<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อรรถพล&#039;แจงเหตุสอบข้อเท็จจริงคดีดัง &#039;เนตร-บอส&#039; ไม่คืบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย. 2564 นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทตระกูลนักธุรกิจชื่อดัง ขับรถชนตำรวจตาย ว่า จากคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน สรุปผลการตรวจสอบส่งไปยังนายกฯ แล้วเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แจ้งว่า เรื่องนี้นายกฯ ให้ส่งยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่เกี่ยวข้อง ต่อมา เลขาฯ ป.ป.ท. ได้นำฉบับเต็มมาส่งให้ ก.อ. โดยเอกสารและพยานวัตถุทั้งหมดเป็นเอกสารลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวต่อไปว่า ส่วนการที่จะสอบสวนบุคคลใดนั้น ความเห็นของคณะทำงานชุดนายวิชาสรุปได้ง่ายๆ ว่า มีอัยการเกี่ยวข้อง 3 คน คือ 1.นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นผู้สั่งคดี ถูกกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรงและอาญา 2.อัยการสูงสุด ซึ่งถูกกล่าวหาผิดจริยธรรม เนื่องจากทราบว่ามีการสั่งคดีที่ไม่ถูกต้องแล้วไม่ได้ดำเนินการแก้ไข และ 3.บุคคลซึ่งเป็นข้าราชการอัยการ ร่วมกระทำผิดด้วย แต่ไม่ทราบชื่อเสียงเรียงนามอย่างไร มีคลิปเสียงประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่ประชุมพิจารณาแล้วว่า การที่จะดำเนินการสอบตามที่ตั้งมานั้น จะไปสอบตามข้อกล่าวหาทันทีทั้ง 3 คน ไม่ได้ จะพิจารณาได้เฉพาะนายเนตร แต่ก็จะสอบตามที่ระบุว่ามีความผิดวินัยอย่างร้ายแรงทีเดียวไม่ได้ เนื่องจากตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 ระบุไว้ชัดว่า การที่จะสอบสวนวินัยได้นั้น ต้องมีการสอบข้อเท็จจริงเสียก่อน และการสอบวินัยข้าราชการอัยการได้จะต้องมีหลักเกณฑ์ แล้วหลักเกณฑ์ออกเมื่อปี 2554 เฉพาะข้าราชการอัยการระดับที่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น การจะสอบนายเนตรต้องออกหลักเกณฑ์เสียก่อน ก็เลยมีการพิจารณาหลักเกณฑ์ในการสอบระดับรองอัยการสูงสุดเข้าที่ประชุม ที่ประชุมก็เห็นชอบด้วย เมื่อผ่าน ก.อ. แล้วต้องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงจะเริ่มสอบได้ ในหลักเกณฑ์ดังกล่าว หลักสำคัญในการสอบก็คือ จะสอบวินัยได้ก็ต่อเมื่อต้องสอบสวนข้อเท็จจริงชั้นต้นก่อน ได้ข้อสรุปว่าผิดวินัยหรือไม่ ถ้าไม่ผิดก็จบ แต่ถ้าผิด ผิดวินัยร้ายแรงหรือผิดวินัยธรรมดา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวอีกว่า กรณีนี้มีการสอบสวนชั้นต้นโดยตั้งกรรมการจาก ก.อ.ไป ประธานกรรมการในการสอบสวนชั้นต้นนั้นตั้ง ก.อ. ซึ่งมาจากบุคคลภายนอก คือ นายไพรัช วรปาณิ เป็นประธาน ปรากฏว่าสอบไปแล้วก็มีการร้องขอความเป็นธรรมจากนายเนตร ว่าทำไมถึงมีการสอบโดยใช้หลักเกณฑ์สอบรองอัยการสูงสุด เพราะขณะถูกสอบเป็นอัยการอาวุโส น่าจะเป็นหลักเกณฑ์การสอบข้าราชการอัยการที่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุด พอเจอปัญหานี้ขึ้นมา นายไพรัชลาออก ก.อ. ก็เลยตั้งประธานคนใหม่คือ นายประสาน หัตถกรรม เป็นประธาน นายประสานกับคณะก็ดำเนินการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซึ่งการสอบสวนดังกล่าวนี้ ผมในฐานะประธาน ก.อ. ไม่อาจไปก้าวล่วงได้ เขาก็รายงานให้ทราบว่าสอบสวนยังไม่เสร็จ ขอขยายเวลา ซึ่งปัจจุบันนี้คุณประสานซึ่งเป็น ก.อ. ก็หมดวาระไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคม นี้ การสอบสวนยังไม่เสร็จ ปัญหาว่าจะสอบต่อไปได้ไหม ความเห็นส่วนตัวต้องเสนอตั้งประธานกรรมการสอบสวนชั้นต้นขึ้นมาใหม่ คาดการณ์ว่าน่าจะเสนอตั้งวันที่ 21 เมษายน ซึ่งจะมีการประชุม ก.อ. จึงยังไม่ได้ข้อสรุปว่านายเนตรผิดวินัยหรือไม่อย่างไร&amp;rdquo; ประธาน ก.อ.กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงการดำเนินการกับอัยการสูงสุดและอัยการที่ไม่ทราบชื่อ นายอรรถพล กล่าวว่า ในที่ประชุมคุยกันแล้ว สอบสวนคนแรกให้เสร็จก่อน แล้วจึงจะมาสอบอีก 2 ท่าน เพราะว่าคนที่ถูกกล่าวหากระทำความผิดหลักควรพิจารณาให้เสร็จก่อน นอกเหนือจากนี้ ถ้าจะมีการสอบสวนชั้นต้นอัยการสูงสุด ไม่ว่าวินัยหรือจริยธรรม ต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ก่อนจึงจะทำได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวสามารถทำล่วงหน้าได้หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า อยู่ที่ ก.อ.พิจารณาว่าควรจะเป็นอย่างไรในการกำหนดหลักเกณฑ์ กรณีเช่นนี้ปรากฏว่าภารกิจในช่วงที่มีการสอบสวนยังไม่เสร็จอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงเดือนมีนาคม เป็นการโยกย้ายอัยการ จึงไปเน้นหนักเรื่องการโยกย้าย ตอนนี้อัยการได้ย้ายกันแล้ววันที่ 1 เมษายน การกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ก่อนกำหนดได้ แต่การพิจารณาที่ยังไม่กำหนด เพราะ 1.เป็นฤดูกาลโยกย้าย 2.ก.อ.เปลี่ยนชุดเลือกตั้งใหม่ 3.อาจจะมีปัญหา ประธาน ก.อ.เปลี่ยนอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้ามีการสอบอัยการสูงสุดจริงแล้ว หลักเกณฑ์ต้องออกมา ที่มองกันว่าทำไมถึงช้า เผอิญยังไม่มีประเด็นสอบอัยการสูงสุดหรือไม่ หลักเกณฑ์จึงไม่ได้เร่งรีบ ที่ไม่มีไม่ใช่ว่าดึงให้ช้า แต่เกิดจากสอบรองเนตรยังไม่เสร็จ เพราะเราตั้งสมมติฐานต้องสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นกระแสสังคม แล้วระบุให้เสร็จเสียก่อนจึงรู้ว่าใครผิดหรือไม่ผิด สมมติถ้ารองเนตรไม่ผิด จะว่าอัยการสูงสุดผิดได้อย่างไร เพราะของ อ.วิชา บอกทำนองรองเนตรผิด รู้แล้วไม่แก้ไข ทำนองนั้น&amp;rdquo; นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงกรอบเวลาในการสอบข้อเท็จจริง หลังตั้งกรรมการสอบชุดใหม่จะใช้เวลานานเท่าไหร่ นายอรรถพล กล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะการสอบหลักเกณฑ์ใช้ครั้งหนึ่ง 30 วัน แต่ขอขยายได้อีก 30 วัน ขยายตามความจำเป็น ตั้งกรอบไม่ได้ อยู่ที่ผู้ปฏิบัติว่าจะเป็นอย่างไร อาจจะถามว่าประธานทำไมไม่เร่งรัด ก็เร่งรัดทุกครั้ง พอขอขยายเราก็เร่งรัดไป แต่ถ้าเราไปกำหนดต้องเสร็จภายในเท่านี้ เหมือนกับไม่ให้ความเป็นธรรม จะเกิดปัญหา เนื่องจากว่าถ้าทำไม่เป็นระบบแล้วอาจจะถูกฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่งได้ในแง่กฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99660</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.), สอบข้อเท็จจริง, อรรถพล ใหญ่สว่าง, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_607939edc31b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวละครคดี&#039;บอส&#039;หนาว!ป.ป.ช.ประสานปปง.คุ้ยเส้นทางการเงินยกล็อตใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค. 2563 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังได้รับรายงานผลข้อเท็จจริงของคณะทำงานนายวิชา มหาคุณ ในคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอสว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่และดูข้อกฎหมายอะไรต่างๆ ก่อนที่จะนำเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดยดูรายละเอียดข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายในคดี รวมถึงข้อเท็จจริงในรายงานของคณะทำงานชุดนายวิชาด้วย อย่างไรก็ตาม​ ขณะนี้สำนักงาน ป.ป.ช. มีการประสานข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินบุคคลที่ถูกอ้างถึง รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้แล้ว โดยจะติดตามว่ามีการโอนจ่ายเงิน หรือทรัพย์สินไปที่ใดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้ ป.ป.ช. มีการประสานไปยัง ปปง. เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินบุคคลที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งหมดแล้ว เพื่อนำมาตรวจสอบว่ามีการได้รับเงิน หรือผลประโยชน์อื่นใดหรือไม่ โดยเป็นการตรวจสอบทั้งหมด รวมถึงบัญชีเงินฝากของนายจารุชาติ มาดทอง พยานปากเอกที่เสียชีวิตไปแล้วด้วย&amp;rdquo; แหล่งข่าวกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86388</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, นายวิชา มหาคุณ, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c7405975e045.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจโชว์หมายแดงตามล่า&#039;บอส อยู่วิทยา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบเท็จจริง กรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส กล่าวถึงความคืบหน้าของสำนวนคดีว่า หลังอัยการคำสั่งฟ้องนายวรยุทธ ในข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาเสพยาเสพติดประเภทที่ 2 คือ โคเคน เมื่อวันที่ 23 กันยายน จากนั้นพนักงานอัยการได้แจ้งคำสั่งฟ้องมายังพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อตามขั้นตอน หลังพนักงานสอบสวนรับทราบคำสั่งฟ้อง ได้ทำหนังสือมายังกองการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 25 กันยายน จากนั้นจึงมีการดำเนินการขอหมายแดงไปยังตำรวจสากล ประเทศฝรั่งเศส โดยขณะนี้ตำรวจสากลได้ดำเนินการออกหมายแดง ของตำรวจสากลเรียบร้อยแล้ว ตามหมายแดงเลขที่ A-8289/9-2020 ลงวันที่ 30 กันยายน ทั้งนี้จะได้ประสานเอกอัครราชทูตไทยทั่วโลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจไทย และเครือข่ายความร่วมมือตำรวจทั่วโลก เพื่อสืบหาถิ่นที่อยู่ของนายวรยุทธ แล้วจะได้ดำเนินการนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนกรณีที่มีการตรวจสอบไปยังระบบยังไม่พบหมายแดงดังกล่าว เนื่องจากเป็นระบบของตำรวจสากล ซึ่งอาจจะอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้หมายแดงเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จ กรณีข้อเกี่ยวข้องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลักคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ถึง 20 ราย ทางคณะกรรมการได้ส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเหล่านั้นไปยังกองวินัย และทางกองวินัยได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ในกรณีบกพร่อง พร้อมแจ้งคำสั่งไปยังผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ภายใน 15 วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแจ้ง โดยคณะกรรมการชุดของกองวินัย มีการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กันยายน ซึ่งขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหายังชี้แจงเข้ามาไม่ครบ สำหรับกรณีการตรวจสอบข้อเท็จริง ของนายวิชา มหาคุณ เราได้รับหนังสือผลสรุปข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ในหลายๆส่วน เมื่อวันที่ 22 กันยายน เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ จำนวนกว่า 5,800 หน้า ซึ่งทาง ผบ.ตร.ได้สั่งการให้กองวินัย ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบรับเอกสาร โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทำให้เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์ จากนั้นจะได้นำเสนอให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมี พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รอง ผบ.ตร.ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79749</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, บอส, ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d60fe45b7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจหนาวอีกรอบ!ป.ป.ช.เตรียมรื้อคดีบอสใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ส่งรายงานสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส มาที่ ป.ป.ช.ว่า รับทราบเรื่องแล้ว โดยจะต้องไปดูสำนวนเดิมที่ ป.ป.ช.เคยวินิจฉัยชี้มูลวินัยเจ้าหน้าที่ตำรวจบางรายไปแล้วนั้น วันนี้จะดูทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นว่าอะไรที่ ป.ป.ช.วินิจฉัยชี้มูลแล้วมีพยานหลักฐานใหม่ที่ ป.ป.ช.ยังไม่เคยวินิจฉัย เพราะตอนที่ ป.ป.ช.ส่งสำนวนไปนั้นอัยการสูงสุด (อสส.) ยังสั่งฟ้องอยู่ แต่วันนี้เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า อสส.สั่งไม่ฟ้อง จึงจะต้องดูขั้นตอนการสั่งไม่ฟ้องถูกต้องหรือไม่ และยังมีกระบวนการที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เสนอพยานหลักฐานเพิ่มเติม จะต้องดูไปพร้อมกัน ต้องดูตั้งแต่ต้นคดี เหตุเกิดที่ไหนอย่างไร มีใครเป็นพนักงานสอบสวน มีการทำสำนวนอย่างไร ส่วนไหนดำเนินคดีได้เพิ่มเติมก็ทำไป แต่ถ้าทำไม่ได้ ไม่มีพยานหลักฐานใหม่ถือว่าสิ้นสุด ส่วนใครจะผิดหรือไม่ผิดยังชี้แจงไม่ได้
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการรื้อคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ นอกจากตำรวจที่ถูกชี้มูลวินัยไปแล้วจะมีคนอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริงก่อน เพราะมีคนที่เกี่ยวข้องเยอะ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆ ไป วันนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าใครจะเป็นผู้ถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ต่อ พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ, พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม, พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล และ พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี กรณีสอบสวนช่วยเหลือนายวรยุทธ อยู่วิทยา ไม่ให้ถูกดำเนินคดีขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด และไม่ดำเนินการออกหมายจับนายวรยุทธ เพื่อให้ได้ตัวมาส่งพนักงานอัยการฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79743</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ, นายนิวัติไชย เกษมมงคล, นายวรยุทธ อยู่วิทยา, บอส, ป.ป.ช., ป.ป.ท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d55bd26236.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 06:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานก.อ.แจงข่าวอัยการเกี่ยวข้องคดีบอสหนีไปต่างประเทศไม่เป็นความจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย. 63- นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวถึงการที่มีสำนักข่าวแห่งหนึ่งได้ลงข้อมูลทำนองว่า ตนเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ว่าพนักงานอัยการที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนความเร็วคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ได้เดินทางหนีออกนอกประเทศแล้ว ว่า ภายหลังจากที่มีการนำเสนอข่าวดังกล่าว ปรากฏว่ามีน้องๆ อัยการโทรเข้ามาสอบถามตนเป็นจำนวนมากว่าอัยการคนดังกล่าวเป็นใคร เดินทางหนีออกนอกประเทศไปแล้วจริงหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอยืนยันตรงนี้ว่าข่าวที่ออกไปดังกล่าวไม่เป็นความจริง คือ 1.ผมไม่เคยไปให้สัมภาษณ์ถ้อยคำหรือข้อความดังกล่าว 2.ผมไม่ทราบและไม่รู้จักว่าอัยการที่ถูกกล่าวอ้างเป็นใคร เมื่อทราบว่ามีสำนักข่าวที่มีชื่อเรื่องสืบสวนสอบสวนแห่งหนึ่งได้รายงานข่าวว่าได้สัมภาษณ์ผม ผมก็ได้โทรศัพท์ไปสอบถามนักข่าวอาวุโสคนหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวแห่งนั้น ต่อว่าในการนำเสนอข่าวที่ไม่เป็นความจริง โดยผู้อำนวยการสำนักข่าวดังกล่าวยอมรับว่าข่าวดังกล่าวไม่มีต้นตอที่น่าเชื่อถือ โดยคนที่ทำการเผยแพร่ข่าวเป็นลูกน้องในทีม จะดำเนินการลบข่าวให้&amp;quot;
นายอรรถพล กล่าวว่า&amp;nbsp; เนื่องจากข่าวดังกล่าวถูกแพร่กระจาย มีน้องๆ ที่สำนักงานอัยการโทรมาถามเป็นจำนวนมาก จึงต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงตรงนี้ เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76481</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, นายอรรถพล ใหญ่สว่าง, อัยการสั่งไฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3ba64454600.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สป.ยธ. จี้นายกฯเปิดชื่อ-สั่งฟันก๊วนล้มคดีบอส 8 กลุ่ม เร่งปฏิรูปงานสอบสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.63-สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอให้นายกรัฐมนตรีเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องร่วมกระทำผิดกรณี &amp;ldquo;การสอบสวนล้มคดีบอส&amp;rdquo; และเร่งดำเนินการปฏิรูปตำรวจ รวมทั้งงานสอบสวนและนิติวิทยาศาสตร์ให้มีมาตรฐานสากลป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ มีรายละเอียดดังนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหาตัวเจ้าพนักงานของรัฐผู้ร่วมกระทำผิดในกรณีที่มีการปฏิบัติหน้าที่มิชอบช่วยให้นายวรยุทธ&amp;nbsp; อยู่วิทยา พ้นจากการถูกฟ้องคดีอาญาข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตายแล้วหลบหนีซึ่งตำรวจผู้รับผิดชอบระดับต่างๆ ได้มีการสอบสวนทำลายพยานหลักฐานคดีนี้เป็นระยะๆ ตลอดมา&amp;nbsp; จนกระทั่งทำให้พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง&amp;nbsp; โดยมี ศ.ดร.วิชา&amp;nbsp; มหาคุณ&amp;nbsp; เป็นประธานฯ ซึ่งเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓&amp;nbsp; ศ.ดร.วิชาฯ ได้นำผลการตรวจสอบไปรายงานต่อนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลและออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนส่วนหนึ่งแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากการแถลงข่าวประกอบเอกสารที่เผยแพร่ดังกล่าว&amp;nbsp; แม้จะมีการยืนยันถึงการกระทำผิดของตำรวจผู้ใหญ่ พนักงานสอบสวน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทนายความ และพนักงานอัยการว่าได้ร่วมกันทำเป็นขบวนการ และเสนอให้มีการดำเนินคดีอาญาและวินัยร้ายแรงกับข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องทุกคน&amp;nbsp; แต่กลับไม่มีความชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้ประชาชนได้ทราบว่า มีใครบ้างเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดที่สร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมของชาติอย่างร้ายแรงดังกล่าว&amp;nbsp; และรัฐบาลจะดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งการปฏิรูปตำรวจ งานสอบสวนและงานพิสูจน์หลักฐานเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำเช่นนี้เกิดขึ้นได้อีกอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดเผยรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวให้ประชาชนได้ทราบว่า&amp;nbsp; บุคคลทั้ง ๘ กลุ่มที่ถูกระบุว่าร่วมกันกระทำความผิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอนดังกล่าว&amp;nbsp; มีผู้ใดบ้าง&amp;nbsp; แต่ละคนมีตำแหน่งหน้าที่อะไรและมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดอาญาหรือวินัยร้ายแรงอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สั่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้เป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวนคดีนี้&amp;nbsp; และรีบดำเนินการออกหมายเรียกผู้ที่มีหลักฐานการกระทำผิดตามรายงานดังกล่าวเป็นผู้ต้องหา หรือเสนอศาลออกหมายจับ และรีบจับตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายเหมือนกรณีการดำเนินคดีอาญากับประชาชนผู้กระทำความผิดในคดีต่างๆ สรุปเสนอให้พนักงานอัยการสั่งฟ้องคดีต่อศาลโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้อำนาจทางการบริหารดำเนินการทางปกครองในเบื้องต้นทันที โดยสั่งให้ผู้ร่วมกระทำผิดที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐทุกคนออกจากราชการไว้ก่อน หรือพักราชการ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น และเป็นการส่งสัญญาณถึงความเด็ดขาดจริงจังของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เร่งดำเนินการปฏิรูปตำรวจ งานสอบสวน และงานนิติวิทยาศาสตร์ ในเบื้องต้นเพื่อป้องกันการทุจริตบิดเบือนคดีหรือประพฤติมิชอบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลโดย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.๑ นำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับที่นายมีชัย&amp;nbsp; ฤชุพันธุ์ เสนอ&amp;nbsp; รวมทั้งร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยการสอบสวน ที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีไปแล้วเข้าสู่สภาเพื่อตราเป็นกฎหมายบังคับใช้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.๒ แก้ปัญหางานนิติวิทยาศาสตร์และการพิสูจน์หลักฐานที่อยู่ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งมีระบบการปกครองแบบมีชั้นยศและวินัยแบบทหาร&amp;nbsp; ด้วยการทำให้เป็นข้าราชการพลเรือน&amp;nbsp; สร้างหลักประกันความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพ&amp;nbsp; โดยตราพระราชกฤษฎีกาโอนสถาบันนิติเวชและสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน&amp;nbsp; ไปเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมตามหลักสากลแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76468</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, ปฏิรูปตำรจ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิชา มหาคุณ, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e6032a4bf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งถึงมือจักรทิพย์แล้ว!ลุ้นลงดาบ20ตำรวจพันคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.)ในฐานะรองประธานคณะกรรมการตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอสขับรถชนตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 เปิดเผยว่า &amp;nbsp;วันนี้ได้ส่งสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พิจารณาข้อบกพร่องของพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้ รวม 20 นาย ซึ่งในจำนวนนี้ 11 นายเคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดไปแล้ว ส่วนที่เหลือ 9 นาย คณะกรรมการฯ เพิ่งตรวจสอบความผิดเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตำรวจในกลุ่มนี้ มีตั้งแต่ระดับสารวัตร ถึงผู้บัญชาการ บางส่วนเกษียณอายุราชการไปแล้ว ซึ่งรายชื่อทั้งหมดจะถูกส่งให้กองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาโทษทางวินัยและความผิดทางอาญา หากมีมูลจะส่งต่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป&amp;rdquo;พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวและว่า ความผิดของพนักงานสอบสวนทั้งหมดนี้ จะให้ ผบ.ตร.พิจารณาว่าเป็นข้อบกพร่องไม่ปฏิบัติหน้าที่สอบสวนคดีโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74908</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ, นายวรยุทธ อยู่วิทยา, บอส, ผู้ช่วย ผบ.ตร., ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3cb71824513.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
