<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2019 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทุนสื่อฯ แจงยกเลิกงบสร้างหนัง&quot;โปรเม&quot; เพราะไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอที่ยื่นขอทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.62- นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวชี้แจงกรณีที่กองทุนฯ ได้ออกประกาศยกเลิกการอนุมัติโครงการ &amp;quot;เอรียา จุฑานุกาล&amp;quot; หลังจากที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติงบประมาณให้ดำเนินโครงการเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปี 2561 ในวงเงิน 16.5 ล้านบาทเมื่อวันที่ 29 พ.ค.62 ว่า จากการที่คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนฯ ได้อนุมัติงบประมาณเชิงยุทธศาสตร์ของปี 61 ซึ่งครั้งนี้มีผู้ได้รับอนุมัติจำนวน &amp;nbsp;40 โครงการ งบประมาณกว่า 160 ล้านบาทไปแล้วนั้น แต่หลังจากที่มีการอนุมัติงบประมาณไปแล้ว ได้พบข้อมูลที่ไม่สามารถอนุมัติงบประมาณให้ได้ &amp;nbsp;เนื่องจากเจ้าของโครงการไม่ได้ดำเนินการตามข้อเสนอที่ยื่นเข้ามายังกองทุนฯ โดยพบว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการจัดสร้างคืบหน้าไปแล้วถึงร้อยละ 80 - 90 มีการแถลงข่าวว่า จะจัดฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 8 ส.ค.นี้ อีกทั้งยังมีผู้สนับสนุนการจัดสร้างภาพยนตร์อีกหลายราย &amp;nbsp;จึงได้เชิญเจ้าของโครงการมาสอบถามข้อเท็จจริง และชี้แจงว่า ไม่สามารถอนุมัติงบประมาณให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวสันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการอนุมัติเงินกองทุนให้ก่อนหน้านี้ เพราะเจ้าของโครงการเสนอขอรับทุนในเชิงของการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชน ต ลอดจนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เอรียาประสบความสำเร็จในเวทีโลกได้ &amp;nbsp;ซึ่งเข้ากับหลักเกณฑ์ของกองทุน แต่เมื่อพบว่า ภาพยนตร์ดังกล่าวจัดสร้างไปมากแล้ว และมีผู้สนับสนุนหลายราย อีกทั้งทางกองทุนฯ ก็ไม่สามารถจ่ายเงินย้อนหลังให้ได้ &amp;nbsp;และยังมีประเด็นเรื่องลิขสิทธิ์ที่มีข้อจำกัดอยู่ &amp;nbsp;จึงมีการทบทวนและแจ้งยกเลิกสนับสนุนเงินทุนกับเจ้าของโครงการ &amp;nbsp;และหลังจากยกเลิก ทางกองทุนฯ จะคัดเลือกโครงการในหมวดเดียวกันใหม่เข้ามาแทนที่รวม 7 โครงการในวงเงินเท่ากัน &amp;nbsp;ทำให้โครงการที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณในปี 2561 นี้เพิ่มเป็นจำนวน 46 โครงการ ซึ่งโครงการทั้งหมดจะมีระยะเวลาดำเนินการให้แล้วภายใน 1 ปี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;สำหรับในปีนี้ ทางกองทุนฯ ยังอยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครโครงการประเภทเปิดรับทั่วไปให้บุคคลธรรมดา &amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป สามารถเสนอขอรับทุนได้จนถึงวันที่ 14 พ.ย. นี้ &amp;nbsp;ซึ่งโครงการครั้งนี้ จะเน้นการส่งเสริมเกี่ยวกับการผลิตและพัฒนาสื่อสำหรับเด็กและเยาวชน &amp;nbsp;ประชาชนทั่วไป &amp;nbsp;สื่อสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ และสื่อสำหรับการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและเฝ้าระวังสื่อ และงานวิจัยและการขับเคลื่อนสังคมในประเด็นการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ วงเงินงบประมาณจำนวน &amp;nbsp;203 ล้านบาท&amp;quot; &amp;nbsp; นายวสันต์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37320</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, นายวสันต์ ภัยหลักลี้, หนังโปรเม -อารียา, เอรียา จุฑานุกาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf114cfaa8db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทุนสื่อปลอดภัยฯแจก400ล้านสร้างสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก-เยาวชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.61-กองทุนสื่อปลอดภัยฯ ให้&amp;nbsp;400 ล้านผลิตสื่อสร้างสรรค์เน้นไปที่เด็ก-เยาวชน ปรับแก้อุปสรรคเหลือ คณะอนุ กก.กลั่นกรองโครงการคณะเดียวพิจารณาก่อนเสนออนุมัติ &amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมให้ลิขสิทธิ์ร่วม &amp;nbsp;สองผู้กำกับดังเผยเป็นข่าวดีวงการบันเทิง &amp;nbsp;รับสื่อที่ดีของเด็กยังน้อย ต้องทำสงครามสู้ภัยคุกคาม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศูนย์การประชุมชั้น 8 กระทรวงวัฒนธรรม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมชี้แจง เรื่องการเปิดรับข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรมเพื่อขอรับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประจำปี 2561 โดยมีผู้บริหารกองทุนฯ เครือข่ายผู้ประกอบการ ผู้ผลิตสื่อ ผู้จัดรายการ นักประพันธ์ สื่อมวลชนและเครือข่ายเยาวชน เข้าร่วมกว่า 350 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ &amp;nbsp;กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ.2558 ได้เปิดรับข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรมเพื่อขอรับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประจำปี 2561 มีแนวทางให้ทุนสนับสนุนแบ่งเป็น 2 ประเภท &amp;nbsp;คือ ทุนแบบเปิดทั่วไป มีวงเงิน 240 ล้านบาท และทุนสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์ มีวงเงิน 160 ล้านบาท ทุนนี้จะเน้นไปที่ภาคีทำงานด้านสื่อ ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ &amp;nbsp;ภาคีของรัฐ &amp;nbsp; โดยโครงการหรือกิจกรรมที่เสนอเข้ามา จะต้องตอบโจทย์ยุทธศาสตร์และวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ และในแต่ละโครงการมีระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 1 ปี &amp;nbsp;แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ การผลิตสื่อสำหรับเด็กและเยาวชน, การผลิตสื่อทั่วไป อาทิ ประชาชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือปลูกฝังคุณธรรม 5 ประการตามแผนพัฒนาชาติ 20 ปี &amp;nbsp;, &amp;nbsp;การรู้เท่าทันสื่อ การเฝ้าระวัง เน้นไปที่กระบวนการหรือกลไกในการทำงาน และการวิจัยองค์ความรู้ เน้นวิจัยการพัฒนาที่จะไปสู่การสร้างนวัตกรรม ปีนี้กำหนดช่องทางการส่งข้อเสนอโครงการฯ ผ่านระบบออนไลน์ช่องทางเดียว ทางเว็บไซต์ของกองทุนฯ www.thaimediafund.or.th การเปิดรับโครงการคาดว่าจะมีขึ้นปลายเดือน พ.ค.2561 กำหนดระยะเวลาประมาณ 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; ปี 2560 มี 477 โครงการ ยื่นขอการสนับสนุน &amp;nbsp;ได้รับการอนุมัติ 53 โครงการ ในจำนวนนี้ 48 โครงการจะทยอยเผยแพร่สู่ประชาชน &amp;nbsp; ในปี 2561 โครงการที่จะขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ &amp;nbsp;จะต้องตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ 4 ด้าน &amp;nbsp;ในการส่งเสริมและพัฒนาการเผยแพร่สื่อปลอดภัยสร้างสรรค์ โครงการจะต้องครบถ้วน ถูกต้อง เหมาะสม มีเป้าหมาย ปีนี้ยังปรับแก้สาระสำคัญเพื่อลดอุปสรรคการผลิตสื่อคุณภาพ &amp;nbsp;เพราะผู้ขอทุนไม่ได้มารับจ้างผลิต แต่มานำเสนอโครงการเพื่อผลิตสื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทยร่วมกัน จึงกำหนดให้มีคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและพัฒนาโครงการเพียงคณะเดียวเพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองและพัฒนาโครงการก่อนเสนอให้คณะอนุกรรมการพิจารณาอนุมัติ &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ เดิมลิขสิทธิ์เป็นของกองทุนฯ แต่เพียงผู้เดียว เว้นเต่จะตกลงเป็นอย่างอื่น ปีนี้เปลี่ยนเป็นลิขสิทธิ์ร่วมกันของ 2 ฝ่าย ฝ่ายรับทุนและฝ่ายให้ทุน เนื่องจากปีที่แล้วมีโครงการที่ได้รับทุนถอนตัว เพราะติดขัดเรื่องลิขสิทธิ์ น่าเสียดาย อย่างไรก็ตาม หากผู้ผลิตจะนำไปใช้เพื่อการค้ากำไรจะต้องได้รับอนุญาติจากกองทุนก่อน โดยจัดสรรผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นเป็นตัวเงิน 50 : 50 &amp;nbsp;&amp;quot; นายวสันต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศรัณยู วงษ์กระจ่าง นักแสดงและผู้กำกับการแสดงละครและภาพยนตร์ กล่าวว่า ตั้งใจมารับฟังเงื่อนไขการขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ &amp;nbsp; ซึ่งมีคนในวงการบันเทิงมาร่วมประชุมจำนวนมาก &amp;nbsp;ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ผลิตสื่อที่มีความคิดสร้างสรรค์ เพียงแต่เม็ดเงินกองทุนฯ มีจำกัด หากโครงการที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อสังคมไทยเสนอเข้ามาจำนวนมากจะจัดสรรอย่างไร &amp;nbsp;ซึ่งโครงการที่มีคุณค่ากับสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน มักจะสวนทางกับธุรกิจ และหาทุนสนับสนุนยาก งบผลิตสื่อสร้างสรรค์จึงจุดประกายเป็นเรื่องที่ดี ผู้ผลิตสื่อควรคิดคำนึงถึงเด็กและเยาวชนให้มากยิ่งขึ้น เพราะเป็นรากฐานของสังคม &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนิตย์ จิตนุกูล ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง กล่าวว่า นับเป็นข่าวดีที่ผู้ผลิตสื่อจะมีโอกาสใช้เงินจากกองทุนฯนี้สร้างสรรค์ผลงานผ่านสื่อต่างๆ ให้กว้างขวางมากขึ้น จากการรับฟังพบว่าการผลิตสื่อเน้นเรื่องเยาวชนเป็นหลักยิ่งเป็นเรื่องดี เพราะเยาวชนเป็นกำลังของชาติในอนาคต หากมีโอกาสปลูกฝังสิ่งดีๆ ให้กับเด็กจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตในอนาคต ที่ผ่านมาต้องยอมรับมีสื่อดีๆ สำหรับเด็กน้อยมาก ส่วนลิขสิทธิ์ร่วมกันที่กองทุนได้ชี้แจงนั้นถือว่ามากแล้ว ทำงานแบบนี้เราทำด้วยใจสร้างผลงานให้กับสังคpuiมและชาติ &amp;nbsp;ไม่ได้คิดค้ากำไร หากมีการสร้างภาพยนตร์เพื่อขอรับทุนน่าจะได้รับการสนับสนุนไม่ยาก กองทุนฯ มีการวางยุทธศาสตร์เผยแพร่ผลงานไปให้ได้มากที่สุดเหมือนทำสงครามกับสื่อที่คุกคามเยาวชน สำหรับปรับปรุงเงื่อนไขของกองทุนที่ติดขัดจากปีที่ผ่านมา จะทำให้ผู้ขอทุนมีหนทาง เผยแพร่ได้หลากหลายช่องทาง และไม่ได้ผลิตมาไว้บนหิ้งเหมือนในอดีต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8180</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสื่อสร้างสรรค์ปลอดภัย, นนทรีย์นิมิบุตร, นายวสันต์ ภัยหลักลี้, ศรัณญู วงศ์กระจ่าง, เด็ก-เยาวชน, ให้ทุนผลิตสื่อสร้างสรรค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae6ff1613143.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2026 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ออเจ้า&quot;แรงไม่หยุดวธ.ชวนช่อง3ทำ&quot;บุพเพสันนิวาส&quot; เป็นหนัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18เม.ย.61- วธ.จับมือ มธ.-กองทุนสื่อปลอดภัยฯ ถอดบทเรียนละครบุพเพฯ ชี้เป็นจุดเปลี่ยนละครไทย ยกเป็นต้นแบบละครน้ำดี สนุก-มีสาระ ไม่ต้องมีอิจฉาริษยา- เพศ-ความรุนแรง &amp;lsquo;วีระ&amp;rsquo; ชวนผู้จัดทำเป็นภาพยนตร์ &amp;nbsp;แนะควรหยิบเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สมัยพ่อขุนรามคำแหงฯ-ยุครัตนโกสินทร์ ทำเป็นหนัง-ละคร &amp;lsquo;หน่อง-อรุโณชา&amp;rsquo; ขานรับ เผยเตรียมทำหนังสือถ่ายทอดเบื้องหลัง-รวบรวมคำฮิต อโยธาเสร็จพ.ค.นี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และกระทรวงวัฒนธรรม จัดการเสวนาวิชาการ &amp;lsquo;ไขรหัสลับ ละครบุพเพสันนิวาส&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม บรรยายพิเศษ ตลอดจนวิทยากรจากทีมงานละครร่วมเสวนา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวสันต์ ภัยหลักลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า จัดเสวนาครั้งนี้เพื่อสรุปบทเรียนละครบุพเพสันนิวาสที่ทำให้คนไทยทั่วประเทศรู้สึกฟินกัน &amp;nbsp;รวมถึงคนไทยในต่างแดนและชาวต่างชาติที่ติดตามละครเรื่องนี้ &amp;nbsp; เป็นปรากฏการณ์สำคัญ เพราะไม่เพียงแต่เรตติ้งถล่มทลาย แต่วันที่ละครฉายคนกลับบ้านเฝ้าหน้าจอ และที่ยิ่งใหญ่คนไทยหันมาสนใจเรียนรู้รากวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มากขึ้น จำเป็นต้องไขรหัสความสำเร็จของละคร &amp;nbsp;และต้องการเห็นละครเรื่องนี้เป็นจุดเปลี่ยนละครไทย จากเดิมที่เห็นว่าล้าหลัง ซ้ำซากจำเจ น้ำเน่า &amp;nbsp;แต่ไปชื่นชอบละครเกาหลีเพราะมีการศึกษาวิจัยทุ่มเทการสร้าง แต่ละครบุพเพสันนิวาสมีความสร้างสรรค์ และเป็นละครน้ำดี สามารถถอดองค์ความรู้การผลิตและสร้างสรรค์ละครโทรทัศน์ที่เป็นต้นแบบของสื่อบันเทิงไทยที่ประสบความสำเร็จ ทั้งด้านให้ความบันเทิงและสร้างสรรค์พัฒนาสังคมให้เกิดการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ กล่าวว่า วธ. มีหน้าที่สนับสนุนส่งเสริมการผลิตละครและหนังของไทยที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างภาพลักษณ์เกียรติภูมิและรายได้ให้แก่ประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งละครบุพเพสันนิวาสเป็นตัวอย่างที่ดีของละครไทยที่สอดแทรกและเผยแพร่ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต อาหาร ภาษา และการแต่งกายของไทยครบถ้วน &amp;nbsp;จุดเด่นของละครเลือกเหตุการณ์สมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช &amp;nbsp;ซึ่งเป็นยุคสมัยที่มีการบันทึกข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรไว้จำนวนมาก คัดเลือกนักแสดงก็มีหน้าตาคล้ายกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ที่สืบค้นได้ ฉากสุดท้ายของพระนารายณ์ก็สมจริง ซึ่งคนไทยในปัจจุบันไม่เคยเห็นมาก่อน &amp;nbsp;อีกทั้งงานกราฟฟิกฉากวัดไชยวัฒนารามฯ และสภาพบ้านเรือนในอดีต &amp;nbsp; ทำให้ฉากในละครดูสมจริง ช่วงเวลาที่ออกฉายเข้ากับกระแสความสนใจเรื่องประวัติศาสตร์ไทย รวมถึงการแต่งกายชุดไทยในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว &amp;nbsp;นับเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ยอดเยี่ยม &amp;nbsp;ไม่ใช่ละครตบตีกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ละครยังส่งผลให้เกิดการตามรอยแม่การะเกดไปวัดไชยวัฒนาราม จนคนล้นวัด รวมถึงชาวต่างชาติ เพิ่มจากไม่ถึง 1,000 คนต่อวัน เป็น 8,000-10,000 คนต่อวัน นำมาสู่การขยายเวลาเข้าชมวัดไชยฯ &amp;nbsp;จนถึง เวลา 22.00 น


เว็บแทงบอล . โดยตนสั่งการกรมศิลปากรหากผู้เข้าชมเกิน 20,000 คนต่อวัน ให้ขยายเวลาเปิดถึง 24.00 น. &amp;nbsp;ยิ่งไปกว่านั้น หนังสือประวัติศาสตร์ขายดิบขายดี หนังสือที่เกี่ยวกับอยุธยาหมดหลายรายการ หนังสือจินดามณีขายดีจนขาดตลาดที่บูธกรมศิลปากร ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ คนสนใจการอ่านมากขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ก่อนหน้านี้ วธ.จัดประชุมสัมมนาผู้ประกอบการหนังและละครเพื่อร่างแผนปฏิบัติการสนับสนุนการสร้างหนังและละคร&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์ &amp;nbsp;ผมเห็นว่า มีหลายเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ควรส่งเสริมผลิตหนัง อย่าง สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่นอกจากประดิษฐ์อักษรไทยแล้ว ยังมีการสร้างเครื่องสังคโลก มีประเพณีลอยกระทง เทศกาลที่ยิ่งใหญ่อันดับ 2 ของโลก นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์สมัยรัตนโกสินทร์ตอนกลาง ร.4 &amp;ndash; ร.5 มีการปรับปรุงประเทศให้เจริญก้าวหน้า&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง และการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ การเสด็จประพาสยุโรปของ ร.5 &amp;nbsp;ประวัติศาสตร์ช่วงนี้สง่างาม ตัวละครสำคัญก็เยอะ คนไทยน่าจะมีโอกาสได้เรียนรู้ ตอนนี้ละครบุพเพสันนิวาสจบแล้ว ภาคสองต้องให้เวลา แต่อยากเสนอให้นำเรื่องราวจากละครมาตัดต่อใหม่จัดทำเป็นภาพยนตร์ฉายในโรงภาพยนตร์ อยากให้คนรู้สึกต่อเนื่องเรื่องประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;&amp;ldquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวอรุโณชา ภาณุพันธ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหาร บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด ผู้จัดละครบุพเพสันนิวาส กล่าวว่า &amp;nbsp;แนวทางที่ รมว.วธ. มอบไว้ให้จัดทำบุพเพสันนิวาสในรูปแบบภาพยนตร์ มีความเป็นไปได้ ตนจะนำไปหารือผู้ใหญ่ของช่อง 3 และถ้ามีเสียงเรียกร้องมา &amp;nbsp;ตนเห็นว่า ภาพยนตร์ที่ไม่มีโฆษณาคั่นจะได้อรรถรสการชม &amp;nbsp;แต่นาทีนี้มีแต่คนเฝ้ารอภาคต่อเรื่องพรหมลิขิต ซึ่งมาแรงมาก ในการทำละครเรื่องนี้ ตอนแรกก็เป็นห่วงเพราะไม่มีตัวร้าย มีเรื่องราวอิจฉาริษยา แต่ดำเนินเรื่องตามบทประพันธ์ของรอมแพง และบทละครโทรทัศน์ของอาจารย์ศัลยา สุขะนิวัตติ์ &amp;nbsp;ทำให้การถ่ายทอดและร้อยเรียงได้อย่างสนุกสนาน สอดแทรกประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม &amp;nbsp;อาหารไทย ผ้าไทย อย่างง่าย รู้สึกดีใจที่ละครมีประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้น ทำให้เราเข้าใจผู้ชมมากขึ้น ซึ่งอยากจะเห็นอีกมุมมอง ได้เห็นความงดงามของวัฒนธรรม พิธีแต่งงานสาดน้ำ คนไม่เคยเห็น &amp;nbsp;สะท้อนความอบอุ่นของครอบครัวไทยเป็นครอบครัวใหญ่ ขอบคุณออเจ้าผู้ชมทำให้ผู้จัดมีกำลังใจ เป็นละครของครอบครัวดูได้ทุกเพศทุกวัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ส่วนภาษาไทยวันละคำในละครบุพเพฯ เป็นสิ่งที่ทีมผู้สร้างคิดไว้แต่แรก เนื่องจากเป็นละครย้อนยุคสมัยอยุธยา คำไทยสมัยโบราณ ทั้งผู้ใหญ่และเด็กรุ่นใหม่ไม่คุ้นหู ควรมีการอธิบายให้เข้าใจง่าย เหมาะสมกับยุคสมัย ทั้งคำว่า ออเจ้า เพลา อึดตะปือนัง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเรื่องนี้มีคำไทยอีกเยอะมาก และมีแนวคิดจัดทำหนังสือเฉพาะกิจรวบรวมเบื้องหลังการถ่ายทำละครครอบคลุมทุกด้าน &amp;nbsp;ตลอดจนภาษาไทยวันละคำ น่าจะเกิดประโยชน์ต่อคนทำละครและคนอ่าน คาดว่าสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้จะเผยแพร่ได้ &amp;ldquo; นางสาวอรุโณชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์ฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาจากการเสวนาครั้งนี้ มธ. จะทำการสรุปมาจัดทำเป็นชุดองค์ความรู้ไปเผยแพร่แก่วงการสื่อและประชาชน โดยการสนับสนุนของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ &amp;nbsp;ละครเรื่อง &amp;lsquo;บุพเพสันนิวาส&amp;rsquo;ส่งผลในด้านบวกกับวงการละครโทรทัศน์ไทย จากเดิมที่สังคมทั่วไป มองว่าละครส่วนใหญ่มุ่งตอบสนองเพียงความบันเทิง อีกทั้งยังแฝงเนื้อหาเรื่องเพศ ความรุนแรง และไม่เหมาะสมต่อเยาวชน แต่ละครเรื่องนี้สร้างปรากฏการณ์ใหม่เปรียบเสมือนละครน้ำดีที่สามารถเป็นต้นแบบการเสนอเนื้อหาที่สร้างสรรค์ทั้งสนุกบันเทิงและมีสาระที่เป็นประโยชน์แก่สังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; &amp;nbsp;ละครเรื่องนี้สะท้อนแนวทางการปรับตัวที่ดีเยี่ยมของละคร ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ ใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่ดี และใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดียเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาฐานผู้ชมไว้ได้ในยุคที่ผู้ชมหันไปเปิดรับข่าวสารสื่อออนไลน์มากกว่าสื่อเดิม &amp;nbsp;ตลอดจนสื่อที่ดีเป็นเสมือนครูของสังคม กระตุ้นการเรียนรู้ ทำให้สังคมหันมาสนใจเรื่องประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ทั้งยังสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม วิถีชีวิต ประเด็นสังคมและการเมืองในอดีตและปัจจุบันได้กลมกลืน เป็นหน้าที่ของแวดวงวิชาการและวิชาชีพต้องร่วมมือกันถอดบทเรียนความรู้นี้ไปพัฒนาเป็นตัวแบบของการผลิตละครพัฒนาสังคมต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผศ.ดร. อัจฉรา กล่าวทิ้งท้าย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อยอดละครบุพเพสันนิวาส, นายวสันต์ ภัยหลักลี้, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, บุพเพสันนิวาส, วธ., ออเจ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad7176621fd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
