<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สว.วันชัย&#039;ฟันธงสถานการณ์รุมเร้าการเมืองร้อนม็อบฮือปลายมี.ค.ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.64-นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและรอยปริในรัฐบาล ซึ่งจะเกิดความเปลี่ยนแปลงภายในเดือนมีนาคมระบุว่า หลังจากการลงมติไม่ไว้วางใจ แม้ว่า รัฐมนตรีทั้ง 10 คนจะผ่านไปได้ บางคนคะแนนอาจจะบ๊วยไปก็ตาม ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ผลของการอภิปรายก็จะเริ่มเห็นรอยปริในพรรคการเมืองแต่ละพรรค ทั้งภายในพรรคและนอกพรรค รวมทั้งภาพรวมของรัฐบาลด้วย อย่างที่เคยบอกว่าสถานการณ์การเมืองทั้งภายในและภายนอกจะเริ่มมีความรุนแรงขึ้นโดยลำดับจากดวงดาวและปัญหาเศรษฐกิจสังคมและการเมืองที่รุมเร้ามาโดยตลอด โควิดจะเริ่มจาง ม็อบและการเมืองก็จะแรงขึ้น การชุมนุมนอกสภาที่เพิ่งจะเริ่มขึ้นแม้ว่าจะดูไม่เบิ้ม แต่ก็จะคอยตอกลิ่มจะขยายสถานการณ์ให้มัน บานปลายมากยิ่งขึ้น ต่อแต่นี้จนกระทั่งถึงปลายเดือนมีนาคมอะไรก็พร้อมจะเกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัยระบุว่า ในวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ การแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระสองก็จะเริ่มขึ้น คอยสังเกตให้ดีจะเห็นร่องรอยทางการเมืองที่จะเริ่มปริมากขึ้นโดยลำดับ ท่าทีต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจะแก้ไขได้หรือไม่ได้ก็พอจะเริ่มมองเห็นกันในสองวันนั้น จากนั้นในต้นเดือนมีนาคมศาลรัฐธรรมนูญก็คงจะมีคำวินิจฉัยออกมาว่าจะให้แก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ได้ จากคำวินิจฉัยจะมีผลทางการเมืองทั้งสิ้น ถ้าไม่ให้แก้ก็จะมีผลไปด้านหนึ่ง ถ้าให้แก้ก็ส่งไม้ต่อมาที่รัฐสภาทั้งส.ส.และส.ว. จะต้องเป็นคนโหวตว่าจะให้ผ่านวาระสามหรือไม่ 84 เสียงของส.ว. ยังเป็นผู้ชี้ขาดในเรื่องนี้ ถ้าเสียงออกมาว่าให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ การเมืองก็พอเดินต่อไปได้ แต่ถ้าเสียงออกมาว่าแก้ไม่ได้ การเมืองทั้งภายในสภาและนอกสภาคงมีความรุนแรงไม่ต่างอะไรก่อนที่จะรับวาระที่หนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคร่วมรัฐบาลที่ประกาศตัวมาตั้งแต่ต้นว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ต้องมาตกในที่ประชุมของรัฐสภา อะไรจะเกิดขึ้นกับการร่วมรัฐบาลหรือการประกาศให้เป็นสัญญาประชาคม ม็อบนอกสภาก็จะเอาประเด็นนี้ไปขยายอันเป็นข้อเรียกร้องเดิม ปลายเดือนกุมภาพันธ์จนกระทั่งถึงปลายเดือนมีนาคมอากาศก็ร้อน การเมืองก็ร้อน ดวงดาวก็สู้กันระหว่างพฤหัสกับเสาร์ เขาว่านำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง ส่วนจะเปลี่ยนแปลงแบบไหน อย่างไร อยู่ที่โชคชะตาฟ้าลิขิตจริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93738</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวันชัย สอนศิริ, ม็อบ, รัฐบาล, หลักอภิปราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdf762ad46e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ปกครองโปรดทราบ&#039;สว.วันชัย&#039;ยกคำคมขงจื๊อให้สติอย่าทะเลาะกับปชช.ต่อให้ชนะก็แพ้อยู่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.63 - นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยยว่า ทั้งเหตุการณ์และสถานการณ์ ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ มีคำคมที่น่าสนใจของขงจื๊อ ที่เป็นอนุสติ ดังนี้
เพราะต้องการเอาชนะให้ได้ แล้วทำให้เสียใจไปตลอดชีวิต เรื่องราวมากมายที่ไม่ควรทะเลาะกัน ถอยหนึ่งก้าวทะเลกว้างฟ้างาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทะเลาะกับลูกค้า ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทะเลาะกับเถ้าแก่ ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทะเลาะกับภรรยา ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทะเลาะกับเพื่อน ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทะเลาะกับประชาชน ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัย กล่าวว่า ขงจื๊อ เป็นนักคิดและนักปรัชญาสังคมชาวจีนที่มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่ของโลก คำคมและคำสอนเรื่องการทะเลาะโดยเฉพาะการทะเลาะกับประชาชน ควรที่ผู้ปกครองและผู้มีอำนาจพึงตระหนักเพราะขงจื๊อบอกว่าแม้จะชนะแต่ก็แพ้อยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ปกครอง และผู้ที่อยู่ในอำนาจทั้งหลาย หันหน้าเข้าหากันกับฝ่ายที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ในขณะนี้แล้วหาทางประนีประนอมยอมผ่อนปรนกันเพื่อให้ประเทศก้าวข้ามความขัดแย้งไปได้นำมาซึ่งความรักความสามัคคีในหมู่พี่น้องประชาชนชาวไทย การหักด้ามพร้าด้วยเข่า มุ่งแต่จะเอาชนะคะคานกันนั้นไม่เป็นผลดี ประวัติศาสตร์ทางการเมืองทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทยก็มีให้เห็นมากมาย&amp;quot;นายวันชัยกล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75106</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขงจื้อ, ความสามัคคี, นายวันชัย สอนศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe6af2b137d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.วันชัย&#039;ซัดนักการเมืองไม่เข้าท่าจ้องแต่เล่นการเมืองช่วงวิกฤตโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.63-นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า ในภาวะวิกฤตโรคโควิด-19 ระบาด ทั้งรัฐบาลและฝ่ายการเมืองทุกภาคส่วนต้องเป็นหลักต่อการเปลี่ยนแปลงและเป็นหลักอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลง การทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายต้องยุติได้แล้ว หมดเวลาที่จะมาเล่นการเมืองแบบเดิม ที่เห็นกันก่อนปิดสมัยประชุมนั้นน่าจะจบไปพร้อมกับโควิดได้แล้ว ยุคนี้สมัยนี้ ต้องเป็นเรื่องจริงของจริง ต้องไม่เอาการเมืองมาเล่นกัน ไม่อย่างนั้นประชาชนผู้เดือดร้อน เขาจะรื้อเวทีทางการเมือง เพราะความเดือดร้อน ความหิวไม่เคยปราณีใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาคส่วนที่นำทางสังคม คือการเมือง ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน รองรับต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในสถานการณ์นี้ทั้งส.ส. ส.ว. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน &amp;nbsp;รวมทั้งกรรมาธิการทุกคณะ ต้องปรับบทบาทร่วมกัน ต่อการแก้ปัญหา ที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ คณะกรรมาธิการ ต้องทำงานควบคุม ตรวจสอบในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างถี่ถ้วน &amp;nbsp;เลิกทะเลาะเบาะแว้งกัน &amp;nbsp; อย่างที่เห็นๆ กรรมาธิการ ต้องทำงานด้วยรูปแบบใหม่ วิธีการใหม่ให้เป็นเนื้องานที่ประจักษ์ มากกว่าที่เป็นข่าวไปวันๆ แม้จะมีสภาใหม่ ห้องประชุมใหม่แล้ว &amp;nbsp; แต่ยังทำงานการเมือง กันเหมือนเดิม ก็น่าจะไปไม่รอด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัยกล่าวกรณีที่นายกรัฐมนตรีจะมีหนังสือเชิญมหาเศรษฐีของประเทศ 20 คนมาปรึกษาหารือ ร่วมกันแก้ปัญหาทั้งเยียวยาและฟื้นฟู นักการเมืองบางคน บางพรรคก็เอาไปต่อความยาวสาวความยืด จับประเด็นพลิกไปพลิกมาหาเรื่องโดยไม่เข้าท่า เป็นการเล่นการเมืองในสถานการณ์นี้ที่น่าเกลียดน่าตำหนิอย่างยิ่ง ไม่เหมาะกับกาละเทศะอย่างมาก รู้ทั้งรู้ว่าในสถานการณ์นี้ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วนทุกระดับ โดยเฉพาะภาคการเมืองก็มีเวทีสภาในการแลกเปลี่ยนอยู่แล้ว ในภาคอื่นๆ เป็นเรื่องที่รัฐบาลควรจะทำอย่างยิ่ง ทุกคนต้องมีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการแก้วิกฤตในครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63595</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักการเมือง, นายวันชัย สอนศิริ, โรคโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe6af2b137d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหร&#039;วันชัย&#039;ฟันธงสวนทางหมอดู ปีหน้าบ้านเมืองสงบปรองดอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.62-นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว พยากรณ์สถานการณ์ ทางการเมืองปี 2563 ว่า หมอดูหลายสำนักทายกันว่า ปีหน้านี้บ้านเมืองจะวิกฤติ มีเหตุรุนแรง มีการเปลี่ยนแปลง มีการชุมนุม มีการประท้วง ทั้งจะเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร โดยบอกว่าเป็นอิทธิพลของดาวมฤตยูที่ทับดวงเมืองในราศีเมษและดาวอังคารเป็นมรณะ ขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับฟัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; หมอดูหลายคนหลายสำนักทั้งดังและไม่ดังมักจะพยากรณ์กันในทำนองนี้ แต่ฟังๆดูแล้วเหมือนกับว่า เอาสถานการณ์และเหตุการณ์ทางการเมืองมาประเมินวิเคราะห์ผสมกับดวงดาว ก็พลอยให้คนที่ชอบและไม่ชอบรัฐบาลมีอารมณ์ร่วมไปคนละมุม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัยกล่าวว่า ถ้ามองในการทายของหมอดูก็คงจะต้องทำนายอย่างนั้นเพราะดาวมฤตยูมันเป็นดาวแห่งความตาย หายนะ วิกฤต และดาวอังคารอยู่ในเรือนมรณะก็เป็นเรื่องของดาวทหารที่จะทำการเปลี่ยนแปลงปฏิวัติ หรือดาวอังคารก็หมายถึงผู้ใช้แรงงาน ผู้ใช้กำลัง คนยากคนจนจะลุกขึ้นมาประท้วงชุมนุมสร้างความวุ่นวาย นี่คือหลักของหมอดูโดยปกติทั่วไปก็ต้องทำนายอย่างนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ถ้าเป็นหมอดูวันชัยหาใช่เช่นนั้นไม่ ดาวมฤตยูคือเลข 0 ที่อยู่บนหน้าผากของพระศิวะ ดาวมฤตยูจึงหมายถึงพระศิวะที่ดับความทุกข์เข็ญของมวลมนุษยชาติทั้งจักรวาลยามเมื่อบ้านเมืองวิกฤต &amp;nbsp;บ้านเมืองเรายุคนี้เป็นยุคแห่งพระศิวะ พระศิวะจะเสด็จลงมาปราบอธรรม ปราบทุกข์เข็ญของบ้านเมืองให้สงบร่มเย็น เป็นเมืองศิวิไล ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข จึงขอฟันธงตรงไปว่าบ้านเมืองจะมีวิกฤติอย่างไร ใครจะชุมนุมประท้วงหรือใครจะก่อความวุ่นวายก็ต้องสยบและสงบลงด้วยเดชเดชะของพระศิวะเจ้า บ้านเมืองของเราในยุคนี้เป็นเช่นนั้น ไม่ใช่อย่างที่หมอดูทำนายทายทักกันโดยทั่วไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัย กล่าวว่า ปีหน้าสิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงมีแน่ แต่ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า... สิ่งที่เราไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น สิ่งที่ไม่เคยเป็นก็จะได้เป็น... ขอบอกว่าคิดกันไม่ถึงนะ... สงบ ร่มเย็น เรียบร้อย ปรองดอง สมานฉันท์... คอยดูกันต่อไป... เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53531</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำทำนาย, นายวันชัย สอนศิริ, บ้านเมือง, หมอดู, โหร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe6af2b137d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันชัย&#039;ชี้เปรี้ยง!รัฐธรรมนูญดีแต่คนยังเลวยังชั่วเต็มแผ่นดินไม่ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.62- &amp;nbsp; นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่าเนื่องในวันรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;10 ธันวาคม เวียนมาครบอีกปีหนึ่ง ทำให้หวนรำลึกว่า เส้นทางประชาธิปไตย ตั้งแต่ปี 2475 ที่มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา &amp;nbsp;87 ปีแล้ว &amp;nbsp;ผ่านการยกร่างจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อใช้เป็นกฎหมายสูงสุดมา20ฉบับ แต่ประชาธิปไตยและการเมืองไทย ก็ยังล้มลุกคลุกคลาน &amp;nbsp; อยู่ในสภาพลุ่มๆดอนๆ ขณะนี้ &amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;จะพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์วิธีการการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 &amp;nbsp; ซึ่งจะเข้าสู่ที่ประชุมในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ &amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มองค์กรต่างๆแสดงออกอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ตนเห็นว่าปัญหาทั้งหลายทั้งปวงอยู่ที่คนเป็นสำคัญหาใช่รัฐธรรมนูญไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัยกล่าวว่า รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดๆจะดีขนาดไหนแต่ถ้าคนยังเลว และเป็นคนชั่ว ก็ไม่ได้ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญ เหมือนกับธรรมะแม้จะดีเลิศประเสริฐศรีเพียงใดก็ยังมีคนชั่วคนเลวอยู่เต็มแผ่นดินบ้านเมืองจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่คนดีหรือคนเลวเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก่อนที่จะสำรวจตรวจสอบศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอให้ลองส่องกระจกแล้วตรวจสอบศึกษาตัวเองก่อนดีไหม เมื่อพบข้อบกพร่องหรือจุดไม่ดีอยู่ที่ตรงไหน อย่างไรก็จะได้แก้ไขตัวเองก่อน เผื่อบางที ดวงตาจะได้เห็นธรรมขึ้นมาบ้าง&amp;quot;นายวันชัยกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52161</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวันชัย สอนศิริ, สมาชิกวุฒิสภา, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe6af2b137d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2019 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.&#039;วันชัย&#039;รู้ทัน&#039;ธนาธร&#039; ขอขยายเวลาส่งเอกสาร หวังดึงเกมถูกยุบพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ธ.ค. 2562 นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊คส่วนตัว เมื่อวันที่ 8 ธค. ว่า&amp;nbsp; การที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และพรรคอนาคตใหม่ขอขยายเวลายื่นเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการให้เงินกู้ของนายธนาธรกับพรรคตัวเองต่อกกต.ไปอีก 4 เดือนแล้วกกต.ไม่ยอมนั้นเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งเพื่อทำให้คดีของตนช้าที่สุด นานที่สุด เป็นปกติวิสัยของผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลย การที่กกต.ไม่ยอมนั้นก็ไม่มีใครแกล้งใครอย่างที่ตีโพยตีพาย เป็นเรื่องของไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ความจริงก็มีหลักฐานชัดอยู่แล้วจะด้วยเอกสารหรือคำพูดก็ชัดเจน แต่ก็ให้เวลาส่งเอกสารมาตามขั้นตอนเท่านั้น แม้ไม่ส่งหรือไม่มีมันก็สามารถพิจารณาวินิจฉัยได้อยู่แล้ว

&amp;quot;การที่คุณธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ขอขยายเวลา เป็นเทคนิคดึงเกม มีลูกเล่น ต่างฝ่ายต่างก็ว่ากันไป แต่สุดท้ายก็ต้องมีที่สิ้นสุด เมื่อไม่ได้ก็ต้องโวยวายเป็นธรรมดาเพราะเป็นเรื่องของนักการเมือง มีเงินมีอำนาจมีอิทธิพลจะเงียบๆได้ไง ก็เสียฟอร์มสิ... แต่ถ้าเป็นคนยากคนจนคนเดินดินก็คงหงอยๆแล้วก็เงียบไป... แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็มีจุดจบ มีเงินมีอำนาจมีอิทธิพล ถ้าผิดจะดึงเกมอย่างไรก็ไม่รอด&amp;quot;

นายวันชัยกล่าวต่อไปว่า ความเหลื่อมล้ำในสังคมของประเทศไทย มีมานานแล้ว คนยากจน คนด้อยโอกาส มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจการศึกษา การสาธารณสุข และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม คนยากจน&amp;nbsp; คนด้อยโอกาส สู้คนมีเงินมีอำนาจมีอิทธิพลไม่ได้ นี่แหละ จึงเป็นนโยบายส่วนหนึ่งของรัฐบาลนี้และเป็นแผนการปฏิรูปเรื่อง การลดความเหลื่อมล้ำ อย่างไรก็ตาม ความเหลื่อมล้ำ ก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะในกระบวนการยุติธรรมยิ่งเห็นได้ชัดมาก เมื่อมีคดี&amp;nbsp; คนรวยกับคนจน ก็สู้กันได้ยากมาก ยิ่งผู้มีอิทธิพลและเป็นอิทธิพลทางการเมืองยิ่งเหลื่อมล้ำกันไปใหญ่&amp;nbsp;

นายวันชัยกล่าวอีกว่า นักการเมืองใหญ่ๆมีคดีก็หนีกันลอยนวล แม่จะมีคดีติดคุกกันอยู่บ้าง ก็ลากยาวดึงเกมกันมาเป็นสิบๆปี แต่ทีคนยากคนจนทำไมมันเร็วนัก นี่เป็นความรู้สึกของชาวบ้านทั่วไป

&amp;nbsp;&amp;quot; คนรวย มีเงิน มีอำนาจ มีอิทธิพล เวลามีคดีก็จะพยายามทุกวิถีทาง ทุกลูก ทุกเม็ด ทุกดอก ทุกวิธีการทั้งมารและไม่มาร พี่จะให้คดีของตนหลุดไป หรือ ลากให้ยาวนานที่สุด ด้วยเหตุผลหลายประการ ยิ่งนานวันยิ่งเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน พยานหลักฐานบางอย่างก็เปลี่ยน การดึงเกมจึงเป็นเทคนิคอย่างหนึ่ง อย่างน้อย ถ้าจะติดคุกก็นานกว่าจะติด ถ้าจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ก็นาน ยังลอยหน้าลอยตาเป็นนักการเมืองได้อีกนาน ถ้าจะยุบพรรคก็อีกนาน กว่าพรรคจะแตก จึงเป็นเรื่องปกติของคนที่เป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย อย่างน้อยๆก็ถอยหลังตั้งหลักให้ก่อน&amp;nbsp; เผื่อจะได้หาช่องทาง ธรรมชาติหลบลี้หนีไปได้บ้าง ส่วนคนยากคนจนคงไม่ต้องพูดหรอกแค่คิดยังลำบากเลย&amp;quot;&amp;nbsp; นายวันชัยกล่าวในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52016</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, คดียุบพรรคอนาคตใหม่, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายวันชัย สอนศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe6af2b137d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.&#039;ตั้งกระทู้จี้แก้ปัญหารุกที่ดินสปก.&#039;ธรรมนัส&#039;ลั่นเอาจริงฟันคนบุกรุกไม่ไว้หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.62-ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ตั้งกระทู้สดถาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เรื่องการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินสปก. โดยระบุว่า ที่ดินสปก.เป็นปัญหามายาวนานหลายรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้ ที่ดินสปก.ที่ให้สิทธิคนยากจนตกไปอยู่ในมือของผู้มีอิทธิพล ปัญหาเกิดจากส่วนราชการที่ละเลยในการจัดการปัญหา และเกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐที่ล้มเหลว ร่วมกับผู้มีอิทธิพล และนายทุนทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น จึงขอถามถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินสปก. หรือที่ดินอื่นใดของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;ชี้แจงว่า ผู้ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่สปก.กำหนด โดยกฏหมายใช้คำว่า &amp;ldquo;หรือ&amp;rdquo; &amp;nbsp;บุคคลที่มีสิทธิที่จะได้รับการจัดสรรสิทธิที่ดินทำกิน หรือสิทธิที่อยู่อาศัย ตามกฎหมายของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ บุคคลนั้นต้องเป็นเกษตรกร หรือเป็นบุคคลที่มีรายได้น้อยกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี หรือบุคคลนั้นต้องจบการศึกษาด้านเกษตรกรรม หรือบุคคลนั้นต้องเป็นบุตรของเกษตรกร เป็นต้น และกฎหมายกำหนดว่าสิทธิจัดสรรที่ดินต้องไม่เกินกว่า 50 ไร่ขึ้นไป เราจึงมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายฉบับเดียวเป็นมาตรฐานเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ว่าบุคคลที่เข้าครอบครองหรือบุกรุกในพื้นที่สปก. เกินกว่า 50ไร่ขึ้นไป และไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมายสปก. รัฐมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยึดคืนเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ตนได้มีโอกาสไปตรวจราชการหลายจังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ พบว่ามีพื้นที่ที่เป็นที่ดินของรัฐที่เป็นเขตปฏิรูปที่ดินในหลายจังหวัด ถูกกลุ่มนายทุน ผู้นำท้องถิ่น และนักการเมือง เข้าครอบครองเป็นที่ดินแปลงใหญ่ โดยเฉพาะ จ.กระบี่ เป็นจังหวัดที่กลุ่มนายทุนถือครองที่ดินสปก.เยอะที่สุดในประเทศไทย ผมจึงมีความจำเป็นต้องมอบหมายให้เลขาธิการสปก. และเจ้าหน้าที่ยึดคืนสถานเดียว โดยไม่มีข้อยกเว้นให้บุคคลใดทั้งนั้น และประกาศต่อประชาชนที่มาเรียกร้องที่ดินทำกิน ว่าจำเป็นต้องยึดคืนที่ดินแปลงใหญ่ทั้งหมดเพื่อจัดสรรให้เกษตรกร โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน หากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติจะต้องถูกลงโทษสถานเดียว ในฐานะที่ไม่กำกับดูแลปฏิบัติหน้าที่ให้เรียบร้อย ซึ่งหลังจากรัฐบาลได้เข้ามาทำงานเป็นเวลากว่า 4 เดือน สามารถยึดคืนที่ดินได้แล้ว 33,443 ไร่ และจัดสรรที่ดินให้เกษตกรแล้ว 20,541 ไร่ ในพื้นที่ 8 จังหวัด 21 แปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันที่ผมมอบนโยบายให้กับทุกกรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพะสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ผมได้ให้นโยบายชัดเจนว่าหากมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องสปก.คนใดละเลยเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มพรรคพวกตัวเอง หรือนำไปปฏิบัติรังแกประชาชน ไม่ยึดหลักกฎหมาย เจ้าหน้าที่คนนั้นจะต้องถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน และดำเนินคดีอาญาทันที ผมยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าโดยมีจุดหมายเดียว คือยึดคืนที่ดินของหลวงเพื่อจัดสรรให้เกษตรกร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า วันนี้แผนที่ที่บังคับใช้ในประเทศไทยมีหลายฉบับเกินไป ทุกส่วนราชการมีแผนที่ของตัวเองหมด แล้วถามว่าเราจะบังคับใช้แผนที่ผืนไหนกับประชาชน อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วพยายามแก้ปัญหาให้มีแผนที่ผืนเดียวเท่านั้น ตนจึงมีเจตนารมณ์แน่วแน่ในการจะทำให้มีแผนที่แค่ผืนเดียวในการบังคับใช้ จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือต่อนายกฯ ได้ข้อสรุปชัดเจนว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเดินหน้าให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการใช้แผนที่เดียวเท่านั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขที่อาจกระทบต่อประชาชนบางข้อเท่านั้น เมื่อมีแผนที่เดียวบังคับใช้ปัญหานี้ก็จะได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51582</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทู้ถาม, ที่ดินสปก., นายวันชัย สอนศิริ, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe6af2b137d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
