<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชักยุ่ง!ผู้ตรวจฯรับพิจารณาปมร้อนตัดสิทธิ &#039;จินตนันท์-พล.อ.นิพัทธ์&#039; เข้ารับสรรหาเป็นกสม. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot; id=&quot;geom_inter_1594452028943_36_22&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;11 ก.ค.63 - นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีมติรับพิจารณาเรื่องร้องเรียนของนางจินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร และพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก&amp;nbsp; ที่ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 213 ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46&amp;nbsp; กรณีคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พิจารณาลักษณะต้องห้ามและวินิจฉัยว่า ทั้ง 2 คน มีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เนื่องจากเคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ&amp;nbsp; และถูกตัดสิทธิในการเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&amp;nbsp; ในขณะที่คณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กลับวินิจฉัยให้อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่มีลักษณะต้องห้ามและลงมติเลือกเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ได้ ซึ่งผู้ร้องเรียนเห็นว่า การกระทำของคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม&amp;nbsp; ขัดต่อหลักความเสมอภาค&amp;nbsp; ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนโดยตรง จึงเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 25 และมาตรา 27&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายรักษเกชา&amp;nbsp; กล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าเนื่องจากเป็นคำร้องเรียนที่ผู้ร้องเรียนระบุว่าตนได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย&amp;nbsp; ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงจากกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; จึงรับเรื่องไว้พิจารณาก่อน&amp;nbsp; โดยเบื้องต้นได้สั่งให้สำนักกฎหมายและคดีเร่งตรวจสอบรวบรวมข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดซึ่งมีมากอยู่พอสมควรเพื่อเสนอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาวินิจฉัยต่อไป&amp;nbsp; และเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน รอบคอบและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีหนังสือขอให้ประธานกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่อไปอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71131</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, นายรักษเกชา แฉ่ฉาย, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f09685992903.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ตรวจฯย้ำคู่สมรสที่ไปตปท.ทำงานให้รัฐควรได้ค่าตอบแทน หากยังติดใจพร้อมแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.63- &amp;nbsp;นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงการแก้ไขระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2563 หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ระเบียบดังกล่าวเป็นระเบียบเดิมที่มีอยู่แล้วหลายหน่วยงานมีใช้ตั้งแต่ปี 2544 แต่หลังจากมีการบังคับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 จึงมีการออกระเบียบใหม่โดยได้มีการศึกษาระเบียบขององค์กรอื่นๆ ที่เห็นว่าจะสอดคล้องต่อการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง 4,500 บาทไม่ได้เป็นไปโดยอัตโนมัติ ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปต่างประเทศ 3,100 บาทเทียบกับข้าราชการระดับสูงตั้งแต่ ซี9 ขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในบางประเทศที่ค่าครองชีพสูง ระเบียบของหลายหน่วยงานก็ได้บวกอีกเป็นเปอร์เซ็นต์หรือบางหน่วยงานก็กำหนดเบี้ยเลี้ยงเป็นเงินสกุลดอลลาร์ บางแห่ง 100 ดอลลาร์ บางที่ 130 ดอลลาร์ เพื่อป้องกันการผันผวนของค่าเงิน นั่นคือความจำเป็นทำให้เราต้องออกระเบียบ แต่ในความเป็นจริงเบิกได้ 3,100 บาทไม่ใช่4,500 บาท เช่นเดียวกับกรณีคู่สมรสเราก็ลอกมาจากระเบียบของหน่วยงานอื่น หลังระเบียบประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 29 ม.ค. ยังต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าคนที่จะเบิกค่าใช้จ่ายได้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร เดินทางไปราชการในภารกิจใดไม่ใช่เป็นเรื่องทั่วไปที่จะเบิกจ่ายได้ทั้งหมด หากไม่มีระเบียบรองรับในทางปฏิบัติเลือกได้สองทาง คือไม่ไปกับออกค่าใช้จ่ายเอง คู่สมรสอาจไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ในกรณีตั้งกรรมาธิการกมธ. อนุฯกมธ. ที่มาจากภาคเอกชนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้ามาทำงานกับรัฐก็ระเบียบรองรับให้สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระเบียบของผู้ตรวจฯไม่ได้แปลกแยกจากหน่วยงานอื่น แต่เมื่อมีคนสงสัยเราก็ต้องชี้แจง ซึ่งขณะนี้ผู้ตรวจฯก็ตระหนักถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์ แต่ท้ายที่สุดอาจต้องมีการยกเลิกเพื่อความสบายใจ แล้ววันข้างหน้าหากมีใครเชิญมาค่อยมาแก้ปัญหาเอา ยอมรับว่าที่ผ่านมามีคู่สมรสเดินทางไปต่างประเทศแต่ออกเงินเอง ในงานต่างๆบางกรณีที่เป็นงานแบบพิธีจึงสมควรที่จะต้องมีระเบียบรองรับ ถ้าต่างประเทศเชิญมาแล้วบอกว่าออกค่าใช่จ่ายให้ทั้งหมด ถึงเวลาที่เราเป็นเจ้าภาพจัดงานลักษณะเดียวกันแล้วถามว่าเราต้องเชิญเขาไหม ถ้าเราไม่มีระเบียบรองรับเราก็เชิญไม่ได้&amp;rdquo; นายรักษเกชา กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56262</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายรักษเกชา แฉ่ฉาย, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ระเบียบค่าใช้จ่ายเดินทาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e392571d2188.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!ผู้ตรวจการแผ่นดินรับคำร้อง&#039;ศรีนวล&#039;ส่งศาลรธน.ไต่สวนอนาคตใหม่เล่นเกมตุกติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.63 - นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติรับคำร้องที่นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ร้องขอให้พิจารณาและเสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อไต่สวนกรณี พรรคอนาคตใหม่มีมติขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแต่กลับไม่มีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้อาจไม่สามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นได้ภายใน 30 วันซึ่งจะครบกำหนดเวลาดังกล่าวในวันที่ 16 ม.ค. ซึ่งก็มีผลต่อสมาชิกภาพการเป็นส.ส.เชียงใหม่ไว้พิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีการอภิปรายเบื้องต้นและเห็นว่าเพื่อให้เกิดความรอบคอบเนื่องจากเป็นการร้องให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญจึงให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานไปรวบรวบข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ถูกร้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถตรวจสอบได้หรือไม่ นางศรีนวลเป็นผู้ถูกกระทบสิทธิโดยตรงหรือไม่ รวมทั้งกรณีนี้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่นหรือไม่ ก่อนที่จะเสนอที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาโดยเร็ว ส่วนจะทันวันที่ 16 ม.ค. หรือไม่คงไม่สามารถตอบได้ แต่ทั้งนี้ก็ทราบว่าทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง​(กกต.)​กำลังพิจารณาดำเนินการเรื่องนี้อยู่เช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54551</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ศรีนวล  บุญลือ, นายรักษเกชา แฉ่ฉาย, อนาคตใหม่, เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190827/image_big_5d6518cd5d846.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งเรื่องให้ศาลรธน.วินิจฉัยคำร้องนศ.ราม ปม&#039;บิ๊กตู่&#039;ถวายสัตย์ไม่ครบ เหตุเป็นผู้เสียหายอย่างเลี่ยงไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.62-นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงภายหลังการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 46 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)​ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 เพื่อให้วินิจฉัยว่าการที่นายกรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 &amp;nbsp;เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ และละเมิดสิทธิเสรีภาพของนายภานุพงศ์ ชูรักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่เป็นผู้ยื่นคำร้องหรือไม่ โดยผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า แม้พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี จะส่งคำชี้แจงมาว่า ก่อนเข้ารับหน้าที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้ว &amp;nbsp;เป็นการกระทำที่ครบถ้วนตามกระบวนการและขั้นตอน &amp;nbsp;ถือว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ได้ปฏิบัติสำเร็จโดยสมบูรณ์ &amp;nbsp;ทั้งโดยนิตินัยและพฤตินัย และการถวายสัตย์ของครม.เป็นเรื่องของครม.กับพระมหากษัตริย์ แตกต่างจากการกล่าวคำปฏิญาณตนของส.ส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แต่รัฐธรรมนูญตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ระบุ&amp;ldquo;รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้...&amp;rdquo; &amp;nbsp;เมื่อนายกฯ กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ จึงเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญไปด้วย &amp;nbsp;รวมถึงมีปัญหา ในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของนายภาณุพงศ์ในฐานะผู้ร้องเรียน &amp;nbsp;เป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนหรือโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ &amp;nbsp;จึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 46 พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 และเป็นไปตามนัยมาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ โดยผู้ตรวจการแผ่นดินจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในช่วงบ่ายวันนี้ (27 ส.ค.) &amp;nbsp;ส่วนรัฐบาลจะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนหรือไม่ เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณา ซึ่งผู้ตรวจการฯไม่ได้ยื่นคำร้องในประเด็นดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และนายอัยย์ เพชรทองเลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ ร้องในประเด็นเดียวกันว่าหากการที่นายกฯถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองนั้น เมื่อผู้ตรวจฯพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีการถวายสัตย์ไม่ครบเป็นเรื่องของการกระทำ ไม่ใช่บทบัญญัติกฎหมาย จึงไม่ได้เป็นประเด็นว่าข้อความหรือถ้อยคำในการกล่าวถวายสัตย์ฯมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ที่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ และเมื่อเป็นการกระทำก็เห็นว่าไม่ใช่การกระทำทางปกครองที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครอง จึงมติให้ยุติเรื่องในส่วนของ 2 คำร้องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ขอให้พิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 46 พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 252 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ ห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ &amp;nbsp;การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา 159 เว้นแต่ การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159 วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ซึ่งถือเป็นบทยกเว้นมาตรา 159 วรรคหนึ่งและวรรคสาม &amp;nbsp;แม้ไม่ได้บัญญัติยกเว้นมาตรา 159 วรรคสอง ไว้ด้วยก็ตาม แต่มาตรา 159 วรรคสอง เป็นเพียงกำหนดหลักเกณฑ์ในการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า1 ใน10ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ซึ่งจากคำชี้แจงของนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้จัดให้มีการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;โดยมีส.ส. เสนอชื่อจำนวน 2 ท่าน คือ พล.อ. ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา &amp;nbsp;และนายธนาธร &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ และมีส.ส.รับรองโดยเปิดเผยไม่น้อยกว่า1ใน 10ของจำนวนส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ &amp;nbsp;โดยไม่มีส.ส.คนใดเสนอรายชื่อเพิ่มเติม &amp;nbsp;ประธานรัฐสภาจึงดำเนินการให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายและให้ความเห็นชอบต่อไป &amp;nbsp;จึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 159 วรรคสอง การกระทำของประธานรัฐสภาจึงไม่เป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว &amp;nbsp;ไม่ได้มีลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และฟังไม่ได้ว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจึงให้ยุติเรื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44389</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายสัตย์, นายรักษเกชา แฉ่ฉาย, ผู้ตรวจการแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc318ebada24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 06:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 06:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ตรวจฯเรียก&#039;ชวน&#039;แจงคำร้อง&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;ที่ประชุมรัฐสภาเลือกนายกฯขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.62 - นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส &amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ส่งเรื่องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาและมีความเห็นเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีเห็นว่าการประชุมร่วมสภาผู้แทนราษฎร และประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 159 วรรคสองหรือไม่ &amp;nbsp;ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ร้องว่า การแต่งตั้งเป็นนายกฯควรเป็นอำนาจของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติไม่มีลักษณะต้องห้าม และให้ความเห็นชอบผู้สมควรเป็นนายกฯตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 159 กำหนดไว้ &amp;nbsp;แต่ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภากลับดำเนินการตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ให้ที่ประชุมรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความชอบ จึงเป็นการดำเนินการไม่ถูกต้อง เป็นการละเมิดสิทธิ &amp;nbsp;ที่ประชุมผู้ตรวจฯจึงเห็นว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้มีการอ้างถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือรัฐสภา ซึ่งจะต้องฟังข้อเท็จจริงและความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจึงจะมีหนังสือไปยังประธานรัฐสภาเพื่อขอให้ชี้แจงกลับมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, นายรักษเกชา แฉ่ฉาย, ประธานสภาฯ, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, เลือกนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1cdd2b9c46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบแล้วปมเลือกตั้งโมฆะ!ผู้ตรวจฯไม่ส่งศาลรธน.วินิจฉัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.62 - ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงภายหลังการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีการพิจารณาคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ผู้สมัครส.ส.เขต 3 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้วินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาในการเลือกตั้งหลายประเด็น โดยที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเอกฉันท์ว่าพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 128 ซึ่งกำหนดเกี่ยวกับวิธีการคำนวณหาส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 91 โดยเห็นในรัฐธรรมนูญมาตรา 91 มีการกำหนดวิธีการคำนวนไว้ 5 อนุมาตรา แต่เมื่อมาบัญญัติเป็นพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. กลับมีการขยายเพิ่มเป็น 8 อนุมาตรา โดยอนุ 4, 6, 7 ขยายข้อความนอกเหนือมาตรา 91 ที่ระบุส.ส.พึงมีเบื้องต้น ทำให้การคำนวณส.ส.ไม่เป็นไปตามเจตจำนงของรัฐธรรมนูญมาตรา 91 จึงให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย &amp;nbsp;ซึ่งทางสำนักงานฯจะพยายามยกร่างคำวินิจฉัยให้แล้วเสร็จและส่งให้ได้ภายในวันนี้ หรืออย่างช้าภายในวันที่ 29 เม.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีผูกพันกันองค์กรอื่น แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​อาจใช้เป็นแนวทางในการพิจารณา หรือจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นอิสระ โดยผู้ตรวจฯไม่ต้องทำหนังสือเสนอแนะไปยังกกต. ส่วนการพิจารณาของศาลจะมีผลอาจทำให้กกต.ไม่สามารถประกาศรับรองผลการเลือกตั้งได้ทันวันที่ 9 พ.ค.หรือไม่ไม่ทราบ เพราะผู้ตรวจฯจะพิจารณาเฉพาะว่าองค์กรมีหน้าที่ต้องปฎิบัติอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ประเด็นขอให้วินิจฉัยว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 91 วรรคสาม มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา &amp;nbsp;91(4) และมาตรา 91(4) มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 83(2) &amp;nbsp;ซึ่งทั้ง 3 บทบัญญัติเกี่ยวข้องกับการจัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น &amp;nbsp;ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติให้ยุติคำร้องเนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจพิจารณากรณีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญขัดกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจากประเด็นจำนวนรายงานผลนับคะแนนไม่ตรงกัน มีปัญหาคลาดเคลื่อนบัตรเขย่ง จำนวนผู้มาใช้สิทธิและจำนวนบัตรแตกต่างกันอยู่ 9 ใบ ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า เป็นการแถลงข่าวจำนวนอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลในเบื้องต้น จึงไม่ใช่การกระทำที่ไม่สุจริต ขณะที่ประเด็นการไม่นำบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์มานับรวม กกต.ก็ได้มีการวินิจฉัยตามข้อกฎหมายซึ่งเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญไม่เข้าข่ายเป็นความผิด ส่วนที่ร้องว่าไม่มีการแจ้งผลคะแนนให้ประชาชนได้รับทราบ ข้อเท็จจริงที่ปรากฎในทางปฏิบัติกกต.แจ้งว่ามีการติดประกาศที่หน้าหน่วยเลือกตั้งอยู่แล้วประชาชนสามารถไปตรวจสอบได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นที่ร้องว่า นำบุคคลที่ไม่มีสัญชาติมารวมในการคิดคำนวนแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น &amp;nbsp;ตามมาตรา 86 ของรัฐธรรมนูญกำหนดว่าการประกาศเขตเลือกตั้งให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งหมดทั่วประเทศมาคำนวณอาจจะมีทั้งที่เป็นคนไทยและผู้มีสัญชาติไทย เพื่อให้รู้ว่าพื้นที่มีขนาดแค่ไหน ควรมีส.ส.กี่คน &amp;nbsp;การดำเนินการส่วนนี้ของกกต.ถือว่าเป็นไปตามกฎหมาย จึงมีมติเอกฉันท์ว่าการดำเนินการดังกล่าวยังไม่เข้าข่ายการเลือกตั้งไม่สุจริต จึงยุติเรื่องไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะตามที่ยื่นคำร้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34530</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายรักษเกชา แฉ่ฉาย, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc2c0c935954.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
