<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอสขู่ห้ามละเมิดสิทธิผู้อื่นบนแอป &#039;Clubhouse&#039; เจอผิดจัดการแน่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากได้เริ่มเข้าไปใช้งานแอปพลิเคชัน &amp;quot;Clubhouse&amp;quot; กันอย่างแพร่หลาย โดยในแอปพลิเคชันดังกล่าวมีลักษณะการใช้งานที่ผู้ใช้จะตั้งกลุ่มพูดคุยแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆเป็นรูปแบบการใช้เสียง &amp;nbsp;ซึ่งพบว่า มีการใช้แอปพลิเคชั่้นดังกล่าวแสดงความคิดเห็นทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลฯ และเจ้าหน้าที่รัฐได้ติดตามการใช้งานของแอปพลิเคชัน Clubhouse &amp;nbsp;ตั้งแต่แรกที่มีผู้เริ่มใช้งาน ซึ่งแม้ว่าการใช้งานเป็นลักษณะกลุ่มปิดที่ต้องมีเพื่อนเชิญเข้าร่วมกลุ่มก็ตาม แต่การใช้โซเชียลมีเดียทุกรูปแบบ หากใช้ให้เกิดประโยชน์ก็จะส่งผลดีต่อการใช้งาน เกิดผลดีต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทั้งนี้ ก็ฝากเตือนไปยังผู้ใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวว่า หากไม่ระมัดระวังใช้ในทางที่ผิด เกิดการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น สร้างความเสียหาย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ทั้งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎหมายอื่นๆ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้องพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทันที เช่นเดียวกับที่ได้ติดตามตรวจสอบการใช้งานโซเชียลมีเดียในแพลตฟอร์มอื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93350</URL_LINK>
                <HASHTAG>Clubhouse, ดีอีเอส, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, แอป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600fc956d530b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธิพงษ์&#039;ย้ำไม่โหลด&#039;หมอชนะ&#039;ไม่ผิดกฎหมายยันข้อมูลส่วนบุคคลไม่รั่วไหลแน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ม.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงความสับสนของประชาชนในการโหลด แอพลิเคชั่นหมอชนะ และข้อกังวลเรื่องของมูลส่วนบุคคล ว่า การรณรงค์ให้ใช้แอพลิเคชั่นหมอชนะ เพื่อช่วยให้สะดวกในการ ติดตามบุคคลและควบคุมการแพร่เชื้อของโรคที่ไปกับบุคคล โดยหลักการออกแบบแอพลิเคชั่นดังกล่าว มีแนวคิดเพื่อการติดตามและระมัดระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ได้ไปละเมิดสิทธิ์ของใคร ส่วนข้อกังวลต่างๆขอชี้แจง 3 เรื่อง คือ ความปลอดภัยของบุคคล ขอ เรียนว่ามีความปลอดภัยเพราะเมื่อโหลดไปแล้วจะไม่ปรากฏชื่อและนามสกุลของบุคคลนั้น แต่จะเป็นรหัสตัวเลขระบบคอมพิวเตอร์ เช่น 111 ดังนั้นเวลาเข้าไปดูจะไม่รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งผู้ที่จะเข้าไปดูข้อมูลได้จะกลุ่มสาธารณสุขโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่จะสามารถย้อนหลังไปได้ประมาณ 14 วัน ว่าหมายเลขนี้ไปพบกับใครบ้าง หากพบความเสี่ยงจะส่งสัญญาณเตือนไปที่เจ้าของหมายเลขนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องข้อกังวลเกี่ยวกับไทม์ไลน์ที่ไม่อยากบอกคนอื่น การโหลดแอพฯจะทำให้ไม่ต้อง บอกไทม์ไลน์ให้คนอื่นรู้เพราะระบบสามารถตรวจสอบเองว่าคนที่ติด 1 คนได้ไปสัมผัสกับใครบ้างที่โหลด ดังนั้นสบายใจได้ว่าถ้ามีปัญหา มีความเสี่ยงหรือติดเชื้อจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกไทม์ไลน์ และที่ต้องมีการถ่ายรูปเพื่อยืนยันตัวตนจนกังวลว่าอาจจะไม่ปลอดภัย และรูปถ่ายจะถูกนำไปเก็บในข้อมูลของรัฐบาลหรือไม่ ยืนยันว่าการถ่ายรูปในแอพลิเคชั่นเป็นแค่การถ่ายรูปและเก็บไว้ในมือถือของบุคคลนั้นๆ ไม่ได้นำมาเก็บไว้เป็นข้อมูลส่วนกลาง ซึ่งการถ่ายรูปยืนยันตัวตนในกรณีที่จะเดินทางข้ามจังหวัด สามารถแสดงต่อเจ้าหน้าที่ที่จุดตรวจได้ และสุดท้ายข้อกังวลว่าแอพลิเคชั่นหมอชนะ จะถูกติดตามไมโครโฟน เวลาพูดอะไรออกไปแล้วจะดูดเสียงเก็บไว้เพื่อเอาข้อมูล ยืนยันไม่เป็นความจริง แอพลิเคชั่นหมอชนะ ปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ใช้ท่ามกลางการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง เพื่อให้หมอ พยาบาล เฝ้าติดตามข้อมูลและป้องกันการติดต่อของเชื้อที่จะไปกับประชาชนที่เดินทางสามารถทำได้เร็วขึ้น และจำกัดการแพร่ตัวของโรคได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า แอพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นการขอความร่วมมือให้โหลด แต่ถ้าไม่โหลดวันนี้ไม่ผิดกฎหมาย ไม่โหลดไม่เป็นไร แต่ขอความร่วมมือเพราะคนที่โหลดก็จะได้ประโยชน์แก่ตัวเอง เวลาไปไหนผ่านไปแล้ว 7หรือ 10 วัน อาจจะไม่รู้ว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ก็ย้อนไปดูได้ ส่วนคนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือหรือระบบที่จะโหลดได้ ก็ให้เข้าระบบปกติคือการบันทึกเอกสาร ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้มีการจัดทำเอกสารให้กรอกข้อมูล และเมื่อโหลดและกรอกข้อมูลเบื้องต้นเพื่อแสดงสถานะจะถือว่าทุกคนมีความเสี่ยงต่ำ เพราะระบบติดตามจะเริ่มเมื่อโหลดแอพลิเคชั่นและติดตั้งเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นเมื่อเดินทางและไปอยู่ใกล้บุคคลที่มีความเสี่ยงไทม์ไลน์ก็จะเริ่มขึ้น ขอยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดปลอดภัยเป็นประโยชน์ต่อการติดตามควบคุมและสอดส่องโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดไม่รวมแอพลิเคชั่นไทยชนะกับหมอชนะไว้ด้วยกันเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ระบบการทำงานไม่เหมือนกัน การใช้แอพลิเคชั่นไทยชนะ เพราะสถานการณ์ของประเทศไทยผ่อนคลายลงมาก และรูปแบบเป็นการเช็คอินเช็คเอาท์ ถ้าพบว่ามีใครติดเชื้อต้องมานั่งดูว่ามีใครอยู่ในเวลาใกล้เคียงกันแล้วโทรไปแจ้ง แต่ในปัจจุบันมีการแพร่ระบาดมาก มีการเดินทางไปในที่ต่างๆ ระบบของหมอชนะ ที่ติดตามโดย จีพีเอส และ บลูทูธ จะทำได้ดีกว่า แต่ถ้าจะใช้ทั้ง 2 แอพลิเคชั่น ก็ได้&amp;nbsp; ซึ่งแอพลิเคชั่น ทั้ง 2 ตัวแตกต่างกันที่ระบบการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89181</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, หมอชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff7e4bc718fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธิพงษ์&#039; โชว์ผลงานกระทรวงดิจิทัลฯ​ ควบรวมทีโอที-กสท เร่งประมูล​ 5 จี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30​ ก.ค.63​ -&amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ท่ามวิกฤติสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 กระทรวงได้ใช้ ดิจิทัลเข้ามาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยจัดทำข้อมูลประชาชนเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (People Data for Economy and Society : PDES) โครงการพัฒนา cloud platform เพื่อรองรับ New Normal หลังสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โครงการฝึกอบรมสร้างทักษะด้านดิจิทัล โครงการ Unified Communication Platform โครงการสนับสนุนค่าจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และค่าจัดส่ง/จัดซื้อสินค้าที่จำหน่ายในแพลตฟอร์มของบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด เช่น HYPERLINK โดยมีการสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยโครงการขยายจุดให้บริการ Free Wi-Fi ในชุมชนเมืองทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์ของโรคโควิด-19 โครงการ บวร4.0 เพื่อการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้แก่ศาสนสถานในการเป็นศูนย์กลางพัฒนาความเท่าทันในการใช้ดิจิทัล และโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนสู่การเติบโตด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Village Economic Growth)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์​ กล่าวว่า ยังเร่งผลักดันความคืบหน้าการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เพื่อรับมือการแข่งขันในอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;ตั้งเป้าหมายให้เป็นบริษัทที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารขนาดใหญ่และครอบคลุมทั่วประเทศ &amp;nbsp;ช่วยให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงโครงข่ายการสื่อสารได้ในราคาที่เหมาะสม &amp;nbsp;ตามที่ ครม.มีมติ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ให้ควบรวมให้เสร็จภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ลงมติ แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การส่งเอกสารแจ้งลูกหนี้ต่างประเทศล่าช้าจึงจะดำเนินการขอมติ ครม.ในการขยายการควบรวมให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2564 และโครงการที่สนับสนุนนโยบายการพัฒนาสู่รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลไทยแลนด์ ด้วยการเร่งพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud Service : GDCC) เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ (Cloud Infrastructure) เริ่มให้บริการแล้ว มีหน่วยงานส่งคำขอใช้บริการเข้ามา 472 หน่วยงาน 1,570 ระบบ (ประมาณ 24,118 VM) ซึ่งตามแผนได้มีการกำหนดให้บริการหน่วยประมวลผลรวม 32,000 vCPU ภายในปี 2563 ช่วยประหยัดงบประมาณทางด้านไอทีของภาครัฐได้ 30-70% ขณะเดียวกันข้อมูลที่สำคัญของประเทศจะถูกจัดเก็บอยู่ภายในประเทศไทยและสามารถเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐให้กลายเป็นบิ๊ก ดาต้า ภาครัฐเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการให้บริการประชาชนได้​ ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้านกฎหมาย &amp;nbsp;ปัจจุบันได้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างกฎหมายลูก โดยมีการรับฟังความเห็นจากภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนหลายภาคส่วน เพื่อสร้างความโปร่งใสในการดำเนินการและให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเหมาะสม และเกิดประโยชน์แก่ทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง อีกทั้งยกระดับประสิทธิภาพการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ได้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ โดยดำเนินการคืบหน้าไปแล้วในหลายเรื่องและอยู่ระหว่างการเสนอรายชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อพิจารณานำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อมีคำสั่งแต่งตั้ง อีกทั้งอยู่ระหว่างการเสนอ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติต่อคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติเพื่อลงนามและประกาศใช้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตนเองเร่งผลักดันให้ 2 รัฐวิสาหกิจ ทีโอทีและ กสท โทรคมนาคม​ ประมูล 5G เพราะต้องการให้รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ให้บริการแก่สังคมกับประชาชนได้เข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ โดยกระทรวงดีอีเอสได้จัดทำแผนปฏิบัติการว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5G ของประเทศไทย เพื่อมีแนวทางมาตรการและกลไกในการใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5G สู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างเต็มที่ พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก&amp;quot;นายพุทธิพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72909</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f2250114b627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธิพงษ์&#039;โชว์ถนนไร้สาย&#039;อโศกมนตรี&#039;สุขุมวิท-เพชรบุรี 3.4กม.เสร็จใน 3 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.63- นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อวานนี้ ผมได้ลงพื้นที่นำร่องเตรียมการนำสายสื่อสารลงใต้ดินกลางกรุง บริเวณถนนอโศกมนตรี ตั้งแต่ถนนสุขุมวิทถึงถนนเพชรบุรี ระยะทาง 1.7 กิโลเมตร รวมสองฝั่ง 3.4 กิโลเมตร เพราะทางกระทรวงดิจิทัลฯ มีนโยบายจัดระเบียบสายสื่อสารที่พาดอยู่บนเสาไฟฟ้า เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยของพี่ประชาชนที่สัญจรบนท้องถนน ทางกระทรวงฯ เตรียมหารือกับ กสทช. เพื่อดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมประสานงานกับกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกฝายเห็นตรงกันว่า TOT มีประสบการณ์และมีความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเสาโทรคมนาคม สายสื่อสารโทรคมนาคม และท่อร้อยสายใต้ดิน สามารถนำศักยภาพที่มีอยู่นี้ มาตอบสนองการดำเนินโครงการนี้ได้ทันที ที่ผ่านมา TOT วางท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในแนวถนนหลักกว่า 10 สาย เป็นระยะทางกว่า 48 กม. สามารถให้ผู้ประการด้านสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลทุกรายมาใช้ท่อร้อยสายของ TOT ได้ทันที ไม่ต้องขุดเจาะถนนให้ประชาชนเดือดร้อนอีก คาดว่าจะเอาลงให้แล้วเสร็จไม่เกิน 3 เดือนครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68817</URL_LINK>
                <HASHTAG>TOT, ถนนไร้สาย, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, รัฐมนตรีดีอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee8292a5a12b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวตพ.ร.ก.ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ฉลุยอีกฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63-เวลา 16.00 น.ในการประชุมพิจารณาพ.ร.ก.การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงสาระสำคัญพ.ร.กดังกล่าวว่า เป็นการกำหนดให้การประชุมตามที่กฎหมายกำหนดสามารถดำเนินการได้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ยกเว้นไม่ให้ใช้กับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา การประชุมเพื่อจัดทำคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล การประชุมตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหน่วยงานรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง โดยส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอภิปรายเห็นด้วย ขณะที่ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายไม่เห็นด้วย เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ต้องออกเป็นพ.ร.ก. ควรตรากฎหมายออกเป็นพ.ร.บ.ตามขั้นตอนปกติ ที่ผ่านมาการประชุมของหน่วยราชการก็สามารถจัดประชุมทางออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องใช้พ.ร.ก.ฉบับนี้ หลังจากส.ส.อภิปรายอย่างกว้างขวางครบทุกคนแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบกับพ.ร.ก.ดังกล่าวด้วยคะแนน 270 ต่อ11 งดออกเสียง 176 จากนั้นจึงสั่งปิดประชุมในเวลา 18.30 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67474</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, พ.ร.ก.การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed3970feaaf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีอีเอส&#039;ใช้หอพักCAT145ห้องสนับสนุนที่พักบุคลากรการแพทย์สู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.63-นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงการสนับสนุนการปฎิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ว่า กระทรวงดีอีเอสได้รับมาดำเนินการหลายเรื่อง เช่น จัดส่งหน้ากากอนามัยให้แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ สนับสนุนการจัดทำแอปพลิเคชันช่วยแพทย์ตรวจสอบความเสี่ยงของผู้ป่วย และจัดเตรียมที่พักให้ฟรี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการจัดสถานที่พักให้กับบุคลากรทางการแพทย์นั้น บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) ได้มอบอาคารหอพัก CAT สำนักงานใหญ่ ถ.แจ้งวัฒนะ จำนวน 145 ห้อง เป็นสถานที่พักชั่วคราวสำหรับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งซึ่งมีจำนวนมาก แยกจากกลุ่มที่ต้องดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ใช้หอพักของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นที่พัก เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อของบุคลากรการแพทย์ทั้ง 2 กลุ่ม ที่ต้องพักอาศัยร่วมกัน และช่วยอำนวยความสะดวกให้ทุกคนได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ต้องเดินทางยามวิกาล โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ซึ่งขณะนี้มีผู้เข้าพักแล้ว 25 ห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ห้องพักของ CAT เป็นห้องพักขนาดมาตรฐาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน เช่น เตียง ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า พร้อมระบบคีย์การ์ด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลด้านสุขลักษณะ ความสะอาด และฆ่าเชื้อตามหลักสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดอีกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมการจัดเตรียมที่พักดังกล่าว พร้อมกับให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ในวันอังคารที่ 14 เม.ย.63 เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงดีอีเอสยินดีสนับสนุนการทำงานของ บุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ซึ่งเปรียบเสมือนด่านหน้าที่ต่อสู้กับโรคโควิด-19 อย่างเต็มที่ และขอให้ทุกท่านปลอดภัย มีกำลังใจที่เข้มแข็ง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62918</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอีเอส, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, บุคลากรทางการแพทย์, อาคารหอพัก CAT</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e92d93833483.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธิพงษ์&#039;เชื่อแกนนำปชป.คุยกับลูกพรรคได้ เพราะรัฐบาลยังมีงานต้องทำอีกเยอะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63-นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่กลุ่มแชทไลน์ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีสมาชิกบางคนกดดันและเรียกร้องให้แกนนำพรรคพิจารณาถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ความคิดดังกล่าวเป็นความคิดที่หลากหลายของ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคทำงานร่วมกันมาได้สักพักหนึ่งแล้ว เชื่อว่าหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นแกนนำพรรคจะสามารถพูดคุยกับ ส.ส.ของเขาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำงานร่วมกันต่อไปได้หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ ส.ส. จะมีความรู้สึกได้บ้าง แต่เชื่อว่าข้อมูลหลายข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน เช่น การบริหารจัดการโควิด-19 และการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล เราต้องเชื่อมั่นในแกนนำพรรคร่วมทุกคน วันนี้คงได้พูดคุยกัน เราทำงานกันมาพักใหญ่แล้วต้องเข้าใจในการทำงานร่วมกัน คงไม่ต้องถึงขั้นต้องจัดงานเลี้ยงของพรรคร่วม เพราะสถานการณ์ขณะนี้ให้ความสำคัญการแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด-19 และภัยแล้ง นอกจากนี้ ยังมีปัญหาอีกมากที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะไปกระทบหลายเรื่อง เช่น การท่องเที่ยว ค่าครองชีพประชาชน และคนที่มีอาชีพอิสระ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59339</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ปชป.ถอนตัว, รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e38f0e7e3ac5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
