<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โธ่!สหายอ้วนยกก้นบอกฝ่ายประชาธิปไตยฟัดกันเองทำลุงตู่หัวเราะร่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเองเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ส.ค.ว่า ช่วงสองวันนี้ความเห็นต่างทางการเมืองมีมาก และหลากหลายจริงๆ อันที่จริงความแตกต่างที่เกิดขึ้น ควรจะเป็นเรื่องดี เพราะทำให้สาธารณชนได้รับทราบข้อมูลต่างๆ อย่างเปิดเผยเเละชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการรับรู้ของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย เมื่อวานนี้และวันนี้ทั้งวันมีข้อถกเถียงในเรื่องของการใช้งบประมาณ แต่แปลกฝ่ายที่เป็นปัญหา และควรได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งนี้น่าจะเป็นรัฐบาล​ และนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนไม่ยอมรับ ซึ่งควรเป็นเป้าหมาย การถูกวิจารณ์ที่รุนแรง แต่กลับรอด กลับกลายเป็นฝ่ายประชาธิปไตย รุมถล่มใส่กันเอง กล่าวหากันว่า ฝ่ายหนึ่งแย่และบกพร่อง แต่อีกฝ่ายดีและถูกต้องมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานนี้ขยายความขัดแย้งในฝ่ายประชาธิปไตยได้มีประสิทธิภาพอย่างมากโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่รัฐบาล ซึ่งเป็นต้นตอของความขัดแย้ง ครั้งนี้ลอยตัว และรอดตัวไปอย่างสบายๆ งานนี้ อยากเชิญชวนให้คิด ฝ่ายประชาธิปไตย ลองไตร่ตรองถึงผลเสียที่จะได้รับ​ หากไม่มองให้เห็นภาพรวม​ และทิศทางความร่วมมือกันในอนาคต​ คิดแต่ ประเด็นเฉพาะแบบแยกส่วน ก็จะมีเรื่องให้บั่นทอนความเข้มแข็งของขบวนประชาธิปไตยไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดว่าจะมีเรื่องให้ต้องขัดแย้งถกเถียงกันใหม่อีกครั้ง เพราะเห็นทวีตเตอร์ของ คนก้าวไกลบางคน เริ่มออกมาตั้งคำถามนำร่องว่าการพิจารณาแก้ไข รธน.ที่ กมธ.วิสามัญแก้ไขรธน.ของสภาฯ กำลังทำงาน เพื่อจะผลักดัน แก้ไขให้แล้วเสร็จ​โดยเร็ว ทำท่าจะมีประเด็นปัญหาให้ถกเถียงโต้แย้งกันต่อ บอกกันไว้ตรงนี้ เรื่องนี้คงจะเป็นประเด็นขัดแย้งใหม่อีกเรื่องหนึ่ง เพราะก้าวไกลและเพื่อไทยมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ในเรื่องการแก้ไข รธน. ก้าวไกล ชอบบัตรใบเดียวตาม รธน.60 ของ คสช. ต่างกับเพื่อไทยชอบบัตร 2 ใบ ตาม รธน.40 &amp;nbsp;ยังไงๆ ก็เห็นแตกต่างกันแน่นอน หวังว่าจะไม่มีข้อกล่าวหา หรือมีเรื่องให้ขัดแย้ง ปวดหัวกันต่อ นายกฯลุงตู่ คงจะนั่งหัวเราะสบายใจไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112132</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายภูมิธรรม เวชยชัย, ประชาธิปไตย, พท., รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6baccaed83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภูมิธรรม&#039;รู้แล้ว! &#039;บิ๊กตู่&#039;จะยุบสภาเมื่อไหร่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 64 - นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า รำลึก 24มิถุนายน 2564&amp;nbsp; &amp;nbsp;89 ปี ของการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ภาพที่ปรากฎและเห็นกันประจักษ์ชัดทางการเมืองวันนี้ คือ ภาพจริงของรัฐบาลที่บริหารไม่เป็น รับมือกับสถานการณ์วิกฤติทางสุขภาพไม่ทั่วถึง เป็นธรรม&amp;nbsp; ไม่มีแผนการจัดการกับระบบฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับมหภาคและระดับกลุ่มอาชีพ กลุ่มแรงงานอย่างทันการ&amp;nbsp; ภาพรวมที่เห็นคือขาดการวางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และหมกมุ่นอยู่กับการสร้างภาพ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
วัคซีนคือทางออก และทางรอด ระยะนี้ ข่าวที่เห็นตามสื่อมวลชน คือการประชาสัมพันธ์สร้างภาพ เรื่องการกำหนดวาระแห่งชาติ ตั้งเป้าหมายปูพรมฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วประเทศ แต่ความเป็นจริงคือจัดการวัคซีนได้ไม่เพียงพอ หลายหน่วยงานประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปกระทันหันหลังวันดีเดย์ของรัฐบาลไม่ถึงสัปดาห์ ทั้งที่เปิดการจองผ่านสารพัดแอพพลิเคชันมาแล้วล่วงหน้าหลายเดือน ภาพที่ปรากฎบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยเห็นผลอย่างเป็นจริง คือ การประกาศว่ารัฐจัดหาวัคซีนทางเลือกอื่นๆ ไว้แล้วแต่ไม่มีการกำหนดเวลาที่เป็นจริง การยิ่งสร้างภาพด้วยวาจาของรัฐบาลกลายเป็นมายาภาพที่เชื่อไม่ได้ไปแล้วในสายตาประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
รัฐบาลพยายามจะสื่อสารสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้น แต่ รัฐบาลไม่เข้าใจว่า ความมั่นใจ ต้องเกิดจากการกระทำให้ทุกคนเห็น หาใช่การสร้างภาพ ให้ข้อมูลความหวัง แต่การกระทำตรงข้าม คนก็จะยิ่งไม่มั่นใจและขาดความไว้วางใจรัฐบาลมากขึ้นทุกที เมื่อประสานกับการตอบคำถามของผู้นำรัฐบาลในสภาฯที่ผ่านมา ก็ยิ่งสะท้อนถึงการไร้ความสามารถของผู้นำ ถึงศักยภาพในการพาประชาชนฝ่าวิกฤติ การตอบคำถามสำคัญๆ ที่รัฐบาลถูกพรรคร่วม ฝ่ายค้านและส.ส. ในสภาฯ ไต่สวนและตรวจสอบ ผู้นำรัฐบาลที่ถนัดสร้างภาพกลับแสดงออกอย่างไร้วุฒิภาวะด้วยการแสดงความฉุนเฉียว ไม่พอใจ และแสดงอำนาจข่มขู่คุกคาม ตัวแทนประชาชนในสภา เหมือนที่ผู้นำ กระทำในช่วงการอภิปรายงบฯ และการตอบคำถาม เรื่อง ทำไมต้องกู้ ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
จึงไม่น่าแปลกใจว่าแต่ละครั้งที่ปรากฎตัวกลับเป็นทุกครั้งที่ตอกย้ำภาพผู้นำที่ไร้ศักยภาพขาดวุฒิภาวะ ถนัดแต่พูดก่นด่า ตำหนิผู้คนไปทั่ว และไม่เคยตอบคำถามเชิงเหตุผล ไม่เคยสร้างความหวังแม้เพียงเล็กน้อยให้ประชาชนรู้สึกไว้วางใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สถานการณ์ของผู้นำรัฐบาลเป็นเช่นนี้ซ้ำซ้อนและซ้ำซากมาโดยตลอดกระแสข่าว วิจารณ์หนักว่าหากผู้นำและรัฐบาลเดินหน้าต่อไปในรูปการณ์เก่าแบบเดิมๆ จะยิ่งยากลำบาก แล้วอะไรจะเกิดขึ้น เร็วสุด หลายฝ่ายวิจารณ์ว่า หากไม่สามารถประคับประคอง และคลี่คลายวิกฤติที่ประชาชนคาดหวังและสามารถยอมรับได้ จะส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์คอนเวิร์ส ตัวใคร ตัวมัน ในกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
การยุบสภาอาจเกิดขึ้นหลังครบ 105 วันในการพิจารณางบเสร็จ หรือการยุบสภาอาจเกิดขึ้นหลังกันยายน&amp;nbsp; ปี 2564 ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่ายากมาก และยังเชื่อว่าแม้จะไม่ราบรื่นแต่พรรคร่วมรัฐบาลก็จะยังคงพยายามประคับประคองผลประโยชน์ของทุกฝ่ายต่อไปจนถึงที่สุด เชื่อว่าสิ่งที่เป็นไปได้ที่สุด คือ รัฐบาลจะพยายามประคองให้ผ่านงบไป อย่างน้อยรัฐบาลจะได้ใช้งบประมาณอย่างน้อยสัก 3 เดือน หรือ 90วัน (เพื่อให้งบประมาณได้เริ่มใช้) และต้องพยายามแก้ รธน.รายมาตรา ที่จะทำให้พวกเขาได้ประโยชน์สูงสุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
การยุบสภา จึงอาจจะเกิดขึ้น เร็วที่สุดคือ ในช่วงไตรมาสแรกของปีปฏิทิน 2565 (มกราคม-มีนาคม 2565) ซึ่งน่าจะเป็น ช่วงเวลาที่เป็นไปได้มากที่สุด และเหมาะสมที่สุด ที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เงื่อนไขสำคัญอันหนึ่ง ก่อนยุบสภา คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการทำให้เร็วที่สุดก่อนการเลือกตั้งจะมาถึง&amp;nbsp; คือการแก้ รธน. เป็นรายมาตรา โดยเลือกแก้ในสาระที่รัฐบาลจะได้เปรียบและเกิดประโยชน์สูงสุดในตอนเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะแก้บ้างเป็นรายมาตรา เพื่อหวังให้เกิด ประโยชน์สูงสุดแก่ฝ่ายตน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาจต้องการแก้รายมาตราโดยเฉพาะเรื่องแก้ระบบเลือกตั้ง โดยใช้บัตร 2ใบ ที่พปชร.เชื่อว่าตนจะได้ประโยชน์สูงสุด และเกิดประโยชน์ต่อพรรคใหญ่ (ซึ่งปัจจุบัน พปชร. ค่อนข้างมั่นใจในอำนาจและกำลังเงินของตน สูงสุด และมากที่สุด)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ความจริงการแก้ รธน.เป็นรายมาตรา เป็นเรื่องที่อาจเห็นผลสำเร็จได้ง่ายและชัดเจนที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ให้ เป็นบัตร 2 ใบ ก็เป็นสิ่งที่พอมีเหตุผลยอมรับฟังกันได้คือ การใช้บัตร 2 ใบ เป็นไปตามหลัก เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ ซึ่งคนไทยคุ้นเคยและยอมรับว่าสะท้อนวิธีการเลือกผู้แทนที่ได้ตรงกับใจ ประชาชนที่อยากเลือกมากที่สุด การเลือกโดยใช้บัตร 2 ใบ เป็นการสะท้อนการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบพรรคการเมือง มีความเข้มแข็งมากขึ้นและดีขึ้นกว่าระบบบัตรใบเดียวที่สร้างสภาวะ เบี้ยหัวแตกให้เกิดพรรคเล็ก พรรคน้อยเต็มไปหมด อันนำมาซึ่งความไร้เสถียรภาพทางการเมืองให้เกิดขึ้น ในระบบการเมืองปัจจุบัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
อีกประเด็นสำคัญ ในการแก้รายมาตรา คือ&amp;nbsp; การแก้ไข รธน. เพื่อเพิ่มและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนหลายเรื่องที่ขาดหายไป และการตัดทอน หรือการลดอำนาจสมาชิกวุฒิสภาลง ไม่ให้มีบทเฉพาะกาล ที่นำมาใช้เลือกนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อลดทอนการสืบต่ออำนาจของรัฐบาลประยุทธ และพวก คสช. ทั้งนี้ถือเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องการจัดสมดุลแห่งอำนาจของฏฎหมายรัฐธรรมนูญให้ลงตัวและได้ดุลมากขี้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นเรื่องการแก้ไข เพื่อปฎิรูปที่มาของอำนาจตรวจสอบ โดยการยกเลิกศาล รธน. และระบบองค์กรอิสระเช่นในปัจจุบัน การยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฎิรูปประเทศ เพื่อปลดโซ่ตรวนอนาคตของประเทศ&amp;nbsp; และการล้างมรดกบาป ของการรัฐประหารที่เกิดขึ้น เพื่อหยุดวงจรอุบาทว์ในการทำลายระบอบประชาธิปไตย ให้ยุติลง ยังเป็นเรื่องสำคัญที่ต้อง นำเสนอให้สังคมและฝ่ายประชาธิปไตยได้ช่วยกันจัดการหาทางออกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รำลึก 24 มิถุนายน 2564 จึงเป็นการรำลึก 89 ปี&amp;hellip;ของการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตย และผมเชื่อว่าพลังฝ่ายประชาธิปไตยจะยังคงขยายกำลังเพิ่มขึ้นทุกขณะ อันเป็นสถานการณ์ผกผันกับรัฐบาลสร้างภาพที่กำลังตกต่ำทุกขณะเช่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106295</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, นายภูมิธรรม เวชยชัย, บิ๊กตู่, ยุบสภา, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6baccaed83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภูมิธรรม&#039;ยก4ข้อฟาด&#039;บิ๊กตู่&#039;ไร้ศักยภาพพาชาติพ้นวิกฤตใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.64 - นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวมีเนื้อหาว่า งบประมาณ ปี 65 กระจกสะท้อนตัวตนของรัฐบาล ไร้ฝีมือ ไม่มีวิสัยทัศน์ ปกป้องพวกพ้อง ทอดทิ้งประชาชน เมื่อได้อ่านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ซึ่งรัฐบาลเสนอสภาฯประชุมพิจารณาในช่วงวันที่ 31 พฤษภาคม ถึงวันที่ 2 มิถุนายน ทำให้ตั้งคำถามว่า นี่หรือคือการจัดงบประมาณในสภาวการณ์ที่ประเทศกำลังประสบปัญหาวิกฤติอย่างรุนแรงมากกว่าครั้งใดๆ โดยเฉพาะทางด้านสาธารณสุข และ ทางด้านเศรษฐกิจ ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 มีข้อบกพร่องอย่างไม่อาจยอมรับได้ 4 ประเด็นสำคัญ คือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จัดงบประมาณแบบไม่จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของปัญหา &amp;nbsp;ทั้งในมิติการฟื้นฟู เยียวยา การป้องกัน การจัดสวัสดิการทางสังคม การพัฒนาโอกาสทางเศรษฐกิจ อันสะท้อนถึงความไร้ศักยภาพและความสามารถในการวางแผนงบประมาณ ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญที่สอดคล้องความเป็นจริงของประเทศ ทำให้มองไม่เห็นภาพความชัดเจนในการ &amp;ldquo;ซ่อม&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;สร้าง&amp;rdquo; ประเทศ ให้มีความเข้มแข็งพร้อมที่จะขึ้นเวทีไปแข่งขันกับประเทศอื่นในโลกได้ แต่กลับเป็นแผนงบประมาณที่สะท้อนให้เห็นภาพประเทศไทยที่ยังคงเป็นผู้ป่วยหนักได้อย่างชัดเจน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จัดงบประมาณแบบปกป้องผลประโยชน์ของพวกพ้อง ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ การปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมและกองทัพในสัดส่วนที่แทบจะน้อยที่สุด ในขณะที่กระทรวงซึ่งมีภารกิจในการดูแลทางด้านสาธารณสุข การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น ด้านการสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านแรงงาน ด้านการพัฒนาสังคม กลับถูกปรับลดลงในสัดส่วนที่มากกว่างบประมาณด้านความมั่นคงและงบทางการทหาร สถานการณ์วันนี้เรากำลังเผชิญกับสงครามเชื้อโรค และ สงครามด้านเศรษฐกิจ ต้องการการป้องกันทางสุขภาพและความมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ มิใช่ สงครามที่ต้องใช้อาวุธยุทโธปกรณ์มาห้ำหั่นเพื่อเอาชนะทางการทหาร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จัดงบประมาณแบบไม่ใยดีกับทุกข์ร้อนของประชาชน โดยไม่มีความเข้าใจ และไม่ตระหนักถึงปัญหา รวมทั้งผลกระทบจากสภาวะวิกฤตของประเทศ ที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนอย่างเร่งด่วน จริงจัง ซึ่งกำลังประสบกับความเดือดร้อนทั้งทางเศรษฐกิจ สุขภาพ และสังคม ดังเช่นตัวอย่างการใช้งบประมาณในช่วงปีที่ผ่านมาที่รัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจ SME ธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งวันนี้แทบจะตายสนิท &amp;nbsp;รวมทั้งเรื่องสำคัญคือ การจัดซื้อวัคซีน และอุปกรณ์ทางสาธารณสุขด้านต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้เพื่อเป็นประโยชน์ในการป้องกันโรคระบาดโควิด ได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที กลับกลายเป็นปัญหาความล่าช้า จนปัญหาลุกลามไปใหญ่โต แทบจะเกินกำลังของระบบสาธารณสุขในการรับมือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. จัดงบประมาณแบบไม่มีวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล ขาดงบประมาณที่วางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเตรียมตัวให้ประเทศออกจากวิกฤต เช่น การเตรียมจัดงบที่สนับสนุนการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล การดูแลและฟื้นฟูงบประมาณให้ส่งเสริมกลุ่มธุรกิจ SM &amp;nbsp;การสนับสนุนการฟื้นฟูกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆทั้งธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจภาคบริการต่างๆ ธุรกิจรายย่อยจำนวนมากมายที่ประชาชนเผชิญ ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่กระทบกระเทือนและล่มสลายลงเพราะภาวะการระบาดของโควิด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรม ระบุว่า จะเห็นได้ว่าการวางแผนงบประมาณปี 65 ของรัฐบาลนี้ เป็นการวางแผนงบประมาณตามกรอบคิดแบบงานประจำ อันเป็นกรอบคิดชุดเดิมมากกว่าการคำนึงถึงความเป็นจริงของประเทศในปัจจุบันและอนาคต ขาดการวางแผนอย่างมียุทธศาสตร์เพื่อจะจัดการนำประเทศให้ผ่านพ้นสภาวะวิกฤติ เป็นแผนงบประมาณที่ไม่ได้สร้างความหวังให้กับประชาชน เป็นแผนงบประมาณที่ไม่สามารถซ่อม และสร้างประเทศได้ เป็นแผนงบประมาณที่ไม่อาจยอมรับในหลักการได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และครม. ควรยอมรับความจริงว่าพวกท่านไม่มีศักยภาพที่จะนำพาประเทศผ่านวิกฤติใหญ่ครั้งนี้ไปได้ เพราะพวกท่านคือต้นตอสำคัญของปัญหา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103883</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายภูมิธรรม เวชยชัย, พล.อ.ปรยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa044818c12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039; สู้สิบทิศป้อง &#039;บิ๊กตู่&#039; สวนกลับภูมิธรรม-หญิงหน่อย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่ารัฐบาลไร้คำตอบปมวัคซีนที่ชัดเจน พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลลาออกว่า ตนไม่เข้าใจพรรคร่วมฝ่ายค้านจริงๆ โดยเฉพาะนายภูมิธรรม วันๆ ไม่คิดทำอะไร เหมือนคนไม่มีงานทำ ตั้งหน้าตั้งตาให้รัฐบาลลาออกอย่างเดียว ทั้งที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันชัดเจนในการจัดหาวัคซีนจำนวน 100 ล้านโดสเพื่อฉีดให้ประชาชนจำนวน 50 ล้านคน ครอบคลุมประชากร 70 เปอร์เซ็นต์ให้เสร็จภายในปี64นี้ พร้อมทั้งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนตามกลุ่มเป้าหมายแล้ว นอกจากนั้นอะไรที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการแก้ไขโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์สั่งแก้ไขหมดแล้ว ตนขอพรรคเพื่อไทยหลายครั้งแล้วว่า ให้พักการเมืองไว้ก่อน แต่ดูเหมือนว่าไม่ได้รับการตอบรับ ยังคงสลับหน้าออกมาโจมตีรัฐบาลอย่างไม่รู้กาลเทศะ ระวังประชาชนจะเบื่อหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย ระบุว่าพล.อ.ประยุทธ์รวบอำนาจนั้น ตนอยากบอกคุณหญิงสุดารัตน์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้รวบอำนาจ แต่มีการกระจายอำนาจอย่างชัดเจน และทำงานเป็นทีม ไม่ได้ชอบฉายเดี่ยวแบบคุณหญิงสุดารัตน์ วันนี้ต้องยอมคุณหญิงสุดารัตน์ที่ออกมาเสนอแนะรัฐบาลทุกวัน ตนเชื่อแล้วว่าคุณหญิงคงเก่งที่สุดในโลก หรือเก่งอยู่คนเดียว จึงอยู่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม อยากบอกคุณหญิงสุดารัตน์ว่า ขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์สั่งแก้ไขปัญหาทุกอย่างแล้ว ดังนั้นอยากขอกำลังใจจากคุณหญิงสุดารัตน์ให้กับบุคลากรทางการแพทย์บ้างจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ตนยังเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของไทย และเชื่อมั่นในตัวพล.อ.ประยุทธ์ว่าจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101473</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายภูมิธรรม เวชยชัย, ธนกร วังบุญคงชนะ, สุดารัตน์ เกยุราพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607b9073dc6c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มแคร์ยังอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นคนเก่าคนแก่ ในฐานะผู้มีประสบการณ์การเมืองมายาวนาน ภูมิธรรม เวชยชัย ชื่อชั้นดีกรีคงไม่ต้องพูดถึง ทำงานการเมืองมาตั้งแต่สมัยพรรคพลังธรรม พรรคไทยรักไทย เรื่อยมาจนถึง พรรคเพื่อไทย เป็นทั้งที่ปรึกษา เป็นคีย์แมนคนสำคัญ ที่ไม่ว่าจะเป็นวงเล็ก วงกลาง วงใหญ่ ขาดไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งในช่วงพรรคเพื่อไทยผลัดใบ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคใหม่ งานยิ่งชุก นอกจากเป็นคนที่มีบทบาทอย่างสูงในพรรคแล้ว ยังต้องทำหน้าที่ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้กับ เฮียพงษ์-สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้าน อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันก็ยังเป็นผู้บุกเบิก ร่วมก่อตั้งกลุ่มแคร์ ที่รวบรวมมันสมองคนหลากหลายกลุ่ม หลายวัย หลายอาชีพ เข้ามาระดมสมอง เสนอแนวคิด ผลักดันไปสู่สังคม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ในระยะหลังกลุ่มแคร์จะเงียบเหงาไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เงียบหายไปไหน จนเกือบลืมไปว่า ภูมิธรรม ยังขับเคลื่อนอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า ปะหน้าเลยได้ถามไถ่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;กลุ่มแคร์ก็ยังอยู่ ยังขับเคลื่อนกันตามปกติเหมือนเดิม เราเป็นกลุ่มก้อนทางความคิด นำเสนอความคิดต่างๆ ไปสู่สังคม หากพรรคไหนหรือว่าใครเห็นว่ามีประโยชน์ สามารถนำไปใช้ได้เลย ที่ผ่านมาก็ได้เสนอความคิดไว้ เร็วๆ นี้กลุ่มแคร์กำลังประมวลสรุป สิ่งที่ได้ทำมา พร้อมทั้งเตรียมนำเสนอแผนงานแนวคิดใหม่ๆ ในช่วงปีหน้าด้วย&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้สวมหมวกหลายใบ งานกลุ่มแคร์ก็ทิ้งไม่ได้ เพื่อไทยยิ่งต้องขับเคลื่อนต่อ ไหนจะงานสภา ก็ต้องดูแลให้คำปรึกษา หลายหน้าที่ หลายบทบาท แต่เจ้าตัวก็ยิ้มรับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;คนเราสามารถสวมหมวกหลายใบได้&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามประสานักคิด นักวางแผน อยู่นิ่งไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเหงาแย่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ม้าไม้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85784</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแคร์ยังอยู่, คันปากอยากเล่า, นายภูมิธรรม เวชยชัย, ม้าไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สหายอ้วน&#039;รำลึก14ตุลาโยงให้ปล่อยตัว21ม็อบ3นิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.2563 - นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กว่า รำลึก 14 ตุลา&amp;hellip;ฤาประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอยเดิม เมื่อรัฐกำลังใช้อำนาจละเมิดสิทธิ ของนักศึกษาและประชาชน ในระหว่างการชุมนุมอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*** จิตวิญญาณ 14 ตุลา *** เป็นจิตวิญญาณเสรี ที่ยึดมั่นในความเป็นประชาธิปไตย ใฝ่ฝัน อยากเห็นสังคมที่ยุติธรรม เคารพในความเป็นมนุษย์ เคารพในสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมกัน ของคนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*** เจตนารมณ์ 14 ตุลา *** &amp;nbsp; เป็นเจตนารมณ์ ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง &amp;ldquo;กล้าต่อสู้ กล้าเอาชนะ&amp;rdquo; เพื่อให้บ้านเมืองมีความเป็นประชาธิปไตยเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ เป็นเจตนารมณ์ซึ่งอยากเห็นสังคมที่ดีงาม และอยากเห็น &amp;ldquo;ชีวิตที่ดีขึ้น ของคนไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*** เจตนารมณ์ 14 ตุลา *** &amp;nbsp;อยู่ในความทรงจำของประชาชน และนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตลอดระยะเวลายาวนานถึงปัจจุบันนับได้กว่า 47 ปี&amp;hellip;&amp;hellip;และจะยังคงอยู่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตราบที่สังคมไทยยังไร้สิทธิ เสรีภาพ และไร้ความเป็นประชาธิปไตย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้&amp;hellip;พวกเรารำลึกถึงจิตวิญญาณและเจตจำนง ของการต่อสู้ 14 ตุลาคม 2516 &amp;nbsp; ท่ามกลางการแสดงออก
และการเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษา ประชาชน ที่&amp;hellip;&amp;ldquo;ให้รัฐคืนความเป็นประชาธิปไตย และคืนอำนาจกลับมาให้ประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลต้อง&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;ldquo;หยุดการใช้อำนาจรัฐตามอำเภอใจ&amp;rdquo;&amp;ldquo;หยุดการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ &amp;ldquo;และ&amp;ldquo;หยุดการกระทำที่ละเมิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาล&amp;hellip;ต้องปล่อยตัว ผู้ถูกจับกุม คุมขัง วานนี้ทั้ง21 คน ทันที&amp;hellip;&amp;hellip;เพราะการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อ รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจตนารมณ์ และจิตวิญญาณ 14 ตุลายังอยู่ในหัวใจของคนไทยและผู้รักประชาธิปไตย ทุกคนและจะไม่ยินยอมให้มีการละเมิด สิทธิ เสรีภาพ และคุกคามประชาชนอีกต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80417</URL_LINK>
                <HASHTAG>14 ตุลา, 3 นิ้ว, ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน, นายภูมิธรรม เวชยชัย, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e2fff6c86f2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด!&#039;เสี่ยอ้วน&#039;โพสต์ซัดผู้นำการเมืองบางคน&#039;ใครสร้างภาพ-ใครริษยา&#039;คนเค้ารู้กันดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.63-นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มแคร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในช่วงที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสกับพิษเศรษฐกิจหลังโควิด แทนที่จะได้เห็นนักการเมือง ร่วมมือช่วยกันนำเสนอหาทางเลือกทางรอดให้ประชาชนแต่สิ่งที่ปรากฎให้เห็นกลับตรงข้าม เพราะเมื่ออ่านบทสัมภาษณ์ผู้นำทางการเมืองช่วงนี้ต่างกล่าวโจมตีและโยนความผิดกันไปมา คงเป็นไปตามความถนัด คนที่เก่งสร้างภาพด้วยการโยนผิดใส่คนอื่น ล้วนทำไปด้วยโมหะจริต ของปุถุชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความจริงๆเป็นเช่นไร ผู้คนทั่วไปต่างรู้ดี..ไม่จำเป็นต้องแก้ต่าง ไม่จำเป็นต้องลงไปเกลือกกลั้วให้เปื้อนโคลนเพราะใครเป็นนักสร้างภาพ สร้างอีเว้นท์ใครจริง ใครปลอม ใครริษยาผู้คนเค้ารู้กันดี!!&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโพสต์ข้อความอย่างดุเดือดของนายภูมิธรรมครั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตุว่า เกิดขึ้นหลังจาก คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์พิเศษหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งมีเนื้อหา คำพูดบางตอนที่ดูเหมือนอาจจะไปพาดพิงสมาชิกพรรคบางคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69306</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแคร์, นายภูมิธรรม เวชยชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0d20e5e315.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
