<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039;เดินหน้าดันร่างพรบ.ตำรวจแห่งชาติ ลั่นถ้าไม่นำร่าง&#039;อ.มีชัย&#039;มาประกบ จะคว่ำทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27​ ส.ค.64- ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ&amp;hellip;.. รัฐสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติว่า ร่างกฎหมายนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการปฏิรูปตำรวจทันทีทันใด หรือสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์นั้น ตนมองว่ายังไม่สามารถทำได้ เพราะต้องมีการพิจารณามาตราเกี่ยวกับพนักงานสอบสวนที่เป็นหัวใจของความยุติธรรมให้กับประชาชนก่อน เนื่องจากการสอบสวนในปัจจุบันถูกแทรกแซงและไม่เป็นอิสระ รวมถึงพนักงานสอบสวนไม่มีความเติบโตเจริญก้าวหน้าในอาชีพ ตนในฐานะส.ส. คิดว่าถ้าไม่แก้ไขและไม่นำร่างของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เข้ามาประกบก็จะคว่ำทันที โดยเฉพาะเรื่องการสืบสวนสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนส่วนใหญ่มักจะยิงตัวตายมากที่สุดในเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงาน เพราะได้รับการกดดันจากผู้บังคับบัญชา ถ้าไม่นำร่างของนายมีชัยเข้ามา ผมก็จะไม่ให้ผ่าน เพราะหากยังให้การพิจารณาสืบสวนสอบสวนแทรกแซงได้ ก็จะเกิดการบิดเบือนรูปคดีได้ ถ้ามีการรับงานมา&amp;rdquo; นายสิระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีช่องทางให้เกิดการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนใช่หรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า ผู้กำกับบางคนไม่เคยผ่านงานการสืบสวนสอบสวน บางคนติดตามนาย บางคนก็เป็นสายงานจราจร ไม่ได้จบนิติศาสตร์ทำให้ไม่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญด้านกฎหมายแล้วมาเป็นหัวหน้าของพนักงานสอบสวนที่มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นต้องให้พนักงานสอบสวนมีความเป็นอิสระ เพราะงานสอบสวนตอนนี้มีปัญหาเรื่องงานล้นมือ หากผู้บังคับบัญชามีการข่มขู่ว่าถ้าไม่ทำตามคำสั่งแล้วจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน พนักงานสอบสวนเขาก็จะเดือดร้อน และต้องทำตามที่นายสั่ง ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ยังมีข้อบกพร่องจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีกรณีที่มีการอ้างว่าสามารถใช้บัตรของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.). เข้าไปตรวจค้นบ้านได้โดยไม่มีหมายศาล ถามว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตและเกินกว่ารัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งตนจะเชิญ เลขาธิการป.ป.ส. เข้ามาให้ข้อมูลเรื่องนี้ เพราะชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจริงๆ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ป.ป.ส.สามารถตรวจค้นบ้านหรือรถได้ โดยเฉพาะในยามวิกาล และไม่ต้องมีหมายศาล จึงจะต้องทบทวนอำนาจตรงนี้ เช่น กรณีของพ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ ก็ใช้อำนาจ ป.ป.ส. ไปหิ้วใครมาก็ได้ อีกทั้งยังไปยัดและยึดเงินใครก็ได้ ถามว่าแบบนี้ทำได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114711</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายมีชัย ฤชุพันธุ์, นายสิระ เจนจาคะ, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล (ผกก.โจ้), ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61287b6d96682.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สป.ยธ.ชำแหละร่างพรบ.ตำรวจใหม่ขัดรธน.เสนอนำร่างชุด&#039;มีชัย&#039;เข้าสู่สภาเพื่อการปฏิรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63 - สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัดค้านร่าง พ.ร.บ. ปฏิรูปตำรวจฉบับสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและขอให้นำฉบับนายมีชัย&amp;nbsp; ฤชุพันธุ์ เสนอต่อสภาเพื่อการปฏิรูป แก้ปัญหาการทุจริต ประพฤติมิชอบของตำรวจผู้ใหญ่ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อตำรวจผู้น้อยและประชาชน มีใจความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มติเมื่อ 15กันยายน 2563 เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฯ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอแทนฉบับคณะกรรมการชุดนายมีชัย&amp;nbsp; ฤชุพันธ์ ร่างตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งแม้จะยังไม่ถือว่าเป็นการปฏิรูปตำรวจที่แท้จริง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากขาดหลักการเรื่องตำรวจจังหวัด กำหนดให้ตำรวจต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบควบคุมของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยผ่าน &amp;rdquo;คณะกรรมการตำรวจจังหวัด&amp;rdquo; ตามหลักสากล&amp;nbsp; และสอดคล้องกับเสียงเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบในวงการตำรวจอย่างจริงจัง&amp;nbsp; ทั้งปัญหาการรับส่วยสินบนจากบ่อนการพนัน ตู้ม้า และแหล่งอบายมุขของตำรวจผู้ใหญ่ที่เป็นสาเหตุของอาชญากรรมมากมาย&amp;nbsp; รวมไปถึงปัญหาการสอบสวนที่พนักงานสอบสวนถูกผู้บังคับบัญชาสั่งให้ไม่รับแจ้งความ หรือกลั่นแกล้งแจ้งข้อหาประชาชนโดยมิชอบ หรือสอบสวน &amp;ldquo;ล้มคดี&amp;rdquo; เช่น กรณีเหตุการณ์ทำร้ายผู้กองปูเค็มเนื่องจากการไปตรวจสอบแจ้งให้ตำรวจจับกุมตู้ม้า&amp;nbsp; รวมทั้งการทำลายพยานหลักฐานคดีบอสที่เป็นข่าวอื้อฉาวและที่ไม่เป็นข่าวอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว นอกจากจะขัดต่อรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในมาตรา 258 และ 260 ให้การปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม ต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งซึ่งกำหนดสัดส่วนผู้เป็นตำรวจไว้แล้ว เนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญในการปฏิรูปตามร่างเดิมหลายเรื่อง ยังถูกแก้ไขและตัดออกไปอีกด้วย ที่เห็นชัดในเบื้องต้นก็คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ ตามร่างฉบับนายมีชัยฯ ในมาตรา 15&amp;nbsp; ซึ่งยุบรวม ก.ตช. และ ก.ตร. เข้าด้วยกัน&amp;nbsp; มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&amp;nbsp; โดย ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. ฝ่ายป้องกัน สอบสวน บริหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จเรตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัยการสูงสุด&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม&amp;nbsp; อดีตตำรวจระดับ ผบช. ขึ้นไปห้าคนและบุคคลภายนอกสามคนที่ผ่านการเลือกตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรขึ้นไปทุกคนร่วมเป็นกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp; องค์ประกอบ ก.ตร. ดังกล่าว กลับถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแก้ไขในมาตรา 14&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้ ผบ.ตร. เป็น รอง ประธาน และ รอง ผบ.ตร. ทุกคน จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ถึง 5&amp;nbsp; ตำแหน่ง (ไม่นับตำแหน่งเทียบเท่าซึ่งอาจปรับได้)เป็นกรรมการ โดยมีอัยการสูงสุด&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นบุคคลภายนอก 3คนเช่นเดิม และลดสัดส่วนของอดีตตำรวจระดับ ผบช. ขึ้นไปที่มาจากการเลือกตั้งของตำรวจเหลือเพียง 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp; การกำหนดให้ ผบ.ตร. เป็นรองประธาน ก.ตร. แทนที่จะเป็นอัยการสูงสุด หรือปลัดกระทรวงมหาดไทยซึ่งมีฐานะเป็นกรรมการนั้น&amp;nbsp; เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามแบบธรรมเนียมการบริหารราชการแผ่นดินที่อัยการสูงสุดและปลัดกระทรวงมหาดไทยถือว่าเป็นผู้มีสถานะสูงกว่า ผบ.ตร.&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาถึงสถานะความเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนตาม ป.วิ อาญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งอำนาจในการสั่งคดีที่ ผบ.ตร. ต้องเสนอสำนวนการสอบสวนที่ตนมี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเห็นแย้งพนักงานอัยการให้อัยการสูงสุดชี้ขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.&amp;nbsp; นอกจากนั้นสิทธิในการเลือก ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ 8 คน ที่กำหนดให้ตำรวจชั้นสัญญาบัตรขึ้นไปมีสิทธิเลือก ก็ถูกแก้ไขให้เป็นตำรวจระดับรองผู้กำกับการขึ้นไป&amp;nbsp; เป็นการตัดสิทธิของตำรวจชั้นสัญญาบัตรระดับรองสารวัตรถึงสารวัตรทั่วประเทศซึ่งมีจำนวนรวมกว่าห้าหมื่นคน และไม่สามารถสะท้อนความต้องการของข้าราชการตำรวจที่แท้จริงเท่ากับร่างเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.&amp;nbsp; องค์ประกอบของ ก.ตร. มีสัดส่วนของตำรวจผู้ใหญ่ทั้งในและนอกราชการถึง 9 คน จากคณะกรรมการรวม 18คนดังกล่าว โดยเฉพาะ รอง ผบ.ตร. ทุกคนซึ่งมีฐานะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ ผบ.ตร. โดยตรง เพิ่มขึ้นจาก 3 คน เป็น&amp;nbsp; 5 คน และอาจเพิ่มอีกได้ตามการปรับชื่อตำแหน่ง&amp;nbsp; จะส่งผลทำให้การออกกฎและระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจหลายเรื่องที่ถูกร่างฉบับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดให้กระทำโดยมติ ก.ตร. เช่น การกำหนดให้ตำรวจบางหน่วยไม่มียศ&amp;nbsp; การโอนงานตำรวจเฉพาะทาง13&amp;nbsp; หน่วยไปให้กระทรวง ทบวง กรมที่รับผิดชอบ และอื่นๆ อีกหลายเรื่อง เป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.&amp;nbsp; ประเด็นการแยกงานสอบสวนให้มีสายการบังคับบัญชาและการสั่งคดีต่างหากจากงานตำรวจ&amp;nbsp; ป้องกันมิให้ถูกแทรกแซงจากผู้บังคับบัญชาฝ่ายตำรวจ&amp;nbsp; เนื่องจากสามารถกลั่นแกล้งแต่งตั้ง โยกย้ายพนักงานสอบสวนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายได้ง่าย&amp;nbsp; ก็ถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติตัดออกไปพร้อมกับวิธีประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยตำรวจโดยภาคประชาชนที่จะทำให้ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นมากขึ้น &amp;nbsp;
สป.ยธ. จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใช้ความกล้าหาญและเด็ดขาดในการปฏิรูปตำรวจให้เป็นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้&amp;nbsp; โดยนำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับที่คณะกรรมการชุดนายมีชัย ฤชุพันธ์&amp;nbsp; ซึ่งได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนมาแล้วมากมาย แม้กระทั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง&amp;nbsp; เสนอต่อสภาเพื่อตราเป็นกฎหมายบังคับใช้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77831</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรัฐธรรมนูญ, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa394dd1a696.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกษียร&#039;เหน็บ&#039;มีชัย&#039;ชูคำขวัญรธน.ปราบโกง 3ปีผ่านไปสังคมไทยได้เห็นหลักฐานแห่งผลสัมฤทธิ์แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.63- นายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kasian Tejapira ว่า หลักฐานความสำเร็จของรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในปี พ.ศ.​๒๕๕๙ กรธ.ซึ่งมีชัยเป็นประธานได้เน้นย้ำคำขวัญปราบโกงต่าง ๆ เพื่อเป็นจุดขายอย่างหนึ่งของร่างรธน.ในเอกสารเผยแพร่ของกรธ. ได้แก่ &amp;quot;สกัดคนโกงเข้าสภาด้วยกติกาในรัฐธรรมนูญ&amp;quot;, &amp;quot;ปราบโกงอย่างจริงจัง&amp;quot;, &amp;quot;การเมืองไทยจะเป็นการเมืองที่เปิดเผยและโปร่งใสยิ่งขึ้น&amp;quot; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ผ่านไปสามปีกว่า สังคมไทยได้เห็นหลักฐานชัดเจนยิ่งแห่งผลสัมฤทธิ์และภาพจำของรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงแล้วววววว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องขอขอบคุณ กรธ.และคุณมีชัยแทนรองนายกฯประวิตรและรมต.ธรรมนัสไว้ ณ ที่นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54223</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปราบโกง, รัฐธรรมนูญ, ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190301/image_big_5c7888265e391.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039;ซัด&#039;มีชัย&#039;ไม่แยแสสูตรปาร์ตี้ลิสต์ จำไว้!ต่อไปอย่าให้ร่างกฎหมายอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62-นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ Veera Somkwamkid ว่า เห็นถึงจิตสำนึกในความรับผิดชอบของประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและในฐานะของสมาชิกของคสช. แล้วหรือยัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวเองเป็นคนร่างกฎหมายนี้มากับมือแท้ๆ แต่เมื่อชาติและประชาชนต้องการความชัดเจนให้ช่วยชี้ถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของสูตรการคำนวณส.ส. นายมีชัย กลับแสดงความใจแคบอย่างน่ารังเกียจ ปัดความรับผิดชอบอย่างไม่แยแส โยนไปให้ กกต. ตัดสินใจเอง ทั้งที่ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติและประชาชน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของนายมีชัยเลย จำเอาไว้ต่อไปอย่าให้นายมีชัยมาร่างกฎหมายใดๆอีกต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34799</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายมีชัย ฤชุพันธุ์, นายวีระ สมความคิด, ประธานกรธ., สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc806243b64e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มีชัย&#039;ปัดตอบสูตรคำนวณส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ย้ำหมดหน้าที่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62- &amp;nbsp;นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนในสูตรการคำนวณหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยระบุเพียงว่า ให้ไปถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ตนไม่ขอออกความเห็น เพราะถือว่าหมดหน้าที่แล้ว เมื่อถามว่าปวดหัวในประเด็นสูตรการคำนวณหรือไม่ นายมีชัย ตอบว่า &amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34774</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ประธานกรธ., พ้นหน้าที่แล้ว, สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc7c79ccfe18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายปชช.จี้&#039;บิ๊กตู่&#039;แจงเหตุผลสั่งเด้ง&#039;โจ๊ก&#039;มีความผิดอาญา-วินัยเรื่องใด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
10เม.ย.62-เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) Police Watch แถลงการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่อง&amp;nbsp; ขอให้พลเอก ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติสั่งผู้รับผิดชอบชี้แจงเหตุผลของการออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ ๒/๒๕๖๒&amp;nbsp; โอนพลตำรวจโท สุรเชษฐ์&amp;nbsp; หักพาล พ้นจากตำรวจเป็นข้าราชการพลเรือน และเร่งแก้ปัญหาตำรวจทุจริตประพฤติมิชอบรวมทั้งดำเนินการปฏิรูปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้โดยเร็ว โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกคำสั่งที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๒๓๒/๒๕๖๒&amp;nbsp; เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๒ ให้พลตำรวจโท สุรเชษฐ์&amp;nbsp; หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยขาดจากตำแหน่งเดิม&amp;nbsp; และต่อมาหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่งที่ ๒/๒๕๖๒ ในวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๒ ให้โอนไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำรวจเป็นข้าราชการพลเรือนระหว่างดำเนินการตรวจสอบการทุจริตตามคำสั่ง คสช.ที่ ๑๖/๒๕๕๘ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงในหมู่ประชาชนอย่างมากว่า&amp;nbsp; พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ฯ ได้กระทำหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางอาญาหรือวินัยร้ายแรงในเรื่องอะไรลักษณะใด&amp;nbsp; และการกระทำนั้นได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและประชาชนมากน้อยเพียงใด หัวหน้า คสช.จึงได้ใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา ๔๔ แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวออกคำสั่งให้พ้นจากความเป็นตำรวจไปดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ปัญหาดังกล่าว ผู้รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่เคยชี้แจงเหตุผลของการออกคำสั่งนี้แต่อย่างใด&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนโจทย์ขานกันไปในทางเสื่อมเสียต่างๆ นาๆ เช่น มาจากปัญหาการเข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งตำรวจที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการอย่างร้ายแรง&amp;nbsp; หรือปัญหาการเช่ารถมูลค่า ๗๐ ล้านบาทของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือการทุจริตประพฤติมิชอบในการปฏิบัติหน้าที่กรณีต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรตำรวจในภาพรวมและกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นของชาติอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจจึงขอเรียกร้องต่อ พลเอก ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. ให้สั่ง ผบ.ตร.ชี้แจงว่า การเสนอให้หัวหน้า คสช.ลงนามในคำสั่งดังกล่าว&amp;nbsp; เนื่องจาก พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ฯ มีพฤติการณ์กระทำความผิดอาญาหรือวินัยร้ายแรงในเรื่องใด&amp;nbsp; ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและประชาชนมากน้อยเพียงใด&amp;nbsp; ได้มีการดำเนินคดีอาญาหรือตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายหรือไม่&amp;nbsp; มอบหมายให้ใครเป็นผู้รับผิดชอบ อยู่ในขั้นตอนใด จะแล้วเสร็จเมื่อใด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.ให้นายกรัฐมนตรีเร่งแก้ปัญหาตำรวจดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.๑&amp;nbsp; เร่งสืบสวนดำเนินคดีอาญาตำรวจผู้ใหญ่ที่ทุจริตประพฤติมิชอบในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่รับส่วยสินบนจากแหล่งอบายมุขต่างๆ ที่เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างจริงจัง&amp;nbsp; หากยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีอาญา&amp;nbsp; ก็ให้ดำเนินการทางปกครองหัวหน้าสถานีและผู้บังคับการตำรวจผู้รับผิดชอบโดยถือว่าบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp; หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่มีประสิทธิภาพเกิดความเสียหายต่อราชการ&amp;nbsp; ให้สั่ง &amp;ldquo;พักราชการ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;สำรองราชการ&amp;rdquo; ทันที&amp;nbsp; หากมีหน่วยอื่นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครองหรือทหารเข้าจับกุมได้
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;๒.๒&amp;nbsp; เร่งดำเนินการปฏิรูปตำรวจและงานสอบสวนด้วยการสร้างระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับหลักสากล&amp;nbsp; โดยนำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา ที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เสนอ&amp;nbsp; นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเพื่อเตรียมเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรตราเป็นกฎหมายโดยเร็วพร้อมกับร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเกี่ยวกับการสอบสวนที่นายอัชพร&amp;nbsp; จารุจินดา เป็นประธานฯ ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว&amp;nbsp; ซึ่งการตรากฎหมายทั้งสามฉบับดังกล่าว ถือเป็นการปฏิรูประบบตำรวจและงานสอบสวนที่จะสามารถลดความเดือดร้อนของประชาชนเบื้องต้นลงได้ระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) (Police Watch)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๐ เมษายน ๒๕๖๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33376</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายมีชัย ฤชุพันธุ์, พล.ต.ท สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม.44เด้งบิ๊กโจ๊ก, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ(คป.ตร.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cadccf2aae66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มีชัย&#039;ไม่ตอบเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ พรรคอันดับหนึ่ง ป๊อปปูล่าโหวตหรือจำนวนเก้าอี้ส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
26 มี.ค.62- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสมาชิกคสช. ปฏิเสธตอบคำถามถึงเจตนารมย์รัฐธรรมนูญ 60 ในการจัดตั้งรัฐบาล ว่ายึดหลักตามที่พรรคเพื่อไทยอ้างจำนวนส.ส.ที่ได้มากสุด หรือตามที่พรรคพลังประชารัฐอ้างป๊อปปูล่าโหวตที่ได้มากที่สุด โดยนายมีชัย เพียงแต่ยิ้ม พร้อมกับส่ายศีรษะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32249</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งรัฐบาล, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, พรรคเสียงข้างมาก, รัฐธรรมนูญ, เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ, เพื่อไทย-พลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c998a391ae26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
