<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ปลื้มสมาชิกมากสุดลุยตั้งตัวแทน-สาขาเต็มพื้นที่รับเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64-นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบข้อมูลของพรรคการเมืองที่ยื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยยังดำเนินการอยู่ ข้อมูลล่าสุดพบว่า มีจำนวน 83 พรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค มีสมาชิกพรรคมากที่สุด สาขาพรรคการเมือง 18 สาขา ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด 312 รายว่า ขอขอบพระคุณประชาชนที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมกับพรรค จนทำให้พรรคมีจำนวนสมาชิกพรรคมากเป็นลำดับที่ 1 จากพรรคการเมืองทั้งหมด 83 พรรคการเมือง และข้อมูลสำคัญที่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยคือ พรรคมีสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจำจังหวัดประจำเขตเลือกตั้ง มากที่สุดรวมเป็นจำนวน 330 เขต เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคอยากให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ความสำคัญของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ต้องการแค่จำนวนสมาชิกพรรคที่มากขึ้น แต่อยากให้ประชาชนที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคได้มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์ของพรรค การร่วมในการกำหนดนโยบาย ร่วมในการคัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส.ตามกฎหมาย และที่สำคัญ ร่วมเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและประเทศ สมาชิกพรรคจะร่วมในการสืบสานและถ่ายทอดอุดมการณ์ของพรรคเพื่อให้พรรคได้ก้าวต่อไปข้างหน้า บนพื้นฐานหลักคิดในสิ่งที่ดีที่ได้ประกาศตั้งต้นเป็นอุดมการณ์ โดยมีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ของบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ก็จะมีความทันสมัยในทุกๆเรื่องที่จะมีความสอดคล้องกับอุดมการณ์พรรคที่ได้ประกาศไว้ สิ่งที่สำคัญที่ไม่มีวันล้าสมัยคือ ความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมุ่งมั่นทำงานให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ยังคงเดินหน้าให้บุคลากรของพรรคเดินหน้าหาสมาชิกเพื่อร่วมงานกับพรรคให้ได้มากที่สุด จึงขอเชิญพี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับพรรคโดยการสมัครสมาชิกพรรค ที่สำนักงานใหญ่ ผ่านตัวแทนพรรคประจำจังหวัด สาขา และ ส.ส. อดีต ส.ส.ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ร่วมเป็นเจ้าของพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมสร้างพรรคด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119305</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายราเมศ รัตนะเชวง, พรรคประชาธิปัตย์, สาขาพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_614934bad76f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกปชป.ยันพรรคไม่หวั่นไหวหลังอดีตส.ส.ปทุมฯขนทีมย้ายซบเพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีนายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง อดีตส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมงานอีก80คน ย้ายพรรคไปพรรคเพื่อไทยว่า ถ้าอยากทราบเหตุผลคงตอบแทนไม่ได้ ต้องไปถามเจ้าตัวถึงเหตุผลของการย้ายพรรค และพรรคไม่ได้กังวลใจ พร้อมทำพื้นที่ต่อ มีบุคคลที่มีศักยภาพที่ต้องการลงพื้นที่ดังกล่าว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในฐานะโฆษกพรรคได้ลงช่วยพื้นที่ของนายเกียรติศักดิ์หลายครั้ง ได้ทำงานร่วมกับพรรคมาด้วยดีตลอด แต่ก็เข้าใจได้ เคารพในการตัดสินใจ คนจะไปอย่างไรก็ต้องไป เป็นเรื่องธรรมดา พรรคเป็นสถาบันทางการเมืองไม่ว่าจะเกิดอะไรในพื้นที่ใด เราต้องเดินต่อ ไม่หวั่นไหว คนที่มีอุดมการณ์เดียวกันต้องการมาร่วมงานกับพรรคอยู่ตลอด ถ้าหวั่นไหวก็ไม่ใช่สถาบันทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวต่อว่า ในหลายพื้นที่ อดีต ส.ส.ที่ได้ไปร่วมกิจกรรมกับพรรคการเมืองอื่นในสมัยที่ผ่านมาก็ได้เข้ามาร่วมงานกับพรรคอีกหลายคน รวมถึงคนรุ่นใหม่ก็เข้ามาร่วมทำงานกับพรรคเป็นจำนวนมากเช่นกัน ที่พูดเช่นนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่สนใจหรือไม่ใยดี แต่ที่บอกว่าเมื่อคนจะไปเราจะไปห้ามเขาได้อย่างไร และไม่ใช่ว่าพรรคจะไม่รับฟังเสียงสะท้อนความต้องการของสมาชิกพรรค พรรคพร้อมรับฟังตลอดเวลา มีสิ่งใดที่ทำให้พรรคดีขึ้น เข้มแข็งขึ้นก็ดำเนินการมาโดยตลอดตามลำดับ ถ้าพูดถึงผลงานพิสูจน์ได้ว่าพรรคไม่เคยบกพร่องในการทำหน้าที่ ในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศ สิ่งที่คิดที่ทำอาจไม่หวือหวา แต่รับประกันได้ว่าสิ่งที่ทำคือความยั่งยืนของประชาชนและประเทศ พรรคเดินหน้าต่อไปไม่หวั่นไหวแต่อย่างใด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117356</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายราเมศ รัตนะเชวง, ย้ายพรรค, เกียรติศักดิ์ ส่องแสง, โฆษกพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_614934bad76f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจออกหมายเรียกม็อบบุกทำลายที่ทำการพรรคปชป. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.64-นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงความคืบหน้าจากกรณีพรรคได้แจ้งความดำเนินคดีต่อกลุ่มบุคคลที่ทำให้เกิดความเสียหายทำลายทรัพย์สินพรรคเมื่อวันที่ 30 ก.ค.ว่า ล่าสุดได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนที่พรรคแจ้งความข้อหาร่วมกันบุกรุกฯ ทำให้เสียทรัพย์ ทำให้เกิดเพลิงไหม้ฯ และในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกไปแต่ไม่เลิก ร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่าห้าคน ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมและเข้มงวด ร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในส่วนนี้ก็เป็นความผิดต่อรัฐซึ่งก็ต้องดำเนินการไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้กล่าวหา พยานบุคคล รวบรวมของกลาง ภาพถ่ายของกลาง ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ ตรวจพิสูจน์ทราบบุคคลได้ 10 คน และมีการออกหมายเรียกไปแล้ว ซึ่งทุกอย่างอยู่ในกระบวนการของพนักงานสอบสวน ขณะที่ทางพรรคกำลังรวบรวมตัวเลขความเสียหายเพื่อมอบให้กับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวว่า บ้านเมืองปกครองด้วยกฎหมายการใช้สิทธิในการดำเนินคดีคือช่องทางที่ดีที่สุด ใครผิดใครถูกก็สู้คดีกัน ทั้งในชั้นตำรวจ ชั้นพนักงานอัยการ และในชั้นศาล หลักสำคัญคืออย่าใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองก็จะวุ่นวายไม่จบสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115685</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, นายราเมศ รัตนะเชวง, พรรคประชาธิปัตย์, ม็อบบุกทำลายที่ทำการพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_613484d792a93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราเมศ&#039; โต้ฝ่ายค้านยันพาณิชย์ยุค&#039;จุรินทร์&#039;ผลงานเพียบ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ส.ค.2564 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการที่ฝ่ายค้านได้อภิปรายพาดพิงกระทรวงพาณิชย์ในการประชุมสภาเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 มาตรา 19 ที่เป็นงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานในกำกับว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายค้านอภิปรายเพื่อให้ได้แต่ประโยชน์ในทางการเมือง โดยไม่เคยคิดถึงประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนได้รับ เพราะการทำงานของกระทรวงพาณิชย์กับคำอภิปรายของฝ่ายค้านนั้นสวนทางกับความเป็นจริงทั้งหมด นโยบายของกระทรวงพาณิชย์มีประชาชนได้รับประโยชน์เป็นจำนวนมาก เช่น พี่น้องเกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการประกันรายได้ มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 7.67 ล้านครัวเรือนได้รับประโยชน์ แบ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4.5 ล้านครัวเรือน ยางพารา 1.78 ล้านครัวเรือน มันสำปะหลัง 5.2 แสนครัวเรือน ปาล์มน้ำมัน 3.7 แสนครัวเรือน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4.5 แสนครัวเรือน เป็นนโยบายที่เป็นหลักประกันให้พี่น้องเกษตรกรอยู่ได้ ฝ่ายค้านควรติดตามข้อมูลเหล่านี้บ้าง ไม่ใช่อยู่ตรงข้ามกันในทางการเมืองแล้วละเลยความจริง บิดเบือนพูดจาเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่กล่าวหาเรื่องการทำตลาดนอกประเทศนั้นก็สวนทางกับความเป็นจริงอีก เพราะตัวเลขส่งออกในสมัยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ผลักดันการส่งออกข้อมูลล่าสุดในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาบวกไปถึง +43.82% ซึ่งถือว่าเป็นบวกสูงสุดในรอบ 11 ปี ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ แต่ตัวเลขการส่งออกก็สามารถเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดีที่เข้ามาช่วยระบบเศรษฐกิจได้ และถือเป็นความสำเร็จให้กับประเทศในช่วงวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องราคาพืชผลที่เป็นปัญหานั้น กระทรวงพาณิชย์ไม่เคยละเลย ไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องเกษตรกร พร้อมกับหาแนวทางช่วยเหลืออย่างเต็มที่ตลอดมา ล่าสุดไม่ว่าจะเป็นมังคุด หรือลำไย ที่ทุกคนทุ่มเทแก้ปัญหานั้น สถานการณ์ก็ดีขึ้นตามลำดับ แต่ในระยะยาวกระทรวงพาณิชย์ก็คิดแนวทางรองรับไว้ชัดเจน ในปีนี้ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ดังนั้นทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันแก้ช่วยกันทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศยังระบุอีกว่า ยังมีนโยบายอีกเป็นจำนวนมากที่ผลักดันจนประสบผลสำเร็จ โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นประกันรายได้พี่น้องเกษตรกรในพืช 5 ชนิด การผลักดันการส่งออกจนประสบความสำเร็จ การตั้ง กรอ. พาณิชย์ เพื่อทำงานร่วมกับภาคเอกชน การสร้างเซลล์แมนประเทศ เซลล์แมนจังหวัด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขายสินค้า การเปิดด่านผลักดันการค้าชายแดนให้สูงขึ้น โครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน การร่วมทำงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้ &amp;ldquo;เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด&amp;rdquo; และยังมีอีกหลายโครงการสำคัญซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนแทบทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศกล่าวตอนท้ายว่า การเสนอที่จะให้ยุบกระทรวงพาณิชย์ทิ้งนั้น ถือเป็นคำพูดที่ทำลายน้ำใจประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือได้รับประโยชน์จากการดูแล ทำลายน้ำใจข้าราชการที่ทุ่มเทตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่ คำพูดดังกล่าวทำให้ทุกคนเสียกำลังใจได้ และหากมีแนวคิดแบบแย่ๆ เช่นนั้น คงมีหลายคนที่อยากยุบไปตั้งแต่สมัยมีเรื่องทุจริตจำนำข้าว แต่คนดีๆ เขาไม่คิดและไม่เสนอเช่นนั้น จะไปพูดแบบเหมารวมทั้งหมดไม่ได้ ต้องรู้จักแยกแยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตนจะขอให้กำลังใจคนทำงานต่อไป โดยเฉพาะข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ที่มีความตั้งใจทุ่มเททำงานเพื่อประชาชนและประเทศตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114129</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, นายราเมศ รัตนะเชวง, ผลงานในยุคจุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d077bf7f58b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกปชป.ยัน&#039;จุรินทร์-ชินวรณ์&#039;แปรญัตติร่างรธน. ได้ อ้างเพื่อความสมบูรณ์ของกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่า เคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของแต่ละคน และเชื่อว่านายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้ทำหน้าที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ เป็นคนละเอียดและได้ดูเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้ว สิ่งใดที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับนายชินวรณ์ไม่ทำแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ดำเนินการตามข้อบังคับในการยื่นคำแปรญัตติโดยอาศัยสิทธิอันชอบตามข้อบังคับ หากจะกล่าวหาว่าไม่สามารถยื่นคำแปรญัตติได้ แสดงว่าสมาชิกรัฐสภาที่ร่วมกันลงชื่อ รวมถึงสมาชิกที่รับหลักการ ก็ไม่มีใครสามารถยื่นคำแปรญัตติได้แม้แต่คนเดียว ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องพื้นฐานในเรื่องหลักการในการร่างกฎหมาย ผู้เสนอร่างอาจจะลงมติในวาระแรกอย่างไรก็ได้&amp;rdquo; โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวอีกว่า เมื่อเข้าสู่วาระที่สองในชั้นคณะกรรมาธิการ สมาชิกผู้เสนอร่างและสมาชิกผู้ลงมติรับหลักการในวาระที่หนึ่ง สามารถยื่นคำแปรญัตติได้ เพื่อให้กฎหมายเกิดความสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113167</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, ชินวรณ์  บุณยเกียรติ, นายราเมศ รัตนะเชวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_61161a1a211da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราเมศ&#039;อบรม&#039;สินมั่นคง&#039;ประกาศรวมพลนักกฎหมายช่วยปชช.ถูกยกเลิกกรมธรรม์โควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
16ก.ค.64-นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่ บริษัทประกัน ได้บอกเลิกกรรมธรรม์ ประชาชนที่ทำประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโคโรนาโควิด 19 ว่า หลักการเรื่องนี้ กฎหมายระบุไว้ชัดประชาชนผู้ทำประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโควิด19 มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายทุกประการ บริษัทตกลงใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือใช้เงินจำนวนหนึ่ง ในกรณีหากผู้ทำประกันภัยติดเชื้อโควิด19 บริษัทก็ต้องทำตามสัญญาคือการใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ ผูกพันสมบูรณ์ตามระยะเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวว่า เมื่อได้หลักความสมบูรณ์ของสัญญาประกันภัยแล้ว ก็ต้องมาดูว่ากรณีที่จะยกเลิกสัญญาประกันภัย ทำได้เพราะเหตุใดบ้าง หลักกฎหมายก็กำหนดไว้ชัดอีกว่า หากมีการแถลงข้อความอันเป็นเท็จหรือรู้อยู่แล้วไม่บอกความจริง สามารถบอกเลิกได้ เช่น หากติดเชื้อโควิด19แล้ว แต่นำหลักฐานเท็จทาแสดงต่อบริษัทว่าตนไม่เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด19 ต่อมาเมื่อทำสัญญาประกันแล้ว นำผลตรวจมาแจ้งว่าติดโควิดเพื่อขอรับเงินค่าสินไหม กรณีตัวอย่างนี้บอกเลิกสัญญาได้เช่นเดียวกันคือประชาชนผู้ทำสัญญาประกันภัยกระทำการทุจริต เช่นนำผลตรวจปลอมมาขอรับเงินค่าสินไหม เหมือนที่ได้ยกตัวอย่างมา กรณีนี้บอกเลิกสัญญาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีบริษัทสินมั่นคงประกันภัย อ้างเหตุบอกเลิกสัญญาตามกรมธรรม์ ข้อ 2.4.3 ที่ระบุการสิ้นสุดความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยหรือบริษัทบอกเลิกกรมธรรม์ตามเงื่อนไขทั่วไป และข้อกำหนดข้อ 2.5และอ้างเหตุตาม ข้อ 2.5.1 ที่ระบุว่าบริษัทสามารถบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนี้โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 30 วันโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้เอาประกันภัยตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่แจ้งให้บริษัททราบโดยบริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยโดยหักเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนต่อบริษัทว่าผู้เอาประกันภัยได้กระทำการโดยทุจริตเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการประกันภัยนี้บริษัทจะไม่คืนเบี้ยประกันภัยที่ได้เรียกเก็บมาแล้วเพราะเหตุแห่งการฉ้อฉลหรือการทุจริตดังกล่าวข้างต้นและบริษัทจะไม่รับผิดสำหรับการเรียกร้องค่าทดแทนอันเกิดจากการกระทำดังกล่าวนั้น ผมเห็นว่าไม่ชอบด้วยเจตนารมณ์ของกฎหมายและกรมธรรม์ การจะเลิกสัญญาได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องมีเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่นกรณีการปกปิดความจริง การทุจริตฉ้อฉล หากไม่มีเหตุย่อมไม่มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ การบอกเลิกสัญญาประกันภัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;quot; นายราเมศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวด้วยว่า การทำประกันของประชาชนเพื่อป้องกันความเสี่ยงภัยในอนาคต หาใช่กลับกลายว่าบริษัทเห็นว่าบริษัทเสี่ยงภัยแล้วเลยบอกเลิกสัญญา เช่นนั้นแล้วจะทำสัญญาประกันไปทำไม ไร้ประโยชน์ แล้วการระบุว่าจะคืนเบี้ยประกันบางส่วนยิ่งเป็นเรื่องตลก เพราะเหตุผลที่บอกมาคือบริษัทต้องบริหารความเสี่ยง เพราะเป็นวิกฤตที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ คือบริษัทเสี่ยงจึงบอกเลิกเหตุก็เกิดจากบริษัท แล้วจะให้ประชาชนรับกรรมจากความเสี่ยงของบริษัทอย่างนั้นหรือ ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า ให้ฝ่ายกฎหมายกลับไปดูพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมให้ดีด้วย มาตรา 4 ที่ระบุสาระสำคัญไว้ชัดคือ ข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือให้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยอีกฝ่ายมิได้ผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญ ถือได้ว่าเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ให้ไปท่องให้ขึ้นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวต่อว่า ประชาชนที่ทำประกันภัยกับบริษัทสินมั่นคง ไม่จำเป็นต้องรับคืนค่าเบี้ยประกันที่บริษัทจะจ่ายคืน เพราะสัญญายังสมบูรณ์ และประชาชนที่ทำประกันติดเชื้อโควิด ก็ยังมีสิทธิได้รับเงินตามจำนวนที่เอาประกันภัยไว้คือ 100,000 บาท ตนขอประกาศจุดยืนตอนนี้เลยว่าจะสู้เรื่องนี้ให้กับประชาชน โดยจะระดมนักกฎหมายทั่วประเทศเพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมให้กับประชาชน การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้กับประชาชนไม่ใช่เรื่องยาก บริษัทจะมีเงินทองมากมายก่ายกองขนาดไหนไม่สำคัญ แต่หลักสำคัญคือบริษัทต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมกับประชาชน เพราะบริษัทอยู่ได้มีรายได้มากก็เพราะประชาชน ในประเทศนี้ อย่าซ้ำเติมวิกฤติในสถานการณ์แบบนี้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธรรม์, นายราเมศ รัตนะเชวง, ประกันภัยโควิด-19, สินมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f14fab49742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ภูมิใจไทย’เมินม็อบไม่ทิ้งประยุทธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภูมิใจไทยยันร่วมรัฐบาลต่อ &amp;nbsp;ไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวล้มรัฐบาลตามความสะใจของบางคน ชี้ถ้าซ้ำเติมสถานการณ์เลือกตั้งคราวหน้าประชาชนจะไม่ให้กลับมาอีก ขณะที่ ปชป.ไม่กังวลศึกซักฟอก ยึดหลักซื่อสัตย์ สุจริต &amp;nbsp; ไทยไม่ทนยื่น 6 เสนอให้รัฐบาลทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย และรองโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล สิ่งสำคัญคือการทำงาน โดยในพรรคได้กำชับ ส.ส.ให้ลงพื้นที่ไปช่วยชาวบ้าน สิ่งไหนที่ไปซ้ำเติมสถานการณ์ก็ต้องหยุด และต้องตระหนักว่านายกรัฐมนตรีพยายามแก้ไขปัญหาอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีปัญหาต้องแก้ไข หากพรรคถอนตัวก็เท่ากับว่ามีปัญหาหรือตัดช่องน้อยแต่พอตัว และเชื่อว่าในการเลือกตั้งสมัยหน้าประชาชนคงไม่ให้โอกาสกลับมาอีก และตนคิดว่านายกรัฐมนตรีก็คงคิดเช่นกัน แม้อึดอัดใจคิดจะตัดสินใจหลายอย่างก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเรียกร้องให้ถอนตัว เป็นความสะใจของหลายคนที่ถามว่าทำไมไม่ลาออก แต่วันนี้เกิดปัญหา พวกเราเข้ามาแก้ไขปัญหา เมื่อเกิดปัญหาแล้วจะให้พวกผมลาออกเพื่อให้รัฐบาลล้ม แล้วถามว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้อย่างไร &amp;nbsp;เพราะการรณรงค์หาเสียงออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งตอนนี้เป็นไปได้ยาก และเป็นการซ้ำเติมปัญหา ดังนั้นหลังสถานการณ์โควิดค่อยมาประเมินกันใหม่ และพวกผมก็จะประเมินตนเอง&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์ชนนกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่พรรคการเมืองและภาคประชาชนล่ารายชื่อฟ้องนายกรัฐมนตรีบริหารจัดการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ผิดพลาด ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากนั้น นายณัฏฐ์ชนนกล่าวว่าเป็นประเด็นทางการเมืองที่จะลงสนามเลือกตั้ง ที่ต้องเปิดประเด็นสิ่งที่เห็นต่าง ก็ต้องไปว่ากันตามช่องทางกฎหมาย &amp;nbsp; แต่สิ่งสำคัญไม่อยากให้นักการเมืองไปซ้ำเติมสถานการณ์ วันนี้ทุกคนสับสนหมด ทั้งเรื่องการแก้ไขปัญหา เรื่องวัคซีน กระบวนการโรงพยาบาลสนามที่ไม่มีความชัดเจน ดังนั้นเราต้องตั้งสติดีๆ และแก้ไขปัญหาไปทีละอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าหลักการในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือหนึ่งในกระบวนการที่สำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล เป็นหน้าที่ที่สำคัญของฝ่ายค้านตามระบบประชาธิปไตย เชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลก็พร้อมชี้แจง รัฐมนตรีคนใดที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็มีหน้าที่ต้องชี้แจง ส่วนรัฐมนตรีของพรรค ไม่มีความกังวล &amp;nbsp;เพราะยึดหลักซื่อสัตย์ สุจริต ในการทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยิ่งสถานการณ์ขณะนี้ ต้องทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ให้สุดความสามารถ มุ่งประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางจะมีรัฐมนตรีคนใดบ้าง และยื่นช่วงเวลาใด ก็เป็นดุลพินิจของฝ่ายค้าน ไม่สามารถไปก้าวล่วงได้&amp;rdquo; นายราเมศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล วันเดียวกันนี้ กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดยนายไทกร พลสุวรรณ และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้แก้ปัญหาโควิด-19 และเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล โดยใช้สแตนดี้รูปพล.อ.ประยุทธ์แทนตัวจริง เพื่อสะท้อนว่าที่ผ่านมามีการยื่นข้อเรียกร้องไปหลายครั้งแต่ไม่ได้รับการแก้ไข เหมือนการยื่นให้หุ่น โดยระหว่างอ่านแถลงการณ์ นายยศวริศยังใช้กระดาษที่พับเป็นพัดตีไปที่ศีรษะของสแตนดี้ พล.อ.ประยุทธ์หลายครั้ง เพื่อเป็นการย้ำให้เข้าใจถึงข้อเรียกร้องและความเดือดร้อนของประชาชน
ด้านนายไทกร ได้อ่านแถลงการณ์คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย โดยเรียกร้องให้รัฐบาล ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน 6 ข้อ คือ
1.ออกมาตรการทางกฎหมายใช้พักชำระหนี้ ทั้งนี้ ควรพักทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้น หรือจนกว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน &amp;nbsp;
2.งดเก็บค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน ค่าน้ำ ค่าไฟ สำหรับบ้านเรือนราษฎรอยู่อาศัยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&amp;nbsp;
3.พักการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการชำระหนี้ต่างๆ ชั่วคราว ช่วยเหลือประชาชนในการเจรจา ไกล่เกลี่ยหนี้สิน โดยให้ศาลพักการพิจารณาออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์โควิดจะคลี่คลาย&amp;nbsp;
4.จ่ายเงินเยียวยาให้แก่ประชาชนผู้เดือดร้อนให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ยุติการเยียวยาแบบชิงโชค&amp;nbsp;
5.เปิดเสรีการนำเข้าวัคซีน และอุปกรณ์ในการตรวจโควิดเบื้องต้น หยุดผูกขาดวัคซีนเพียงบางยี่ห้อ นำเข้าวัคซีนที่มีคุณภาพได้รับการยอมรับมาฉีดให้ประชาชน เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่โดยเร็ว&amp;nbsp;
6.ออกมาตรการงดภาษีนำเข้า วัคซีนและชุดตรวจโควิดเบื้องต้น&amp;nbsp;
ทั้งนี้ กลุ่มไทยไม่ทนยืนยันว่ายังเดินหน้าเคลื่อนไหวต่อ โดยในวันที่ 14 ก.ค. จะไปปราศรัยเชิงสัญลักษณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้เลิกสนับสนุนรัฐบาล, วันที่ 15 กรกฎาคมไปปราศรัยที่พรรคชาติไทยพัฒนา, วันที่ 16 กรกฎาคม ไปร่วมทำกิจกรรมที่กระทรวงสาธารณสุข ส่วนการนัดชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกและกลุ่มราษฎรในวันที่ 18 กรกฎาคมนั้น อยู่ระหว่างหารือกันว่าจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่
ส่วนนายนิติธร ล้ำเหลือ (ทนายนกเขา) แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย &amp;nbsp;อ่านแถลงการณ์ &amp;quot;การใช้อำนาจฉ้อฉลของรัฐ&amp;quot;&amp;nbsp;
โดยนายนิติธรได้ใช้เครื่องขยายเสียงปราศรัยอ่านแถลงการณ์ว่า เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มิได้เป็นผู้ติดเชื้อ มิได้เป็นผู้รอติดเชื้อ มิได้เป็นผู้รอการตรวจเชื้อ หรือเป็นญาติของบุคคลเหล่านั้นเท่านั้น แต่เป็นผู้รอโอกาสที่จะได้ฉีดวัคซีนที่มีคุณภาพ ได้รับการรักษาเอาใจใส่อย่างจริงจังจากรัฐ และสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ประชาชนทุกคนยังคงเป็นมนุษย์อีกด้วย ขณะนี้ประชาชนอยู่ในภาวะอดกลั้นอย่างสุดขีด ต่อสิ่งที่รัฐกระทำต่อประชาชนอย่างเหลืออดเหลือทน อันใกล้จะถึงจุดที่จะเกินทน ต่อสถานการณ์ที่ประชาชนมิได้ก่อขึ้นแล้ว&amp;nbsp;
&amp;quot;การแก้ปัญหาประเทศชาติให้ยั่งยืน ต้องฟื้นฟูจริยธรรมเป็นสำคัญ ทั้งประชาชนจะดำรงอยู่ได้ด้วยสิทธิเสรีภาพ และการทำหน้าที่เพื่อการสร้างชาติให้มั่นคง มีความเสมอภาค ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหลักสากล หากแม้สิทธิเสรีภาพต้องสูญหายไปเพียงชั่ววินาทีเดียว ด้วยความเชื่อในลัทธิอำนาจของผู้มีอำนาจ คำว่าการปกครองรูปแบบประชาธิปไตย ย่อมยากเสมอทุกครั้งที่จะทำให้เข้มแข็งยั่งยืน ประชาชนคนไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า มาตรการนี้จะได้รับการทบทวน และเชื่อมั่นว่ามาตรการต่อไปต้องดีกว่านี้ อย่างน้อยก็สร้างแรงบันดาลใจที่จัดหาได้ง่ายกว่าวัคซีน และหวังว่าคงไม่มีใครในรัฐบาลคิดทุจริตฉ้อฉล จนกระทั่งต้องโกงแรงบันดาลใจ&amp;quot; นายนิติธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยผ่านระบบซูมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ยื่นมีการญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 และเพื่อให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด จึงขอให้ ส.ส.และสมาชิกพรรคทุกคนเปิดรับข้อมูล ความผิดพลาด ความล้มเหลว และการทุจริตของรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109608</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ, นายราเมศ รัตนะเชวง, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d6d582e1e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
