<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ชู ทส.2+4 สานพลังขับเคลื่อนเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติฯ  เครือข่ายฯจากทั่วประเทศ พร้อมใจเข้ารับฟังกว่า 100,000 คน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วราวุธ ศิลปอาชา&amp;rdquo; รมว.ทส. ชูนโยบาย ทส.2+4 สานพลังขับเคลื่อนเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติเครือข่ายฯจากทั่วประเทศ พร้อมใจเข้ารับฟังกว่า 100,000 คน &amp;nbsp;แนะให้เป็นกองหนุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพายุดีเปรสชันเตี้ยนหมู่ อย่างเต็มกำลัง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอนุชา สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมรับฟัง โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ Microsoft team และถ่ายทอดสดผ่าน Facebook กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยมีเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 100,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีเครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ทั่วประเทศกว่า 677,150 คน ประกอบด้วย เครือข่าย ทสม. จำนวน 259,262 คน, เครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) และเครือข่ายป่าชุมชน จำนวน 196,523 คน, เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.อส.) และเครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) จำนวน 122,000 คน, เครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัย จำนวน 40,000 คน, เครือข่ายผู้ใช้น้ำ จำนวน 38,019 คน และเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จำนวน 21,346 คน ซึ่งถือเป็นกลไกเชิงพื้นที่ที่เป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการอนุรักษ์ เฝ้าระวัง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อม สะท้อนปัญหาในท้องถิ่นตั้งแต่ผืนป่าจนถึงท้องทะเล เครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเป็น หุ้นส่วนความร่วมมือภาคประชาชนระหว่างกระทรวงทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และประชาชนในทุกพื้นที่&amp;nbsp; และได้เกิดผลงานเป็นที่ประจักษ์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo; วันนี้ประเทศไทย และโลกของเราอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ ทุกอย่างต้องมีการปรับเปลี่ยน และสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องตระหนักคือ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่อย่างจำกัดให้สามารถอยู่อย่างยั่งยืนจนถึงชั่วลูกชั่วหลาน ดังนั้นแนวทางการทำงานต่อไปของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะอยู่ภายใต้นโยบาย&amp;ldquo;ทส. หนึ่งเดียว&amp;rdquo; และนโยบาย&amp;nbsp; ทส.2+4 ซึ่ง &amp;ldquo;ทส.2 &amp;rdquo; หมายถึง การยกระดับคุณภาพการทำงานเป็น 2 เท่า และ &amp;ldquo;+4&amp;rdquo; หมายถึง การเพิ่มศักยภาพของการปฏิบัติงาน โดย บวกที่ 1 คือ การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน บวกที่ 2 คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา มีการรับรู้ ตระหนัก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และมีส่วนร่วมในกิจกรรมของ ทส. บวกที่ 3 คือ การแสวงหาความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆมาใช้ในการเพิ่มศักยภาพการทำงานอยู่เสมอ และบวกที่ 4 คือ มีหลักธรรมาภิบาลในการทำงาน โดยยึดหลักนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า ที่เป็นการยกระดับคุณภาพการทำงานเป็น 2 เท่า และการเพิ่มศักยภาพของการปฏิบัติงาน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และประชาชนมีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของพี่น้องเครือข่ายในทุกด้าน ไม่ว่า ด้านเครื่องมือ กฎหมาย ระเบียบต่าง ๆ ที่ได้ปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้พี่น้อง ในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมได้ดียิ่งขึ้น เช่น พรบ. ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 พรบ.ป่าไม้ พ.ศ. 2562 ที่เปิดทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปลูกไม้มีค่า เพื่อใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนมากขึ้น เป็นต้น ขณะที่ ด้านงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อม ได้เปิดโอกาสให้พี่เครือข่ายได้พัฒนาการทำงานในพื้นที่ให้เกิดความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เช่น โครงการจัดการไฟป่าและลดหมอกควัน โครงการส่งเสริม โคก หนอง นา โมเดล และการทำเกษตรกรรมยั่งยืน และโครงการอื่น ๆ ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และด้านมลพิษ เป็นต้น และในด้านบุคลากร เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนการทำงานและร่วมทำงานกับพี่น้องเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญอีกประการที่ต้องการให้เครือข่ายในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมเป็นพลังสำคัญดำเนินการ คือ การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกต้นไม้วันละ 1 ต้น เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่าไม้และเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ และหลังปลูกแล้วขอให้ช่วยกันดูแลเพื่อให้เติบโตต่อไป ด้วยการที่มีป่าไม้เพิ่มขึ้นจะช่วยแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ไม่ว่า อุทกภัย ภัยแล้ง และอื่นๆ ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo; สำหรับปัญหาการเกิดอุทกภัยจากพายุดีเปรสชันเตี้ยนหมู่ในจังหวัดต่าง ๆที่เกิดขึ้นขณะนี้ ได้มอบนโยบายให้กับทุกหน่วยงานในสังกัด ได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในทุกพื้นที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งต้องขอฝากให้เครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ช่วยประสานในด้านเกี่ยวกับข้อมูลความเดือดร้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงสิ่งจำเป็นที่ต้องการได้รับการสนับสนุน เพื่อทางกระทรวงฯ จะได้เร่งจัดหาให้ เช่น เครื่องใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม รวมถึงยานพานะเช่นเรือ หรือ กำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าไปช่วยเหลือในการขนของ หรือเคลื่อนย้ายผู้ป่วย คนชรา และอื่นๆ&amp;rdquo;นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;เครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นหนึ่งในพลังสำคัญที่ทำงานร่วมกับส่วนราชการในการทำงานให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายนโยบายของของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐบาล โดยเน้นหลักการทำงานอย่าง HAPPY หรือมีความสุข อันเป็นเป้าหมายสำคัญของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาการทำงาน อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายสมศักดิ์ สันธินาค ประธานเครือข่าย ทสม. พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า &amp;ldquo;นับเป็นครั้งแรกที่ผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้พูดคุยกับเครือข่าย ทสม. และเครือข่ายอื่นๆในสังกัดที่มีคนฟังจำนวนมากเป็นหลักแสนคน รู้สึกดีใจและเป็นขวัญกำลังใจให้เครือข่ายทุกเครือข่ายมีความมุ่งมั่นในการช่วยดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และขอให้สัญญาว่าพวกเราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตลอดไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118022</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายจตุพร บุรุษพัฒน์, นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์, นายยุทธพล อังกินันทน์, นายวราวุธ ศิลปอาชา, นายอนุชา สะสมทรัพย์, นโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เครือข่ายป่าชุมชน, เครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151ba694043b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ความน่าค้นหา &#039;เชียงดาว&#039;เมือง 9 ผี  &#039;ไบโอสเพียร์&#039; แห่งที่5ของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

ดอยเชียงดาว &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ ได้รับการประกาศจาก สำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล ของปีค.ศ.2021 และเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล แห่งที่ 5 ของประเทศไทย สร้างความปลาบปลื้่มให้กับคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะความภาคภูมิใจของคนเชียงดาว และภาคเหนือทั้งภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; ความโดดเด่นของเชียงดาว หลักๆ ก็คือสภาพภูมิศาสตร์และระบบนิเวศของดอยที่มีขนาดพื้นที่รวมประมาณ 36,931 ไร่ &amp;nbsp;มีสภาพเป็นป่าเปิดระดับสูง (Subalpine vegetaion)ซึ่งพบได้ไม่กี่แห่งในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันอกเฉียงใต้ &amp;nbsp;เป็นระบบนิเวศที่บ่งชี้ความเชื่อมต่อทางระบบนิเวศ ในแนวเทือกเขาหิมาลัยและจีนตอนใต้ เป็นถิ่นอาศัยของชนิดพันธุ์พืชเฉพาะถิ่นจำนวนมาก &amp;nbsp;ภูมิทัศน์ภูเขาหินปูนตั้งตระหง่านมีความสูงเป็นอันดับสามของประเทศไทย &amp;nbsp;และยังเป็นต้นน้ำของลุ่มน้ำปิงตอนบนอีกด้วย &amp;nbsp; ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่อยู่ในสภาพดั้งเดิม เกิดขึ้นจากการได้รับการปกปักษ์รักษามาอย่างยาวนาน และพื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูให้คืนความสมบูรณ์ของป่ามาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 40 ปี ซึ่งธรรมชาติที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ดอย ได้อำนวยต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่สำคัญบนผืนดอย &amp;nbsp;ยังมีสังคมพืชกึ่งอัลไพน์ที่หาได้ยากยิ่งในประเทศไทย เป็นถิ่นอาศัยของพรรณไม้มากกว่า 2,000 ชนิด หรีอคิดเป็นร้อยละ 20 ของพรรณไม้ในประเทศไทย และมีพรรณไม้ที่เชื่อมโยงให้เห็นว่าภูมิประเทศนี้ทอดยาวลงมาจากตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย ที่ราบสูง Quinhai -Tibet และจีนตอนใต้ &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังเป็นเหล่งอาศัยของสัตป่ จำนวน 672 ชนิด จาก 35: สกุล ใน 91 วงศ์ &amp;nbsp; ซึ่งเป็นหัวใจของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ เป็นแหล่งอาศัยที่ปลอดภัยของสัตว์ปาสงวน ได้แก่ กวางผา และเลียงผา รวมถึงสัตว์ป่าคุ้มครองอีกหลายชนิด และมีความเป็นไปได้สูงที่จะค้นพบพืชและสัตว์ชนิดพันธุ์ใหม่ของโลกได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ไม่ได้มีแต่ขุนเขาเท่านั้น ที่โดดเด่น ดอยหลวงเชียงดาว ยังเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทงวัฒนธรรมของชนเผ่าชาวไทยภูเขา &amp;nbsp;5 ชนเผ่าได้แก่ ม้ง มูเซอ ลีซอ ปกากญแ และชาวไทยล้นนา ซึ่งแต่ละกลุ่มมีวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ การแต่งกายภาษาพูด ที่แตกต่งกัน แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกทั้ง ยังดำรงความเป็นจิตวิญญาณของผู้คนในล้านนา &amp;nbsp; ในความเชื่อของชนเผ่า &amp;nbsp;คือเชียงดาวเป็นชุนเขาอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่สถิตของ เจ้าหลวง คำแดง ผู้มีฤทธิ์เป็นเจ้าแห่งผีทั้งหลาย เป็นเจ้าปกครองเหนือกว่าผีเมือง หรือเทวดาอารักษ์ทั้งปวงในดินแดนล้านนา และมีเทวาสถานอยู่ ณ ถ้ำเรียงดาว ซึ่งตั้งอยู่เชิงดอยหลวงเชียงดาว และความเชื่อนี้ที่มิได้มีอยู่แค่ผู้คนในอำเภอเชียงดาวเท่านั้น แต่รวมถึงผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง แม่ฮ่องสอน และน่านอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าหลวงคำแดงถูกเล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน พระสงฆ์ในล้านนาได้แต่คัดลอกตำนานไว้ในคัมภีร์ใบลาน ชื่อ ตำนานถ้ำเชียงดาว ที่ปรากฎในหลายสำนวนกระจายกันอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคเหนือของไทย และเชื่อว่าเจ้าหลวงคำแดงเป็นสัญลักษณ์ร่วมของชนเผ่าไทในลุ่มน้ำโขงอีกด้วย ตำนานเจ้าหลวงคำแดงนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ เมื่อพ.ศ. 2555&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ถ้าได้พูดคุยกับคนเชียงดาว ก็จะบอกเสียงเดียวกันว่า เชียงดาวเป็นเมือง 9 ผี หรือเป็นเมืองผี ที่คุ้มครองแผ่นดินชาวล้านนา &amp;nbsp;เป็นเมืองที่มีความสำคัญประวัติศาสตร์ &amp;nbsp; เป็นต้นน้ำปิง มีสิ่่งคนเชียงดาวภาคภูมิใจ คนเชียงดาวแท้ๆ จะนับถือ และมีความผูกพันธ์กับดอยมาก เพราะเกิดมาก็เห็นสองดอยที่หันหน้าเข้าหากันแล้ว หรือบางครั้งถ้าเกิดความไม่สบายใจ ก็จะมาขอพลัง หรือกำลังใจจากดอย &amp;nbsp; ถือว่าเป็นการสื่อสารกับดอยได้ ดอยเชียงดาวจึงไม่ใช่แค่ความเป็นภูมิศาสตร์ แต่เป็นที่สิงสถิตปู่ย่าตายาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวในโอกาสที่ยูเนสโก ประกาศให้ดอยเชียงดาว เป็นพื้่นที่สงวนชีวมณฑลว่า ดอยเชียงดาว ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความมหัศจรรย์อย่างยิ่ง &amp;nbsp;ทั้งในแง่สังคมของพืชสัตว์ป่าที่หายาก &amp;nbsp;และการเป็นแหล่งศูนย์รวมจิตวิญญาณของพี่น้องในท้องถิ่นภาคเหนือ &amp;nbsp;ที่ก่อให้เกิดศิลปินและภูมิปัญญา &amp;nbsp;ที่มีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง เปี่ยมไปด้วยจิตสำนึกรักบ้านเกิด ที่สำคัญคือการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่จะส่งต่อให้กับลูกๆและหลานๆเยาวชนรุ่นต่อๆไป &amp;nbsp;และการเสนอให้ดอยเชียงดาว เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ หรือที่เรียกว่าเป็น biosphere reserve ต้องยกให้เป็นเครดิตของชุมชนด้วย ที่ร่วมผลักดันนำเสนอ &amp;nbsp;เพราะคนที่นี่มีจิตใจอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ &amp;nbsp;และเราหวังว่าการได้รับยกย่องของดาวเชียงดาว จะส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ของพี่น้องในชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลังจากได้รับการยกย่องให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแล้ว อนาคตของเชียงดาวจะเป็นอย่างไร นายวราวุุธ กล่าวว่า &amp;nbsp;การประกาศให้ดอยเชียงดาว เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น &amp;nbsp;ระยะต่อไป ทส.จะต้องสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ บูรณาการพื้นที่ จะต้องมีคณะกรรมการมนุษย์พื้นที่ชีวมณฑลในเชียงดาวเกิดขึ้น &amp;nbsp;เพื่อรับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าวโดยตรง &amp;nbsp;คณะกรรมการนี้ จะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลจัดการ และประสานงานกับองค์กรต่างๆที่มีหลายภาคส่วน &amp;nbsp; เพื่อตอบสนองการพัฒนาที่ยั่งยืน &amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ &amp;nbsp;โดยเฉพาะพี่น้องใน &amp;nbsp; Buffer Zone &amp;nbsp; และ Transition Area เพราะคำว่า &amp;nbsp;ไบโอสเพียร์ &amp;nbsp;หมายถึงการเป็นพื้นที่ ที่มีความสมบูรณ์อย่างยิ่ง และเป็นตัวอย่างของคำว่า คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน มีการเกื้อหนุนจุนเจือกัน คือ คนดูแลป่า และป่าก็ดูแลคน &amp;nbsp; และในอนาคต &amp;nbsp;เราก็จะมีพื้นที่ไบโอสเพียร์ เพิ่มขึ้น ที่เขาพระแทว จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;ซึ่งการมีพื้นที่ไบโอสเพียร์หลายๆ แห่ง สะท้อนนโยบายว่าเราจะต้องทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าให้ได้

&amp;quot;ในแง่การบริหารจัดการพื้นที่เชียงดาวกว่า 5แสนไร่ จะประกอบด้วย 3 ส่วน คือ Core Area หรือพื้นที่ส่วนกลางเป็นเขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว ถัดมาเป็น Buffer Zone &amp;nbsp;เปรียบเสมือนวงกลาง เป็นพื้นที่ พี่น้องประชาชนมาใช้ประโยชน์ ทั้งในเรื่องของวัฒนธรรม &amp;nbsp;การศึกษาหาความรู้ ส่วนTransition Area เป็นส่วนเป็นเมืองและเป็นชุมชนที่จะอยู่ล้อมรอบ พื้นที่ไบโอสเพียร์&amp;quot;นายวราวุธกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รมว.ทส.ยอมรับว่า หลังการประกาศเป็นพื้นที่ชีวมณฑล จะทำให้ดอยเชียงดาวเกิดการบูมด้านการท่องเที่ยวมากขึ้นแน่นอน &amp;nbsp; เพราะการได้ขึ้นเป็นไบโอสเฟียร์ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในเครือข่ายบัญชีของโลกนั้นแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติไร อีกทั้งการที่ดอยเชียงดาวมีวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกัน จากความหลากหลายของความเป็นชาติพันธุ์ เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ จะเป็นแม่เหล็กที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวผู้คนต่างๆให้เข้ามา &amp;nbsp;สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเปลี่ยนแปลงในวันหน้าคือ คือการต้องหาทางอนุรักษ์ความหลากหลายทางวัฒนธรรม &amp;nbsp;ที่ต้องมีการสืบสานต่อ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ให้สิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาทำลาย &amp;nbsp;เพราะการที่ไบโอสเพียร์ จะกำเนิดขึ้นได้นั้นหัวใจสำคัญ &amp;nbsp; คือ การคงอยู่ของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่แห่งนั้น &amp;nbsp;เพราะการเป็นไบโอสเพียร์ คือ ตัวอย่างของการที่คนจะอยู่กับป่าได้ ซึ่งพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องเข้าใจตรงนี้ &amp;nbsp;และให้ความสำคัญ &amp;nbsp;ตลอดจนต้องคิดว่า เราต้องทำการอนุรักษ์สิ่งที่มีอยู่มากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้ส่งต่อทรัพยากรเหล่านี้ให้ลูกหลาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; คำว่าไบโอสเพียร์ รีเซิร์ฟ มีความครอบคลุมมากกว่า มรดกโลกขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง &amp;nbsp;เพราะเป็นเรื่องคนกับธรรมชาติ คนกับป่า &amp;nbsp;เรื่องปัญหาจากการท่องเที่ยว ผมอยากยกตัวอย่างเรื่องความสะอาดในชุมชน ถ้ามีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น เชื่อว่าปริมาณขยะจะเป็นตัวสะท้อนจิตวิญญาณชุมชน &amp;nbsp;ว่ามีความหวงแหน มีการอนุรักษ์ มากน้อยแค่ไหน &amp;nbsp;เพราะการเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล ในวันนี้ ไม่ใช่เป็นจุดที่เราจะหยุด &amp;nbsp; เราจะต้องทำงานให้หนักขึ้น สานต่องานที่เราได้ทำมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้น &amp;nbsp;ขอให้ท่านอนุรักษ์แล้วก็รักษา ความเป็นชนบท ความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เอาไว้ อย่าได้เเผลอทำอะไร ไปตามกระแสที่เปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ &amp;nbsp;เพื่อรักษาสิ่งที่มีอยู่ให้คงอยู่จนชั่วลูกชั่วหลาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปัญหาไฟป่าภาคเหนือที่ปะทุลุกลามขึ้นทุกปีในช่วงหน้าแล้ง ทำให้เกิดความกังวลว่าจะกระทบต่อเชียงดาว &amp;nbsp; นายวราวุธกล่าวว่า เรื่องนี้ จะต้องมีมาตรการดูแลป้องกัน &amp;nbsp;ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่านับตั้งแต่วันที่ดอยเชียงดาว ได้ขึ้นเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล จะทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในดอย &amp;nbsp;จะมีความตื่นตัวมากขึ้น ทำหน้าที่ในการที่จะเป็นหูเป็นตาดูแล &amp;nbsp; ส่วนทางภาครัฐเอง ในแผนปฏิบัติการไฟป่าของภาคเหนือ &amp;nbsp;ทางทส.มีการส่งรองปลัดทส.และผู้ตรวจราชการไปประจำการ แต่ละจังหวัดเพื่อดูแลปัญหา &amp;nbsp;เรียกได้ว่าเป็นการดูแลที่หน้างานเลยทีเดียว ส่วนปีหน้านั้นก็จะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจตรามากขึ้น เนื่องจาก ดอยเชียงดาวได้เป็นพื้นที่ชีวมณฑลแล้ว จึงต้องมีการทำงานอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยร่วมมือกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;ก่อนประกาศให้ดอยเชียงดาวเป็นพื้นที่ชีวมณฑล แห่งที่ 5 ของประเทศ ไทยมีพื้นที่สงวนชีวมณฑลอยู่ 4 แห่ง ได้แก่ &amp;nbsp;พื้นที่ชีวมณฑลสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา ขึ้นบัญชีเมื่อปี &amp;nbsp;2519 ปี 2520 ประกาศอีก 2แห่ง ได้แก่ แม่สาย - คอกม้า &amp;nbsp;จ.ลำปาง และปี 2540&amp;nbsp; ที่จังหวัดระนอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พืชถิ่นเดียวของไทย และพืชชนิดใหม่ของโลกที่เชียงดาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ความหลากหลายทางชีวภาพของดอยเชียงดาว ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องติดตามค้นหาต่อไป &amp;nbsp;แต่การค้นพบล่าสุดในกลุ่มพืชก็คือ การพบดอกไม้ ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่า เป็นพืชถิ่นเดียวของไทย และเป็นพืชชนิดใหม่ของโลก &amp;nbsp;โดยกรมอุทยานสัตว์และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รายงานว่าพบ พืชชนิดใหม่ของโลก 4 ชนิด คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทียนเชียงดาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เทียนเชียงดาว&amp;nbsp;Impatiens chiangdaoensis T. Shimizu เป็นไม้ล้มลุก สูง 10&amp;ndash;50 ซม. มีขนหยาบตามแผ่นใบด้านบน ก้านดอก ใบประดับ กลีบเลี้ยง กลีบดอก และผล ออกดอกสีม่วง ออกเดี่ยว ๆ &amp;nbsp;กลีบดอกกลีบกลางรูปหัวใจ กว้าง 1.2&amp;ndash;1.4 ซม. เป็นพืชถิ่นเดียวของไทย พบเฉพาะทางภาคเหนือที่ดอยเชียงดาว &amp;nbsp;ขึ้นตามหินปูนที่โล่ง ความสูง 1000&amp;ndash;2000 เมตร พบบริเวณเส้นทางไปยังอ่างสลุง บนยอดดอยหลวงเชียงดาว ช่วงเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทียนนกแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เทียนนกแก้ว&amp;nbsp;Impatiens psittacina Hook. F. ไม้ล้มลุกพบขึ้นตามซอกหินปูน ดอกสีม่วงอมชมพู รูปร่างโดยรวมคล้ายนกแก้ว เทียนนกแก้วถูกตีพิมพ์เป็นพืชชนิดใหม่ของโลกโดย Sir Joseph Dalton Hooker อดีตหัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์คิว สหราชอาณาจักร โดยตีพิมพ์ในวารสาร Botanical Magazine 127: t. 7809 ปี ค.ศ. 1901 และได้ให้ชื่อสามัญไว้ว่า &amp;lsquo;cockatoo balsam&amp;rsquo; ต้นพืชได้ถูกค้นพบในรัฐฉาน เมียนมา เมล็ดถูกส่งให้สวนพฤกษศาสตร์คิวในปี ค.ศ. 1899 ปลูกและออกดอกในปี ค.ศ. 1900 มีเขตการกระจายพันธุ์ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียถึงเมียนมา และทางตอนเหนือของไทย คำระบุชนิด &amp;lsquo;psittacina&amp;rsquo; หมายถึง &amp;lsquo;parrot-like&amp;rsquo; คือคล้ายนกแก้วเมื่อมองจากด้านข้างตอนดอกบาน พบบริเวนดงไม้หก ทางขึ้นปางวัว บนดอยหลวงเชียงดาว ช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชมพูเชียงดาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชมพูเชียงดาว&amp;nbsp;Pedicularis siamensis Tsoong ไม้ล้มลุก สูง 40&amp;ndash;60 ซม. ลำต้นมีขน &amp;nbsp;มีดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ ยาวได้ถึง 40 ซม. &amp;nbsp;ดอกสีชมพูถึงม่วงเข้ม เป็นพืชถิ่นเดียวของไทย พบบนยอดดอยหลวงเชียงดาวและกิ่วลม ความสูง 1800&amp;ndash;2100 เมตร ช่วงเดือนตุลาคม-มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขาวปั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขาวปั้น&amp;nbsp;Pterocephalodes siamensis (Craib) V.Mayer &amp;amp; Ehrend. (ชื่อพ้อง Scabiosa siamensis Craib) ไม้ล้มลุก สูง 10&amp;ndash;50 ซม. ลำต้นอวบหนา มีช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น ออกเดี่ยว ๆ &amp;nbsp;เป็นพืชถิ่นเดียวของไทย พบทางภาคเหนือที่ดอยหัวหมด จังหวัดตาก และดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นตามเขาหินปูนที่เปิดโล่ง ความสูง 900&amp;ndash;2200 เมตร จะพบได้บนยอดดอยหลวงเชียงดาวและกิ่วลม ช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดอกไม้อื่่นๆในเชียงดาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บั้งม่วงเชียงดาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			ศรีพายัพ
		
	


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			สิงโตชมพูเชียงดาว
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117873</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ดอยเชียงดาว, Biosphere Reserve, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), นายวราวุธ ศิลปอาชา, พื้นที่สงวนชีวมณฑล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_614ff9a9bd298.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ย้ำความมั่นใจชาวบ้านบางกลอย คุณภาพชีวิตต้องดีขึ้น หลังป่าแก่งกระจานได้ขึ้นเป็นมรดกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 ส.ค.นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมผู้บริหาร ทส. นำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; ได้เดินทางเข้าไปติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่ทำกินให้กับชาวบ้าน ในพื้นที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่บ้านบางกลอยล่าง ว่าจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภายหลังจากที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับผืนป่าแก่งกระจานเป็นอย่างยิ่ง และห่วงใยความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวบางกลอย โดยกำชับให้เร่งแก้ไขปัญหาในส่วนที่ยังขาดเหลือ ส่วนไหนที่ดีอยู่แล้วต้องเร่งพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้สามารถรองรับการเป็นมรดกโลกของพื้นที่ได้โดยเร็ว การลงพื้นที่ในครั้งนี้ จึงเป็นการมาติดตามผลการดำเนินงานของกระทรวงฯ ว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วยังขาดเหลือสิ่งใดอยู่หรือไม่ เพื่อเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่บางกลอยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ยังได้กล่าวถึงผลการติดตามการดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย ว่า เบื้องต้นพบว่า การจัดหาน้ำสำหรับการบริโภคให้กับชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านนั้น มีปริมาณน้ำที่เพียงพอและมีคุณภาพน้ำที่ดีเหมาะสมต่อการบริโภค จากระบบน้ำบาดาลที่ให้ปริมาณน้ำประมาณ 2 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สำหรับน้ำอุปโภคนั้นได้มีการติดตั้งระบบกระจายน้ำไปแล้ว แต่อาจจะยังมีบางพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล ซึ่งอยู่ระหว่างการวางแผนระบบกระจายน้ำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้และสามารถพัฒนาพื้นที่ต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมระบบประปาบาดาล ขนาด 20 ลูกบาศก์เมตร พร้อมจุดบริการน้ำดื่มสะอาด และระบบสูบน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งติดตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก เพื่อให้บริการน้ำดื่มสะอาดกับทั้ง 2 หมู่บ้าน คือ บ้านโป่งลึก และบ้านบางกลอย และตรวจเยี่ยมแปลงสาธิตการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืนบ้านบางกลอย เนื้อที่ 75 ไร่ ของชาวบ้านจำนวน 8 ราย ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กรมพัฒนาที่ดิน และชาวบ้านเจ้าของพื้นที่ ดำเนินการปรับพื้นที่และปรับปรุงคุณภาพดินด้วยการปลูกปอเทือง ก่อนที่จะมีการปลูกไม้ผลตามความต้องการของชาวบ้านแต่ละรายต่อไป พร้อมกันนี้ ยังได้มอบสิ่งของจำเป็น อาทิ น้ำดื่ม ข้าวสาร น้ำปลา แอลกอฮอล์ ให้กับนายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านบางกลอย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านต่อไป รวมถึงได้พบปะพูดคุยกับชาวบ้านตลอดเส้นทางการตรวจเยี่ยมโครงการต่าง ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการแก้ไขปัญหาน้ำกิน น้ำใช้ และที่ดินทำกิน ให้กับชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย เป็นผลจากการดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านบางกลอย 9 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการสำรวจที่ดินทำกิน 2) ด้านงานบริหารจัดการน้ำ 3) ด้านงานพัฒนาปรับปรุงดิน 4) ด้านงานจัดทำแปลงสาธิตการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน 5) ด้านงานพัฒนาอาชีพทางเลือกและสร้างรายได้ 6) ด้านงานพัฒนาการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม 7) ด้านงานมวลชนสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์ 8) ด้านสำมะโนประชากร และ 9) ด้านงานพัฒนาคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาที่ดิน, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบ้านบางกลอย, ทส., นายจตุพร บุรุษพัฒน์, นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร, นายธัญญา เนติธรรมกุล, นายนิรันดร์ พงษ์เทพ, นายวราวุธ ศิลปอาชา, บ้านโป่งลึก-บางกลอย, ป่าแก่งกระจาน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มรดกโลก, แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านบางกลอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612d77175806f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. ชู G-Green ตอบโจทย์ BCG Model พร้อมโชว์เคส G ทอง สบู่สมุนไพรไทยรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชูโครงการ G-Green ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ช่วยตอบโจทย์ วาระแห่งชาติ BCG Model ยุคเทรนด์ธุรกิจรักษ์โลก พร้อมโชว์เคส G ทอง ปี 64 บริษัทผลิตสบู่และแชมพูสมุนไพรไทย สร้างจุดขายจากรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม แถมมุ่งเป้ายกระดับสู่มาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio Economy Circular Economy Green Economy ) หรือ BCG Model ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการผลักดันการพัฒนาดังกล่าวให้ไปสู่ในระดับชุมชน และประชาชน โดยมุ่งให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ที่มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้คุ้มค่า และมากที่สุด ตั้งแต่การผลิต การออกแบบ ที่ให้เกิดของเสียน้อยที่สุด การใช้วัสดุทางเลือก ตลอดจนการนำวัสดุมาใช้ซ้ำ และแปรสภาพกลับมาใช้ใหม่ สร้างจิตสำนึกและความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อไปว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การทำงานตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการผลิต การบริการและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการ G-Green ที่ประกอบด้วย โครงการ Green Product , Green Hotel , Green Office , Green National Park , Green Restaurant, Green Airport และ Green Coffee Shop เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในภาคการผลิต ได้แก่ สถานประกอบการขนาดเล็ก ภาคบริการ ได้แก่ สำนักงาน โรงแรม ร้านอาหารอุทยานแห่งชาติ และผู้บริโภคระดับประชาชน ปรับพฤติกรรมมุ่งสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การขับเคลื่อน G - Green ด้วยวิถีชีวิตใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางของ Circular Economy&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน โครงการ G-Green ได้การตรวจประเมินและรับรอง พร้อมมอบตราสัญลักษณ์ G - Green ที่แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) ระดับดีมาก (G เงิน) และระดับดี (G ทองแดง) ซึ่งมีอายุการรับรอง 3 ปี ให้สถานประกอบการ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มากกว่า 1,854 แห่ง ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ ส่งผลให้สามารถลดการใช้ พลังงานและทรัพยากร ลดการเกิดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gases: GHG) ออกสู่บรรยากาศ&amp;nbsp; เห็นผลอย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดการนำแบบอย่างที่ดีสู่การขยายผลไปยังสถานประกอบการ และหน่วยงานอื่นๆ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกัน ต่อยอดยกระดับสู่มาตรฐานในระดับสากล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รมว.ทส. กล่าวถึงความสำเร็จจากตัวอย่างของโครงการฯ ว่า บริษัท จี เอซ ซัพพลาย จำกัด เป็นผู้ผลิตสบู่ และแชมพูจากสมุนไพรไทย เช่น ขมิ้นและใบบัวบก ภายใต้เครื่องหมายการค้า Goldy Herb เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เห็นความสำคัญและได้เข้าร่วมโครงการฯกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินพัฒนาเพื่อก้าวเป็นองค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายที่ชัดเจน และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; จนประสบความสำเร็จ สามารถผ่านการตรวจประเมินและรับรอง จนได้รับตราสัญลักษณ์ G - Green ระดับดีเยี่ยม&amp;nbsp; หรือ G ทอง ปี 2564 นับเป็นแบบอย่างของปรับพฤติกรรมมุ่งสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามวัตถุประสงค์ของ G &amp;ndash; Green ทั้งนี้ บริษัทได้ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;โดยกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านการควบคุมคุณภาพผลิตตามมาตรฐาน ระบบการจัดการน้ำเสียจากกระบวนการผลิตเพื่อป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้พนักงานตระหนักและร่วมมือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเน้นถึงการควบคุมคุณภาพการผลิต&amp;nbsp; พร้อมดำเนินการจัดการน้ำเสียที่เกิดขึ้นในผลิตอย่างได้มาตรฐาน และผ่านกระบวนการบำบัดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; พร้อมกันนี้ ทางบริษัทยังได้ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาการผลิตสู่มาตรฐานสากลต่อไป เป็นการชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การเข้าร่วม G &amp;ndash; Green ได้สร้างประโยชน์ให้กับการดำเนินเนินธุรกิจ โดยเฉพาะด้านการเพิ่มภาพลักษณ์องค์กรในการเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสการเข้าถึงและขยายตลาดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้บริโภค และที่สำคัญสามารถลดต้นทุนจากการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo;นายวราวุธ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจ ต้องการเข้าร่วมโครงการ G-Green สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โทรศัพท์ o 2298 5653, 0 2278 8400 ต่อ 1661 หรือทาง Facebook Fanpage กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และ เว็ปไซต์กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม www.deqp.go.th &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114719</URL_LINK>
                <HASHTAG>BCG Model, Bio Economy Circular Economy Green Economy, Circular Economy, Green Airport, Green Coffee Shop, Green Hotel, Green National Park, Green Office, Green Product, Green Restaurant, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การบริการและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, นายวราวุธ ศิลปอาชา, บริษัท จี เอซ ซัพพลาย จำกัด, บริษัทผลิตสบู่และแชมพูสมุนไพรไทย, ภายใต้เครื่องหมายการค้า Goldy Herb, รมว.ทส., รักษ์สิ่งแวดล้อม, สส., เทรนด์ธุรกิจรักษ์โลก, เศรษฐกิจหมุนเวียน, แชมพูจากสมุนไพรไทย, โครงการ G-Green</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61288598ca7e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” เดินหน้าต่อ กิจกรรม“กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง”  ไปได้สวย 8 โรงเรียนริมคลองแสนแสบ ส่ง 120 เยาวชน เข้าร่วมเรียนรู้เพื่อดูแลรักษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.ทส.&amp;rdquo;วราวุธ ศิลปอาชา&amp;rdquo; ชื่นชมกิจกรรม&amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; ที่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จับมือตาวิเศษไปได้สวย 120 เยาวชนจาก 8 โรงเรียนริมคลองแสนแสบและคลองสาขาพร้อมใจเข้าร่วมเรียนรู้ผ่านออนไลน์เป็นเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังรักษาคูคลอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟูคลองแสนแสบ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลับมามีความสวยงาม น้ำใสสะอาด และการสัญจรมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้เป็นคลองระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กทม. และปริมณฑล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมีนโยบายให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ในฐานะคณะอนุกรรมการบริหาร พัฒนา อนุรักษ์และฟื้นฟูคลองแสนแสบ โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับสมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) ดำเนินกิจกรรม &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; เป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังคูคลอง และดูแลสิ่งแวดล้อมริมฝั่งคลองแสนแสบหรือคลองสาขา เป็นการเตรียมความพร้อมในการสร้าง &amp;ldquo;เครือข่ายโรงเรียนรักคลองแสนแสบ&amp;rdquo; ตามแผนปฏิบัติการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ระยะกลาง ปี พ.ศ.2565-2570&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; นับเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์และควรแก่การสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะมีแนวทางที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อสร้างความตระหนัก และจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน รวมถึงส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังรักษาคูคลอง ซึ่งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้รายงานว่า มีโรงเรียนที่ตั้งอยู่แนวคลองแสนแสบและคลองสาขา ให้ความสนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมถึง 8 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการนำร่อง &amp;nbsp;ประกอบด้วยโรงเรียนวัดบรมนิวาส โรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน โรงเรียนสุเหร่าดอนสะแก โรงเรียนสามแยกคลองหลอแหล โรงเรียนวัดปลูกศรัทธา โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ โรงเรียนวัดใหม่ลำนกแขวก และโรงเรียนวัดแสนสุข&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า &amp;nbsp;ล่าสุด ภายใต้กิจกรรม &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; ได้จัดการอบรมตัวแทนเยาวชนจากทั้ง 8 โรงเรียนที่อยู่ในระดับชั้น ป.5-ม.3&amp;nbsp; จำนวน 120 คน ผ่านระบบออนไลน์ &amp;nbsp;จุดประสงค์เพื่อส่งเสริมแนวคิดของกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษากับการสร้างจิตสำนึก และส่งเสริมความพร้อมแก่เครือข่ายเยาวชนจิตอาสาในการเฝ้าระวัง และดูแลลำคลอง โดยมีหัวข้ออบรมที่น่าสนใจ เช่น ความสัมพันธ์สายน้ำกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม, คลองแสนแสบ ความเป็นมา ความสัมพันธ์ ความสำคัญการใช้ประโยชน์ในอดีตและปัจจุบัน, มลพิษทางน้ำ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ, ขยะและการจัดการขยะ,การเก็บข้อมูลชุมชนอย่างง่าย, การตรวจวัดคุณภาพน้ำ ทางกายภาพ และทางเคมี, แนะนำอุปกรณ์ เครื่องมือและการใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูล, การตรวจวัดคุณภาพน้ำ ทางชีวภาพ, แนะนำอุปกรณ์ เครื่องมือและการใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูล และทักษะการนำเสนอข้อมูล และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; นอกจากการเสริมสร้างความรู้ให้กับตัวแทนเยาวชนแล้ว ยังมีการจัดประชุมผู้บริหารโรงเรียนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อชี้แจงปฏิทินดำเนินงาน รายละเอียดกิจกรรมฯ และบทบาทการมีส่วนร่วม รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะการดำเนินกิจกรรมที่เอื้อประโยชน์และอำนวยความสะดวกในทางปฏิบัติให้แก่โรงเรียน พร้อมทั้ง จัดอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูพี่เลี้ยง จำนวน 14 คน ผ่านระบบออนไลน์เช่นกัน เพื่อส่งเสริมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการการจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา ที่สำคัญยังได้เปิด Facebook Fanpage&amp;nbsp; &amp;ldquo;เครือข่ายเยาวชนรักคลองแสนแสบ&amp;rdquo; ขึ้น ให้เป็นช่องทางในการสื่อสาร เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมของเครือข่ายเยาวชนรักคลองแสนแสบออกไปสู่สาธารณชน อันจะนำมาถึงการรับรู้และความร่วมมือในกิจกรรมดังกล่าวต่อไป&amp;rdquo; นายวราวุธ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114402</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง, คลองระบายน้ำ, ความสัมพันธ์สายน้ำกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม, จิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม, นายวราวุธ ศิลปอาชา, ป้องกันน้ำท่วม, ฟื้นฟูคลองแสนแสบ, รมว.ทส., สมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ), เครือข่ายเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังรักษาคูคลอง, เครือข่ายเยาวชนรักคลองแสนแสบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124d7688d0d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ห่วงวิกฤตขยะพุ่ง จัดติวเข้มผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;วราวุธ&amp;rdquo; รมว.ทส. ลุยสร้างสังคมปลอดขยะอย่างยั่งยืน หลังปริมาณขยะพุ่ง มอบกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นแม่งานจัดโครงการอบรมออนไลน์ขับเคลื่อนผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทาง นำร่องพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และนครปฐม พร้อมเร่งขยายผลทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย ถือเป็นหนึ่งนโยบายสำคัญของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในแนวทางที่สำคัญ คือ การส่งเสริมการจัดการขยะที่ต้นทางภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชน และประชาชน ในการลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง สามารถนำไปต่อยอด ขยายผล และเป็นต้นแบบการจัดการขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทางให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ด้วยในปัจจุบันปัญหาปริมาณขยะมูลฝอยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงวิกฤตสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เกิดขยะพลาสติกมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 60 จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการคัดแยกขยะจากต้นทาง เช่น กลุ่มของเศษอาหาร ขยะพลาสติก ขยะติดเชื้อ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo; ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ 3 จังหวัด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด สำหรับผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยในขณะนี้ ได้เป็นไปตามแผนที่กำหนด โดยล่าสุด กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้มีการจัดกิจกรรมอบรม ภายใต้โครงการอบรมออนไลน์ขับเคลื่อนผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทางขึ้น ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้กิจกรรมจิตอาสาตามแนวพระราชดำริ เข้ามาช่วยในการพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากรและขยายเครือข่ายจิตอาสาการจัดการขยะที่ต้นทาง และเกิดต้นแบบการขยายผลอย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมทั่วประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; โครงการอบรมออนไลน์ขับเคลื่อนผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทาง จะประกอบด้วย การเสวนา : ผู้นำจิตอาสาสร้างวินัย ลด คัดแยกขยะที่ต้นทาง โดยมีผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนภาคเอกชน และผู้นำชุมชน ร่วมเป็นวิทยากร พร้อมกันนี้มีการบรรยายจากนักวิชาการสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อนวัตกรรมการจัดการขยะอินทรีย์ &amp;ldquo;หนอนแมลงวันลาย&amp;rdquo; ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่สามารถช่วยจัดการขยะอินทรีย์ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ซึ่งการอบรมออนไลน์ดังกล่าว ได้นำมาซึ่งความรู้ความเข้าใจ และหันมาให้ความสำคัญในการกำจัดขยะ ตลอดจนทราบถึงแนวทาง และนวัตกรรมต่างๆ ที่มีส่วนในการลด และคัดแยกขยะที่ต้นทาง เพื่อนำไปสู่สังคมปลอดขยะอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo; ขณะนี้ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งหามาตรการและวางแนวทางแก้ไข รวมถึงรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน ซึ่งโครงการอบรมออนไลน์ขับเคลื่อนผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทาง ที่ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงเป็นอีกความพยายามในการดำเนินการ เพื่อสร้างความร่วมมือช่วยกันลดปริมาณขยะได้ ดังนั้นขอให้ประชาชนคนไทยได้ช่วยคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อง่ายต่อการกำจัด เพื่อสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ และระบบนิเวศที่ยั่งยืน&amp;rdquo; นายวราวุธ กล่าวทิ้งท้าย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114087</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การจัดการขยะมูลฝอย, คัดแยกขยะ, จัดการขยะอินทรีย์, นายวราวุธ ศิลปอาชา, สังคมปลอดขยะ, หนอนแมลงวันลาย, โครงการอบรมออนไลน์ขับเคลื่อนผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120f70f38b94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 18:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ”ห่วงใยประชาชน แนะทิ้งชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit และหน้ากากอนามัย อย่างถูกวิธี ป้องกันการแพร่ระบาดจากขยะติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;รมว.ทส.&amp;ldquo;วราวุธ ศิลปอาชา&amp;rdquo; ห่วงใยประชาชน กำหนดแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดจากขยะติดเชื้อ โควิด - 19 หลังมีการใช้ชุดตรวจโควิด-19 antigen test kid และหน้ากากอนามัยมากขึ้น พร้อมแนะ 3 วิธีกำจัดอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.)&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้อนุญาตให้มีการวางขาย Antigen Test Kit ชุดตรวจ COVID &amp;ndash; 19 ให้ประชาชนสามารถซื้อตรวจเองที่บ้านได้ ส่งผลให้ขณะนี้ประชาชนสนใจใช้ชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit กันมากขึ้น เพราะมีความสะดวก ปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในการเดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาล และลดจำนวนการติดเชื้อให้น้อยลง แต่เมื่อมีการใช้มากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทิ้งและนำไปกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบดังกล่าว จึงได้มีนโยบายให้จัดทำข้อแนะนำเบื้องต้นสำหรับประชาชนในการทิ้งชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit รวมถึงหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากขยะติดเชื้อที่ใช้แล้วดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo; สำหรับแนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อจากชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit รวมถึงหน้ากากอนามัย ด้วยการจัดทำเป็นข้อแนะนำ และแนวทางดำเนินการไปยังสถานพยาบาลภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนอย่างถูกวิธี โดยต้องมีระบบจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้ออย่างถูกวิธี และครบวงจร ตั้งแต่การคัดแยก การเก็บรวบรวม การขนส่ง การบำบัด และการกำจัด และประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินงานในการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายวราวุธ &amp;nbsp;กล่าวต่ออีกว่า เนื่องจากชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit &amp;nbsp;เมื่อใช้แล้วถือเป็นขยะติดเชื้อชนิดหนึ่ง ซึ่งอันตรายและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการจัดการขยะติดเชื้อ และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; โดยต้องทิ้งอย่างถูกวิธีใน 3 วิธีการ คือ หนึ่ง แยกชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit ที่ใช้แล้ว ในซองยาหรือถุงพลาสติก เขียนระบุ &amp;ldquo;ขยะติดเชื้อ&amp;rdquo; ให้ชัดเจน สอง พ่นหรือราดด้วย แอลกอฮอล์/น้ำยาฆ่าเชื้อ/น้ำยาฟอกขาว เพื่อฆ่าเชื้อและปิดถุงให้สนิท และสาม นำไปทิ้งโดยแยกถุงออกจากขยะทั่วไป เพื่อให้เจ้าหน้าที่แยกไปกำจัดได้อย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;3 วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและคล้ายกับการทิ้งหน้ากากอนามัย ดังนั้นประชาชนจึงสามารถทิ้งรวมกับหน้ากากอนามัยใช้แล้วได้ และปิดปากถุงให้แน่น และอาจมีเขียนหรือติดหน้าถุงไว้ เพื่อเจ้าหน้าที่ที่เก็บขนจะได้ทราบและป้องกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ไปในตัว รวมถึงไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp; กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานที่ราชการ สถานที่ทำงานเอกชน สถานประกอบการ อาคารชุด ขอให้มีการจัดให้มีถังขยะสำหรับทิ้ง ชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit และหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วโดยเฉพาะ และติดสัญลักษณ์ รูปภาพข้อความที่สื่อถึงชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit และหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ควรวางไว้ในจุดรวบรวมที่สามารถเห็นได้ชัดเจน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้การทิ้งชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit &amp;nbsp;และหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วในองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยแสดงแผนผังหรือรูปภาพแสดงวิธีการทิ้งที่ถูกต้องไว้บริเวณที่ตั้งถังขยะ และที่สำคัญต้องรวบรวมโดยแยกทิ้งจากขยะอื่น เพื่อส่งให้กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือส่งให้สถานที่กำจัดเอกชนนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป&amp;rdquo; นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113509</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การทิ้งชุดตรวจโควิด-19, การทิ้งหน้ากากอนามัย, กำจัดอย่างไม่ถูกวิธี, ขยะติดเชื้อ, ชุดตรวจ COVID – 19, ถังขยะสำหรับทิ้ง, นายวราวุธ ศิลปอาชา, ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, รมว.ทส., แนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a47f9ba524.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
