ่มในพรรคของเราเอง มันไม่ใช่ระบบและวิธีที่ถูกต้อง ซึ่งระบบนี้อาจใช้ได้ในช่วงก่อนเลือกตั้ง ว่ามีใครสนับสนุนผู้สมัครคนไหน เพื่อช่วยให้ได้เป็นส.ส. แต่หลังมีการเลือกตั้งมานานแล้วมารวบรวมส.ส.ในพรรคตัวเองเพื่อเป็นพลังในการต่อรองตำแหน่งนั้น ผมไม่คิดว่าระบบนี้จะเกิดขึ้น เพราะถ้ามีคงเป็นปัญหากันใหญ่ เพราะทุกคนคงไปรวบรวมส.ส.ขึ้นมาต่อรอง จึงไม่คิดว่าระบบนี้เป็นระบบที่นายกฯจะใช้ แต่ตนไม่ทราบเพราะเป็นเรื่องของนายกฯ แต่คิดว่าถ้าใช้ระบบนี้จะยุ่งกันไปใหญ่ทุกภาคและทุกโซน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ารู้สึกน้อยใจหรือไม่​ เพราะได้ช่วยสนับสนุนมาตั้งแต่ต้น​ แต่ตอนนี้กลับจะย้ายกลุ่ม นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ส่วนตัวยอมรับว่าตนเป็นทาบทามและคนชวนส.ส.และผู้สมัครกทม.เกือบทุกคนมาเอง โดยดูจากคุณสมบัติของแต่ละคน แต่ตนไม่สามารถไปเป็นเจ้าของความคิดและความเห็นของใครได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันหนึ่งหากใครคิดจะไปไหนก็ต้องให้เกียรติและสิทธิ์ แต่ถ้าถามว่ารู้สึกอย่างไรส่วนตัวไม่ได้เสียใจอะไรและคิดว่าเขาเป็นบุลลากรที่ดีและมีความคิดเป็นของตัวเอง แต่ถ้าวันหนึ่งผมนั่งคิดได้ก็อาจเสียใจด้วยตัวเองว่า เราเลือกมาเองและสนับสนุนเขาไปถึงฝั่งแล้ว ก็เป็นสิ่งที่เขาจะดำเนินการได้ตามความคิดของเขา ส่วนผมก็มีความคิดของผมเอง&amp;quot;นายพุทธิพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ตอนนี้ยังไม่เสียใจต้องรอคิดได้ก่อนใช่หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ ไม่ได้ตอบแต่หันมายิ้มให้ผู้สื่อข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68493</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.วทันยา วงศ์โอภาศรี, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee32a48d892a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธิพงษ์&#039;ย้ำโทรฟรีสู้โควิดทุกค่าย 100 นาที 45 วัน เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 1- 15 พ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63- นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผมร่วมกับ กสทช เปิดตัวมาตรการที่รัฐบาลขอความร่วมมือโอเปอเรเตอร์ 5 ราย ช่วยแบ่งเบาภาระ ลดค่าใช้จ่ายค่าโทรศัพท์มือถือให้พี่น้องประชาชน เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 1- 15 พฤษภาคมนี้ เมื่อลงทะเบียนแล้วจะได้ SMS ยืนยันสิทธิ์ ได้โทร.ฟรี 100 นาที เป็นเวลา 45 วันนับตั้งแต่วันที่ได้ SMS โดยสามารถโทร.ข้ามเครือข่ายได้ ตามปกติจะโทร.ฟรีเฉพาะเครือข่ายเดียวกันเท่านั้น แต่ทางเราขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการเป็นกรณีพิเศษ เพื่อช่วยเหลือคนไทยอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการนี้จะยกเว้นเพียง 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่จดทะเบียนในนามนิติบุคคล และผู้จดทะเบียนเป็นชาวต่างชาติ เนื่องจากเป็นนโยบายที่ตั้งใจมอบให้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบบจะเริ่มให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 1 พ.ค. เป็นต้นไป (ต้องหลัง 30 เม.ย.) ฝากแจ้งต่อไปยังญาติพี่น้องด้วยครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63775</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e4e7ba45ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธิพงษ์&#039;จ่อหารือเครือข่ายมือถือหนุนหน่วยงานรัฐ-เอกชนทำงานที่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงการใช้แอพพลิเคชั่น SydeKick สำหรับใช้ในการติดตามผู้ที่จำเป็นต้องกักกันตัวในบ้าน&amp;nbsp;ว่า แอพพลิเคชั่นดังกล่าวทำมาแล้วตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้ระบบเอโอทีทั้งหมด ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้งจากบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. &amp;nbsp;สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และกระทรวงคมนาคม &amp;nbsp;ซึ่งกรณีของกลุ่มคนที่ใช้แอพพลิเคชั่นมี &amp;nbsp;2 กลุ่ม คือ นักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ได้มีการประสานให้โหลดแอพพลิเคชั่นและกรอกข้อมูล ซึ่งในแอพพลิเคชั่นจะมีการถ่ายรูปพาสปอร์ต บอร์ดดิ้งพาส โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ที่กรมควบคุมโรคในช่วงที่จำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนอีกกลุ่ม เป็นกลุ่มอื่นๆที่เดินทางเข้ามา โดยเราได้ทยอยขอความร่วมมือไป ขณะนี้กำลังประสานกับกระทรวงคมนาคมในการขอความร่วมมือตั้งแต่ต้นทาง เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวเดินทางเข้ามาประเทศอาจจะให้มีวิดีโอสั้นๆบนเครื่องบิน เพื่อขอความร่วมมือเมื่อลงจากเครื่องบินให้กรอกข้อมูล เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา นอกจากนี้ กำลังประสานกับนักท่องเที่ยวที่อาจจะเริ่มมีปัญหาไม่ได้เตรียมโทรศัพท์มือถือหรือเบอร์ เราจะพยายามประสานสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)​ อาจจะขอซิมการ์ดฟรี 14 วันให้คนกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้คนที่เข้าประเทศไทยสามารถสื่อสารกันได้ตลอดเวลา รวมถึงกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่เข้ามาแล้วจะถูกส่งตัวไปยังภูมิลำเนา หรือ ไปกักตัวที่บ้าน ซึ่งใช้แอพพลิเคชั่นเอโอทีเหมือนกัน แต่อาจจะมีรายละเอียดมากขึ้นในการติดตามตัว อย่างไรก็ตาม แอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะทำงานประสานกันระหว่างกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย มีเจ้าหน้าที่ทำงานร่วมกันตลอด แอพพลิเคชั่นดังกล่าวช่วยเจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้ป่วยมากขึ้นให้เห็นเป็นเรียลไทม์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีข่าวเฟคนิวส์ต่างๆในเรื่องโควิด-19 มีการดำเนินการจับกุมอย่างไรบ้าง นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมามีการส่งเจ้าหน้าที่ไป 15 ชุด ในการจับกุมคนที่ปล่อยเฟคนิวส์ออกมา โดยจับกุมได้ 5 รายและรับตัวมาดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)แล้ว ซึ่งจะมีการดำเนินคดีทุกรายไม่มีเว้น และจะทำต่อไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือว่าในสถานการณ์แบบนี้ไม่อยากให้คนที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วนจะด้วยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตามอยากให้ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนมีการแชร์ เพราะจะกระทบกับสังคมโดยรวม ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่ดีที่สุดในการหยุดเฟคนิวส์ คือ เมื่อได้รับข่าวสารนั้นมาแล้ว ได้อ่านแล้ว แต่ไม่มั่นใจ ไม่ชัวร์ว่าข้อมูลนั้นมาจากไหนก็ขอให้หยุดที่ตัวเอง ไม่ต้องแชร์ส่งต่อไป จะทำให้ข่าวเฟคนิวส์นี้หยุดได้ที่ตัวท่านเอง จึงอยากขอความร่วมมือคนไทยทุกคน สำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ทุกวัน เพราะไม่อยากให้สังคมถูกชี้นำด้วยข่าวปลอมหรือเฟคนิวส์&amp;rdquo; นายพุทธิพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้หน่วยงานราชการบางหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่บางคนทำงานที่บ้าน นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ในวันที่ 16 มี.ค.จะมีการร่วมมือกันระหว่างระหว่างโอเปอร์เรเตอร์และผู้ให้บริการทุกเครือข่ายในประเทศ รวมไปถึงไมโครซอฟ บริษัทไลน์ และกูเกิล จะมีการแถลงข่าวร่วมกันในการที่จะสนับสนุนการทำงานที่บ้าน ซึ่งจะเป็นระบบที่ทุกคนสามารถใช้ได้โหลดฟรีและไม่ไปกระทบแพ็คเกจโทรศัพท์ปัจจุบันที่ใช้อยู่ &amp;nbsp;ใช้เพื่อประชุมสัมมนา ถือเป็นการสนับสนุนให้ภาครัฐ เอกชน และรัฐวิสาหกิจใช้ช่องทางดังกล่าวในการทำงานที่บ้าน เพื่อลดการเดินทางและป้องกันกลุ่มเสี่ยงด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59808</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ดีอีเอส, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์, เครือข่ายมือถือ, แอพลิเคชั่น sydekick</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6dd81d53b92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธิพงษ์&#039;ถก&#039;กสทช.&#039;ตามสัญญาณมือถือผีน้อย ลดความเสี่ยงโคอิด-19 ระบาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
10 มี.ค.63-นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์กรณีการดำเนินคดีกับคนที่ปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับหน้ากากอนามัย และสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า เรื่องการดำเนินการจับกุมผู้ขายหน้ากากอนามัยราคาเกินจริงในออนไลน์ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะรับผิดชอบเรื่องนี้ เบื้องต้นได้มีการจับผู้กระทำผิด 100 กว่าราย ส่วนความรับผิดชอบของกระทรวงดีอีเอส ได้เร่งทำเรื่องแพลตฟอร์มต่างๆ มาช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องไวรัสโควิด-19 โดยในช่วงบ่ายวันนี้ (10 มี.ค.) จะมีการหารือกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ จะใช้ระบบสัญญาณติดตาม สัญญาณโทรศัพท์มือถือของทั้งผีน้อย ผู้ใช้แรงงานที่เข้ามาภายในประเทศ หรือนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศกลุ่มเสียง เพราะเห็นว่า บางทีการตรวจขั้นแรก อาจไม่พบว่าเป็นผู้มีอาการ แต่อาจจะมารู้ทีหลังว่าป่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน โดยจะให้มีการกรอกรายละเอียด เพื่ออนุญาตให้เราได้ติดตามบุคคลเหล่านั้นได้อย่างน้อย 21 วัน หากไม่พบว่ามีอาการ ก็จะไม่ติดตามต่อ ระบบติดตามนี้จะช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้ต่างประเทศมีการส่งหน้ากากอนามัยผ่านตู้ไปรษณีย์ไปตามบ้าน วิธีการนี้จะมีโอกาสนำมาใช้ในประเทศไทยหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้เตรียมระบบนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว มีความพร้อมจะทำหน้าที่จัดส่งไปตามบ้าน แต่ปัญหาคือจำนวนหน้ากากอนามัยที่เรามีไม่เพียงพอที่จะส่ง หากจะส่งไปตามบ้านต้องใช้ปริมาณหลาย 10 ล้านชิ้นต่อวัน ในขณะนี้รัฐบาลพยายามจะดูแลให้ทั่วถึง โดยจะเน้นให้กับบุคคลากรทางสาธารณสุขก่อน นอกจากนี้ เราได้พัฒนาระบบแอพพลิเคชั่น ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ร้านขายยา และโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อใช้ในการติดตามร้านขายยา หรือโรงพยาบาลไหนมีหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือขายหรือไม่ อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบสต๊อกสินค้าได้ด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59340</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์, ผีน้อย, รมว.ดีอี, หน้ากากอนามัย, ไวรัสโคอิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e38f0d72973a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
