<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภูมิวัฒน์&#039; แฉซ้ำรับเงินต่างชาติไม่ใช่เรื่องแปลกในกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องปชต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 - นายภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มนวชีวิน ที่ออกมาแฉถูกปิดปากห้ามขึ้นเวทีม็อบประชาชนปลดแอก ถูกใช้เป็นบันไดให้คนบางกลุ่มรับเงินสถานทูต รับงานเอ็นจีโอต่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดใจในช่วงต่อต้านรัฐประหารแรกๆ ไม่เคยมีใครให้ความสำคัญ นอกจากใช้ให้แบกของเท่านั้น หลังจากนั้นปรากฏว่านายภูมิวัฒน์ ได้ปิดเฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp;ก่อนจะกลับมาเปิดใช้งานเฟซบุ๊กอีกครั้ง พร้อมกับโพสต์ข้อความชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า&amp;nbsp;จากการที่มีกระแสข่าวและข้อกล่าวหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับตัวผม จึงจะขอใช้โพสต์นี้เพื่อชี้แจงเป็นครั้งสุดท้าย ในกรณีที่ผมได้โพสต์ในลักษณะของการเปิดเผยความในใจออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนอื่น ผมต้องขอโทษและแสดงความเสียใจอย่างถึงที่สุด หากสิ่งที่ผมได้เผยแพร่ออกไปนั้นได้ส่งผลในทางลบกับขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ผมยังคงยืนยันว่าสิ่งที่ผมพูดนั้น เจาะจงเพียงแค่เฉพาะกลุ่ม เฉพาะแค่ส่วนเล็กๆ ภายในองคาพยพที่ใหญ่กว่านั้นมากๆ ผมยังคงต้องการแสดงเจตจำนงว่า ในเนื้อหาทั้งหมดที่ผมเคยได้กล่าวถึง มันเป็นเรื่องของคนไม่กี่คน พวกคนไม่กี่จำพวก ที่อิงแอบกับขบวนการทางประชาธิปไตย และยังคงยืนหยัดในหลักการณ์อย่างเหนียวแน่นว่าการต่อสู้ของประชาชน จะชนะได้ด้วยอาศัยแรงของมวลชน จะยังคงเดินหน้าต่อไปได้ด้วยประชาชนที่ต่อต้านกับความอยุติธรรมในบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมพูดถึงเรื่องราวเหล่านี้มาเสมอ ทั้งการพูดคุยในทางตรงและทางอ้อม รวมถึงเป็นสิ่งที่ผมพูดถึงบ่อยๆ ผ่านทางหน้าเฟสบุ๊คส่วนตัว ไม่ใช่สิ่งที่ผมเพิ่งเอาออกมาพูดถึง ไม่ใช่สิ่งที่ผมอาศัยจังหวะเพื่อการบ่อนทำลายผู้ใด แต่คือความปราถนาดีที่พยายามอย่างยิ่งในการที่จะสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้กับผู้ที่เกี่ยวข้องเสมอมา และมันก็เป็นสิ่งเดียวกันกับที่หลายๆ คนในแวดวงที่ได้เลือนหายไปจากวงการนี้เคยกล่าวถึง เคยพยายามตักเตือนและแสดงความหวังดีมาตลอด ทำให้สิ่งที่ผมพูด ไม่ใช่เพียงแต่ผมคนเดียวที่พูดถึงความไม่ชอบมาพากลเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยังคงยืนยัน ว่าจุดยืนของผม เป็นเพียงการที่จะแสดงความเป็นกัลยาณมิตร อย่างที่ท่าน ส.ศิวรักษ์ มักพร่ำสอนในวัยเยาว์ ว่ากัลยาณมิตร ต้องเป็นผู้กล้าที่จะพูด ในสิ่งที่มิตรไม่อยากฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และขอชี้แจงเป็นข้อๆ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ชี้แจงเรื่องการรับเงินต่างชาติและ NGOs&amp;nbsp;เรื่องราวเหล่านี้เป็นความจริง และไม่ใช่เรื่องผิดแปลกที่ได้รับทราบข้อมูลเหล่านี้ ผมมองว่านี่เป็นเพียงแค่เรื่องที่ต้องจริงใจและไม่ปกปิดเอาไว้ อย่างที่ผมได้ย้ำว่า นี่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคนกลุ่มเล็กๆ เพียงแค่กลุ่มเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด ผมยังยืนยันว่าแทบทั้งหมด จนส่วนใหญ่ ไม่ได้รับเงินจากไหน ไม่ได้รับงานจากไหน พวกเขายังล้วนใช้แหล่งเงินทุนของพวกเขาเอง ใช้เงินที่ได้รับจากการเปิดบริจาคในทางสาธารณะ มาสนับสนุนขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรับเงินทุนขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรข้ามชาตินั้นเป็นเรื่องที่ไม่ได้ผิดกฏหมาย ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องปกปิด ในแง่ของการเป็นส่วนหนึ่งการพัฒนาสังคมผ่านประเด็นต่างๆ อย่างที่คนทั่วไป หรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรต่างๆ ยังสามารถเขียนโปรเจคต์เพื่อรับเงินทุนจากต่างชาติได้ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านศิลปวัฒนธรรม ความเท่าเทียมทางเพศ สิทธิสตรี สิทธิในการทำแท้ง สิทธิเยาวชน สิ่งแวดล้อม การแสดง ภาพยนต์ สื่อสารมวลชน การพัฒนาชุมชน กฏหมาย สิทธิสัตว์ ฯลฯ การผลักดันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน โดยมีแหล่งที่มาเงินทุนจากภายนอกจึงไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย แต่เป็นเรื่องที่ต้องเปิดเผย จริงใจ และชี้แจงในที่แจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ชี้แจงเรื่องการถูกกล่าวหาว่าขายข่าวและเป็นสาย&amp;nbsp;ผมมักพูดเสมอ ว่าผมถูกกีดกันออกจากขบวน และไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการใดๆ มาเสมอ ในกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ เองก็มีการสื่อสารแค่ภายในองค์กร และผมไม่ได้ไปยุ่งเลยกับกิจการภายในของกลุ่มเคลื่อนไหวอื่นๆ จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในการที่ผมจะขายข่าว หรือเป็นสาย เพราะผมไม่สามารถรับข่าวใดๆ ของกลุ่มอื่น เครือข่ายอื่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะบอกว่าผมขายข่าว จึงเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีต้นสายปลายเหตุ และสำหรับผม นี่เป็นเพียงหนึ่งในข้อกล่าวหาที่มักถูกใช้สำหรับการโจมตีเมื่อมีคนพยายามพูดถึงสิ่งเดียวกันกับที่ผมกำลังพูดเสมอมา หลายๆ คนก็เคยโดนกล่าวหาแบบเดียวกัน และนี่เป็นเพียงอีกครั้งหนึ่ง ที่สิ่งนี้เกิดขึ้น เพียงแต่เกิดขึ้นกับผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะเป็นสาย ผมคงพยายามอยู่คลุกคลี เออออกับทุกอย่าง เชื่อฟัง ว่านอนสอนง่าย ให้สามารถรับข่าวสารต่างๆ ได้ง่ายๆ ไม่มีความจำเป็นใดเลยที่ต้องสร้างการกระทบกระทั่ง จนทำให้ถูกกีดกันออกมาดั่งตอนนี้&amp;nbsp;ผมว่า ก็คงไม่มีเหตุอันสมควรใดๆ ที่ผู้มีอำนาจจะเลี้ยงดูปูเสื่อแหล่งข่าว ที่ไม่สามารถหาข่าวได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ชี้แจงความสัมพันธ์กับขบวน&amp;nbsp;ผมได้ยืนยันไปแล้วว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการใดๆ นอกจากขบวนการที่ผมมีส่วนร่วมก่อตั้งขึ้นมาเองดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะแทรกซึมที่ใด และไม่มีสิ่งอื่นนอกเหนือจากความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ชี้แจงความสัมพันธ์กับกลุ่มนวชีวิน&amp;nbsp;ผมเป็นเพียงหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง นวชีวินมีคนสังกัดอยู่ถึง 60 กว่าคน และผมเองมีตำแหน่งเพียงแค่ผู้ประสานงานเครือข่าย ไม่ได้เป็นแกนนำ ไม่ได้มีอำนาจในการชี้นำภายในแนวร่วม เว้นแต่การร่วมออกแบบเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการขับเคลื่อนเชิงประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเพียงโพสต์แสดงความคิดเห็นส่วนตัว จากปัญหาที่มีความขัดแย้งกับกลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ไม่ได้เป็นข้อบาดหมางของแนวร่วม และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแนวร่วมท่านอื่นแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานะของผมตอนนี้เอง ก็ได้ประกาศลาออกจากแนวร่วมนวชีวิน และยุติบทบาทการทำงานทั้งหมด รวมทั้งส่งต่อภาระงานที่ยังค้างอยู่ไว้กับคณะทำงานเป็นที่เรียบร้อย เพราะฉะนั้น ผมจึงใคร่ขอให้ทบทวนพิจารณา ว่าแนวร่วมนวชีวินไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวเหล่านี้ ถ้าจะโจมตี ขอให้โจมตีเพียงที่ผม อย่าได้เกินเลยจนไปลดทอนกำลังใจของสมาชิกภายในเครือข่ายท่านอื่นที่ตั้งใจอย่างยิ่งในการทำงานเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- แนวทางที่จะดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;ภายหลังจากที่ผมตื่นนอนในวันนี้ มีหลายสายโทรมาเตือนผมว่ามีการพยายามสืบหาที่อยู่ปัจจุบัน ตอนนี้ผมจึงกำลังเดินทางไปในสถานที่ปลอดภัย และกลับไปอยู่ร่วมกับครอบครัว และใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ในการรับจ้าง หาเช้ากินค่ำเช่นเดียวกับสามัญชนคนธรรมดาหลายๆ คนในประเทศนี้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เผด็จการทั้งหลายทั้งมวลจงพินาศ ประชาธิปไตย ประชาชน จงเจริญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74850</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์, ม็อบปลดแอก, แนวร่วมกลุ่มนวชีวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bd82fb6778.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แตกหัก!แกนนำ&#039;นวชีวิน&#039;แฉยับผู้กดขี่ที่เป็นวีรชนเอกชน เหยียบหลังผู้อื่น มันจบแล้วครับนาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63- &amp;nbsp;นายภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมนวชีวิน (New Life Network) ที่อดข้าวประท้วงหน้าทำเนียบรัฐบาลก่อนหน้านี้ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผมเอง เคลื่อนไหวในการต่อต้านคณะรัฐประหารนับตั้งแต่วันแรก ในฐานะเยาวชน และนักเคลื่อนไหวอิสระที่ไม่เห็นด้วยกับที่มาของอำนาจฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติที่ไม่มีความชอบธรรม ผมจึงไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งส่วนใด และไม่เคย &amp;#39;ถูกนับว่าเป็นส่วนหนึ่ง&amp;#39; ของขบวนไหนมาตั้งแต่ต้น ที่พูดแบบนี้ ก็เพราะไม่เคยมีส่วนร่วมในระดับใด นอกจากการช่วยแบกของ ช่วยทำงานเล็กๆ น้อยๆ แม้จะมีค่ายหรืออะไร ก็ไม่เคยถูกชวนไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีระยะหนึ่งที่ผมได้ร่วมงานการเมืองกับพรรคที่พวกที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตยไม่ค่อยจะนิยมเท่าไหร่นัก (โดยไม่คำนึงว่า ถ้าไม่ทำ กูจะเอาอะไรกิน) ก็โดนตัดขาดจากความเป็นเพื่อนบ้าง ถูกทำให้กลายเป็นคนไม่รู้จักกัน ในขณะที่หลายคนได้ถูกชักชวนไปทำงาน ณ พรรคแห่งหนึ่ง ผมและเพื่อนหลายคนไม่ได้ถูกชวนไป หรือถูกชวนไปก็กลายเป็นลูกจ้างระดับต่ำที่ค่าแรงออกไม่ตรงเวลา หรืออยู่ในพื้นที่ซึ่งอ้างว่าเปิดความคิดเห็น แต่ไม่ถูกรับฟัง เพราะระดับของการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างทาง ผมได้เจอหลายคนที่ต้องเจ็บปวด ต้องเสียใจ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องส่วนตัว (ทั้งแบบเรื่องส่วนตัวจริงๆ หรือการนำเรื่องส่วนตัวมาใช้โจมตีกัน) ได้ถามหลายๆ คน บางคนไม่ขอตอบ บางคนไม่ขอพูดถึงเรื่องเหล่านี้อีกต่อไป หลายคนได้ระบายออกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะฉะนั้น เรื่องที่ผมพูด ไม่ได้เพียงมาจากสิ่งที่ผมได้เห็น แต่ยังเป็นประสบการณ์ร่วมที่หลายๆ คนได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการที่ขาดการมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะด้วยความบอบช้ำทางจิตใจที่ไม่สามารถทำใจได้ว่าความเจ็บปวดเหล่านั้นมาจากเพื่อนร่วมทาง คนที่เคยพูดเรื่องนี้ไปก่อนผม บางคนโดนปล่อยภาพว่าไปกินเหล้ากับตำรวจ เลยโดนบอกว่าเป็นสาย ทั้งๆ ที่ภาพนั้นแม่งมาจากคนที่ปล่อยซึ่งแม่งก็ไปกินด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางคนที่เอาเรื่องเหล่านี้ไปพูด โดนโทรขู่ทำร้าย บ้างเองก็ถึงขั้นโดนขู่วางเพลิง (มีช่วงหนึ่ง ที่พวกอกหักเอามาย้อนคุยกัน ว่าเป็นช่วงที่นักกิจกรรมเข้าโรงพยาบาลบ้ากันเป็นโขยง ก็ตลกๆ ดี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องหาเศษหาเลยนั้น ผมยังยืนยันอยู่ว่า แทบจะทั้งหมด แทบจะทั้งหมดที่นึกถึงออก หรือถ้าให้นับในจำนวนคนที่เป็นหน้าใหม่ทั้งหมดเลยก็ว่าได้ พวกเขาล้วน ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัว หรือที่มาจากการบริจาคของพี่น้องผู้ศรัทธาในตัวเหล่าคนที่เป็นนักสู้ และผมยังยืนยันได้ว่า มันแทบจะทุกคนที่ร่วมทาง ที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบในการสูญเสียโอกาสทางอนาคตหลายๆ ทาง ในขณะที่พวกที่เป็น &amp;#39;ลูกอีแอบ&amp;#39; บางคน ยังมีอนาคตเต็มที่ และไม่กลับไปทักทายคนเหล่านั่นราวกับว่าไม่เคยรู้จักกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนทางของผม มันคือการต่อสู้กับเหล่ามิตร ผมจึงเคยอกหัก แต่กลับมาต่อสู้อีกครั้ง เคลื่อนไหวอีกครั้งบนเส้นทางของตัวเองและแนวร่วม ที่ถอดบทเรียนความผิดพลาด และเจ็บช้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าผมจะตาสว่างจากอะไร ผมก็คงตาสว่างจากเหล่าผู้กดขี่ ทั้งผู้กดขี่ต่อประชาชน และผู้กดขี่ที่เป็นวีรชนเอกชน ที่เหยียบหลังผู้อื่นไปบนเส้นทางประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต่อสู้ของผมต่อเหล่าผู้มีอำนาจเหล่านี้จะไม่มีวันจบ จนกว่าสังคมนี้จะมีเสรีภาพ เสรีภาพที่แท้จริงที่ไม่ใช่เพียงแต่ต้องพูดเรื่องของผู้มีอำนาจได้อย่างหมดเปลือก แต่ยังต้องพูดถึงความไม่ชอบมาพากลทุกอย่างได้ในทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต่อสู้ของผมต่อจะยังดำเนินไปจนกว่าเราจะมีสังคมที่ไร้ซึ่งความเหลื่อมล้ำ ทางโอกาส ทางอำนาจ ทางสังคม ทางการศึกษา แม้แต่ในทางที่เหลื่อมล้ำในระดับการมีส่วนร่วมกับกระบวนการทางประชาธิปไตยทุกรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่านับผมว่าเป็นฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย เพราะนับตั้งแต่วันแรกที่ผมกลับมายืนบนสนามนี้ ผมเลิกเรียกตัวเองว่าแบบนั้นไปแล้ว ผมนับว่าตัวเองเป็นชาวพุทธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะสู้แบบที่ต้องมีผู้กดขี่คนใหม่ ผมไม่สู้ด้วย และถ้ามีผู้กดขี่คนใหม่ ผมนี่แหล่ะ จะหาทางฆ่าพวกแม่งก่อนใครเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะสู้เพื่อประชาธิปไตย ก็จะได้มา ด้วยกระบวนการที่มีความเป็นประชาธิปไตยในทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่เคยกลัวไอ้อีหน้าไหน และผมเชื่อเสมอ ว่าการพูดความจริง ไม่เคยส่งผลเสียเท่ากับการตระบัดสัตย์กับมวลชน อย่านับรวมผมเป็นพวกเดียวกันกับคนที่ไม่นับว่าผมเป็นพวกเดียวกัน ผมมีการต่อสู้ของผม พวกเขาบางคนเหล่านั้นมีการต่อสู้ของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ไม่ใช่การอกหักครับ แค่เรารู้ตัว ว่าเรามีการต่อสู้ของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล. ผมไม่เคยโกรธนะครับ ที่ไม่ให้ผมขึ้นพูดไม่ให้ขึ้น คือ เราเป็นคนที่ปราศัยไม่เก่งเลยอยู่แล้ว แล้วในโพสต์นั้นมันก็ชัดเจน ว่าผมไม่ได้ตั้งใจไปเพื่อปราศัย แต่มีน้องชวนตอนที่กำลังกลับ และน้องคนนั้นก็ไปจัดการลง คิวให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผมโกรธในวันนั้นมากๆ คือการยึกยัก แล้วทำให้ต้องยืนรอโดยไม่มีความจำเป็น คือมันเสียเวลา เสียความรู้สึกที่ต้องยืนรอ และไม่มีคำตอบใดๆ สำหรับเรื่องนั้นต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องวันนั้น มันเป็นจุดแตกหักสำหรับผม มันเป็นความไม่พอใจที่มีอยู่มา 6-7 ปีบนเส้นทางนี้ (นั่นหมายความว่า สิ่งที่ผมพูดอยู่ ไม่เกี่ยวข้องเลย กับคนที่เพิ่งเริ่มเคลื่อนไหว หรือคนหน้าใหม่ในขบวน) ไม่ใช่อะไรที่อยู่ดีๆ ผมจะมาพูด และก่อนกลับมาบนทางนี้ ผมก็ได้พยายามรื้อฟื้นหลายๆ อย่างกับผู้เกี่ยวข้อง พยายามคุยดีๆ หลายครั้งเหมือนที่หลายๆ คนเคยทำในอดีต แต่ก็ไร้คำตอบ ไร้ผล ไร้การตอบรับ เคยพยายามพูดดีๆ อดทนนานแสนนาน จนต้องบันดาลโทสะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันมีหลายๆ เรื่องที่ผมไม่โอเคด้วย แล้วไม่ใช่เพิ่งจะมาไม่โอเคเพราะแค่เรื่องนั้นเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันจบแล้วครับนาย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74774</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์, ผู้กดขี่รายใหม่, มันจบแล้วครับนาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3b43e4332ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด! ม็อบมุ้งมิ้งบุกหน้าทำเนียบเผารูป &#039;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&#039; ลั่นไล่สิ่งไม่ดีออกจากประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.63-เมื่อเวลา 11.20 น. ที่หน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มแนวร่วมนวชีวิน ร่วมกับภาคีนักศึกษาศาลายา นัดรวมตัวทำกิจกรรม BURN IN HELL &amp;#39;84,000 cells&amp;#39; เผารูปประท้วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยก่อนการชุมนุม มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่นำกำลังตำรวจจากพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล (บก.น.1) ประกอบด้วย สน.ดุสิต สน.นางเลิ้ง สน.สามเสน สน.พญาไท สน.ห้วยขวาง สน.ดินแดง และ สน.มักกะสัน กว่า 300 นาย ตรึงกำลังโดยรอบทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มงวด พร้อมตั้งรั้วเหล็กกั้นตลอดแนวฟุตบาททำเนียบรัฐบาล และเตรียมถังดับเพลิงไว้ด้วย เพื่อดับไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบ.ชน.) กล่าวว่า ตำรวจนครบาลได้เตรียมกำลังดูแลความปลอดภัยของประชาชนและความปลอดภัยของผู้ชุมนุม โดยนายกฯ ได้กำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ขณะที่ พ.ต.อ.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (รอง บก.น.1) กล่าวว่า วันนี้ได้นำตำรวจ เพื่อมาดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม และอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจรบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลาย สน. ประมาณ 300 นาย ตรึงกำลังจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ เพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยแก่ประชาชน และไม่ให้เกิดความไม่เรียบร้อยในการจัดกิจกรรมครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีผู้ชุมนุมประมาณกว่า 20 ราย ทยอยเดินทางมาถึง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ได้พูดกับแกนนำผู้ชุมนุม เพื่อทำความเข้าใจถึงขอบเขตของการชุมนุม ซึ่งกลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายา นำโดยนายณวิบูล ชมภู่ ได้อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง 5 ข้อคือ 1.การบริการงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ 2.ไม่ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ อาทิ เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 1,000 บาท เพิ่มเงินเดือนคนจบปริญญาตรีเดือนละ 20,000 บาท จึงหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ 3.บริหารงานผิดพลาดจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดทำให้หน้ากากอนามัยขาดแคลน ประชาชนเดือดร้อน 4.ไม่มีการเยียวยาหรือประกันรายได้คนว่างงาน และ 5.ปล่อยให้มีการใช้ความรุนแรงทำร้ายนักกิจกรรม จึงเป็นอาชญากรรมแห่งรัฐ ใช้กฎหมายคุกคามประชาชน หากปล่อยให้รัฐบาลบริหารประเทศต่อไปจะทำให้เศรษฐกิจพัง ประชาชนทุกข์ยาก จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกทันทีและยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นกลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายา ได้ทำเผารูปภาพ พล.อ.ประยุทธ์ และรูปภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมระบุว่าเป็นการเผาสิ่งไม่ดีของประเทศไทยออกไป พร้อมกับมีการปราศรัยเล็กน้อยและชูป้ายประท้วง ทั้งนี้ มีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมาร่วมด้วย ก่อนที่ทางกลุ่มฯ จะเข้าไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ กลุ่มแนวร่วมนวชีวิน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการประท้วงอดอาหารของตนเองว่า วันนี้เป็นวันแรกที่จะดื่มน้ำอย่างเดียว ไม่รับประทานอาหาร เรามากันถี่ๆ หวังว่าจะฟังกันบ้าง ให้ช่วยทำอะไรให้ดีขึ้น หากทำไม่ได้ก็รีบออกไป ปัญหาปากท้องคนยากจนสำคัญ การออกไปจะได้ยืนยันตัวเองว่าไม่มีประสิทธิภาพมากพอในการบริหารประเทศ เพื่อเปิดทางให้คนมีวิสัยทัศน์แก้ปัญหาในช่วงเวลานี้ได้ และตนจะอดข้าวไปจนกว่าจะทนไม่ไหว แล้วมีคนมารับไม้ต่อ ถ้าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ก็จะยกระดับไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72384</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเยาวชนปลดแอก, กลุ่มแนวร่วมนวชีวิน, นศ.ชุมนุมไล่รัฐบาล, นายภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1a84df20fcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
