<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ยุทธพงศ์’จับผิด ทร.ซื้อเรือดำน้ำทำไมจ่ายภาษีจ่อชงพรรคเปิดอภิปราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;17 ต.ค.2564-นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย(พท.) แถลงถึงกรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำว่า ได้ข้อมูลเชิงลึกที่กองทัพเรือ ต้องตอบมาเกี่ยวกับเรือดำน้ำลำที่ 1 ที่ไทยซื้อไปแล้วว่าเรือดำน้ำลำที่ 1 ต้องใช้เครื่องยนต์ที่เยอรมันเป็นผู้ผลิต ปรากฎว่าทางเยอรมันเขาไม่ขายเครื่องยนต์ให้ เรื่องนี้กองทัพเรือต้องแจง เรือดำน้ำไม่มีเครื่องยนต์แบบนี้จะดำอย่างไร นอกจากนี้ยังจะต้องติดตามกรณีการซื้อเรือดำน้ำที่ ทร.อ้างว่าเป็นการจัดซื้อแบบจีทูจี แต่กลับมีเอกสารหลักฐานการจ่ายภาษี VAT 7% ให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลังโดยตรง แทนบริษัท CSOC จำนวน 24,794,392 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 820 ล้านบาท ทั้งที่การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ขณะที่บริษัท CSOC อย่างไรก็ไม่ใช่รัฐบาลจีนแน่นอน เป็นเพียงบริษัทนายหน้าที่เข้ามาทำจีทูจีเก๊&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อเปิดสภาผมเตรียมเสนอพรรคเพื่อไทย ให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 จะเสนอให้พรรคอภิปรายพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นบิดาแห่งเรือดำน้ำไทย และผมจะเป็นผู้อภิปรายพล.อ.ประวิตรเอง แต่ระหว่างนี้ที่สภายังไม่เปิด จะไปยื่นเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยว่า มีความไม่ชอบมาพากล และจะไปร้องให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และอธิบดีกรมสรรพากร เรื่องการจ่าย VAT นอกจากนี้ วันนี้มีการเปลี่ยนผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ ผมก็จะไปยื่นเรื่องให้ ผบ.ทร. คนนี้ตรวจสอบถึงความไม่โปร่งใสต่างๆ และให้ตอบด้วยว่าเรือดำน้ำนี้ไม่มีเครื่องยนต์จริงหรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119975</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารเรือ, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616bc50d04501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุทธพงศ์&#039;โดนบีทีเอสฟ้องขึ้นศาล20ก.ย.ถามทำไมไม่ฟ้องกทม.บ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64-นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า วันนี้คนกทม.เดืดร้อนอย่างหนักจากปัญหาน้ำท่วมรถติด ไม่เห็นหน้าพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม.ออกมาช่วยเหลือประชาชน เพราะมาจากการแต่งตั้งตามมาตรา44 แล้วยังมีการแต่งตั้ง ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง ลูกชาย มาเป็นโฆษกกทม. แบบนี้เป็นประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ที่มีการปิดสถานที่ต่างๆในกทม.มีการเยียวยาอะไรบ้าง จึงต้องถามไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ทำไม ไม่ปล่อยให้คนกทม.ได้เลือกผู้ว่าของตัวเอง เหมือนที่ให้คนต่างจังหวัดได้เลือกนายกฯอบต.ในเดือนพ.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เสนอที่ประชุมครม.ในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอถามว่าที่ไม่ให้เลือกตั้งเกี่ยวกับรถไฟฟ้าบีทีเอสหรือไม่ แล้วทำไมบีทีเอสยังไม่ฟ้องกทม.เรียกค่าเสียหายหรือรอช่วงชุลมุนต่อสัญญา ตนถูกบีทีเอสฟ้องหมิ่นประมาท เกี่ยวกับกรณีแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้องไปขึ้นศาลวันที่ 20 ก.ย. แต่ก็ยินดีเพราะทำหน้าที่ด้วยความสุจริตปกป้องผลประโยชน์ประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117157</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, รถไฟฟ้าบีทีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_6146dfa80effc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรืองไกร ร้อง ปปช. สอบ &#039;พิธา- โจ้ ยุทธพงศ์&#039; ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค. 2564 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565 &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ค้นหาหลักฐานใน &amp;nbsp;google และขอเอกสารจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อช่วย ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามที่ยื่นหนังสือขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ไปแล้วนั้น ตนยังได้ค้นคว้าหาข้อมูลต่อไป และได้พบข้อมูลเพิ่มเติม คือ กรณีของนายพิธา พบว่า นายพิธา ระบุในบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.ว่า คู่สมรสเป็นเจ้าของบริษัท เลอ-บลองค์ จำกัด แต่ไม่ได้แจ้งหุ้นไว้แต่อย่างใด กรณีจึงมีเหตุอันควรสงสัย เมื่อไปตรวจสอบข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่พบข้อมูล บริษัท เลอ-บลองค์ จำกัด แต่อย่างใด และเมื่อค้นหาต่อไปก็พบชื่อของ บริษัท เลอ บลังซ์ จำกัด แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และเมื่อขอเอกสารจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาตรวจสอบพบว่า บริษัท เลอ บลังซ์ จำกัด เป็นบริษัทที่คู่สมรสนายพิธา เป็นกรรมการและถือหุ้นอยู่ด้วยจำนวน 97 หุ้น ๆละ 10,000 บาท รวมมูลค่า 970,000 บาท นายพิธา เคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและลงลายมือชื่อไว้ และเคยถือหุ้น 2 หุ้น รวม 20,000 บาท ประกอบกับการยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด ณ วันที่ 30 เม.ย. 61 คู่สมรสนายพิธา ยังคงถือหุ้นอยู่เท่าเดิม และไม่มีการยื่นแก้ไขเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด จะมีเฉพาะที่คู่สมรสนายพิธาได้มีการยื่นแก้ไขนามสกุลจาก ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนามสกุลเดิม เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดังนั้นจึงน่าเชื่อว่า ณ วันที่ 25 พ.ค. 2562 ซึ่งเป็นวันที่นายพิธายื่นบัญชีต่อ ป.ป.ช. &amp;nbsp;ซึ่งนายพิธาแจ้งว่าคู่สมรสเป็นเจ้าของบริษัท เลอ-บลองค์ จำกัด นั้น ย่อมทำให้เข้าใจได้ว่า คู่สมรสนายพิธายังคงถือหุ้นอยู่ 970,000 บาท อยู่ด้วย เอกสารที่ขอมาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงเป็นหลักฐานที่ต้องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อไปว่า นายพิธา ปกปิดบัญชีเงินลงทุนของคู่สมรส หรือไม่ และนายพิธาจะอ้างว่าไม่รู้ก็คงไม่ได้ เพราะในเอกสารบริษัทดังกล่าวมีนายพิธา เคยถือหุ้น เคยร่วมก่อตั้งและลงลายมือชื่อไว้ด้วย ประกอบกับเคยมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกานักการเมือง เช่น คดีหมายเลขแดงที่ อม.195/2562 &amp;nbsp;พิพากษาว่าการไม่แจ้งเงินลงทุนใน หจก. 1 ล้านบาท เป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ให้ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิทางการเมืองห้าปี ไว้เป็นบรรทัดฐานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า กรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร พบว่าเมื่อส.ค. 54 เคยแจ้งต่อ ป.ป.ช. ว่ามีบ้านเลขที่ 2 ซ.สามัคคี 60/3 มูลค่า 1,000,000 บาท ระบุว่าตั้งอยู่บนโฉนดเลขที่ 197184 แต่น่าสงสัยเพราะไม่ได้แจ้งมูลค่าที่ดินโฉนดเลขที่ดังกล่าว ไว้แต่อย่างใด เมื่อตรวจค้นข้อมูลเพิ่มเติมใน google พบข่าวว่า นายยุทธพงศ์ จัดเลี้ยงงานวันเกิดเมื่อ 1 เม.ย. 64 ที่อาคารสามัคคี โดยมีบุคคลในรัฐบาล เช่น รัฐมนตรี , ส.ส. , ปลัด มท. ไปร่วมงานด้วย และยังพบข้อมูลว่า มีนักธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์หลายรายทั้งค่าย พลังงาน มือถือ หนังสือพิมพ์ ไปร่วมงานและมอบของขวัญด้วย ทั้งนี้จะส่งหลักฐานเป็นรูปภาพต่างๆ อีกครั้ง เมื่อ ป.ป.ช. เรียกไปชี้แจง นอกจากนี้ในข่าวยังระบุด้วยว่า นายยุทธพงศ์ ยังมีเซฟเฮ้าส์ย่านตึกสูงพระราม 3 อีกด้วย จากข่าวข้างต้น ซึ่งลงในเว็บไซต์ของสื่อหนังสือพิมพ์ ประกอบกับมีหลักฐานเป็นภาพบุคคลที่ไปร่วมงานและมอบของขวัญ จึงมีมูลที่ควรขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบนายยุทธพงศ์ต่อไป เกี่ยวกับบ้านซ.สามัคคี อาคารสามัคคี เซฟเฮ้าส์ตึกสูงย่านพระราม 3 ซึ่งไม่มีในบัญชีที่แจ้ง ป.ป.ช. กรณีรับตำแหน่ง ส.ส. ล่าสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีจึงมีเหตุต้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายพิธา และนายยุทธพงศ์ และเป็นเรื่องที่ควรแจ้งสื่อให้ทราบด้วย &amp;nbsp;เพื่อป้องกันมิให้เรื่องเงียบหาย และเป็นการช่วยติดตามการทำงานของ ป.ป.ช. ให้เป็นไปโดยเร็วด้วย ในวันวันที่ 30 ส.ค. จะส่งหนังสือถึง ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไปทางไปรษณีย์ EMS
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114892</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ฟ้อง ปปช., สอบบัญชีทรัพย์สิน, เรืองไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b85113a8317.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ฟัด&#039;ยุทธพงศ์&#039;ไม่เลิก ร้องป.ป.ช.สอบ&#039;บ้านสามัคคี&#039;สงสัยไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

20ส.ค.64 -นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565 เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือไปให้ ป.ป.ช. ทางไปรษณีย์ EMS เพื่อทำการตรวจสอบนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ว่า มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นไปตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2563 เว็บไซต์มติชน หัวข้อ &amp;lsquo;ยุทธพงศ์&amp;rsquo; เปิดบ้านสามัคคี เลี้ยง ส.ส.อีสาน เพื่อไทย พูดคุยการเมืองชื่นมื่น ลงข่าวไว้ว่า &amp;#39;ยุทธพงศ์&amp;rsquo; เปิดบ้านสามัคคี เลี้ยง ส.ส.อีสาน เพื่อไทย พูดคุยการเมืองชื่นมื่น เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ตึกสามัคคี นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เปิดเซฟเฮาต์จัดเลี้ยงให้ส.ส.อีสาน และส.ส.ในพรรคพท.ที่มีความสนิทสนมกัน โดยมีส.ส.ร่วมทานข้าว และพูดคุยแลกเปลี่ยนประเด็นการเมืองกันอย่างชื่นมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อย้อนไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ นายยุทธพงศ์ ยื่นต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2562 พบว่า ไม่มีการแจ้งบัญชีเกี่ยวกับบ้านสามัคคีไว้แต่อย่างใดโดยในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินดังกล่าว นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร แจ้งว่า มีที่ดินเพียง 2 โฉนด ตั้งอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม และไม่ได้แจ้งว่ามีบ้านสามัคคีดังกล่าวไว้แต่อย่างใด นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กับ คู่สมรส แจ้งทรัพย์สินสุทธิ รวมกัน 28,503,975.11 บาท ในส่วนรายได้&amp;nbsp; นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร แจ้งว่ามีรายได้ต่อปี 1,506,720 บาท และคู่สมรส ไม่มีการแจ้งรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ที่ระบุว่า &amp;lsquo;ยุทธพงศ์&amp;rsquo; เปิดบ้านสามัคคี เลี้ยง ส.ส.อีสาน เพื่อไทย พูดคุยการเมืองชื่นมื่นนั้น จึงทำให้เข้าใจได้ว่า นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อาจเป็นเจ้าของบ้านสามัคคีดังกล่าว ดังนั้นจึงมีเหตุที่ควรตรวจสอบบ้านสามัคคีดังกล่าวต่อไปว่า ได้มาอย่างไร ตั้งแต่เมื่อใด ก่อนหรือหลังการเป็นส.ส. บ้านดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ดินเลขที่ใด ซื้อที่ดินจากใคร ราคาเท่าใด บ้านสร้างเมื่อใด ราคาก่อสร้างเท่าใด ใครเป็นผู้รับเหมา ชำระเงินกันอย่างไร เอาเงินที่ไหนไปซื้อที่ดินและปลูกสร้างบ้านสามัคคีดังกล่าว โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหลักฐานของส่วนราชการและเอกชนเช่น หน่วยงานที่อนุญาตก่อสร้าง หน่วยงานที่ออกเลขที่บ้าน หน่วยงานที่อนุญาตให้ใช้ไฟฟ้าหรือน้ำประปา หรือผู้รับเหมาสร้างบ้าน ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า เนื่องจากตามข่าวดังกล่าวมีภาพบุคคลที่ห้องอาหารมีโคมไฟประดับอย่างชัดเจน มีทั้งอาหาร และแก้วไวน์ ประกอบด้วย ซึ่งในภาพนับรวมได้ 17 คน มีหลายคนเป็น ส.ส. เช่น นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร นายสุทิน คลังแสง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นต้น จึงขอให้ ป.ป.ช. เชิญบุคคลที่เป็น ส.ส. ในภาพทุกคน มาสอบถามข้อเท็จจริงด้วยว่า บ้านสามัคคีดังกล่าว ตั้งอยู่ที่ใด และบุคคลเหล่านี้ไปที่บ้านดังกล่าวเมื่อวันที่เท่าใด และเนื่องในโอกาสใด&amp;nbsp; ตามที่กล่าวมานั้น กรณี จึงมีเหตุที่ขอให้ ป.ป.ช. ทำการตรวจสอบนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม ว่าเป็นเจ้าของบ้านสามัคคีดังกล่าว หรือไม่ และตรวจสอบต่อไปว่า มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน รายการบ้านสามัคคีดังกล่าวข้างต้น เป็นไปตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113931</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, บ้านสามัคคี, ร้องป.ป.ช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f1d390eb51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ยุทธพงศ์’ปัดหน้าหงายโบ้ย‘ชวน’ฟังไม่ได้ยินเครื่องเสียงไม่ดีแต่กลับจะล่าชื่อเสนอญัตติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 &amp;nbsp;- ที่ห้องแถลงข่าว อาคารรัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 แถลงข่าวว่า ก่อนประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้ขอหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาเพื่ออยากสอบถามความคืบหน้า กรณีที่ได้ส่งหนังสือไปยังนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565 ตรวจสอบการกระทำของนายเรืองไกร กรณีรถเบนซ์หรูมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง แต่เนื่องจากระหว่างหารือนายชวนอาจฟังไม่ค่อยได้ยิน หรือเครื่องเสียงของสภามีปัญหา นายชวนเลยชี้แจงพร้อมกับแนะนำให้ดำเนินการ 2 ช่องทาง คือ 1.ให้ ส.ส.ร่วมกันลงนามยื่นเป็นญัตติมาถึงประธานสภา แล้วส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 144 หรือไม่ ซึ่งได้นำไปหารือกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เห็นด้วย ไฟเขียวมอบให้ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ร่างญัตติจากนั้นจะรวบรวมรายชื่อ ส.ส.ให้ได้ไม่เกินกว่า 50 คน เพื่อเป็นไปตามข้อบังคับสภาส่งให้นายชวนต่อไป และ 2.นายเรืองไกร เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็น กมธ.วิสามัญฯ เมื่อนายชวนแนะนำให้ไปร้อง ป.ป.ช. หากเห็นว่านายเรืองไกร กระทำความผิดตามกฎหมายมาตรา157 หรือไม่ กรณีก็ได้ไปยื่นร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้ว เมื่อ 16 ส.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการหารือของผมต่อนายชวน แล้วสื่อไปลงทำนองว่า ผมหน้าแตก หน้าหงายบ้าง โดยข้อเท็จจริง ไม่ได้ไปร้องนายชวนให้ตรวจสอบนายเรืองไกร เพียงแต่จะหารือเรื่องที่ผมเคย ยื่นหนังสือไปให้นายอาคม ตรวจสอบนายเรืองไกร นายอาคมว่าอย่างไรบ้าง นายเรืองไกร บอกเองตอนได้รถเบนซ์หรูมาจากผู้ใหญ่ใจดี เมื่อนายเรืองไกร ร้องให้ตรวจสอบคนอื่น ไปทั่ว ก่อนจะไปตรวจสอบ ควรกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด เมื่อไปร้องคนอื่นให้ตรวจสอบได้ นายเรืองไกรก็ถูกยื่นตรวจสอบได้เช่นกัน&amp;rdquo;นายยุทธพงศ์กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113720</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.มหาสารคาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611ca02491ec1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ยุทธพงศ์’หน้าหงาย‘ชวน’อบรบช่องทางจับผิด‘เรืองไกร’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาทำหน้าที่เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วในวาระสอง โดยก่อนเริ่มการพิจารณา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ท้วงถามถึงกรณียื่นเรื่องให้สอบสวนพฤติกรรมนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 &amp;nbsp;ซื้อรถใหม่ป้ายแดง ระหว่างดำรงตำแหน่งเป็น ซึ่งน่าสงสัยถึงแหล่งที่มาของเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวนชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นกล่าวหากันในช่วงการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ซึ่งนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง &amp;nbsp;ในฐานะประธาน กมธ.งบประมาณ ได้ทำหนังสือแจ้งมาว่าไม่อยู่ในอำนาจของ กมธ. และเห็นว่าให้รัฐสภาตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามฝ่ายกฏหมายของสภาพิจารณาแล้วเช่นกัน เห็นว่าหากจะให้สภาตรวจสอบต้องยื่นเป็นญัตติ แต่ในที่นี้ยังไม่ได้ทำเป็นญัตติ และหากต้องการจะยื่นไปยังองค์กรที่ตรวจสอบการทุจริตก็ขอให้นายยุทธพงศ์กลับไปดูรัฐธรรมนูญว่ากำหนดเงื่อนไขอย่างไรบ้าง เช่น ต้องเข้าชื่อกี่คน เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113695</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.มหาสารคาม, สภาผู้แทนราษฏร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe4645ac557.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุทธพงศ์&#039;เดือดเอาคืน&#039;เรืองไกร&#039; ร้องปปช.-ปปง.สอบซื้อเบนซ์หรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 64 - ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และส.ส.มหาสารคาม แถลงข่าวกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565 ได้ยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ตรวจสอบกรณีนำที่ดินส่วนตัวไปทำ รพ.สนาม โดยไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินหลังเข้ารับตำแหน่งส.ส. ว่า สถานการณ์ต่างจังหวัดในตอนนี้ มีผู้ป่วยโควิด-19 จำนวนมาก ทำให้โรงพยาบาลประจำอำเภอ ไม่เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย จึงใช้สถานที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม มาสร้างเป็นโรงพยาบาลสนาม เมื่อเป็น ส.ส.จะไปทิ้งประชาชนได้อย่างไร โรงพยาบาลสนามนั้นเป็นการประสานงานกับสาธารณสุขของจังหวัด ได้รับงบประมาณมาจากนางเตือนใจ จรัสเสถียร มารดา บริจาคให้จำนวน 100,000 บาท ที่ดินแปลงนี้ มีโฉนดถูกต้องตามกฏหมาย เป็นชื่อมารดา ที่ครอบครองมาจนถึงทุกวันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นหน้ากากอนามัย ที่ถูกตั้งข้อสงสัยที่มานั้น เจ้าสัวใหญ่คนหนึ่งได้นำมาบริจาค ไม่ได้มีการคิดเงินแต่อย่างใด ครอบครัวของตน ทั้งพ่อแม่ เป็นเจ้าของโรงสีที่ใหญ่ที่สุดใน จ.มหาสารคาม ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 มาตั้งแต่เเรก ได้ปรึกษากับแม่ว่า อยากจะขายที่ดินตรงที่ถูกนายเรืองไกรให้ตรวจสอบนี้ ให้เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี รวมกว่า 100 ไร่ ราคา 600 ล้านบาท เพื่อเอาเงินมาช่วยโควิด-19 จะได้ไม่ถูกนายเรืองไกรคอยขัดเพราะต้องการที่ช่วยประชาชนจริงๆ ขอท้านายเรืองไกร วันที่ 5 ส.ค. เวลา 10.00 น. ให้มาที่หน้าบริษัทไทยเบฟฯ ให้เป็นพยานเพื่อตนจะเสนอขายที่ดินให้กับเจ้าสัวเจริญ การที่จะขายให้เจ้าสัวเจริญ เพราะนายโกเมน ตันติวิวัฒนพันธ์ ปู่ของภรรยาตน เป็นถึงอดีตรองประธานกรรมการของไทยเบฟ มีความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าสัวเจริญ และจะยังเป็นการพิสูจน์ใจว่า จะทิ้งกันได้หรือไม่ ขอขายในราคาที่เท่ากัน เหมือนเช่นครั้งที่เจ้าสัวช่วยซื้อที่ดินบ่อตกปลาของบิดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า แม้จะเป็นส.ส.ฝ่ายค้าน แทบจะไม่มีงบประมาณอะไรแล้ว ผิดกับนายเรืองไกร ที่มีผู้ใหญ่ใจดีซื้อรถเบนซ์คันละ 5 ล้านบาท กรณีนี้จะยื่นเรื่องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะได้ข้อมูลว่า หลังจากนายเรืองไกร ได้ทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.64 ได้หิ้วเงินสดกว่า 5 ล้านบาท ไปซื้อรถที่โชว์รูม ย่านถนนพหลโยธิน ดังนั้นนายเรืองไกรต้องชี้แจงว่า เงินก้อนนี้ได้แจ้ง กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือไม่ และผู้ใหญ่ใจดีคนนั้นเป็นใคร เงินสดดังกล่าวได้มาด้วยความบริสุทธิ์หรือไม่ มีความเกี่ยวข้องกับการที่นายเรืองไกร เป็นกรรมาธิการงบประมาณหรือไม่ นอกจากนี้ตามกฏหมาย เจ้าหน้าที่ของรัฐห้ามรับเงินเกิน 3,000 บาท นายเรืองไกร รับเบี้ยประชุมจากกรรมาธิการงบประมาณ จึงถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเหมือนกันหรือไม่ โดยวันที่ 27 ก.ค. จะยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการงบประมาณ และป.ป.ช. ให้ตรวจสอบนายเรืองไกร รวมทั้งจะยื่นเลขาธิการ ป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยได้ร่างเอกสารและเตรียมข้อมูลไว้แล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111139</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบปี65, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, ป.ป.ช., ปปง., เรืองไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe4645ac557.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
