<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พณ.จับมือ3ปั๊มยักษ์ใหญ่ เติมน้ำมันสมนาคุณไข่ไก่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาณิชย์จับมือ 3 ปั๊มยักษ์ใหญ่ &amp;quot;ปตท.-บางจาก-พีทีจี&amp;quot; เติมน้ำมันสมนาคุณไข่ แก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด ในพื้นที่กรุงเทพ ปริมณฑล และภาคตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ 13 จังหวัด 790 สาขา พ่วงขายผักช่วยเกษตรกรน้ำท่วมภาคตะวันตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคมจะเป็นช่วงที่มีผลผลิตไข่ไก่เริ่มออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในทุกพื้นที่ ประกอบกับปัจจุบันเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้เกิดการชะลอตัวของการรับซื้อของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เกษตรกรขาดช่องทางในการกระจายผลผลิต เนื่องจากธุรกิจบริการ อาทิ โรงแรม ร้านอาหารไม่เปิดให้บริการ &amp;nbsp;จึงเกิดภาวะไข่ไก่ล้นตลาด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) จึงได้มอบนโยบายให้กรมการค้าภายในเร่งเข้าไปแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไข่ไก่ โดยดำเนินการตามมาตรการดังนี้ 1.เชื่อมโยงการจำหน่ายหรือกระจายไข่ไก่ผ่านช่องทางต่างๆ &amp;nbsp;เช่น งานธงฟ้า, รถจำหน่ายเคลื่อนที่ และสถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น 2.กำกับดูแลการค้าปลีก โดยติดตามภาวะการค้าปลีกและราคาขายปลีกในตลาดสด ให้สอดคล้องกับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม รวมทั้งตรวจสอบกำกับดูแลเครื่องชั่ง และการปิดป้ายแสดงราคาขายปลีก &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ กรมการค้าภายในได้ร่วมมือกับบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 3 รายใหญ่ &amp;nbsp;ประกอบด้วย บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), &amp;nbsp;บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท &amp;nbsp;ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รับซื้อไข่ไก่ในปริมาณ 1,450,000 ฟอง เพื่อจัดทำโปรโมชันเป็นของสมนาคุณให้ผู้ใช้บริการในสถานีจำหน่ายน้ำมันพีที พีทีที สเตชั่น และบางจาก ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ 13 จังหวัด 790 สาขา โดยกรมการค้าภายในช่วยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ เพื่อช่วยขยายช่องทางในการกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวเพิ่มเติมว่า มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการใช้มาตรการต่างๆ เพื่อเร่งกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ดังที่ได้กล่าวข้างต้น จะสามารถแก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด รักษาเสถียรภาพด้านราคาและปรับสมดุลกลไกตลาด อันจะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ รวมทั้งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกผักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี, ราชบุรี และจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียง ผลผลิตได้รับความเสียหาย รวมทั้งพฤติกรรมการบริโภคผักในช่วงเทศกาลกินเจมีปริมาณสูง &amp;nbsp;สินค้าผักจึงขาดแคลน ส่งผลให้ราคาสินค้าผักปรับตัวสูงขึ้น &amp;nbsp;กรมการค้าภายในได้ร่วมมือกับบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้ง 3 ราย ในการสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผักให้เกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม และให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าผักในราคาที่เหมาะสมในช่วงเทศกาลกินเจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 6-13 ตุลาคม 2564 ณ สถานีจำหน่ายน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ร่วมรายการ จำนวน 100 สาขา โดยผักที่นำมาวางจำหน่าย &amp;nbsp;ได้แก่ ผักคะน้า ราคา 35 บาท กวางตุ้ง 20 บาท ผักบุ้ง 25 &amp;nbsp;บาท ผักกาดขาว 25 บาท และกะหล่ำปลี 20 บาท เป็นต้น &amp;nbsp;โดยกรมการค้าภายในร่วมกับตลาดค้าส่งผัก อาทิ ตลาดไท, &amp;nbsp;ตลาดสี่มุมเมือง นำผักมาจำหน่ายเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ในราคาประหยัดกว่าปกติในช่วงเทศกาลกินเจประมาณ 40%.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118774</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม, บางจาก, ปตท., พาณิชย์จับมือ 3 ปั๊มยักษ์ใหญ่, พีทีจี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิบดีกรมการค้าภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615b07fd2f3dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการค้าภายในจับมือปั๊มน้ำมันรับซื้อไข่ไก่แก้ปัญหาล้นตลาด    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64- นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคมจะเป็นช่วงที่ผลผลิตไข่ไก่เริ่มออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในทุกพื้นที่ ประกอบกับปัจจุบันเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกิดการชะลอตัวของการรับซื้อของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เกษตรกรขาดช่องทางในการกระจายผลผลิต เนื่องจากธุรกิจบริการ อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร ไม่เปิดให้บริการ จึงเกิดภาวะไข่ไก่ล้นตลาด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงได้มอบนโยบายให้กรมการค้าภายในเร่งเข้าไปแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไข่ไก่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการที่จะดำเนินงาน คือ 1. เชื่อมโยงการจำหน่ายหรือกระจายไข่ไก่ผ่านช่องต่างๆ เช่น งานธงฟ้า รถโมบาย และสถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น 2. กำกับดูแลการค้าปลีก โดยติดตามภาวะการค้าปลีกและราคาขายปลีกในตลาดสดให้สอดคล้องกับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม รวมทั้งตรวจสอบกำกับดูแลด้านเครื่องชั่ง และการปิดป้ายแสดงราคาขายปลีก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ (4 ต.ค.64) กรมฯ ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 3 รายใหญ่ ประกอบด้วย บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) , บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รับซื้อไข่ไก่ในปริมาณ 1,450,000 ฟอง เพื่อจัดทำโปรโมชันเป็นของสมนาคุณให้กับผู้ใช้บริการในสถานีจำหน่ายน้ำมัน พีที พีทีที สเตชั่น และบางจาก ในพื้นที่กรุงเทพ ปริมณฑลฯ และภาคตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ 13 จังหวัด 790 สาขา โดยกรมฯ ช่วยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ เพื่อช่วยขยายช่องทางในการกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมฯ มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการใช้มาตรการต่างๆ เพื่อเร่งกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ดังที่ได้กล่าวข้างต้น จะสามารถแก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด รักษาเสถียรภาพด้านราคาและปรับสมดุลกลไกตลาด อันจะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ รวมทั้งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกผักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียงมีผลผลิตได้รับความเสียหาย รวมทั้งพฤติกรรมการบริโภคผักในช่วงเทศกาลกินเจมีปริมาณสูง สินค้าผักจึงขาดแคลน ส่งผลให้ราคาสินค้าผักปรับตัวสูงขึ้น กรมฯ ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้ง 3 ราย ในการสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผักให้เกษตรกร ในช่วงประสบภัยน้ำท่วม และให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าผักในราคาที่เหมาะสมในช่วงเทศกาลกินเจอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 6 - 13 ตุลาคม 2564 ณ สถานีจำหน่ายน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑลฯ ที่ร่วมรายการ จำนวน 100 สาขา โดยผักที่นำมาวางจำหน่าย ได้แก่ ผักคะน้า ในราคา 35 บาท กวางตุ้ง 20 บาท ผักบุ้ง 25 บาท ผักกาดขาว 25 บาท และกะหล่ำปลี 20 บาท เป็นต้น โดยกรมฯ ร่วมกับตลาดค้าส่งผัก อาทิ ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง นำผักมาจำหน่ายเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ในราคาประหยัดกว่าปกติในช่วงเทศกาลกินเจประมาณ 40 % &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118741</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615acb5b7039b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยประชาชน 10 จังหวัด  Lockdown ! จุรินทร์ ปล่อยคาราวานโมบายพาณิชย์ ลดราคา! ช่วยประชาชน &quot;จัดหนัก กรุงเทพ วันนี้&quot; แบบขายถูกและปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 13.30 น.&amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล่อยคาราวานโมบายพาณิชย์ ลดราคา! ช่วยประชาชน Lockdown 10 จังหวัด ณ บริเวณเสาธง(ริมแม่น้ำ) หน้าตึกสำนักงานปลัด กระทรวงพาณิชย์ โดยนายจุรินทร์&amp;nbsp; เป็นประธาน และ ได้ทำการตรวจสอบรายการสินค้าที่จะนำไปขายถูกให้ประชาชนในการลดค่าของชีพช่วยครั้งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้เป็นการเปิดโครงการโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน สำหรับ 10 จังหวัดล็อกดาวน์ซึ่งมีกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยวันนี้จะเริ่มต้นปล่อยรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน 10 จังหวัดล็อกดาวน์ เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยจะมีรถโมบายที่จำหน่ายสินค้าราคาถูกจำนวน 50 คัน ออกจำหน่ายสินค้า 30 วัน สินค้าที่นำไปจำหน่ายประกอบด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่จำเป็นต่อการป้องกันโควิด รวม 85 รายการโดยมีสินค้าไฮไลท์สำคัญ 10 รายการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ข้าวหอมไทย 5 กิโลกรัม 120 บาท ตก 24 บาทต่อกิโลกรัม 2.ไข่ไก่ แผงละ 30 ฟอง ราคา 89 บาท ตกฟองละ 2.97 บาท 3.น้ำมันพืช 1 ลิตร ขวดละ 42 บาท 4.น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 20 บาท 5.ปลากระป๋องจากกระป๋องละ 15 บาท เหลือกระป๋องละ 8 บาท&amp;nbsp; 6.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองละ 5 บาท 7.หน้ากากอนามัย 50 ชิ้น กล่องละ 55 บาท ตกชิ้นละ 1.10 บาท 8.เจลล้างมือขนาด 30 มิลลิลิตร ขวดละ 10 บาท จากราคาปกติ 15 บาท 9.สเปรย์แอลกอฮอล์ขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา30 บาท ลดจากปกติ 45% และ10.ยาลดไข้ทั้งชนิดเม็ดและชนิดน้ำ ลดราคา 17-27%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้าอื่นๆ เช่น น้ำผลไม้ทิปโก้จากปกติกล่องละ 72 บาท เหลือ 50 บาท โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป จาก 15 บาท เหลือ 10 บาท คนอร์จากกล่องละ 55 บาท เหลือ 44 บาท เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะตระเวนออกไปจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยทั้ง 10 จังหวัดล็อกดาวน์ จะมีรถโมบายรวมทั้งสิ้น 300 คัน สำหรับอีก 9 จังหวัดที่เหลือจะเริ่มต้นในวันพุธที่จะถึงนี้ โดยทุกคันที่ออกไปจำหน่ายสินค้าจะปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขเช่น 1.คนขับรถ เจ้าหน้าที่จำหน่ายสินค้าทุกคนต้องได้รับการตรวจเชื้อว่าปลอดโควิดและมีการตรวจเชื้อซ้ำทุกสัปดาห์&amp;nbsp;2.สินค้าทั้งหมดในรถมีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อพนักงานคนขายทั้งหมดต้องสวมหน้ากากอนามัย ถุงมือและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์และน้ำตลอดเวลา รวมทั้งมีการวัดอุณหภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการสั่งซื้อจะไม่เปิดให้ผู้ซื้อไปเลือกหยิบสินค้าด้วยตนเองแต่จะมีใบสั่งซื้อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ปลอดเชื้อเป็นผู้จัดสินค้าใส่ถุงและส่งให้กับผู้ซื้อทุกคน เป็นมาตรการกำหนดไว้เพื่อเป็นไปตามมาตรฐานเพื่อไม่ให้รถนี้กลายเป็นรถที่แพร่เชื้อโควิด คาดว่าจะช่วยเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทตลอดโครงการ และจะมีการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 900 คน &amp;quot; รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการค้าภายใน ระบุว่าสามารถติดตามรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! แบบเรียลไทม์ได้จาก QR Code และที่ LINE@ mobilepanich รวมถึงเว็บไซต์ https://โมบายพาณิชย์.com/&amp;nbsp; ส่วนรานงานกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า นอกจากนี้นายจุรินทร์ยังมีแผนต่อไปที่จะส่งรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ไปยังส่วนภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัด ตั้งเป้าหมายทั่วประเทศ&amp;nbsp; 1,000 คัน ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109531</URL_LINK>
                <HASHTAG>Lockdown, mobilepanich, กระทรวงพาณิชย์, ขายถูกและปลอดภัย, คาราวานโมบายพาณิชย์, จัดหนัก กรุงเทพ วันนี้, ช่วยประชาชน, นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม, รถโมบายพาณิชย์ลดราคา, ลดราคา, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, อธิบดีกรมการค้าภายใน, โครงการโมบายพาณิชย์ลดราคา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed006a30157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการค้าภายในจี้ห้างค้าปลีกค้าส่งเพิ่มสต๊อกสินค้าที่จำเป็นไม่ให้ผู้บริโภคเดือดร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เมษายน 2564 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้หารือกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศ ให้เตรียมพร้อมสต๊อกสินค้าเพิ่มมากขึ้นจากภาวะปกติ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง น้ำดื่ม อุปกรณ์ทำความสะอาด ตลอดจนของใช้ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และเพิ่มความถี่ในการเติมสินค้าในชั้นวางอยู่เสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่สถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังได้หารือผู้ประกอบการให้บริการส่งสินค้าและสั่งซื้ออาหารออนไลน์ โดยขอความร่วมมือไม่ให้มีการปรับราคาค่าบริการ และให้เข้มงวดด้านสุขอนามัยของพนักงานส่งสินค้า เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยได้รับการยืนยันทั้งจากห้างค้าปลีกค้าส่งว่าปริมาณสินค้ามีเพียงพออย่างแน่นอน ประชาชนไม่จำเป็นต้องกักตุน และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ จะไม่มีการปรับราคาค่าบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนศักย์กล่าวว่า กรมฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสถานการณ์สินค้าอย่างต่อเนื่อง และได้มีการกำชับให้มีการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน ห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่า ขณะนี้สินค้าในห้างค้าปลีกค้าส่งยังคงมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ราคายังเป็นปกติ แม้ในช่วงนี้อาจจะมีลูกค้าบางคนที่มีปริมาณการซื้อสินค้าแต่ละครั้งเพิ่มขึ้นบ้าง เพราะต้องการซื้อเก็บไว้ ไม่ต้องการออกจากบ้านๆ บ่อย แต่โดยรวมแล้วไม่ได้มีผลกระทบอะไรและยังไม่พบการกักตุนสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นการกักตุนสินค้าหรือขายสินค้าโดยไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ โดยหากตรวจพบมีการจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควร หรือมีการกักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายจะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 10,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100756</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม, ห้างสต็อกสินค้า, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60865a1ff146f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการค้าภายใน โชว์ผลงาน ‘ประกันรายได้ข้าวปีที่ 2’ ชาวนายิ้มรับรายได้เพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยความคืบหน้าของการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 รอบที่ 1 พร้อมมาตรการคู่ขนานและโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวว่า ขณะนี้โครงการประกันรายได้เกษตรกรมีการดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 90 ซึ่งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้ออกประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว จำนวน 21 งวด และยังคงเหลือการออกประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงอีก 9 งวด โดย ธ.ก.ส. ได้โอนเงินชดเชยส่วนต่างให้เกษตรกรแล้ว จำนวน 4.67 ล้านครัวเรือน จากเป้าหมายทั้งหมด 4.68 ล้านครัวเรือน ยังเหลือเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชยส่วนต่าง เนื่องจากมีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตล่าช้ากว่าภูมิภาคอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการคู่ขนานที่ดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการประกันรายได้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและเป็นกลไกการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกไม่ให้ตกต่ำ และดูดซับปริมาณผลผลิตส่วนเกินในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก โดยเฉพาะข้าวเปลือก ประกอบด้วย 1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โดยเกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางของตนเอง รัฐช่วยจ่ายดอกเบี้ยและให้ค่าเก็บรักษาข้าว ตันละ 1,500 บาท เมื่อข้าวราคาดีเกษตรกรสามารถนำออกมาขายได้ 2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโดยสถาบันเกษตรกร เพื่อเร่งการรับซื้อ โดยสถาบันเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี รัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยในร้อยละ 3 ต่อปี และ3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ให้ผู้ประกอบการเก็บข้าวไว้โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้และมาตรการคู่ขนาน โดยสอบถามความพึงพอใจของเกษตรกร โดยส่วนใหญ่บอกว่าโครงการดังกล่าวสามารถช่วยให้มีรายได้จากการจำหน่ายข้าวเปลือกในราคาที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงโดยรัฐช่วยให้ราคารับซื้อข้าวเปลือก รวมทั้งช่วยลดต้นทุนการผลิต สามารถบรรเทาความเดือดร้อนและยังมีรายได้เพิ่มขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับเกษตรกรที่ได้รับเงินชดเชยส่วนต่างไปแล้ว สะท้อนความพึงพอใจ &amp;ldquo;นายศักดิ์ชัย ยอดเยี่ยม&amp;rdquo; อายุ 67 ปี บ้านตาเดียว ต.ตาเบา อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ข้าราชการบำนาญผู้ยึดหลักการเกษตรแบบผสมผสาน และยังใช้พื้นที่เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ บนที่นา 20 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์หอมมะลิ 105 ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวหอมนิลสุรินทร์ ด้วยวิถีนาธรรมชาติใช้ต้นทุนน้อย ไม่เกินไร่ละ 1,000 บาท โดยผลผลิตเคยขายได้สูงสุด 18 บาท/กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ตนเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 โดยลงทะเบียนปลูกข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 18 ไร่ แจ้งเก็บเกี่ยวช่วงปลายเดือนตุลาคม 2563 ได้เงินส่วนต่างชดเชยประมาณ 2,900 บาทต่อตัน ในส่วนของโครงการชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ตนนำข้าวหอมมะลิ 105 เข้าร่วมจำนวน 8 ตัน เก็บสต็อกไว้เผื่อการแปรรูปและสำหรับขาย โดยเงินที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการของภาครัฐ ตนนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำนารอบต่อไป และซื้อเมล็ดพันธุ์สำหรับปลูกพืชหลังนา เช่น ถั่วเขียว ถั่วพร้า แตงโม ฟักทอง แตงไทย ฯลฯ ตลอดจนทำปุ๋ยหมักเพื่อบำรุงพืชด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เกษตรกรชาวสุรินทร์รายนี้ กล่าวด้วยน้ำเสียงดีใจที่รัฐบาลมีเงินสนับสนุนเรื่องค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ ให้เพิ่มเติมด้วย โดยตนได้รับเงินครบแล้ว &amp;ldquo;รู้สึกดีใจที่รัฐบาลมีนโยบายดีๆ มาให้กับพี่น้องชาวนา ฝากถึงพี่น้องเกษตรกรด้วยว่าเกษตรกร เราทำนาฤดูเดียวหรือทำนาอย่างเดียว แก้ปัญหาความยากจนไม่ได้ ต้องทำแบบผสมผสาน ซึ่งการที่รัฐบาลมีเงินสนับสนุนตรงนี้ ก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดการต่อยอดให้เราลงทุนในอาชีพอื่นๆ ขอบคุณรัฐบาลเป็นอย่างมากที่มีนโยบายช่วยเหลือต่างๆ มาให้ ทำให้เกษตรกรดีใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นางสายสมร ชมชื่น อายุ 57 ปี เกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ ทำนาทั้งหมด 14 ไร่ 2 งาน ปลูกข้าวพันธุ์หอมมะลิ 105 แบบอินทรีย์ มีการปลูกถั่วพร้าเป็นปุ๋ยพืชสดก่อนการทำนา ต้นทุนในการทำนาประมาณ 3,000 บาท/ไร่ ได้ผลผลิตประมาณ 450 กก./ไร่ มีสระน้ำเป็นของตัวเองทำให้น้ำถึงได้ผลผลิตมากและคุณภาพดี ขายข้าวเปลือกตากแห้งได้ 18 บาท/กิโลกรัม โดยตนเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ 2 แปลง รวมได้รับเงินจากโครงการประกันรายได้ประมาณ 15,000 บาท และยังได้รับเงินจากโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;รู้สึกดีมากในการได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลสนับสนุนมา เพราะสามารถทำให้เราลดต้นทุนการทำนาและนำเงินที่ได้ไปใช้หนี้ค่าปุ๋ย เป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ค่าเกี่ยวข้าว ค่าไถกลบ ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินใคร ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;rdquo; นางสายสมร กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมการค้าภายใน ฝากทิ้งท้ายถึงเกษตรกรผู้ปลูกข้าวว่า &amp;ldquo;ขอให้พัฒนาและปรับปรุงการเพาะปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตข้าวเปลือกที่มีคุณภาพดี รวมทั้งขอความร่วมมือในการช่วยติดตามกำกับดูแลการรับซื้อข้าวเปลือกของโรงสีในพื้นที่ ทั้งในเรื่องการชั่งน้ำหนัก และการหักลดความชื้นและสิ่งเจือปน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบ หากเกษตรกรพบว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการรับซื้อข้าวเปลือก หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ มาตรการคู่ขนาน หรือมาตรการอื่น ๆ สามารถร้องเรียนหรือสอบถามได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมการค้าภายในเผยสถานการณ์การผลิตข้าวของประเทศผู้ผลิตข้าวจากทั่วโลก ในปี 2564 ที่เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ซึ่งคาดว่าจะมีผลผลิตเข้าสู่ตลาด 504.41 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.70 ล้านตัน โดยสอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 496.33 ล้านตัน เป็น 504.69 ล้านตัน ซึ่งผลผลิตข้าวไทยในปี 2564 มีแนวโน้มมากกว่าปี 2563 ซึ่งอาจจะส่งผลให้ราคาข้าวไทยปรับตัวลดลง และสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ ในปี 2564 จึงคาดว่าไทยจะส่งออกข้าวได้ปริมาณ 6 ล้านตัน และจะยังรักษาปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยซึ่งเป็นข้าวประเภทเดียวที่ปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเอาไว้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, นางสายสมร ชมชื่น, นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม, นายศักดิ์ชัย ยอดเยี่ยม, ประกันรายได้ข้าวปีที่ 2, เกษตรกร, เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60644643a1f18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
